مشاركة

16

مؤلف: SHASHA
last update تاريخ النشر: 2026-09-23 10:59:46

เขาเป็นบ้าอะไร มาก่อกวนอารมณ์เธอแบบนี้ทำไม เธอไม่มีทางนอนกับเขาอีกเพราะแค่ต้องการรื้อฟื้นอดีตบ้าบออะไรนั่นแน่

คนมักง่าย!

เธอหลงคิดได้อย่างไรว่าบารมีเป็นผู้ชายแสนดี แสนอบอุ่น หรือที่เขาทำเมื่อครู่นี้คงเพราะยังโกรธแค้นเธอไม่เลิกที่ไปนอนเปลือยอยู่กับเขาบนเตียงจนทำให้พี่สาวของเธอมาเจอเข้า เกิดเข้าใจผิดหนีเตลิดไปอยู่เมืองนอก คิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ให้ใจวูบโหวง

บารมียังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นแม้ว่าแผ่นหลังของพลินจะลับตานานแล้วก็ตาม พลันได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินขึ้นบันไดบ้านมา พร้อมเสียงพูดคุยกันเบาๆ หันไปมองก็เห็นว่าเป็นมารดาของตัวเอง เดินนำคนสนิทที่อุ้มน้องพราวด์มาด้วย คงกำลังพาไปส่งยังห้องนอนที่อีกฟาก

คุณศุภลักษณ์เห็นลูกชายก็บอกให้คนของท่านพาหลานเข้าห้องนอนไปเสีย คล้อยหลังคนอื่นแล้วท่านก็ว่า

            “อันที่จริงบ้านแม่ก็ไฟไหม้หน่อยเดียวนะ แล้วตรงตึกแม่ก็ไม่ได้โดนไฟคลอกหรืออะไรเลย ไม่เห็นต้องหอบลูกหอบเด็กนั่นย้ายมาที่นี่”

            บารมีนิ่งไปครู่ค่อยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชากลับไป

            “ผมเป็นห่วงน้องพราวด์”

            “ห่วงแต่น้องพราวด์น่ะหรือ แม่ยัยน้องพราวด์ไม่ได้ห่วง?”

            บารมีเบือนหน้าหนีเลือกจะไม่ตอบอะไรอีก เขาหรือจะเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้น คนเป็นแม่เห็นท่าทีตึงๆของบุตรชายก็ถอนใจเฮือก ว่า

            “เอาเถอะ แม่ไม่ถามอะไรลูกแล้วล่ะ”       

            “ผมขอตัวครับ”

            ขณะที่บุตรชายเตรียมหันหลังจากไป คุณศุภลักษณ์ก็ร้องเรียกเอาไว้ก่อนด้วยชื่อเล่นของบุตรชาย

“บี”

            บารมีนิ่งไม่ได้ขานรับ คุณศุภลักษณ์มองท่าทีนั้นแล้วก็สะเทือนในอก นึกน้อยใจที่ท่านทำดีหวังดีกับลูกทุกเรื่องทุกอย่างแต่ความหวังดีของท่านดูเหมือนจะไปไม่ถึงจิตใจของบารมีเลยสักนิด

            “เด็กนั่นขออยู่เลี้ยงน้องพราวด์ต่ออีกระยะ ลูกจะว่ายังไง”

            เลยลองหยั่งเชิงถามคนเป็นพ่อของเด็กหญิงพราวนภาดู

            “ถึงเวลาก็ต้องให้เป็นไปตามที่เขาเคยตกลงเอาไว้แต่แรกสิครับ ไหนว่าจะขอเลี้ยงน้องพราวด์ถึงแค่สามขวบ เคยคุยไว้ว่ายังไงก็ต้องอย่างนั้น หรืออยากได้เงินอีกก้อนถึงได้ถ่วงเวลาต่ออีก เดี๋ยวพอให้ก็จะขอเลี้ยงต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น ไม่เชื่อก็รอดูเถอะครับ”

            คนเป็นแม่ฟังแล้วก็ถอนใจ บุตรชายของท่าน บทจะใจร้ายก็น้อยเสียที่ไหนกัน

“เอาเถอะ ถ้าแบบนั้นแม่ก็จะได้บอกเขาไปอย่างที่ลูกว่ามา”

            บารมีไม่พูดอะไร ขอตัวเดินกลับห้องตนเอง

            คุณศุภลักษณ์มองตามหลังบุตรชายด้วยสายตาครุ่นคิดแล้วจึงแยกเข้าห้องของท่านบ้าง

ถึงวันเดินทางท่านพาเด็กหญิงพราวนภาจากไปโดยมีแม่อย่างพลินยืนมองจนรถลับตานานแล้วก็ยังคงยืนเหม่อมองอยู่อย่างนั้น ดวงตาแดงกล่ำ คราบน้ำตาเริ่มแห้งตรงสองข้างแก้ม พร้อมหัวใจที่ค่อยๆปริแตกออก

            นี่ยังไม่ใช่การแยกจากลูกไปจริงๆ เพียงแค่พาน้องพราวด์ไปเที่ยวเท่านั้น เธอยังเจ็บปวดขนาดนี้ แล้วหากว่าถึงเวลานั้นจริงๆ หัวใจของเธอจะทานทนได้อย่างไร

            พลินยืนสะอื้นอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนาน ไหล่ลู่ลงอย่างน่าอนาถ ค่อยปลีกตัวตรงไปยังอาคารสำนักงานของไร่มากล้นบารมี บางทีการได้ทำงานหนักๆอาจช่วยให้ความคิดถึงที่มีต่อบุตรสาวลดลงบ้างก็เป็นได้    

ญาดาเดินทางกลับถึงเมืองไทยในตอนพลบค่ำ แล้วก็เปิดห้องพักที่โรงแรมใกล้ๆสนามบินนอนพักคืนเดียวค่อยออกเดินทางไปไร่มากล้นบารมี แทนที่จะกลับบ้านของตนเอง

นึกเจ็บใจที่พอทะเลาะกับอสิตย์วันนั้นแล้ว เขาก็หายหัวไปจากห้องเลย เสื้อผ้ายังอยู่ครบแต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปอยู่ที่ไหน ไม่มีการบอกกล่าวอะไรกับเธอไว้เลยสักคำเดียว ตอนนั้นเธอพูดเพราะโมโห แล้วก็ยังสองจิตสองใจว่าจะเลิกรากับอสิตย์ได้จริงไหม แต่พอเขาทำแบบนี้เห็นจะต้องจบกันจริงๆเสียที

ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด ลงจากรถรับจ้างที่เหมามาจากสนามบินแล้ว ก็เจอเข้ากับบารมี  เขายืนมองเธอนิ่งราวกับล่วงรู้การมาถึงของเธอ เป็นญาดาที่ยิ้มหวานหยดแล้วปราดเข้าไปหาเสียเอง

“สวัสดีค่ะคุณบารมี ดาเพิ่งกลับมาน่ะค่ะ ติดต่อคุณพ่อก็ไม่ได้ พอดีโทรคุยกับพลินเห็นว่ามาพักกันที่นี่ ดาก็เลย...ก็เลยแวะมาหาค่ะ หวังว่าคุณบารมีคงไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหมคะ”

บารมียิ้มน้อยๆไม่ได้เอ่ยว่าอะไรออกไป แต่ใช่ว่าในหัวเขาจะไม่คิดตำหนิหรือว่าคนตรงหน้าที่ไม่เอ่ยปากขอกับเขาก่อนที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ แล้วเลยคิดตำหนิพลินที่วิสาสะอนุญาตให้พี่สาวมาพักโดยไม่บอกเขาแม้แต่คำเดียว

ญาดาเห็นท่าทีเฉยเมยของบารมีแล้วก็ให้ใจแป้ว คงต้องออกปากเองแล้วล่ะ ด้านก็ได้ ถ้าเหนียมอายเห็นทีคงจะชวด อย่างน้อยก็ต้องได้ยินเขาเอ่ยออกมาสักคำว่าพักได้ จะได้อยู่แบบหน้าเชิดๆหน่อย

“เอ่อ คุณบารมีคะ”

            ชายหนุ่มยังคงเงียบตามวิสัยคนพูดน้อย เขาทำเพียงยิ้ม แล้วส่งสายตาที่เป็นคำถามกลับไปเท่านั้นว่าต้องการพูดอะไรกับเขา เห็นแบบนั้นแล้ว ญาดาก็ให้ขัดใจ ข่มกลั้นความอาย บอกด้วยท่าทีเหนียมอายชนิดปรุงแต่ง

“คือ...คือดาอยากรบกวนขอพักด้วยสักระยะ จะได้ไหมคะ”

เจ้าของบ้านกระตุกรอยยิ้มมุมปาก ไม่ว่าอะไรจากนั้น สายตาคมกริบไม่ได้มองที่ญาดา แต่กลับมองเลยออกไปยังทิศทางของสำนักงานไร่มากล้นบารมีแทน

ญาดามาถึงแล้ว พลินรู้จากศยามลอีกที และบารมีไม่ได้เข้ามาที่นี่ในวันนี้ เขาน่าจะอยู่ดูแลพี่สาวของเธอ คิดแล้วก็ให้อึดอัดเหมือนหายใจไม่ออกเมื่อภาพในหัวต่างประดังประเดกันเข้ามา ก่อนก้มหน้าก้มตาทำงานต่อด้วยสติที่บินหายจากไปไม่เต็มร้อยเหมือนตอนเริ่มทำงานตอนแรก

โทรศัพท์สำนักงานกรีดเสียงดังขึ้น จนคนที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดใจหาย รีบคว้าขึ้นมา กำลังจะกรอกเสียงตอบรับลงไป แต่ทางนั้นเอ่ยขึ้นมาก่อน

‘เอกสารด่วนของโรงงานส่งมาหรือยัง’

เป็นเขาเอง พลินตั้งสติได้แล้วตอบกลับไป

“มาแล้วค่ะ”

‘เอากลับบ้านมาด้วย’

“ค่ะ”

‘เหลืองานอีกเยอะไหม’

“ไม่เยอะค่ะ ปิดงบบัญชีแล้วก็เสร็จค่ะ”

ได้ยินเขาตอบรับมาคำเดียวว่า ‘อืมม์’ สั้นๆแล้ววางสายไป พลินถอนใจก่อนวางโทรศัพท์ลงที่เดิมของมัน อยู่ทำงานต่อ จากที่คิดจะกลับบ้านเมื่อแล้วเสร็จงานแฟ้มนี้ เธอเลือกหยิบงานที่ไม่ได้เร่งด่วนอะไรนัก ออกมาทำต่ออีกหน่อย เพื่อยืดเวลากลับบ้านให้นานออกไป และแล้วก็ต้องยอมแพ้ให้กับเวลา เมื่อเห็นว่าสมควรแล้วที่จะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่รอเธออยู่ แม้จะยังไม่พร้อมก็ตามที 

พลินเลือกเดินกลับไร่ แทนที่จะติดรถใครไปแบบทุกที เธอเดินละเลียดบรรยากาศลมเย็นที่พัดโชยเอื่อยมาเบาๆสลับแรงบ้าง สุดท้ายสายตาก็มองเห็นบ้านหลังใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้า

ยืนนิ่งมองอยู่อึดใจ ถอนหายใจเบาๆ แล้วก้าวขาเดินตรงไปจนถึงบริเวณของบ้านในที่สุด ก้มมองขาที่ก้าวไปเรื่อยๆจนถึงในตัวบ้าน และภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าก็ตอกย้ำความคิดของพลิน ว่าบารมีเฝ้ารอการกลับมาของญาดาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พ่ายรักพลิน   ตอนจบ

    “ไปด้วยกันไหมคะหรือจะรอที่บ้าน” เสียงหวานถามอย่างห่วงใย มองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหน้าตูมอารมณ์ดูไม่ค่อยดีนัก พอถูกถามเหมือนบีบให้รอที่บ้านมากกว่าจะให้ไปด้วยก็ปรากฏว่าดวงตาคลอฉ่ำนิดๆคล้ายจะร้องไห้ “พี่อยากไป” “เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก พลิน...” ไม่อยากบอกว่าเธออายพยาบาลจริงๆเลย เขาไปด้วยทีไร เจออะไรหน่อยก็อ่อนไหว บอบบางจนต้องร้องไห้ ได้ยินเสียงเธอว่ามาแบบนั้น คนที่อ่อนไหวง่ายมานานกว่าสามถึงสี่เดือนก็น้ำตาชักปริ่มๆจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ “จะไปก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ” “แล้วทำไมถามเหมือนไม่อยากให้พี่ไป อายหมอใช่ไหม มันหล่อนี่ ใช่สิ” “พี่บีคะ”“ไม่ต้องมาเรียกพี่บี” คนที่ขี้งอนขี้ใจน้อยบอกเสียงสะบัดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป พลินมองตามแล้วก็ถอนใจเฮือกก่อนจะสาวเท้าตามไปง้อ “งอนอีกแล้ว” “ใช่พี่งอน พลินไม่ใส่ใจพี่เลย ก็รู้ว่าพี่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็ชอบทำให้พี่น้อยใจ” “พลินไม่ได้ตั้งใจค่ะ พลินขอโทษ” “ก็ได้ ให้อภัย”จู่ๆคนที่บอกว่าคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ก็ให

  • พ่ายรักพลิน   65

    “ใคร” บารมีตวาดถามมือควานหาไฟในห้อง แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วเลยสำรวจคนที่นอนอยู่บนเตียง“ผู้หญิงนี่หว่า”หัวใจกระหน่ำสูบฉีดเลือดทันที แล้วก็ให้วุ่นวายไปหมด ด้วยพยายามลุกขึ้นเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า เพราะความมึนเมาผสมกับยาปลุกเซ็กซ์ทำให้ความสามารถในการคิดหาเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจดิ่งลงเหว ไม่อยากรู้แล้วว่าหญิงสาวที่นอนอยู่นี่เป็นใคร ในเมื่อห้องของเขาถูกจัดเอาไว้สำหรับเขาคนเดียว คนที่เข้ามานอนรอย่อมหมายความว่าเต็มใจที่จะร่วมรักกับเขาเปิดออกพบคอนดอมในนั้นอันเดียว“รอดแล้ว”บ่นงึมงำ ก่อนปลดตะขอกางเกงแล้วฉีกซองสีเงินออก สวมใส่เครื่องป้องกันเข้าไปจนสนิทแนบ ทาบลงหาอีกร่างที่นอนนิ่งบนเตียงทันทีปากร้อนผ่าวนาบตามซอกหู กลิ่นหอมแบบที่ไม่เคยคุ้น คล้ายกลิ่นแป้งมากกว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพง พลันภาพในหัวปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวกะโปโลคนนั้นวาบขึ้นมา“ระยำ”เสียงสบถของบารมีดังงึมงำขึ้นมาอีก“ยังไม่สิบแปดเลยมั้งนั่น”แล้วจัดแจงเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนเปลือยเปล่าพร้อมพรั่งดีแล้ว ดันข้อพับขาของคนใต้ร่างขึ้นง้างงอก่อนดันตัวตนที่แข็งและร้อนจัดเข้าไปภายในช้าๆเนิบนาบ“เวรแล้ว” บารมีอยากสาวตัว

  • พ่ายรักพลิน   64

    ถึงวันนัดหมาย ญาดาขับรถมาด้วยตัวเองจุดหมายคือบ้านพักชายทะเลที่พลินเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก“เราจะอยู่กันกี่วันคะพี่ดา” พลินถามทันทีที่ลงรถ แววตาเป็นประกาย ดีใจที่ได้มาเที่ยวทะเล และดีใจมากกว่าคือคนที่พาเธอมาเป็นพี่สาวของตัวเอง ตอกย้ำความคิดที่ว่าญาดาช่างงามทั้งกายและใจ อย่างหาใครมาเปรียบเทียบมิได้“อยากอยู่กี่วันล่ะ” ญาดาถามยิ้มๆแทนที่จะตอบคำของน้อง“ฮืม...บรรยากาศดีแบบนี้นะ” พลินที่มาเที่ยวทะเลได้ไม่ถึงสามครั้งดีบอกพร้อมสูดอากาศเข้าปอด ยิ้มแต้ ตอบด้วยสีหน้าทะเล้นนิดๆ “พลินอยากอยู่ตลอดไปเลย ได้ไหมคะ”“งั้นมาช่วยกันยกของลงก่อน แล้วจะให้อยู่ไปเลยตลอดชีวิต เออ...นี่ พี่มีเรื่องจะสารภาพแหละ” ญาดาบอกเสียงอ่อยในตอนท้าย พลินหยุดยิ้ม ถามกลับ“เรื่องอะไรคะพี่ดา” “คือ จริงๆแล้ว ที่พี่ชวนมาเนี่ย คือ มันเป็นงานเลี้ยงฉลองของพี่กับคุณบารมีน่ะ”พลินยังคงรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ถาม “ฉลองอะไรหรือคะ”ญาดากวาดสายตาสำรวจน้องสาวก่อนตอบเสียงราบเรียบ ลอบสังเกตอาการของคนเป็นน้องไปพลาง“งานฉลองสละโสดของพี่กับคุณบารมีน่ะสิ”“ฉลองสละโสด?”พลินทวนคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปวูบ งานเลี้ยงฉลองสละโสดขอ

  • พ่ายรักพลิน   63

    “รักตอนไหนคะ บอกพลินหน่อย” บารมีนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้ “ตอนแรกพี่ไม่ได้นึกรักเราหรอก ตอนนั้นพี่สงสารพลินมากกว่า ตอนนั้นพี่ได้แต่สงสาร สงสารเด็กคนนี้จังเลย ทำไมถึงมาเกิดเป็นลูกนายสมวะ ทำไมนายสมไม่รักลูกคนนี้เลยวะ” บารมีสารภาพความจริงเป็นครั้งแรกกับเธอ ก่อนเล่าต่อ “ยิ่งมาเห็นตอนนั้นว่าพี่ปล้ำพลินไปนะ พี่ใจหายเลย ได้แต่ด่าตัวเองว่าไม่น่าทำลายอนาคตเด็กคนนี้เลย แล้วตอนที่เรากับแม่มาบอกว่าท้องนี่พี่จิตตกไปใหญ่ สงสารหนักกว่าเก่าอีกนะเชื่อไหม” บารมีรวบมือเธอมากุมก่อนบอกต่อ “พอแม่พี่บอกว่าจ้างเรามา พี่โกรธมาก โกรธจนเกลียดไปเลยด้วย ว่าทำไมวะ เด็กอายุเท่านี้เองทำไมคิดอะไรตื้นแบบนั้นวะ” “พลินไม่ได้...” “พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าแม่โกหกพี่ พอมารู้ทีหลังนี่พี่รู้สึกเหมือนดิ่งลงเหวเลย ไอ้ความสงสารที่เคยมีให้พลินก่อนหน้านี่แทบจะทับพี่ตาย พอหลังจากนั้นความสงสารมันก็มี...ความรักแทรกเข้ามาด้วย ที่ไม่รู้ว่ารักตอนไหน รู้แต่ว่ารักพลินเพราะพลินพยายามจะเข้าใจพี่ที่สุดพลินรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา พลินรู้กาลเทศะ และที

  • พ่ายรักพลิน   62

    “อย่าเข้ามานะ” “เห็นอยากมีนักไม่ใช่หรือไงวะผัวน่ะ กูนี่ก็เป็นผัวให้มึงได้นะอีคนสวย” “อย่านะ ผัวฉันรู้พวกแกได้ตายไม่มีเหลือแน่ ไอ้โจร ไอ้พวกสวะ” “ผัวคนไหนล่ะจ๊ะ” หนึ่งในคนพวกนั้นถามยิ้มๆ ชี้มือหาตนเองแล้วก็ถามต่อ “ใช่คนนี้ไหม หรือคนนั้น หรือคนโน้น” ก่อนจะชี้มือไปทางพรรคพวกที่ยืนเรียงหน้ารอคิวอยู่ทีละคน เสียงกรีดร้องดังระงมในโกดังร้างแห่งนั้นเอง เจริญขวัญถูกชายฉกรรจ์ร่วมสิบคนรุมทึ้ง เนื่องจากคนที่เธอว่าจ้างให้ยิงพลิน มาขอเงินงวดสุดท้าย แต่เพราะพลินไม่ตายอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ เธอเลยคิดจะเบี้ยวไม่จ่าย พวกมันใช่คนดีที่ไหน รับเงินว่าจ้างให้ฆ่าคนก็ไม่ใช่คนดีเท่าไรนักหรอก เจริญขวัญคร่ำครวญขู่ไม่เลิกว่าเธอจะตามสามีของเธอมาฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน แต่สามีคนไหนล่ะที่หมายถึง ไม่นานก็มีศพหญิงสาวลอยอืดอยู่ในคลองใกล้โกดังร้างแห่งนั้น “มีกิจกรรมสองอย่างที่มนุษย์ทำได้ครั้งแรก แล้วครั้งต่อไปก็จะทำได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นฝึกใหม่” พลินที่เพิ่งวางถาดขนมและเครื่องดื่มของบุตรสาวลงบนโต๊ะ ละสาย

  • พ่ายรักพลิน   61

    “หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”บารมีทำตัวได้มึนมาก เขาถามคำถามเดิมทุกๆวันที่มา พูดแบบเดิมว่าไม่หย่า ขอร้องแบบเดิมๆจนพลินได้แต่ทอดถอนใจในความเป็นบารมี บอกเนือยๆ “พลินไม่ได้โกรธใครค่ะ” “ถ้าไม่ได้โกรธ ก็ต้องไม่หย่านะ” มองนิ่งๆไปที่เขาก่อนพูดเสียงเรียบ “พลินไม่ชอบคนเผด็จการ” “พี่เผด็จการหรือ” พอเห็นสายตาของพลิน คนเผด็จการก็ยกมือขึ้นยอมจำนน บอกเสียงอ่อย “ก็ได้ ก็ได้ พี่จะไม่เผด็จการ” เขาน่ะหรือไม่เผด็จการ ถ้าไม่เผด็จการจริงๆจะมัดมือเธอชกด้วยการเร่งเร้าให้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่เธอไม่ได้มีเวลาคิดทบทวนเลยได้อย่างไร แล้วพอตอนขอหย่า ก็ยังเสียงแข็งใส่เธออีกว่ายังไงก็ไม่ยอมหย่า “พลินไม่ชอบให้ใครมาบังคับ” ยังนึกถึงที่เขาขืนใจเธอคราวนั้นได้ก็ไม่อยากยกขึ้นมาพูดอีก บารมียอมถอย “โอเค พี่ไม่บังคับ” “ถ้าอย่างนั้น หย่าให้พลินเถอะค่ะ” “พลิน...พี่ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม พี่สัญญาว่าพี่จะไม่เผด็จการ ไม่บังคับพลิน” นิ่งคิดอยู่นานก็ถูกคนเผด็จการที่ชอบบังคับสวมกอดเสียแน่น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status