LOGINไม่มีครั้งไหนที่อคิระจะทำตัวน่ารักกับเธอเลยสักครั้งและตอนนี้ก็เช่นกัน คำพูดตรง ๆ ของเขาจะมาจากความหวังดีหรือไม่อลินญาก็ไม่ชอบทั้งนั้น
“ราฟทุเรศมากเลยนะคะ รู้ตัวบ้างไหม และที่ราฟประสบความสำเร็จในธุรกิจของตัวเองเร็ว อลินยินดีด้วยค่ะ แต่ราฟไม่ควรดูถูกความฝันของคนอื่นนะคะ” น้ำเสียงหวานแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อคนตรงหน้าดูถูกความฝันอันยิ่งใหญ่ของเธอ หากเขาจะไม่เห็นด้วยหรือไม่อยากสนับสนุนก็แค่อยู่เฉย ๆ ทำหน้าที่เป็นนายจ้างที่ดีให้เธอก็พอ ไม่เห็นต้องมาพูดจาแรง ๆ ทำร้ายความฝันกันเลย
“นี่ฉันกำลังหวังดีกับเธออยู่นะ ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมรู้ดีว่ามันไม่ง่ายและเธอยังมีประสบการณ์น้อยมากกับวงการนี้” จะบอกว่าหวังดีด้วยใจบริสุทธิ์อคิระก็ไม่กล้ายอมรับ เพราะลึก ๆ แล้วเขาไม่ได้อยากสนใจอะไรเธอทั้งนั้นและคิดว่าผู้หญิงบอบบางอย่างอลินญานั่งทำธุรกิจของที่บ้านน่าจะไปได้รอดกว่าออกมาหาทำด้วยตัวเอง
“เพราะประสบการณ์น้อยยังไงละคะ อลินถึงได้อยากหางานทำเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเอง ทั้งเรื่องงานและการใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีครอบครัวมาซัปพอร์ต”
ตลอดชีวิตที่เกิดมาอลินญายอมรับว่าเธอถูกครอบครัวเลี้ยงดูมาอย่างดี ชีวิตของเธอมีความรักของคุณพ่อและคุณแม่โอบอุ้มอยู่เสมอและเธอก็รู้ว่า ถ้าแค่เธอเอ่ยบอกว่าอยากทำอะไรอยากลงทุนอะไรอลินญาจะได้สิ่งที่เธอปรารถนา แต่ชีวิตของเธอจะมีความหมายอะไรละถ้าสิ่งที่ได้มามันง่ายเกินไป
เธอจะไม่มีวันได้รู้ถึงคุณค่าของงานที่ตัวเองรักเพราะเธอไม่ได้ลงแรงอะไรเลย และถ้าหากวันใดวันหนึ่งเธอเกิดล้มขึ้นมาแล้วในเวลานั้นเธอไม่มีท่านทั้งสองอยู่เคียงข้าง อลินญาคิดไม่ออกเลยว่าเธอจะมีชีวิตต่อไปอย่างไรเมื่อที่ผ่านมาเธอมีคนคอยประคองอยู่ตลอด เพราะความคิดนี้เธอถึงต้องฝึกดิ้นรนด้วยตัวเอง ต้องได้รู้จักความเจ็บปวดความผิดหวังบ้างเพื่อที่จะแข็งแกร่ง
“ถือว่าฉันได้เตือนเธอไปแล้วก็แล้วกัน ต่อจากนี้เจ็บตัวขึ้นมาอย่าให้เห็นว่านั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งนะ”
คำว่า เจ็บตัว ในความหมายของอคิระคือความผิดหวังที่อลินญาจะต้องเผชิญในอนาคต หากเธอโชคดีและไปได้สวยกับสิ่งที่เธอเลือกเขาก็จะยินดีด้วย แต่ก็อย่างที่รู้ว่าธุรกิจมันคือการลงทุนและทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง เจ็บตัวในครั้งนี้จะเจ็บปวดมากที่สุดในชีวิตของเธอ มันคือการผิดหวัง ความล้มเหลวที่อคิระไม่คิดว่าอลินญาจะรับไหว
“อลินไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะคะ อลินจะไม่ร้องไห้ค่ะ” เธอโตพอที่จะกล้าเผชิญหน้ากับความผิดหวัง และต่อให้ถึงเวลาที่ต้องเสียใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวจริง ๆ เธอจะไม่มีทางร้องไห้ต่อหน้าคนใจร้ายอย่างอคิระเด็ดขาด ไม่มีวัน เพราะเขาไม่มีทางปลอบเธอแน่มีแต่จะซ้ำเติม
“หึ แล้วฉันจะคอยดู” จะทนเป็นลูกน้องได้สักกี่น้ำ
“รอยินดีกับความสำเร็จของอลินได้เลยค่ะ และถึงเวลานั้นราฟต้องซื้อดอกไม้ช่อใหญ่กว่าตัวอลินแล้วถือมาให้อลินด้วยตัวเองนะคะ” เพราะนั่นคือความสำเร็จที่เธอทำด้วยตัวเองและมันจะเป็นความสำเร็จที่ล้มคำปรามาสของอคิระ เขาก็ต้องแสดงความยินดีให้สมน้ำสมเนื้อสิ
“ฝัน?”
“ไม่ได้ฝันค่ะ”
“คิดว่าคนอย่าฉันจะทำอะไรไร้สาระแบบนั้นเหรอ”
“ค่ะ ราฟต้องทำอะไรที่ไร้สาระแบบนั้นให้อลิน”
“...” อคิระทำแค่แสยะยิ้มออกมาและเป็นฝ่ายหยุดการต่อปากต่อคำนี้ก่อน
เขาไม่ได้เหนื่อยแต่มันคือการเสียเวลาที่จะต้องมานั่งพูดกับคนช่างเพ้ออย่างอลินญา และความต้องการของเธอที่อคิระกล้าสาบานได้เลยว่าเขาจะไม่มีวันทำแบบนั้นให้ไม่ว่ากับใครก็ตาม...
อลินญาเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เข้ามาในบ้านหลังจากที่วันนี้เธอสมหวังกับงานที่คาดหวังจะได้ทำ และเธอก็คว้าตำแหน่งดีไซเนอร์ของAKRแบรนด์มาจนได้ คนอย่างอคิระต้องเจอแบบนี้แหละผู้ชายคนนี้ชอบความท้าทาย เขาไม่ชอบคนอวดเก่งแต่เธอคือคนอวดเก่ง ‘เป็นแค่กับราฟ’
เพราะเธอกระตุกในสิ่งที่อคิระไม่ชอบเพราะแบบนี้เขาจะต้องอยากเห็นเธอล้มเหลว ถ้าคิดจะทำให้อคิระรับเธอเข้าทำงานอลินญาก็ต้องทำเหมือนที่เธอทำในวันนี้ ท้าทายอคิระ
“เดินยิ้มเข้ามาแบบนี้ แม่ขอเดาว่าราฟรับอลินเข้าทำงานใช่ไหมลูก”
อรพินหยุดมือที่กำลังถักโครเชต์แล้วเงยหน้ามองลูกสาวสุดที่รัก ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อที่จะได้มองใบหน้าอ่อนหวานของอลินญาได้ชัดขึ้น เห็นลูกสาวเดินยิ้มมาแบบนี้เธอคงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้
“ใช่แล้วค่ะคุณแม่” เดินเข้าไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันกับที่มารดาของเธอนั่งอยู่ สองแขนเรียวยกขึ้นกอดรอบเอวของอรพินแล้วซบศีรษะลงบนไหลอย่างออดอ้อน อลินญาชอบอ้อนแม่มากที่สุดเธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้วเป็นคนขี้อ้อน
“แล้วเป็นยังไงบ้าง เราสองคนไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ราฟเขาดีใจไหมที่ได้เจออลิน” อรพินเอ่ยถามและต้องหลุดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกสาว
“ดูทำหน้าเข้าสิ” เป็นสีหน้าหงำงอที่จะเกิดขึ้นเป็นปกติเมื่ออลินญานึกถึงอคิระ
“ราฟไม่มีทางดีใจหรอกค่ะคุณแม่ เขาไม่ชอบหน้าของอลิน” คิดถึงคำพูดร้าย ๆ ที่อคิระพูดกับเธอในวันนี้แล้วอารมณ์เสีย ไหนจะเรื่องที่เขาไล่เธอกลับบ้านไม่ยอมให้สัมภาษณ์อีก ชิ๊ จะเอาอะไรมาดีใจ
“อลินเกือบไม่ได้งานก็เพราะราฟเลยค่ะ”
“อยากมีบ้าง” ก็ลองหยั่งเชิงดูเผื่อเธอจะใจอ่อนยอมให้เขาทำลูก“ขอดูความประพฤติของโยชิก่อนนะคะ”“ใจร้ายจัง” ทำเป็นอวดครวญแต่ก็รู้ว่าทำไมเธอถึงบอกแบบนั้นและเรื่องนี้โยชิต้องโทษตัวเอง แต่เอาเถอะ แค่ได้เธอกลับมาอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ก็ดีมากแล้ว“กูขอลูกคืนครับ” อคิระก็อยากให้เพื่อนได้อุ้มรีญาต่ออีกสักหน่อยแต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ลูกน้อยของเขาต้องกินนมแล้ว“ไม่ออกไปคุยกับเพื่อนเหรอคะ”อลินญาเห็นสามีเดินตามเข้ามาในห้องนอนของลูกสาวเลยเอ่ยถามเขา นาน ๆ จะได้รวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาและเธอคิดว่าสามีคงมีเรื่องอยากคุยกับเพื่อน ๆ ตามประสาหนุ่ม ๆ เธอไม่ว่าอะไรเลยหากเขาจะปลีกตัวไปอยู่กับเพื่อนอีกสามคน“ฉันอยากดูเธอให้นมลูกมากกว่า”“ราฟก็เห็นแบบนี้ทุกวันนะคะ”“อืม แต่ฉันก็ยังชอบมองเวลานี้มากที่สุด ผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน คนสวยทั้งสองของพ่อ” ก้มหน้าลงไปจูบบนกระหม่อมบอบบางของลูกน้อยด้วยความรักและเลื่อนขึ้นมาจุมพิตภรรยาอย่างหวานซึ้งการได้มองอลินญาพารีญาเข้าเต้าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษและสวยงามมากจนอคิระไม่อยากพลาดเลยสักครั้ง เขาชอบมองและมองได้ทั้งวัน และที่เขาอยากอยู่ตรงนี้ก็เผื่อว่าอลินญาต้องการอะไรเขาจะได
10 เดือนต่อมา“พวกมึงช่วยไปล้างมือให้สะอาดก่อนนะครับ ถ้าไม่สะอาดกูไม่ยอมให้อุ้มลูกของกู” อคิระยืนกรานเสียงแข็งขณะที่อุ้มลูกน้อยอายุ 5 เดือนอย่างหวงแหนรีญา ลูกสาวของพ่อ แก้วตาดวงใจของอคิระ เขาหวงลูกเท่ากับหวงเมียและพวกเพื่อนรักทั้ง 3 ก็เห่อหลานกันทุกคน อยากอุ้มหลานสาวใจจะขาดแต่พวกมันมือไม่สะอาดใจก็สกปรก อคิระเลยคิดหนักว่าจะยอมให้อุ้มลูกดีไหมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะอลินญาสั่ง“กูขอเป็นคนอุ้มรีญาก่อนเพราะเมียกูท้องอยู่” เจตน์กวินรีบล้างมือของตัวเองให้สะอาดก่อนใครแล้วเดินมายืนต่อหน้าอคิระพร้อมยืนแขนออกไปเพื่อรอรับรีญาน้อยมาอุ้ม สายตามองเลยไปที่ภรรยาของตัวเอง ‘ชาร์ม’ ที่ตอนนี้กำลังอุ้มท้องลูกคนแรกของเขา การได้อุ้มรีญาก็เหมือนเป็นการฝึกอุ้มเพื่อให้พร้อมสำหรับลูกของตัวเอง“แม่ง เอาสิทธิ์เมียท้องมาอ้างนี่หว่า” ปัณณธรบ่นอุบแต่ก็ยอมต่อคิวเป็นคนที่สองและตามด้วยโยชิที่ล้างมือเสร็จคนสุดท้ายเลยต้องยอมต่อคิวอุ้มรีญาเป็นคนที่สาม“ช่วยไม่ได้ พวกมึงตามไม่ทันเอง” เจตน์กวินหมายถึงทั้งปัณณธรและโยชิอยากพากันลีลาฟอร์มจัดดีนัก ก็เลยพากันแต่งงานช้าสุดและอยู่ในขั้นตอนตั้งใจผลิตทายาทของตัวเอง“รีญาหลานอา” เจตน
เช่นกันกับแจน เหตุการณ์นั้นเธอโกรธแจนมากแต่ก็ไม่ได้แค้นจนอยากเห็นชีวิตของแจนพัง สิ่งเกิดขึ้นกับแจน เหตุการณ์ที่แจนต้องกลายเป็นเด็กส่งยาเลือกเดินในเส้นทางสีเทาก็เพราะแจนต้องหาเงินมาชดใช้ต่อการกระทำของตัวเองและเรื่องนี้อคิระไม่ใจดีเลยแม้แต่น้อยหลายครั้งที่เธอขอให้สามีพิจารณาลดจำนวนเงินลงมาจากหลักล้านเหลือหลักแสน แต่ก็นั่นแหละเมื่อเขาตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้วต่อให้เป็นเธอที่พูดขอร้องอคิระก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ เหตุผลของเขาคือการทำให้คนอื่น ๆ และร่วมถึงพนักงานในบริษัทเห็นว่าเขาเอาจริงการกระทำแบบแจนไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่ากับใครก็ตามเพราะทุกอย่างมันมีราคาที่ต้องจ่าย เมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับผิดชอบต่อความผิดของตัวเอง การที่อ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการมันฟังไม่ขึ้นและถ้าอคิระไม่ทำให้เด็ดขาดต่อไปใครจะกลัว เพราะเขาไม่อยากให้ใครมีความคิดแบบแจนมันก็ต้องมีตัวอย่างให้เห็น“คุณเชนดูสบายใจขึ้นนะ” อคิระอุ้มภรรยามานั่งบนตักและช่วยทาครีมกันแดดให้อลินญาก่อน เขาชอบตัวเองมากเวลาที่ได้ดูแลอลินญา เธอตัวเล็กน่าทะนุถนอมยิ่งท้องก็ยิ่งน่าทะนุถนอมมากขึ้นไปอีก“ค่ะ อลินดีใจนะคะที่วันนี้คุณเชนปล่อยวางเรื่องนั้นได้แล้ว” เพราะเชนคือ
“โอ๋ ๆ เธออย่าอารมณ์ขึ้นสิ เดี๋ยวลูกจะเป็นเด็กหัวร้อนเก่งนะ” รีบเข้ามาโอบเมียรักแล้วพาเดินไปหาที่นั่งข้างสระว่ายน้ำเพื่อจะได้วางกระเป๋าผ้าและผ้าขนหนู“ก็ราฟชอบทำให้อลินอารมณ์ขึ้นนี่คะ”“ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ ที่ทำให้เธอมีอารมณ์” ยัง ยังไม่วายหยุดกวนประสาทเมียอีกนะ“ค่ะ เก่งมาเลยค่ะ” ลูกในท้องต้องกลายเป็นเด็กที่กวนเก่งเหมือนพ่อแน่ ๆ อลินญาเตรียมปวดหัวแบบยกกำลังสองไว้เลย“อลินขอทาครีมกันแดดให้นะคะ”“ไม่ได้ ๆ ฉันต้องเป็นคนทาให้เธอครับที่รัก”“แต่อลิน...” ความพยายามในการแย่งกันทาครีมกันแดดต้องหยุดชะงักเมื่อมีใครคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคน และเมื่ออลินญาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเขาคนนั้นคือเชน“คุณเชน” อลินญาลุกขึ้นยืนโดยมีอคิระเดินมายืนประกบอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้เชนคงรู้แล้วว่าเขากับอลินญาเป็นอะไรกันแต่คนมันขี้หวงจะตอนไหนเวลาไหนก็หวงหมด“สวัสดีครับคุณอลิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”“ค่ะ แล้วคุณเชนสบายดีไหมคะ” อลินญาทักทายด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนเวลาที่เราเจอคนที่รู้จัก เธอไม่ได้มีน้ำเสียงหรือแสดงอาการไม่พอใจอะไรคนตรงหน้าเพราะเรื่องนั้นมันก็ผ่านมานานแล้ว อลินญาและอคิระทิ้งมันไว้ข้างหลังแล้วแต่ดูเหมือนเ
“ราฟขา ต่อจากนี้เรามาถ่ายรูปคู่ของเราให้เต็มเครื่องดีไหมคะ” อลินญาขยับตัวเข้าไปกอดว่าที่สามีอย่างเต็มรัก เธอมีความสุขมากจริง ๆ นะเวลาที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของอคิระแบบนี้เพราะเขาจะกอดเธอแนบแน่นเหมือนหวงแหนซึ่งเธอชอบมาก“ได้สิ ฉันจะถ่ายภาพของเราทุกวัน”“ถ่ายไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ”“ฉันจะถ่ายภาพของเราไปจนแก่เลย”จากวันนี้ผมดำและอีกหกสิบหรือเจ็ดสิบปีข้างหน้าก็จะเป็นภาพของเราที่มีผมสีดอกเลานั่งอยู่เคียงข้างกัน จับมือกันไว้แบบนี้เสมอ“เอาลูกแฝดก็ดีนะ” อคิระเอียงหน้าซบบนศีรษะของคนตัวเล็ก“งื้อ ยากนะคะเพราะตระกูลเราไม่มีแฝดเลยสักคน คงต้องพึ่งหมอ” ทางต้นตระกูลของทั้งสองครอบครัวไม่เคยมีประวัติการให้กำเนิดเด็กแฝด และโอกาสที่จะเป็นไปได้ด้วยวิธีธรรมชาติอลินญามองว่าน้อยมาก“งั้นหัวปีท้ายปีก็ได้ ฉันไม่อยากเห็นเธอเจ็บ” เขาพอจะรู้วิธีการมีลูกโดยการพึ่งหมอและคนเป็นแม่ต้องเสียสละมาก ๆ ต้องฉีดฮอร์โมนหลายเข็มเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมแต่เขาไม่อยากเห็นอลินญาทำแบบนั้น“ตอนคลอดก็เจ็บนะคะ” ทำไมเขาน่ารักขึ้นทุกวันแบบนี้เนี่ยและขอให้เขาเป็นอคิระของเธอแบบนี้ตลอดไป เธอชอบมาก ๆ เลยละ เขาทั้งดูแลและเอาใจใส่และเธอได้รับควา
“แหวนน่ารักมากลูก” อรพินและณิชิดาพากันชมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของอลินญา คนหนึ่งดีใจที่จะได้เห็นลูกสร้างครอบครัวเป็นของตัวเองและได้ใช้ชีวิตกับคนที่รัก ส่วนอีกคนก็ยิ้มจนแก้มจะแตกเพราะในที่สุดก็ได้ลูกสะใภ้ที่หมายตามานาน สำเร็จ!ตอนฟังเรื่องเล่าจากว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้วคนเป็นแม่อย่าณิชิดาอยากบ่นอคิระสักฉากที่ทำเซอร์ไพรส์แบบใดถึงไม่ได้เซอร์ไพรส์น้องเลย แต่พอฟังเหตุผลจากลูกชายก็พอเข้าใจได้ว่าอคิระใช้สถานการณ์นี้สร้างโอกาสขึ้นมา เรื่องขอแต่งงานอคิระมีความตั้งใจอยู่แล้วแต่เพื่อรักษาเกียรติของอลินญาทำให้อคิระจำเป็นต้องใช้สื่อประกาศให้รู้และเคลียร์ทุกปัญหาให้จบในเวลาเดียวกัน“อลินเซอร์ไพรส์แน่นะลูก” ไมเคิลถามว่าที่ลูกสะใภ้บ้าง ถ้าอลินตอบว่าไม่เขาจะไล่ให้อคิระไปวางแผนขอแต่งงานมาใหม่เดี๋ยวนี้เลย“เซอร์ไพรส์ค่ะ อลินเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ราฟพาไปเลือกแหวนแล้วค่ะเพราะตอนนั้นอลินไม่คิดว่าจะถูกราฟขอแต่งงานตรงนั้นจริง ๆ” เพราะอยู่ในสถานที่ที่คิดว่าเขาคงไม่เลือกใช้ร้านเพชรของเพื่อนขอเธอแต่งงานหรอก เพราะคิดแบบนั้นเธอเลยเซอร์ไพรส์มากที่ถูกขอแต่งงานทันทีหลังเลือกแหวนเสร็จ“ผมทำดีใช่ไหมล่ะ” ยักคิ้วให้บิดาของตั







