مشاركة

15

مؤلف: SHASHA
last update تاريخ النشر: 2026-09-23 10:59:22

พอเริ่มต้น เขาก็เอ็ดขึ้นมาก่อนโดยไม่ซักถามอะไรเธอสักคำ

ถอนใจยาวๆ นึกถึงเมื่อเช้าที่นายแม่ให้เธอคอยช่วยงานในครัว ส่วนน้องพราวด์ท่านว่าให้อยู่กับท่าน เลยตอบออกไปแบบแบ่งรับแบ่งสู้

“พลินคิดว่าลูกอยู่กับนายแม่ค่ะ เลย...”

ยังว่าไม่จบ เขาก็ขัดขึ้นก่อน

            “จะมา ‘คิดว่า’ ได้ยังไง น้องพราวด์ลูกของใครกัน ไม่ใช่ของเธอหรือไง แล้วทีหน้าทีหลังเวลามีงานแบบนี้เธอต้องคอยอยู่ดูลูก อย่าปล่อยไปแบบนั้นอีก คนอื่นจะไว้ใจได้ไหม เกิดลูกเป็นอะไรขึ้นมา ใครหน้าไหนมันจะมารับผิดชอบ!”           

พลินก้มหน้านิ่ง ปวดใจจากเมื่อนาทีก่อนยังไม่พอ ตอนนี้ยังต้องมารองรับอารมณ์ของบารมีอีก แต่ก็เลือกที่จะไม่โต้ตอบอะไรเขาออกไป ยิ่งเถียงเรื่องยิ่งยืดยาวออก จึงยอมเป็นคนผิดในสายตาของเขาเสีย และที่เธอไม่ได้ออกมาดูลูกก็เพราะนายแม่ใช้ให้เธอดูความเรียบร้อยที่ในห้องครัว

ถอนใจเฮือก ยืนก้มหน้านิ่ง บารมีที่มองอยู่ตลอดเห็นแล้วนึกโมโห สุดท้ายก็ว่า  

“นายแม่จะพาลูกไปเชียงใหม่ด้วย ท่านบอกเธอหรือยัง”

พลินมัวที่ยังคงมึนๆเนือยๆ ก้มหน้าตอบรับเขาสั้นๆคำเดียว

แว่วเสียงทุ้มตอบกลับมาว่า ‘อืมม์’ คำเดียวเช่นกัน ก็ชั่งใจในวินาทีนั้นว่าน่าจะลองขอร้องบารมีดูดีไหม หลังเอ่ยปากกับนายแม่แล้วท่านไม่เห็นว่าอย่างไร จึงรวบรวมความกล้าบอกเขาอย่างคนหมดหนทาง

“ถ้าเอ่อ...ถ้าพลินขอเลี้ยงลูกต่ออีกสักสองปีได้ไหมคะ ให้พลินแยกกับลูกตอนนี้ พลินทำใจไม่ได้ค่ะ”

บารมียิ้มมุมปาก ท้วงเสียงเนิบ “แล้วเดี๋ยวอีกสองปี เธอก็จะขอเวลาออกไปอีก” ก่อนเท้าความหลัง “ลืมข้อตกลงนั่นแล้วหรือไงพลิน”

“ใครที่ตอนแรกให้เธอไปเอาเด็กออก แล้วใช่นายแม่นี่ไหมเป็นคนบอกให้เธอเอาเด็กไว้ แล้วใครที่รับเงินจากนายแม่ไปเป็นล้านๆไปซื้อข้าวของใช้จนไม่มีเหลือสักแดงเดียว ยังมีหน้าขออยู่เลี้ยงน้องพราวด์จนครบสามขวบถึงยอมไปตามทางตัวเอง ใครมันเอ่ยปากขออย่างที่พูดมา นึกซิ พลิน ใช่แม่ของเธอกับเธอไหม” บารมีพูดความหลังเมื่อครั้งสี่ปีก่อน วันที่เธอกับแม่เข้าไปหาคุณศุภลักษณ์เพื่อบอกเรื่องตั้งครรภ์ ก่อนเหน็บส่งท้าย “คนพวกนี้นี่น่าเบื่อนะ แกล้งทำตัวว่าน่าสงสารทั้งๆที่จริงแล้วเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ จ้องแต่จะเอาประโยชน์จากคนอื่น!”

คราวนี้พลินถึงกับหน้าถอดสี หลบตา อึกอักพูดไม่ออก

เขาพูดออกมานั่นถูกแต่ไม่ทั้งหมด เป็นแม่ของเธอเองที่ตอนแรกท่านบอกให้เธอเอาเด็กในท้องออก เพราะท่านมองแล้วว่าเธอยังเด็กแม้จะตั้งครรภ์กับชายผู้ที่มีพร้อมทุกอย่างแต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก ยังจำได้ว่าวันนั้นแม่บอกเธอว่า

‘พลินเอ้ย...ลูกยังเด็กนัก มีตอนนี้แล้วหนังสือหนังหาหนูเล่าจะทำยังไง อุตส่าห์สอบติดแล้วจะไม่เรียนหรือ’

พลินสับสนไปหมดในตอนนั้นมันประจวบเหมาะกับอะไรหลายๆอย่าง พลินจึงตัดสินใจเลือกลูก แทนที่จะกลับไปเรียนต่อ และเงินหลักล้านที่บารมีว่ามา พลินก็มีความจำเป็นต้องใช้มัน เธอไม่ได้เอามาถลุงใช้ฟุ่มเฟือยอย่างที่เขาเข้าใจ

แต่พลินก็เลือกที่จะเงียบ ไม่อธิบายอะไรให้บารมีได้รู้

“อะไรกัน ไม่ทันไรเธอก็กลายเป็นคนพูดจากลับกลอกไปแล้ว หรือความจริงเธอเป็นคนแบบนั้น”

บารมียังคงถามจี้ กล่าววาจาส่อเสียดเหน็บแนม รุกคืบเมื่อมีโอกาส อันที่จริงเขานึกเห็นใจพลินอยู่ไม่น้อยกับเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นที่เธอต้องสูญเสียความสาวให้เขาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว และเขาเองในตอนนั้นก็ตั้งใจจะชดเชยให้พลิน พร้อมจะแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ

แต่พอเขารู้ความจริงทั้งหมดจากมารดา ก็ถึงกับเงิบไปไม่น้อย ต้องยอมใจเด็กสมัยนี้จริงๆ ที่กล้าทำทุกอย่างได้แม้จะเป็นสิ่งผิดสิ่งไม่ดี โดยไม่นึกถึงผลที่ตามมาเพียงเพื่อต้องการแลกกับเงินจำนวนมากๆเท่านั้น

พลินมองตอบบารมีด้วยหัวใจแตกสลาย แววตาคลอไปด้วยหยาดน้ำ ก่อนโต้เขาเสียงสั่น

“พลินไม่เคยคิดอยากจะนอนกับคุณเลยนะคะ คืนนั้นพลินเมาไม่รู้เรื่อง และคุณเองก็เมาเหมือนกันไม่ใช่หรือคะ ตื่นเช้ามาเราถึง...ถึงได้...”

พอได้พูดเรื่องที่ค้างคาในใจมาตลอดแล้วก็หยุดไปต่อไม่ไหว บารมีพูดเหมือนกับว่าที่พลินไปอยู่บนเตียงกับเขาเพราะเธอเห็นแก่เงิน แม้จะมีความจริงอยู่บ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ฉับพลันพลินถอยหลังกรูดเมื่อเห็นว่าบารมีสืบเท้าก้าวเข้ามาหา ใบหน้าเขาปรากฏรอยยิ้มก็จริง แต่เป็นรอยยิ้มมาดร้าย ดวงตาก็ไร้ซึ่งความเป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด

“ก็แล้วเธอเอาเรื่องนี้มาพูดอีกทำไมล่ะ เธอต้องการอะไรกันแน่พลิน”

พลินหน้าซีดเผือด บอกเสียงสั่น “คุณเป็นคนเริ่มก่อนนะคะ”

“ลองนึกดูดีดีสิพลิน ว่าใครกันแน่ที่เริ่มก่อน”

ถามคาดคั้น ยังคงเดินเข้าหาจนตอนนี้ลำตัวแทบจะแนบชิดติดกันอยู่แล้ว แววตาที่เคยดูว่าสงบนิ่งบัดนี้วาววับขึ้นราวกับว่าเขาสนุกกับการไล่ต้อนเธออย่างไรอย่างนั้น

“คุณ...คุณ อย่าเข้ามาใกล้พลินนะ คุณกำลังขู่พลิน คุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย” พลินทั้งกลัวทั้งเกรงเขา ปากก็ต่อว่าออกไปเพราะคิดว่าคำพูดพวกนั้นจะช่วยกันเขาออกไปไกลๆจากเธอได้

“เธอก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าที่มีน้องพราวด์ออกมานั่น ไม่ใช่เพราะลูกผู้ชายแบบนายบารมีนี่หรอกหรือ ฮืมม์” คราวนี้เขาตวัดแขนรัดรอบเอวของเธอแล้ว พร้อมทั้งดันให้ร่างเต็มอิ่มมีย้ำมีนวลกว่าเมื่อสี่ปีก่อนเข้ามาแนบกับลำตัวของเขา พลินเบี่ยงหน้าหนีทันทีด้วยความประหม่า ใบหน้าร้อนผะผ่าวเมื่อใกล้ชิดกันกว่าที่ควร

“จะว่าไปแล้ว ความรู้สึกคืนนั้นมันก็...เลือนๆเต็มทีแล้วนะ เราน่าจะย้อนอดีตกันหน่อยไหมพลิน” คำพูดของเขามาพร้อมเสียงหัวเราะขรึมๆ ทำให้พลินตื่นตระหนกผงะตาเบิกกว้าง โต้ออกไปทันควัน

“มะ...ไม่นะคะ คุณ...คุณบ้าไปแล้วหรือไง”

พยายามดันอกเขาให้ห่างจากอกของเธอ แต่แล้วกลับเหมือนดันแผ่นหินที่ทั้งหนาทั้งใหญ่เป็นตันๆที่มันเกินกว่ากำลังของเธอจะทานทนไหว แล้วในจังหวะนั้นเองพลินก็เห็นแววตาคมของบารมีวาวแสงขึ้นคล้ายมีลูกไฟเต้นอยู่ข้างในนั้น

ใบหน้าของเขาขยับเข้ามาใกล้เธอทุกขณะ แล้วพลินก็แทบกลั้นลมหายใจ เธอฮึดออกแรงในตอนนี้เอง ผลักเขาจนสุดแขน บารมีไม่ทันตั้งตัวเลยเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่เท่านั้นก็เพียงพอให้พลินตั้งสติแล้ววิ่งหนีเขาไป

พลินพุ่งตัวกลับเข้าห้อง แตะลูกบิดประตูมือสั่นเหมือนคนเป็นไข้ปิดลงอย่างรวดเร็วแล้วยืนพิงอยู่อย่างนั้นเพราะหมดแรงจะก้าวขาแล้วตอนนี้ ก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งอยู่บนพื้นหลังบานประตู ยกมือขึ้นแตะหน้าอกฝั่งซ้ายพบว่าหัวใจของเธอบีบตัวเต้นรัวแรงและเร็วมาก จนกลัวว่ามันจะกระดอนออกมากองที่พื้นเสียก่อน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พ่ายรักพลิน   ตอนจบ

    “ไปด้วยกันไหมคะหรือจะรอที่บ้าน” เสียงหวานถามอย่างห่วงใย มองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหน้าตูมอารมณ์ดูไม่ค่อยดีนัก พอถูกถามเหมือนบีบให้รอที่บ้านมากกว่าจะให้ไปด้วยก็ปรากฏว่าดวงตาคลอฉ่ำนิดๆคล้ายจะร้องไห้ “พี่อยากไป” “เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก พลิน...” ไม่อยากบอกว่าเธออายพยาบาลจริงๆเลย เขาไปด้วยทีไร เจออะไรหน่อยก็อ่อนไหว บอบบางจนต้องร้องไห้ ได้ยินเสียงเธอว่ามาแบบนั้น คนที่อ่อนไหวง่ายมานานกว่าสามถึงสี่เดือนก็น้ำตาชักปริ่มๆจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ “จะไปก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ” “แล้วทำไมถามเหมือนไม่อยากให้พี่ไป อายหมอใช่ไหม มันหล่อนี่ ใช่สิ” “พี่บีคะ”“ไม่ต้องมาเรียกพี่บี” คนที่ขี้งอนขี้ใจน้อยบอกเสียงสะบัดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป พลินมองตามแล้วก็ถอนใจเฮือกก่อนจะสาวเท้าตามไปง้อ “งอนอีกแล้ว” “ใช่พี่งอน พลินไม่ใส่ใจพี่เลย ก็รู้ว่าพี่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็ชอบทำให้พี่น้อยใจ” “พลินไม่ได้ตั้งใจค่ะ พลินขอโทษ” “ก็ได้ ให้อภัย”จู่ๆคนที่บอกว่าคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ก็ให

  • พ่ายรักพลิน   65

    “ใคร” บารมีตวาดถามมือควานหาไฟในห้อง แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วเลยสำรวจคนที่นอนอยู่บนเตียง“ผู้หญิงนี่หว่า”หัวใจกระหน่ำสูบฉีดเลือดทันที แล้วก็ให้วุ่นวายไปหมด ด้วยพยายามลุกขึ้นเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า เพราะความมึนเมาผสมกับยาปลุกเซ็กซ์ทำให้ความสามารถในการคิดหาเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจดิ่งลงเหว ไม่อยากรู้แล้วว่าหญิงสาวที่นอนอยู่นี่เป็นใคร ในเมื่อห้องของเขาถูกจัดเอาไว้สำหรับเขาคนเดียว คนที่เข้ามานอนรอย่อมหมายความว่าเต็มใจที่จะร่วมรักกับเขาเปิดออกพบคอนดอมในนั้นอันเดียว“รอดแล้ว”บ่นงึมงำ ก่อนปลดตะขอกางเกงแล้วฉีกซองสีเงินออก สวมใส่เครื่องป้องกันเข้าไปจนสนิทแนบ ทาบลงหาอีกร่างที่นอนนิ่งบนเตียงทันทีปากร้อนผ่าวนาบตามซอกหู กลิ่นหอมแบบที่ไม่เคยคุ้น คล้ายกลิ่นแป้งมากกว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพง พลันภาพในหัวปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวกะโปโลคนนั้นวาบขึ้นมา“ระยำ”เสียงสบถของบารมีดังงึมงำขึ้นมาอีก“ยังไม่สิบแปดเลยมั้งนั่น”แล้วจัดแจงเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนเปลือยเปล่าพร้อมพรั่งดีแล้ว ดันข้อพับขาของคนใต้ร่างขึ้นง้างงอก่อนดันตัวตนที่แข็งและร้อนจัดเข้าไปภายในช้าๆเนิบนาบ“เวรแล้ว” บารมีอยากสาวตัว

  • พ่ายรักพลิน   64

    ถึงวันนัดหมาย ญาดาขับรถมาด้วยตัวเองจุดหมายคือบ้านพักชายทะเลที่พลินเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก“เราจะอยู่กันกี่วันคะพี่ดา” พลินถามทันทีที่ลงรถ แววตาเป็นประกาย ดีใจที่ได้มาเที่ยวทะเล และดีใจมากกว่าคือคนที่พาเธอมาเป็นพี่สาวของตัวเอง ตอกย้ำความคิดที่ว่าญาดาช่างงามทั้งกายและใจ อย่างหาใครมาเปรียบเทียบมิได้“อยากอยู่กี่วันล่ะ” ญาดาถามยิ้มๆแทนที่จะตอบคำของน้อง“ฮืม...บรรยากาศดีแบบนี้นะ” พลินที่มาเที่ยวทะเลได้ไม่ถึงสามครั้งดีบอกพร้อมสูดอากาศเข้าปอด ยิ้มแต้ ตอบด้วยสีหน้าทะเล้นนิดๆ “พลินอยากอยู่ตลอดไปเลย ได้ไหมคะ”“งั้นมาช่วยกันยกของลงก่อน แล้วจะให้อยู่ไปเลยตลอดชีวิต เออ...นี่ พี่มีเรื่องจะสารภาพแหละ” ญาดาบอกเสียงอ่อยในตอนท้าย พลินหยุดยิ้ม ถามกลับ“เรื่องอะไรคะพี่ดา” “คือ จริงๆแล้ว ที่พี่ชวนมาเนี่ย คือ มันเป็นงานเลี้ยงฉลองของพี่กับคุณบารมีน่ะ”พลินยังคงรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ถาม “ฉลองอะไรหรือคะ”ญาดากวาดสายตาสำรวจน้องสาวก่อนตอบเสียงราบเรียบ ลอบสังเกตอาการของคนเป็นน้องไปพลาง“งานฉลองสละโสดของพี่กับคุณบารมีน่ะสิ”“ฉลองสละโสด?”พลินทวนคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปวูบ งานเลี้ยงฉลองสละโสดขอ

  • พ่ายรักพลิน   63

    “รักตอนไหนคะ บอกพลินหน่อย” บารมีนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้ “ตอนแรกพี่ไม่ได้นึกรักเราหรอก ตอนนั้นพี่สงสารพลินมากกว่า ตอนนั้นพี่ได้แต่สงสาร สงสารเด็กคนนี้จังเลย ทำไมถึงมาเกิดเป็นลูกนายสมวะ ทำไมนายสมไม่รักลูกคนนี้เลยวะ” บารมีสารภาพความจริงเป็นครั้งแรกกับเธอ ก่อนเล่าต่อ “ยิ่งมาเห็นตอนนั้นว่าพี่ปล้ำพลินไปนะ พี่ใจหายเลย ได้แต่ด่าตัวเองว่าไม่น่าทำลายอนาคตเด็กคนนี้เลย แล้วตอนที่เรากับแม่มาบอกว่าท้องนี่พี่จิตตกไปใหญ่ สงสารหนักกว่าเก่าอีกนะเชื่อไหม” บารมีรวบมือเธอมากุมก่อนบอกต่อ “พอแม่พี่บอกว่าจ้างเรามา พี่โกรธมาก โกรธจนเกลียดไปเลยด้วย ว่าทำไมวะ เด็กอายุเท่านี้เองทำไมคิดอะไรตื้นแบบนั้นวะ” “พลินไม่ได้...” “พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าแม่โกหกพี่ พอมารู้ทีหลังนี่พี่รู้สึกเหมือนดิ่งลงเหวเลย ไอ้ความสงสารที่เคยมีให้พลินก่อนหน้านี่แทบจะทับพี่ตาย พอหลังจากนั้นความสงสารมันก็มี...ความรักแทรกเข้ามาด้วย ที่ไม่รู้ว่ารักตอนไหน รู้แต่ว่ารักพลินเพราะพลินพยายามจะเข้าใจพี่ที่สุดพลินรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา พลินรู้กาลเทศะ และที

  • พ่ายรักพลิน   62

    “อย่าเข้ามานะ” “เห็นอยากมีนักไม่ใช่หรือไงวะผัวน่ะ กูนี่ก็เป็นผัวให้มึงได้นะอีคนสวย” “อย่านะ ผัวฉันรู้พวกแกได้ตายไม่มีเหลือแน่ ไอ้โจร ไอ้พวกสวะ” “ผัวคนไหนล่ะจ๊ะ” หนึ่งในคนพวกนั้นถามยิ้มๆ ชี้มือหาตนเองแล้วก็ถามต่อ “ใช่คนนี้ไหม หรือคนนั้น หรือคนโน้น” ก่อนจะชี้มือไปทางพรรคพวกที่ยืนเรียงหน้ารอคิวอยู่ทีละคน เสียงกรีดร้องดังระงมในโกดังร้างแห่งนั้นเอง เจริญขวัญถูกชายฉกรรจ์ร่วมสิบคนรุมทึ้ง เนื่องจากคนที่เธอว่าจ้างให้ยิงพลิน มาขอเงินงวดสุดท้าย แต่เพราะพลินไม่ตายอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ เธอเลยคิดจะเบี้ยวไม่จ่าย พวกมันใช่คนดีที่ไหน รับเงินว่าจ้างให้ฆ่าคนก็ไม่ใช่คนดีเท่าไรนักหรอก เจริญขวัญคร่ำครวญขู่ไม่เลิกว่าเธอจะตามสามีของเธอมาฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน แต่สามีคนไหนล่ะที่หมายถึง ไม่นานก็มีศพหญิงสาวลอยอืดอยู่ในคลองใกล้โกดังร้างแห่งนั้น “มีกิจกรรมสองอย่างที่มนุษย์ทำได้ครั้งแรก แล้วครั้งต่อไปก็จะทำได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นฝึกใหม่” พลินที่เพิ่งวางถาดขนมและเครื่องดื่มของบุตรสาวลงบนโต๊ะ ละสาย

  • พ่ายรักพลิน   61

    “หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”บารมีทำตัวได้มึนมาก เขาถามคำถามเดิมทุกๆวันที่มา พูดแบบเดิมว่าไม่หย่า ขอร้องแบบเดิมๆจนพลินได้แต่ทอดถอนใจในความเป็นบารมี บอกเนือยๆ “พลินไม่ได้โกรธใครค่ะ” “ถ้าไม่ได้โกรธ ก็ต้องไม่หย่านะ” มองนิ่งๆไปที่เขาก่อนพูดเสียงเรียบ “พลินไม่ชอบคนเผด็จการ” “พี่เผด็จการหรือ” พอเห็นสายตาของพลิน คนเผด็จการก็ยกมือขึ้นยอมจำนน บอกเสียงอ่อย “ก็ได้ ก็ได้ พี่จะไม่เผด็จการ” เขาน่ะหรือไม่เผด็จการ ถ้าไม่เผด็จการจริงๆจะมัดมือเธอชกด้วยการเร่งเร้าให้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่เธอไม่ได้มีเวลาคิดทบทวนเลยได้อย่างไร แล้วพอตอนขอหย่า ก็ยังเสียงแข็งใส่เธออีกว่ายังไงก็ไม่ยอมหย่า “พลินไม่ชอบให้ใครมาบังคับ” ยังนึกถึงที่เขาขืนใจเธอคราวนั้นได้ก็ไม่อยากยกขึ้นมาพูดอีก บารมียอมถอย “โอเค พี่ไม่บังคับ” “ถ้าอย่างนั้น หย่าให้พลินเถอะค่ะ” “พลิน...พี่ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม พี่สัญญาว่าพี่จะไม่เผด็จการ ไม่บังคับพลิน” นิ่งคิดอยู่นานก็ถูกคนเผด็จการที่ชอบบังคับสวมกอดเสียแน่น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status