Masuk“คุณนนท์... ปล่อยกวางเถอะค่ะ กวางจำเป็นต้องไป” น้ำเสียงของกวางสั่นพร่า“บอกพี่มากวาง ว่าวิคุยอะไรกับกวางบ้าง”กวางเม้มริมฝีปาก ไม่ยอมตอบในทันที“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ กวางแค่คิดว่าบางทีการออกไปจากที่นี่อาจจะดีกับทุกคนมากกว่า”“ดีกับทุกคน...กวางพูดออกมาได้ยังไงว่ามันดีกับทุกคน”“คุณวิเรียกกวางไปคุยค่ะ”เธอเอ่ยขึ้นในที่สุด “ดูเหมือนเธอจะเริ่มรู้ระแคะระคายเรื่องของเราสองคนแล้ว คุณวิบอกว่า จ้างกวางมาเลี้ยงลูก ไม่ได้จ้างมาดูแลพ่อของลูก กวางรู้ว่าคุณวิเป็นภรรยาของคุณนนท์ กวางไม่อยากให้คุณต้องทะเลาะกับเธอเพราะเรื่องของเรา ไม่อยากให้น้องพะแพงต้องเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเพราะกวางด้วยค่ะ กวางคิดว่ากวางถอยออกไปเอง...” น้ำเสียงของกวางแผ่วลงในตอนท้าย เธอก้มหน้ามองมือของตัวเอง ไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น กวาง แล้วก็ห้ามเรียกว่าคุณนนท์อีก” ชานนท์ทนให้เธอพูดจบประโยคไม่ไหว เขาอยากโกรธที่เธอคิดตัดสินใจเรื่องสำคัญเพียงลำพัง แต่เมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาว เขากลับทำได้เพียงถอนหายใจ ก่อนจะนั่งลงข้างเธอ กวางยังคงเป็นกวางที่จิตใจดีและพร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อเขาเสมอ “กวางครับ มองพี่หน่อย” หญิงสาวค่อย ๆ
ความโกรธแค้นที่แทบระเบิดออกมาจากอกเมื่อครู่ค่อย ๆ สงบลง เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความโล่งใจที่แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ ชานนท์ถอนหายใจยาวพลางมองตามหลังรถของอดีตภรรยาที่เคลื่อนตัวลับสายตาไป ราวกับเพิ่งปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งที่แบกมานานหลายปีในที่สุด...เขาก็เป็นอิสระเสียที นับว่าโชคยังเข้าข้างเขาที่เขาจับได้ว่าเธอทำผิดและสวมเขาให้ อย่างน้อยเรื่องระหว่างเขากับวิภาวรรณก็จบลงโดยที่เธอไม่ได้ล่วงรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกวาง แม้จะมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกมาก แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องคอยระแวดระวังหรือหลบซ่อนความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปชานนท์นึกย้อนถึงชีวิตคู่ที่ผ่านมา พวกเขาอยู่ด้วยกันมานานโดยไม่เคยจดทะเบียนสมรส ความใกล้ชิดระหว่างสามีภรรยาก็นับครั้งได้ เพราะเธอมักบ่ายเบี่ยงและแสดงท่าทีรังเกียจเขาเสมอ ซึ่งตอนนี้เขาเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้วว่าทำไม ‘หมดเวรหมดกรรมกันเสียที’ เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปมองบ้านหลังเล็กที่วิภาวรรณกรีดร้องเหยียดหยามและลั่นวาจาว่าจะไม่กลับมาเหยียบอีก นั่นกลับเป็นสิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุด และที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือพะแพง ลูกสาวคนเดียวที่วิภาวรรณเลือกจะทิ้งไว้ข้างหลัง อีกฝ่ายประก
“คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ”“ไม่เข้าใจ” เขายกโทรศัพท์ให้เธอดู หน้าจอยังคงแสดงคลิปวิดีโอร่วมรักที่เธอคงไม่คิดว่าสามีจะได้เห็น“งั้นคุณช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยสิ ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แล้วทำไมคุณถึงคุยกับมันเหมือนเป็นผัวอีกคนของคุณ วิ”วิภาวรรณเม้มริมฝีปากแน่น เธอเหลือบมองภาพบนหน้าจออีกครั้ง ก่อนจะรู้ว่าต่อให้พยายามปฏิเสธต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจอย่างรำคาญ ราวกับคนที่ถูกบังคับให้เสียเวลากับเรื่องน่าเบื่อหน่าย“เออ! ก็อย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ”เขานิ่งงันไปชั่วขณะ แม้หลักฐานตรงหน้าจะชัดเจน แต่การได้ยินคำยอมรับจากปากภรรยากลับทำให้เขาความเจ็บปวดมากกว่าเดิม“ทำไม...”เขาถามออกมา เสียงแหบพร่าอย่างที่ไม่ทันรู้ตัว“ทำไม มึงถึงทำกับกูแบบนี้วะวิ”วิภาวรรณหัวเราะหยัน “จะถามทำไมอีกล่ะนนท์ ในเมื่อคุณก็เห็นทุกอย่างแล้ว ฉันไม่อยากเสียเวลามานั่งแก้ตัวกับคุณหรอก”“แล้วที่ผ่านมา มึงเห็นกูเป็นอะไร” เสียงของเขาดังขึ้นเป็นครั้งแรก “กูทำงาน หาเงิน ดูแลบ้าน ดูแลลูก พยายามทำทุกอย่างให้ครอบครัวนี้เดินต่อไปได้ แล้วมึงล่ะ! มึงเคยคิดถึงกูบ้างไหม เคยคิดถึงลูกบ้างหรือเปล่า”“อย่ามาโยนความผิดให้ฉัน
‘ในเมื่อคุณวิอยากเล่นเกมข่มขู่... กวางก็จะเล่นด้วย’ กวางรู้ดีว่าชานนท์รักเธอมากแค่ไหน และเขากำลังหาทางหลุดพ้นจากผู้หญิงคนนี้ ชานนท์เป็นคนตรงไปตรงมา และมีจุดอ่อนสำคัญคือความรักและความปกป้องที่มีให้เธอ หากเธอพุ่งชนตรงๆ ตอนนี้ วิภาวรรณอาจจะใช้อำนาจความเป็นเมียแต่งเล่นงานเธอได้ แต่ถ้าเธอใช้ ‘ความกลัว’ และ ‘ความจงรักภักดี’ เป็นหมากเดิน... ผลลัพธ์มันจะต่างออกไปสิ้นเชิง กวางเดินกลับเข้ามาในห้องพักของตัวเอง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างตั้งสติ หยิบกระดาษและปากกาขึ้นมา ปลายปากกาตวัดเขียนตัวอักษรเด่นชัดลงบนหน้ากระดาษอย่างมั่นคง ‘ใบลาออก’ กวางบรรจงเขียนข้อความด้วยลายมือสั่นเทาเล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นการจงใจทิ้งร่องรอยแห่งความเสียขวัญเอาไว้ เธอเขียนระบุเหตุผลเบื้องหลังคำว่า ‘ขอลาออกเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจของน้องพะแพงและเพื่อความสบายใจของคุณวิภาวรรณ’ ก่อนจะวางกระดาษแผ่นนี้ไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งในห้อง นี่ไม่ใช่ใบลาออกเพื่อยอมแพ้... แต่เป็น ‘หมากตลบหลัง’ ที่กวางตั้งใจทิ้งไว้ กวางรู้ดีว่า ทันทีที่ชานนท์ตื่นมาเห็นใบลาออกแผ่นนี้พร้อมรอยเขียนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาจะสติหลุดด
“งานที่ปารีสราบรื่นดีใช่ไหมวิ” ชานนท์รีบตัดบทเอ่ยถามเสียงเรียบ ก่อนจะวางพะแพงลงนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างใจเย็นวิภาวรรณชะงักไปเล็กน้อย เมื่อคำว่าปารีสกระตุกให้นึกถึงบทบาทเมียลับที่เธอเพิ่งไปเสพสุขกับรังสรรค์มา ความรู้สึกผิดที่แล่นวาบขึ้นมาทำให้ความขุ่นเคืองชะงักไปชั่วขณะ ก่อนเธอจะรีบปรับสีหน้าเป็นวางท่าเย่อหยิ่งตามเดิม“ก็ดีค่ะ... งานเยอะมาก วิเหนื่อย อยากพักผ่อน” วิภาวรรณตอบ ตัดบททันทีโดยไม่แม้แต่จะหันมาสบตาสามี ยังไม่ทันสิ้นคำดี โทรศัพท์มือถือในมือของเธอก็สั่นครืดขึ้นมา วิภาวรรณก้มมองหน้าจอแล้วรีบกดรับ สายตามีแววตื่นเต้น ก่อนจะเดินเลี่ยงออกประตูไปคุยที่หน้าบ้านทันที ด้วยน้ำเสียงนุ่มหวานออดอ้อนที่ชานนท์ไม่เคยได้ยินมานานนับปี “ค่ะท่านประธาน... วิถึงบ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ... คิดถึงเหมือนกันค่ะ”วิภาวรรณกระซิบกระซาบกับรังสรรค์ผ่านสาย ยืนหันหลังกลับออกไปนอกบ้านเพื่อบดบังรอยยิ้มฉ่ำหวานขณะเดียวกัน ชานนท์ที่ยืนมองตามหลังภรรยาก็เหลือบไปเห็นกวางกำลังป้อนข้าวและหยอกล้ออยู่กับน้องพะแพง รอยยิ้มอ่อนโยนของหญิงสาวกับท่าทีเอาใจใส่เด็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติทำให้ภาพตรงหน้าดูอบอุ่นราวกับแม่ลูกกันจริง ๆกว
สายน้ำอุ่นจากฝักบัว Rain Shower ฉีดพร่างพรมลงมากระทบเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนทั้งสอง หยดน้ำเกาะพราวไปตามแผ่นหลังแกร่งและแผ่นหลังเนียนนุ่ม ชานนท์มองเรือนร่างสั่นเทาและทรวงอกอวบอิ่มชูชันของเมียเด็กผ่านละอองน้ำด้วยสายตาโหยหา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม เขาหมุนปิดน้ำแล้วจับร่างบางให้หันหน้าเข้าหาเขา หลังมือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มเปียกชื้นอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ ย่อกายลงนั่งบนพื้นกระเบื้องในห้องน้ำที่เปียกปอน มือกว้างทั้งสองข้างยึดบั้นท้ายงอนงามไว้มั่น “พี่นนท์... อื้อ! จะทำอะไรคะ…” กวางกระซิบเสียงพร่า สองมือยันไหล่หนาไว้มั่น ร่างกายสะท้านด้วยความเสียวซ่านและตื่นเต้น“ขอพี่ชิมหน่อยนะจ๊ะ” ชานนท์กระซิบตอบเลื่อนมือไปประคองเอวคอด รั้งร่างบางเข้าหาตัว แล้วยกขาเรียวข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่า ก่อนจะซุกใบหน้าเข้าหาจุดอ่อนไหวกลางกายสาวทันที“อ๊ะ! พี่นนท์”ลิ้นหนาร้อนระอุเซาะเลียไล้ความหวานฉ่ำอย่างละเมียดละไม สลับกับจังหวะรัวลิ้นกระตุกเกร็งจนคนตัวเล็กต้องแหงนหน้าขึ้น ร่างกายอ่อนระทวยแทบล้มพับ สองมือเรียวเปลี่ยนจากการยึดไหล่กว้างมาเป็นขยุ่มกลุ่มผมเปียกชื้นของเขาไว้แน่นเพื่อระบายความเสียวซ่าน ลิ้นร้ายก







