LOGINผ่านงานวิวาห์ที่สุดแสนจะชื่นมื่นมาเป็นเวลากว่าสองเดือนแล้ว แม้ว่าระหว่างนั้นมันจะมีเหตุการณ์ให้ต้องเลื่อนออกไปเพราะเรื่องของหมื่นลี้ ทว่าสุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี งานแต่งครั้งนี้ยิ่งใหญ่อลังการสมฐานะมหาเศรษฐี ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีใครสามารถจัดงานแบบนี้ให้เธอได้อีกหรือเปล่า
แม้ว่างานที่จัดขึ้นนั้นมันจะยิ่งใหญ่มากแค่ไหน ม่านไหมก็แทบไม่ได้เหนื่อยอะไรกับงานแต่งครั้งนี้เลย เพราะว่าแสนปีคอยจัดการให้ทุกอย่างตั้งแต่เรื่องชุดเจ้าสาวหรือแม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ อย่างลายการ์ดเชิญและของชำร่วย เรียกได้ว่าเธอนั้นสามารถใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปกับการเข้าคอร์สเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเพียงอย่างเดียว
ม่านไหม หญิงสาวที่เกิดมาจากตระกูลนักการทูตผู้มีเกียรติ ส่วนมารดานั้นทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เรียกได้ว่าเป็นคุณหนูท่านหนึ่ง อีกทั้งม่านไหมยังมีพี่ชายอย่าง เมฆหมอก ชายหนุ่มผู้รักและหวงน้องสาวมาก ถ้าใครจะเข้าหาน้องสาวคนสวยก็จำต้องผ่านด่านเมฆหมอกมาให้ได้เสียก่อน และแน่นอนว่าแสนปีนั้นยังไม่ผ่านด่านเลยด้วยซ้ำ ความเอาแต่ใจของคุณหนูม่านไหมทำให้ทุกคนต้องยอม อย่างไรก็ต้องแต่งงานกับแสนปีให้ได้
ส่วน แสนปี นั้นเป็นลูกชายคนโตของคุณหญิงเม็ดพลอย หน้าตาและลักษณะภายนอกดูสุขุมนุ่มลึก แบกรับหน้าที่ทำงานสีเทาในครอบครัวตามประสาพี่คนโต ในขณะที่น้องชายได้ทำอาชีพสุจริตและเป็นงานที่ใจรัก มีเพื่อนฝูงมากมาย ต่างจากพี่ชายเหมือนอยู่คนละโลก แสนปีเดิมทีก็ไม่ค่อยได้มีเพื่อนเยอะแยะมากมายเหมือนพี่น้องคนอื่น ทว่าเขานั้นนับได้ว่ามีมาดของผู้นำครอบครัวได้ดีทีเดียว ส่วนเรื่องแต่งงานนั้นก็อยู่เหนือความคาดหมายไปมากพอสมควร
"ไหมครับ พี่จองร้านอาหารเอาไว้ เดี๋ยวเราไปทานกันคืนนี้นะครับ" ชายหนุ่มเดินเข้ามาที่ด้านหลังของคนเป็นภรรยา วงแขนกว้างโอบกอดเธอจากทางด้านหลังด้วยความรักใคร่ ตั้งแต่ที่พวกเขาแต่งงานกันมาแสนปีก็ดูจะติดเธอหนักมากชนิดที่ว่าไปไหนไม่ได้นาน ต้องเอาภรรยาคนสวยไปด้วยตลอด เป็นคู่ที่ใคร ๆ เรียกว่าข้าวใหม่ปลามันหวานเสียจนเดินไปทางไหนมดก็ขึ้น
"ได้สิคะ เดี๋ยวไหมขอเวลาเลือกชุดก่อนนะ" คนตัวเล็กหันไปบอกอีกคนพร้อมกับเขย่งจนสุดปลายเท้า ริมฝีปากสีกุหลาบจูบปลายคางของสามีตนเองอย่างออดอ้อน
"เดี๋ยวพี่ช่วยเลือกนะครับ" ว่าจบเขาก็เดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าที่อยู่อีกโซน พร้อมกับหยิบเอาชุดที่เขาเลือกมาสักสองสามชุดก่อนเดินกลับเข้ามาในห้องที่มีหญิงสาวรออยู่ก่อนแล้ว
"ไหนคะ ชุดไหนบ้างที่พี่อยากให้ไหมใส่" เธอถามพร้อมกับรับเจ้าชุดจำนวนสองสามชุดนั้นมาไว้ในมือ ทว่าเมื่อม่านไหมมองดูแล้วกลับไม่ค่อยชอบมันมากเสียเท่าไร เพราะว่าชุดพวกนี้มันดูเรียบร้อยจนเกินไปและค่อนข้างจะดูเป็นทางการ ปกติแล้วม่านไหมจะหยิบชุดพวกนี้ออกมาในวันที่ต้องไปงานที่มีผู้ใหญ่เท่านั้น
"อะไรน่ะ นี่พี่ปีจะให้ไหมใส่ชุดแบบนี้จริง ๆ เหรอคะ" เธอเอ่ยถามอีกคนอย่างสงสัย
“ใช่ครับ” “ไปกินข้าวนะคะ ไม่ได้ไปทำบุญ ไม่เห็นต้องแต่งตัวเรียบร้อยขนาดนี้เลย” น้ำเสียงดูติดงอแงนิดหน่อยแต่ถ้าหากสามีบอกว่าดีแล้วเธอก็ยินดีจะเชื่อฟัง"แบบนี้เข้ากับม่านไหมมากกว่านะครับ" เมื่อสามีพูดเช่นนั้นหญิงสาวก็หยิบเอาชุดตรงหน้าสักชุดมาแล้วก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนมัน
"เฮ้อ!! พี่ปีไม่มีรสนิยมแฟชันของผู้หญิงเลยสักนิด" หญิงสาวบ่นเบา ๆ ก่อนมองไปที่ชุดในมืออย่างอ่อนอกอ่อนใจ ตั้งแต่แหวนแต่งงานในนิ้วเธอแล้ว มันดูไม่ทันสมัยเอาเสียเลย ทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงเรียบ ๆ ไปเลย ทั้ง ๆ ที่เธอออกจะสวยแซ่บเซ็กซี่ขนาดนี้ เสียชื่อเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับหมด
ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ก็ยอมที่จะเปลี่ยนมันแต่โดยดี
ช่วงเวลานี้มีรถติดเป็นแนวยาว ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีดำมืด กว่าที่ทั้งสองจะมาถึงร้านอาหารนั้นก็เรียกได้ว่าเลยเวลาอาหารเย็นไปไกลมาก แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็มาถึงร้านอาหารนี้จนได้
"เชิญทางนี้ค่ะคุณแสนปี คุณม่านไหม" พนักงานสาวเดินมาหาทันทีที่เห็นแขกคนสำคัญเข้ามา และทันทีที่เธอเรียกชื่อทั้งสองคนก็กลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาทันที
'คุณม่านไหมสวยมากเลยแก ขนาดชุดที่ใส่ธรรมดามากแต่ก็ยังสวยอยู่เลย'
'นั่นสิ ฉันอิจฉาคุณเขามากเลยที่ได้คุณแสนปีเป็นสามี ดูแลภรรยาดีเลิศเหมือนเจ้าหญิง'
'จริงด้วยแก คลั่งรักสุด ๆ ไปเลยอะ'
ตลอดทางเดินตั้งแต่หน้าร้านไปยังโต๊ะที่พวกเขาจองไว้นั้นก็ได้ยินเสียงซุบซิบจากคนที่นั่งทานอาหารกันอยู่แทบทั้งทาง และแต่ละประโยคที่หลาย ๆ คนเอ่ยออกมาทำให้หญิงสาวยิ้มหวานออกมาอย่างพอใจ เพราะว่าเธอนั้นได้กลายเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดและเป็นผู้หญิงที่หลายคนอิจฉามาก ๆ แล้วในปี พ.ศ.นี้
"เชิญนั่งครับ" มือหนาเลื่อนเก้าอี้เพื่อให้หญิงสาวเข้าไปนั่งได้ถนัดก่อนที่เขาจะเดินอ้อมมาอีกทางเพื่อนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม
"ขอบคุณนะคะ" เธอตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
เพียงไม่นานก็มีพนักงานเอาอาหารเข้ามาเสิร์ฟโดยที่หญิงสาวนั้นยังไม่ได้สั่งเลยแม้สักเมนูเดียว แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าสามีของเธอนั้นคงจะเป็นคนที่สั่งเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ช่างเป็นคนที่ใส่ใจมากเสียจริง
"พี่ปีสั่งเอาไว้ให้แล้วเหรอคะ" เธอถามพร้อมกับเลื่อนจานอาหารเข้ามาใกล้ตัวอีกนิด
"ครับ ชอบไหม" ชายหนุ่มเอ่ยถามอีกคนพร้อมกับส่งรอยยิ้มเอ็นดูไปให้
"ชอบค่ะ แต่ขาดเนื้อไปนิดหนึ่ง" คนตัวเล็กแสร้งบึนปากเพื่อแกล้งงอนสามีมาดนิ่ง ทว่ามันกลับยิ่งน่ารักมาก ๆ ในสายตาของชายหนุ่ม
"พี่เห็นว่าช่วงนี้ไหมกำลังลดน้ำหนักพี่ก็เลยสั่งมาแค่เมนูเฮลตี้ครับ" จริง ๆ แล้วมันก็ใช่ แต่ว่าการที่จะได้มาทานอาหารนอกบ้านด้วยกันแบบนี้ก็ไม่ได้มีบ่อย ๆ บางทีเธอก็อยากทานอย่างอื่นบ้าง อย่างพวกสเต๊กเนื้อก็ไม่เลวสำหรับดินเนอร์ในภัตตาคารหรู ไม่จำเป็นต้องมีแต่ผักผลไม้แบบนี้ แถมช่วงนี้แสนปีไม่เคยได้ให้เธอต้องกินอาหารอย่างอื่นนอกจากสิ่งที่เขาเตรียมเอาไว้ให้
ทั้งสองรับประทานอาหารท่ามกลางเสียงดนตรีสากลเรียบหรู พูดคุยหยอกล้อกันบ้างตามประสา กระทั่งหญิงสาวที่อิ่มก่อนและรู้สึกว่าอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา
"พี่ปีคะ ไหมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ"
"ได้ครับ" ร่างเล็กบางที่มีรูปร่างดีดึงดูดสายตาใครต่อใครกำลังเดินจากโต๊ะที่เธอนั่งทานอาหารเมื่อครู่และมุ่งตรงไปยังห้องน้ำ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มีใครบางคนสังเกตเห็นได้พอดี
"ไงแก" เอวาเพื่อนสาวสุดที่รักของม่านไหมเดินเข้ามาทักทายเพื่อนตนเองที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อล้างมือ “หายหน้าหายตาไปเลยนะ ตั้งแต่แต่งงาน”
“คนมีสามี ก็ต้องใช้เวลากับสามีสิ”
“แล้วแฟนแกเขาดีจริงใช่ไหม ฉันรู้สึกว่าพี่เขาแปลก ๆ ไม่ใช่ว่าดีแตกหลังแต่งงานนะ”
“พี่เขาก็เสมอต้นเสมอปลาย แกอย่าอคติไปเองสิ”
“เหรอ สงสัยเซนส์ฉันคงผิด”
แสนปียืนมองร่างเล็กบางของภรรยาเดินออกไปจากบ้านโดยที่ไม่แม้แต่จะทักทายเขาเลย ชายหนุ่มที่รู้สึกราวกับคนที่ถูกหักหน้า ทั้ง ๆ ที่ม่านไหมควรจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาง้องอนเขาเองเหมือนที่ผ่าน ๆ มาหากแต่ครั้งนี้เธอนิ่งมากเสียจนเขารู้สึกไม่ดี แสนปีคิดว่าเขาควรต้องทำอะไรสักอย่าง"ไหมเย็นนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะ คุณแม่เรียกไปทานข้าวที่บ้าน" เมื่อนึกมุกอะไรไม่ออกก็ให้อ้างคุณนายเม็ดพลอยไปก่อนเลย แต่ไม่รู้ว่าผู้เป็นภรรยาจะหลงกลเขาหรือเปล่า"ไหมไม่ว่างค่ะ" หญิงสาวบอกปัดแบบไม่ไยดี ถ้าคนคนนี้โกรธขึ้นมาเมื่อไรอะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น ที่ผ่านมาแสนปีไม่เจอกับม่านไหมในเวอร์ชันนี้มาก่อนก็ไม่ค่อยจะคุ้นชิน"แต่ว่า...แม่พี่บอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยนะครับ" อีกคนยังคงดึงดันจะให้ภรรยาตามตนเองกลับบ้านไปให้ได้ ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เพราะว่าคุณหญิงเม็ดพลอยต้องการจะเจอตัวอย่างที่อ้างไปนั่นหรอก หากแต่แสนปีต้องการหาเรื่องคุยกับม่านไหมเองเสียมากกว่า"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไหมบอกอีกทีนะคะ ตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อน" พูดจบเธอก็เดินสะบัดก้นออกจากบ้านไป หญิงสาวที่ยังคงขุ่นเคืองสามีกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ก็ไม่อยากที่จะคุยกับแสนปีมากนักเพราะว่า
"นายครับ พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วครับ" ชายในชุดสีดำรัดกุมเดินเข้ามาพูดกับแสนปีโดยที่ไม่ได้เกรงกลัวเจ้านายมากนักถึงแม้ว่าแสนปีกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็ตามเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญและเขาจำต้องรายงานโดยเร็ว"ส่งการ์ดไปตามม่านไหมเงียบ ๆ คอยดูแลเธอตลอดเวลาอย่าปล่อยให้คลาดสายตาหรือเป็นอะไรเด็ดขาด" แสนปีได้รับรายงานเขาก็นึกเป็นห่วงภรรยาก่อนเป็นลำดับแรกยิ่งตอนนี้เธอออกไปข้างนอกโดยไม่ได้บอกเขาก่อนอีกก็ยิ่งเป็นห่วงเข้าไปกันใหญ่และหลังจากได้รับคำสั่ง ครามลูกน้องคนสนิทของแสนปีก็รีบไปทำตามอย่างรวดเร็วส่วนแสนปีที่นั่งรออยู่ในห้องโถงเพียงลำพังเงียบ ๆ เป็นเวลาราวสี่สิบนาทีแล้วในที่สุด ก็ได้ยินเสียงรถยนต์ของคนที่เขากำลังรออยู่พอดี อารมณ์เดือดดาลที่พยายามสกัดกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถรวมกับความเป็นห่วงปะทุขึ้นทันทีที่ได้เห็นการแต่งกายของผู้เป็นภรรยา"กลับมาแล้วเหรอ" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทำให้คนที่ยังมีอาการมึนเมาเล็กน้อยสะดุ้งตัวโยน ไม่คิดว่าแสนปีจะยังนั่งรอเธออยู่ที่ชั้นล่างเช่นนี้จริง ๆ แถมยังไม่ยอมเปิดไฟอีกด้วย"คะ...ค่ะ" หญิงสาวยังคงมีความผิดติดตัวหากแต่ปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดนั้นปลุกความกล้
"แปลกจริงด้วย นอกจากเรื่องนี้แกก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยใช่ไหม""ฉันจะทำอะไรได้ แค่คุยกันยังนับคำได้เลย ฉันทำผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ อึก!!""ไม่ได้ผิดขนาดนั้นหรอกน่า" เอวาพูดปลอบใจเพื่อนอยู่นานเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เธอจึงเลือกที่จะดื่มอย่างหนักเป็นเพื่อนกันไปเสียให้จบ ๆ พร้อมกับส่งข้อความบอกพี่ชายเธอแล้วว่าให้ทำตัวเป็นกู้ภัยขึ้นมาเก็บศพด้วยก่อนที่เขาจะกลับ เพราะเดาจากสภาพก็ไม่น่ามีใครพาใครกลับบ้านได้ระหว่างที่สติของเอวากำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ม่านไหมกลับตาสว่างมากขึ้นเพราะเพิ่งสร่างเมามาได้ไม่นานจึงไม่อาจดื่มได้เยอะเท่าตอนแรก เธอคุยเล่นไปเรื่อย ๆ กระทั่งได้ยินเสียงสายเรียกเข้าของสามีกำลังโทรหาเธอตอนแรกเธอไม่คิดจะรับมันจนสายมันตัดไป แต่แล้วสายที่สองเธอไม่อาจควบคุมมือไม้ของตัวเองให้เคลื่อนไหวตามปกติจึงเผลอกดรับสายไปในที่สุด.."คุณปีมาแล้วเหรอคะ" ป้าเพ็ญเดินเข้ามารับหน้าเจ้านายด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าตอนนี้จะดึกดื่นแค่ไหนแต่ทว่าเธอยังคงไม่วางใจเพราะเจ้านายไม่มีใครอยู่บ้านสักคน"ทำไมยังไม่นอนอีกครับเนี่ย ดึกป่านนี้แล้วนะ" ชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีเป็นพิเศษมาจากไหนเดินเข้ามาพร้อมยิ้มตอ
"ฉันมาถึงแล้วนะคะ ตอนนี้อยู่ที่สนามบินแล้วคุณตัดสินใจยังไงคะ?"ชายหนุ่มที่ได้ฟังประโยคนั้นก็หนักอึ้งในใจ เขาไม่คิดว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ จุดที่ทำอะไรก็ลังเลไปเสียทุกอย่าง แสนปีไม่รู้ว่าควรเอายังไงต่อกับชีวิต แต่ถ้าหากเขาตัดสินใจจะทำตามที่ผู้หญิงปลายสายเสนอ นั่นหมายความว่าเขากำลังทำผิดพลาดเข้าจริง ๆ"ครับ เดี๋ยวผมไปรับคุณ" สุดท้ายความปรารถนาที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจก็สั่งให้เขานั้นทำตามความต้องการตนเองโดยไม่สนใจว่ามันจะถูกหรือผิด เขาช่างดูเป็นคนที่...เห็นแก่ตัวเสียเหลือเกินช่วงเวลาเย็นของวันนั้นชายหนุ่มขับรถแล่นไปตามท้องถนนที่คนพลุกพล่านกระทั่งมาหยุดอยู่ที่สนามบิน เขาใช้สายตามองหาคนที่นัดกันเอาไว้แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ ทว่ามันกลับไปสะดุดอยู่กับแผ่นหลังของใครสักคนที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ"มินตรา..." ทันทีที่ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อคนคุ้นเคยร่างเล็กบางของหญิงสาวที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกาก็ค่อย ๆ หันมาหาคนเรียกช้า ๆ"ใช่ที่ไหนกันล่ะคะ นี่ มีนา น้องสาวของพี่มินตราต่างหาก ไม่เจอกันห้าปีพี่ก็จำมีนไม่ได้แล้วเหรอคะ?" คนที่กำลังตกตะลึงกับรูปลักษณ์ของหญิงผู้ได้ชื่อว่าน้องสาวของคนรักเก่าอ
"เสื้อตัวนั้นคุณปีรักมากค่ะ ถึงขั้นที่ว่าไม่ยอมให้ใครจับได้เลย" จ๋าเล่าเพียงแค่สิ่งที่รู้เพียงครึ่งให้กับม่านไหมฟัง ตอนนี้หญิงสาวน้ำตาเพิ่งแห้งไปกลับตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง"รักมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ พี่จ๋ารู้หรือเปล่าว่ามันสำคัญกับพี่ปียังไง" คำถามนี้ของม่านไหมเป็นสิ่งที่ทำให้จ๋าน้ำท่วมปากไปครู่ใหญ่ ได้เพียงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้ว่าควรต้องตอบคำถามยังไงกระทั่งได้ยินเสียงของคนอายุมากกว่ามาเพื่อช่วยเหลือเธอได้ทันเวลา"เป็นเสื้อที่คุณแสนปีใส่เวลาต้องไปทำงานใหญ่หรืองานอันตรายค่ะ เรียกว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลก็ได้" ป้าเพ็ญผู้อาวุโสในบ้านหลังนี้ตอบคลายความกังวลใจให้กับนายหญิง และนั่นมันทำให้คนตัวเล็กคลายข้อข้องใจได้เปลาะหนึ่ง เห็นทีว่าบางทีเธอควรจะอยู่เฉย ๆ ยังดีกว่าไอ้แผนการทำตัวเป็นกุลสตรีอะไรนั่นให้แสนปีพอใจ เพราะยิ่งทำก็เหมือนจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่"แบบนี้นี่เอง ไหมนี่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ เลยนะคะสร้างแต่เรื่องให้พี่ปีไม่หยุดเลย" คนตัวเล็กตัดพ้อเบา ๆ จ๋าได้แต่แอบลอบส่งสายตาแสดงความขอบคุณไปให้ป้าเพ็ญที่ช่วยแก้สถานการณ์ เพราะเธอนั้นเดิมก็โกหกไม่ค่อยจะเก่งอยู่แล้ว จึงไม่รู้จะตอบเรื่องนี้ออกไปยังไงและถ้า
กลิ่นไอร้อนจากเตารีดที่หญิงสาวนั้นพยายามทำงานบ้านให้สมเป็นกุลสตรีเพื่อให้สามีของเธอพึงพอใจ ซึ่งมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น คนอย่างคุณหนูม่านไหมไม่เคยได้ทำอะไรเองสักอย่าง แต่ตอนนี้ต้องมานั่งรีดผ้าให้สามีด้วยตัวเองเธอขยับไปมาตามแบบฉบับวิธีการแม่บ้านในอินเทอร์เน็ต หากแต่กลิ่นไหม้ก็ตีขึ้นมาที่จมูกบ่งบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีข้อผิดพลาด และเป็นจริงอย่างที่ว่า เพราะเสื้อสูทสุดหรูสีดำขลับของแสนปีตอนนี้กลับกลายเป็นรูไปเสียแล้ว"กรี๊ดดดดด" เสียงร้องลั่นบ้านทำให้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบรีบวิ่งเข้ามาดูก่อนพบว่าม่านไหมกำลังยืนจ้องมองเสื้อสูทถูกเตารีดทับจนไหม้อย่างหวาดกลัวในความผิดที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้บรรดาแม่บ้านและคนงานที่เข้ามาเห็นก็คิดเอาไว้ว่าไม่นานนักจะต้องมีระเบิดลูกใหญ่ลงที่กลางบ้านเป็นแน่ เพราะแม้จะเป็นภรรยาที่แสนปีแต่งเข้ามาอย่างถูกต้อง ทว่าความผิดที่ม่านไหมทำไว้ตอนนี้เกรงว่าต่อให้มีทะเบียนสมรสก็คงไม่ได้ช่วยอะไร"พี่จ๋าคะ ไหมรีดเสื้อของพี่ปีไหม้ ไหมจะโดนดุไหมคะ" เธอหันมาถามคนที่ยืนหน้าซีดเผือดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตนเองมีความผิดมากขนาดนั้นจริง ๆ มันก็แค่เสื้อตัวเดียวเองเธอเป็นถึงลูกสาว







