Masuk“ไม่ใช่ว่ามีคนอื่นนะ เชอรี่งอนจริงๆ”
คนถูกถามไม่หือไม่อือ ผลักจานสลัดออกห่างเมื่อมันไร้ความอร่อย
ยุริญดาเองก็รวบช้อนเพราะอิ่มขึ้นมาดื้อๆ เชอรี่มองหล่อนด้วยดวงตาที่ไม่เป็นมิตรนัก
“พี่แทนมากับป้านี่ได้ไงคะ” เชอรี่พยักพเยิดใส่รุ่นพี่ปีสาม ปกติถ้าเห็นพี่ยุก็ต้องเห็นพี่กรด้วย แต่คราวนี้มีแค่สองคน เลยไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
“อะแฮ่ม! บังเอิญน่ะ บังเอิญ...” เขาตอบน้องปีหนึ่งแล้วเฝ้าดูว่าแม่ตัวแสบจะทำอย่างไร
“ไม่ใช่ว่าจะมาอ่อยเพื่อนพี่ชายใช่ไหม แหม...เนียนเชียวนะ”
แม่เชอรี่ปีหนึ่งเริ่มหาเรื่องใส่ตัว ไม่รู้ละนะ ของแบบนี้ต้องกันไว้ก่อน
ยุริญดาเม้มปากแน่น ก่อนจะยกแก้วน้ำปั่นขึ้นจิบสวยๆ ตายังมองน้องนักศึกษาผู้ปากหมาไม่รู้กาลเทศะ
“เชอรี่”
“อะไร?”
“ไม่เสือกสิคะ เชอรี่ไม่เสือกเรื่องพี่นะคะ”
ยุริญดาโต้คืนพร้อมรอยยิ้มหวาน เชอรี่หน้าเจื่อน ส่วนแทนไทอมยิ้ม
“พี่แทน! เพื่อนพี่ว่าเชอรี่ได้ยินไหมคะ”
แทนไทไม่หือไม่อือ เอาแต่นั่งอมยิ้มแล้วมองวงหน้าของยุริญดา หล่อนเองก็จ้องเขาอยู่ แต่ไม่รู้ว่าคิดอะไรกันแน่ ดวงตาคู่นั้นช่างอ่านยากเสียจริง
“เป็นรุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่สิ นี่พี่นะคะไม่ใช่ป้า ทีหน้าน้องโบกแป้งหนาเป็นกิโลฯ พี่ยังไม่ทักไม่ท้วงเลย พี่มีมารยาทมากนะคะ!”
“นี่แก...แก!”
“ชู่ว์...ไม่ขึ้นเสียงใส่รุ่นพี่สิคะ เดี๋ยวโดนหมายหัวนะน้อง” สั่งสอนแล้วแสร้งยิ้มส่งให้ ก่อนจะหยิบเอาสายกระเป๋าขึ้นคล้องไหล่
“จะไปแล้วเหรอ” แทนไทถาม
“อือ...ก็อิ่มแล้วนี่ ไปกันเถอะค่ะ”
ยุริญดาทำทีชวนบุรุษคนเดียวที่นั่งอยู่ เชอรี่หูผึ่งทันใด
“จะไปไหนกัน”
“โรงแรมมั้ง”
แม่ตัวแสบของแทนไทโต้คืนน้องนักศึกษาแล้วก้าวออกจากโต๊ะ แทนไทแทบจะกระโดดตามไป แต่ติดที่ร่างเขาถูกเชอรี่เกาะอยู่ เขาสลัดหล่อนจนพ้นทาง เร่งฝีเท้าก้าวออกมาหน้าร้าน ทันได้จับแขนยุริญดาที่ยืนรอข้ามถนน
“เธอจะไปไหน”
“ไปห้องสมุด อ่านหนังสือรอเข้าเรียน”
“เอ้า? ไหนบอกจะไปโรงแรม”
“โรมแรมกะผีน่ะสิ ฉันล้อเล่น พี่ไปกะน้องเขาเถอะ ไปปลดปล่อยนะพี่นะจะได้ไม่อารมณ์ค้าง อย่าลืมซ้อนถุงยางด้วยล่ะ เห็นน้องเชอรี่แรดขนาดนั้นแล้วฉันเป็นห่วง” แนะนำเขาแล้วก็ยิ้ม
แทนไทกัดฟันกรอดๆ แม่คนนี้คุยดีด้วยไม่ได้ หักหลังกันตลอด ทำไมมาพูดให้อยากแล้วชิ่งหนี มันน่าจับตีก้นนัก
ยุริญดายิ้มขัน เห็นหน้าพี่แทนแล้วสมใจ คงอยากจะฟัดกับเธอยันเช้า รอไปก่อนนะคะคุณพี่
“เอ๊ะ? นั่น...ป้ามัทนี่นา” เธอทักขึ้นมาเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของถนน สตรีร่างสูงโปร่ง หน้าตาสะสวย เจ้าหล่อนกำลังเดินตรงมาทางนี้ คงไม่แปลกหากว่าอีกฝ่ายไม่เคยประกาศว่าจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ และคงไม่แปลก หากว่าคุณป้าคนสวยจะไม่ใช่มารดาของแทนไท เธอรีบยกมือไหว้เมื่ออีกฝ่ายข้ามถนนมา ส่วนคนที่ยืนข้างๆ นั้น ตัวแข็งเป็นหุ่นไปแล้ว
มัทรี มนวัตร สตรีวัยสี่สิบปลายๆ ยิ้มให้เด็กสาวที่เห็นมาแต่เล็กแต่น้อยเพราะบ้านอยู่ติดกัน ส่วนอีกคนนั้น หากไม่ติดว่าเขาโตแล้ว ก็อยากจะดึงเขามากอดแรงๆ
“ป้ามัท? มาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
ยุริญดาถามอย่างตื่นตะลึง ก็นึกว่าอีกฝ่ายอยู่อังกฤษเสียอีก
“ไม่กี่วันก่อนน่ะ ป้ามาทำธุระแถวนี้ก็เลยแวะมาหา เผื่อว่าจะได้เจอลูกชาย แล้วก็ได้เจอจริงๆ หนูยุสบายดีใช่ไหมจ๊ะ”
“ค่ะ สบายดี ทุกคน...สบายดีมากๆ ป้ามัทละคะ”
“จ้ะ ป้าก็สบายดี แล้ว...”
มัทรีมองบุรุษตัวสูง ที่ใบหน้ามีเค้าของตัวเอง
“ฉันไปรอที่ห้องสมุดแล้วกัน”
แทนไทตัดบทแล้วจะชิ่ง แต่ถูกแม่ตัวแสบดึงแขนไว้
“พี่! อยู่ก่อนสิ จะไม่คุยกับป้ามัทหน่อยเหรอ” ยุริญดาท้วงถาม แต่อีกฝ่ายอึกอักอ้ำอึ้ง เธอเลยเป็นฝ่ายถอยออกมาให้แม่ลูกได้คุยกัน
มัทรีมองลูกชายคนเดียวอย่างพิจารณา เอื้อมมือไปหาหมายว่าจะแตะตัวสักนิด แต่ลูกชายกลับเบี่ยงกายหนี คนเป็นแม่ได้แต่ยิ้มอย่างขออภัย หยดน้ำใสรื้นขึ้นมาในดวงตาคู่งาม
“ขอโทษนะแทน แม่ขอโทษ”
“ผมไม่อยากได้ยินแล้ว กลับไปเถอะ”
แทนไทไม่ยอมมองหน้ามารดา การหย่าร้างระหว่างบุพการีเมื่อห้าปีก่อนทำให้เขาเสียศูนย์ไม่น้อย ตอนนี้เขาทำใจได้แล้ว เขาอยู่ได้โดยไม่ต้องมีพ่อหรือแม่ แค่มีเงินก็พอ
“อย่าไล่แม่เลย แม่...ตั้งใจมาหาลูกนะ”
คนเป็นลูกยิ้มเยาะเมื่อได้ยินอย่างนั้น
“บ้านก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่เห็นไปหาสักที”
“ก็รู้นี่นาว่าทำไมแม่ถึงไม่ไป เจอหน้าพ่อเราก็คงได้ทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น” ปฏิเสธลูกด้วยความจริงที่ลูกย่อมรู้อยู่แก่ใจ ที่มานี่ ก็เพราะอยากจะคุยกับลูกตามลำพังโดยไม่มีสายตาของอดีตสามีคอยกวนใจ
“แค่นี้ใช่ไหมครับ”
“แทน...แม่คิดถึงลูกนะ”
คำว่า ‘คิดถึง’ กระแทกที่หัวใจจนร่างของลูกชายมึนชา ความรักและคิดถึงของคนเป็นแม่อย่างนั้นหรือ ไม่มีใครรักเขาหรอก มีแต่ผู้ใหญ่สองคนที่รักแต่ตัวเอง
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
...........วันแรกๆ ที่ไม่มีแทนไท ยุริญดาตื่นเช้ากว่าที่เคย เธอคิดว่าเป็นโรคประหลาด เหมือนจะหูแว่วได้ยินเสียงเครื่องดูดฝุ่น และพอมันเป็นเพียงแค่สิ่งที่เธอคิดไปเอง เธอเลยนอนไม่หลับ คอยแต่จะเงี่ยหูฟังโดยอัตโนมัติเธอกลับมาที่คอนโดฯ คนเดียว แม้ว่ามารดาคะยั้นคะยอให้อยู่บ้า
“คงดีกว่าถ้าคุณกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย อย่างน้อย ผมจะได้เป็นพยานได้ว่าฝีมือของเจ้านายผมไม่ได้ทำให้คุณถึงแก่ชีวิต”ปิ่นมุกเม้มปาก ปัดมือเขาออกอย่างสุภาพที่สุด“เพราะผลประโยชน์สินะ ช่างเป็นเลขาที่เลอค่าเหลือเกิน”“อือฮึ เชิญ...ผมจะไปส่งคุณที่
สารภาพออกมาอย่างเหลืออด ก็ตั้งแต่วันที่ตกลงว่าจะไปจดทะเบียนสมรส จนถึงวันนี้ก็เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้จดสักที ยุริญดาบ่ายเบี่ยงตลอด“พี่อ่า...”ยุริญดาหน้าเง้าหน้างอ อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่เห็นต้องไปจดทะเบียนให้ยุ่งยากเลย“พ่อๆ แม่ๆ ถามพี่ไม่เว้น
“พี่!? คอ! คอจะหักไหม!” ถามเขาแต่เขาหัวเราะใส่ ก็เธอกลัวจริงๆ นี่ เขาเลยจับบั้นท้ายเธอดีๆ ให้ตั้งวางอย่างเหมาะสม ความสาวของเธอกำลังอ้าอมท่อนลำแห่งชาย ในท่านี้นั้นเธอเห็นมันอย่างชัดเจน เขาจงใจสินะ จงใจให้เธอเห็นว่าเขาทำอะไรกับเธอบ้าง และมันช่างสร้างแรงกำหนัดได้ดีเหลือเกิน







