LOGINเหมยลี่ไม่เข้าใจ แต่เฉินกลับว้าวุ่นใจ
หลังจากขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเขาก็กลับมานอน ทว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ สัมผัสคับแน่นยังติดตรึง กลิ่นตัวหอมๆ ก็ด้วยที่ติดจมูกกลับมา
ถึงว่า! ทำไมคุ้นทั้งเสียงทั้งกลิ่น
สิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เขาว้าวุ่นเท่ากับว่าเขาเอาน้องสาวเพื่อน
ไอ้คุณรู้กูตายคาตีนมันแน่
เขาบอกไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ มันจะเป็นความลับตลอดไปได้หรือไม่ แต่เขาไม่อยากให้เหมยลี่ไปทำแบบนี้กับใครอีกจนมานั่งเสียใจและพูดว่า..ไม่น่าเลย
แค่มาพลาดกับเขามันก็ไม่สมควรเกิดขึ้น
แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เป็นเขาไม่ใช่คนอื่น
"มีเรื่องเครียดเหรอวะ จัดงานแล้วมีปัญหาไง"
นั่งทำงานอยู่จอมพลเอ่ยทักเฉิน ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นตลอดเวลา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาจะมีปัญหา
"ไม่มี"
"ไม่มีแล้วคิ้วมึงต้องชิดเบอร์นี้เลย"
"มันเป็นเอง กูพยายามแล้ว"
พยายามจะไม่คิดอะไรและเฝ้ารอเวลาตอนเย็นจะไปเอาคำตอบที่ต้องได้ยินว่าตกลงเท่านั้น เขาไม่มีทางยินยอมให้เหมยลี่นัดเดทนัดบอดนัดสวบกับใครอีกแน่
ไม่ใช่เฉินคนเดียวที่ออกอาการเครียดและกังวล เหมยลี่ก็ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อคืน ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายเสียเมื่อไหร่
ถูกเปิดซิงเจ็บเป็นบ้า
แถมยังต้องมานั่งตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรดีอีก
"ให้รีวิวก็ไม่ยอม แกงกฉันก็จะงก"
วิชชี่พูดจาเหน็บแนมตั้งแต่เช้าถึงได้รู้ว่าพอเธอขึ้นรถไป เพื่อนก็ไปเลยจึงไม่เห็นว่ามีรถเก๋งสีดำอีกคันมาจอด
ส่วนคุณแบล็คน่ะเหรอ ยังไม่ได้เปิดอ่านแชทล่าสุดของเขาเลย
"เรื่องแบบนี้ไม่ต้องเล่าก็ถูกแล้ว เราก็คงไม่อยากไปอยู่ในบทสนทนาของผู้ชายใช่ไหมล่ะ"
ลูกตาลยื่นขนมปังให้เหมยลี่ "กินหน่อย วันนี้แกไม่ยอมกินข้าวเลยนะ"
เห็นท่าทางของเหมยลี่ ลูกตาลคิดเอาเองว่าคงถูกคุณแบล็คเทหลังจากจบคืนเร่าร้อน นี่ล่ะหนาที่เขาบอกว่าอย่าเอาใจลงไปเล่น
"เฮ้อ! ฉันกลับดีกว่า"
"ไม่ไปเดินตลาดนัดแล้วเหรอ"
"รู้สึกปวดหัวน่ะ เอาไว้รอบหน้านะ"
"งั้นเดี๋ยวเดินไปส่งขึ้นรถ ป่ะ.."
"ไม่ต้องๆ พวกแกไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกหลังมอ จะซื้อเคบับกินสักชิ้น"
ปฏิเสธแล้วรวบของจากมือวิชชี่มาถือ โบกมือลากันที่หน้าตึกคณะแล้วเดินมาทางหลังมหาวิทยาลัย มาเจอะเจอกับแอลลี่ที่กำลังเดินขายขนมอยู่พอดี
"อาซ้อแอลลล"
เจอว่าที่พี่สะใภ้เหมยลี่ก็เข้าไปสวมกอดเธอ เหล่ตามองขนมในตะกร้า
"หิวอ่า"
"หิวก็เอาไปกินเลย"
"สองอันนะคะ"
แอบลี่หยิบขนมมินิเค้กที่เธอทำให้น้อง เคบับที่ร้องว่าจะกินก็หมดความหมาย
"ทำไมยังเดินขายอยู่ล่ะคะ กริ๊งไปบอกคุณแฟน ก็คงเหมาหมด"
"ก็เพราะเป็นแบบนั้นไงเลยไม่กริ๊ง อยากให้คนอื่นได้กินบ้าง พี่คุณกินคนเดียวเดี๋ยวอ้วน"
"อ๋อ เดี๋ยวจากคนแซ่บจะกลายเป็นพี่หมีใช่ม๊า"
"ช่าย"
"อิจฉา"
"ไม่ต้องอิจฉาหรอก เดี๋ยวก็มีมาเชื่อพี่สิ พี่ไปก่อนนะ คนจะหมดมอแล้ว"
"ค่า ขายดิบขายดีนะคะซ้อ"
โบกมือลาว่าที่พี่สะใภ้ก็หันหลังเดินต่อ
เดี๋ยวก็มีมาเหรอ.. มีคนเสนอตัวอยู่ตอนนี้ไง
และเหมือนว่ารถเก๋งสีดำคันเดียวกับเมื่อคืนจะจอดอยู่ข้างหน้าด้วย เหมยลี่เห็นแล้วแต่ทำทีไม่สนใจ คิดว่าเฉินอาจจะมาจอดรถเฉยๆ เลยทำทีเดินผ่านไป ทว่าท่อนแขนกลับถูกคว้าทันทีที่กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลง
เฉินสวมใส่แว่นตากันแดดสีดำแบรนด์หรูบดบังดวงตา ทว่าก็มองออกว่าเขากำลังออกคำสั่ง.. มาขึ้นรถ โดยไม่เอ่ยปากพูด
"ขึ้นรถเหรอคะ" เหมยลี่เลยต้องถามย้ำกันหน้าแตก
"ครับ"
"ไปไหนคะ"
"ไปให้คำตอบเฮีย"
เกรงจะมีคนเห็นเหมยลี่เลยรีบขึ้นรถ ขึ้นรถมาปุ๊บก็มีถุงกระดาษมาวางลงบนหน้าตัก เธอไม่รีรออ้าปากถุงดู
"ไก่ป็อป! เฮียซื้อมาฝากเหมยเหรอ"
"ครับ"
"เหมือนรู้ว่าเหมยกำลังหิวเลย งั้นขอกินเลยนะคะ"
ขนมปังกับมินิเค้กถูกเมิน เหมยลี่เลือกจะกินไก่ป็อปแสนอร่อยจากแบรนด์ดัง เคี้ยวตุ้ยๆ จนสองแก้มป่องแล้วหันไปทำตาเหล่ใส่คนขับหวังให้เขาขำ
แต่คนอะไรขี้เก็กที่หนึ่ง ไม่ขำไม่ว่ายังมาขมวดคิ้วใส่หรือเขาจะเคืองที่ไม่แบ่งให้กิน
"แบ่งให้ก็ได้ค่ะ"
ช้อนส้อมพลาสติกจิ้มไก่ป็อปหนึ่งชิ้นแล้วยกขึ้นมาจ่อตรงหน้าเฉิน พอเขาจะอ้าปากรับ ไก่นั้นก็ลอยกลับไปคาอยู่ในปากคนป้อน
เหมยลี่ยักคิ้วกวน ได้แกล้งเขาสนุกจริงๆ เลย
แต่เธอคงไม่รู้ว่ากระดูกคนละเบอร์กับเขา รถจอดติดไฟแดงเฉินก็พุ่งเข้าหาแล้วแย่งไก่ป็อปนั้นมากิน ได้ไก่ไปแล้วก็ยังไม่ผละห่าง ดูดดึงริมฝีปากรุนแรงราวกับจะฟื้นความทรงจำเมื่อคืนนี้
"อื้อ!"
จูบจนคนถูกจูบร้องท้วง เฉินถึงได้หยุดผละห่างแล้วยกยิ้มอย่างผู้ชนะ
"ห้องเราหรือห้องเฮีย"
"ปะ ไปทำไมคะ"
"ไปคุยกันไง"
"คุยที่ไหนก็ได้ไหม จำเป็นต้องไปห้องด้วยหรือไง"
พลั๊ก! สัญญาณเปลี่ยนเป็นไฟเขียวเธอก็ผลักเขาออกห่างแล้วเบือนหน้าหันหนีมาอีกทาง
เป่าลมออกจากปากเบาๆ ไล่ความรู้สึกปั่นป่วนในอกและช่องท้อง
ไอ้เฮียเฉินบ้า! มีใครเห็นไหมก็ไม่รู้
"ห้องเฮียแล้วกัน"
เฉินเลือกให้แล้วหักพวงมาลัยเลี้ยวซ้ายเปลี่ยนเส้นทาง ดวงตาเหล่มองคนข้างๆ
ก็ไม่ได้แน่ไปทุกเรื่องนี่หว่า
รถหรูตรงดิ่งมายังคอนโดมิเนียมของเฉิน เขาจับจูงมือคนตัวเล็กที่ทำตัวเป็นเด็กน้อยห้าขวบสนอกสนใจมองนั่นมองนี่ เหมยลี่หยุดดูแม้กระทั่งต้นไม้หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เอานิ้วไปเขี่ยๆ ดูว่าของจริงของปลอม
"ไป" เฉินสอดมือเข้าใต้รักแร้ยกคนตัวเล็กลอยหวือเข้ามาในลิฟต์ พอเข้ามาในนี้ก็ยืนอ่านป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ
"อุ๊ยเฮีย มีคนทำแบบนี้ด้วยเหรอ"
นิ้วชี้เล็กจิ้มลงไปในข้อคำเตือนการอยู่อาศัย
"ห้ามทิ้งถุงยางอนามัยใช้แล้วลงมาทางระเบียง เฮียหรือเปล่าเนี่ย"
"ก็รอดูว่าใช่ไม่ใช่"
"จะรอดูยังไงอ่ะคะ"
เหมยลี่เอียงคอทำตาแป๋วสงสัย
คิดจะนัดกับผู้ชาย ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายไม่ได้สักข้อ ไอ้คุณมันสอนน้องยังไง
ลืมไป.. มันเอาเวลาไปขลุกอยู่แต่กับเมียมาเกือบปี ตอนนี้ก็ยิ่งห่างไม่ได้เพราะกลัวเขาจะทิ้ง
งั้นเดี๋ยวจะเสียสละดูแลอบรมสั่งสอนคนนี้ให้แล้วกัน
ขนมปังปิ้งหน้าเนยนมพร้อมเสิร์ฟ เหมยลี่ออกมานั่งกินมัน เอามันจิ้มโอวัลติน กินเหมือนเด็กที่กำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน"เหมยก็กำลังไปเรียนนี่ไง เดี๋ยวจะไปกินปาโก๋จิ้มนมต่อด้วยค่ะ""แล้วจะกินไหว?""เหมยกระเพาะใหญ่ค่ะ""อือ จิ๋มก็ใหญ่" แค้กๆๆ เหมยลี่ถึงกับไอโครกครากรีบยกโอวัลตินขึ้นกระดกก่อนจะทำตาโตใส่เขา"พูดอะไรเนี่ย""พูดจริง ไม่ภูมิใจ?""ก็น่าภูมิใจ ถ้าเฮียไม่พูดตอนกิน" ขนมปังทั้งหมดถูกยัดใส่ปากเพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที"ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องกลับไปเอาของที่ห้อง เดี๋ยวเหมยไปเลยนะคะ" เฉินเก็บรวบของทั้งหมดไปวางในซิงค์ล้างจาน เดินตามหลังเหมยลี่มาหน้าประตูห้อง ย่อตัวนั่งสวมใส่รองเท้าผ้าใบให้อย่างเบามือเหมยลี่ขบกัดริมฝีปาก หัวใจเต้นตึกตัก วันแรกดูแลดีขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอจะถูกดูแลแบบนี้ไหม อยากรู้จัง ฉะนั้นพรุ่งนี้เธอก็ต้องอยู่กับเขาต่อพอออกมาจากห้องมือเล็กก็เข้าไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ จับจูงกันลงมาชั้นล่าง มีรถแท็กซี่มาจอดพอดี เหมยลี่เลยปล่อยมือแล้วโบกมือลา"เหมยไปนะคะ" แต่กลับไม่มีการตอบรับนอกจากการมองเฉยๆ เหมยลี่ดึงมือนั้นมาเกาหัวแก้เก้อแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ทว่าก้นกลับถูกฟาดตามหลังให้ขยับไปนั่งช
จบรอบสุดท้ายในห้องน้ำก็อาบน้ำให้สดชื่น ทว่าเหมยลี่หลับป็อกไปทันทีที่หัวถึงหมอน คนที่ตั้งใจจะไปหาข้าวให้เธอกินต้องชะงักและเปลี่ยนมาเป็นนั่งไดรฟ์ผมให้แทน ทั้งที่เจ้าตัวนอนคว่ำหน้ากางแขนกางขาเต็มเตียงนอน ทว่าเขาก็มีความสามารถเป่าผมให้เธอได้นั่นแหละติ๊งๆๆ มีเสียงแชทดังแทรกผ่านเสียงไดรฟ์ เฉินกดปิดอุปกรณ์แล้วมองหาจนไปพบเจอกระเป๋าสะพายตกอยู่แถวประตู เสียงแชทยังดังอีกสองครั้ง ด้วยความขี้เสือก อยากรู้จนตัวสั่นว่าใครรัวแชทขนาดนั้นมาหาเหมยลี่ เขาวางไดรฟ์ทิ้งไว้แล้วไปหยิบกระเป๋ามาหามือถือพอเจอเสียงแชทก็เด้งเข้ามาอีกหน 'เงียบไปเลยนะน้องหมวย ให้แก้ตัวเอาไหม นัดเจอกันใหม่ไหมครับ'แชทล่างๆ เป็นสติ๊กเกอร์ที่ส่งเข้ามาเรียก อยากเข้าไปตอบให้ใจจะขาดว่า 'หนูอยู่กับผัว' แต่ดันไม่รู้รหัสมือถือเครื่องนี้ เฉินเดินวนไปวนมา รู้สึกหงุดหงิดฉิบหายจนกลับมามองหน้าจอมือถืออีกครั้ง"ลายนิ้วมือนี่หว่า" เฉินเดินไปหาเหมยลี่ เสี่ยงหยิบนิ้วโป้งมาทาบหน้าจอไม่ผ่าน! เขาก็เปลี่ยนนิ้วใหม่เป็นนิ้วชี้ พลันคนตัวเล็กก็ขยับมานอนตะแคง สองมือใหญ่ยกขึ้น ใจหายวาบเตรียมตัวถูกจับได้ ทว่าทุกอย่างก็นิ่งสนิทไป เฉินรีบเอาหน้าจอมามองดู
เข้ามาในห้องชุดสองห้องนอนสองห้องน้ำเหมยลี่ก็วิ่งปรู๊ดไปมองกรอบรูปที่วางตั้งอยู่บนตู้โชว์ข้างทีวี"คนนี้น้องเฮียเหรอ เหมยจำได้ว่าเคยเจอเขาที่โซนวอ.""ใช่ เดี๋ยวค่อยดู มาคุยกับเฮียก่อน"เฉินยกคนตัวเล็กลอยขึ้นราวกับตุ๊กตาให้มานั่งบนโต๊ะกินข้าวในห้องครัว หันไปหยิบน้ำผลไม้กล่องจากในตู้เย็นมาเจาะหลอดแล้วยื่นให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" เหมยลี่รับไปดูด ดวงตาจ้องมองเฉินที่ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้า"เฮียขอคำตอบ""คบนี่คือเป็นแฟนเหรอคะ""ครับ""ไม่ใช่ว่าต้องชอบกันหรือรักกันเหรอคะถึงเป็นแฟนกันได้ ถึงเหมยจะไม่เคยมีแฟน แต่เหมยก็รู้แหละเฮีย""เฮียขอเหมยคบเพราะอยากรับผิดชอบ เกิดไอ้คุณรู้เราจะได้มีเหตุผลตอบมัน""อ๋อ ที่แท้ก็หาทางเอาตัวรอด เหมยแอบคิดว่าเฮียเป็นสุภาพบุรุษงี้""เฮียเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง เหมยพิสูจน์แล้ว"วันนี้เธอยังสู้เขาไม่ได้เลยนะ เหมยลี่ทำแก้มป่อง พูดคุยจริงจัง"เราไม่พูด เฮียคุณจะรู้ได้ไงคะ""มันไม่รู้หรอก แต่เฮียอาจจะไปบอกมันเองว่าให้ดูแลน้องดีๆ หน่อย นัดสวบกับผู้ชายแต่ดันขึ้นรถผิดคัน เจอไอ้ฆาตรกรโรคจิต มึงคงไม่ได้เห็นหน้าน้อง""พูดจาอะไรน่ากลัว""ชีวิตจริงเลย เหมยจะรู้ได้ไง
เหมยลี่ไม่เข้าใจ แต่เฉินกลับว้าวุ่นใจ หลังจากขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเขาก็กลับมานอน ทว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ สัมผัสคับแน่นยังติดตรึง กลิ่นตัวหอมๆ ก็ด้วยที่ติดจมูกกลับมาถึงว่า! ทำไมคุ้นทั้งเสียงทั้งกลิ่นสิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เขาว้าวุ่นเท่ากับว่าเขาเอาน้องสาวเพื่อนไอ้คุณรู้กูตายคาตีนมันแน่เขาบอกไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ มันจะเป็นความลับตลอดไปได้หรือไม่ แต่เขาไม่อยากให้เหมยลี่ไปทำแบบนี้กับใครอีกจนมานั่งเสียใจและพูดว่า..ไม่น่าเลยแค่มาพลาดกับเขามันก็ไม่สมควรเกิดขึ้นแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เป็นเขาไม่ใช่คนอื่น"มีเรื่องเครียดเหรอวะ จัดงานแล้วมีปัญหาไง" นั่งทำงานอยู่จอมพลเอ่ยทักเฉิน ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นตลอดเวลา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาจะมีปัญหา"ไม่มี""ไม่มีแล้วคิ้วมึงต้องชิดเบอร์นี้เลย""มันเป็นเอง กูพยายามแล้ว"พยายามจะไม่คิดอะไรและเฝ้ารอเวลาตอนเย็นจะไปเอาคำตอบที่ต้องได้ยินว่าตกลงเท่านั้น เขาไม่มีทางยินยอมให้เหมยลี่นัดเดทนัดบอดนัดสวบกับใครอีกแน่ไม่ใช่เฉินคนเดียวที่ออกอาการเครียดและกังวล เหมยลี่ก็ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อคืน ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายเสียเมื่อไหร่ถูกเปิดซิงเจ็บเป็นบ้า
จูบนั้นรุนแรงต่อเนื่องเคล้าเสียงครางต่ำในลำคอ เธออยากเห็นหน้าเขาจัง เสียงครางยังเท่ห์ขนาดนี้ หน้าตาจะต้องหล่อเหลาแค่ไหนทว่าภายในห้องมืดมิด มีเพียงเสียงไฟสีส้มที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกร็ดให้พอมองเห็นเลือนราง แต่เขานั่นแหละที่ไม่ให้โอกาสเธอได้มองอะไรนานเลย จูบจนพอใจก็ผละไปชั่วขณะให้เหมยลี่ได้ตั้งสติ เห็นเลือนรางว่าเขาถอดเสื้อ ถอดกางเกงและพุ่งเข้ามารูดรั้งเสื้อฮู้ดของเธอออก ตามด้วยการสอดมือเข้าไปในกระโปรงพลีสรูดรั้งแพนตี้ออกไปอย่างรวดเร็ว "คุณ..อื้อ!"คุณ.. เหมือนคนอดอยาก เธออยากพูดประโยคนี้ เขาพุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ แผ่ขยายความร้อนระอุมาแนบชิดกายดั่งกองเพลิงและแตะต้องเธอเหมือนคนใจร้อนจับสองขาเรียวแบะกว้าง ใช้นิ้วโป้งบดคลึงจุดที่ทำเธอสะท้านไปทั้งตัว เหมยลี่เริ่มตั้งสติไม่อยู่ ความวาบหวามโหมกระหน่ำรุนแรงเดี๋ยวเกร็งเดี๋ยวอ่อนระทวย สะโพกยกลอยนิดๆ สู้นิ้วนั้นและพยายามมองใบหน้าของเขา.. สันกรามคมจังและกลิ่นตัวหอมกรุ่นนี้.. เคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อนนะ"อื้อ!" ก่อนจะนึกออกว่ากลิ่นน้ำหอมนี้เป็นของใคร ช่วงล่างที่ปิดสนิทมาตั้งแต่เกิดก็มีบางอย่างสอดแทรกเข้าไป เหมยลี่สะดุ้งเฮือกผวารั้งเ
อีกวันเหมยลี่ชักชวนเพื่อนเดินไปหาเบลล์ถึงตึกคณะเพื่อพูดคุยเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ ตามหาจนพบเจอว่าเธออยู่ในห้องแสดงละครเวที เบลล์เห็นรุ่นน้องที่ไปทาบทามถึงตึกก็ละทิ้งทุกอย่างเดินเข้ามาหา ยิ่งเดินมาใกล้สิ่งที่เหมยลี่เห็นคือตุ๊กตาบลายด์สุดสวย เฉินโง่หรือเปล่าที่ทิ้งเธอคนนี้"น้องเหมยลี่ มาหาพี่แบบนี้..""เหมยมาปฏิเสธค่ะ""ทำไมล่ะ""คือ.. เหมยลองกลับไปเต้นมาแล้วค่ะ มันไม่เหมาะกับเหมยแล้วเหมยก็ไม่ได้กล้าแสดงออกขนาดนั้น""คิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พี่ไปทาบทามเพราะเห็นแววเราจริงๆ นะ"แววจากไหนเหมยลี่ไม่เข้าใจ อัดคลิปเต้นแชร์ในโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่เคย จะมีก็แต่คลิปวาดรูปเล่นเท่านั้น"ขอโทษค่ะพี่เบลล์ เหมยทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ""เฮ้อ! น่าเสียดายจัง จะปั้นเป็นตัวตึงสักหน่อย""ทุกวันนี้ก็ตึงที่สุดในสาขาแล้วค่า" วิชชี่พูดตลบให้อีกที "โอเคๆ แต่เปลี่ยนใจได้ตลอดเลยนะ"การปฏิเสธผ่านไปด้วยดีสามสาวก็ควงแขนเดินเรียงหน้ากระดานมายังโรงอาหารรวม สั่งส้มตำมานั่งกินกันด้วยความสบายใจ"ฉันเครียดมาตั้งสองวันเชียวนะ" "ฟังเรื่องของฉันแกจะหายเครียดไหม" "เรื่องอะไร"สองสาวชะโงกหน้าเข้าไปหาหนึ่งอยากสาว กระพริบตาปริบๆ รอฟัง"







