LOGINพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในโถงทางเข้าห้องพักเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นจนยากจะต้านทาน เกรียงไกรถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิดเพื่อจ้องมองใบหน้าหวานที่บัดนี้แดงซ่านและฉ่ำเยิ้มไปด้วยพิษสวาท มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังเลื่อนลงมาเชยชายกระโปรงสอบเนื้อดีของเธอให้รั้งขึ้นมากองอยู่ที่เอวคอดกิ่ว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนที่กำลังสั่นระริก
ก่อนที่รสรินจะทันได้ประท้วง ฝ่ามือร้อนผ่าวที่แสนคุ้นเคยก็สอดแทรกผ่านขอบอันเดอร์แวร์ลูกไม้ตัวจิ๋วเข้าไปสัมผัสกับผิวกายที่ซ่อนเร้น ความสากระคายของฝ่ามือชายฉกรรจ์ที่ลูบไล้ไปบนโคกเนินนุ่มนิ่มนั้นเปรียบเสมือนการประกาศอาณานิคมว่า 'เจ้าของ' ที่แท้จริงได้กลับมาทวงคืนสิ่งที่เขาเคยฟูมฟักมากับมือ
"อา... อูยยย... ป๋าขา..." รสรินครางกระเส่า แผ่นหลังบางเบียดเสียดเข้าหาผนังเย็นเฉียบเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
นิ้วแข็งแกร่งของเกรียงไกรเริ่มกรีดกรายลงไปตามรอยแยกของกลีบเนื้อนุ่มที่บัดนี้กำลังขับหยาดน้ำหวานออกมาจนฉ่ำแฉะ เพียงแค่ปลายนิ้วสะกิดเบาๆ ลงบนจุดกระสันที่ไวต่อสัมผัส ร่างระหงของรสรินก็กระตุกสะท้านอย่างแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าพันโวลต์ช็อตไปทั่วสรรพางค์กาย เธอหอบหายใจถี่กระชั้นจนทรวงอกอิ่มสะท้อนขึ้นลงรัวเร็ว
"หนูเกือบพร้อมแล้วนะจ๊ะ..." เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบข้างหูทำให้ขนกายของเธอลุกเกรียว
รสรินปรือตาที่หวานฉ่ำขึ้นมองหน้าเขา ใบหน้าของเธอในยามนี้ไร้ซึ่งคราบของหญิงสาวผู้เรียบร้อย มีเพียงนางแมวสาวที่กำลังหิวกระหายในรสกามของจอมพรานนิ้วของเกรียงไกรเริ่มทำงานอย่างเชี่ยวชาญ เขาบดคลึงและรุกรานเข้าไปในส่วนลึกอย่างหนักหน่วงขึ้นสลับกับจังหวะที่ผ่อนปรนอย่างมีชั้นเชิง ความช่ำชองของหนุ่มใหญ่ทำให้เขารู้ดีว่าต้องขยับอย่างไรให้เหยื่อสาวตัวน้อยต้องครวญครางไม่เป็นภาษา
"โอ๊ย... ซี้ดดด... ป๋า... หนูเสียว... เสียวเหลือเกินค่ะ"
เสียงครางที่เคยแผ่วเบาเริ่มดังขึ้นเป็นระยะตามจังหวะนิ้วที่รัวเร็ว เอวบางเริ่มร่อนส่ายเข้าหาฝ่ามือหนาอย่างเป็นอัตโนมัติ รสรินหลับตาพริ้ม เชิดหน้าขึ้นระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปถึงสมอง ร่างกายของเธอตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาอย่างซื่อสัตย์ ยิ่งนิ้วของเขาแทรกซอนลึกเข้าไปในความคับแน่นและเปียกชุ่ม เธอก็ยิ่งบดเบียดร่างกายเข้าหาเขาอย่างไม่ลดละ
"ป๋าขา... โอยยย... ซี้ดดด… ป๋าขา… หนูไม่ไหวแล้ว…ซี้ดดด…"
จังหวะการรัวนิ้วของเกรียงไกรเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ท่วงท่าที่สุขุมภูมิฐานในยามปกติหายไปสิ้น เหลือเพียงความดิบเถื่อนที่พยายามรีดเค้นเอาหยาดอารมณ์ของหญิงสาวออกมาทุกหยดหยาด
รสรินกระตุกเกร็งเป็นระยะ เอวของเธอร่อนระบำตามจังหวะมือของเขาอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อผสมผสานกับเสียงครางหวานละมุนที่ดังก้องไปทั่วห้องโถงเล็กๆ ก่อนจะนำพาเธอไปสู่จุดสูงสุดที่ทำให้ร่างกายทุกส่วนต้องกระตุกเกร็งจนแทบหยุดหายใจ
เธอกอดคอเขาไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอแกร่งพลางพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาอย่างหมดแรง ความเสียวซ่านที่เขาจารึกไว้นั้นมันช่างล้ำลึกและหนักหน่วงจนเธอแทบจะลืมเลือนโลกภายนอกไปสิ้น... ในวินาทีนี้ ไม่มีกวิน ไม่มีว่าที่พ่อผัว มีเพียงป๋าไกรผู้ยิ่งใหญ่และรสรินผู้ยอมสยบแทบเท้าเพียงเท่านั้น
เกรียงไกรก้มลงมองดวงตาที่ฉ่ำปรือและล่องลอยอยู่ในวังวนแห่งกามารมณ์ของรสริน เขาสัมผัสได้ถึงกระแสความต้องการที่พลุ่งพล่านไม่แพ้กัน มือหนาลูบไล้แก้มเนียนแผ่วเบาก่อนจะโน้มตัวลงประกบริมฝีปากอวบอิ่มของเธออีกครั้ง เป็นจูบที่สั้นแต่หนักหน่วงเพื่อย้ำเตือนถึงพันธนาการในอดีต
"ถึงตาหนูทำให้ป๋าบ้างนะจ๊ะ..." เขากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นทรงพลังจนคนฟังถึงกับสั่นสะท้าน
รสรินพยักหน้าตอบรับช้าๆ ดวงตากลมโตที่จ้องมองเขาแฝงไปด้วยความเย้ายวนและจริตมารยาที่ถูกปลูกฝังมาอย่างดี เธอทรุดกายคุกเข่าลงตรงหน้าเขาอย่างว่าง่าย ท่าทางอันนอบน้อมแต่แฝงด้วยความร่านร้อนนั้นช่างขัดกับภาพลักษณ์ลูกสะใภ้ที่แสนดีเสียเหลือเกิน
มือเรียวสวยเอื้อมไปปลดหัวเข็มขัดหนังเนื้อดีและตะขอกางเกงของเกรียงไกรออกอย่างช่ำชอง เสียงซิปที่รูดลงช้าๆ ดังชัดเจนในความเงียบ ก่อนที่มือน้อยจะสอดลอดผ่านขอบชั้นในเข้าไปโอบกุม 'พญามังกร' ที่ขดตัวรอการตื่นฟื้นอยู่ภายใน
เพียงมือนุ่มสัมผัส ท่อนเอ็นที่เคยสบถอยู่ลึกๆ ก็เริ่มพองขยายตัวขึ้นราวกับถูกปลุกด้วยมนต์วิเศษ รสรินค่อยๆ งัดเอาแก่นกายขนาดเขื่องออกมาอวดโฉมสู่ภายนอก เธอเงยหน้าช้อนสายตาปรือปรอยขึ้นมองเขาอย่างท้าทาย ก่อนจะอ้าปากอวบอิ่มงับเข้าที่ส่วนหัวหยักบานใหญ่ของมันอย่างละเมียดละไม
"อืมมม... หนูริน.. ซี้ดดด…" เกรียงไกรครางต่ำในลำคอ เมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นซ่านจากโพรงปากที่คุ้นเคย
รสรินเริ่มบรรเลงบทรักด้วยปลายลิ้นอย่างเชี่ยวชาญ เธอละเลียดเลียระรัวรอบหัวหยักที่เริ่มตึงเปรี๊ยะจนเป็นสีระเรื่อ ความเก่งกาจที่ป๋าไกรเคยฝึกปรือมากับมือทำให้เธอรู้ดีว่าต้องขยับอย่างไรให้เขาพึงใจ ลิ้นเล็กตวัดรัวที่รอยหยักรอบส่วนหัวบานใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนปรนและดูดดึงมันเข้าสู่ลำคออย่างล้ำลึก
ยิ่งเธอปรนเปรอ แก่นกายที่เคยสงบนิ่งก็ยิ่งตื่นตัวจนแข็งขึงเต็มพิกัด เผยให้เห็นความอลังการที่รสรินเคยใช้สายวัดพิสูจน์มาแล้วกับตา...
ความยาวแปดนิ้วเต็มที่สู้มือ และความอวบอัดของเส้นรอบวงเกือบเจ็ดนิ้วที่คับแน่นเต็มปากจนเธอต้องห่อริมฝีปากเข้าหากัน ความร้อนผ่าวจากลำเอ็นที่มีเส้นเลือดปูดโปนพาดระเกะระกะรอบลำนั้นช่างยั่วยวนใจเธอเหลือเกิน
“อาาา… ซี้ดดด… หนูยังดูดควยเก่งเหมือนเดิมเลย อาาา ซี้ดดดด…” เกรียงำกรเอวกระตุก ครางกรเส่าเสียงพล่า
รสรินเธอใช้ลิ้นเลียไล้ไปตามความยาวของท่อนเนื้อที่แข็งปานเหล็กกล้า สลับกับการรัวลิ้นที่ส่วนปลายอย่างร่านร้อนและชำนาญ รสรินปรนนิบัติเขาด้วยความลุ่มหลง ราวกับจะชดเชยเวลาที่ห่างหายไปนานปี
เสียงดูดดื่มที่ดังคลอไปกับเสียงครางอย่างพอใจของเกรียงไกรทำให้บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ความยิ่งใหญ่ที่เธอเคยโหยหาบัดนี้มันกำลังเต้นตุบๆ อยู่ในปากและฝ่ามือของเธอ
เป็นความภาคภูมิใจและรัญจวนใจที่หาจากชายใดไม่ได้อีกแล้วนอกจากชายที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าคนนี้... ป๋าไกรของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้อ่อนหวาน กิริยามารยาทที่เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ที่คนภายนอกมองเห็น บัดนี้ได้มลายหายไปสิ้นเหลือเพียง 'หนูริน' เด็กในปกครองผู้ร่านร้อนคนเดิมของป๋าไกรเท่านั้น เพลงกามที่เธอขับขานผ่านปลายลิ้นและโพรงปากอันฉ่ำแฉะนั้นช่างไร้เทียมทาน
ลีลาการดูดกลืนท่อนเอ็นขนาดมหึมาอย่างเชี่ยวชาญทำให้เกรียงไกรถึงกับเอวกระตุกสั่น หน้าท้องแกร่งเกร็งเขม็งด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมเข้าใส่อย่างหนักหน่วงจนแทบตั้งตัวไม่ติด
"อูยยย... ซี้ดดด... หนูริน... อูววว... ควยป๋าคิดถึงปากหนูเหลือเกิน ซี้ดดด... อาาาา... หนูรินจ๋า... ซี้ดดด..."
เสียงครางต่ำที่เจือไปด้วยความกระหายดังระงมไปทั่วห้องโถงเล็กๆ มือหยาบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนเอื้อมลงมากดกุมศีรษะของว่าที่ลูกสะใภ้สาวไว้มั่น นิ้วมือสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมสลวยเพื่อบังคับทิศทางและจังหวะให้โถมเข้าหาความยิ่งใหญ่ของเขาอย่างออกรส รสรินตอบรับด้วยการเร่งจังหวะการรูดไล้และดูดดึงจนเกิดเสียง จ๊วบจ๊าบ ดังสนั่นสะท้อนกำแพงห้อง ความร้อนผ่าวจากลำกายที่ขยายจนสุดขนาดนั้นกระตุ้นให้สัญชาตญาณดิบของเกรียงไกรพุ่งพล่าน
"อูววว... หนูจ๋า... ป๋าจะแตกก่อน... ไม่ไหว... เราไปเย็ดกันที่เตียงดีกว่านะจ๊ะ... อูยยย..."
ถ้อยคำหยาบโลนที่หลุดออกมาจากปากข้าราชการผู้ทรงเกียรติในยามปกติ กลับกลายเป็นยากระตุ้นชั้นเลิศที่ฉีดเข้าสู่กระแสเลือดของรสริน เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม... มันกลับปลุกไฟราคะในตัวเธอให้โหมกระหน่ำจนถึงขีดสุด รสรินหยัดตัวลุกขึ้นด้วยดวงตาที่ฉ่ำปรือและริมฝีปากที่เปียกชุ่ม เกรียงไกรไม่รอช้า เขาซัดดึงกึ่งลากร่างระหงมุ่งตรงไปยังเตียงหนานุ่มขนาดควีนไซส์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องราวกับแท่นบูชากาม
เมื่อถึงขอบเตียง ทั้งคู่หยุดยืนจ้องตากันอย่างเร่าร้อน แววตาของรสรินในยามนี้ไม่มีเศษเสี้ยวของความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหลงเหลืออยู่เลย กำแพงศีลธรรมที่เคยขวางกั้นระหว่าง 'ลูกสะใภ้' กับ 'พ่อผัว' ถูกเปลวไฟแห่งความเงี่ยนกระหายแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ความคิดที่ว่านี่คือพ่อของกวินถูกสลัดทิ้งไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความต้องการที่จะกำจัดความรุ่มร้อนในกายออกไปให้พ้นทาง และชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้คือ 'ยารักษา' เพียงหนึ่งเดียวที่เธอถวิลหามาตลอดหลายปี
ต่างคนต่างเร่งรีบจัดการกับอาภรณ์บนร่างกายอย่างบ้าคลั่งราวกับเป็นอุปสรรคที่น่ารำคาญใจ ชุดเดรสลูกไม้ราคาแพงถูกถอดทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี เช่นเดียวกับชุดสูทภูมิฐานของเกรียงไกรที่ถูกเหวี่ยงไปคนละทิศทาง ในวินาทีที่ร่างกายเปลือยเปล่าปะทะเข้าหากัน ความโหยหาที่ถูกกักขังมานานก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง
รสรินโถมตัวเข้าหาอ้อมกอดที่แสนคุ้นเคย ผิวกายเนียนละเอียดบดเบียดเข้ากับมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของเกรียงไกรอย่างร่านรัก เธอปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับกระแสตัณหาที่ไร้ขอบเขต ยอมรับทุกสัมผัสที่ดุดันและหยาบกระด้างของเขาอย่างเต็มใจ
ยิ่งเขาแสดงความเป็นเจ้าของบนเรือนร่างเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกถึงความพึงพอใจที่พลุ่งพล่านจนแทบสำลัก รสรินในยามนี้ร่านรักและเปิดเปลือยทุกความต้องการออกมาอย่างไม่หมกเม็ด เธอพร้อมแล้วที่จะรับ 'บทเรียน' ที่ฉกาจฉกรรจ์จากป๋าไกรของเธออีกครั้งบนเตียงนอนแห่งความลับนี้
เกรียงไกรประคองร่างระหงที่เปลือยเปล่าและสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ของรสรินให้นอนหงายลงบนฟูกนุ่มสีขาวสะอาดตา เขาจัดการจัดระเบียบร่างกายของเธอด้วยความช่ำชอง มือหนาคว้าหม่อมสะโพกผุดผ่องพาดไว้อย่างหมิ่นเหม่ที่ขอบเตียง ก่อนจะจับข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอแยกออกกว้างจนสุดแรงดึงดูด
ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของหนุ่มใหญ่สะดุดกึก... โคกเนินเนื้อหนานุ่มลอยเด่นท้าทายสายตา กลีบกุหลาบสีสดฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวานที่เอ่อล้นออกมาจนเยิ้มชุ่ม มันอ้าเผยอออกน้อยๆ ราวกับจะเชื้อเชิญให้เจ้าของเดิมกลับมาสำรวจร่องรอยที่เขาเคยตราจองไว้เมื่อครั้งอดีต เกรียงไกรจ้องมองมันด้วยสายตาพราวระยับราวกับนักสะสมที่ได้พบสมบัติล้ำค่าที่หายสาบสูญไปนาน
"มันยังสวยเหมือนเดิมเลยหนูจ๋า... ในที่สุดมันก็กลับมาหาเจ้าของเดิมของมันแล้ว"
เสียงทุ้มพร่าเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าคมสันลงไปหาความลึกลับที่แสนรัญจวนใจ ลิ้นร้อนผ่าวที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงครูจรดลงตรงรอยแยกของกลีบเนื้ออวบอิ่มในทันที รสรินสะดุ้งสุดตัว มือเรียวทั้งสองข้างขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับยู่ยี่ ใบหน้าสวยส่ายไปมาบนหมอนอย่างทรมานจากความเสียวที่จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว
เกรียงไกรเริ่มบทเพลงกามด้วยการใช้ปลายลิ้นเซาะซอนไปตามซอกหลืบของแคมงามอย่างละเมียดละไม ลิ้นของเขาทำงานอย่างตะกรุมตะกรามแต่แฝงด้วยความประณีต เขาละเลียดชิมน้ำหวานรสรัญจวนใจอย่างไม่รู้จักอิ่ม ริมฝีปากหนาดูดเม้มกลีบเนื้อนุ่มแรงๆ จนรสรินต้องแอ่นสะพรรพางค์กายรับสัมผัสที่ดุดันนั้น
“อาาาา…. ซี้ดดดด..” รสรสซี้ดปากยาวอย่างซ่านสยิว
ก่อนที่เขาจะรุกรานลึกซึ้งขึ้น ลิ้นร้อนรัวระริกเข้าใส่บริเวณฝีเย็บและลามไปถึงรอยจีบสีสวยที่รูทวารซึ่งกำลังขมิบรู้อย่างเสียวยิบ รสรินตัวสั่นงันงก เอวบางร่อนส่ายตามจังหวะลิ้นของเขาอย่างบ้าคลั่ง ความซ่านสยิวแล่นปลาบไปทุกอณูประสาทจนเธอแทบจะหยุดหายใจ
"อาาา... อูยยย... ซี้ดดด... ป๋าขา... รินเสียว... รินเสียวแตดค่ะป๋าขา!"
เสียงครางลั่นห้องพักบ่งบอกถึงอารมณ์ที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ความเป็นเด็กสาวใสซื่อที่กวินเคยรู้จักมลายหายไปสิ้น ในเวลานี้เหลือเพียงนางแมวสาวที่ร่านสวาท แววตาของเธอดำมืดและฉ่ำเยิ้มไปด้วยตัณหา ปากอวบอิ่มอ้าค้างระบายลมหายใจร้อนผ่าว
เกรียงไกรขยี้อารมณ์เธอให้ถึงขีดสุดด้วยการใช้ริมฝีปากดูดเม้มเม็ดละมุดสีสดที่ชูชันล่อตาเขาอยู่กลางใจกลางความรัญจวน ลิ้นหนารัวกระหน่ำเข้าใส่ติ่งเสียวอย่างต่อเนื่องและรุนแรง แรงดูดดึงและการรัวลิ้นที่เชี่ยวชาญระดับหาตัวจับยากทำเอาเอวของรสรินลอยละลิ่วตามจังหวะลิ้นของเขา แผ่นหลังบางแอ่นโค้งจนแทบไม่ติดพื้นฟูก เธอโผเข้าหาความเสียวซ่านนั้นอย่างลืมตาย
"โอววว... ป๋า... ซี้ดดด... อาาา... เสียวแตดเหลือเกิน... อูยยย ลิ้นป๋าโดนแตดริน ซี้ดดด... อูยยย ซี้ดดด..!"
เสียงร่านร้อนที่ตะโกนสั่งออกมาอย่างไม่เหลือมาดกุลสตรี ยิ่งกระตุ้นให้เกรียงไกรฮึกเหิม เขาปรนเปรอเธอด้วยลีลาลิ้นที่สลับซับซ้อน ทั้งดูด ทั้งเลีย ทั้งห่อลิ้นแหย่เข้าไปในร่องลึกที่คับแน่นจนน้ำหวานพุ่งกระฉูดออกมาเป็นระลอก
รสรินกระตุกเกร็งไปทั้งตัว สมองขาวโพลนไปด้วยรสกามที่เผ็ดร้อนเกินคำบรรยาย เธอตกอยู่ในพยับเมฆแห่งความสุขสมที่ป๋าไกรของเธอเป็นคนสร้างขึ้น... ชายหนุ่มใหญ่ผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และชั้นเชิงกามที่ไม่มีใครเลียนแบบได้!
เสียง "ปึก" จากการปิดประตูท้ายรถอัลพาร์ตสีขาวดังก้องสะท้อนไปในอากาศที่นิ่งสนิท กลิ่นยางรถยนต์ใหม่และกลิ่นอายแดดจาง ๆ ยามสายลอยอบอวลอยู่รอบตัว กวินลดมือลงข้างลำตัว ฝ่ามือของเขายังคงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจาง ๆ จากตัวรถ แต่หัวใจกลับเบาโหวงอย่างประหลาด เขาค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคฤหาสน์หลังงามที่โอ่อ่าท้าทายแสงตะวันภาพตรงหน้าคือบ้านที่เขาเคยวิ่งเล่นจนเข่าถลอก กลิ่นหอมของดอกแก้วที่ปลูกริมรั้วยังคงโชยมาแตะจมูกเหมือนวันวาน ภาพความทรงจำสีจาง ๆ ในห้องโถงกว้างที่เขาเคยนั่งล้อมวงกินข้าวกับแม่ผุดพรายขึ้นมาประหนึ่งฟองอากาศที่ลอยเด่นก่อนจะแตกสลาย เขาพยายามจะแย้มยิ้มให้กับอดีตเหล่านั้น ทว่ามันกลับเป็นเพียงเงาแห่งความเศร้าที่พาดผ่านริมฝีปาก เพราะในวินาทีถัดมา กลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทและภาพร่างไร้วิญญาณบนเตียงสีขาวกลับแทรกซึมเข้ามาบดบังทุกสิ่งจนมืดมิด“ขอโทษนะครับหม่ามี้...” เขาพึมพำกับสายลมที่พัดผ่านใบหน้า เสียงแหบพร่าประหนึ่งเศษใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบย่ำ เขาหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของแม่ผู้ล่วงลับที่เคยฝากฝังให้เขาดูแลบ้านหลังนี้ให้ดีที่สุด “ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างของที
แรงสั่นสะเทือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงดังกะพริบถี่รัวจนกวินรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา เขาละสายตาจากใบหน้าพ่ายแพ้ของพ่อ แววตาคมกริบกวาดมองหน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานประหนึ่งเลือด ทันใดนั้น ความเย็นเยียบแล่นปราดเข้าจับขั้วหัวใจประหนึ่งถูกแช่แข็ง"ริน!"ชื่อของหญิงสาวหลุดจากปากอย่างแผ่วเบาแต่สั่นเครือ กวินเงยหน้ามองขึ้นไปยังเพดานห้อง ตำแหน่งที่เป็นห้องนอนอันมืดมิดของเมียรัก สมองของเขาฉายภาพขวดยาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะหัวเตียง—ทางออกเดียวที่เธอใช้ดับความทรมานในใจมาตลอดหลายอาทิตย์ เขาไม่รอช้า รวบร่างหนูกาเหว่าเข้าแนบอกแล้วโผทะยานขึ้นบันไดไม้ไปทีละสองขั้น เสียงฝีเท้ากระแทกขั้นบันไดดังหนักแน่นสลับกับลมหายใจที่หอบพร่าเขากระชากบานประตูห้องนอนออกอย่างแรงจนมันกระแทกผนังเสียงดัง ปัง! ทว่าความเงียบงัดที่สวนกลับมานั้นน่าสะพรึงยิ่งกว่ากวินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดวิญญาณออกไปในวินาทีที่เห็นร่างของรสรินพาดอยู่บนขอบฟูกหนา กระปุกยานอนหลับสีขาวนอนนิ่งสนิทโดยไร้ฝาปิดและไร้สิ่งใดหลงเหลืออยู่ข้างใน ใกล้กันนั้นคือขวดน้ำยาล้างห้องน้ำสีฟ้าสดที่ล้มตะแคง น้ำยาสีขุ่นข้นไหลนองอาบพื้นไม้จนเ
เกรียงไกรพุ่งตัวออกจากห้องทำงาน เสียงฝีเท้าที่กระแทกลงบนพื้นไม้สักดังสนั่นรัวเร็วประหนึ่งเสียงกลองรบที่บ้าคลั่ง สายตาของเขาตวัดส่ายไปมาดั่งเสือที่กำลังคลั่งเลือด มองหากวิน... ไอ้ลูกในไส้ที่เขาตราหน้าว่าเป็นต้นตอของหายนะที่กำลังแผดเผาเกียรติยศของเขาอยู่ในขณะนี้ความร้อนรนทำให้เขาเกือบจะถลำผ่านโถงทางเดินไป ทว่าหางตากลับสะดุดเข้ากับภาพภายในห้องนั่งเล่น เกรียงไกรชะงักเท้าจนร่างโยน ก่อนจะถอยกลับมาเผชิญหน้ากับภาพที่ทำให้เขายิ่งเดือดดาล กวินกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนประคองร่างป้อมของหนูกาเหว่าไว้ในอ้อมแขน นิ้วหนาชี้ไปตามภาพในหนังสือนิทานอย่างใจเย็น“แกทำใช่ไหมไอ้วิน!”เสียงตวาดลั่นปานฟ้าผ่าฉีกกระชากความเงียบสงบในบ้านจนพังพินาศ หนูกาเหว่าสะดุ้งสุดตัวจนหนังสือนิทานร่วงหลุดจากมือ กวินเงยหน้าขึ้นทันควัน คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม แววตาของเขามีเพียงความฉงนและสับสน“ป๊าพูดเรื่องอะไร? ผมทำอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงความมึนงงอย่างที่สุด“อย่ามาทำเป็นไขสือ! ข่าวในเน็ต... เรื่องของป๊ากับหนูริน มันจะหลุดออกไปได้ยังไงถ้าไม่ใช่ฝีมือแก แกโกรธป๊า แกอยากเห็นฉันฉิบหายมากนักใช่มั้ย!”เกรียงไกรถลา
รัตติกาลอันเงียบสงัดถูกปกคลุมด้วยความหรูหราฟู่ฟ่าของคฤหาสน์หลังมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตร แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลดวงเขื่องสะท้อนวาบวับบนตัวถังรถยนต์ยุโรปป้ายแดงที่จอดเรียงรายจนเต็มลานหินอ่อน กลิ่นควันท่อไอเสียจางๆ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นดอกไม้เมืองหนาวที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีตทั่วทั้งงานชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบหลายสิบชีวิต ต่างประคองกระเช้าผลไม้นอกและรังนกสีทองเกรดพรีเมียม เดินสลับข้ามไปมาเพื่อแย่งชิงโอกาสเพียงเสี้ยวนาทีในการเข้าถึงตัว "เจ้าภาพ" ผู้กุมชะตาในบอร์ดแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง“ท่านเกี๊ยง... ไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านในงานนี้”กรณ์ คู่แข่งคนสำคัญที่มีบารมีสูสีกัน ขยับตัวเข้ามาใกล้จนเกรียงไกรสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ซิการ์จางๆ ที่ติดมากับปกเสื้อสูท กรณ์เอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันบางอย่าง“งานสำคัญของท่านรัฐมนตรีแบบนี้ ผมจะพลาดได้ยังไงล่ะท่านกรณ์”เกรียงไกรตอบกลับด้วยน้ำเสียงกังวานราบเรียบ มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีเนือยๆ ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลับฉายประกายแห่งความถื
ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศครางหึ่งแผ่วเบา ไหล่หนากว้างของกวินยังคงสั่นไหวกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เขาโน้มตัวลงจนหน้าผากแทบจรดซอกเข่า ฝ่ามือทั้งสองที่ยกขึ้นปิดใบหน้าตัวเองไว้สั่นเทาประหนึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวในอกกำลังจะระเบิด ทว่าเสียงสะอื้นที่เขาเพียรสะกดกั้นไว้กลับหลุดรอดออกมาเป็นจังหวะที่ขาดห้วง ราวกับไม่สามารถจะอดกลั้นมันไว้ได้อีกต่อไปในนาทีที่น้ำตาอุ่นจัดไหลนองง่ามนิ้ว กวินเพิ่งตระหนักได้ด้วยหัวใจที่แหลกสลายว่า นรกที่เขาเพียรสร้างขึ้นเพื่อแผดเผาคนบาปทั้งสอง กลับกลายเป็นกองเพลิงที่โหมกระหน่ำใส่ตัวเขาเองอย่างไม่ปรานี และที่ร้ายไปกว่านั้น ประกายไฟแห่งความแค้นที่เขาจุดขึ้น มันได้ลุกลามไปรั้งดึงเอาดวงใจบริสุทธิ์อย่าง 'หนูกาเหว่า' ให้เข้ามาจมอยู่ในกองเพลิงนี้ไปพวกเขาด้วยความสะใจที่เขาเคยถวิลหา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความสมเพชตัวเองที่มันตีกลับเข้าหาอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหมือนเป็นพ่อที่ล้มเหลว ไม่ต่างไปจาก เกรียงไกร ชายที่ยังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา เขากำลังจะเป็นคนที่ขุดหลุมฝังอนาคตของลูกสาวด้วยมือของตัวเองเพียงเพื่อดับไฟแค้นส่วนตัว ภาพดวงตาที่
"หนูริน... เป็นยังไงบ้าง?"เสียงของเกรียงไกรสั่นพร่า ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายในชุดสูทเนื้อดีขยับเข้าใกล้ขอบเตียงคนไข้อย่างลืมตัว กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศหรูหราที่ติดตัวเขามาปะทะเข้ากับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในห้องโถมเข้าใส่รสรินจนเธอรู้สึกอึดอัด แผ่นหลังของเธอลีบติดกับพนักเตียงพยายามถดหนีสัมผัสที่ไม่ได้ร้องขอ ชายชราเหมือนจะเพิ่งรู้สึกถึงกำแพงล่องหนที่กั้นขวางอยู่ เขาค่อยๆ ขยับถอยห่างออกมาทีละก้าว ทว่าดวงตายังคงจ้องมองสะใภ้ด้วยความห่วงใยจนออกนอกหน้า"รินเขาไม่เป็นไรแล้วครับป๊า... โชคดีที่หมอล้างท้องทัน"คำว่า 'ล้างท้อง' จากปากกวินกรีดผ่านความเงียบราวกับคมมีด บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้งและตึงเครียดขึ้นมาทันที ป้าเล็กที่ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมห้องรู้สึกเหมือนออกซิเจนกำลังจะหมดไปจากห้องนี้ เธอขยับผ้ากันเปื้อนในมือไปมาอย่างกระสับกระส่าย"เดี๋ยวป้าออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะ... เห็นหนูรินปลอดภัย ป้าก็โล่งใจแล้ว"ป้าเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งผาก แววตาที่ผ่านโลกมามากกวาดมองคนทั้งสามด้วยความรู้สึกประหลาด แฝงไปด้วยความเวทนาที่ปิดไม่มิด หญิงชราขยับตัวเข้าไปใกล้กวินอย่างรู้งาน ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนที่ดูฝืนธรรมชาต







