Masuk07:40:00 น
แกร่ก แกร่ก แกร๊งงง ร่างเล็กๆ ในชุดโรงเรียนประถมหนึ่งประถมสองและพี่ชายคนโตชั้นประถมหก (ขึ้นก่อนเกณฑ์) สวมชุดนักเรียนโรงเรียนอินเตอร์กางเกงลายสก๊อตสีแดงเดินออกมาจากห้องนอนอย่างเป็นระเบียบ พี่คนโตอุ้มน้องตัวเล็กๆ นั่งเก้าอี้สวมผ้ากันเปื้อนให้อย่างดี วันพี่คนโตเหลือบมองคุณแม่ตัวขาวนอนเหยียดยาวหลับปุ๋ยหน้าทีวีห้องรับแขก ปกติดี.. หนุ่มน้อยหน้านิ่งเดินเข้าครัวหาอาหารเช้าให้น้องๆ กินก็แม่ไม่เคยทำอาหารอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็อยากเห็นคนคนนั้นลุกขึ้นมาส่งตอนขึ้นรถโรงเรียนเหมือนแม่คนอื่นเหมือนกัน ร่างเล็กเดินผ่านประตูครัวเข้ามาถึงกับผงะห้องที่เคยว่างเปล่ามีไหล่กว้างๆ กับผมซอยไสลด์ยาวยุ่งเซอร์ที่คุ้นเคยของ "คุณดี.." "ว่าไงครับลูกชายคนโตตื่นเช้าจังน้า" พ่อ..พ่อจริงๆ ไม่ได้ตาฝาด ไม่เห็นมานานมากแล้วตั้งแต่แม่คลอดน้องทรี "ผมตื่นสายต่างหากเมื่อคืนนอนดึกเพราะคุณทะเลาะกับภรรยาจนผมต้องตื่นขึ้นมาห้ามไง..ว่าแต่ คุณไม่สบายเหรอ" ร่างเล็กเดินมาหยุดเขย่งมองคุณพ่อที่หน้าอ่างล้างจาน ไม่ใช่แค่จานที่ล้างแต่ได้กลิ่นอาหารด้วย "อ้าว ทำไมเป็นพ่อล่ะ แม่นอนตายอยู่หน้าทีวีไม่ทักมาทักพ่อล่ะไหวไหมเนี่ยเบลอเหรอหยุดเรียนดีมั้ย" คนหน้าดุเลิกคิ้วมองลูกชายคนโตตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ที่ครอบครัวต้องจารึก ลูกชายทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าต้องแสดงออกอย่างไร วันเดินวนรอบตัวโตๆ ของพ่อบังเกิดเกล้าราวกับฝันอยู่ ไปโดนตัวไหนมา "ถ้าไม่ป่วยแล้วคุณดีล้างจานทำไม ล้างตอนเช้าด้วย" คนพ่อหัวเราะในลำคอมุมปากข้างหนึ่งยิ้มน้อยๆ ได้ทีอวดสรรพคุณ "ก็..พ่อของลูกเป็นคนดีไง" เสียงของพ่อดีทั้งทุ้มห้าวใหญ่ ใบหน้าหล่อร้ายคิ้วหนาขมวดแน่นหน้าเชิดกดสายตามองคนอื่นแล้วยิ้มให้นี่มัน.. ตัวร้ายชัดๆ พ่อกับแม่ชอบคิดว่าตัวเองเท่ที่ทำท่าเหมือนมาเฟียพร้อมจะมีเรื่องตลอดเวลา แต่ในสายตาลูกสมัยใหม่ไม่มีใครชื่นชมอะไรแบบนี้กันแล้ว แม้แต่คำหวานที่พูดก็ดูไม่ละมุนขึ้นสักนิด ในสายตาเด็กเล็กคนแบบพ่อเป็นคนที่ไม่อยากได้เป็นพ่อมากที่สุดแล้ว "ป่วยแน่ๆ ..แล้วกับข้าวก็ทำเองเหรอหรือสั่งมาเทใส่ถ้วย" "พ่อทำเองลองชิมดู โจ๊กของน้องๆ นะ ของลูกเป็นไข่ดาวไส้กรอก" งั่ม.. "อืม..ไม่มีกลิ่นเครื่องปรุงเหมือนที่ร้านอาหารทำเลยแฮะ ของคุณแมนล่ะ?" "กิน...ไม่มี" ดีทำทำท่าครุ่นคิดคิดเพราะไม่ได้ทำ แม่ของลูกไม่ใช่คนกินง่ายอยู่ง่ายขนาดนั้น แมนใช้เงินซื้อทุกอย่างที่ชอบจนไม่มีเงินเหลือ เพราะแบบนี้ตายายจึงไม่ให้เก็บเงิน ถ้าไม่มีหลานสมบัติตระกูลต้องล่มสลายเจ๊งไม่เป็นท่าแน่ๆ "เดี๋ยวก็โดนบ่นอีก" วันยกอาหารไปนั่งกินกับน้องๆ พลางเหลือบมองพ่อกับแม่สลับกัน หรือแม่จะเป็นโรคร้าย? พ่อก็เลย..อารมณ์ดี ...วันต่อมา เอี๊ยดดด!! รถสองคันขับเข้ามาจอดในบ้าน ไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก พ่อของแม่ของดีและแมนเปิดประตูรถลงมาพร้อมกัน ฝั่งหนึ่งรถเก๋งแบรนด์นอกราคาหลายสิบล้านอีกคันเป็นรถกระบะโครงสร้างแข็งแรงราคาล้านกว่าบาทยืนประชั้นหน้ากันครั้งแรก ใบหน้าเรียบเฉยสายตาเชือดเฉือนแม้นใต้ตาจะดำคล้ำขั้นสุดยิ่งกว่าหมีแพนด้าแต่การเผชิญหน้ากับคนที่เปรียบเสมือนดั่งศัตรูหัวใจทำให้ไฟในดวงตาลุกโชนโชติช่วงฟ้าผ่าเปรี๊ยงปร้างในความรู้สึก.. ทั้งที่แดดจ้าเสียยิ่งกว่าอะไรดี “จะยืนมองกันอีกนานมั้ยเข้าบ้านเถอะร้อน” พ่อของแมนยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วเดินน้ำเข้าไปในตัวบ้านปูนชั้นเดียวเย็นเฉียบ ในบ้านหลังไม่ใหญ่นักแต่มีอาณาบริเวณกว้างขวางมีสนามบอลเล็กๆ มีบ่อปลาเลี้ยงไว้กิน มีผักผลไม้ มีทุกอย่างแต่ไม่มีเจ้าของบ้านมีแต่ผู้ดูแลเก็บกวาดถูบ้านทำสวน “เข้าเรื่องเลยนะคะ คุณจะเรียกสินสอดเท่าไหร่” “ไม่เอาเรามีเงินแต่เราไม่เอาลูกชายของคุณเพราะฉะนั้นคืนลูกกับหลานขอฉันมาซะดีๆ” “คุณนั่นแหละคืนลูกชายกับหลานของฉันมา รู้ไหมว่าเราเป็นใคร นักค้าอสังหาตัวยงติดท็อปเท็นประเทศนี้นะ ทรัพย์สมบัติเติบโตแบบประเมินมูลค่าไ
ชิบ.. หาย.. แล้ว.. “รออยู่นี่นะอย่าไปไหนเดี๋ยวกูมา” “ไอ้ดีมึง!..” ตื๊อดือ~ “อ้าว” (ทำไมกลับมาไว) “ลุก! ไปเยี่ยว” “เยี่ยว?..เออกะลังปวดพอดีแต่..มึงกลับมาทำไม เมื่อกี้ไปไหนมา” “เลิกทำหน้าขี้เสือกแล้วเยี่ยวออกมา” “ตรงนี้เนี่ยนะ” “พี่ครับขอใช้ห้องน้ำหน่อยนะครับผมจะพามัน..แมนไปฉี่พอดีมันมึนหัวผมจะพามันไปเข้าครับ” ดีหันไปพูดกับแววมือที่กำบางอย่างสานเทาจนเห็นได้ชัด “ค่ะตามสบายค่ะ” ห้านาทีต่อมา “นี่คืออะไรวะกูไม่จับนะมันเปื้อนเยี่ยวกู” “1...2 สองขีด” กล่อมจุ่มซีเครทโดนเต็มๆ เชื้อโคตรแรง...ทีเดียวเองนะหรือว่า หมอดูจะแม่น “ไอ้แมน..มึงท้อง” “ท้อง” “เออท้อง” “...ท้อง” “เออ...ท้อง” “กู..ท้องกับมึงเนี่ยนะไอ้เหี้ย” “กูชื่อดี” “แล้ว...จะเอาไงต่อ” >>>> .. . “พ่อครับแม่ครับ” “ว่าไงลูกดีดูนี่สิแพลนเรียนต่อมหาลััยต่างประเทศลูกอยากไปประเทศไหนลองเลือกดู” “พ่อแม่..ผมพา..” “อ้าวเพื่อนดีเหรอ ดีพาเพื่่อนมาเหรอแปลกจังไม่เคยพาใครมาที่บ้านนี่” “สะ สวัสดีครับ คุณลุงคุณป้า” “ไหว้พระเถอะลูกเรียกแม่ก็ได้เป็นเพื่อนเ
.. >>>> หลังกลับมาจากเข้าค่ายคุณธรรม หลังกลับมาจากเข้าค่ายทุกอย่างเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดีอยู่กับกลุ่มของตัวเองยังกินอมยิ้มร้านสะดวกซื้อใกล้โรงเรียนเหมือนเดิมเพียงแต่หนนี้เป็นคนซื้อเอง ธุรกิจที่บ้านดีขึ้นแบบก้าวกระโดดเมื่อรัฐเปิดกฎหมายให้ต่างชาติครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้บางที่ขายได้ยกฟลอ สิ่งที่สร้างทิ้งไว้และขายไม่ได้เพราะวิกฤติอสังหาล้นตลาดเมื่อห้าปีที่แล้วกลายเป็นคนละเรื่องกับตอนนี้ ที่บ้านของดีค้าขายน้ำมันกับของในร้านสะดวกซื้อได้มากทุกวันเป็นปกติแต่… Rrrrrr “ฮาโหล…แม่” (เป็นไงบ้างลูกดีขึ้นมั้ย?) “แม่ผมหิว หิ่วหิ้ว หิ๊วหิ๋ว” (อย่าทำเป็นเล่นน่าอยากกินอะไรแม่จะสั่งให้) “เมื่อไหร่จะกลับอยากกินไข่เจียวหมูสับฝีมือแม่” (ทำไมอ้อนจัง) “อยากกินๆๆๆ อุ..อ๊วกกก!” (แมน ลูก…เป็นอะไร เมาเหรอ) “เมาอะไรล่ะไม่ได้ออกไปไหนทั้งอาทิตย์” (ไปหาหมอหน่อยมั้ยลูก) “แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบหมอเมื่อไหร่จะกลับมา” (ลูกจะเอาอะไรแม่จะให้คนซื้อเข้าไปให้) “ไม่เป็นไร ผมจะนอน…อยากนอน มึนหัว” (เดี๋ยวแม่ให้แววเข้าไปดูนะ) “ผมไม่ชอบให้ใครมาเดินเพ่นพ่าน
.. (ดี)..ไม่ได้ชอบมัน ไอ้แมน ไอ้หน้าโง่ ทั้งซื่อทั้งโง่ โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีกแล้วยังจะมีหน้ามาสงสารคนอื่น ปากบอกเกลียดกันแต่กลับเอาของง่อยๆ อย่างอมยิ้มมาให้ทุกวันที่มาเรียน บ้าชะมัด คนเมาถูกดึงขึ้นมานั่งคล่อมตักแต่หลับตาปี๋ตามคำสั่ง ใบหน้าเรียวได้รูปยิ่งโตก็ยิ่งหล่อไม่รู้ทำไมถึงต้องมองมัน ทั้งที่ตัวสูงใหญ่ไม่ต่างกัน ทั้งที่มันรักคนอื่นจนน่าสมเพช แต่มัน..กลับดูใสซื่อบริสุดกว่าใคร ผิวของแมนขาวกว่า เนียนกว่า ลื่นกว่า หอมกว่า ความมึนเมาไม่สามารถลบประสาทสัมผัสที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนแม้แต่น้อย ริมฝีปากได้รูปเดี๋ยวก็เม้มแน่นเดี๋ยวก็อ้าออกพรู่ลมหายใจร้อนรินรดผิวกายเปลือยเปล่า ชักชวนให้เข้าใกล้มากขึ้นๆ “ยกสะโพกขึ้น” ดีสั่งเสียงพร่า คนเมายังคงหลับตาปี๋แต่ทำตามอย่างว่าง่ายขายาวคุกเข่าคล่อมร่างบนพื้นยืดตัวขึ้นปลดกางเกงลงไม่รู้ว่าแอ่นอกมากแค่ไหนถึงไปสะดุดเข้ากลับปลายจมูกของดี มือข้างหนึ่งคว้าแผ่นหลังเนียนกดเข้าหาใบ้หน้าร้อนฉ่า แค่แตะยอดอกเล็กจนเจ้าของมันขนลุกซู่แต่ก็ไม่กล้าลืมตา ดีจับมือของแมนล้วงเข้าไปในกางเกงของเขาของร้อนที่แมนนั่งทับเมื่อครู่แล้วบ่นว่าร้อนมันแข็งขืนขึ้นทุกที
“มึงยังมายุ่งกับคนของกูอยู่อีกเหรอวะ?” “แล้วมึงจะตีมันทำไมนักหนา เป็นแฟนนะไม่ใช่กระสอบทราย!” “แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วย!” ผั่วะ!! “แมนอย่า!” “ทำไมต้องชอบคนแบบนี้ด้วย!” “ก็เราชอบเขา นายไม่เข้าใจหรอก นายทำเหมือนชอบเราแต่ก็ทำเหมือนซื้อเราด้วยของพวกนั้น นายไม่เคยใช้ความสามารถของตัวเองปกป้องเรา ไม่เคยกล้าตัดสินใจทำอะไรนอกกรอบ ชีวิตวัยรุ่นทีจืดชืดแบบนั้นมันน่าจดจำเสียที่ไหน!” “เหรอ..แล้วแผลที่หน้าที่ตัวมันน่าจดจำมากนักหรือไง” แฟนของฟลาลุกขึ้นมาพร้อมกับท่อนไมท่อนหนึ่งตตอนที่แมนเผลอท่อนไม้ขนาดท่อนแขนเงื้อสุดแรงเป้าหมายคือที่หัว หากมันฟาดลงมาเต้มแรงที่ส่วนใดส่วนหนึ่งบนนั้นธรรมเนียมที่ว่าต้องมีคนออกจากโรงเรียนทุกปีคงจะเป็นเช่นนั้นอีกครั้งแต่ ฟ้าวววว~ หมั่บ!! “เล่นเหี้ยอะไรทีเผลอ ทุเรศชิบหาย” ดีคว้าไม้ไว้แสยะยิ้มให้คู่อริเก่า “ไอ้ดี ยุ่งอะไรด้วยวะ คิดว่าชนะกูแล้วกูจะกลัวเหรอ!“ “ไม่กลัวก็ดี” ผั่วะ! ผั่วะ! ดีกระชากคอเสื้อคนรักของฟลาขึ้นเหวี่ยงหมดลงซ้ำๆ ที่ใบหน้าหล่อร้ายจนแตกช้ำ ร่างเล็กของฟลาถลาเข้าไปห้ามแต่ดีก็ไม่หยุด เหมือนคนเมาแล้วพาล อาจจะแค้นที่เคยถูกร
ผับแห่งหนึ่ง“อายุไม่ถึงจะเข้าได้เหรอ”“เข้าได้ฉันรู้จักกับเจ้าของร้านน่า”“ดีดูนั่นสิ ไอ้หมอนั่นมันถูกเอามาหลอกจ่ายตังค่าเหล้าแหง”“แล้วไง”“มันไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยหรือไงว่าถูกหลอกใช้”“ ได้ข่าวว่าทะเลาะกับที่บ้านชนิดแตกหักกับพ่อไม่รู้ว่าเอาเงินที่ไหนมาเปย์ไอ้ตัวร้ายนั่น”“ตอนคนเราอยากได้อะไรมากๆ มันก็ไม่สนวิธีการหรอก”ตกดึกโครมมม!!อึ้กก!!“ไม่มีเงินก็ไม่บอกนายทำเราขายหน้านะแมน”“เราบอกฟลาแล้วว่าแม่จำกัดการใช้เงิน เงินที่มีก็มีแค่ของพ่อแม่เท่านั้น”“ไม่มีเงินแล้วแมนจะดูแลเราได้ยังไงเราอยู่ในเมืองนะแมนก็รู้ว่าเราเป็นนักเรียนทุนไม่มีเงิน ไหนบอกว่าจะดูแลเราอย่างดีไงนั่นไงร้านสะดวกซื้อใช่สาขาที่แม่นายเป็นเจ้าของมั้ย”“..อ อือ”“ไปเอาเงินมาสิ ไม่พอจ่ายคค่าอาหารที่โต๊ะสามพัน..ไปเอามาได้ไหม”....วี๊หว่อ วี๊หว่อ~เหตุการณ์ปล้นร้านสะดวกซื้อครั้งนั้นเป็นข่าวใหญ่ในปีนั้นก็ว่าได้นักเรียนมอปลายโรงเรียนคุณหนูปล้นร้านสะดวกซื้อสาขาของแม่ตัว เข้าผับทั้งที่อายุไม่ถึง มีคนในกลุ่มใช้ยาเสพติดและทำร้ายร่างกายคนในผับอาการสาหัส เหตุการณ์เพียงคืนเดียวแต่เกิดเรื่องมากมายจนพ่อแม่แมนต้องวิ







