مشاركة

13

مؤلف: SHASHA
last update تاريخ النشر: 2026-09-23 10:58:30

รถตู้สีขาวขับเข้ามายังบริเวณลานจอดรถของบ้านหลังใหญ่ในตอนพลบค่ำก่อนที่คนขับจะเปิดประตูวิ่งอ้อมมาที่อีกด้านของรถเพื่อรอรับนายของตนที่นั่งมาเพียงลำพังด้วยใบหน้าครุ่นคิดตั้งแต่สนามบินจนถึงปลายทาง

            “นายแม่มา!”

            เสียงบอกต่อกันเป็นทอดให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านรู้ ก่อนที่ทุกคนจะพากันวิ่งหน้าตั้งมารอรับหญิงผู้มาเยือนอย่างเร็วรี่ บางคนถึงกับเหงื่อแตกพลั่กทั้งๆที่พบหญิงสูงวัยคนนี้ไม่กี่ครั้ง เพราะเสียงล่ำลือที่ว่านายแม่คนนี้ดุแสนดุ จึงกลัวกันถึงขนาดขี้ขึ้นสมองเลยทีเดียว

            “หลานฉันอยู่ไหน”

ทันทีที่เดินเข้าบ้านมา เสียงเอ่ยถามทรงอำนาจก็ดังขึ้นราวกับว่าจุดประสงค์เดียวที่ท่านต้องเหยียบย่างที่นี่ก็เพื่อมาตามหาเด็กหญิงพราวนภาเท่านั้น ศยามล คนสนิทของบารมีปรี่เข้ามารายงาน

            “เห็นสมหมายว่าคุณพลินให้ขับรถพาไปเยี่ยมคุณยายน่ะค่ะ”

            “ออกไปตอนไหน แล้วจะกลับมากี่โมงกี่ยาม”

“ไปเมื่อตอนสายๆนี่เองค่ะ เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วค่ะนายแม่”

“ไปตั้งแต่สาย นี่มันเย็นมากแล้ว ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ” เหมือนจะรำพึงกับตัวเองมากกว่าเอ่ยถามบริวาร บ่นทิ้งท้าย “ชักเหลวไหลใหญ่”

            พลันเสียงรถอีกคันขับเข้ามาจอด ไม่นานจากนั้นเสียงเจื้อยแจ้วดังแว่วเข้ามาในบ้าน

            “คุณย่ากลับมาแล้วหรือคะ คุณย่าขา…คุณย่าสวัสดีค่ะ”

เสียงเล็กแจ๋วๆเหมือนถามคนที่อยู่ด้านนอก พอเข้ามาในตัวบ้านแล้วก็ดิ้นๆลงจากอกบารมีที่อุ้มลงจากรถ เจ้าตัววิ่งปรู้ดเข้ามายืนประจันหน้าหญิงผู้มีศักดิ์เป็นย่าแล้วค่อยพุ่มมือยกขึ้นไหว้คุณศุภลักษณ์อย่างชดช้อย ดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อยเพราะถูกฝึกฝนอยู่ตลอดนั่นเอง คุณศุภลักษณ์มองบุตรชายที่เดินตามเข้ามา ก่อนเบนสายตามามองหลานสาวของตน ถามคล้ายจะดุ

“หายไปไหนกันมา กลับเอาป่านนี้”

            “น้องพราวด์ไปเยี่ยมคุณยายมาค่ะ” เด็กหญิงตอบจบยิ้มจนตาหยีอ้อนคุณศุภลักษณ์ ท่านพยักหน้าทำนองว่ารับรู้แล้วไม่วายบ่นต่อ

“แล้วทำไมยังต้องให้พ่อเราอุ้มลงรถ ไปอ้อนอะไรเขาอีกแม่ตัวดี”

            บารมีเงียบไปอึดใจ ตอบกลับด้วยท่าทีนิ่งๆ

            “นอนหลับมาบนรถครับ ถึงแล้วเลยงัวเงียนิดหน่อย”

            “ไม่ใช่ว่าอ้อนพ่อเราหรอกหรือ ไหนมาหาย่าซิ”

น้ำเสียงนายแม่อ่อนลงก่อนอ้าแขนออกรับร่างเล็กที่อวบอ้วนน่าฟัดร่างนั้น พลินรีบตามเข้ามาพาบุตรสาวส่งให้ท่าน นายแม่รับมากอดไว้แนบอก ลูบผมพร้อมก้มลงหอมอย่างแสนคิดถึง

“หน้าเราเหมือนคุณยายทวดเหลือเกินลูก”

ท่านรำพึงรำพันแค่ให้ได้ยินกับหลานแค่สองคน

            คุณศุภลักษณ์อาจพูดจาเถรตรง ไม่ไว้หน้าคนในบ้านเหล่าบริวารทั้งหลาย อีกทั้งใบหน้าหากไม่ยิ้มจะดูดุดันอยู่เสมอ แต่คนใกล้ชิดสนิทกับท่านจะรู้ดีว่านายแม่ใจจริงท่านไม่มีอะไร เป็นคนคิดอย่างไรก็พูดไปอย่างนั้น

ผิดจากบุตรชายที่ขรึมเงียบพูดน้อยแลดูท่าจะน่ากลัวกว่ากันมากกว่า

            และพลินก็พอรู้มาอีกว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกคู่นี้ดูผิวเผินอาจเหมือนแม่ลูกปกติทั่วไป แต่ภายในใจลึกๆของคนทั้งคู่มีบางสิ่งบางอย่างที่กินแหนงแคลงใจกันอยู่ พลินหยุดความคิดเอาไว้เพียงเท่านั้นแล้วยิ้มบางๆเมื่อเห็นท่าทีของนายแม่ดูอ่อนลงหลังได้กอดได้หอมหลานสาวของท่านแล้ว มองอากัปกิริยาของคนเป็นย่าที่มีต่อบุตรสาวด้วยความสะท้อนในอกในใจ รู้สถานะของตนเองดี แม้คุณศุภลักษณ์จะเมตตาเธอและลูก แต่ท่านไม่ได้ยกย่องให้เธอเป็นภรรยาของบารมีออกหน้าออกตา แม้แต่ตัวบารมีเองก็ยังไม่ต้องการเธอ

            หลังความสัมพันธ์คืนนั้นจนเธอตั้งครรภ์ก็ไม่มีการจดทะเบียนสมรส ไม่มีการตกแต่งให้เป็นเรื่องราว มีเพียงเงินสามล้านบาทที่โอนเข้าบัญชีของเธอ บ้านน้อยหลังนั้นที่นางพยอมอาศัยอยู่ในตอนนี้ และการพูดจากันระหว่างแม่ของเธอกับนายแม่เพียงสองคนเท่านั้น ไม่มีใครรู้รายละเอียดในการเจรจาแม้แต่พลินเอง

เคยแว่วคนในบ้านคุยว่าท่านไม่ได้รังเกียจเธอที่มีหลานสาวให้ท่าน แต่ก็มิได้ชื่นชมมากพอจะยกขึ้นมาเป็นสะใภ้ อีกทั้งท่านมีหญิงสาวที่เตรียมไว้ให้บุตรชายของตัวเองแล้วด้วย ปัญหาคือบุตรชายของท่านดื้อดึงไม่เคยเดินตามรอยตามที่ท่านขีดเอาไว้เลยตั้งแต่แตกเข้าวัยหนุ่มเป็นต้นมา

บารมีเป็นพวกดื้อเงียบ ขรึม พูดน้อย แต่เนื้อแท้ข้างในคาดว่าคงไม่ธรรมดา พลินเคยได้ยินคนเก่าคนแก่ในบ้านของนายแม่บ่นเขาออกบ่อยว่าถอดแบบบิดามาแทบไม่ผิดเพี้ยน

            “ตอนเล็กๆก็น่ารักแบบนี้ทั้งนั้นแหละ โตมาอย่าหัวดื้อหัวรั้นแบบคนแถวนี้ก็แล้วกัน” นายแม่ว่ากึ่งเหน็บไปถึงชายคนเดียวในห้องรับแขกที่ยืนหน้าเฉยเมยอยู่ตรงนั้น แล้วเอ่ยขึ้นเมื่อก้มลงชื่นใจหลานสาวอีกจนพอแล้ว

            “อยู่กันพร้อมหน้าก็ดี”

บารมีมองสบตามารดาอึดใจเดียวค่อยเอ่ยถาม ใบหน้ายังคงความเรียบเฉยเอาไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง

“มีอะไรหรือครับ”

            “งานแจกข้าวตายายแม่ว่าจะจัดที่นี่เลย แขกเหรื่อไม่มากหรอกมีแต่พี่ๆน้องๆเรา บรรยากาศไร่เราดูไม่แออัดดี ไม่เหมือนที่บ้านในเมือง”

            บารมีไม่ได้บึ้งตึงแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม ตอบมารดา

            “แล้วแต่คุณแม่เถอะครับ”

            พลินมองสองแม่ลูกคุยกันแล้วก็ร้อนวาบขึ้นบนใบหน้าเมื่อบุตรชายของท่านหันมามองที่เธอ คุณศุภลักษณ์ที่สังเกตการณ์อยู่เงียบๆเอ่ยปากขึ้นราวกับเพิ่งนึกได้

            “วันเกิดเราด้วยนี่แม่พลิน อาทิตย์หน้านี้ใช่ไหม”

            พลินยิ้มรับ นึกดีใจที่คุณศุภลักษณ์รู้ว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของเธอ ตอบรับพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

            “ค่ะนายแม่”

            “ยี่สิบสองแล้วสินะ”

            นายแม่ไม่เชิงเอ่ยออกมาเป็นคำถาม แต่ถึงอย่างนั้นพลินก็ยังคงตอบรับท่านออกไป คุณศุภลักษณ์นิ่งอยู่ครู่ก็บ่นเรื่องที่ท่านแคลงใจไม่เลิกตั้งแต่ได้ข่าวมา

            “แล้วทำไมถึงไฟไหม้ได้ ก่อนไปก็บอกให้ดูให้ดีฟืนไฟในบ้านให้ระวังกัน แล้วปล่อยให้ไหม้ได้ยังไง”

            พลินตอบเท่าที่รู้ “ไฟฟ้าลัดวงจรน่ะค่ะนายแม่” 

“เอาเถอะ ไว้ให้ไหม้บ้านฉันทั้งหลังก่อนค่อยให้คนมาดู บอกให้ตามช่างมาดูสายฟงสายไฟยัยแจ๊วก็เดี๋ยวลืมบ้างอะไรบ้าง ฉันละเบื่อ”

            “พลินเองค่ะที่อาสาจะตามให้ แต่ก็ลืมทุกที”

            นายแม่ปรายตามองพลินที่สนิทสนมกับคนของท่าน มักออกหน้ารับแทนกันอยู่เสมอ เหน็บเข้าให้

            “เลิกรับหน้าแทนคนอื่นเสียทีเถอะแม่พลิน”

            พลินก้มหน้าก่อนตอบรับ “ค่ะ นายแม่”

คุยอีกสองสามประโยคจากนั้นจึงพากันย้ายไปที่ห้องรับประทานอาหารจัดแจงมื้อสุดท้ายของวันจนเรียบร้อย รอจนหลานอิ่มแล้ว คนเป็นย่าเอ่ยชวน

            “ไปดูของฝากที่ห้องย่าไหมน้องพราวด์”

            “ไปค่ะคุณย่า” เด็กหญิงพราวนภารับคำทันที พลินที่รอจะตามบุตรสาวไปด้วย ถูกนายแม่ไล่กลายๆ

“ไปพักผ่อนเถอะแม่พลิน เรียบร้อยจากฉันแล้วจะให้ยัยพวกนั้นพาเข้านอนให้”

            พลินจำใจรับคำด้วยการพยักหน้าเบาๆ รอจนท่านเดินจากไปแล้ว ค่อยแยกเข้าห้องของตนเองในเวลาต่อมา แว่วเสียงรถขับออกไป เมียงมองดูเห็นว่าเป็นรถของบารมี จึงกลับมานอนบนเตียงดังเก่าข่มตาให้หลับ ก่อนเริ่มต้นวันใหม่อีกครั้งเมื่ออาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้า

           

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พ่ายรักพลิน   ตอนจบ

    “ไปด้วยกันไหมคะหรือจะรอที่บ้าน” เสียงหวานถามอย่างห่วงใย มองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหน้าตูมอารมณ์ดูไม่ค่อยดีนัก พอถูกถามเหมือนบีบให้รอที่บ้านมากกว่าจะให้ไปด้วยก็ปรากฏว่าดวงตาคลอฉ่ำนิดๆคล้ายจะร้องไห้ “พี่อยากไป” “เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก พลิน...” ไม่อยากบอกว่าเธออายพยาบาลจริงๆเลย เขาไปด้วยทีไร เจออะไรหน่อยก็อ่อนไหว บอบบางจนต้องร้องไห้ ได้ยินเสียงเธอว่ามาแบบนั้น คนที่อ่อนไหวง่ายมานานกว่าสามถึงสี่เดือนก็น้ำตาชักปริ่มๆจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ “จะไปก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ” “แล้วทำไมถามเหมือนไม่อยากให้พี่ไป อายหมอใช่ไหม มันหล่อนี่ ใช่สิ” “พี่บีคะ”“ไม่ต้องมาเรียกพี่บี” คนที่ขี้งอนขี้ใจน้อยบอกเสียงสะบัดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป พลินมองตามแล้วก็ถอนใจเฮือกก่อนจะสาวเท้าตามไปง้อ “งอนอีกแล้ว” “ใช่พี่งอน พลินไม่ใส่ใจพี่เลย ก็รู้ว่าพี่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็ชอบทำให้พี่น้อยใจ” “พลินไม่ได้ตั้งใจค่ะ พลินขอโทษ” “ก็ได้ ให้อภัย”จู่ๆคนที่บอกว่าคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ก็ให

  • พ่ายรักพลิน   65

    “ใคร” บารมีตวาดถามมือควานหาไฟในห้อง แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วเลยสำรวจคนที่นอนอยู่บนเตียง“ผู้หญิงนี่หว่า”หัวใจกระหน่ำสูบฉีดเลือดทันที แล้วก็ให้วุ่นวายไปหมด ด้วยพยายามลุกขึ้นเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า เพราะความมึนเมาผสมกับยาปลุกเซ็กซ์ทำให้ความสามารถในการคิดหาเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจดิ่งลงเหว ไม่อยากรู้แล้วว่าหญิงสาวที่นอนอยู่นี่เป็นใคร ในเมื่อห้องของเขาถูกจัดเอาไว้สำหรับเขาคนเดียว คนที่เข้ามานอนรอย่อมหมายความว่าเต็มใจที่จะร่วมรักกับเขาเปิดออกพบคอนดอมในนั้นอันเดียว“รอดแล้ว”บ่นงึมงำ ก่อนปลดตะขอกางเกงแล้วฉีกซองสีเงินออก สวมใส่เครื่องป้องกันเข้าไปจนสนิทแนบ ทาบลงหาอีกร่างที่นอนนิ่งบนเตียงทันทีปากร้อนผ่าวนาบตามซอกหู กลิ่นหอมแบบที่ไม่เคยคุ้น คล้ายกลิ่นแป้งมากกว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพง พลันภาพในหัวปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวกะโปโลคนนั้นวาบขึ้นมา“ระยำ”เสียงสบถของบารมีดังงึมงำขึ้นมาอีก“ยังไม่สิบแปดเลยมั้งนั่น”แล้วจัดแจงเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนเปลือยเปล่าพร้อมพรั่งดีแล้ว ดันข้อพับขาของคนใต้ร่างขึ้นง้างงอก่อนดันตัวตนที่แข็งและร้อนจัดเข้าไปภายในช้าๆเนิบนาบ“เวรแล้ว” บารมีอยากสาวตัว

  • พ่ายรักพลิน   64

    ถึงวันนัดหมาย ญาดาขับรถมาด้วยตัวเองจุดหมายคือบ้านพักชายทะเลที่พลินเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก“เราจะอยู่กันกี่วันคะพี่ดา” พลินถามทันทีที่ลงรถ แววตาเป็นประกาย ดีใจที่ได้มาเที่ยวทะเล และดีใจมากกว่าคือคนที่พาเธอมาเป็นพี่สาวของตัวเอง ตอกย้ำความคิดที่ว่าญาดาช่างงามทั้งกายและใจ อย่างหาใครมาเปรียบเทียบมิได้“อยากอยู่กี่วันล่ะ” ญาดาถามยิ้มๆแทนที่จะตอบคำของน้อง“ฮืม...บรรยากาศดีแบบนี้นะ” พลินที่มาเที่ยวทะเลได้ไม่ถึงสามครั้งดีบอกพร้อมสูดอากาศเข้าปอด ยิ้มแต้ ตอบด้วยสีหน้าทะเล้นนิดๆ “พลินอยากอยู่ตลอดไปเลย ได้ไหมคะ”“งั้นมาช่วยกันยกของลงก่อน แล้วจะให้อยู่ไปเลยตลอดชีวิต เออ...นี่ พี่มีเรื่องจะสารภาพแหละ” ญาดาบอกเสียงอ่อยในตอนท้าย พลินหยุดยิ้ม ถามกลับ“เรื่องอะไรคะพี่ดา” “คือ จริงๆแล้ว ที่พี่ชวนมาเนี่ย คือ มันเป็นงานเลี้ยงฉลองของพี่กับคุณบารมีน่ะ”พลินยังคงรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ถาม “ฉลองอะไรหรือคะ”ญาดากวาดสายตาสำรวจน้องสาวก่อนตอบเสียงราบเรียบ ลอบสังเกตอาการของคนเป็นน้องไปพลาง“งานฉลองสละโสดของพี่กับคุณบารมีน่ะสิ”“ฉลองสละโสด?”พลินทวนคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปวูบ งานเลี้ยงฉลองสละโสดขอ

  • พ่ายรักพลิน   63

    “รักตอนไหนคะ บอกพลินหน่อย” บารมีนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้ “ตอนแรกพี่ไม่ได้นึกรักเราหรอก ตอนนั้นพี่สงสารพลินมากกว่า ตอนนั้นพี่ได้แต่สงสาร สงสารเด็กคนนี้จังเลย ทำไมถึงมาเกิดเป็นลูกนายสมวะ ทำไมนายสมไม่รักลูกคนนี้เลยวะ” บารมีสารภาพความจริงเป็นครั้งแรกกับเธอ ก่อนเล่าต่อ “ยิ่งมาเห็นตอนนั้นว่าพี่ปล้ำพลินไปนะ พี่ใจหายเลย ได้แต่ด่าตัวเองว่าไม่น่าทำลายอนาคตเด็กคนนี้เลย แล้วตอนที่เรากับแม่มาบอกว่าท้องนี่พี่จิตตกไปใหญ่ สงสารหนักกว่าเก่าอีกนะเชื่อไหม” บารมีรวบมือเธอมากุมก่อนบอกต่อ “พอแม่พี่บอกว่าจ้างเรามา พี่โกรธมาก โกรธจนเกลียดไปเลยด้วย ว่าทำไมวะ เด็กอายุเท่านี้เองทำไมคิดอะไรตื้นแบบนั้นวะ” “พลินไม่ได้...” “พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าแม่โกหกพี่ พอมารู้ทีหลังนี่พี่รู้สึกเหมือนดิ่งลงเหวเลย ไอ้ความสงสารที่เคยมีให้พลินก่อนหน้านี่แทบจะทับพี่ตาย พอหลังจากนั้นความสงสารมันก็มี...ความรักแทรกเข้ามาด้วย ที่ไม่รู้ว่ารักตอนไหน รู้แต่ว่ารักพลินเพราะพลินพยายามจะเข้าใจพี่ที่สุดพลินรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา พลินรู้กาลเทศะ และที

  • พ่ายรักพลิน   62

    “อย่าเข้ามานะ” “เห็นอยากมีนักไม่ใช่หรือไงวะผัวน่ะ กูนี่ก็เป็นผัวให้มึงได้นะอีคนสวย” “อย่านะ ผัวฉันรู้พวกแกได้ตายไม่มีเหลือแน่ ไอ้โจร ไอ้พวกสวะ” “ผัวคนไหนล่ะจ๊ะ” หนึ่งในคนพวกนั้นถามยิ้มๆ ชี้มือหาตนเองแล้วก็ถามต่อ “ใช่คนนี้ไหม หรือคนนั้น หรือคนโน้น” ก่อนจะชี้มือไปทางพรรคพวกที่ยืนเรียงหน้ารอคิวอยู่ทีละคน เสียงกรีดร้องดังระงมในโกดังร้างแห่งนั้นเอง เจริญขวัญถูกชายฉกรรจ์ร่วมสิบคนรุมทึ้ง เนื่องจากคนที่เธอว่าจ้างให้ยิงพลิน มาขอเงินงวดสุดท้าย แต่เพราะพลินไม่ตายอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ เธอเลยคิดจะเบี้ยวไม่จ่าย พวกมันใช่คนดีที่ไหน รับเงินว่าจ้างให้ฆ่าคนก็ไม่ใช่คนดีเท่าไรนักหรอก เจริญขวัญคร่ำครวญขู่ไม่เลิกว่าเธอจะตามสามีของเธอมาฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน แต่สามีคนไหนล่ะที่หมายถึง ไม่นานก็มีศพหญิงสาวลอยอืดอยู่ในคลองใกล้โกดังร้างแห่งนั้น “มีกิจกรรมสองอย่างที่มนุษย์ทำได้ครั้งแรก แล้วครั้งต่อไปก็จะทำได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นฝึกใหม่” พลินที่เพิ่งวางถาดขนมและเครื่องดื่มของบุตรสาวลงบนโต๊ะ ละสาย

  • พ่ายรักพลิน   61

    “หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”บารมีทำตัวได้มึนมาก เขาถามคำถามเดิมทุกๆวันที่มา พูดแบบเดิมว่าไม่หย่า ขอร้องแบบเดิมๆจนพลินได้แต่ทอดถอนใจในความเป็นบารมี บอกเนือยๆ “พลินไม่ได้โกรธใครค่ะ” “ถ้าไม่ได้โกรธ ก็ต้องไม่หย่านะ” มองนิ่งๆไปที่เขาก่อนพูดเสียงเรียบ “พลินไม่ชอบคนเผด็จการ” “พี่เผด็จการหรือ” พอเห็นสายตาของพลิน คนเผด็จการก็ยกมือขึ้นยอมจำนน บอกเสียงอ่อย “ก็ได้ ก็ได้ พี่จะไม่เผด็จการ” เขาน่ะหรือไม่เผด็จการ ถ้าไม่เผด็จการจริงๆจะมัดมือเธอชกด้วยการเร่งเร้าให้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่เธอไม่ได้มีเวลาคิดทบทวนเลยได้อย่างไร แล้วพอตอนขอหย่า ก็ยังเสียงแข็งใส่เธออีกว่ายังไงก็ไม่ยอมหย่า “พลินไม่ชอบให้ใครมาบังคับ” ยังนึกถึงที่เขาขืนใจเธอคราวนั้นได้ก็ไม่อยากยกขึ้นมาพูดอีก บารมียอมถอย “โอเค พี่ไม่บังคับ” “ถ้าอย่างนั้น หย่าให้พลินเถอะค่ะ” “พลิน...พี่ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม พี่สัญญาว่าพี่จะไม่เผด็จการ ไม่บังคับพลิน” นิ่งคิดอยู่นานก็ถูกคนเผด็จการที่ชอบบังคับสวมกอดเสียแน่น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status