LOGINแสนปี ลูกชายคนโตของคุณนายเม็ดพลอยผู้ทำธุรกิจสีเท่าแบบเต็มตัว ตัดสินใจขอ ม่านไหม ลูกสาวท่านทูตเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับแต่งงานทั้งที่คบกันได้เพียง3เดือนเท่านั้น คนรอบตัวไม่เห็นด้วยสักคน แต่ม่านไหมก็ดื้อจนได้แต่งงานกัน ทว่าพอหลังแต่งงานไปแล้วแสนปีก็เริ่มเปลี่ยนไป ชอบจัดการเรื่องการแต่งตัวและคุมอาหารและเรื่องส่วนตัวต่างๆ สุดท้ายมารู้ความจริงทีหลังว่าแสนปีเห็นม่านไหมเป็นตัวแทนแฟนเก่าที่ตายไปแล้วเท่านั้น "ที่จริงแล้วพี่ปีเอาไหมมาเพื่อเป็นตัวแทนเขาใช่ไหม พี่ปีทำอย่างนี้กับไหมได้ยังไง?!" "เคยมีสักครั้งไหมที่พี่ปีจะมองไหมเป็นแค่ม่านไหมคนนี้…ไม่มีเงาซ้อนของใคร?!" "ไม่...ไม่เคยเลย" เป็นตัวจริงก็ว่ายากแล้ว ยังต้องมาเป็นตัวแทนคนที่ตายไปแล้วอีกเหรอ
View Moreรู้หรือไม่ว่าการพบต้นไม้ต้นเดิมในป่า นั่นหมายความว่าคุณกำลังหลงทาง
แต่คุณพบเจอต้นไม้ที่คล้ายคลึงกับต้นไม้ต้นเดิมและยึดติดเอามันเป็นที่ตั้งและคิดว่ามันเป็นต้นเดียวกัน ทั้งที่ภายในใจนั้นรู้ดีที่สุดว่ามันไม่ใช่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการหลงทางเช่นกัน
คนหนึ่งรักเขาหมดทั้งหัวใจที่บริสุทธิ์ ส่วนอีกคนกลับเห็นเธอเป็นเพียงตัวแทนที่ไม่อาจแยกจากเงาซ้อนของใครอีกคน
.
.
"พี่แน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมว่าจะทำแบบนี้" พันไมล์เอ่ยถามพี่ชายตนเองที่กำลังนั่งมองแหวนเพชรเม็ดงามที่อยู่ในกล่องกำมะหยี่สีแดงด้วยหัวใจที่แน่วแน่
"แน่ใจสิ ฉันอยากแต่งงานกับม่านไหมจริง ๆ ถ้าไม่ไม่ใช่ม่านไหมฉันก็คงไม่แต่งแล้วล่ะ" แสนปีตอบกลับอีกคนด้วยความรู้สึกที่มีความสุขมากล้นไม่อาจบรรยาย
"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พวกเราจะช่วยพี่อย่างดีที่สุด"
.
.
หญิงสาวหน้าตาสะสวยรูปร่างสะโอดสะองกำลังสาละวนอยู่กับการออกแบบเครื่องประดับสำหรับด้วยรอยยิ้ม ยามที่หญิงสาวตั้งใจทำอะไรอยู่นั้นมันทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากกว่ายามปกติ และทั้งหมดนั้นมันอยู่ในสายตาของชายหนุ่มตลอดเวลา
แสนปีจ้องมองใบหน้าของคนที่เขาปรารถนานั้นด้วยรอยยิ้ม เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยแม้เพียงเสี้ยววินาที ทว่าความเพลิดเพลินของเขานั้นมันกำลังจบลง
"อ้าว! คุณแสนปีมาแล้วเหรอ ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะคะคุณม่านไหมกำลังรออยู่เลย" นิราผู้ช่วยคนเก่งของหญิงสาวด้านในเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าคนรักของเจ้านายนั้นกำลังแอบมองอีกคนอยู่นานแล้วหากแต่ไม่ยอมเข้าไปเสียที คู่นี้ใครที่เข้ามาเห็นก็ย่อมอิจฉาในความรักของทั้งคู่ นอกจากรูปร่างหน้าตาแล้วฐานะทางบ้านก็ยังเหมาะสมกันไปเสียทุกอย่าง เป็นคู่รักที่ใคร ๆ ก็ต่างพากันอิจฉา
"เอ่อ คือว่า..." คนตัวสูงที่ตกใจเมื่อได้ยินเสียงคนด้านหลังก็สะดุ้งเล็กน้อย และนั่นมันทำให้คนที่อยู่ด้านในรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกแอบมองอยู่
"มาแล้วเหรอคะพี่แสนปี" เสียงหวานเอ่ยทักเขานั่นทำให้รู้แล้วว่าถูกอีกคนจับได้เสียแล้ว
"ครับ กำลังยุ่งอยู่เหรอ พี่มารบกวนหรือเปล่า" ชายหนุ่มเดินเข้ามายืนเคียงข้างหญิงสาวที่กำลัง
วาด ๆ เขียน ๆ อะไรบางอย่างลงในหน้าจอไอแพด"ไม่หรอกค่ะ แค่หาอะไรทำระหว่างรอพี่ปีมาเท่านั้นค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะครับ วันนี้พี่จะพาไปกินของอร่อย ๆ"
.
.
คนสองคนพากันเดินเข้ามาบนยอดตึกที่มีบรรยากาศแตกต่างออกไปจากร้านอาหารหรูทั่ว ๆ ไป ทว่าหญิงสาวไม่ได้มีความคิดสักนิดเลยว่าเธอกำลังเจอกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปทั้งชีวิต
"พี่ปีเหมาตึกนี้เอาไว้เหรอคะ" คนตัวเล็กทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวที่ชายหนุ่มนั้นเลื่อนออกไว้ให้อย่างสุภาพ
"ครับ เรามาดินเนอร์กันทั้งทีพี่ก็อยากอยู่กันแค่สองคนบ้าง" เขาพูดพร้อมส่งสัญญาณไปยังบริกรเพื่อให้เขานำอาหารมาเสิร์ฟ
"ขอบคุณนะคะ" บรรยากาศของมื้ออาหารในตอนแรกก็ดูจะเป็นปกติดี ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก หรืออาจเป็นเพราะม่านไหมคาดไม่ถึงว่าแสนปีจะทำเรื่องบางอย่างเมื่อมาถึงเมนูอาหารสุดท้าย
"อิ่มแล้วเหรอครับ" เขาถามเธออีกครั้งราวกับให้แน่ใจ
"อิ่มแล้วค่ะ อาหารที่นี่อร่อยมาก ๆ เลย" เธอตอบกลับพร้อมกับเช็ดปากจนเรียบร้อย
ทว่าเมื่อเธอพูดจบแล้วบริกรยังคงเอาเมนูลับเข้ามาเสิร์ฟอีกครั้งหญิงสาวจึงมองมันอย่างประหลาดใจ เมื่อบริกรเปิดเจ้าฝาครอบสีเงินออกมาแล้วกลับพบเป็นช่อดอกไม้ที่ไม่ได้ใหญ่มากนั้นไม่ได้หวือหวา หากแต่มันทำให้หญิงสาวมีความสุขขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับหยิบช่อดอกไม้ขึ้นมาแล้วเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าคนตัวเล็ก เมื่อม่านไหมเห็นเช่นนั้นแล้วก็ลุกขึ้นยืนอย่างเสมอกันพร้อมกับรับช่อดอกไม้ที่ชายหนุ่มส่งมาให้ด้วยความยินดีอย่างที่สุด ตอนนี้เธอเริ่มมีความรู้สึกแล้วว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นกับเธออย่างแน่นอน
"พี่รู้ว่าเราเพิ่งคบกันได้ไม่นานและอาจจะยังเรียนรู้กันได้ไม่มากพอ แต่ตลอดเวลาที่อยู่กับไหม พี่...มีความสุขมากจริง ๆ และคิดว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตพี่คงขาดไหมไปไม่ได้" เขาพูดพร้อมจ้องมองไปที่หญิงสาวพร้อมกับส่งความจริงใจผ่านสายตาเฉี่ยวคู่นี้หวังให้อีกคนรับรู้
"พี่ปี..." ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดีนั่งคุกเข่าลงหนึ่งข้างพร้อมกับหยิบเอาเจ้ากล่องกำมะหยี่สีแดงที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาด้วยหัวใจที่เต้นแรง
"แต่งงานกับพี่นะครับ ม่านไหม"
คนตัวเล็กที่มีท่าทีลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาที ทว่าเมื่อตกตะกอนในใจแล้วเธอนั้นรู้ดีว่าไม่อาจหนีความรู้สึกตนเองได้ แต่งตอนไหนก็ต้องแต่งเหมือนกันเพราะอย่างไรก็ต้องเป็นคนนี้อยู่แล้ว
"ค่ะ ไหมจะแต่งงานกับพี่"
เมื่อจบคำของหญิงสาวท้องฟ้ายามราตรีของดาดฟ้าขั้นบนสุดของตึกที่สูงที่สุดในเมืองก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงพลุดังก้องไปทั่วบริเวณ
มือหนาค่อย ๆ บรรจงสวมเจ้าแหวนเพชรเม็ดเล็กแต่ราคาไม่เล็กเช่นว่าเข้าไปยังนิ้วนางข้างซ้ายของคนตรงข้ามที่กำลังทำหน้าราวคนจะร้องไห้ มันช่างน่ารักมาก ๆ สำหรับคนที่จ้องมองเป็นอย่างมาก และจุมพิตยังนิ้วที่มีแหวนวงงามสวมเอาไว้ บ่งบอกว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปผู้หญิงคนนี้จะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว…
"นี่พี่..." หญิงสาวหันไปถามคนที่เพิ่งลุกขึ้นมายืนเต็มความสูงก่อนเข้ายืนซ้อนด้านหลังของเธอและโอบกอดเธอราวกับหวงแหนพร้อมจ้องมองดอกไม้ไฟที่ตนเตรียมเอาไว้ให้หญิงสาวด้วยความสุขสม
"ครับ พี่เตรียมเอาไว้เอง ชอบหรือเปล่า" หญิงสาวที่มีความสุขมากล้นจนเต็มอกนั้นเผยรอยยิ้มหวานที่ชายหนุ่มคนนี้เคยบอกว่ามันทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอ
"ขอบคุณนะคะ ไหมรักพี่ปี" ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่ได้ยินความใจในของหญิงสาวก่อนจะยกยิ้มขึ้นบ้างและหอมไปที่หัวทุยด้วยความทะนุถนอม
"พี่ก็รักไหมครับ"
บรรดาน้องชายของแสนปีนั้นจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความสุขใจ หากว่ามันเป็นเช่นดังตาเห็นพวกเขาจะยินดีและมีความสุขไปกับพี่ชายตนเองด้วย แต่ถ้ามันไม่ใช่อย่างที่คิดก็คงต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกเอาไว้ให้ดี ๆ ก็เพราะว่าเรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นไม่ใช่เรื่องที่มันจะจบลงหรือลืมมันไปง่ายดายเพียงนั้น
"ขอให้ตั้งแต่วันนี้ไปพี่ปีมีความสุขจริง ๆ สักทีนะ" หมื่นลี้เอ่ยขึ้นที่ซอกตึกจ้องมองไปยังว่าที่บ่าวสาวทั้งสองโดยมีพันไมล์ยืนเคียงด้านข้าง
"อื้อ เขาต้องมีความสุขนั่นแหละ"
ในห้องขังของคืนที่แสนจะเงียบสงบ หากแต่มีหญิงสาวผู้กระทำความผิดที่ถูกนำเข้ามาฝากขังไว้เพียงคนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมนี้มีนาเหม่อมองออกไปยังกำแพงด้านหน้าอย่างไร้ซึ่งจุดหมาย ในหัวของเธอกำลังคิดย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เธอเองก็ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเรื่องมันผิดพลาดไปตั้งแต่ตรงไหนถึงได้ล้มไม่เป็นท่าหมดทั้งกระดานเช่นนี้“เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะพี่คนเดียวเลย พี่มิน...”..หญิงสาวสองพี่น้องกำลังขึ้นรถตู้โดยสารประจำทางด้วยความตื่นเต้นเพราะว่าวันนี้พวกเธอกำลังจะไปหาป้าเพ็ญญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ของพวกเธอทั้งสองมินตราใส่ชุดเดรสกระโปรงคลุมเข่าลายดอกไม้สีชมพูตามแบบฉบับที่เจ้าตัวชื่นชอบ ถึงแม้จะดูว่ามันเชยไปสำหรับยุคสมัยนี้หากแต่บุคลิกที่เจ้าตัวเป็นคนเรียบร้อยมันก็ทำให้ทุกอย่างดูเข้าไปกันเสียทั้งหมดผิดกับคนน้องอย่างมีนา กางเกงยีนส์รัดรูปสีซีดกับเสื้อครอปสีขาวที่ออกจะโชว์ผิวกายเนียนผ่องและรูปร่างสุดเซ็กซี่มันก็ดูเข้ากันกับมีนาได้ดีเช่นกันสองพี่น้องที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันถึงเจ็ดส่วนหากแต่สไตล์และบุคลิกที่โดดเด่นและแตกต่างถือว่าเป็นจุดสนใจของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ถึ
เมื่อวางสายจากนะโมแล้วแสนปีก็ถึงกับควันออกหู เขารีบลงมาจากบันไดที่อุตส่าห์เป็นคนขึ้นไปติดป้ายเองเพื่อจัดงานฉลองวันเกิดลูกสาวคนสวยที่ปีนี้จะอายุครบ 18 ปีแล้ว ทว่าความรู้สึกของเขานั้นเหมือนเพิ่งเห็นฟ้าใสคลานได้ก็เมื่อวานนี้เอง“เอ้า! พ่อจะรีบไปไหนเนี่ย” ดินลูกชายคนรองของเขานั้นถามอย่างต้องการคำตอบ เมื่อเห็นว่าพ่อตัวเองรับสายใครสักคนแล้วลงจากบันไดอย่างไวแบบที่ไม่คิดถึงกระดูกกระเดี้ยวของตัวเองสักนิด“ไปรับพี่สาวแกกลับบ้านน่ะสิ ไปขับรถให้พ่อหน่อยดิน” เขาว่าเช่นนั้นก่อนพากันเดินไปยังโรงรถที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสปอร์ตคาร์ที่ฝุ่นเกาะ“เอาคันนี้แล้วกัน พ่อดินขอนะคันนี้อ่ะ” เด็กน้อยที่อายุเพียง 16 ปีอาศัยจังหวะชุลมุนถามคนเป็นพ่อเพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้แสนปีแทบไม่มีสติอะไรเหลือหรอกหากเป็นเรื่องของลูกสาวคนโตของตัวเองน่ะ“เออๆ รีบๆ ขับเลยนะเดี๋ยวพ่อจ่ายค่าปรับเอง” เขาว่า ความจริงดินได้รับอนุญาตให้ขับรถได้ก็เพียงแค่ในสนามของพันไมล์เท่านั้น เพราะมันค่อนข้างจะปลอดภัยมากกว่าสำหรับเด็กตัวแค่นี้ แต่ถึงอย่างนั้นดินก็ยังชื่นชอบรถยนต์มากกว่าเรื่องของคาสิโนอยู่ดี เพียงแค่กำลังคิดว่าจะขอแลกกับลูกชายบ้านนั้นยังไงดี
เช้าวันใหม่ในปีที่ 18 ของฟ้าใสช่างดูพิเศษมากกว่าปีก่อน ๆ ก็เพราะว่ามันเป็นปีที่หญิงสาวคนนี้เฝ้ารอมาแสนนานดังนั้นมันจึงต้องยิ่งใหญ่และคึกคักเป็นที่สุด เมื่อเธอมีสัญญาใจกับใครบางคนอยู่“คุณแม่คะ ฟ้าใส่ชุดนี้แล้วดูดีหรือยัง” เจ้าตัวเล็กที่เมื่อก่อนเอาแต่วิ่งเล่นซนไปทั่งตอนนี้เติบใหญ่ความสูงหรือก็เทียบเท่าม่านไหมผู้เป็นแม่ไปเสียแล้ว อีกทั้งหน้าตานับวันยิ่งโตก็ยิ่งเหมือน เล่นเอาคนเป็นพ่อนั้นนั่งแทบไม่ติดเพราะเกิดหวงลูกสาวขึ้นมา“สวยแล้วลูก วันนี้จะรีบไปไหนเนี่ย” ม่านไหมเอ่ยถามคนที่เอาแต่หมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ไปมาไม่หยุด ทว่านั่นในสายตาคนเป็นแม่กลับยังเห็นเพียงยัยก่อนจิ๋วใส่กระโปรงเพียงเท่านั้น“ความลับค่ะ ถ้างั้นฟ้าไปก่อนนะคะ”“ไปดีมาดีนะลูก” หลังจากได้รับคำอวยพรที่ดีที่สุดจากแม่เรียบร้อยแล้ว สาวน้อยวัยแรกรุ่นก็รีบเดินทางไปยังที่ที่เธอเคยชอบไปตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงมัธยมปีที่สาม“ออกรถเลยค่ะ” ฟ้าใสนั่งรถไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดทางกระทั่งมาจนถึงจุดหมายสองขาเรียวเล็กจึงได้รีบเดินเข้าไปด้านในทันที“อานะขา” เสียงหวานหูฟังแล้วชวนหลง ทว่าเจ้าของชื่อนั้นกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้น่าฟังเอาเสียเลย
หลังจากที่ฟ้าใสลูกสาวตัวเล็กนั้นได้ผ่านการแย่งชิงของบรรดาลุงอาน้าทั้งหลายแล้ว วันนี้จึงทำให้ม่านไหมและแสนปีมีเวลาว่างจะไปเดทกันสองคนอย่างที่ไม่เคยได้ทำมานานเขาตกลงกันว่าจะไปกินข้าวนอกบ้านและถือโอกาสไปดูหนังรอบค่ำด้วยกันในห้างใกล้บ้านเสียหน่อย ที่นั่งที่เขาจองไว้อยู่ด้านบนสุดเป็นโซฟาตัวยาว เมื่อทั้งสองมาถึงตัวอย่างหนังก็จบลงพอดี"ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดจะไม่ทันตอนต้นเรื่องแล้วนะ" ม่านไหมพูดพร้อมกับหย่อนก้นลงที่โซฟาตัวหนา ทว่ากลับนั่งทับบางอย่างอยู่"เอามือออกไปสิพี่ปี ไหมจะนั่ง""ก็นั่งลงมาเถอะน่า" ไม่พูดเปล่า มืออีกข้างของแสนปีก็หยิบเอาเสื้อคลุมที่เขาถอดไว้ก่อนหน้าขึ้นมาห่มที่ตักของภรรยาคนสวย ส่วนมือที่ถูกหญิงสาวนั่งทับอยู่นั้นก็ค่อยๆ บีบเคล้นคลึงก้อนพีชเบาๆ ก่อนที่จะชักมือออกจากด้านล่าง และสอดเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้นแทนหญิงสาวที่นั่งอยู่นั้นรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะหนังรอบนี้มีคนมาดูไม่เยอะมากเพียงแต่โซฟาที่เขานั่งมีเพียงแค่สองที่เท่านั้น และอยู่ห่างจากพวกเขาไปสองตัวหญิงสาวไม่คิดว่าสามีตัวเองจะทำเรื่องอะไรพิเรนเช่นนี้ หากแต่ด้วยความที่ก็ห่างหายกันไปนานพอสมควรสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะตามใ











