Mag-log inช่วงเวลาหัวค่ำ ผิงผิงเดินตรงไปหาช็อปเปอร์ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงห้อง
เธอพยายามกลั้นหายใจ ก่อนจะเปิดประตูบานเลื่อนออกช้าๆ แล้วเอ่ยขึ้น “เปอร์! นิติ…” ทว่าคนตัวเล็กยังพูดไม่ทันจบประโยคดี เขาก็หันขวับมามองเธอ พร้อมบี้ก้นบุหรี่ลงในกระถางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน “มึงออกมาทำไม? มีแต่กลิ่นบุหรี่” พูดจบ เขาก็คว้าข้อมือเล็กเดินเข้ามาภายในห้อง พลางปิดประตูลงทันที ผิงผิงกำลังจะอ้าปากตอบ แต่เขากลับเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน “เหม็นไหม? เดี๋ยวกูไปบ้วนปากแป๊บ มึงนั่งรอก่อน” “ไม่เป็นไร มึงยืนห่างกูแบบนี้ก็ไม่ได้กลิ่นแล้ว” เธอตอบกลับทันควัน เพราะเขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย ช็อปเปอร์ขมวดคิ้วแน่น พลางเอื้อมมือไปปิดจมูกของเธอ แล้วโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “เดี๋ยวกูก็ใกล้มึงอยู่ดี” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ตุบตับ…ตุบตับ… หญิงสาวได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างด้วยแววตาฉายความไม่เข้าใจ พลางเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ใบหน้าสวยแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่อยู่ เธอยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกตัวเอง เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้สงบลง ก่อนจะพึมพำเสียงเบา “มันมีน้องสาว ก็เลยดูแลเธอดีไงผิงผิง…มันไม่ได้ชอบเธอ มันไม่ชอบเพื่อน และมันไม่มีวันเอาเพื่อน จำไว้!!” แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองแบบนั้น แต่กลับทำไม่ได้เลย เพราะทุกครั้งที่ใกล้ชิดกับเขา หัวใจดวงน้อยกลับเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ไม่นานนัก ช็อปเปอร์ก็เดินมานั่งลงบนโซฟาข้างๆ เธอ แล้วหันไปเอ่ยถามเสียงเรียบ “เมื่อกี้มึงจะพูดอะไรนะ?” ผิงผิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกไปตามตรง “กูจะบอกว่านิติกลับพรุ่งนี้ วันอาทิตย์อ่า” “อืม มึงก็อยู่ห้องกูนี่แหละ” เขาพูดขึ้นอย่างไม่คิดอะไรมาก ร่างบางเงียบไปครู่หนึ่ง พลางทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วเอ่ยเสียงเบา “แต่กูไม่มีชุด ตอนนี้ก็โล่ง…” “กูซื้อมาให้แล้ว วางอยู่บนโต๊ะ” เขาว่า พร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะรับประทานอาหารตรงหน้า “ซื้ออะไร?” เธอเลิกคิ้วถามกลับทันควัน “ชุดชั้นใน ชุดนอน” เขาตอบเสียงเรียบ ทันใดนั้น คนตัวเล็กก็เบิกตากว้างทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้น “แล้วมึงทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ปล่อยให้กูอยู่แบบโล่งๆ ทั้งวัน หัวนมชี้หน้ามึงหมดแล้วเนี่ย” สิ้นเสียงหวาน ช็อปเปอร์ก็ขมวดคิ้วแน่น พลางมองเธอด้วยแววตาดุดัน แล้วพูดเสียงเข้ม “มึงเป็นผู้หญิงนะ พูดให้มันดีๆ หน่อย” “กูพูดไม่ได้ ทีผู้หญิงของมึงพูดได้ว่างั้น” เธอเอ่ยอย่างเง้างอน เพื่อนอย่างกูคงพูดเรื่องแบบนี้ไม่ได้สินะ คำพูดนั้นทำให้เขาชะงัก ก่อนจะย้อนถามกลับทันที “ใครคือผู้หญิงของกู มึงเอามาจากไหน?” “คลิปเซ็กซ์โฟนแฟนเก่ามึงไง ที่มึงให้ไอ้เพลิงลบให้ตอนปีหนึ่ง” เธอพูด พลางนึกถึงช่วงเวลานั้นอย่างห้ามไม่ได้ หญิงสาวจดจำได้ดีว่าตอนนั้นอีกฝ่ายใช้คำพูดหยาบโลนยิ่งกว่าเธอเสียอีก “….” ช็อปเปอร์จ้องมองคนข้างกายด้วยสายตานิ่งเรียบ โดยไม่พูดอะไร บรรยากาศเงียบงันไปครู่หนึ่ง ผิงผิงจึงฝืนยิ้มบางๆ ให้กับเขา ก่อนจะยื่นมือขึ้นไปจับใบหน้าหล่อเหลาอย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้น “มึงอย่าทำหน้าเครียดดิ กูพูดเล่นไปงั้นแหละ กูรู้ขอบเขตของเพื่อนน่าา” “ผิง…” เขาเรียกชื่อเธอเสียงเบา ราวกับมีอะไรค้างอยู่ในอกแต่ยังพูดไม่ออก ทันใดนั้น เธอก็เอ่ยถามต่ออย่างรวดเร็ว “ค่าชุดเท่าไหร่อะ เดี๋ยวกูโอนให้” พูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมกดเข้าแอปธนาคาร “ไม่เป็นไร กูซื้อให้” เขาตอบเสียงเรียบ เธอหันไปมองหน้าอีกฝ่ายช้าๆ ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มสากแผ่วเบา “เพื่อนกูนี่น่ารักจัง สายเปย์ที่สุดเลย” “….” คนตัวสูงนั่งมองเธอนิ่งๆ หัวคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างไหววูบขึ้นมาเงียบๆ “งั้นกูไปอาบน้ำก่อนนะ” ผิงผิงพูดขึ้น “อืม” เขาพยักหน้าเบาๆ จากนั้น คนตัวเล็กจึงเดินไปคว้าถุงช็อปปิ้ง ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำทันที ผ่านไปสักพักหนึ่ง เธอก็เดินออกมาด้วยชุดนอนสายเดี่ยวบางเบาสีดำ หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่น พลางเอ่ยถามอย่างงุนงง “มึงรู้ไซซ์กูได้ไงอะ” เพราะขนาดชุดชั้นในที่เขาซื้อมาให้ เธอสวมใส่ได้พอดีเป๊ะ ช็อปเปอร์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย ดวงตาคมเป็นประกายอย่างปิดไม่มิด จนเผลอจ้องมองเธอนิ่งอยู่นาน โดยไม่พูดอะไร ทันใดนั้น ผิงผิงจึงก้าวเข้ามาใกล้ แล้วเอ่ยถามย้ำอีกครั้งอย่างหยอกเย้า “มึงแอบจับนมกูเหรอ ถึงได้รู้ไซซ์กูอ่า” สิ้นเสียงหวาน เขาก็หลุดออกจากภวังค์ทันที ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง พลางตอบกลับสั้นๆ “กูเดา” “เดาเก่ง” เธอว่า พร้อมยกยิ้มบางๆ จากนั้นช็อปเปอร์ก็ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินมุ่งหน้าตรงไปยังห้องน้ำอย่างไม่รีรอ ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็ก้าวออกมาพร้อมกลิ่นสบู่อ่อนๆ แล้วขึ้นไปทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงข้างเธอ หัวคิ้วเข้มขมวดแน่น เมื่อเห็นว่าร่างบางยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามามองกันสักนิด เขาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอ พลางชะโงกหน้าไปมองหน้าจอเล็กๆ นั่น ในจังหวะนั้นเอง ผิงผิงก็ร้องกรี๊ดออกมาเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ “อร้ายยย!!” “กลัวผี แล้วยังจะดูอีก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ พลางส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา “ก็กูอยากดูอ่าา เรื่องนี้ดังมาก มึงไม่รู้จักเหรอ?” เธอตอบ มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์ไว้แน่น ส่วนอีกข้างยกขึ้นปิดตา เพื่อหรี่มองจอเป็นระยะอย่างลังเล “รู้จัก” พูดจบ ช็อปเปอร์ก็คว้าโทรศัพท์จากมือเธอไปถือไว้ ก่อนจะรั้งคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ให้ศีรษะของเธอหนุนลงบนแขนแกร่งของเขา ผิงผิงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างงุนงง ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร เขาก็เอ่ยแทรกขึ้นก่อน “กูดูด้วย” “อือ” เธอยิ้มบางๆ พลางขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายมากขึ้น แค่เพื่อนได้ใกล้ชิดแบบนี้ก็ดีมากแล้ว อบอุ่นจัง… หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็นอนดูหนังไปด้วยกันจนจบเรื่อง โดยที่ร่างบางเผลอหลับคาอกของเขาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ เหลือเพียงลมหายใจสม่ำเสมอและอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้ไม่ห่างสามปีต่อมาหลังจากที่ช็อปเปอร์พาผิงผิงไปฉีดยาคุมครั้งก่อน เธอก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เพราะยาที่ฉีดเข้าไปนั้น ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่กลับเป็นยาวิตามินบำรุงสำหรับการเตรียมตั้งครรภ์และแน่นอนว่า…เธอท้องโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันแล้วเมื่อสามปีก่อน และมีเจ้าตัวน้อยด้วยกันหนึ่งคน เป็นเด็กผู้ชาย หน้าตาหล่อเหลาเหมือนคุณพ่อเป๊ะ ชื่อว่าน้อง ปันคุณณ์ ปันคุณณ์อายุได้สองขวบกว่า มีพัฒนาการด้านร่างกายตอบสนองค่อนข้างดี แต่กลับยังมีการสื่อสารทางคำพูดค่อนข้างน้อย และมักจะเป็นเฉพาะตอนอยู่กับคุณพ่อเท่านั้นทุกวันผิงผิงจะคอยดูแลลูกและจัดการงานบ้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอสามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวยืนทำกับข้าวรอสามีอย่างมีความสุข ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองไปยังกลางห้องโถงที่ลูกน้อยนอนหลับอยู่เป็นครั้งคราวไม่นานนัก อาหารที่เธอตั้งใจจัดเตรียมก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพอดีแอร๊ด!!“ลูกหลับอยู่เหรอ?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นภรรยายืนอยู่ที่ครัวเพียงลำพังเธอหันขวับไปมองเขาทันที พลางยิ้มบางๆ แล้วรีบเช็ดมือเดิน
หลายเดือนต่อมาหลังจากเรียนจบ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามบริษัทที่ตนเองสนใจ โดยบริษัทที่ผิงผิงทำงานอยู่นั้นตั้งอยู่ห่างจากช็อปเปอร์หลายร้อยกิโลเมตร ระยะทางอันแสนไกลนี้ ทำให้เขารู้สึกเครียดและไม่สบายใจอย่างมาก เพราะต้องห่างไกลจากแฟนสาว ทั้งที่ตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยต้องอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วันเดียวคนตัวเล็กนั่งพิงพนักหัวเตียง มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือส่องใบหน้าของตัวเอง พลางพูดคุยหัวเราะคิกคักกับแฟนหนุ่มเหมือนเช่นทุกวัน ทันใดนั้น เธอก็เหลือบเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาบนหน้าจอ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง“คิดอะไรอยู่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” (เค้ากำลังคิดว่าจะขับรถไปรับเธอตอนนี้เลยดีไหม?) ช็อปเปอร์ตอบทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างชัดเจนคำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบตอบกลับไปทันที“จะบ้าหรือไง นี่มันตั้งห้าทุ่มแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยมารับเค้าก็ได้” (ก็อยากใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ ไง) เขาว่า ดวงตาคมจ้องมองแฟนสาวผ่านทางหน้าจอมือถือด้วยสายตาเว้าวอนร่างบางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมสบตากับเขาตรงๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ขยันขับรถเหรอ มารับเค้าทุกอาทิตย์
@คอนโด SLเมื่อกลับมาถึงคอนโด ช็อปเปอร์ก็ไม่รอช้า รีบผลักแฟนสาวชิดผนังห้องที่เย็นเฉียบทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม“อื้อ~”ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะจู่โจมเช่นนี้ เธอค่อยๆ หลับตาลงรับรสจูบจากคนตัวสูงอย่างเต็มใจ พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้แน่นทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วห้องมือหนาลูบไล้เรียวขาขาวเนียนแผ่วเบา ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในกระโปรงตัวสั้น แล้วลูบสัมผัสกลีบกุหลาบงามด้วยความมันเขี้ยว พร้อมใช้นิ้วกลางกดวนปุ่มกระสันแบบเน้นๆการกระทำนั้นสร้างความเสียดเสียวให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี เธอจึงกอดลำคอเขาแน่นขึ้น พลางจูบริมฝีปากหยักรุนแรงตามอารมณ์ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~”เมื่อทั้งคู่จูบกันจนพึงพอใจ ช็อปเปอร์ก็ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจุ๊บริมฝีปากบางอีกครั้งด้วยความคลั่งไคล้“โคตรเปียก เงี่ยนเหรอ หืม?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา นิ้วหนายังคงสัมผัสกลีบกุหลาบงามผ่านทางกางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำหวานผิงผิงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย พลางตอบก
หลายเดือนต่อมาบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย MRT รายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาไปหมาดๆเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงบ่าย หลังจากเข้ารับปริญญาบัตรเสร็จสิ้น แก๊ง YOLO ก็ออกมาถ่ายภาพร่วมกันบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเก็บภาพความประทับใจกับครอบครัวของตนเองในขณะที่ผิงผิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปนั้น ช็อปเปอร์ก็คว้าแขนเรียวเอาไว้อย่างรวดเร็วหมับ!“ถ่ายรูปคู่ด้วยกันก่อนสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟนสาวอย่างคลั่งไคล้“อือ” เธอยิ้มกว้าง พร้อมพยักหน้ารับเบาๆทั้งสองคนยืนโพสท่าให้ช่างภาพที่จ้างมาคอยบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง พลางพูดคุยหยอกล้อกันด้วยการบีบแก้มเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเป็นภาพที่ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติไม่นานนัก เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้น “พี่เปอร์!” แฟร์รี่ตะโกนเรียกชื่อพี่ชายมาแต่ไกลช็อปเปอร์หันขวับมองไปตามเสียงนั้นทันที ก่อนจะเห็นน้องสาวเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อแม่ของตนเมื่อทั้งสามคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ผิงผิงก็ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” ทั้งสองรับไหว
หลังจากที่ช็อปเปอร์ดันแก่นกายยักษ์เข้ามาในช่องทางรักของเธอจนสุดความยาว พลางเริ่มขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้าในจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความรัวเร็วในเวลาต่อมา“อ๊าา อื้อ~” ผิงผิงร้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มือเล็กได้แต่ขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ เพื่อระบายความวาบหวิวที่ได้รับชายหนุ่มจ้องมองคนใต้ร่างด้วยสายตาแพรวพราว พลางใช้นิ้วสะกิดปุ่มเซนซิทีฟของเธอเบาๆ ส่วนเอวสอบยังคงกระแทกกระทั้นเข้าใส่รูคับแคบอย่างต่อเนื่อง “ซี๊ด~” เขาครางอื้ออึงอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในกายคนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างแน่น พลางเอื้อมมือไปดันหน้าท้องแกร่งเพื่อให้ขยับออกห่างเล็กน้อยทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เขาคว้าข้อมือเล็กรวบขึ้นไปไว้เหนือศีรษะทันที“เสียวเหรอ หืม?” เธอพยักหน้ารับหงึกๆ อย่างไม่ปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยออกไปตามความต้องการ “อื้อ~ เสียว ขอจูบหน่อย”สิ้นเสียงหวาน คนตัวสูงก็ก้มลงมาประกบจูบริมฝีปากบางโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว“อื้อ~”ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางขยับเอียงหน้าซ้ายและขวาเพื่อให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ส่วนเอวสอบยังคงถาโถมเข
ผิงผิงอยู่ในชุดนอนผีเสื้อสีดำสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าซีทรูบางเบาที่สามารถมองเห็นผิวเนื้อเนียนได้อย่างชัดเจนเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูออกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปยังทางเดินภายนอกห้องเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้คนตรงโถงทางเดิน หญิงสาวจึงตัดสินใจก้าวออกมา แล้วเดินไปเคาะประตูห้องข้างๆ ทันทีก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เปอร์! เปิดประตูให้เค้าหน่อย” เธอเอ่ยเรียกอีกฝ่าย แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเลยแม้แต่น้อยจากนั้น คนตัวเล็กจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” เธอพูด พลางขยับเอาใบหูแนบลงไปบนบานประตู เพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ด้านใน แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตอนนี้เค้าโคตรเซ็กซี่เลยนะ…”อีกฟากฝั่งหลังจากที่ช็อปเปอร์ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องคือใคร ชายหนุ่มยังคงทำกิจกรรมของตนต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ จนกระทั่งเธอพูดคำว่า“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักนิ่ง หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ พลางก้าวเดิน







