Share

บทที่ 14

last update publish date: 2025-04-08 09:13:27

เมื่อถึงบ้านชนบท ซูเจินจูเข้าไปทำลายผ้าทันที สี่เสวี่ยจัดการบอกกล่าวกฎระเบียบในบ้านให้ซินซียงทาสที่ซื้อมาใหม่ฟัง เมื่อเห็นว่าหลิวหยางและจางหมิ่นออกไปอยู่ที่เรือนชั้นนอกแล้ว ก็ให้ซินเซียงเข้าไปพักอยู่ห้องเดิมของทั้งสองคนก่อน ตรวจดูความเรียบร้อยในบ้านและในครัวแล้วเห็นว่าข้าวและธัชพืชเหลือเล็กน้อย จึงให้หลิวหยางเตรียมรถม้าและพาซินเซียงไปตลาดในตำบล สี่เสวี่ยซื้อชุดเครื่องนอนใหม่และผ้าฝ้ายสำหรับตัดชุดหนึ่งพับให้ซินเซียง ข้าวสาร ธัญพืช ผักดอง เกลือ น้ำตาล เพียงพอที่จะใช้ไปถึงสองเดือน สี่เสวี่ยจ่ายเงินสามตำลึงอย่างเจ็บปวดและยัดของทุกอย่างเข้าไปในรถม้า วันนี้คุณหนูไม่ได้มาด้วย นางไม่จำเป็นต้องจ้างเกวียนเทียมวัวเพิ่ม

เมื่อกลับมาถึงบ้าน แต่ละคนก็ต่างทำหน้าที่ของตนเอง สี่เสวี่ยไปวาดลายผ้าที่ลานหิน ซินเซียงเก็บข้าวของและเข้าครัวทำกับข้าว หลิวหยางตรวจตราบริเวณหน้าบ้านไม่ให้คนงานเข้ามาวุ่นวายที่เรือนชั้นใน จางหมิ่นตรวจตราบริเวณหลังบ้าน ดูแลสวนดอกหอมหมื่นลี้และดูแลซูเจินจูบริเวณลานหิน

ซูเจินจูที่ทำลายผ้าเสร็จก่อนสี่เสวี่ยก็สั่งให้จางหมิ่นขึ้นเขาไปล่าสัตว์ป่ากับตน

“คุณหนู อย่าเข้าไปลึกเลยขอรับ พวกเราไม่มีธนู ล่าสัตว์ตัวเล็กๆแถวนี้ก็พอขอรับ” จางหมิ่นที่นึกอยากจะให้ซูเจินจูเป็นผู้ชาย ตนจะได้อุ้มขึ้นบ่าป้องกันไม่ให้ร่างกายของคุณหนูของเขาถูกกิ่งไม้ได้รับบาดเจ็บ หากเจอสัตว์ป่าก็ได้อุ้มหนีได้ทัน

“เจ้านี่ขี้บ่นเหมือนสี่เสวี่ยไม่มีผิด พวกเจ้าเป็นพี่น้องที่พลัดพรากกันมาหรือไง”

“โถ่ คุณหนู หากบ่าวปล่อยให้คุณหนูเข้าไปลึกกว่านี้ กลับไปแม่นางสี่เสวี่ยก็คงไม่ปล่อยให้หูทั้งสองข้างของบ่าวได้อยู่สงบแน่” ถึงแม้จะเป็นบ่าวเหมือนกัน แต่บ่าวอย่างเขา และบ่าวอย่างสี่เสวี่ยก็แตกต่างกันมากนัก เขาจึงต้องเกรงใจสี่เสวี่ยอยู่หลายส่วน

ฟิ้ววว!! เสียงมีดสั้นเล่มหนึ่งลอยผ่านอากาศผ่านหน้าของจางหมิ่นไปอย่างว่องไว

“เจ้าไปเก็บมาสิ”

จางหมิ่นยังมีสีหน้าตกใจแววตาตื่นตะลึง เมื่อสักครู่คุณหนูปามีดสั้นออกไปทั้งรวดเร็วและรุนแรง หากไม่ใช่คนที่มีประสาทสัมผัสไวหรือคนที่มีพื้นฐานวรยุทธ์คงไม่มีทางหลบเลี่ยงมีดเล่มนั้นได้แน่

“เป็นกระต่ายป่าขอรับ” จางหมิ่นใช้เชือกผูกขากต่ายสะพายขึ้นหลังและเช็ดมีดสั้นส่งคืนให้ซูเจินจู

“โอ้โห กระต่ายที่นี่ช่างตัวใหญ่นัก ไปๆ ไปหาอีกสามสี่ตัวเถอะ”

กระต่ายอีกสามตัวที่จับได้ที่หลังล้วนตายด้วยมีดสั้นของซูเจินจูทั้งสิ้น

“จางหมิ่น เห็นที่ว่าข้าต้องซื้อธนูกับมีดสั้นให้พวกเจ้าเพิ่มเสียแล้ว ลำพังดาบที่ใหญ่โตของเจ้า เข้าป่ามาก็ทำได้เพียงตัดเถาวัลย์เท่านั้น”

จางหมิ่นมองหน้าซูเจินจูก่อนพยักหน้ารับอย่างปลงๆ จะให้เขาพูดอะไรได้ ไม่ใช่ว่าดาบของเขามันไม่ได้เรื่อง คราวก่อนที่ขึ้นเขามากับหลิวหยางเขาก็ใช้ดาบนี้จัดการหมูป่าตัวใหญ่ได้ด้วยซ้ำ ต้องโทษว่ามีดสั้นของคุณหนูรวดเร็วเกินไปเสียมากกว่า “เรากลับกันเถอะขอรับคุณหนู หากช้ากว่านี้แม่นางสี่เสวี่ยคงบังคับให้หลิวหยางขึ้นมาตามคุณหนูแน่ๆ”

“อ่อ เช่นนั้นก็กลับเถอะ สี่ตัวนี้ก็คงพอกินแล้ว”

“ลงไปทางนี้เถอะขอรับคุณหนู”

“ฝั่งนู้นใกล้กว่าไม่ใช่หรือ เหตุใดให้ข้าเดินอ้อม”

 “หากไปทางฝั่งนั้น จะมีภูเขาลูกเล็กขวางทางเดินอยู่ ทางเดียวที่จะผ่านได้คือลอดถ้ำขอรับ แต่ในถ้ำเต็มไปด้วยแมงมุม คนในหมู่บ้านบอกว่าแมงมุมพวกนั้นเป็นแมงมุมเฝ้าป่า เคยมีนายพรานฆ่าเสือผ่านทางมากลับถูกแมงมุมกัดไม่พ้นสามวันก็ตาย บางคนเข้าไปก็ขยับตัวไม่ได้อีกเลย บางคนดีหน่อยไม่ตายแต่ก็มีผื่นขึ้นทั่วตัว ดังนั้นชาวบ้านที่ขึ้นมาล่าสัตว์ป่าจึงไม่เดินผ่านถ้ำนั้นกันขอรับ บ่าวเคยเข้าไปดูแล้วพบว่าเป็นอย่างที่ชาวบ้านว่า คุณหนูเดินอ้อมหน่อยเถอะขอรับ”

“แมงมุมหรือ เหตุใดถูกแมงมุมกัดจนถึงตาย พาข้าไปดูหน่อยเถอะ”

“คุณหนู แต่ว่า..”

“แต่ว่าอะไร เอาน่าๆ ตามข้ามาเถอะ คุณหนูผู้นี้จะปกป้องเจ้าเอง”

“โถ่ คุณหนู ..คุณหนูเดินตามหลังบ่าวเถอะขอรับ ไปดูเพียงหน้าถ้ำพอนะขอรับ หากเกิดอะไรขึ้น เอ่อ บ่าวกลัวจะไปตามหมอไม่ทัน”

“เพ้ย เจ้าแช่งข้าหรือ ไปๆ ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ ขอแค่เจ้าเดินตามข้าคุณหนูผู้นี้ แมงมุมพวกนั้นไม่กัดเจ้าหรอก”

“จริงหรือขอรับ”

“จะจริงได้อย่างไร ข้าหลอกเจ้าไปอย่างนั้นเอง ฮ่าๆ” ดูท่าจางหมิ่นผู้นี้จะเป็นพี่น้องที่พลัดพลากจากสี่เสวี่ยจริงๆเป็นแน่..

ในถ้ำมีแมงมุมมากมายหลายร้อยตัว แต่ไม่ใช่แมงมุมเจ้าป่าอย่างที่ชาวบ้านเข้าใจ แมงมุมพวกนี้เหมือนจะเป็นแมงมุมกินนก หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อแมงมุมทารันทูร่า นางเคยอ่านเจอในประวัติศาสคร์จีนว่าแมงมุมพวกนี้มีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ พบได้ในพื้นที่ไห่หนาน หูเป่ย แล้วก็อวิ๋นหนาน มีขนาดตัวเมื่อโตเต็มวัยประมาณสิบห้าถึงสามสิบเซนติเมตร แต่เจ้าพวกนี้มีขนาดตัวใหญ่โตมากกว่าลูกหลานมันสองถึงสามเท่า ดูท่าทางว่าพิษแมงมุมก็น่าจะรุนแรงกว่าเหล่าทายาทของพวกมันในชาติก่อนมากเช่นกัน พิษที่ขนตามขาของพวกมันทำให้ชาและเป็นอัมพาตพิษโดยมากส่งผลต่อระบบประสาท พิษจากเขี้ยวของพวกมันจะทำให้อักเสบ ติดเชื้อ เกร็ดเลือดต่ำ และเจ็บปวดรุนแรง หากได้รับพิษมากเกินไป การทำงานของตับและไตผิดปกติจนตายในที่สุด

แค่พวกมันสลัดขนเบาๆพร้อมๆกัน จำนวนหลายร้อยตัวตรงนี้ไม่เป็นอัมพาตก็แปลกเกินไปแล้ว

ซูเจินจูคร้านจะฟังเสียงทัดทานของจางหมิ่น นางกรีดเนื้อกระต่ายตัวหนึ่งแล้วโยนเข้าไปในถ้ำ อาศัยช่วงเวลาที่แมงมุมสนใจซากกระต่ายตัวนั้น นำใบไม้ใบใหญ่มาช้อนรังแมงมุมที่ห่อหุ้มไข่แมงมุมใบเล็กๆไว้หลายสิบฟองแล้วจากมาทันที

รังแมงมุมที่ซูเจินจูนำกลับมาถูกวางในกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่นางสั่งให้จางหมิ่นทำขึ้น กล่องสูงเท่าอกของนางและกว้างสิบฉื่อ มีบานพับคล้ายหน้าต่างด้านข้าง ฝาด้านบนสามารถเปิดออกได้ วางกิ่งไม้ขนาดใหญ่ไว้ด้านในทั้งสี่มุม

กล่องไม้ถูกตั้งไว้ที่ห้องยาวฝั่งขวาภายในเรือน ทุกคนถูกห้ามยุ่งกับมัน และไม่มีใครคิดอยากจะยุ่งกับมันเช่นกัน

การมาบ้านชนบทครั้งนี้ ซูเจินจูได้ผ้ากลับไปขายหกผืน ก่อนกลับมาซูเจินจูให้เงิน หลิวหยาง จางหมิ่นและซินเซียง คนละสองตำลึง และต่อจากนี้ทุกคนจะเงินเดือนละสองตำลึง

ทุกคนดีใจและแปลกใจโดยปกติการเป็นทาสหากไม่มีความดีความชอบจะไม่ได้รับเงิน โชคดีของพวกเขาเหลือเกินที่ได้รับใช้คุณหนูที่แสนจะใจดีผู้นี้

จางหมิ่นขับรถม้ามาส่งซูเจินจูที่ร้านผ้าซูเตี้ยน แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้นัก เพราะหน้าร้านเต็มไปด้วยผู้คน

“หน้าร้านผ้าคนเยอะมากขอรับ คุณหนูต้องการอะไรให้บ่าวเข้าไปซื้อให้เถอะ”

“สี่เสวี่ย เจ้าไปดูหน่อยเถอะว่าคนเหล่านั้นมาทำอะไร หากมาดูงิ้วเจ้าก็รีบวิ่งกลับมาอย่าให้ใครเห็น”

“ได้เจ้าค่ะ” สี่เสวี่ยรีบลงจากรถม้าวิ่งเข้าไปทางกลุ่มคนทันที ซูเจินจูไม่ต้องรอนานสี่เสวี่ยก็รีบกลับมารายงานว่าคนที่มุงอยู่หน้าร้านคือคนมารอซื้อผ้าไหมหอมหมื่นลี้

ซูเจินจูรีบลงจากรถม้าและให้จางหมิ่นขับรถม้าจากไปทันที ซูเจินจูและสี่เสวี่ยถือผ้าหกพับเดินผ่านกลุ่มคนหน้าร้านไป กลิ่นหอมของผ้าดึงดูดใจผู้คนจนแทบเข้ามาแย่งผ้าจากมือของพวกนาง หลงจู๊ที่เห็นเหตุการณ์ต้องให้เด็กในร้านเข้ามาช่วยขวางกลุ่มคนไว้

“คุณหนู คุณหนูของบ่าว ท่านกลับมาแล้ว”

“นี่มันอะไรกันเจ้าคะท่านลุงฝู เหตุใดคนถึงมายืนออกันเต็มหน้าร้าน นี่ท่านนำผ้ามาขายลดราคาหรือเจ้าคะ” ซูเจินจูเห็นหลงจู๊ฝูกระสับกระส่ายก็อดไม่ได้ที่หยอกล้อสักเล็กน้อย

“ฮ่าๆ คุณหนู ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คนพวกนั้นล้วนมารอซื้อผ้าไหมหอมหมื่นลี้ ข้าเองก็เขียนใบสั่งจองซะจนเมื่อยมือไปหมดแล้วขอรับ”

“เหตุใดจึงมารอซื้อมากถึงเพียงนี้เล่า ไม่ใช่ว่าไม่มีของตัวอย่างในร้านแล้วหรือ”

“นั่นเพราะเมื่อวานฮูหยินท่านรองนายอำเภอใส่ชุดที่ตัดจากผ้าไหมหอมหมื่นลี้ไปงานชมดอกไม้ที่เรือนตระกูลจี้ งานนี้มีแต่เหล่าฮูหยินขุนนางหรือไม่ก็ฮูหยินของเหล่าเถ้าแก่ สตรีใดบ้างเมื่อออกจากบ้านแล้วยอมต่ำต้อยเหล่าบรรดาฮูหยินเถ้าแก่ที่ไม่เคยขาดเงินแต่ละคนล้วนสั่งจองทุกลายลายละหนึ่งพับขอรับ”

“มากถึงเพียงนั้น คนทำจะทำทันหรือ”

“… เอ่อ ไม่ใช่ว่าต้องการเท่าไหร่ก็สั่งได้หรือขอรับ”

“ผิดแล้วท่านลุง คนทำ ทำได้เพียงวันละสองพับเท่านั้น”

“น้อยเพียงนั้น!!”

“ใช่ น้อยเพียงนั้น”

“ไม่ใช่ว่าเขาขายให้ร้านอื่นหรือขอรับ”

“ข้ารับประกันได้ว่าในแคว้นหนานแห่งนี้ มีเพียงร้านผ้าซูเตี้ยนเท่านั้นที่มีผ้าไหมหอมหมื่นลี้ขาย”

“…..”

“ท่านลุง เหตุใดเงียบไปละเจ้าคะ หรือว่าท่านรับจองมาเยอะมากหรือเจ้าคะ”

“โอกาสทอง นี่มันโอกาสทองของร้านผ้าซูเตี้ยน ข้าต้องออกไปบอกให้งดจองชั่วคราว หลังผู้ที่จองไว้ได้รับผ้าทั้งหมด ข้าจะเปิดประมูลผ้าไหมหอมหมื่นลี้” หลงจู๊ฝู้คิดไวทำไว ไม่รอให้ซูเจินจูตอบรับออกออกไปงดรับจองผ้าไหมหอมหมื่นลี้ทันที

เช้านี้หลงจู๊รับสั่งจองผ้าไหมหอมหมื่นลี้ไว้หกสิบห้าพับ รวมกับคำสั่งจองเมื่อคราวก่อนขาดอีกสิบพับ งานของซูเจินจูเรียกว้าล้นมือเลยทีเดียว

ซูเจินจูรับเงินค่าผ้าหกพับ สี่ร้อยห้าสิบตำลึง โดยไม่หักค่าผ้าไหมอีก หลงจู๊ตัดสินใจไม่เก็บค่าผ้าไหมมีตำหนิอีกต่อไปแลกกับสัญญาว่าต้องขายผ้าไหมหอมหมื่นลี้ให้ร้านผ้าซูเตี้ยนร้านเดียวเท่านั้น

ซูเจินจูตัดสินใจให้สี่เสวี่ยย้ายเขาไปอยู่ที่หมู่บ้านชนบท คำสั่งซื้อผ้ามากมายทำให้ไม่อาจเสียเวลาให้สี่เสวี่ยไปๆกลับๆได้อีก

“หากเป็นเช่นนั้น คุณหนูซื้อบ่าวสักคนเถอะเจ้าค่ะ คนในเรือนไม่มีคนของคุณหนูเลย หากคุณหนูใหญ่ส่งคนมากลั่นแกล้ง คุณหนูจะเสียเปรียบนะเจ้าคะ”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น หากไม่มีคนคอยปรนิบัติ ข้าคงห่วงหน้าพะวงหลัง อยู่แบบไม่เป็นสุขแน่”

“เช่นนั้นพรุ่งนี้เราไปตลาดค้าทาสกันอีกสักรอบเถอะเจ้าค่ะ ซื้อทาสสัญญาตายสักคน จะได้พอไว้วางใจได้”

 ....

การมาตลาดค้าทาสครั้งนี้ ซูเจินจูซื้อทาสหญิงที่พอรู้หนังสือหนึ่งคนอายุประมาณสิบแปดปีนามเยว่ชิงให้ติดตามสี่เสวี่ยกลับไปหมู่บ้านชนบทเพื่อสี่เสวี่ยจะมีเวลาวาดลายผ้าไม่ต้องเสียเวลาทำงานอื่นอีก

ซูเจินจูเลือกทาสหญิงที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า รอยบากลากยาวตั้งแต่หางคิ้วจรดปลายคาง อารุราวยี่สิบปีนามเฟยหลัน

 “โอ้ว คุณหนูท่านนี้ ท่านเลือกของดีเชียว ทาสที่ท่านเลือกเป็นทาสตีตรา ไม่ต้องกลัวว่านางจะหลบหนีหรือทำเรื่องไม่ดี เพราะหากนางทำอะไรผิด ทาสที่มาจากที่เดียวกับนางจะต้องถูกประหารทั้งหมดทันที ดังนั้นพวกนางจะไม่กล้าขัดคำสั่งของท่านแน่นอนขอรับ”

“หากเป็นผู้อื่นทำผิด ทางการมาจับนางกลับไปข้าไม่ขาดทุนแย่หรือ”

“แน่นอนว่าทางการจะชดเชยสิบห้าตำลึงให้ท่าน”

“เช่นนั้น ข้าก็เลือกนางแล้วกัน”

.....

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   183

    ฮูหยินผู้เฒ่าหยางที่ได้ยินว่าผู้ครองแคว้นเสด็จก็ทิ้งเรื่องรบกวนจิตใจลุกขึ้นเดินนำเหล่าหญิงสาวมายังโถงกลางเพื่อเข้าเฝ้าผู้ครองแคว้นคนใหม่อย่างหน้าชื่นตาบาน ดูเอาเถอะ แม้แต่งานแต่งของเหล่าองค์ชาย ผู้ครองแคว้นยังไม่ไปเสียด้วยซ้ำ แต่กับตระกูลหยางของนางได้รับเกียรตินี้ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลหยางของนางจริงๆ“ถวายบังคม ฝ่ายบาท!!”“ลุกขึ้น ลุกขึ้น ทำตัวกันตามสบายเถอะ ท่านปู่หยาง ท่านย่าหยาง ลุกขึ้นๆ วันนี้ข้าเพียงนำของขวัญมามอบให้เท่านั้น แต่เห็นทีว่าข้าจะมาช้าไปเสียหน่อยจึงไม่ได้เจอเจ้าสาวของท่านแม่ทัพหยางเสียแล้ว”“เป็นกระหม่อมจัดงานเร็วเกินไปเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่คิดว่าการเดินทางจะเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก”“เช่นนั้นเอาไว้ว่างๆก็พาฮูหยินของเจ้าไปพูดคุยกับพระชายาของข้าในวังแล้วกัน” ผู้ครองแคว้นที่มาถึงงานช้าได้แต่เสียดายที่ไม่ได้เจอซูเจินจูด้วยตนเอง นึกย้อนไปแล้วยังคิดเสียดายหากไม่เข้าใจผิดว่าแม่นางเฟยอวี่คือดวู๋เยี่ยฮวาและรู้ว่าผู้ที่นามดวู๋เยี่ยฮวาคือคุณหนูซู เขาคงรีบรับตัวนางเข้าไปเป็นสนมของเขาเสียตั้งนานแล้ว แต่ช่างเถอะนางแต่งให้แม่ทัพหยางก็ยังเป็นของเขาอยู่ดี ดีเสียอีกที่หากวันนึงนางเกิดผิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   182

    ขณะเดียวกัน งานเลี้ยงในจวนตระกูลหยางก็ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยู่ในโถงกลางสำหรับบุรุษ และอีกฝั่งสำหรับสตรีคือฝั่งศาลาในสวนเหล่าบุรุษล้วนเคารพนายท่านผู้เฒ่าหยางในฐานะทายาทของสหายร่วมรบและก่อตั้งแคว้นหนานของผู้ครองแคว้นคนแรก ร่วมถึงการช่วยเหลือให้ผู้ครองแคว้นคนปัจจุบันขึ้นครองแคว้นได้ยิ่งทำให้ขุนนางมากมายไม่กล้ามองข้ามอำนาจของตระกูลหยางสุราคารวะที่นอกเหนือจากคารวะนายท่านผู้เฒ่าหยางยังถูกยกคารวะเจ้าบ่าวไม่ขาดสาย การสนทนาของเหล่าบุรุษหนีไม่พ้นเรื่องบ้านเมืองและแนะนำบุตรชายที่ติดตามมาด้วยเพื่อฝากฝังทำความรู้จักไว้เป็นเส้นสายในภายภาคหน้าสิ่งที่ดูแปลกขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็นคือบางคนกลับสนใจชุดของหยางหย่งเจิ้งจนได้รู้ว่าต่อไปผ้าชนิดนี้จะมีขายที่ร้านผ้าซูเตี้ยนที่เป็นตระกูลเดิมของเจ้าสาวที่มาของเจ้าสาวที่เป็นเพียงบุตรีของฮูหยินรองอีกทั้งบ้านเดิมเป็นเพียงตระกูลการค้าไม่ถูกพูดถึงในคราแรกอันนับว่าเป็นการให้เกียรติแก่ตระกูลหยางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อเป็นตระกูลการค้าที่ค้าขายผ้าชื่อดังอีกทั้งยังมีสัญญาค้าขายกับวังหลวงย่อมแตกต่างออกไป หยางหย่งเจิ้งที่รู้ตื้นลึกหนาบางย่อมไม่ต้องการให

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   181

    ยามเมื่อขบวนเจ้าสาวเดินทางมาถึงหน้าจวนตระกูลหยาง เสียงโห่ร้องต้องรับและเสียงประทัดก็ดังขึ้น หยางหย่งเจิ้งรีบลงจากม้ามาประคองซูเจินจูที่ยังสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ลงจากเกี้ยวชุดผ้าไหมหยกสีแดงสดทับด้วยชุดไหมโปร่งลายเป็ดยวนยางที่ปักด้วยไหมบ่มกลิ่นหอมหมื่นลี้ปรากฏแก่สายตาหญิงสาวที่ติดตามขบวนเจ้าสาวมาอย่างชัดเจน เสียงชื่นชมความงามของชุดเจ้าสาวทำให้สี่เสวี่ยที่เพิ่งลงจากรถม้ายิ้มไม่หุบ ประตูหน้าจวนมีกองไฟหนึ่งกองสำหรับให้เจ้าสาวก้าวผ่าน กองไฟที่ว่าเป็นเพียงก้อนถ่านว่าวางเรียงเอาไว้ให้เจ้าสาวก้าวผ่านถือเป็นการก้าวผ่านสิ่งอัปมงคลต่างๆก่อนเข้าจวนสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนที่ติดตามมารับหน้าที่แจงเงินพวงแปดสิบแปดอีแปะแก่บ่าวไพร่ที่มายืนรอต้อนรับรวมไปถึงทหารที่ยืนอยู่บริเวณรอบจวนด้วยจวนตระกูลหยางเป็นเรือนขนาดใหญ่ ยามที่ซูเจินจูเดินผ่านประตูจวนเข้ามาแล้ว กองไฟจะถูกเก็บออกเพื่อให้ขบวนรถม้าได้นำสินเดิมและสินสอดของบ่าวสาวเข้าเรือนการอวดสินสอดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตระกูลพ่อค้าเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหยางมีคำสั่งให้วางเรียนสินสอดและสินเดิมเอาไว้ที่ลานหินของจวนตระกูลหยาง หนึ่งคือแสดงให้ขุนนางชั้นสูงที่มาไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   180

    ฮูหยินรองมี่ซิ่นเดินมายังเรือนของซูเจินจูด้วยความร้อนใจจนร้องไห้ออกมา นี่มันอะไรกัน งานแต่งงานที่ไหนกันที่เจ้าสาวไม่ได้สวมชุดเจ้าสาว ตระกูลหยางอะไรกันเหตุใดจึงรังแกบุตรสาวนางเช่นนี้แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่นางคิด ซูเจินจูที่แต่งชุดเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยยืนอยู่กลางห้อง มี่ซิ่นมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าใช่บุตรสาวของนางจริงหรือไม่ ความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงที่บุตรสาวของนางไม่เคยมีกลับสะท้อนออกมาจากทั้งใบหน้าและแววตา หรือเทพองค์ใดให้พรความกล้าหาญแก่อาจูมาเป็นการแลกเปลี่ยนที่นางเสียสละตนเองออกไปทำการค้าแลกกับที่ยืนในบ้านตระกูลซูของมารดากัน“อาจู ข้านึกว่าตระกูลหยางยังไม่ส่งชุดแต่งงานมาให้เจ้าเสียอีก”“ท่านเลยเดินร้องไห้เข้ามาหาข้าหรือเจ้าคะ ท่านแม่ ชุดแต่งงานจากตระกูลหยางยังมาไม่ถึงเจ้าค่ะ ชุดนี้สี่เสวี่ยเป็นคนตัดเย็บให้ข้า ข้าเห็นว่าหากรอชุดนานไปกว่านี้คงทำให้เสียฤกษ์ได้ตระกูลหยางเองก็คงคิดแบบเดียวกัน ในเมื่อฤกษ์ยามสำคัญข้าจึงใส่ชุดนี้แทนเจ้าค่ะ”“ดีแล้วอาจู เจ้าทำถูกแล้ว ฤกษ์ยามมงคลล้วนสำคัญมาก เสี่ยวเหลียนเอาผ้าแดงกับเครื่อ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   179

    เมื่อถึงวันงานเสียงคนงานในบ้านซูลุกขึ้นมาจัดเตรียมงานกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฮูหยินรองมี่ซิ่นส่งอู๋เหมยมาปลุกสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนให้พาซูเจินจูลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพียงไม่นานหลังจากนั้นฮูหยินรองมี่ซิ่นก็เดินเข้าเรือนของซูเจินจูมาพร้อมหญิงสาววัยกลางคนหนึ่งคน“อาจู ข้าพาสี่เหนียงมาหวีผมให้เจ้า พวกเจ้าแกะผมอาจูออกเดี๋ยวนี วันสำคัญให้พวกเจ้าหวีกันเองได้รึ แกะออกให้หมดเชียว”สี่เหนียงที่ฮูหยินรองมี่ซิ่นพามาคือสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีวาสนาครบ อันได้แก่ในบ้านพ่อแม่ยังอยู่ สามีภรรยารักใคร่ มีทั้งลูกชายลูกสาว พี่น้องปรองดองกลมเกลียวโดยให้นางมาเป็นผู้กวาดเกี้ยว จุดธูปในเกี้ยวและวางกระจกในเกี้ยวสำหรับฮูหยินรองมี่ซิ่นที่ต้องเป็นผู้เกล้าผมให้บุตรสาวกลับไม่ได้มีหน้าตามากพอที่จะเป็นเกียรติให้แก่ตระกูลหยางได้ อย่างน้อยตำแหน่งฮูหยินรองอันต้อยต่ำนี้ก็ได้แต่หลีกทางให้สี่เหนียงผู้มีวาสนาพร้อมเกล้าผมให้ซูเจินจูด้วยหวังเพียงให้บุตรสาวได้กลายเป็นผู้มีวาสนาพร้อมเฉกเช่นเดียวกันกับสี่เหนียงเท่านั้นเมื่อเกล้าผมเสร็จสิ้น ฮูหยินรองมี่ซิ่นก็พาสี่เหนียงออกจากห้องไปเพราะซูเจินจูจำเป็นต้องรอชุดแต่งงานจากตระกูลซูดัง

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   178

    ข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่งที่จะลืมไม่ได้คือเรื่องเกี่ยวกับฮูหยินผู้เฒ่าหยางและร้านตัดเย็บชุดแต่งงานของคุณหนู“เถ้าแก่เนี้ย พวกเราจะใช้ผ้าพวกนี้ตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพหยางจริงๆหรือเจ้าคะ ข้าว่ามันจะเสียชื่อร้านของท่านเสียเปล่าๆ”“จะให้ข้าขัดคำสั่งฮูหยินผู้เฒ่าหรืออย่างไรเล่า ไม่ใช่แค่ฮูหยินผู้เฒ่านะแม้แต่คุณหนูรองลี่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย”“คุณหนูลี่ผู้นี้ไม่ใช่ว่าถูกจับไปสอบสวนเรื่องกบฏด้วยหรือเจ้าคะ”“ใช่ที่ไหน คนที่ถูกจับไปคือคุณหนูสามลี่รุ่ยเซียงที่ให้ที่หลบซ่อนแก่พระชายาขององค์ชายหกต่างหาก”“หากเป็นชาวบ้านอย่างเราๆ ให้ที่หลบหนีนักโทษกบฏคงไม่พ้นโทษตาย นี่ไม่เพียงรอดชีวิตแม้แต่โทษสักนิดยังไม่มีนะเจ้าคะ”“เพราะเช่นนั้น เจ้ายังจะให้ข้าขัดคำสั่งพวกนางอีกรึ เอาเถอะถึงผ้าจะหยาบแต่เย็บให้ดีเสียหน่อยก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างคุณหนูสี่ซูก็มาจากในอำเภออีกทั้งตระกูลของนางยังเป็นแค่ตระกูลการค้าถึงนางจะไม่พอใจก็คงไม่กล้าพูดอะไรหรอก”“คงไม่กล้าไม่พอใจเสียด้วยซ้ำเจ้าค่ะ ได้แต่งเข้าตระกูลหยางก็เป็นวาสนาของนางแล้ว หากกล้าไม่พอใจจนท่านแม่ทัพหยางระอานางเองนั่นแหละที่จะถูกทิ้งไว้เป็นเพียงไม้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 15

    คราแรกสี่เสวี่ยไม่ต้องการให้คุณหนูเลือกทาสที่ดูน่ากลัวผู้นี้ แต่คัดค้านความต้องการของคุณหนูไม่ได้ เมื่อฟังพ่อค้าทาสแล้วก็เบาใจขึ้นหลังจากจ่ายเงินสามสิบตำลึง สี่เสวี่ยไปซื้อรังผึ้งจากร้านชำบ้านไฉและพาเยว่ชิงออ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 13

    หลังจากขึ้นรถม้ามา สี่เสวี่ยก็อดที่จะพูดพึมพำใส่ซูเจินจูได้ไม่“เข็มเงินร้านข้างนอกชุดละหกตำลึงเท่านั้นนะเจ้าคะคุณหนู”“ข้ารู้ แต่คุณภาพต่างกันมากนัก เข็มเงินของท่านอาฮุ่ยซิ่วทั้งตรง กลม และแหลมในข

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 2

    โอ้ย.. เจ็บหัว เจ็บหน้าผาก ทำไมเจ็บที่หน้าผากล่ะ??? อ่า จำได้ว่าตอนที่ขับเครื่องบินชมวิวอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างข้ามน้ำตกไนแองการ่าฉันถูกตีที่ท้ายทอย ผู้ชายคนนั้น อดีตนายตำรวจใหญ่บิดาของจางเหว่ยซ่อนตัวอยู่บนเครื่องบิน กลับมาล้างแค้นสินะ หึหึ สุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือฉันอยู่ดี สิบกว่าปีก็ยังคงรอ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status