ログインชายหนุ่มดึงกางเกงขึ้นมาคล้องเอวไว้ลวกๆ เสื้อที่สวมอยู่กระดุมถูกปลดลงถึงสามเม็ดด้วยกัน เขามองคนที่ยืนอยู่ในกระจกเงา โครงหน้าคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสันกับริมฝีปากรูปกระจับที่งดงามไม่แพ้อิสตรีนั้น ทำให้สาวๆ หลงใหลเขาไม่น้อย เขาไม่เคยปฏิเสธเมื่อพวกหล่อนเสนอ
เขาตอบแทนคนที่บำเรอรักให้เขาอย่างคุ้มค่าเสมอ หากถามว่าเหตุใดที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ แน่นอนมันเป็นเพราะตัวเขาเองนี่แหละ หรือไม่ก็เพราะมีคนทำให้ดูโดยไม่ต้องเอ่ยปากบอกสอน แทบจะทุกเช้าที่เขาเดินสวนกับอีหนูของบิดา พวกหล่อนมาไม่เคยซ้ำหน้า และไม่เคยมีคนไหนที่มาแบบไม่เต็มใจ ทุกอย่างแลกได้ด้วยเงิน โดยเฉพาะเซ็กซ์!
กระดุมเสื้อที่เหลืออยู่ถูกแกะออกช้าๆ วันนี้เขาจะเริงรักกับน้องเชอรี่ให้คุ้มกับที่โดดเรียนมาเลย
ครืดๆ ครืดๆ
โทรศัพท์สั่นแรงในกระเป๋ากางเกง เขาล้วงออกมาดู แม่ตัวแสบน้องสาวเพื่อนส่งข้อความมา หล่อนไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันเล่าว่าเขาอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่
‘พี่แทน เสร็จยัง?’
‘หือ?’ เขาพิมพ์ข้อความโต้ไป ยิ่งรู้จักยุริญดามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งตกใจในความไม่เหมือนใครของหล่อน
‘ก็ธุระกับน้องเชอรี่ของพี่น่ะ’
‘ทำไม สนใจมาร่วมวงเหรอ’
‘งั้นมั้ง ฮ่าๆๆ’
แทนไทส่ายหัวให้ข้อความไร้ความจริงนั้น หลังจากถูกหล่อนหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็พอจะรู้ทางแม่ตัวแสบ
‘ถ้าพี่เรียบร้อยแล้วซื้อชาไข่มุกมาให้หน่อยสิ’
หัวคิ้วสีนิลสนิทเริ่มขมวดเข้าหากัน ‘เธอใช้ฉันเหรอ?’
‘เปล่า...ไหว้วานไง ฉันเข้าเรียนแล้วดันหิวน้ำ แล้วตอนเลิกคลาสก็ต้องไปเบียดซื้อน้ำกับเพื่อนๆ อีก มันร้อนด้วย’
แทนไทเม้มปากแน่นๆ ระอาในความเยอะของยุริญดา เห็นเขายอมเข้าหน่อย ได้คืบจะเอาศอกนะ
‘ใช้ไอ้กรสิ นั่นพี่เธอนะ’
‘วันนี้พี่กรมีเรียนบ่าย เขายังไม่มามหา’ลัย’
‘แต่ฉันอยู่โรงแรม! ประสาทหรือไง! อยากกินอะไรก็สั่งแกร็บสิยัยโง่!’
ยุริญดาหยุดส่งข้อความไปเกือบนาที เมื่อเพื่อนพี่ชายส่งข้อความแบบนั้นมา แทนไทก็รู้สึกผิดไปอีกที่เผลอไปด่าสาวเจ้า
‘เออๆ ไม่ต้องมา ไม่แดกละ! ไปทำธุระของพี่ต่อเถอะ ขอโทษทีละกัน’
ยามหญิงสาวประชดกลับ แทนไทก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในปากอย่างรำคาญ
‘จะอะไรนักหนา เธอกวนประสาทฉันนะเนี่ย แค่ชาไข่มุกแก้วเดียวก็ไปรอคิวซื้อเองสิ’
‘ก็มันร้อนนี่นา แล้วไหนๆ พี่ก็โดดเรียนแล้ว ใช้หน่อยก็ไม่ได้ ไม่เป็นไร ฉันไปต่อคิวซื้อเอง ถึงคิวจะยาวไปนิด ยืนเบียดๆ กันหน่อยก็ไม่เป็นไร ผู้ชายคลาสนี้ก็งานดีเยอะอยู่ ยืนเบียดกันนมชนนมก็สนุกดี”
‘ยุ!? อย่ากวนประสาท’
‘กวนประสาทอะไรเล่า ก็คนมันเยอะ ยืนเบียดกันหน้าร้านนี่นมชนนมจริงๆ นะพี่’
แทนไทอ้าปากค้างกับข้อความของสาวเจ้า ตอนตั้งชื่อลูกนี่มารดาหล่อนคิดอะไรอยู่นะ แม่คนนี้ถึงได้ช่างยุสมชื่อจริงๆ
‘เออ!’
‘เอออะไรของพี่’
‘เดี๋ยวไปซื้อให้ไง!’
แล้วแม่ตัวแสบก็ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจมาให้เขา คงจะถูกใจหล่อนกระมัง
‘น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย แต่งงานกันเมื่อไหร่ฉันจะจัดให้พี่หลายๆ ดอกเลย จริงๆ’
‘พูดมาก! แค่นี้นะ ไม่ต้องส่งข้อความมาอีก’
‘รับทราบ! แต่ว่า...วันนี้พี่จะไม่เข้าเรียนจริงเหรอ พี่มีเรียนตอนกี่โมงบ้างเนี่ย’
‘สิบโมงครึ่งมั้ง คลาสวิชา...’ เขาพิมพ์ชื่อวิชาลงไป หล่อนก็ส่งสติกเกอร์ Ok กลับมา พร้อมกับคำขอบคุณ
‘ขอบคุณน้า...พี่แทนใจดีที่ซู้ดดด!!! ไม่ต้องรีบก็ได้ กว่าจะเลิกคลาสอีกตั้งชั่วโมงแน่ะ’
‘อือ...เลิกคลาสแล้วรออยู่หน้าตึก ไม่ต้องไปต่อคิว แดดมันร้อน’
‘ค่า!!!’
แทนไทโคลงศีรษะแรงๆ ก่อนจะยัดโทรศัพท์เข้าไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วเริ่มแต่งตัวให้เรียบร้อย คำถามที่เกิดขึ้นในหัวเขาตอนนี้ก็คือ เขาไปยุ่งกับแม่คนนี้ทำไมกันนะ สลัดหล่อนออกไปได้ไหม สลัดหล่อนออกนอกโลกไปเลย!
เขาแต่งตัวเสร็จก็เดินไปเคาะประตูห้องน้ำ จริงอยู่ที่กว่าคลาสของยุริญดาจะเลิกนั้นอีกตั้งชั่วโมง แต่เขายังต้องขับรถกลับไปที่มหา’ลัย และยังต้องไปรอซื้อชาให้หล่อนอีก
เชอรี่โผล่ร่างชุ่มน้ำออกมาเกือบครึ่ง บ่าหล่อนยังมีฟองสบู่ติดอยู่
“รีบหรือคะพี่ แป๊บเดียวน้า เชอรี่ล้างฟองก่อน หรือพี่อยากจะอาบด้วยกันคะ” เชอรี่ถามแล้วยิ้มยั่ว
แทนไทไม่ตอบหล่อน แต่ควักกระเป๋าหยิบแบงก์สีเทาออกมาสี่ห้าใบ
“ค่าเสียเวลาน่ะ ฉันต้องกลับแล้ว”
“เอ้า!? ทำไมล่ะ”
“ก็...พอดีมีคนอยากกินชาน่ะ”
“คะ?”
“ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของเธอ อาบน้ำเสร็จจะนอนต่อก็ได้นะ ฉันจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเอง ไปละ”
แล้วแทนไทก็ชิ่งหนีน้องเชอรี่ ไม่สนแม้ว่าแม่คนสวยจะร่ำร้องให้เขาอยู่ต่อ จะยังไงตอนนี้เขาก็ปลอดโปร่งโล่งกายแล้ว และเขาก็จ่ายค่าเสียเวลาให้หล่อนแล้วด้วย ที่ต้องทำก็แค่รีบขับรถไปให้ทันเวลาเลิกคลาสของยุริญดา ซื้อชาแล้วไปรอหล่อนที่หน้าตึกคณะ แค่นั้นเอง
...........
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
“เขาควรได้เจอผู้หญิงดีๆ ที่คู่ควรกับเขาสิ ทำไมเธอต้องมาขวางด้วย ถ้าไม่มีเธอสักคน เขาคงตัดใจแล้วคบหาคนอื่นได้ เธอรักเขาจริงเหรอ หรืออยู่กับเขาเพราะไม่มีที่ไป เธออยากได้เท่าไหร่ล่ะ ให้ฉันจ่ายให้ไหม”น้ำตาของริษาร่วงเผาะ แค่คำพูดทำไมถึงกรีดหัวใจได้มากขนาดนี้นะ เธอทำผิดอะไรนักหนา แ
“กรี๊ดดด!!! วางลงเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวฉันตก อ๊ายยย!!!” ร้องลั่นเมื่อแทนไทรวบเอวเธอขึ้นไปแล้วจับสองขาเธอคล้องไว้ที่เอวเขา ในขณะที่ท่อนลำอันร้อนผ่าว ยังเชื่อมชิดติดกับส่วนนั้นของอิสตรีแทนไทลุกลงยืนข้างเตียง ก่อนจะกระแทกร่างเข้าหาหล่อนซ้ำๆ นำพาความซ่านเสียวปรนเปรอให้อย่างลึกล้
“เชอะ! กลับมาแล้วยังไงล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงสั่งให้ใครไปหาก็ได้” บ่นๆๆ แล้วดึงเสื้อตัวสวยออกมาจากไม้แขวน วันนี้เธอแต่งหน้าจัดเต็มมาก สวยแหละ สวยเลิศเลอเอาให้ตะลึงตาค้าง แต่ว่า...เธอจะใส่ชุดไหนดี ให้ตายเถอะ! เสื้อผ้าเต็มตู้ แต่ไม่มีตัวจะใส่!“จะบ้าตาย!” ร้องดังๆ
“อือ…พอมีตังค์สักนิดก็อยากซื้อที่ทางให้ตัวเองน่ะ เผื่อกลับมาอยู่ที่นี่ตอนแก่”“อะไรกัน ไหนว่าตอนหย่าคุณไตรให้พี่เยอะไม่ใช่เหรอ พี่ไม่ต้องทำงานยังได้” ยุภาถามด้วยสงสัยยิ่ง“ดูพ่อตาแทนก่อนเถอะยุภา อีกสิบปีข้างหน้า น่ากลัวจะเหลือแต่ตัว ฉันเลยเก็บส่วนนั้นไว้ให้ลูกดีกว่า เขาจะได้มีทุนรอนตอนแต่งงานบ้าง”







