LOGIN“อลินเกือบไม่ได้งานก็เพราะราฟเลยค่ะ”
“อ้าว ทำไมล่ะลูก” อรพินวางชุดถักโครเชต์ลงบนโต๊ะกาแฟตรงหน้า กระเป๋าที่เธอกำลังถักอยู่นี้ตั้งใจจะเอาไปเป็นของฝากให้ณิชิดามารดาของอคิระ เห็นทีต้องขอพักไว้สักครู่เพื่อที่จะได้ตั้งใจฟังเรื่องของลูกสาวและไม่รู้ว่าหลังจากฟังจบจะเอ็นดูใครก่อนระหว่างอลินญาหรืออคิระ
“คุณแม่ก็รู้นี่คะว่าราฟไม่ชอบอลิน” อรพินพยักหน้ารับเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
“ขนาดเราไม่ได้เจอกันมาเป็นสิบปีนะคะ เขายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” ทุกอย่างที่เป็นอคิระในวัยประถมปัจจุบันเขาก็ยังคงความเป็นตัวเองไว้ไม่มีส่วนไหนเปลี่ยนไปเลย ‘นิสัยร้ายยังไงก็ร้ายเหมือนเดิม’
“ราฟเห็นชื่อคนที่จะได้สัมภาษณ์ตำแหน่งดีไซเนอร์เป็นอลิน แทนที่เขาจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนการสัมภาษณ์แต่ไม่ใช่เลยค่ะ สิ่งที่เขาทำมันแย่มากค่ะคุณแม่ ราฟให้รปภ.เชิญอลินกลับ” อลินญาพูดไปพลางคิดในใจไปด้วยว่า หากอคิระอยู่ตรงนี้และได้ยินสิ่งที่เธอเล่าให้คุณแม่ฟังเขาจะต้องว่าเธอขี้ฟ้องแน่ ๆ แล้วก็ถลึงตาใส่พร้อมคาดโทษเธอไว้
“เชิญกลับเลยเหรอ” เป็นเรื่องที่อรพินควรตกใจและอาจจะต้องรู้สึกโมโหแทนลูกสาวที่เจอเจ้าของบริษัทไล่ให้กลับตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มสัมภาษณ์งาน
แต่ไม่เลย ไม่มีแววตาของคนที่ควรโมโหไม่มีน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเธอจะเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องที่ลูกสาวกำลังเล่าอยู่ ‘เรื่องปกติ’ อรพินคิดและส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนจะเหนื่อยใจมากกว่า ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ไม่ว่าตอนนี้ทั้งสองคนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน อคิระและอลินญาก็ยังตั้งใจที่จะเป็นปรปักษ์ต่อกัน
คำว่าปรองดองไม่เคยเกิดขึ้นกับสองคนนี้ ไม่เคยมีคำว่าพยายามสามัคคีกัน แม้ว่าผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านจะอยากให้อคิระและอลินญาญาติดีกันมากขนาดไหนก็ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะทำให้ความต้องการนั้นไม่มีวันเป็นจริงได้ ยิ่งห้ามยิ่งยุ อะไรประมาณนั้น อ้อ จะว่าไปก็คงมีเรื่องนี้แหละที่อรพินเห็นว่าเด็กทั้งสองคนมีความคิดเห็นที่ตรงกัน
“ถ้าให้อลินญาติดีกับราฟ อลินขออยู่คนเดียวบนโลกดีกว่าค่ะ”
“ผมก็ด้วย ขอตายดีกว่าที่จะต้องเรียกยัยม้าเต่อนี่ว่าน้องอลิน อี๋ แหวะ”
เป็นเรื่องเดียวที่อรพินได้เห็นเด็กสองคนนี้มีความคิดไปในทางเดียวกัน ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้น แน่นอนว่าไม่เคยมีความเห็นตรงกันสักเรื่อง ได้เจอกันครั้งไหนในวันนั้นต้องเกิดปัญหา ไม่อคิระแกล้งอลินญาจนร้องไห้ก็เป็นอลินญาที่หาเรื่องทำให้อคิระโดนผู้ใหญ่ดุ
“ใช่ค่ะคุณแม่ ไล่กลับทั้งที่ราฟก็ไม่ได้เจออลิน” คิดแล้วก็ยังโมโหไม่หายเลย ในวินาทีนั้นที่รปภ.พยายามเชิญเธอออกจากบริษัท ตอนนั้นเธอเหวอมาก ทั้งงงและโมโหคนไม่มีเหตุผล
“แล้วอลินทำยังไงต่อ” อรพินชักอย่างจะรู้เรื่องราวหลังจากนั้นแล้วสิ อยากรู้ว่าลูกสาวของเธอจะใช้วิธีไหนทำให้อคิระยอมรับเข้าทำงาน
“อลินก็บุกขึ้นไปหาราฟที่ห้องทำงานเลยค่ะ” ตอนนั้นก็แอบอายอยู่เหมือนกันเพราะเธอต้องเจอกับสายตาของพนักงานคนอื่น ๆ ที่ต่างพากันจับจ้องมาที่เธอเป็นทางเดียว แล้วทุกสายตามองเธอเหมือนเป็นผู้ก่อการร้ายอย่างนั้นแหละ ตอนบุกขึ้นไปก็ไม่ทันได้อายหรอกเพราะจิตใจจดจ่ออยู่ที่ประตูห้องทำงานของประธานบริษัทแต่หลังจากนั้น...อลินญาไม่กล้ามองสบตากับใครเลยเพราะ อายค่ะ
“คุณแม่รู้ไหมคะว่าคำแรกที่ราฟพูดคืออะไร”
“...” อรพินส่ายหน้าปนรอยยิ้มขบขัน แน่นอนว่าเธอไม่รู้ก็เธอไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์นี่นา และดูจากสีหน้าเป็นโกรธเป็นแค้นของอลินญาก็เดาได้ไม่ยากว่าคำแรกที่อีกฝ่ายใช้ทักลูกสาวของเธอคงไม่ใช่ ‘สบายดีไหม’
“ฉันไม่รับเธอเข้าทำงาน เนี่ย! คุณแม่ดูสิคะ ราฟนิสัยแย่ยังไงก็ยังแย่เหมือนเดิมเลยค่ะ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายสุด ๆ” อันหลังคือคำประชด อลินญามองเรื่องนี้เป็นข้อดีของอคิระไม่ได้จริง ๆ
“ที่ทำหน้าบูดอยู่นี้เพราะหงุดหงิดที่ราฟไม่รับเข้าทำงาน หรือน้อยใจที่เขาไม่ทำหน้าดีใจเมื่อเห็นลูกกันแน่”
“คุณแม่คะ” ทำเสียงงอแงก่อนจะรีบหยิบส้อมจิ้มแอปเปิลเข้าปาก ‘ใครจะไปน้อยใจคนอย่างราฟ ชิ๊’
“แล้วสรุปราฟยอมรับอลินเข้าทำงานได้ยังไงจ๊ะ” อรพินพากลับเข้าเรื่องต่อ ในใจก็แอบยิ้มให้กับคนเสียอาการที่ทำเป็นกินแอปเปิลแก้เขิน
“ทำตัวอวดเก่งใส่ค่ะ ราฟไม่ชอบคนที่กล้าท้าทายเขา อลินรู้เรื่องนี้ดีและราฟชอบเอาชนะ อลินก็เลยใช้จุดอ่อนนี้ของราฟเพื่อทำให้เขาอยากเห็นอลินพลาดเพราะความอวดเก่งของตัวเอง” อลินญาอดทำสีหน้าภาคภูมิใจในตัวเองไม่ได้ที่ดักทางคนอย่างอคิระถูก
“อลินได้งานที่อยากทำแม่ดีใจด้วยนะลูก แต่หนูต้องไม่ลืมว่าเมื่อไปทำงานแล้ว อลินคือพนักงานคนหนึ่งของAKRและราฟคือเจ้านายของลูก” อรพินเป็นคนหนึ่งที่เห็นความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะลงรอยของทั้งสองคนมาตั้งแต่เด็ก ๆ อคิระเป็นคนเอาใจยากและหัวรั้นส่วนลูกสาวของเธอก็ไม่แพ้กัน อลินญาเห็นเรียบร้อย ๆ ต่อหน้าผู้ใหญ่แต่เธอรู้จักลูกสาวของตัวเองดีว่าอลินญาดื้อเงียบ
“อยากมีบ้าง” ก็ลองหยั่งเชิงดูเผื่อเธอจะใจอ่อนยอมให้เขาทำลูก“ขอดูความประพฤติของโยชิก่อนนะคะ”“ใจร้ายจัง” ทำเป็นอวดครวญแต่ก็รู้ว่าทำไมเธอถึงบอกแบบนั้นและเรื่องนี้โยชิต้องโทษตัวเอง แต่เอาเถอะ แค่ได้เธอกลับมาอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ก็ดีมากแล้ว“กูขอลูกคืนครับ” อคิระก็อยากให้เพื่อนได้อุ้มรีญาต่ออีกสักหน่อยแต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ลูกน้อยของเขาต้องกินนมแล้ว“ไม่ออกไปคุยกับเพื่อนเหรอคะ”อลินญาเห็นสามีเดินตามเข้ามาในห้องนอนของลูกสาวเลยเอ่ยถามเขา นาน ๆ จะได้รวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาและเธอคิดว่าสามีคงมีเรื่องอยากคุยกับเพื่อน ๆ ตามประสาหนุ่ม ๆ เธอไม่ว่าอะไรเลยหากเขาจะปลีกตัวไปอยู่กับเพื่อนอีกสามคน“ฉันอยากดูเธอให้นมลูกมากกว่า”“ราฟก็เห็นแบบนี้ทุกวันนะคะ”“อืม แต่ฉันก็ยังชอบมองเวลานี้มากที่สุด ผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน คนสวยทั้งสองของพ่อ” ก้มหน้าลงไปจูบบนกระหม่อมบอบบางของลูกน้อยด้วยความรักและเลื่อนขึ้นมาจุมพิตภรรยาอย่างหวานซึ้งการได้มองอลินญาพารีญาเข้าเต้าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษและสวยงามมากจนอคิระไม่อยากพลาดเลยสักครั้ง เขาชอบมองและมองได้ทั้งวัน และที่เขาอยากอยู่ตรงนี้ก็เผื่อว่าอลินญาต้องการอะไรเขาจะได
10 เดือนต่อมา“พวกมึงช่วยไปล้างมือให้สะอาดก่อนนะครับ ถ้าไม่สะอาดกูไม่ยอมให้อุ้มลูกของกู” อคิระยืนกรานเสียงแข็งขณะที่อุ้มลูกน้อยอายุ 5 เดือนอย่างหวงแหนรีญา ลูกสาวของพ่อ แก้วตาดวงใจของอคิระ เขาหวงลูกเท่ากับหวงเมียและพวกเพื่อนรักทั้ง 3 ก็เห่อหลานกันทุกคน อยากอุ้มหลานสาวใจจะขาดแต่พวกมันมือไม่สะอาดใจก็สกปรก อคิระเลยคิดหนักว่าจะยอมให้อุ้มลูกดีไหมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะอลินญาสั่ง“กูขอเป็นคนอุ้มรีญาก่อนเพราะเมียกูท้องอยู่” เจตน์กวินรีบล้างมือของตัวเองให้สะอาดก่อนใครแล้วเดินมายืนต่อหน้าอคิระพร้อมยืนแขนออกไปเพื่อรอรับรีญาน้อยมาอุ้ม สายตามองเลยไปที่ภรรยาของตัวเอง ‘ชาร์ม’ ที่ตอนนี้กำลังอุ้มท้องลูกคนแรกของเขา การได้อุ้มรีญาก็เหมือนเป็นการฝึกอุ้มเพื่อให้พร้อมสำหรับลูกของตัวเอง“แม่ง เอาสิทธิ์เมียท้องมาอ้างนี่หว่า” ปัณณธรบ่นอุบแต่ก็ยอมต่อคิวเป็นคนที่สองและตามด้วยโยชิที่ล้างมือเสร็จคนสุดท้ายเลยต้องยอมต่อคิวอุ้มรีญาเป็นคนที่สาม“ช่วยไม่ได้ พวกมึงตามไม่ทันเอง” เจตน์กวินหมายถึงทั้งปัณณธรและโยชิอยากพากันลีลาฟอร์มจัดดีนัก ก็เลยพากันแต่งงานช้าสุดและอยู่ในขั้นตอนตั้งใจผลิตทายาทของตัวเอง“รีญาหลานอา” เจตน
เช่นกันกับแจน เหตุการณ์นั้นเธอโกรธแจนมากแต่ก็ไม่ได้แค้นจนอยากเห็นชีวิตของแจนพัง สิ่งเกิดขึ้นกับแจน เหตุการณ์ที่แจนต้องกลายเป็นเด็กส่งยาเลือกเดินในเส้นทางสีเทาก็เพราะแจนต้องหาเงินมาชดใช้ต่อการกระทำของตัวเองและเรื่องนี้อคิระไม่ใจดีเลยแม้แต่น้อยหลายครั้งที่เธอขอให้สามีพิจารณาลดจำนวนเงินลงมาจากหลักล้านเหลือหลักแสน แต่ก็นั่นแหละเมื่อเขาตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้วต่อให้เป็นเธอที่พูดขอร้องอคิระก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ เหตุผลของเขาคือการทำให้คนอื่น ๆ และร่วมถึงพนักงานในบริษัทเห็นว่าเขาเอาจริงการกระทำแบบแจนไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่ากับใครก็ตามเพราะทุกอย่างมันมีราคาที่ต้องจ่าย เมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับผิดชอบต่อความผิดของตัวเอง การที่อ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการมันฟังไม่ขึ้นและถ้าอคิระไม่ทำให้เด็ดขาดต่อไปใครจะกลัว เพราะเขาไม่อยากให้ใครมีความคิดแบบแจนมันก็ต้องมีตัวอย่างให้เห็น“คุณเชนดูสบายใจขึ้นนะ” อคิระอุ้มภรรยามานั่งบนตักและช่วยทาครีมกันแดดให้อลินญาก่อน เขาชอบตัวเองมากเวลาที่ได้ดูแลอลินญา เธอตัวเล็กน่าทะนุถนอมยิ่งท้องก็ยิ่งน่าทะนุถนอมมากขึ้นไปอีก“ค่ะ อลินดีใจนะคะที่วันนี้คุณเชนปล่อยวางเรื่องนั้นได้แล้ว” เพราะเชนคือ
“โอ๋ ๆ เธออย่าอารมณ์ขึ้นสิ เดี๋ยวลูกจะเป็นเด็กหัวร้อนเก่งนะ” รีบเข้ามาโอบเมียรักแล้วพาเดินไปหาที่นั่งข้างสระว่ายน้ำเพื่อจะได้วางกระเป๋าผ้าและผ้าขนหนู“ก็ราฟชอบทำให้อลินอารมณ์ขึ้นนี่คะ”“ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ ที่ทำให้เธอมีอารมณ์” ยัง ยังไม่วายหยุดกวนประสาทเมียอีกนะ“ค่ะ เก่งมาเลยค่ะ” ลูกในท้องต้องกลายเป็นเด็กที่กวนเก่งเหมือนพ่อแน่ ๆ อลินญาเตรียมปวดหัวแบบยกกำลังสองไว้เลย“อลินขอทาครีมกันแดดให้นะคะ”“ไม่ได้ ๆ ฉันต้องเป็นคนทาให้เธอครับที่รัก”“แต่อลิน...” ความพยายามในการแย่งกันทาครีมกันแดดต้องหยุดชะงักเมื่อมีใครคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคน และเมื่ออลินญาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเขาคนนั้นคือเชน“คุณเชน” อลินญาลุกขึ้นยืนโดยมีอคิระเดินมายืนประกบอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้เชนคงรู้แล้วว่าเขากับอลินญาเป็นอะไรกันแต่คนมันขี้หวงจะตอนไหนเวลาไหนก็หวงหมด“สวัสดีครับคุณอลิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”“ค่ะ แล้วคุณเชนสบายดีไหมคะ” อลินญาทักทายด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนเวลาที่เราเจอคนที่รู้จัก เธอไม่ได้มีน้ำเสียงหรือแสดงอาการไม่พอใจอะไรคนตรงหน้าเพราะเรื่องนั้นมันก็ผ่านมานานแล้ว อลินญาและอคิระทิ้งมันไว้ข้างหลังแล้วแต่ดูเหมือนเ
“ราฟขา ต่อจากนี้เรามาถ่ายรูปคู่ของเราให้เต็มเครื่องดีไหมคะ” อลินญาขยับตัวเข้าไปกอดว่าที่สามีอย่างเต็มรัก เธอมีความสุขมากจริง ๆ นะเวลาที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของอคิระแบบนี้เพราะเขาจะกอดเธอแนบแน่นเหมือนหวงแหนซึ่งเธอชอบมาก“ได้สิ ฉันจะถ่ายภาพของเราทุกวัน”“ถ่ายไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ”“ฉันจะถ่ายภาพของเราไปจนแก่เลย”จากวันนี้ผมดำและอีกหกสิบหรือเจ็ดสิบปีข้างหน้าก็จะเป็นภาพของเราที่มีผมสีดอกเลานั่งอยู่เคียงข้างกัน จับมือกันไว้แบบนี้เสมอ“เอาลูกแฝดก็ดีนะ” อคิระเอียงหน้าซบบนศีรษะของคนตัวเล็ก“งื้อ ยากนะคะเพราะตระกูลเราไม่มีแฝดเลยสักคน คงต้องพึ่งหมอ” ทางต้นตระกูลของทั้งสองครอบครัวไม่เคยมีประวัติการให้กำเนิดเด็กแฝด และโอกาสที่จะเป็นไปได้ด้วยวิธีธรรมชาติอลินญามองว่าน้อยมาก“งั้นหัวปีท้ายปีก็ได้ ฉันไม่อยากเห็นเธอเจ็บ” เขาพอจะรู้วิธีการมีลูกโดยการพึ่งหมอและคนเป็นแม่ต้องเสียสละมาก ๆ ต้องฉีดฮอร์โมนหลายเข็มเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมแต่เขาไม่อยากเห็นอลินญาทำแบบนั้น“ตอนคลอดก็เจ็บนะคะ” ทำไมเขาน่ารักขึ้นทุกวันแบบนี้เนี่ยและขอให้เขาเป็นอคิระของเธอแบบนี้ตลอดไป เธอชอบมาก ๆ เลยละ เขาทั้งดูแลและเอาใจใส่และเธอได้รับควา
“แหวนน่ารักมากลูก” อรพินและณิชิดาพากันชมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของอลินญา คนหนึ่งดีใจที่จะได้เห็นลูกสร้างครอบครัวเป็นของตัวเองและได้ใช้ชีวิตกับคนที่รัก ส่วนอีกคนก็ยิ้มจนแก้มจะแตกเพราะในที่สุดก็ได้ลูกสะใภ้ที่หมายตามานาน สำเร็จ!ตอนฟังเรื่องเล่าจากว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้วคนเป็นแม่อย่าณิชิดาอยากบ่นอคิระสักฉากที่ทำเซอร์ไพรส์แบบใดถึงไม่ได้เซอร์ไพรส์น้องเลย แต่พอฟังเหตุผลจากลูกชายก็พอเข้าใจได้ว่าอคิระใช้สถานการณ์นี้สร้างโอกาสขึ้นมา เรื่องขอแต่งงานอคิระมีความตั้งใจอยู่แล้วแต่เพื่อรักษาเกียรติของอลินญาทำให้อคิระจำเป็นต้องใช้สื่อประกาศให้รู้และเคลียร์ทุกปัญหาให้จบในเวลาเดียวกัน“อลินเซอร์ไพรส์แน่นะลูก” ไมเคิลถามว่าที่ลูกสะใภ้บ้าง ถ้าอลินตอบว่าไม่เขาจะไล่ให้อคิระไปวางแผนขอแต่งงานมาใหม่เดี๋ยวนี้เลย“เซอร์ไพรส์ค่ะ อลินเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ราฟพาไปเลือกแหวนแล้วค่ะเพราะตอนนั้นอลินไม่คิดว่าจะถูกราฟขอแต่งงานตรงนั้นจริง ๆ” เพราะอยู่ในสถานที่ที่คิดว่าเขาคงไม่เลือกใช้ร้านเพชรของเพื่อนขอเธอแต่งงานหรอก เพราะคิดแบบนั้นเธอเลยเซอร์ไพรส์มากที่ถูกขอแต่งงานทันทีหลังเลือกแหวนเสร็จ“ผมทำดีใช่ไหมล่ะ” ยักคิ้วให้บิดาของตั







