LOGIN "ว่าแต่แกเหอะ แกมายังไงน่ะ มากับใครเหรอ" ม่านไหมรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ได้เห็นเพื่อนสนิทที่นี่
"มากับพี่ชายน่ะ ฉันเห็นว่าแกกำลังชื่นมื่นอยู่กับสามีเลยไม่ได้เข้าไปทักกลัวทำลายบรรยากาศความหวานกัน" อีกคนพูดจาจีบปากจีบคอเล่นเอาผู้ที่ถูกล้อเลียนรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาจนต้องควักน้ำใส่หญิงสาวข้าง ๆ เล่นแก้เขิน
"นี่แน่ะ!"
"โอ๊ย! เล่นอะไรของแกเนี่ย" ม่านไหมโวยเล็กน้อยก่อนที่ทั้งคู่จะส่งยิ้มให้กันและกัน "ทำไมวันนี้แกแต่งตัวแบบนี้เนี่ย หรือว่าพอแต่งงานแล้วเปลี่ยนเป็นสาวเรียบร้อยเลยเหรอคะคุณม่านไหม"
"มันเชยมากเลยเหรอ" ดีไซเนอร์สาวเอ่ยถามเพื่อนอีกครั้ง เธอเป็นถึงดีไซเนอร์เครื่องประดับ เรื่องรสนิยมของการแต่งตัวก็ไม่เป็นสองรองใคร ต้องยอมรับว่าชุดที่สามีเลือกให้นั้นไม่ใช่สไตล์ของเธอ
ม่านไหมในตอนนี้ไม่มีความมั่นใจในชุดที่สวมอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
"เชยสะบัดเลยแก แต่ว่าดีที่แกเป็นคนใส่ถ้าลองเป็นฉันก็คงกลายเป็นอีป้าถือกระจาดเดินเข้าวัด" เอวาตอบกลับไปตามความคิดตนเอง
"ก็พี่ปีน่ะสิ เขาเป็นคนเลือกให้ฉัน ฉันก็จำใจใส่มาเนี่ย"
"เขาเลือกให้อีกแล้วเหรอ ฉันว่าสามีแกก็แปลก ๆ อยู่นะ"
"แปลกยังไงเหรอ"
“ไม่รู้สิ เหมือนเขาไม่ได้...” ไม่ได้ชอบที่ม่านไหมเป็นตัวของตนเอง
“ไม่ได้อะไรเหรอ”
“ช่างมันเถอะ บางทีฉันอาจจะคิดไปเองคนเดียวก็ได้” เธอตอบปัดเพื่อไม่ให้เพื่อนคิดมาก แต่ในใจนั้นแอบสงสัยไม่น้อยเลยว่าแสนปีคนนี้ต้องมีอะไรที่ไม่เหมือนคนปกติทั่วไป เพราะเขาดูจะจัดการแทบทุกอย่างในชีวิตของม่านไหมไปเสียทั้งหมดถึงขั้นจู้จี้เลยก็ว่าได้ โดยที่ม่านไหมเองก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ากำลังถูกอีกคนควบคุมอย่างสมบูรณ์
แต่ก็อย่างที่เธอพูดไปว่าบางทีแล้วอาจเป็นเธอเองที่คิดมากไปเท่านั้น เรื่องนี้ก็คงต้องรอดูอยู่ห่าง ๆ เพราะอย่างไรเพื่อนเธอก็แต่งงานกับเขาไปแล้ว แต่งแบบชนิดไม่ฟังเสียงค้านใครเลยนั่นแหละ
.
.
"พี่ปีคะ คือไหมมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะค่ะ" ชีวิตคู่ที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นานทว่าทั้งคู่นั้นยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านใหญ่ของคุณนายเม็ดพลอย ซึ่งเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาพวกเธอก็เพิ่งเห็นว่าบางเรื่องมันดูจะไม่ค่อยสะดวกกับการที่ต้องอยู่บ้านเดียวกับมารดาเช่นนี้ อย่างน้อยเมื่อแต่งงานแล้วก็ต้องออกไปมีบ้านและชีวิตที่ส่วนตัวขึ้นกว่าเดิม
แน่นอนว่าเรื่องนี้นั้นไม่ใช่เพียงแค่ม่านไหมที่คิด เพราะพ่อแม่ของม่านไหมเองก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แค่เพียงจะมาเยี่ยมหาลูกสาวยังต้องคิดหนักเพราะไม่ได้มีแค่ลูกคนเดียวที่อยู่ ของฝากติดไม้ติดมือก็ต้องเตรียม แถมเห็นอะไรขัดใจจะไปเจ้ากี้เจ้าการเหมือนแต่ก่อนก็คงไม่เหมาะ
"เรื่องอะไรเหรอครับ เอ้อ! พี่เองก็มีเรื่องจะบอกกับไหมอยู่เหมือนกัน"
"เรื่องอะไรเหรอคะ" หญิงสาวเดินเข้าไปทิ้งตัวในอ้อมแขนสามีด้วยความคุ้นชิน ก่อนโอบกอดรอบคอของอีกคนพร้อมรอคำตอบ
"พี่ว่าจะพาไหมไปดูที่หนึ่ง พี่ว่าไหมต้องชอบแน่เลย" คนตัวเล็กที่ได้ยินเช่นนั้นก็ลืมสิ้นถึงเรื่องราวที่เธอเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ หญิงสาวรับประทานอาหารเช้ากับสามีและเตรียมตัวไปยังสถานที่ที่แสนปีได้พูดเอาไว้
.
.
รถยนต์คันหรูแล่นไปยังท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถรามากมาย โชคดีที่พวกเขานั้นไม่ต้องทำงานเป็นเวล่ำเวลาเหมือนอย่างใคร ทำให้เรื่องพวกนี้ไม่มีผลให้ชีวิตต้องรีบร้อน ร่างผอมบางมองไปที่ข้างทางด้วยความตื่นเต้นเพราะว่ามันเริ่มออกมาอยู่นอกเมืองนิดหน่อย หากแต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ยังมีครบครันจนเธอเริ่มสงสัยแล้วว่าสามีตนเองนั้นจะพาไปที่ไหนกันแน่
"เราจะไปไหนกันเหรอคะพี่ปี" เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมกับหยิบเอาเจ้าขนมปังแบรนด์โปรดที่ชอบใส่เข้าปากอย่างไม่คิดอะไรมาก
"เดี๋ยวก็รู้ครับ แต่พี่ว่าไหมหยุดกินขนมก่อนดีไหมของพวกนี้มันมีไขมันและน้ำตาลเยอะเลยนะ เดี๋ยวหุ่นไหมจะเสียเอาได้ไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ" ทันทีที่ได้ยินคำนั้นม่านไหมก็ย่นจมูกเล็กน้อย ครั้งนี้เธอรู้สึกขัดใจมากแต่เมื่อผู้ชายบอกขนาดนี้ มีหรือที่เธอจะไม่ยอมทำตาม
"อื้อ ก็ได้ค่ะ" คนขับรถส่งมือมาหาคนตัวเล็กข้างกาย ก่อนลูบที่หัวทุยเบา ๆ ราวกับให้รางวัลเด็กดี เนี่ย...ถ้าหากไม่ติดว่าขับรถอยู่ตัวเขาก็อยากจะหอมแก้มยัยคนนี้ไปสักฟอดโทษฐานที่เชื่อฟังและทำตัวน่ารักเกินไป
รถสปอร์ตคันหรูนั้นขับผ่านเส้นทางที่แออัดมาจนถึงทางที่เรียกว่าค่อนข้างโล่งก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังหมู่บ้านหนึ่งที่มีแต่คนฐานะดีเท่านั้นถึงจะเข้ามาอยู่ได้ หญิงสาวได้แต่มองก็สงสัยไม่หยุดแต่ไม่คิดเอ่ยถามอีกคนเป็นครั้งที่สองและทำได้เพียงรอให้ถึงที่หมายเท่านั้น กระทั่งล้อของสปอร์ตคาร์หยุดนิ่งอยู่หน้าบ้านใครสักคนที่ดูแล้วร่มรื่น มองจากภายนอกก็รู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่พอสมควร
"ถึงแล้วครับคนดี" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับปลดสายคาดให้ก่อนเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูรถให้ภรรยา
"ที่นี่คือที่ไหนเหรอคะ" หญิงสาวเอ่ยถามอีกครั้งด้วยความอยากรู้ เพราะตั้งแต่ประตูหน้าบ้านนั้นก็ยาวมากกว่าสามร้อยเมตรกว่าจะถึงหน้าบ้านจริง ๆ และตลอดทางนั้นก็มีทั้งทุ่งดอกไม้นานาชนิด มีสนามหญ้าและต้นไม้ให้ความร่มเย็นอยู่ตลอด มันเป็นที่ที่ไม่ค่อยได้เห็นในย่านเมืองเช่นนี้ อดคิดไม่ได้ว่าราคาคงจะสูงพอตัว
"ที่นี่คือเรือนหอของเราไง" คนตัวเล็กดวงตาลุกวาวเมื่อได้ยินเช่นนั้น บ้านหลังนี้ประเมินจากสายตาก็ไม่รู้ว่ากี่ร้อยล้าน ทว่าที่นี่กลับดูอบอุ่นตั้งแต่ทางเข้ามาเธอก็รู้สึกว่ามันน่าอยู่มาก ไม่ทันให้เธอได้สังเกตรอบ ๆ ตัวได้นานก็มีหญิงวัยกลางคนกำลังเดินออกมาจากด้านในพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"สวัสดีค่ะคุณแสนปี มาแล้วเหรอคะ" ร่างท้วมเอ่ยถามและเอียงคอเล็กน้อยจ้องมองมาที่หญิงสาวผู้ยืนเคียงข้างเจ้านายอย่างเป็นมิตร
"สวัสดีครับป้าชม นี่ม่านไหมภรรยาของผมเอง ม่านไหมนี่ป้าชมครับเป็นผู้ดูแลบ้านนี้" แสนปีแนะนำให้ทั้งสองคนได้รู้จักกันเรียบร้อยก่อนจะพาเดินเข้ามาด้านในโดยมีป้าชมเป็นผู้เดินนำเข้ามา
"โห บรรยากาศดีมาก ๆ เลยนะคะเนี่ย ตกแต่งก็ดีมีเอกลักษณ์ ถ้ามีลูกสักสองคนคงวิ่งเล่นไปมาในบ้านกันสนุกแน่"
เพล้ง!!
ทันทีที่ได้ยินนายหญิงของบ้านเอ่ยออกมาเช่นนั้น คนที่เดินเข้าไปยกน้ำมาให้ก็ถึงกับมือไม้อ่อน
"ป้าชม!! เป็นอะไรไหมคะเนี่ย" ม่านไหมรีบวิ่งเข้าไปดูแม่บ้านที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงได้ทำเจ้าถาดที่มีน้ำเปล่าจำนวนสองแก้วร่วงจากมือได้
"ปะ ป้าไม่เป็นอะไรค่ะ" เธอตอบกลับนายหญิงด้วยสีหน้าที่เจื่อนลงถนัดตา ดวงตาเหี่ยวย่นมองหน้าภรรยาคนใหม่ของเจ้านายไม่วาง
แสนปียืนมองร่างเล็กบางของภรรยาเดินออกไปจากบ้านโดยที่ไม่แม้แต่จะทักทายเขาเลย ชายหนุ่มที่รู้สึกราวกับคนที่ถูกหักหน้า ทั้ง ๆ ที่ม่านไหมควรจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาง้องอนเขาเองเหมือนที่ผ่าน ๆ มาหากแต่ครั้งนี้เธอนิ่งมากเสียจนเขารู้สึกไม่ดี แสนปีคิดว่าเขาควรต้องทำอะไรสักอย่าง"ไหมเย็นนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะ คุณแม่เรียกไปทานข้าวที่บ้าน" เมื่อนึกมุกอะไรไม่ออกก็ให้อ้างคุณนายเม็ดพลอยไปก่อนเลย แต่ไม่รู้ว่าผู้เป็นภรรยาจะหลงกลเขาหรือเปล่า"ไหมไม่ว่างค่ะ" หญิงสาวบอกปัดแบบไม่ไยดี ถ้าคนคนนี้โกรธขึ้นมาเมื่อไรอะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น ที่ผ่านมาแสนปีไม่เจอกับม่านไหมในเวอร์ชันนี้มาก่อนก็ไม่ค่อยจะคุ้นชิน"แต่ว่า...แม่พี่บอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยนะครับ" อีกคนยังคงดึงดันจะให้ภรรยาตามตนเองกลับบ้านไปให้ได้ ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เพราะว่าคุณหญิงเม็ดพลอยต้องการจะเจอตัวอย่างที่อ้างไปนั่นหรอก หากแต่แสนปีต้องการหาเรื่องคุยกับม่านไหมเองเสียมากกว่า"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไหมบอกอีกทีนะคะ ตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อน" พูดจบเธอก็เดินสะบัดก้นออกจากบ้านไป หญิงสาวที่ยังคงขุ่นเคืองสามีกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ก็ไม่อยากที่จะคุยกับแสนปีมากนักเพราะว่า
"นายครับ พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วครับ" ชายในชุดสีดำรัดกุมเดินเข้ามาพูดกับแสนปีโดยที่ไม่ได้เกรงกลัวเจ้านายมากนักถึงแม้ว่าแสนปีกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็ตามเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญและเขาจำต้องรายงานโดยเร็ว"ส่งการ์ดไปตามม่านไหมเงียบ ๆ คอยดูแลเธอตลอดเวลาอย่าปล่อยให้คลาดสายตาหรือเป็นอะไรเด็ดขาด" แสนปีได้รับรายงานเขาก็นึกเป็นห่วงภรรยาก่อนเป็นลำดับแรกยิ่งตอนนี้เธอออกไปข้างนอกโดยไม่ได้บอกเขาก่อนอีกก็ยิ่งเป็นห่วงเข้าไปกันใหญ่และหลังจากได้รับคำสั่ง ครามลูกน้องคนสนิทของแสนปีก็รีบไปทำตามอย่างรวดเร็วส่วนแสนปีที่นั่งรออยู่ในห้องโถงเพียงลำพังเงียบ ๆ เป็นเวลาราวสี่สิบนาทีแล้วในที่สุด ก็ได้ยินเสียงรถยนต์ของคนที่เขากำลังรออยู่พอดี อารมณ์เดือดดาลที่พยายามสกัดกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถรวมกับความเป็นห่วงปะทุขึ้นทันทีที่ได้เห็นการแต่งกายของผู้เป็นภรรยา"กลับมาแล้วเหรอ" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทำให้คนที่ยังมีอาการมึนเมาเล็กน้อยสะดุ้งตัวโยน ไม่คิดว่าแสนปีจะยังนั่งรอเธออยู่ที่ชั้นล่างเช่นนี้จริง ๆ แถมยังไม่ยอมเปิดไฟอีกด้วย"คะ...ค่ะ" หญิงสาวยังคงมีความผิดติดตัวหากแต่ปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดนั้นปลุกความกล้
"แปลกจริงด้วย นอกจากเรื่องนี้แกก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยใช่ไหม""ฉันจะทำอะไรได้ แค่คุยกันยังนับคำได้เลย ฉันทำผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ อึก!!""ไม่ได้ผิดขนาดนั้นหรอกน่า" เอวาพูดปลอบใจเพื่อนอยู่นานเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เธอจึงเลือกที่จะดื่มอย่างหนักเป็นเพื่อนกันไปเสียให้จบ ๆ พร้อมกับส่งข้อความบอกพี่ชายเธอแล้วว่าให้ทำตัวเป็นกู้ภัยขึ้นมาเก็บศพด้วยก่อนที่เขาจะกลับ เพราะเดาจากสภาพก็ไม่น่ามีใครพาใครกลับบ้านได้ระหว่างที่สติของเอวากำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ม่านไหมกลับตาสว่างมากขึ้นเพราะเพิ่งสร่างเมามาได้ไม่นานจึงไม่อาจดื่มได้เยอะเท่าตอนแรก เธอคุยเล่นไปเรื่อย ๆ กระทั่งได้ยินเสียงสายเรียกเข้าของสามีกำลังโทรหาเธอตอนแรกเธอไม่คิดจะรับมันจนสายมันตัดไป แต่แล้วสายที่สองเธอไม่อาจควบคุมมือไม้ของตัวเองให้เคลื่อนไหวตามปกติจึงเผลอกดรับสายไปในที่สุด.."คุณปีมาแล้วเหรอคะ" ป้าเพ็ญเดินเข้ามารับหน้าเจ้านายด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าตอนนี้จะดึกดื่นแค่ไหนแต่ทว่าเธอยังคงไม่วางใจเพราะเจ้านายไม่มีใครอยู่บ้านสักคน"ทำไมยังไม่นอนอีกครับเนี่ย ดึกป่านนี้แล้วนะ" ชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีเป็นพิเศษมาจากไหนเดินเข้ามาพร้อมยิ้มตอ
"ฉันมาถึงแล้วนะคะ ตอนนี้อยู่ที่สนามบินแล้วคุณตัดสินใจยังไงคะ?"ชายหนุ่มที่ได้ฟังประโยคนั้นก็หนักอึ้งในใจ เขาไม่คิดว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ จุดที่ทำอะไรก็ลังเลไปเสียทุกอย่าง แสนปีไม่รู้ว่าควรเอายังไงต่อกับชีวิต แต่ถ้าหากเขาตัดสินใจจะทำตามที่ผู้หญิงปลายสายเสนอ นั่นหมายความว่าเขากำลังทำผิดพลาดเข้าจริง ๆ"ครับ เดี๋ยวผมไปรับคุณ" สุดท้ายความปรารถนาที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจก็สั่งให้เขานั้นทำตามความต้องการตนเองโดยไม่สนใจว่ามันจะถูกหรือผิด เขาช่างดูเป็นคนที่...เห็นแก่ตัวเสียเหลือเกินช่วงเวลาเย็นของวันนั้นชายหนุ่มขับรถแล่นไปตามท้องถนนที่คนพลุกพล่านกระทั่งมาหยุดอยู่ที่สนามบิน เขาใช้สายตามองหาคนที่นัดกันเอาไว้แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ ทว่ามันกลับไปสะดุดอยู่กับแผ่นหลังของใครสักคนที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ"มินตรา..." ทันทีที่ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อคนคุ้นเคยร่างเล็กบางของหญิงสาวที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกาก็ค่อย ๆ หันมาหาคนเรียกช้า ๆ"ใช่ที่ไหนกันล่ะคะ นี่ มีนา น้องสาวของพี่มินตราต่างหาก ไม่เจอกันห้าปีพี่ก็จำมีนไม่ได้แล้วเหรอคะ?" คนที่กำลังตกตะลึงกับรูปลักษณ์ของหญิงผู้ได้ชื่อว่าน้องสาวของคนรักเก่าอ
"เสื้อตัวนั้นคุณปีรักมากค่ะ ถึงขั้นที่ว่าไม่ยอมให้ใครจับได้เลย" จ๋าเล่าเพียงแค่สิ่งที่รู้เพียงครึ่งให้กับม่านไหมฟัง ตอนนี้หญิงสาวน้ำตาเพิ่งแห้งไปกลับตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง"รักมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ พี่จ๋ารู้หรือเปล่าว่ามันสำคัญกับพี่ปียังไง" คำถามนี้ของม่านไหมเป็นสิ่งที่ทำให้จ๋าน้ำท่วมปากไปครู่ใหญ่ ได้เพียงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้ว่าควรต้องตอบคำถามยังไงกระทั่งได้ยินเสียงของคนอายุมากกว่ามาเพื่อช่วยเหลือเธอได้ทันเวลา"เป็นเสื้อที่คุณแสนปีใส่เวลาต้องไปทำงานใหญ่หรืองานอันตรายค่ะ เรียกว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลก็ได้" ป้าเพ็ญผู้อาวุโสในบ้านหลังนี้ตอบคลายความกังวลใจให้กับนายหญิง และนั่นมันทำให้คนตัวเล็กคลายข้อข้องใจได้เปลาะหนึ่ง เห็นทีว่าบางทีเธอควรจะอยู่เฉย ๆ ยังดีกว่าไอ้แผนการทำตัวเป็นกุลสตรีอะไรนั่นให้แสนปีพอใจ เพราะยิ่งทำก็เหมือนจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่"แบบนี้นี่เอง ไหมนี่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ เลยนะคะสร้างแต่เรื่องให้พี่ปีไม่หยุดเลย" คนตัวเล็กตัดพ้อเบา ๆ จ๋าได้แต่แอบลอบส่งสายตาแสดงความขอบคุณไปให้ป้าเพ็ญที่ช่วยแก้สถานการณ์ เพราะเธอนั้นเดิมก็โกหกไม่ค่อยจะเก่งอยู่แล้ว จึงไม่รู้จะตอบเรื่องนี้ออกไปยังไงและถ้า
กลิ่นไอร้อนจากเตารีดที่หญิงสาวนั้นพยายามทำงานบ้านให้สมเป็นกุลสตรีเพื่อให้สามีของเธอพึงพอใจ ซึ่งมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น คนอย่างคุณหนูม่านไหมไม่เคยได้ทำอะไรเองสักอย่าง แต่ตอนนี้ต้องมานั่งรีดผ้าให้สามีด้วยตัวเองเธอขยับไปมาตามแบบฉบับวิธีการแม่บ้านในอินเทอร์เน็ต หากแต่กลิ่นไหม้ก็ตีขึ้นมาที่จมูกบ่งบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีข้อผิดพลาด และเป็นจริงอย่างที่ว่า เพราะเสื้อสูทสุดหรูสีดำขลับของแสนปีตอนนี้กลับกลายเป็นรูไปเสียแล้ว"กรี๊ดดดดด" เสียงร้องลั่นบ้านทำให้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบรีบวิ่งเข้ามาดูก่อนพบว่าม่านไหมกำลังยืนจ้องมองเสื้อสูทถูกเตารีดทับจนไหม้อย่างหวาดกลัวในความผิดที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้บรรดาแม่บ้านและคนงานที่เข้ามาเห็นก็คิดเอาไว้ว่าไม่นานนักจะต้องมีระเบิดลูกใหญ่ลงที่กลางบ้านเป็นแน่ เพราะแม้จะเป็นภรรยาที่แสนปีแต่งเข้ามาอย่างถูกต้อง ทว่าความผิดที่ม่านไหมทำไว้ตอนนี้เกรงว่าต่อให้มีทะเบียนสมรสก็คงไม่ได้ช่วยอะไร"พี่จ๋าคะ ไหมรีดเสื้อของพี่ปีไหม้ ไหมจะโดนดุไหมคะ" เธอหันมาถามคนที่ยืนหน้าซีดเผือดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตนเองมีความผิดมากขนาดนั้นจริง ๆ มันก็แค่เสื้อตัวเดียวเองเธอเป็นถึงลูกสาว







