Share

12. หม้อทองคำ

last update Huling Na-update: 2025-08-29 12:00:15

เมื่อถึงแผงขายที่จองไว้ พิริยารีบจัดแจงปูเสื่อผืนใหญ่และดึงเสื้อผ้าที่จะขายทั้งหมดออกมาวางเรียงไว้บนเสื่อแยกเป็นกอง ๆ ตามประเภท แล้วเธอยังตั้งราวแขวนผ้าอีกหนึ่งราว ไว้แขวนโชว์ให้สะดุดตาคน

เธอกำหนดราคาขายให้ต่ำกว่าทั่วไปเล็กน้อยด้วยต้องการให้ขายออกไว เสื้อยืดอยู่ที่ 35 บาท เสื้อผ้าฝ้ายอยู่ที่ 45 บาท กางเกงสกินนี่และกางเกงยีนเอวสูงอยู่ที่ 75 บาท

“พี่ลองใส่ได้นะคะ หนูเตรียมผ้าถุงไว้ให้เผื่ออยากถอด กระจกแขวนอยู่ตรงราวผ้านะคะ”

“ขอบใจจ้ะน้อง สงสัยจะได้หลายตัว แบบและสีถูกใจมาก ๆ ราคาก็ไม่แพงด้วย แต่ถ้าซื้อหลายตัว น้องช่วยลดราคาให้อีกหน่อยได้ไหมคะ” ถึงจะเอ่ยปากว่าราคาไม่แพง แต่ตามวิสัยของคนก็อดไม่ได้ที่จะขอลดราคาอยู่ดี

“ถ้าพี่อุดหนุนเยอะหนูลดให้แน่นอนค่ะ แล้วก็เป็นลูกค้ารายแรกด้วย หนูจะลดให้เยอะเป็นพิเศษ” พิริยาเอ่ยปากอย่างใจกว้าง

แล้ววันนี้ พิริยาจึงมียอดเปิดบิลที่อู้ฟู่ถึงหกร้อยบาท ยอดเงินนี้ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก เธอรู้สึกว่าพลังใจในการมีชีวิตอยู่ได้เพิ่มขึ้นมาทีละน้อยแล้ว

เมื่อเปิดบิลแรกได้ ลูกค้าก็เริ่มทยอยเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้าดั่งสายน้ำหลาก บางครั้งถึงกับรุมเบียดกันที่หน้าร้านกว่ายี่สิบคน จนเป็นที่อิจฉาตาร้อนของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าละแวกข้างเคียง เพราะความสวยและความแปลกของเสื้อผ้าที่ขาย เสื้อผ้าในร้านเธอขายดีเหมือนแจกฟรี หญิงสาวรู้สึกถึงความพองฟูของกระเป๋าสะพายที่ใช้เก็บเงินจนแทบจะอดใจไม่ไหวอยากควักเงินที่ได้มานับตรงนั้นเลย

ตอนนี้เวลาเกือบจะสองทุ่มแล้ว พิริยาเหลือเสื้อผ้าบนเสื่ออีกไม่ถึงสามสิบตัว เนื่องจากไม่มีความหลากหลายให้เลือก จึงไม่มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาซื้ออีก เธอจึงตัดสินใจที่จะเก็บร้านไปพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับจังหวัด s แล้ว

“น้องคะ สะดวกคุยกับพี่หน่อยไหม”

พิริยาหันไปมองจึงได้พบผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เธอคนนี้เคยเข้ามาเลือกดูเสื้อผ้าที่ขายเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน หลังจากเลือกดูเป็นเวลานานก็ลุกเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้ซื้อเลยสักชิ้น เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ร้องทัก พิริยาจึงเลิกคิ้วมองเป็นเชิงถาม

“น้องพอจะบอกแหล่งที่ขายส่งเสื้อผ้าแบบเดียวกับน้องรึเปล่า พี่อยากรับไปขายที่อื่น รับรองไม่ใช่ตลาดนัดนี้แน่ ๆ” ผู้หญิงคนนั้นสอบถามอย่างตรงไปตรงมา

พิริยาตาสว่างวาบ ไม่คิดว่าจะโชคดีจะเจอลูกค้ารายใหญ่แบบนี้ “พี่ต้องการเยอะไหมคะ หนูรับมาจากแหล่งผลิตโดยตรง รับรองเลยว่านอกจากหนูแล้วไม่มีใครขายเสื้อผ้าแบบนี้แน่นอน”

“จริงเหรอน้อง โชคดีจัง พี่อยากได้เยอะพอควรนะ แต่ก็อยู่ที่ราคาส่งของน้องด้วยว่าแพงแค่ไหน เราไปหาที่เงียบ ๆ คุยก่อนดีกว่า” ผู้หญิงคนนั้นเดินนำไปที่ลานจอดรถซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ตลาดนัดอย่างไม่รีรอ

“น้องคิดราคาส่งยังไง”

“ลดได้อีกไม่เยอะค่ะ เพราะหนูขายชิดทุนแล้วอาศัยปล่อยไวค่ะ เสื้อยืดให้ที่ 30 บาท เสื้อผ้าฝ้าย 40 บาท กางเกงทั้งสองแบบ 65 บาทค่ะ หนูสามารถเอามาให้ได้วันนี้เลย”

“ลดอีกนิดได้รึเปล่า พี่จะสั่งทีเดียวเยอะ ๆ จะนำไปขายตลาดนัดใหญ่อาทิตย์หน้าค่ะ”

พิริยาเอียงหน้าคิดอยู่ชั่วครู่ “เสื้อลดไม่ได้แล้ว กางเกงให้ได้ที่ 60 บาทค่ะ หนูขอเป็นจ่ายสดนะคะ เพราะหนูต้องกลับต่างจังหวัดพรุ่งนี้แล้ว”

ผู้หญิงคนนั้นทำตาโต “แล้วจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่คะ”

“ไม่แน่ใจค่ะ แต่คิดว่าคงอีกนาน เพราะใกล้เปิดเทอมแล้ว” พิริยาอ้าง

“ถ้าพี่มั่นใจในเสื้อผ้าเหล่านี้ แนะนำให้ซื้อไปเยอะ ๆ ทีเดียวนะคะ หนูรับประกันว่าแบบและเนื้อผ้าแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้แน่นอน”

หญิงวัยกลางคนคนนี้มีหรือจะไม่รู้ อยู่ในวงการค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปมานานเกือบสิบปี เธอไม่เคยเจอเสื้อผ้าที่มีรูปแบบที่สวยงามและเนื้อผ้าที่ดูดีแบบนี้มาก่อน มั่นใจได้เลยว่าถ้านำไปขายในแหล่งประจำ แม้จะเพิ่มราคาไปอีกสองเท่า รับประกันเลยว่าต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอย่างแน่นอน

“น้องรอแป๊บนะพี่ขอคำนวณเงินในกระเป๋าก่อน” เธอพร้อมที่จะเทหมดหน้าตักเลยทีเดียว

“พี่อยากได้กางเกงยีน 150 ตัว กางเกงแนบเนื้อ 200 ตัว เสื้อยืด 100 ตัว เสื้อผ้าฝ้าย 200 ตัว น้องมีของพอไหม”

“พอค่ะ...ยอดรวม 28,000 บาท หนูลดให้เหลือ 27,000 บาท พี่รอหนูครึ่งชั่วโมงนะคะ เดี๋ยวจะเอามาให้ที่นี่เลย” พิริยาเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น หลังจากบอกกล่าวลูกค้ารายใหญ่แล้วเธอก็รีบเข็นรถวิ่งดิ่งไปยังทิศที่ตั้งของสุสาน

ไม่เกินครึ่งชั่วโมง พิริยาก็เข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยกล่องใส่เสื้อผ้ากลับมาด้วยพร้อมกับเหงื่อที่แตกซ่กเต็มใบหน้า ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหอบ ๆ “มาแล้วค่ะ พี่นับดูก่อนนะคะว่าครบไหม หนูแถมให้ชนิดละสองตัวนะคะ”

“เร็วมากเลยค่ะน้อง” หญิงวัยกลางคนเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปเรียกสามีช่วยยกกล่องกระดาษขึ้นไปบนหลังรถกระบะของตัวเอง และเมื่อนับได้ครบตามจำนวนที่สั่ง เธอก็มอบเงินให้ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้อย่างไม่รีรอ

“ขอบคุณพี่มากนะคะ ขอให้ขายดี ๆ กำไรเป็นหมื่นเป็นแสนค่ะ” พิริยาเอ่ยอวยพรปิดท้ายก่อนจะเข็นรถเข็นเดินกลับสุสานอย่างมีความสุข เมื่อมีเงินอยู่เต็มกระเป๋าความรู้สึกกลัวในสถานที่แห่งนี้ก็พากันหายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยทีเดียว

เธอเข้าไปในคอนโดส่วนตัวก่อนจะเทเงินที่ขายได้ในวันนี้ออกมานับ ยิ่งนับก็ยิ่งตื่นเต้น ท้ายสุดยอดรวมทั้งหมดอยู่ที่สี่หมื่นเจ็ดพันบาท

“อื้อฮือ รวยไม่รู้เรื่องเลยเรา” หญิงสาวตาพราวระยิบระยับ นี่เป็นเงินก่อนแรกในชีวิตทั้งสองชาติที่เธอสามารถหามันมาได้ด้วยตัวเอง ความรู้สึกภาคภูมิใจพุ่งทะยานขึ้นสูงแบบไม่เคยมีมาก่อน

 ชาติก่อนเธอทำหน้าที่เพียงแค่ผลาญเงินที่ป๊ากับม้าหามาเท่านั้น เรียกว่าผลาญวันละล้านบาทก็ยังมี เธอไม่เคยรู้สึกถึงความทุกข์ของการขาดเงิน การอด หรือการข่มใจไม่ให้ซื้อเมื่อเจอของที่อยากได้

แต่พอมาชาตินี้ที่ต้องกระเบียดกระเสียรไปเสียทุกอย่าง เงินสี่หมื่นกว่าบาทนี้จึงมีค่าสำหรับเธอนัก แล้วอย่าลืมว่าตอนนี้คือปี พ.ศ.2525 ค่าครองชีพไม่ได้สูงลิ่วแบบเนื้อหมูกิโลกรัมละเกือบสองร้อยบาทอย่างในปี พ.ศ.2566 ที่เธอจากมา

เงินสี่หมื่นกว่าบาทในยุคนี้มีค่าเทียบเท่าเงินหลักแสนของยุคปี พ.ศ.2566 ได้อย่างสบาย สามารถซื้อที่ดินในหมู่บ้านของเธอตอนนี้ได้หลายแปลง

เพราะอารมณ์ดี ความอยากอาหารจึงกลับมา เธอไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อบ่ายของวานนี้

น่าแปลกใจจริง ๆ ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ดีที่ไม่เป็นลมไปเสียก่อน เธอคิดอย่างมีความสุขระหว่างเดินสำรวจพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าส่วนตัวเพื่อหาอะไรกิน แล้วก็เลือกเนื้อออสเตรเลียอย่างดีมาหนึ่งชิ้น วันนี้เธออยากกินสเต๊กพริกไทยดำ

เมื่อหาส่วนผสมครบแล้ว เธอก็นำมาปรุงที่ห้องครัวเล็กในคอนโดส่วนตัว หลังจากเสร็จเรียบร้อยก็ไปนั่งกินสเต๊กเนื้อนุ่มอย่างเอร็ดอร่อยในห้องนั่งเล่นพร้อมกับดูคลิปใหม่ล่าสุดจากแอปชื่อดังไปด้วย

เมื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองเรียบร้อย เธอจึงรีบอาบน้ำเข้านอน พรุ่งนี้ได้เวลาเดินทางกลับบ้านไปหาลู่ทางสำหรับชีวิตใหม่ของตัวเองแล้ว เหมือนที่ลุงคำปันพูดไว้ หากเราไม่ท้อ ชีวิตจะไม่มีอะไรยาก พิริยาปิดตาลงพร้อมรอยยิ้ม คืนนี้เป็นการนอนหลับที่ช่างปลอดโปร่งโล่งใจแตกต่างจากเมื่อคืนวานมากนัก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พุทธศักราช 2525 โปรดอ่อนโยนกับฉันหน่อย   ตอนพิเศษ – ความสุข 2

    “เหนื่อยรึยัง แวะนั่งพักที่ไร่องุ่นข้างหน้าก่อนไหม” แดนดินหันไปถามภรรยาอย่างเอาใจใส่ วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่ปิ่นแก้วฟื้นตัวจากไข้ เขาจึงค่อย ๆ พาเธอเดินออกกำลังกายให้ไกลขึ้นทีละน้อย และวันนี้หลังจากขับรถมาทิ้งไว้ที่ไร่แอปเปิลที่ตีนเขา เขาได้ค่อย ๆ จูงมือเธอเดินเรื่อยมาและตั้งใจจะเดินไปให้ถึงรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ตรงเชิงเขาเลยทีเดียว“สบายมากค่ะ แก้วไม่ใช่คนบอบบางขนาดนั้นนะ”ตลอดทางที่เดินมาด้วยกัน แดนดินไม่ยอมปล่อยมือเธอแม้แต่น้อย ภาพของชายวัยห้าสิบกำลังจับมือภรรยาวัยสี่สิบห้าได้สร้างรอยยิ้มให้กับหนุ่มสาวที่เดินผ่านไปมา จนปิ่นแก้วอดรู้สึกขัดเขินไม่ได้“พี่ไม่อายเหรอไง อายุปูนนี้กันแล้วยังมาเดินจับมือกันอยู่อีก”“อายทำไม พี่จับมือเมียพี่เองใช่ใครอื่นเสียที่ไหน แล้วอายุปูนนี้อีก มันปูนไหนกัน ไม่เห็นเหรอว่าหน้าเรานี่ตึงเปรี๊ยะชนิดที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ยังอายเลยนะ” อันนี้แดนดินไม่ได้เข้าข้างตัวเอง เพราะความที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดินดีน้ำดี ประกอบกับสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ทำให้เขาและปิ่นแก้วมีใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยไปนับสิบปีปิ่นแก้วยิ้มกว้

  • พุทธศักราช 2525 โปรดอ่อนโยนกับฉันหน่อย   ตอนพิเศษ – ความสุข 1

    หลังจากนอนจับไข้ไม่ได้สติมาสามวัน วันนี้ปิ่นแก้วจึงได้ตื่นขึ้นมาด้วยสภาพร่างกายที่ใกล้เคียงกับปกติในที่สุด เธอเหลียวมองไปรอบ ๆ ห้องนอนอันสว่างไสวและอบอุ่นในเรือนไม้ที่เคยหลังเล็กและมอซอมาก่อน ห้องนอนของเธอและสามีห้องนี้เป็นห้องที่สว่างที่สุดในบ้าน เป็นห้องที่สามีที่รักของเธอใส่ใจและออกแบบตามความชอบของเธอทั้งสิ้นไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะผ่านมาแล้วกี่ปี สามีของเธอคนนี้หากจะคิดจะทำอะไร มักจะยึดเอาความชอบของเธอเป็นที่ตั้งเสมอ ปิ่นแก้วเผยรอยยิ้มพร้อมแววตาที่เจือแววหวานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อนึกถึงผู้ชายของเธอ“แค็ก แค็ก”ทันทีที่สิ้นเสียงไอของเธอ ประตูห้องนอนก็ค่อย ๆ แง้มออกมาอย่างช้า ๆ พร้อมกับศีรษะหลากหลายขนาดที่โผล่สลอนมาให้เห็นตั้งแต่ขอบบนยันขอบล่างของประตู เป็นศีรษะของตัวเลขทั้งห้าที่เธอรักอย่างที่สุด“แม่ตื่นแล้ว” ปิ่นตะวัน ลูกสาวคนโตวัยสิบเก้าปีเอ่ยเรียกแม่ด้วยน้ำเสียงดีใจ“แม่นอนไปยาวตั้งสามวันเลยนะ หิวไหมคะ สองทำขนมสูตรใหม่ที่แม่ให้ไว้สำเร็จแล้ว เดี๋ยวหนูไปตัดมาให้นะคะ” สาวน้อยปิ่นจันทร์วัยสิบห้าปีพูดกับแม่เสร็จแล้วก็

  • พุทธศักราช 2525 โปรดอ่อนโยนกับฉันหน่อย   ตอนพิเศษ – รักษิต 2

    “พี่วินเป็นอะไรถึงเที่ยวยุส่งหนึ่งไปให้พี่อาร์ตแบบนี้” ปิ่นตะวันเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดรักษิตหน้าเจื่อนลงขณะที่ภายในใจเขาหงุดหงิดไม่ต่างจากเธอ “อาร์ตสนใจหนึ่งมานาน ฐานะก็ดีเหมาะสมกับหนึ่ง เป็นถึงลูกผู้ว่าเชียวนะ”“อ้อ..ถ้าหนึ่งจะคบกับใครก็ต้องดูฐานะความเหมาะสมเป็นหลักเหรอคะ” สีหน้าและแววตาของหญิงสาวแสดงถึงความน้อยใจสุดขีดยามเมื่อมองตรงไปยังรักษิต“ถ้าพี่มองเขาว่าดีทุกอย่างพี่ก็ไปคบกับเขาเองสิ ไม่ต้องเตะหนึ่งส่งไปแบบนี้ หนึ่งไม่ชอบ” เธอสะบัดหน้าและวิ่งหนีไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดหรือแก้ตัวอะไรแม้แต่น้อย-----“หนึ่ง เป็นอะไรรึเปล่าลูก ให้สองมาตามไปกินข้าวก็ไม่ยอมไป ไม่สบายตรงไหน” ปิ่นแก้วเข้ามายังห้องนอนของลูก เมื่อเห็นเธอนั่งหน้าบึ้งอยู่บนเตียง คนเป็นแม่ก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ น้อยครั้งนักที่สาวน้อยที่มีนิสัยผู้ใหญ่เกินตัวจะแสดงอาการโมโหแบบนี้ออกมา“โมโหคนน่ะค่ะ เห็นหนึ่งเป็นของเล่น คิดจะจับโยนหนึ่งให้ใครก็ได้ทั้งนั้น” ในอารมณ์โมโหมีความน้อยใจแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด

  • พุทธศักราช 2525 โปรดอ่อนโยนกับฉันหน่อย   ตอนพิเศษ – รักษิต 1

    “วินไม่ใช่ลูกโดยสายเลือดของพ่อและแม่”รักษิตวัยสิบแปดปี ที่เพิ่งผ่านพ้นวันเกิดตัวเองไปได้หนึ่งวันถึงกับตัวแข็งทื่อและมองไปที่พ่อกับแม่ของเขาอย่างตกตะลึง“ทำไมพ่อกับแม่ถึงบอกเรื่องนี้ให้ผมรู้” น้ำตาของเขาเอ่อคลออย่างห้ามสัญชาตญาณของร่างกายไม่อยู่“เพราะพ่อกับแม่กลัวว่าในอนาคตลูกอาจไปรับรู้เรื่องนี้จากปากคนอื่นและเข้าใจอะไรผิด ๆ ไป พวกเราจึงตัดสินใจบอกลูกจากปากของเราด้วยข้อมูลที่เป็นความจริงที่สุด”แพงน้ำตาคลอเบ้าไม่น้อยไปกว่าลูก “แม่ขอให้ลูกรับรู้เอาไว้อย่างว่า ถึงลูกจะไม่ใช่สายเลือดเดียวของเรา แต่ลูกคือจิตวิญญาณของพ่อกับแม่ พ่อกับแม่รักลูกมากที่สุดนะ”รักษิตนิ่งเงียบไปหลังจากนั้น “พ่อครับ แม่ครับ ถ้าผมจะถามอะไรที่มากกว่านี้ พ่อกับแม่จะบอกผมตามความจริงไหม”“แน่นอนสิลูก” สุวิทย์ยืนยันหนักแน่น “ในเมื่อพวกเราตัดสินใจบอกลูกในเรื่องนี้แล้ว เรื่องอื่น ๆ ที่วินอยากรู้ พ่อกับแม่จะเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบังใด ๆ อีก”“ลูกอยากถามอะไรพ่อกับแม่ก็ถามมาได้เลย”คนเป็นลูกส่ายหน้า “ตอนนี้ผมอยากอยู่คนเดียวครับ”รักษิตนั่งอยู่

  • พุทธศักราช 2525 โปรดอ่อนโยนกับฉันหน่อย   ตอนพิเศษ – นิชา 2

    ตอนพบพ่อครั้งแรกเธอแสดงอาการต่อต้านเขาอย่างรุนแรงเพราะโกรธแทนแม่ แต่ก็เป็นแม่อีกนั่นแหละที่มาพูดให้เธอเข้าใจ ให้เธอแยกแยะ เพราะอย่างไรเสียเขาก็คือพ่อของเธอ แม้เขาจะบกพร่องในหน้าที่สามี แต่ก็ยังนับว่าไม่บกพร่องในหน้าที่พ่อ เห็นได้จากที่เขามอบเงินให้แม่มาเลี้ยงดูเธอและตั้งตัว จะว่าไปที่แม่ตั้งตัวขึ้นมาได้ก็เพราะเงินที่เขามอบให้ในครั้งนั้นหลังจากนั้นเธอจึงค่อย ๆ ยอมรับท่านทีละน้อย ยอมให้ท่านรับเธอไปอยู่ที่บ้านเดือนละสองถึงสามวันแล้วแต่โอกาส ซึ่งแม่เองก็ยอมปล่อยให้เธอไปทำความรู้จักกับญาติข้างพ่อแต่โดยดีในที่สุดก็สืบความมาได้ว่าที่พ่อมาหาเธอและแม่นั้นก็เพราะพ่อเลิกกับภรรยาคนนั้นแล้ว เป็นการจากกันด้วยดีเหมือนคราวที่เลิกกับแม่ สาเหตุการเลิกคือพ่อป่วยหนักมาก่อนหน้านี้จนไม่สามารถมีลูกได้อีก เขาและภรรยาจึงตัดสินใจแยกทางกันเพื่อให้ฝ่ายหญิงไปมีอนาคตที่ดีกว่าเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ ทางครอบครัวของพ่อจึงอยากได้เธอกลับไปในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของครอบครัว ส่วนแม่ของเธอนั้นจะกลับไปหรือไม่ก็แล้วแต่แต่น่าเสียดายที่แม่นารีไม่ใช่นารีคนเดิมที่ต้องพึ่งครอบครัวเ

  • พุทธศักราช 2525 โปรดอ่อนโยนกับฉันหน่อย   ตอนพิเศษ – นิชา 1

    “นิ่ม เอาหูฉลามไปส่งให้น้าแก้วที” “ได้ค่ะ รอแป๊บ ขอล้างมือก่อน”เสียงใสตะโกนมาจากหลังร้านขายอาหารแห้งชื่อดังของตลาดริมชล และรอไม่นานนักก็มีเสียงวิ่งตึง ๆ มาจากหลังร้านอย่างรวดเร็วบ่งบอกถึงบุคลิกที่ร่าเริงและกระตือรือร้นของเจ้าตัว“ใจเย็น ๆ ลูก วิ่งจนร้านถล่มแบบนี้เงินทองปลิวหายหมด”นิชายิ้มเผล่ แม้จะถูกบ่นแต่เธอไม่กลัวแม้แต่น้อยเพราะรู้ว่าแม่บ่นไปอย่างนั้นเอง ตลอดเกือบสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาหญิงสาวรู้ดีว่าแม่รักเธอมากแค่ไหน“อย่าลืมบอกน้าแก้วด้วยนะว่ากระเพาะปลาที่สั่งไว้ยังไม่ได้ รอของเข้าวันศุกร์นี้แม่จะเอาไปให้อีกที”เสียงแม่ยังคงไล่ตามหลังระหว่างเธอกำลังวิ่งจี๋ออกจากร้าน หญิงสาวทำเพียงแค่หัวเราะเสียงใสตอบกลับไป ระหว่างทางที่เอาของไปส่ง เธอก็ส่งเสียงทักทายบรรดาญาติมิตรในตลาดไปทั่ว เพราะเห็นหน้าและผูกพันกันมานานนับสิบปีนับตั้งแต่จำความได้นิชาก็วิ่งเล่นกินนอนอยู่ในตลาดที่สะอาดสะอ้านแห่งนี้แล้ว ไม่ว่าซอกไหนมุมไหนของตลาดเธอรู้จักหมด เธอสามารถเรียกที่แห่งนี้ว่าบ้านได้อย่างสบายร้านของแม่เป็นร้านค้าอาหารแห้งนำเข้าที่ใ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status