로그인ไป๋อวี้เจินไม่อยากมีชีวิตเหมือนหนังสือเล่มนั้น ชีวิตของนางจะขอเลือกเอง
더 보기บทที่ 1
เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้น
ปึก!
เสียงหนังสือเล่มน้อยร่วงหล่นออกจากมือของไป๋อวี้เจิน ใบหน้างดงามของนางซีดเซียวไร้สีสันในชั่วระยะเวลาฉับพลัน เดิมทีนางคิดว่าหนังสือเล่มนี้ที่ได้จากขอทานน้อยในตรอกทางตะวันตกเป็นเพียงหนังสือนิยายที่ใครบางคนคิดจะเล่นตลกกับนางเท่านั้น แต่ใครจะคิดเมื่อนางได้อ่านมาเรื่อย ๆ ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เรื่องราวในหนังสือนั้น มันตรงจริงตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง
ในระยะเวลาเดือนกว่าที่ไป๋อวี้เจินหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านบ้าง ไม่อ่านบ้าง เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องราวแปลกประหลาดที่เล่าถึงตัวละครที่นางไม่รู้จัก อย่างแม่นางฉู่ซินซิน คุณหนูเล็ก ตระกูลฉู่ผู้เกิดมาพร้อมชะตาดอกท้อ ไม่ว่าผู้ใดต่างก็รักใคร่ในตัวของนาง นางเกิดมามีบิดาเป็นราชครูในสำนักศึกษาหลวง นางเชี่ยวชาญด้านกาพย์กวีแถมยังเก่งรอบด้าน จนเป็นที่ชื่นชมของบุรุษที่ได้พบพาน พื้นฐานนิสัยของนางเป็นคนร่าเริง สดใส จิตใจดี ทว่าในใจของไป๋อวี้เจินกับไม่ค่อยชอบคนเช่นนี้เท่าไหร่นัก เพราะนางอิจฉาในความสมบูรณ์แบบของตัวละคร แต่... เหตุการณ์สถานที่หลายอย่างกลับตรงกับสถานที่จริงในเมืองหลวง
ไป๋อวี้เจินให้สาวใช้อย่างอาเหมยไปลองสืบก็พบว่าตระกูลฉู่มีบุตรสาวคนเล็กที่ยังไม่ได้ออกเรือนจริง ๆ นามว่าฉู่ซินซิน นั้นทำให้นางตกใจเป็นอย่างมาก
ไป๋อวี้เจิน นางมาจากถงหยาง ไม่ใช่สตรีที่เกิดในเมืองหลวง นางจึงไม่รู้จักผู้คนภายนอกสักเท่าไหร่นัก อีกทั้งนางไม่เคยได้ออกงานพบปะผู้คนเท่าไหร่ เนื่องจากนางนั้นไม่เป็นที่โปรดปราดของ เหิงฮูหยิน และตามนิยายนั้นมีเรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลฉู่ ทำให้บุรุษจำนวนมากถูกเนรเทศไปใช้แรงงานในเหมืองทางตอนเหนือ ส่วนสตรีก็ต้องเผชิญความยากลำบาก เคราะห์กรรมไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากสตรีทั้งหลายไม่เคยตกระกรรมลำบากมาก่อน ทำให้สตรีตระกูลฉู่เหลือกันอยู่เพียงไม่กี่คนหลังจากกระจัดกระจายแยกย้ายเพราะไม่อาจทนทุกข์ต่อความลำบากเช่นนี้ แต่เรื่องราวที่ดำเนินในนิยายที่น่าตกใจที่สุดคือ ...ชายคนรักของฉู่ซินซิน
เขาคือสามีของนาง เหิงหยาง
คุณชายเหิงหยางผูกสมัครรักใคร่คุณหนูฉู่ซินซินมาตั้งแต่พวกเขายังเยาว์วัย เพราะเหิงหยางเป็นลูกศิษย์ฉู่เจี้ยนอวี่ ผู้เป็นท่านปู่ของฉู่ซินซิน เดิมทีเหิงหยางคิดจะรีบแต่งนางเข้ามา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ตระกูลฉู่กำลังเผชิญ แต่ผู้ใหญ่ในตระกูลเหิงต่างไม่มีใครเห็นด้วยกับเขาเลยแม้แต่คนเดียว ฉู่ซินซินเองก็ทราบดีว่าตนเองในตอนนี้นางเป็นเพียงคุณหนูตกยาก ไม่เหมาะกับคุณชายตระกูลใหญ่อย่างเหิงหยาง ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงต้องพบกับความเปลี่ยนแปลง
ตระกูลไป๋เป็นตระกูลใหญ่อีกตระกูลที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเหิง พวกเขาจึงได้จัดการหมั้นหมายครั้งใหม่ ทว่าตระกูลไป๋ในเมืองหลวงไม่มีบุตรสาวที่วัยเหมาะสมกับการแต่งงาน วาสนานี้จึงตกลงมากที่ไป๋อวี้เจิน แต่นางเป็นเพียงบุตรสาวสายรองลำดับที่สาม แถมบิดาของนางเป็นเพียงนายอำเภออยู่ในเมืองเล็ก ๆ ในแถบห่างไกลอย่างถงหยาง แต่ก็นับว่าเป็นคนตระกูลไป๋คนหนึ่ง นั้นเลยทำให้ไป๋อวี้เจินที่ยังไม่มีพันธะจึงได้ถูกส่งเข้ามาในเมืองหลวง
ผู้คนมากมายกล่าวชื่นชมยินดีกับวาสนาที่ดีของนาง ไป๋อวี้เจินไม่เคยเชื่อในเรื่องความโชคดีสักเท่าไหร่นัก เพราะชีวิตของนางเติบโตมาบิดาใจร้าย เขามักจะให้ความสำคัญกับอนุหยวนเหนียงมากกว่ามารดาของนางที่เป็นภรรยาเอก ทั้งท่านพ่อยังรักน้องสาวอย่างไป๋ซีมากกว่านาง เป็นเหตุผลที่นางถูกส่งตัวมาแลกกับเงินที่ทางตระกูลเหิงมอบให้ อีกทั้งท่านแม่ของนางก็หมางเมินนาง ชีวิตของไป๋อวี้เจินโดยรวมจึงไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นัก นางจึงไม่เชื่อเรื่องความโชคดี แต่คิดไม่ถึงว่าแต่งกับเหิงหยางแล้ว เขากลับเป็นสามีที่ดี ให้เกียรตินาง ทะนุถนอมนางอย่างที่ควรเป็น ไม่มีเรื่องสตรีมาให้นางขัดเคืองใจ ระยะเวลาสองปีที่แต่งงานมาด้วยกัน เหิงหยางเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างมาก นางจึงรู้สึกไว้วางใจเขามาโดยตลอด
แต่ในนิยายเล่มนี้กลับกล่าวถึงการทำงานอย่างหนักของเหิงหยาง ทุกอย่างที่เขากำลังทำคือการพยายามล้างมลทินให้ตระกูลฉู่ และบ้านหลังเล็กนอกเมืองที่เขาไปไม่บ่อยครั้งนัก เป็นเรือนพักของสตรีตระกูลฉู่ เหิงหยางติดต่อกับฉู่ซินซินทางจดหมายเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหากับนาง เงินเก็บของเขาถูกมอบให้กับฉู่ซินซิน เพื่อดูแลทั้งนาง และครอบครัวของนาง ทั้งที่ในราชสำนักมีแต่คนหลีกเลี่ยงตระกูลต้องโทษ มีเพียงแค่เหิงหยางที่ไม่เคยทอดทิ้งคนตระกูลฉู่ไปไหน เขาได้พิสูจน์ความรักที่มีต่อฉู่ซินซินให้กับคนตระกูลฉู่ได้รับรู้
แล้วนางนับเป็นตัวอะไรหรือ…
ภรรยาที่เขาไม่ต้องการ ภรรยาจำเป็น ส่วนเกินที่เขาไม่ปรารถนา?
สุดท้ายเมื่อตระกูลฉู่พ้นมลทิน บุรุษตระกูลฉู่ได้กลับคืนสู่เมืองหลวง พวกเขาต่างพากันกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม ในขณะที่เหิงหยางได้แต่มองฉู่ซินซินด้วยความรู้สึกรัก ทว่าข้างกายของเขามันไม่มีที่ว่าง ที่ตรงนี้กลายเป็นของไป๋อวี้เจินไปแล้ว แต่ฉู่ซินซินกลับยินยอมที่จะเป็นเพียงภรรยารองของอีกฝ่าย ขอเพียงได้อยู่ด้วยกัน ฉู่ซินซินผู้นั้นล้วนยอมทั้งสิ้น ตระกูลฉู่ต่างมองว่าบุตรหลานของพวกเขาล้ำค่า และไม่ควรต้องแต่งออกไปเพื่อเป็นรองสตรีบ้านนอกอย่างไป๋อวี้เจิน แต่ด้วยความรักที่ได้พิสูจน์มามากถึงห้าปี ทำให้ไม่อาจมีอะไรขัดขวางคนทั้งคู่ได้อีก
ฉู่ซินซินแต่งเข้ามาเป็นภรรยารอง นางคุกเข่าคารวะน้ำชาให้กับไป๋อวี้เจิน เดิมทีไป๋อวี้เจินไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อนางได้รู้ความจริงว่าฉู่ซินซิน คืออดีตคู่หมั้นของสามี เป็นสตรีที่อยู่ในใจของผู้เป็นสามีมาโดยตลอด ไป๋อวี้เจินเองก็หวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียความรัก สามี เกียรติยศของตนเอง ทุกอย่างผลักดันให้นางร้ายกาจมากขึ้นตามประสาสตรี ยิ่งตอนที่นางให้กำเนิดทารกคู่หงส์มังกร ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง แต่ในช่วงเวลานั้นราวกับปาฏิหารย์ที่ภรรยาทั้งสองคนต่างตั้งครรภ์ในเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งยังให้กำเนิดในเวลาเดียวกัน เหิงหยางกลับเฝ้าดูแลแต่ฉู่ซินซินที่กำลังคลอดบุตรอย่างยากลำบากไม่ห่างไปไหน ทิ้งให้ไป๋อวี้เจินต้องคลอดบุตรอย่างยากลำบากเพียงคนเดียว โดยไร้สามีข้างกาย
นั้นทำให้ไป๋อวี้เจินจึงได้จงเกลียดจงชังฉู่ซินซินมาโดยตลอด จนคิดจะลงมือทำร้ายบุตรชายของฉู่ซินซิน แต่นางกลับถูกฉู่ซินซินตลบหลังจนโดนเหิงหยางเห็นความร้ายกาจของนาง จนเขียนหนังสือหย่า ส่งนางกลับบ้านเดิม อีกทั้งห้ามพบหน้าลูกทั้งสองคนของนางตลอดชีวิต และตระกูลไป๋ในเมืองหลวงย่อมไม่มีทางต้องการนาง พวกเขาจึงบังคับให้นางฆ่าตัวตาย
เมื่อไป๋อวี้เจินตาย ความรักของเหิงหยาง และฉู่ซินซินต่างก็จบอย่างสมบูรณ์ ฉู่ซินซินกลายเป็นภรรยาเอก ทั้งยังให้กำเนิดบุตรคนที่สี่ของเหิงหยาง พวกเขาต่างมีความสุขโดยที่นิยายไม่ได้กล่าวถึงลูกชายหญิงของนางเลยสักนิด
บทที่ 20แม่หม้ายบ้านผีสิงเมื่อใกล้ถึงเทศกาลซีซี นายหญิงฟางฮวามาที่ร้านของตนเองที่ยังคงเป็นเพียงรถเข็นขนาดใหญ่ นางอุ้มเจ้าตัวเล็กชิงชิงน้อยออกมาด้วยกันในวันนี้ ทั้งยังพาหมี่เจี่ยวออกมาด้วยกัน ร้านเมี่ยนเซียงของนางค้าขายเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน แต่หากเป็นเทศกาลซีซีก็จะมีการจัดงานในตอนกลางคืนด้วย เช่นนั้นก็ต้องหาโคมไฟที่งดงามมาประดับตกแต่งให้มีแสงสว่าง“เถ้าแก่ ข้าต้องการโคมไฟสำหรับติดประดับร้านรถเข็นของข้าเจ้าค่ะ ท่านสามารถทำให้เสร็จสิ้นก่อนเทศกาลซีซีได้หรือไม่”“โคมไฟของแม่นางเป็นโคมไฟที่ยากมากหรือไม่ หากว่าลวดลายยากจนเกินไปเห็นทีจะไม่ทัน” เถ้าแก่เจ้าของร้านโคมไฟกล่าวอย่างสุภาพ พลางมองสตรีที่มีรูปโฉมงดงามตรงหน้าพร้อมกับเจ้าตัวน้อยอ้วนกลมดั่งตุ๊กตาหยก มองอย่างไรก็ชวนให้เอื้อเอ็นดูนัก“เช่นนั้นเป็นโคมธรรมดา แต่วาดลายดอกไม้ได้หรือไม่”“เช่นนั้นต้องการกี่โคมเล่า”“สี่โคมเจ้าค่ะ ขนาดเท่านี้เลย ดอกไม้ที่ต้องการคือมู่ตาน เหลียนฮวา เหมยฮวา และก็เยว่จี้เจ้าค่ะ”“เหตุใดต้องเป็นดอกไม้ทั้งหมดกัน ว่าแต่ร้านเจ้าคือร้านไหนล่ะ ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน”“ข้าเป็นเจ้าของร้านเมี่ยนเซียงที่ขายเปาจี กับม
บทที่ 19ชีวิตเรียบง่ายหลังจากวันนั้นนายหญิงฟางก็กลายเป็นมารดาเต็มตัว การเลี้ยงทารกไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด หลันเอ๋อกลายเป็นผู้ช่วยเหลือดูแลหลักของนายหญิงฟาง ส่วนเสี่ยวซูก็จัดการงานในครัว กับงานเรือนเป็นหลักร่วมกับต้าหนิว และเสี่ยวซานการค้าขายร้านเมี่ยนเซียงของตระกูลฟางบ้านผีสิงก็ยังขายดีดังเดิม การปั้นเปาจี ม่านโถวในแต่ละวันไม่ได้ทำเยอะแยะอะไรมากมาย พอการจัดการในครัวยังทำได้ไม่ดี หมี่เจี่ยวและท่านน้าเสี่ยวซานช่วยกันขายของในทุกวันเป็นปกติ บ้านตระกูลฟางผีสิงที่หลายคนรู้สึกกลัวจนไม่กล้าจะเดินผ่าน ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความครื้นเครง เสียงของการอยู่อาศัย คนในจวนที่เคยหวาดกลัวกับตำนานผีสิงก็ไม่ได้พบผีแม้แต่ตัวเดียว พวกเขาใช้ชีวิตกินอิ่มนอนหลับ นายหญิงฟางเปรียบประดุจเทพธิดา ไม่ว่าเจ้านายกินอะไร ทุกคนก็ต่างได้กินด้วย หลันเอ๋อรับใช้ดูแลนายหญิง และคุณหนูน้อยด้วยความรัก ประสบการณ์ความเป็นแม่ทำให้หลันเอ๋อสามารถให้ความช่วยเหลือกับนายหญิงฟางได้ดีการดื่มนมของเด็กทารกน้อยมักจะดื่มทุกสามสี่ชั่วโมง นายหญิงฟางแทบไม่ได้หลับได้นอน หลันเอ๋อเองก็ไม่แตกต่างกัน เพราะนางจะช่วยทุกครั้งที่ต้องให้นม เจ้าตัวเ
บทที่ 18เด็กน้อยฟางชิงวันเวลาผ่านไปอย่างเป็นปกติ ร้านเมี่ยนเซียงของนางได้เปิดทำการค้าในตอนที่นางไม่สะดวกไปขายด้วยตนเอง นายหญิงฟางได้แต่ยืนมองพวกเขาเดินไปขายในตลาด ตัวนางเอกต้องอยู่ที่จวนมีเพียงต้าหนิว หมี่เจี่ยวที่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ผลตอบรับจากการขายวันแรกเปาจีสามสิบลูก และม่านโถวสามสิบลูกหมดทันทีเปาจีกับม่านโถวที่ขาย นางไม่ได้ทำเป็นรูปผลไม้ประณีตสวยงามอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ทำให้มีสีสันเท่านั้น ส่วนที่ต้องปั้นสวยงาม นางตั้งใจจะขายช่วงเทศกาลวันสำคัญเท่านั้น นายหญิงฟางที่เคยเห็นเงินมามาก แต่กลับไม่เคยเห็นเงินที่ตนเองหามาได้ ในใจก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแม้ว่ามันจะน้อยจนแทบไม่อาจเทียบกับเสี้ยวหนึ่งในเงินของนางได้เลย แต่นางก็ดีใจอย่างมาก วันแรกที่ขายตั้งใจจะทำไม่เยอะ เพราะกลัวจะเหลือ แต่กลับขายดี เพียงแค่ก้านธูปเดียวก็ขายจนหมดเกลี้ยง ทำให้อีกวันทุกคนต้องตื่นมาแต่เช้ามืดเพื่อปั้นเปาจี และม่านโถวกันจนควันจากไอน้ำคลุ้งเต็มห้องครัว หมี่เจี่ยวไม่ได้ช่วยเหลืองานในครัว แต่กลับมาคอยดูแลนายหญิงฟางที่ยังไม่ตื่นด้วยความเป็นห่วงแทนกลิ่นหอมแตะจมูกของนายหญิงฟางในทุกวัน จนกระทั่งล่วงเข้าวันที่สิบห้
บทที่ 17วางแผนเปิดร้านในอีกหลายวันถัดมา นายหญิงฟางฮวาย้ายเข้ามาในจวนหลังใหม่ที่แม้ไม่ใหญ่โตเท่ากับที่นางเคยอยู่ แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น และปลอดภัยยิ่งนัก ภายในเรือนมีเครื่องเรือนอย่างที่นายหน้าคนนั้นแจ้งจริง ๆ ทุกคนช่วยกันเตรียมข้าวของของสำหรับวันพิธีขึ้นบ้านหลังใหม่วันนี้เป็นวันมงคลที่นายหน้าหาบ้านเป็นคนหาฤกษ์ให้ นายหญิงฟางเซ่นไหว้เทพเจ้าเตาเพื่อขอพรให้การอยู่อาศัยนั้นบริบูรณ์ ทั้งยังต้องวางเตาไฟตามธรรมเนียม“เสี่ยวซูเจ้าพักเรือนข้าง ๆ ข้าเถอะ ส่วนพวกเจ้าเลือกเอาว่าอยากพักที่ไหน”“ขอบพระคุณเจ้าค่ะนายหญิง”“ไม่ได้ เรือนพวกเจ้าคือเรือนด้านใต้ ตะวันออกกับตะวันตกไม่ใช่เรือนพักของพวกเจ้า” เสี่ยวซูกล่าวอย่างเข้มงวด คุณหนูใจดีเป็นเรื่องที่ไม่ผิด แต่ว่าวันหน้าคุณหนูน้อยกำลังจะเกิดมา จะให้มีเรือนพักร่วมกับคนรับใช้หรืออย่างไร เสี่ยวซูคิดมาตลอด เพราะนางเป็นคนไม่หนักแน่น ไม่เด็ดขาด จึงไม่มีโอกาสได้ตามรับใช้คุณหนูไปเมืองหลวง นางโทษตัวเองมาตลอด นางคิดหลายครั้งว่าหากมีโอกาส นางจะไม่เลือกหนทางที่ผิดพลาดอีก“เจ้าค่ะ” สาวใช้ทุกคนกล่าว แม้นายหญิงฟางจะใจดี แต่พี่เสี่ยวซูกลับค่อนข้างเข้มงวดนัก แต่โ