Share

บทที่ 15

last update Tanggal publikasi: 2025-04-08 09:13:44

คราแรกสี่เสวี่ยไม่ต้องการให้คุณหนูเลือกทาสที่ดูน่ากลัวผู้นี้ แต่คัดค้านความต้องการของคุณหนูไม่ได้ เมื่อฟังพ่อค้าทาสแล้วก็เบาใจขึ้น

หลังจากจ่ายเงินสามสิบตำลึง สี่เสวี่ยไปซื้อรังผึ้งจากร้านชำบ้านไฉและพาเยว่ชิงออกเดินทางไปที่หมู่บ้านชนบททันที

ซูเจินจูพาเฟยหลันมาที่ร้านผ้าซูเตี้ยน ให้นางเลือกชุดผ้าฝ้ายสำเร็จรูปสองชุดก็จะตรงไปที่โรงหลอมเหล็กอู่จินจาง

“เจ้าเข้าไปเลือกอาวุธสักชิ้นเถอะ”

“….”

“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นวรยุทธ์ เข้าไปเลือกเถอะ”

“คุณหนู เหตุใด...” นางแปลกใจ เฉพาะแผลเป็นบนใบหน้าก็ทำให้คนทั่วทั้งแคว้นรังเกียจนาง ผู้ที่ต้องการซื้อตัวนางล้วนเป็นบุรุษวัยกำดัด หากเป็นสตรีก็สตรีที่ชื่นชอบการเหยียบย่ำผู้อื่น แต่หากรู้ว่านางเป็นวรยุทธ์ก็จะยิ่งทรมานนางมากขึ้น ด้วยรู้นางไม่สามารถตอบโต้ได้ ก่อนหน้านี้นางถูกคุณหนูจวนแม่ทัพผิงซื้อตัวไป เมื่อเห็นว่าทรมานนางเท่าไหร่นางก็ไม่ปริปากร้องขอความเมตตาก็ปล่อยให้นางอดข้าวอดน้ำสิบวันก่อนให้คนหิ้วนางมาขายให้กับพ่อค้าทาส

“ไปเลือกเถอะ ข้าไม่สนใจอดีตของเจ้า เมื่ออยู่กับข้าเจ้าเพียงปกป้องข้าให้ดีเท่านั้น”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อเฟยหลันเข้าไปเลือกอาวุธซูเจินจูก็หันมาคุยกับนายท่านฮุ่ยซิ่ว

“ท่านอาเจ้าคะ ข้าอยากทำอุปกรณ์ที่เคยมาสั่งท่านทำเพิ่มอีกหนึ่งชิ้นเข้าค่ะ”

“อันที่ใช้เหล็กบางทำใช่หรือไม่ อันก่อนใช้งานไม่ได้แล้วหรือแม่หนู ถึงต้องมาทำเพิ่ม”

“ใช้งานได้ดีอยู่เจ้าค่ะ เพียงแต่ต้องใช้เพิ่มเท่านั้น”

“ได้ๆ ราคาเดิมห้าตำลึง แต่ไม่ต้องใช้เวลานานเท่าเดิมอีกแล้ว พรุ่งนี้เย็นๆก็มารับได้”

เฟยหลันเลือกกระบี่อ่อนหนึ่งเล่ม ซูเจินจูเห็นว่ากระบี่อ่อนนี้พกพาง่าย ไม่เป็นที่สังเกตุ ก็พอใจมาก และยังซื้อมีดสั้นเพิ่มอีกสองเล่มด้วย

“ท่านอา ทั้งหมดเท่าไหร่หรือเจ้าคะ”

“กระบี่อ่อนสามสิบตำลึง มีดสั้นสองอันสิบหกตำลึง ของชิ้นเล็กที่เจ้าสั่งทำห้าตำลึง ทั้งหมดห้าสิบเอ็ดตำลึง ข้าคิดเจ้าห้าสิบตำลึงเท่านั้น”

“ขอบคุณท่านอาเจ้าค่ะ”

“คุณหนู ข้า เอ่อ บ่าวไม่คิดว่ากระบี่อ่อนเล่มนี้จะแพงขนาดนี้” กระบี่เล่มนี้แพงกว่าค่าตัวนางเสียอีก หากนางรู้ก่อนว่าแพงขนาดนี้นางคงไม่กล้าหยิบมา

“หากเป็นอาวุธที่เจ้าใช้ได้ถนัดมือ ข้าก็ไม่นับว่าแพง”

“บ่าว สามารถรับมันไว้ได้หรือเจ้าคะ”

“เฟยหลัน อยู่กับข้ามีกฎเพียงสี่ข้อเท่านั้น ซื่อสัตย์ ภักดี มีวินัย และห้ามนำเรื่องของข้าไปพูดกับผู้ใด หากเจ้าทำได้ กระบี่อ่อนเล่มนี้ก็เป็นของเจ้า”

“บ่าวทำได้ ขอบคุณคุณหนูที่เมตตาเจ้าค่ะ”

“เอาล่ะ ไปโถงยาเจี้ยนคังกันต่อเถอะ”

“คุณหนูผู้นี้ มาซื้อยาหรือมาขายสมุนไพรขอรับ”

“ข้ามาซื้อสมุนไพร”

“มีใบสั่งยามาหรือไม่ขอรับ”

“ไม่มี เจ้าจดตามที่ข้าบอกก็พอ”

“คุณหนูเชิญกล่าว”

“ข้าต้องการ จื่อเยียน ชวนเป้ยหมู่ ไป๋จื่อ ไป๋เสา ไป๋จี่ ปาโต้ว เหมยกุ้ยฮวา อ้ายเยี่ย หวงฉี หงฮวา อย่างละสองเหลี่ยง จัดมาสองชุด แล้วก็ เจียงหวง ตังกุย อย่างละหนึ่งเลี่ยงเจ็ดชุด เออเจียวสองแผ่น แล้วก็โถบดยากับที่บดยาชุดเล็กหนึ่งชุด”

“ชุดแรกเหลี่ยงละสองร้อยอีแปะ สิบอย่างอย่างละสองเหลี่ยงจำนวนสองชุดคิดแปดตำลึง ชุดที่สองเหลี่ยงละหกร้อยอีแปะคิดแปดตำลึงสี่ร้อยอีแปะ เออเจี่ยวแผ่นละสองร้อยอีแปะ บดยาชุดเล็กสองตำลึงรวมเป็นสิบแปดตำลึงหกร้อยอีแปะขอรับ”

ซูเจินจูและเฟยหลันเดินออกมาไม่เท่าไหร่ ท่านหมอลี่ก็เดินออกมา

“เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงคน มาขายสมุนไพรหรือ”

“เพียงมาซื้อสมุนไพรขอรับ เป็นเพียงแม่นางน้อยกับสาวใช้ นี่เป็นใบสั่งยาขอรับ”

“นี่มัน.. ตำหรับยารักษาแผลหรือ นางจัดตำหรับเป็นแน่หรือ”

“ท่านหมอ นางเพียงบอกให้ข้าจดตามที่บอกขอรับ ข้าก็ไม่รู้ว่านางได้ตำหรับยามาอย่างไร”

“นางมาซื้อเพียงยาเท่านี้หรือ”

“มีสมุนไพรสามชนิดนี้อีกชุดนึงขอรับ”

“เป็นยาบำรุงสตรีทั่วไป ช่างเถอะ ทำลายกระดาษแผ่นนี้ทิ้งซะ หากนางเป็นอะไรไปเจ้าก็บอกว่าจัดยาตามที่นางสั่งก็พอ”

“ได้ขอรับ”   

“ว้ายยย!! เจ้าเป็นใคร” อู๋เหมย สาวรับใช้คนสนิทของมี่ซิ่นร้องขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเห็นหน้าที่มีรอยแผลเป็นของเฟยหลัน

“อู๋เหมย นางเป็นคนของข้า เจ้าจะตกใจอะไรกัน”

“คุณหนู คุณหนูกลับมาแล้ว ฮูหยินรองให้บ่าวมารอ วันนี้นายท่านกลับมาสั่งให้ทุกคนไปที่ห้องโถงเจ้าค่ะ”

“ไอหย๋า เรียกพบทุกคนเลยหรือ มีเรื่องใหญ่อันใด”

“ไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ คุณหนู ช้ากว่านี้นายท่านจะไม่พอใจนะเจ้าคะ”

“รู้แล้วๆ อู๋เหมย นี่ยาเจ็ดชุดกับเออเจียวต้มให้ท่านแม่วันละชุดเป็นยาบำรุงเลือดลม อีกสองชุดใหญ่นี้เอาไปวางไว้ในห้องข้า แล้วก็พาเฟยหลันไปพักผ่อนที่ห้องเดิมของสี่เสวี่ยให้ข้าหน่อยเถอะ”

“ได้เจ้าค่ะ คุณหนูรีบไปเถอะเจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นว่าอู๋เหมยพาสี่เสวี่ยไปยังทางไปเรือนของตนแล้ว ซูเจินจูจึงเดินไปทางห้องโถง

“คารวะท่านพ่อ” ซูเจินจูกวาดสายตามองไปทั่วห้อง เมื่อเห็นว่าฮูหยินใหญ่กับซูเม่ยยังมาไม่ นางก็ผ่อนลมหายใจลงเล็กน้อยและเข้าไปนั่งข้างฮูหยินรองมี่ซิ่น มี่ซิ่นพยักเพยิดให้ซูเจินจูนั่งเงียบอย่าเพิ่งรบกวนนางที่กำรอชมงิ้วโรงใหญ่

“ท่านพี่ เหตุใดจึงเรียกประชุมครอบครัวหรือเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่ถามขึ้นทันทีเมื่อเดินเข้ามาในห้องโถง

“เหตุใดจึงมาช้านัก อาจูออกไปทำงานด้านนอกยังมาหาข้าเร็วกว่าเจ้าที่อยู่ในบ้านเสียอีก” ท่านนายซูหน้าตาเคร่งเครียดคิ้วขมวดมุ่นเป็นปม หน้าอวบๆเกร็งขึ้นเหมือนกำลังขบกรามแน่นเพื่อข่มความโกรธ

“ท่านพี่ เม่ยเอ๋อร์ป่วยหนักนักจนลุกไม่ขึ้นเสียแล้วเจ้าค่ะ ข้าไปดูนางมาจึงมาล่าช้า”

“เหอะ วิ่งแร่ออกไปทำเรื่องงามหน้าได้ แต่ลุกขึ้นมาเจอหน้าข้าไม่ได้ หากเจ้าพาตัวนางมาไม่ได้ข้าจะให้คนของข้าไปลากตัวนางมาเอง”

“ช้าก่อนเจ้าค่ะ ท่านพี่ อย่าทำรุนแรงกับลูกเลยเจ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่ที่กลัวว่านายท่านซูจะให้บ่าวไพร่ไปลากตัวซูเม่ยออกมาจริงๆก็เข้ามาขวางหน้าเขาไม่ให้เดินออกไปเรียกบ่าวไพร่ พยายามคว้ามือของเขาให้เดิมเข้ามานั่ง

แต่ความโกรธของนายท่านซูไม่ใช่สิ่งที่ฮูหยินใหญ่จะทำให้สงบลงได้ ยิ่งนางฉุดรั้งเท่าไหร่ นายท่านซูยิ่งหมดความอดทนเท่านั้น

พลั่ก..

นายท่านซูพลักฮูหยินใหญ่ลงกับพื้นแล้วเรียกบ่าวไพร่ให้ไปลากซูเม่ยออกมาทันที

ซูเหวินนั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างหงุดหงิด เรื่องการสอบเป็นขุนนางของเขากลับมีอุปสรรคมากมาย ตามหลักขงจื้อแล้วเขาควรดำรงไว้ด้วยความกตัญญู แต่หากเข้าข้างมารดาช่วยเหลือซูเม่ย การกระทำของพวกนางก็จะเป็นภูเขาลูกใหญ่ขวางกั้นเข้าไว้กลางเส่นทางของขุนนาง ดังนั้นเขาจึงหวังพึ่งบิดาจัดการเรื่องนี้อย่างเรียบร้อย ไม่ให้เหลือปัญหาใดที่จะมาขวางกั้นเขาในอนาคต

ซูหนี่ย์ที่รักมารดาสุดหัวใจเข้ามาช่วยประคองฮูหยินใหญ่ให้กลับเข้าไปนั่ง

“ท่านแม่อย่าขวางท่านพ่อเลยเจ้าค่ะ เรื่องนี้เม่ยเอ๋อร์ทำผิดต่อพวกเรามากนัก ข้าถึงวัยออกเรือนแล้วข้าไม่อยากถูกนางทำลายชีวิต หากท่านแม่ไม่เห็นแก่ข้าก็เห็นแก่อาเหวินเถอะเจ้าค่ะ น้องชายยังต้องคบค้ากับเหล่าบัณฑิต หากทำจนเรื่องนี้ใหญ่โต น้องชายจะลำบากนะเจ้าคะ”

ฮูหยินใหญ่ซูหันกลับไปมองหน้าลูกชายที่นั่งก้มหน้าอยู่ด้วยความรู้สึกผิด หากต้องเลือกนางต้องเห็นแก่อนาคตลูกชายของนางก่อน ซูเหวินเป็นเด็กฉลาด อนาคตไกล หากเขารักชอบการค้าชื่อเสียงล้วนไม่มีค่าเท่าเงินทอง แต่เมื่อเขารักชอบการเป็นขุนนาง นางที่เป็นแม่จะต้องประคองชื่อเสียงของครอบครัวให้ดีเพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงให้แก่เขาในภายภาคหน้า

ซูเม่ยที่ลูกลากเข้ามาอยู่ในสภาพย่ำแย่ มองเพียงผ่านก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก นางไม่กินไม่ดื่มแม้แต่นอนก็นอนไม่หลับจนร่างกายซูบผอม

“เม่ยเอ๋อร์คารวะท่านพอ” ซูเม่ยคุกเข่าโค้งกายคารวะนายท่านซู

“อาเม่ย .. เจ้าทำอย่างนั้นไปได้อย่างไร เหตุใด” นายท่านซูที่เห็นซูเม่ยซูบผอมความโกรธที่มีก็ค่อยๆจาง ใจที่แข็งก่อนหน้านี้ก็อ่อนลง

“ท่านพ่อ ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าเพียงแค่รักพี่ตงชุน สิ่งที่เกิดขึ้นข้าไม่ได้ต้องการให้เกิด ท่านพ่อต้องช่วยข้านะเจ้าคะ ข้าต้องการแต่งงานกับพี่ตงชุน” ซูเม่ยพูดความในใจออดมาด้วยความอัดอั้น น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสาย นางไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องทั้งหมดเป็นแบบนี้

“ช่วย? เจ้ามันไร้ยางอาย ทำเรื่องบัดสีกับคนพ่อแต่ร้องจะแต่งกับคนลูก เจ้าคิดว่าบ้านไฉจะรับเจ้าเข้าไปให้เป็นฮูหยินไฉตงชุน? เจ้าเลิกคิดได้เลย ข้าจะให้เจ้าแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินรองของไฉถังเทียน”

“ข้าไม่ได้รักเขา ข้ารักพี่ตงชุน เหตุใดท่านต้องบังคับข้า” ซูเม่ยสามารถใจเย็นได้อีกแล้ว นางร้องโวยวายเรียกร้องความต้องการของตนเอง นางไม่ต้องการเป็นฮูหยินรองนายท่านไฉ หากต้องแต่งเข้าไปเป็นภรรยาของบิดาของบุรุษที่ตนหมายปอง ไม่สู้ยอมตายเสียดีกว่า

“หุบปาก เรื่องนี้เหลือทางให้เจ้าเลือกหรือ ใครสั่งใครสอนเจ้าให้ทำเรื่องต่ำทรามเช่นนี้ กับของต่ำๆเช่นธูปราคะเจ้าก็ยังกล้าซื้อมาใช้ ข้าวที่เจ้ากินเข้าไปมันไม่ได้เลี้ยงหัวเจ้าให้โตขึ้นมาเลยหรือ”

“ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริงๆเจ้าค่ะ เป็นเหลียนฮัวนำมันมาให้ข้า ข้าไม่รู้เรื่องนะเจ้าคะ”

“ท่านพี่ ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ เรื่องนี้เม่ยเอ๋อร์ไม่รู้เรื่องนะเจ้าคะ เป็นเพราะนังบ่าวชั่วเหลียนฮัวหวังใช้โอกาสนี้มีสัมพันธ์กับไฉตงชุน ลูกเราเพียงแค่ตกลงไปในอุบายนังบ่าวชั่วเท่านั้น” ฮูหยินใหญ่ซูรีบอธิบาย เรื่องนี้จะปล่อยให้คนเข้าใจผิดไม่ได้ ลูกของนางถึงผิดแต่ก็ผิดเพราะความไม่รู้ หากปล่อยให้คนเข้าใจผิดว่าลูกนางรู้จักของต่ำพวกนี้ แม้แต่ตำแหน่งฮูหยินรองลูกของนางก็คงไม่ได้เป็น

“โง่ เจ้ามันโง่ทั้งแม่ทั้งลูก เจ้าให้บ่าวใจคดติดตามลูกข้าเช่นนี้หรือ เจ้าคิดจะทำลายตระกูลซูของข้าใช่หรือไม่ เจ้าก็เหมือนกันนังลูกโง่ เห็นอยู่กับตาว่านางทำอะไรก็ยังปล่อยในนางทำจนสำเร็จ เหตุใดถึงโง่งมเพียงนี้”

“ท่านพ่อ ข้า ข้า..”

“เจ้าไฉถังเทียนมันรังแกเจ้าใช่หรือไม่ เรื่องนี้มันต้องรับผิดชอบ พูดมาวันนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เรื่องที่เขารู้ตอนนี้เหมือนที่ทุกคนในบ้านรู้ แต่เรื่องนี้ล้วนมาจากบอกของฮูหยินไฉ ฟังความฝ่ายเดียวล้วนเสียเปรียบ เขาต้องการรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจากปากของซูเม่ย

“เม่ยเอ๋อร์รีบบอกพ่อเจ้า บอกเจ้าจะไปทวงความยุติธรรมให้เจ้า รีบพูดเร็วเม่ยเอ๋อร์”

“ท่านพ่อ ข้า ข้าถูกนายท่ายไฉ กะ กะ.. กับ คนงานอีกสองคนรังแกเจ้าค่ะ” ซูเม่ยทั้งอับอายทั้งโกรธจนหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด

“บัดซบ นังลูกชั่ว งามหน้านัก นังบ่าวชั่วไปไหน ไปลากมันมา”

“ท่านพี่ ข้าสั่งคนโบยนางจนตาย ลากศพไปทิ้งแล้วเจ้าค่ะ”

“เจ้า เจ้า!!! ฆ่านางทิ้งจะไปหาพยานที่ไหน เจ้าจะให้เม่ยเอ๋อร์บากหน้าขึ้นมาเล่าเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเองหรือ”

“ข้า ข้าไม่ทันคิด ท่านพี่โปรดอภัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ”

“ไปเตรียมตัว พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปบ้านไฉ” นายท่านซูทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ระหว่างมองคนในบ้านทยอยเดินออกไปจากห้องโถง เขาไม่รู้จริงๆว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรไปต่อรองกับพวกบ้านไฉ แต่สิ่งที่เขารู้คือ เขาจะต้องไม่ยอมเสียเปรียบคนพวกนั้นแน่

เรื่องราวนี้ช่างเป็นการโต้เถียงที่ทรมานซูเจินจูเป็นที่สุด เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับนางแม้สักนิด แต่นางยังต้องนั่งฟังประหนึ่งเป็นงิ้วฉากสำคัญ นางกลับมาถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนหลับไปทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   183

    ฮูหยินผู้เฒ่าหยางที่ได้ยินว่าผู้ครองแคว้นเสด็จก็ทิ้งเรื่องรบกวนจิตใจลุกขึ้นเดินนำเหล่าหญิงสาวมายังโถงกลางเพื่อเข้าเฝ้าผู้ครองแคว้นคนใหม่อย่างหน้าชื่นตาบาน ดูเอาเถอะ แม้แต่งานแต่งของเหล่าองค์ชาย ผู้ครองแคว้นยังไม่ไปเสียด้วยซ้ำ แต่กับตระกูลหยางของนางได้รับเกียรตินี้ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลหยางของนางจริงๆ“ถวายบังคม ฝ่ายบาท!!”“ลุกขึ้น ลุกขึ้น ทำตัวกันตามสบายเถอะ ท่านปู่หยาง ท่านย่าหยาง ลุกขึ้นๆ วันนี้ข้าเพียงนำของขวัญมามอบให้เท่านั้น แต่เห็นทีว่าข้าจะมาช้าไปเสียหน่อยจึงไม่ได้เจอเจ้าสาวของท่านแม่ทัพหยางเสียแล้ว”“เป็นกระหม่อมจัดงานเร็วเกินไปเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่คิดว่าการเดินทางจะเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก”“เช่นนั้นเอาไว้ว่างๆก็พาฮูหยินของเจ้าไปพูดคุยกับพระชายาของข้าในวังแล้วกัน” ผู้ครองแคว้นที่มาถึงงานช้าได้แต่เสียดายที่ไม่ได้เจอซูเจินจูด้วยตนเอง นึกย้อนไปแล้วยังคิดเสียดายหากไม่เข้าใจผิดว่าแม่นางเฟยอวี่คือดวู๋เยี่ยฮวาและรู้ว่าผู้ที่นามดวู๋เยี่ยฮวาคือคุณหนูซู เขาคงรีบรับตัวนางเข้าไปเป็นสนมของเขาเสียตั้งนานแล้ว แต่ช่างเถอะนางแต่งให้แม่ทัพหยางก็ยังเป็นของเขาอยู่ดี ดีเสียอีกที่หากวันนึงนางเกิดผิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   182

    ขณะเดียวกัน งานเลี้ยงในจวนตระกูลหยางก็ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยู่ในโถงกลางสำหรับบุรุษ และอีกฝั่งสำหรับสตรีคือฝั่งศาลาในสวนเหล่าบุรุษล้วนเคารพนายท่านผู้เฒ่าหยางในฐานะทายาทของสหายร่วมรบและก่อตั้งแคว้นหนานของผู้ครองแคว้นคนแรก ร่วมถึงการช่วยเหลือให้ผู้ครองแคว้นคนปัจจุบันขึ้นครองแคว้นได้ยิ่งทำให้ขุนนางมากมายไม่กล้ามองข้ามอำนาจของตระกูลหยางสุราคารวะที่นอกเหนือจากคารวะนายท่านผู้เฒ่าหยางยังถูกยกคารวะเจ้าบ่าวไม่ขาดสาย การสนทนาของเหล่าบุรุษหนีไม่พ้นเรื่องบ้านเมืองและแนะนำบุตรชายที่ติดตามมาด้วยเพื่อฝากฝังทำความรู้จักไว้เป็นเส้นสายในภายภาคหน้าสิ่งที่ดูแปลกขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็นคือบางคนกลับสนใจชุดของหยางหย่งเจิ้งจนได้รู้ว่าต่อไปผ้าชนิดนี้จะมีขายที่ร้านผ้าซูเตี้ยนที่เป็นตระกูลเดิมของเจ้าสาวที่มาของเจ้าสาวที่เป็นเพียงบุตรีของฮูหยินรองอีกทั้งบ้านเดิมเป็นเพียงตระกูลการค้าไม่ถูกพูดถึงในคราแรกอันนับว่าเป็นการให้เกียรติแก่ตระกูลหยางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อเป็นตระกูลการค้าที่ค้าขายผ้าชื่อดังอีกทั้งยังมีสัญญาค้าขายกับวังหลวงย่อมแตกต่างออกไป หยางหย่งเจิ้งที่รู้ตื้นลึกหนาบางย่อมไม่ต้องการให

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   181

    ยามเมื่อขบวนเจ้าสาวเดินทางมาถึงหน้าจวนตระกูลหยาง เสียงโห่ร้องต้องรับและเสียงประทัดก็ดังขึ้น หยางหย่งเจิ้งรีบลงจากม้ามาประคองซูเจินจูที่ยังสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ลงจากเกี้ยวชุดผ้าไหมหยกสีแดงสดทับด้วยชุดไหมโปร่งลายเป็ดยวนยางที่ปักด้วยไหมบ่มกลิ่นหอมหมื่นลี้ปรากฏแก่สายตาหญิงสาวที่ติดตามขบวนเจ้าสาวมาอย่างชัดเจน เสียงชื่นชมความงามของชุดเจ้าสาวทำให้สี่เสวี่ยที่เพิ่งลงจากรถม้ายิ้มไม่หุบ ประตูหน้าจวนมีกองไฟหนึ่งกองสำหรับให้เจ้าสาวก้าวผ่าน กองไฟที่ว่าเป็นเพียงก้อนถ่านว่าวางเรียงเอาไว้ให้เจ้าสาวก้าวผ่านถือเป็นการก้าวผ่านสิ่งอัปมงคลต่างๆก่อนเข้าจวนสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนที่ติดตามมารับหน้าที่แจงเงินพวงแปดสิบแปดอีแปะแก่บ่าวไพร่ที่มายืนรอต้อนรับรวมไปถึงทหารที่ยืนอยู่บริเวณรอบจวนด้วยจวนตระกูลหยางเป็นเรือนขนาดใหญ่ ยามที่ซูเจินจูเดินผ่านประตูจวนเข้ามาแล้ว กองไฟจะถูกเก็บออกเพื่อให้ขบวนรถม้าได้นำสินเดิมและสินสอดของบ่าวสาวเข้าเรือนการอวดสินสอดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตระกูลพ่อค้าเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหยางมีคำสั่งให้วางเรียนสินสอดและสินเดิมเอาไว้ที่ลานหินของจวนตระกูลหยาง หนึ่งคือแสดงให้ขุนนางชั้นสูงที่มาไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   180

    ฮูหยินรองมี่ซิ่นเดินมายังเรือนของซูเจินจูด้วยความร้อนใจจนร้องไห้ออกมา นี่มันอะไรกัน งานแต่งงานที่ไหนกันที่เจ้าสาวไม่ได้สวมชุดเจ้าสาว ตระกูลหยางอะไรกันเหตุใดจึงรังแกบุตรสาวนางเช่นนี้แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่นางคิด ซูเจินจูที่แต่งชุดเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยยืนอยู่กลางห้อง มี่ซิ่นมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าใช่บุตรสาวของนางจริงหรือไม่ ความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงที่บุตรสาวของนางไม่เคยมีกลับสะท้อนออกมาจากทั้งใบหน้าและแววตา หรือเทพองค์ใดให้พรความกล้าหาญแก่อาจูมาเป็นการแลกเปลี่ยนที่นางเสียสละตนเองออกไปทำการค้าแลกกับที่ยืนในบ้านตระกูลซูของมารดากัน“อาจู ข้านึกว่าตระกูลหยางยังไม่ส่งชุดแต่งงานมาให้เจ้าเสียอีก”“ท่านเลยเดินร้องไห้เข้ามาหาข้าหรือเจ้าคะ ท่านแม่ ชุดแต่งงานจากตระกูลหยางยังมาไม่ถึงเจ้าค่ะ ชุดนี้สี่เสวี่ยเป็นคนตัดเย็บให้ข้า ข้าเห็นว่าหากรอชุดนานไปกว่านี้คงทำให้เสียฤกษ์ได้ตระกูลหยางเองก็คงคิดแบบเดียวกัน ในเมื่อฤกษ์ยามสำคัญข้าจึงใส่ชุดนี้แทนเจ้าค่ะ”“ดีแล้วอาจู เจ้าทำถูกแล้ว ฤกษ์ยามมงคลล้วนสำคัญมาก เสี่ยวเหลียนเอาผ้าแดงกับเครื่อ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   179

    เมื่อถึงวันงานเสียงคนงานในบ้านซูลุกขึ้นมาจัดเตรียมงานกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฮูหยินรองมี่ซิ่นส่งอู๋เหมยมาปลุกสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนให้พาซูเจินจูลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพียงไม่นานหลังจากนั้นฮูหยินรองมี่ซิ่นก็เดินเข้าเรือนของซูเจินจูมาพร้อมหญิงสาววัยกลางคนหนึ่งคน“อาจู ข้าพาสี่เหนียงมาหวีผมให้เจ้า พวกเจ้าแกะผมอาจูออกเดี๋ยวนี วันสำคัญให้พวกเจ้าหวีกันเองได้รึ แกะออกให้หมดเชียว”สี่เหนียงที่ฮูหยินรองมี่ซิ่นพามาคือสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีวาสนาครบ อันได้แก่ในบ้านพ่อแม่ยังอยู่ สามีภรรยารักใคร่ มีทั้งลูกชายลูกสาว พี่น้องปรองดองกลมเกลียวโดยให้นางมาเป็นผู้กวาดเกี้ยว จุดธูปในเกี้ยวและวางกระจกในเกี้ยวสำหรับฮูหยินรองมี่ซิ่นที่ต้องเป็นผู้เกล้าผมให้บุตรสาวกลับไม่ได้มีหน้าตามากพอที่จะเป็นเกียรติให้แก่ตระกูลหยางได้ อย่างน้อยตำแหน่งฮูหยินรองอันต้อยต่ำนี้ก็ได้แต่หลีกทางให้สี่เหนียงผู้มีวาสนาพร้อมเกล้าผมให้ซูเจินจูด้วยหวังเพียงให้บุตรสาวได้กลายเป็นผู้มีวาสนาพร้อมเฉกเช่นเดียวกันกับสี่เหนียงเท่านั้นเมื่อเกล้าผมเสร็จสิ้น ฮูหยินรองมี่ซิ่นก็พาสี่เหนียงออกจากห้องไปเพราะซูเจินจูจำเป็นต้องรอชุดแต่งงานจากตระกูลซูดัง

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   178

    ข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่งที่จะลืมไม่ได้คือเรื่องเกี่ยวกับฮูหยินผู้เฒ่าหยางและร้านตัดเย็บชุดแต่งงานของคุณหนู“เถ้าแก่เนี้ย พวกเราจะใช้ผ้าพวกนี้ตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพหยางจริงๆหรือเจ้าคะ ข้าว่ามันจะเสียชื่อร้านของท่านเสียเปล่าๆ”“จะให้ข้าขัดคำสั่งฮูหยินผู้เฒ่าหรืออย่างไรเล่า ไม่ใช่แค่ฮูหยินผู้เฒ่านะแม้แต่คุณหนูรองลี่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย”“คุณหนูลี่ผู้นี้ไม่ใช่ว่าถูกจับไปสอบสวนเรื่องกบฏด้วยหรือเจ้าคะ”“ใช่ที่ไหน คนที่ถูกจับไปคือคุณหนูสามลี่รุ่ยเซียงที่ให้ที่หลบซ่อนแก่พระชายาขององค์ชายหกต่างหาก”“หากเป็นชาวบ้านอย่างเราๆ ให้ที่หลบหนีนักโทษกบฏคงไม่พ้นโทษตาย นี่ไม่เพียงรอดชีวิตแม้แต่โทษสักนิดยังไม่มีนะเจ้าคะ”“เพราะเช่นนั้น เจ้ายังจะให้ข้าขัดคำสั่งพวกนางอีกรึ เอาเถอะถึงผ้าจะหยาบแต่เย็บให้ดีเสียหน่อยก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างคุณหนูสี่ซูก็มาจากในอำเภออีกทั้งตระกูลของนางยังเป็นแค่ตระกูลการค้าถึงนางจะไม่พอใจก็คงไม่กล้าพูดอะไรหรอก”“คงไม่กล้าไม่พอใจเสียด้วยซ้ำเจ้าค่ะ ได้แต่งเข้าตระกูลหยางก็เป็นวาสนาของนางแล้ว หากกล้าไม่พอใจจนท่านแม่ทัพหยางระอานางเองนั่นแหละที่จะถูกทิ้งไว้เป็นเพียงไม้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 6

    เช้าวันต่อมา ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะออกไปร้านผ้า อิงชุ่ยก็ได้มาขวางหน้านางไว้“คุณหนูใหญ่ให้บ่าวมาเชิญคุณหนูสี่ไปชมดอกเหมยที่หมู่บ้านจั๋วมู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดจาอ่อนหวานมีความเคารพต่อซูเจินจู เมื่อเช้าอิงเถาได้ออกไปจ้าง

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 5

    เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆอืม... ปิ่นเงินแปดอั

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 4

    ซูเจินจูออกจากบ้านตระกูลซูมาพร้อมสี่เสวี่ยตรงเข้าไปที่ “ร้านผ้าซูเตี้ยน”“คุณหนูสี่มาแล้ว” หลงจู๊ออกมาตอนรับซูเจินจูอย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเจือความห่วงใย หลงจู๊ผู้นี้ทำงานอยู่ที่ร้านผ้าซูเตี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านใหม่ๆ ได้รั

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 3

    คำพูดทั้งหมดของหลินเฮงฉวนนั้นถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน แต่คนฟังนั้นไม่ใช่ซูเจินจู แต่เป็นนายท่านซูเป่า“มันขู่ข้า มันขู่จะเอาร้านผ้ามาเปิดแข่งกับข้า เจ็บใจนักเพราะนังลูกอัปรีย์ ทำให้พวกมันขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าแล้ว” เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ“ท่านพี่ อย่าโกรธขนาดนี้เลย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status