Masukความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องโถงเรือนไทยอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่เป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งแรงปรารถนาที่พร้อมจะปะทุขึ้นทุกวินาที คำประกาศกร้าวของหมอเรศน์ ที่อาสาจะมาเป็นผู้ลงเสาเข็มให้กับที่ดินรกร้างอย่างเธอ ยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของดาวฟ้า ราวกับเสียงระฆังที่ตีรัวไม่หยุดหย่อน
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายให้กลับมาประกอบร่างกันใหม่ เธอคือนางพญาแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ คือทายาทหมื่นล้านผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร จะมาเสียอาการให้กับหมอดูหนุ่มใหญ่ในบ้านสวนแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด
ดาวฟ้าค่อยๆ ดึงมือที่สั่นเทาน้อยๆ ของตนเองกลับมาวางบนตัก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งและเย่อหยิ่งตามสไตล์ลูกคุณหนู แม้ว่าภายในอกจะเต้นโครมครามราวกับกลองศึก และช่องท้องน้อยจะยังคงบิดเกร็งด้วยความวูบวาบที่เขาฝากไว้
“คุณหมอคะ ข้อเสนอของคุณมันน่าสนใจดีนะคะ แต่ดิฉันคิดว่าเราต้องพูดกันตามความเป็นจริง” ดาวฟ้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงพยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด แต่หางเสียงยังคงสั่นไหวเล็กน้อย
เธอปรายตามองไปรอบห้องที่ตกแต่งด้วยเครื่องรางของขลัง ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าคมเข้มของเขา
“เราสองคนต่างกันเกินไปค่ะ คุณเป็นหมอดู อยู่เรือนไทยวิถีชาวบ้าน ส่วนดิฉันสังคมของดิฉัน การใช้ชีวิตของดิฉัน มันคนละโลกกับที่นี่ อีกอย่างเราเพิ่งเจอกันครั้งแรก คุณจะมาบอกว่าเป็นเนื้อคู่ แล้วให้ดิฉันตกลงปลงใจเลย มันไม่ดูง่ายไปหน่อยเหรอคะ”
มันเป็นคำปฏิเสธที่ฟังดูสมเหตุสมผลตามหลักการของผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัว แต่แววตาที่สั่นไหวและแก้มที่แดงระเรื่อของเธอกลับฟ้องความรู้สึกที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
หมอเรศน์นั่งฟังด้วยท่าทีสงบ มุมปากยังคงยกยิ้มจางๆ เขาไม่ได้ดูเดือดร้อนหรือเสียหน้ากับคำปฏิเสธนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู เหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังมองเด็กน้อยจอมดื้อรั้นที่พยายามจะเอาชนะ
“ความต่าง? คุณดาวฟ้าครับ โลกของเรามันกลมสิ่งที่อยู่คนละขั้ว มักจะมีแรงดึงดูดเข้าหากันเสมอ เหมือนแม่เหล็ก” เรศน์ทวนคำเสียงทุ้ม เขาขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งเล็กน้อย เอนหลังพิงหมอนสามเหลี่ยมด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่แฝงอำนาจ
เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หยุดนิ่งที่เนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวภายใต้เสื้อลูกไม้ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตา
“คุณบอกว่าเราต่างกันใช่ครับ ฐานะเราอาจจะต่าง สังคมอาจจะต่าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจว่าเราเหมือนกัน”
“อะไรคะ?” ดาวฟ้าถามสวนกลับทันควัน
“ความเหงาและความต้องการที่ซ่อนอยู่ข้างใน คุณกลัวกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ กลัวที่จะผิดหวัง หรือกลัวว่าถ้าลองแล้ว คุณจะติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้นกันแน่” เรศน์ตอบเสียงเรียบ แต่กระแทกใจกลางความรู้สึก
ดาวฟ้าอ้าปากค้าง เถียงไม่ออก เพราะสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริงทุกประการ
เรศน์ขยับตัวลุกขึ้นจากตั่งไม้ แล้วเดินย่างสามขุมเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ทุกลมหายใจของดาวฟ้าสะดุดกึกเมื่อร่างสูงใหญ่มายืนค้ำหัวเธออยู่ กลิ่นกายชายหนุ่มที่หอมกรุ่นรุนแรงขึ้นจนเธอรู้สึกมึนงง
เขาค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งชันเข่าตรงหน้าเธอในระดับสายตาเดียวกัน ลดช่องว่างระหว่างกันจนเหลือเพียงคืบ
“ผมไม่ได้ขอให้คุณแต่งงานกับผมวันนี้ ผมขอแค่โอกาสให้เราได้ลองศึกษากัน ลองเปิดใจและเปิดร่างกาย” เรศน์พูดเสียงนุ่มนวล แต่หนักแน่นดุจหินผา เขาเน้นคำหลังด้วยสายตาที่โลมเลียอย่างเปิดเผย ทำเอาดาวฟ้าหน้าร้อนผ่าว
“ลองดูก่อนไหมครับ ถ้าผมทำให้คุณรู้สึกไม่ได้ ถ้าผมทำให้หัวใจคุณเต้นแรงไม่ได้ หรือทำให้ร่างกายของคุณตอบสนองผมไม่ได้ ถึงตอนนั้น คุณค่อยเดินจากไป ผมจะไม่รั้งเลยแม้แต่นิดเดียว” เขาเอ่ยคำท้าทาย ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน
คำว่ารู้สึกที่เขาพูดออกมา มันไม่ได้หมายความแค่ความรู้สึกทางใจ แต่มันแฝงนัยยะถึงความรู้สึกซ่านสยิว ความสุขสม และการเติมเต็มทางกายที่เธอโหยหา เขาเน้นเสียงคำนี้หนักหน่วง ลากเสียงยาวจนน่าขนลุก ราวกับจะใช้คำพูดนั้นลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธอ
ดาวฟ้ามองสบตาเขา นัยน์ตาพญาเหยี่ยวคู่นั้นสะกดตรึงเธอไว้อย่างสมบูรณ์ มันมีความท้าทาย มีความมั่นใจ และมีความปรารถนาที่ร้อนแรงเต้นระริกอยู่
“แค่ลองดูเหรอคะ?” เธอถามเสียงแผ่ว เหมือนคนที่กำลังจะพ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูด
เรศน์ยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบสว่างไสวและอันตรายในเวลาเดียวกัน “ครับแค่ลอง เริ่มจากเดทแรกพรุ่งนี้ ผมจะไปรับ”
มันไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่เป็นประโยคคำสั่งที่นุ่มนวลที่สุด
ดาวฟ้าพยักหน้าลงช้าๆ อย่างไม่อาจต้านทานมนต์สะกดนั้นได้
“ค่ะตกลง”
วินาทีนั้น พันธสัญญาใจได้ถูกประทับตราลงแล้ว ไม่ใช่ด้วยหมึกปากกา แต่ด้วยแรงปรารถนาที่มองไม่เห็น ระหว่างกุหลาบงามบนคานทอง กับพ่อหมอจอมขมังเวทย์ที่พร้อมจะเด็ดดมเธอให้ช้ำคาอก
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
รถสปอร์ตสีดำคันหรูแล่นกลับเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถของคฤหาสน์ตระกูลดัง ดาวฟ้าดับเครื่องยนต์แต่มือยังกำพวงมาลัยแน่น เธอนั่งนิ่งอยู่ในรถอยู่นาน ปล่อยให้แอร์เย็นเฉียบปะทะผิวหน้า หวังจะช่วยลดอุณหภูมิความร้อนรุ่มที่ติดตัวมาจากเรือนไทยริมน้ำ
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงฉายชัดอยู่ในหัวราวกับหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำไปมา สัมผัสหยาบกร้านแต่เร้าใจของหมอเรศน์ที่ลูบไล้ฝ่ามือเธอ สายตาคมกริบที่เหมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว และคำพูดที่แสนจะท้าทาย
“ถ้าผมทำให้คุณรู้สึกไม่ได้”
เธอยกมือขึ้นทาบอก สัมผัสได้ถึงหัวใจที่ยังเต้นรัวแรงไม่หยุด แค่คิดถึงหน้าเขา ร่างกายของเธอก็เริ่มตอบสนองอีกแล้ว ความเปียกชื้นที่จุดซ่อนเร้นยังคงเฉอะแฉะคาอยู่ในกางเกงชั้นใน สร้างความรู้สึกอึดอัดขัดเขินแต่ก็วูบวาบอย่างประหลาด
“บ้าจริงยัยดาว นี่แกเป็นสาววัยทองใจแตกหรือไงเนี่ย” เธอด่าตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้าน
ภายในคฤหาสน์หรูหราโอ่โถง แต่เงียบเชียบ พ่อกับแม่ของเธอเดินทางไปตากอากาศที่สวิสเซอร์แลนด์ ทิ้งให้เธออยู่กับบรรดาแม่บ้านและคนรับใช้ ความเหงาที่เคยเป็นเพื่อนสนิท วันนี้กลับดูน่ารังเกียจกว่าทุกวัน เพราะเธอเพิ่งได้สัมผัสเศษเสี้ยวของความอบอุ่นมาหมาดๆ
ดาวฟ้าทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาหลุยส์ตัวยาวในห้องนั่งเล่น ยกมือถือขึ้นมามองหน้าจอที่ว่างเปล่า
จะทักมาไหมนะหรือแค่พูดเล่น?
ความคิดฟุ้งซ่านเริ่มทำงาน ผ่านไปเกือบชั่วโมงที่เธอกลับมาถึง แต่ไร้วี่แววการติดต่อจากพ่อหมอ เธอเริ่มใจแป้ว หรือว่าเขาจะแค่หว่านเสน่ห์ไปทั่ว หรือว่าเธอจะแก่เกินไปจริงๆ
ติ๊ง
เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชัน Line ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดาวฟ้าสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็วที่แม้แต่ตลาดหุ้นยังต้องอาย
หน้าจอโชว์ชื่อผู้ส่ง “หมอเรศน์ เรือนราชพฤกษ์” พร้อมรูปโปรไฟล์เป็นรูปดอกบัวหลวงที่ดูธรรมะธัมโมขัดกับนิสัยจริง
ดาวฟ้ากลั้นหายใจ กดเปิดอ่านข้อความ
หมอเรศน์: ถึงที่พำนักโดยสวัสดิภาพหรือยังครับคุณผู้หญิง ทางเรือนไทยเงียบเหงาไปถนัดตา เมื่อขาดแสงสว่างจากดาวบนฟ้า
แสงแดดสีทองยามสายสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำเจ้าพระยา เกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับล้านเม็ดที่โปรยปรายลงมาอวยพรให้กับวันมงคล สายลมพัดโชยเอากลิ่นหอมของดอกไม้ไทยนานาพันธุ์ ทั้งดอกแก้ว ดอกปีบและดอกจำปี ให้ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณเรือนไทยราชพฤกษ์วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 1 ขวบ ของเด็กชายกล้าตะวัน รัตนบดินทร์ ทายาทหมื่นล้านผู้เป็นแก้วตาดวงใจของสองตระกูลใหญ่เรือนไทยที่เคยเงียบสงบ วันนี้คลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศภายในงานช่างเป็นภาพที่แปลกตาแต่ลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ที่ศาลาท่าน้ำ มีการจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์อาหารไทยรสเลิศ ขนมจีนน้ำยาปูสูตรเด็ดจากปักษ์ใต้ หม้อแกงถาดใหญ่ และสารพัดของคาวหวานที่จัดวางอย่างสวยงามในภาชนะเครื่องลายครามและใบตองภาพที่น่าประทับใจคือ การที่เหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนาย เพื่อนไฮโซของดาวฟ้าในชุดเดรสหรูหรา แบรนด์เนมหัวจรดเท้า ยอมถอดรองเท้าส้นสูงราคาแพงวางเรียงราย แล้วขึ้นมานั่งพับเพียบหรือนั่งขัดสมาธิบนตั่งไม้ จกขนมจีนกินอย่างเอร็ดอร่อย เคียงคู่ไปกับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาของพ่อหมอเรศน์ที่สวมเสื้อม่อฮ่อมและกางเกงเล“อุ๊ยตาย น้ำยาปูร้านนี้เด็ดมา
บรรยากาศภายในห้องตรวจแผนกสูตินารีเวชของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนลุ้นระทึก ยิ่งกว่าตอนฟังผลสอบเอ็นทรานซ์เสียอีกหมอเรศน์นั่งตัวตรงแหน็วอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงตรวจ มือหนากุมกันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เหงื่อซึมฝ่ามือเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่ดาวฟ้า ภรรยาคนสวยที่กำลังนอนขึ้นขาหยั่งเพื่อให้คุณหมอตรวจภายในเช็คความพร้อมหลังคลอดครบ 6 สัปดาห์“เป็นไงบ้างครับหมอ แผลแห้งดีไหมครับ มดลูกเข้าอู่หรือยัง” เรศน์ถามรัวเร็วทันทีที่คุณหมอขยับตัวออกมาคุณหมอวัยกลางคนถอดถุงมือออก แล้วหันมายิ้มกว้างให้คุณพ่อลูกอ่อนที่ดูจะใจร้อนเป็นพิเศษ“ยินดีด้วยครับคุณพ่อร่างกายของคุณแม่ฟื้นตัวได้ดีเยี่ยมมากครับ แผลฝีเย็บหายสนิทร้อยเปอร์เซ็นต์ มดลูกหดรัดตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อย เรียกว่ามิดชิดเหมือนไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนเลยครับ”คำว่ามิดชิดทำเอาหูของเรศน์ผึ่งกาง ดวงตาเป็นประกายวาววับราวกับเห็นขุมทรัพย์“งั้นแปลว่าปฏิบัติภารกิจได้แล้วใช่ไหมครับ?”เรศน์กลืนน้ำลายเอือก“ได้ครับ ไฟเขียวครับ แต่ช่วงแรกๆ อาจจะต้องนุ่มนวลหน่อยนะครับ เพราะช่องคลอดอาจจะแห้งกว่าปกติเนื่องจากฮอร์โมนให้นมลูก ใช้เจลหล่อลื่น
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากที่เด็กชายกล้าตะวันลืมตาดูโลก ชีวิตในเรือนไทยราชพฤกษ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบสงบที่เคยมี ถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องอุแว้ของทารกน้อย และกลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรนานาชนิดที่ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วคุ้งน้ำภายในห้องชั้นในสุดของเรือนไทย ถูกดัดแปลงให้เป็นห้องสำหรับการอยู่ไฟตามตำรับโบราณที่คุณย่าของเรศน์เคยถ่ายทอดไว้ หน้าต่างทุกบานถูกปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อกันลมหัวกุด แต่ยังพอให้อากาศถ่ายเท ผนังห้องบุด้วยผ้าฝ้ายหนาเพื่อเก็บกักความร้อนตรงกลางห้อง มีแคร่ไม้ไผ่ขนาดใหญ่ปูด้วยฟูกบางๆ ด้านล่างแคร่มีเตาอั้งโล่เล็กๆ ที่ใส่ถ่านไม้ไร้ควัน ให้ความร้อนระอุแผ่ซ่านขึ้นมาสู่ด้านบนอย่างสม่ำเสมอดาวฟ้าคุณแม่ป้ายแดง นอนเหยียดยาวอยู่บนแคร่นั้น ร่างกายท่อนบนสวมเพียงผ้าถุงกระโจมอกสีเนื้อผืนบาง เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวผ่องและเนินอกอวบอิ่มที่คัดตึงไปด้วยน้ำนม ผิวพรรณของเธอชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดพรายออกมาตามรูขุมขน ราวกับไข่มุกเม็ดงามที่ประดับอยู่บนผิวเนื้อ“ร้อนไหมครับดาว พี่เขี่ยถ่านออกให้นิดนึงนะ”หมอเรศน์ในชุดกางเกงเลตัวเดียว เปลือยท่อนบนโชว์มัดกล้ามที่ชุ่มเหงื่อเช่นกัน นั
เข็มนาฬิกาบนผนังไม้บอกเวลา 02:45 น.ความเงียบสงัดปกคลุมเรือนหอเรือนไทยริมน้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง หลังจากผ่านพ้นกิจกรรมกระชับมิตร ตามคำแนะนำของคุณหมอไปเมื่อหัวค่ำ พ่อหมอเรศน์นอนหลับสนิท กรนเบาๆ ด้วยความอ่อนเพลียจากการออกแรงเยอะ โดยมีแขนข้างหนึ่งพาดกอดเอวหนาของภรรยาเอาไว้อย่างหวงแหนส่วนดาวฟ้าเธอนอนลืมตาโพลงอยู่ท่ามกลางความมืด ความรู้สึกหน่วงๆ ที่ท้องน้อยเริ่มกลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง แต่มันต่างจากตอนเย็น ตรงที่ความเจ็บปวดเริ่มร้าวไปถึงบั้นเอวและร้าวลงขาแรงบีบตัวของมดลูกเริ่มเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดาวฟ้าพยายามข่มตาหลับ คิดว่าคงเป็นแค่เจ็บเตือนเหมือนเดิม แต่แล้วโพละ!เสียงเหมือนลูกโป่งใส่น้ำแตกดังขึ้นภายในร่างกาย ตามมาด้วยความรู้สึกอุ่นวาบที่หว่างขา ของเหลวปริมาณมหาศาลไหลทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เปียกชุ่มกางเกงนอนและลามไปถึงผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดดาวฟ้าตัวแข็งทื่อ วินาทีนั้นสัญชาตญาณความเป็นแม่บอกชัดเจนว่างานเข้าแล้ว“พี่เรศน์” เธอเรียกสามีเสียงสั่น มือเขย่าแขนเขา“อือครับดาว หิวน้ำเหรอครับ” เรศน์งัวเงียตอบ ยังไม่ลืมตา“ไม่ใช่! พี่เรศน์ ตื่น น้ำเดิน น้ำเดินแล้ว” ดาวฟ้าเริ่มเสียงดังขึ้น ความเ
บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ที่เรือนไทยราชพฤกษ์ในช่วงปลายฤดูร้อน อากาศค่อนข้างอบอ้าว แม้จะมีลมแม่น้ำพัดโชยมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่อาจดับความร้อนรุ่มในใจของว่าที่คุณพ่อได้ดาวฟ้าในวัยตั้งครรภ์ 39 สัปดาห์เต็ม ท้องของเธอลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ขนาดของมันใหญ่โตมโหฬารจนเธอแทบจะเดินไม่ไหว ต้องใช้วิธีเดินเตาะแตะเหมือนเพนกวิน แต่ถึงอย่างนั้น คุณแม่ก็ยังคงความสวยเป๊ะปัง ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลวันนี้ดาวฟ้านั่งเอนหลังอยู่บนตั่งไม้ อ่านหนังสือคู่มือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยมีพ่อหมอเรศน์นั่งพัดวีให้อยู่ไม่ห่าง สายตาคมกริบของเขาจ้องมองหน้าท้องกลมๆ ของเมียรักแทบจะไม่กะพริบ ราวกับกำลังเฝ้ายามระวังภัยระดับชาติ“อื้อ”จู่ๆ ดาวฟ้าก็ขมวดคิ้วมุ่น วางหนังสือลง แล้วยกมือขึ้นกุมท้อง หน้าท้องที่เคยนิ่มนวล จู่ๆ ก็แข็งเกร็งปูดโปนขึ้นมาเป็นลูกระนาด แข็งเป๊กเหมือนลูกนิมิต“เป็นอะไรครับดาว เจ็บท้องเหรอ”เรศน์ทิ้งพัดในมือทันที พุ่งตัวเข้าไปประคอง“ท้องแข็งค่ะพี่เรศน์อูย มันบีบแรงจัง”ดาวฟ้าสูดปาก ใบหน้าเหยเกเล็กน้อย“เจ็บมากไหม? ถี่ไหม? จับเวลาเร็ว ไอ้จุกเอานาฬิกามา!”เรศน์ตะโกนสั่งลูกศิษย์เสียงหลง มือหนาจับที่หน้าท้องเธอ ส
เช้าวันเสาร์ที่สดใส ย่านทองหล่ออันพลุกพล่านไปด้วยไลฟ์สไตล์ของคนเมือง รถตู้ Alphard สีดำมันปลาบเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าตึกดีไซน์ล้ำสมัย ป้ายชื่อ The Zen Space Holistic Prenatal Yoga บ่งบอกถึงความพรีเมียมและราคาค่าคอร์สที่น่าจะสร้างกุฏิพระได้เป็นหลัง“เร็วค่ะพี่เรศน์ เดี๋ยวเข้าคลาสสาย ครูซินดี้ดุนะจะบอกให้”ดาวฟ้าในชุดออกกำลังกายคนท้องแบรนด์เนมสีพาสเทลรัดรูป เผยให้เห็นหน้าท้องกลมโตอายุครรภ์ 8 เดือนเศษ เดินตุ้มต๊ะตุ้มตุ้ยลงจากรถด้วยความกระฉับกระเฉงผิดมนุษย์มนา ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาดูสดใสเปล่งปลั่งส่วนผู้ติดตามพ่อหมอเรศน์ ก้าวลงจากรถด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกวันนี้พ่อหมอถูกบังคับให้ถอดชุดราชปะแตนหรือเสื้อม่อฮ่อมที่คุ้นเคย มาใส่เสื้อยืดสีขาวตราห่านคู่เพราะใส่สบายสุด กับกางเกงเลสีน้ำเงินเข้มขากว้างเพราะกางเกงวอร์มมันรัดเป้า ดูขัดตาและตัดกับบรรยากาศโมเดิร์นของสตูดิโอโยคะอย่างสิ้นเชิง“ดาวครับพี่รอกระทืบเท้าอยู่ข้างล่างไม่ได้เหรอ พี่ว่ากระดูกพี่มันกรอบแกรบหมดแล้วนะ” เรศน์ต่อรองเสียงอ่อยดาวฟ้าหันมาค้อนขวับ “ไม่ได้ค่ะ คอร์สนี้เป็นโยคะสำหรับคู่รักเตรียมคลอด สามีต้องช่วยภรร
แสงแดดอ่อนๆ ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำเจ้าพระยาเป็นประกายระยิบระยับ สายลมเอื่อยๆ พัดโชยเอากลิ่นหอมเย็นของดอกแก้วและดอกจำปีที่ปลูกเรียงรายอยู่รอบเรือนไทยโบราณเข้ามาแตะจมูก สร้างบรรยากาศที่แสนจะร่มรื่นและสงบเงียบ แตกต่างจากความวุ่นวายในใจกลางเมืองที่ดาวฟ้าคุ้นเคยราวกับคนละภพวันนี้ดาว
ความเสียวซ่านแล่นพล่านจากจุดที่สัมผัส วิ่งตรงเข้าสู่จุดอ่อนไหว กางเกงชั้นในจีสตริงตัวจิ๋วที่เธอใส่มารับศึก เริ่มเปียกชื้นไปด้วยน้ำหวานที่ร่างกายผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ความอึดอัดคับแน่นในช่องท้องน้อยทำให้เธอรู้สึกทรมานทรมาน ที่เขาทำเพียงแค่แตะแต่ไม่ยอมทำอะไรมากกว่านั้น“อาหารไม่อร่อยเหรอครับ ทำไมหน
แสงตะวันยามเย็นเริ่มทอแสงสีส้มอมทองอาบไล้ไปทั่วบริเวณหน้าคฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรป เงาของเสาโรมันทอดยาวพาดผ่านสนามหญ้าสีเขียวขจี บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นระทึกใจของหญิงสาวเจ้าของบ้านดาวฟ้ายืนสงบนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในโถงรับแขก มือเรียวเย็นเฉียบกำกระเป๋าคลัทช์หนังจระเข้ใบหรูแน่นจนเส้นเ
“ว้ายยยย!”ดาวฟ้าเผลอกรี๊ดออกมาแล้วยกโทรศัพท์ปิดหน้า บิดตัวไปมาบนโซฟาเหมือนเด็กสาววัยสิบสี่ที่เพิ่งโดนรุ่นพี่สารภาพรัก ภาษาของเขาช่างลิเก เชย แต่ทำไมมันถึงได้เขินขนาดนี้คำว่าที่พำนักแทนคำว่าบ้าน และการเปรียบเปรยชื่อเธอว่าเป็นแสงสว่าง มันช่างดูเป็นผู้ใหญ่เจ้าสำบัดสำนวน แต่ก็แฝงความเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม







