เข้าสู่ระบบเช้าวันถัดมาม่านไหมรีบแต่งตัวเพื่อออกไปทำงานอย่างรีบร้อนเพราะช่วงนี้มีงานมากมายที่ต้องจัดการ วันนี้จึงยุ่งมากเป็นพิเศษถึงขนาดไม่มีเวลาแม้แต่จะทานข้าวเลยด้วยซ้ำ
"มาช้าจังล่ะคะพี่ไหม ฉันรอพี่นานแล้วนะเนี่ย" นิรารีบทักคนที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก่อนวางกระเป๋าลงที่โต๊ะทำงานของตนเอง
"งานไปถึงไหนแล้ว ใกล้เสร็จหรือยัง"
"ตอนนี้ช่างทำเครื่องประดับบอกว่ารอพี่คอนเฟิร์มแบบอยู่ค่ะ" นิรารีบเอาเปเปอร์ที่แสดงถึงแบบของงานที่ได้รับเลือกมากางไว้ต่อหน้าคนเป็นเจ้านายเพื่อให้เธอได้ตัดสินใจเลือกมันออกมาก่อนส่งไปขั้นตอนต่อไป
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ขอเลือกก่อนนะ" ม่านไหมว่าเช่นนั้นก่อนจะเลือกแบบที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดและส่งให้ผู้ช่วยไป งานวันนี้ของเธอนอกจากเรื่องนี้แล้วยังต้องเร่งออกแบบงานอีกจำนวนสองชิ้นและต้องเสร็จก่อนปลายอาทิตย์นี้เธอจึงดูยุ่งกว่าปกติ แต่ก็ยังคงทำงานต่อไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าทันอยู่แล้ว
"พี่ไหมคะ ทำไม คุณแสนปีไม่สั่งทำแหวนจากที่ร้านเราล่ะคะ" นิรามองเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของม่านไหม ก็นึกขึ้นมาได้ ทั้ง ๆ ที่ม่านไหมผู้เป็นภรรยาของเขานั้นเปิดแบรนด์เครื่องประดับ หากแต่กลับได้ใส่แหวนแต่งงานจากฝีมือคนอื่นแทนแบบตลอดชีวิต มันก็น่าเสียดายอยู่นะ
"อ๋อ นี่น่ะเหรอ" หญิงสาวยกมือที่กำลังขีดเขียนอะไรอยู่เมื่อครู่ขึ้นมาดู และพบว่าแหวนแต่งงานของเธอนั้นดูเก่าเกินกว่าจะเป็นของที่สั่งทำใหม่ ในใจของเธอก็เริ่มคิดตั้งแต่ตอนที่ได้สวมมันใหม่ ๆ แล้วเพียงแค่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวไปหมดจึงไม่ได้ใส่ใจจะหาคำตอบ
"เขาคงกลัวว่าพี่จะจับได้ละมั้ง เพราะตอนขอแต่งงานก็ทำเซอร์ไพรส์อยู่นะ" ม่านไหมว่าเช่นนั้นทั้งที่ในใจก็ยังไม่กระจ่าง
.
.
"ไหมครับ เดี๋ยวพี่ต้องไปดูกาสิโนที่สิงคโปร์ เราก็ถือ โอกาสไปฮันนีมูนด้วยกันเลยนะครับ" ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในจอไอแพด พร้อมขโมยหอมหัวเธอไปครั้งหนึ่ง
"จริงด้วย เรายังไม่ได้ฮันนีมูนกันเลยเนอะ" ด้วยความที่การแต่งงานครั้งนี้เป็นไปอย่างรีบเร่ง ทุกอย่างจึงมีเวลาที่จำกัดมาก ๆ และการไปต่างประเทศก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่พวกเธอจะได้คิดถึงเรื่องทายาทกันเสียสักที
"หน้าแดงแล้วไม่สบายเหรอครับคนเก่ง" หญิงสาวที่จู่ ๆ ก็เผลอคิดไปไหนถึงไหนถูกอีกคนทักเสียจนเสียอาการ
"เปล่าสักหน่อย ไหมไม่ได้คิดอะไรลามกเลยนะ" เมื่อถูกจับได้ร่างบางก็หยิบเอาผ้าห่มข้าง ๆ ขึ้นมาคลุมหน้าตนเองปิดบังใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
"ไหน ขอดูหน้าคนลามกหน่อยเร็ว"
"พี่ปีอย่ามาใกล้ไหมนะ!"
.
.
เสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่ลงจอดยังสนามบินของประเทศสิงคโปร์ แสนปีพาภรรยาสาวสวยเดินทางมาด้วยเครื่องบินส่วนตัวสุดหรูหราก่อนเดินทางต่ออีกเล็กน้อยเพื่อมายังชั้นบนสุดในกาสิโนของเขา
"สวัสดีครับนาย สวัสดีครับนายหญิง"
เสียงชายชุดดำจำนวนไม่น้อยทักทายผู้เป็นเจ้านายกันอย่างเป็นระเบียบสร้างความประหลาดใจให้กับหญิงสาวที่ไม่คุ้นเคยต่อสถานการณ์เป็นอย่างมาก
"มันต้องขนาดนี้เลยเหรอคะพี่ปี" คนตัวเล็กข้างกายชายหนุ่มผู้สง่าดุจมังกรแอบกระซิบกระซาบเอ่ยถามสามีแผ่วเบานี่นับเป็นครั้งแรกที่ม่านไหมได้เข้ามายังกาสิโนแห่งนี้ เพราะตอนที่อยู่ในประเทศบ้านเกิดแสนปีก็ไม่เคยอนุญาตให้เธอเข้าไปเที่ยวเล่น เกรงว่ามันเป็นที่ที่ค่อนข้างอันตรายต่อเธอมากจนเกินไป
"ไม่ต้องตกใจนะ เดี๋ยวพวกเขาก็ไปแล้ว" พูดจบเพียงแค่แสนปีตวัดสายตาไปยังคนที่อยู่หัวแถวครั้งเดียวบรรดาชายชุดดำตรงหน้านี้ก็เป็นอันแยกย้ายกันไปในที่สุด
"ว้าวว สามีของไหมเป็นใครกันเนี่ย เท่ชะมัดเลย" ม่านไหมพูดด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อก่อนเข้ามาสวมกอดที่แขนแกร่งอีกคนพร้อมเดินเคียงข้างสามีเข้าไปยังลิฟต์เพื่อนำขึ้นไปบนเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด
"เดี๋ยวพี่ให้เจนพาไหมไปเดินดูโซนอื่นนะ พี่ขอตัวไปทำงานก่อน ไม่นานหรอกเดี๋ยวพี่ก็มาอยู่ได้ใช่ไหม?" แสนปีถามอีกคนเพื่อความแน่ใจ ครั้งนี้นอกจากเขาจะพาภรรยามาเที่ยวแล้วยังมีเรื่องที่กาสิโนต้องจัดการอีกเพียบ
"ไม่ต้องห่วงนะคะ ไหมดูแลตัวเองได้" เธอส่งยิ้มที่ติดไปด้วยแววตาของความทะเล้นเพราะเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีทำให้เธอได้เที่ยวเล่นจนหนำใจ ก็ในเวลาปกติแล้วทั้งพ่อแม่และพี่ชายของม่านไหมนั้นหวงเธอมาก ๆ ไม่แม้แต่จะให้โอกาสให้เธอได้ไปสถานที่แบบนี้เลยด้วยซ้ำ กระทั่งแต่งงานสามีก็ดันหวงมากอีกเช่นนั้น โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ
"ไปค่ะนายหญิง เดี๋ยวเจนพาไปดูโซนอื่น" คนตัวเล็กเดินตามพนักงานสาวไปเรื่อย ๆ โดยมองไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างตื่นเต้น กระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งที่เจนคิดว่าอาจต้องให้เธอรออยู่ข้างนอกสักครู่เพราะด้านในนั้นคงต้องสั่งคนมาเคลียร์ให้ดีเสียก่อน ไม่อย่างนั้นภาพอะไรที่ไม่น่าดูอาจทำให้นายหญิงของพวกเธอตกใจเอาได้
"นายหญิงรอเจนอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวเจนมาครู่เดียว" ม่านไหมชอบสรรพนามนี้ไม่น้อย ไม่รู้ว่าในชีวิตการถูกคนมากมายเรียกว่านายหญิงนั้นมันวิเศษมากแค่ไหนจนได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ความรู้สึกมันเหมือนกับการเป็นเจ้าหญิงคนหนึ่งที่ครองครู่เจ้าชายสุดแสนเพอร์เฟกต์และยืนอยู่สูงสุดเหนือผู้คนมากมาย เธอก็เขินมากแต่ก็ซึมซับมันเอาไว้เพราะหากได้กลับบ้านแล้วก็ไม่ได้มีใครเรียกและทำความเคารพให้แบบนี้
"อื้อ ไปเถอะไหมจะเดินดูแถวนี้สักหน่อย ไม่ดื้อหรอก" เธอพูดเช่นนั้นก็เดินดูตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย ก่อนจะได้กาแฟมาหนึ่งแก้วแล้วนั่งลงที่โซนรับรองตรงด้านหน้า
"นี่แก! แกยังไม่ตาย? ไหนว่าแกตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ!" จู่ ๆ เสียงของผู้หญิงที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนนั้นก็เข้ามาทักทาย ทว่าสิ่งที่เธอพูดมานั้นทำให้เธอตกใจมาก
"คุณทักคนผิดหรือเปล่าคะ" ม่านไหมละออกจากหลอดกาแฟของตนเองก่อนหันไปมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความงุนงง
"ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันลืมหน้าแกแน่ ๆ มินตรา" เธอจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวอีกคนอย่างไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว เธอเห็นเองกับตาแต่แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้ มันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับตัวเธอแน่นอน
"พรีน!! ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่ามากวนนายหญิงถ้านายรู้เธอโดนดีแน่" เจนที่เดินมาเห็นเหตุการณ์เข้าก็ตกใจเป็นอย่างมาก คิดไม่ถึงว่าปล่อยเอาไว้ให้คลาดสายตาเพียงนิดเดียวก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ทั้ง ๆ ที่แสนปีนั้นกำชับเธอเอาไว้อย่างดีแล้วแท้ ๆ
"นายหญิงอย่างนั้นเหรอ? แกนี่มันดวงแข็งจริง ๆ !!" หญิงสาวคนนั้นพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังก็รู้ว่าไม่ชอบเธอมากขนาดไหน เพียงแต่เธออาจจะจำคนผิดนั่นแหละ แต่ว่ามันก็ยังแปลกมาก ๆ อยู่ดี หรือว่าเรื่องนี้มันจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอยู่กันแน่ ม่านไหมทำได้เพียงเก็บมันไว้ในใจก็เท่านั้น
แสนปียืนมองร่างเล็กบางของภรรยาเดินออกไปจากบ้านโดยที่ไม่แม้แต่จะทักทายเขาเลย ชายหนุ่มที่รู้สึกราวกับคนที่ถูกหักหน้า ทั้ง ๆ ที่ม่านไหมควรจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาง้องอนเขาเองเหมือนที่ผ่าน ๆ มาหากแต่ครั้งนี้เธอนิ่งมากเสียจนเขารู้สึกไม่ดี แสนปีคิดว่าเขาควรต้องทำอะไรสักอย่าง"ไหมเย็นนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะ คุณแม่เรียกไปทานข้าวที่บ้าน" เมื่อนึกมุกอะไรไม่ออกก็ให้อ้างคุณนายเม็ดพลอยไปก่อนเลย แต่ไม่รู้ว่าผู้เป็นภรรยาจะหลงกลเขาหรือเปล่า"ไหมไม่ว่างค่ะ" หญิงสาวบอกปัดแบบไม่ไยดี ถ้าคนคนนี้โกรธขึ้นมาเมื่อไรอะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น ที่ผ่านมาแสนปีไม่เจอกับม่านไหมในเวอร์ชันนี้มาก่อนก็ไม่ค่อยจะคุ้นชิน"แต่ว่า...แม่พี่บอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยนะครับ" อีกคนยังคงดึงดันจะให้ภรรยาตามตนเองกลับบ้านไปให้ได้ ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เพราะว่าคุณหญิงเม็ดพลอยต้องการจะเจอตัวอย่างที่อ้างไปนั่นหรอก หากแต่แสนปีต้องการหาเรื่องคุยกับม่านไหมเองเสียมากกว่า"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไหมบอกอีกทีนะคะ ตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อน" พูดจบเธอก็เดินสะบัดก้นออกจากบ้านไป หญิงสาวที่ยังคงขุ่นเคืองสามีกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ก็ไม่อยากที่จะคุยกับแสนปีมากนักเพราะว่า
"นายครับ พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วครับ" ชายในชุดสีดำรัดกุมเดินเข้ามาพูดกับแสนปีโดยที่ไม่ได้เกรงกลัวเจ้านายมากนักถึงแม้ว่าแสนปีกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็ตามเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญและเขาจำต้องรายงานโดยเร็ว"ส่งการ์ดไปตามม่านไหมเงียบ ๆ คอยดูแลเธอตลอดเวลาอย่าปล่อยให้คลาดสายตาหรือเป็นอะไรเด็ดขาด" แสนปีได้รับรายงานเขาก็นึกเป็นห่วงภรรยาก่อนเป็นลำดับแรกยิ่งตอนนี้เธอออกไปข้างนอกโดยไม่ได้บอกเขาก่อนอีกก็ยิ่งเป็นห่วงเข้าไปกันใหญ่และหลังจากได้รับคำสั่ง ครามลูกน้องคนสนิทของแสนปีก็รีบไปทำตามอย่างรวดเร็วส่วนแสนปีที่นั่งรออยู่ในห้องโถงเพียงลำพังเงียบ ๆ เป็นเวลาราวสี่สิบนาทีแล้วในที่สุด ก็ได้ยินเสียงรถยนต์ของคนที่เขากำลังรออยู่พอดี อารมณ์เดือดดาลที่พยายามสกัดกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถรวมกับความเป็นห่วงปะทุขึ้นทันทีที่ได้เห็นการแต่งกายของผู้เป็นภรรยา"กลับมาแล้วเหรอ" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทำให้คนที่ยังมีอาการมึนเมาเล็กน้อยสะดุ้งตัวโยน ไม่คิดว่าแสนปีจะยังนั่งรอเธออยู่ที่ชั้นล่างเช่นนี้จริง ๆ แถมยังไม่ยอมเปิดไฟอีกด้วย"คะ...ค่ะ" หญิงสาวยังคงมีความผิดติดตัวหากแต่ปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดนั้นปลุกความกล้
"แปลกจริงด้วย นอกจากเรื่องนี้แกก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยใช่ไหม""ฉันจะทำอะไรได้ แค่คุยกันยังนับคำได้เลย ฉันทำผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ อึก!!""ไม่ได้ผิดขนาดนั้นหรอกน่า" เอวาพูดปลอบใจเพื่อนอยู่นานเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เธอจึงเลือกที่จะดื่มอย่างหนักเป็นเพื่อนกันไปเสียให้จบ ๆ พร้อมกับส่งข้อความบอกพี่ชายเธอแล้วว่าให้ทำตัวเป็นกู้ภัยขึ้นมาเก็บศพด้วยก่อนที่เขาจะกลับ เพราะเดาจากสภาพก็ไม่น่ามีใครพาใครกลับบ้านได้ระหว่างที่สติของเอวากำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ม่านไหมกลับตาสว่างมากขึ้นเพราะเพิ่งสร่างเมามาได้ไม่นานจึงไม่อาจดื่มได้เยอะเท่าตอนแรก เธอคุยเล่นไปเรื่อย ๆ กระทั่งได้ยินเสียงสายเรียกเข้าของสามีกำลังโทรหาเธอตอนแรกเธอไม่คิดจะรับมันจนสายมันตัดไป แต่แล้วสายที่สองเธอไม่อาจควบคุมมือไม้ของตัวเองให้เคลื่อนไหวตามปกติจึงเผลอกดรับสายไปในที่สุด.."คุณปีมาแล้วเหรอคะ" ป้าเพ็ญเดินเข้ามารับหน้าเจ้านายด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าตอนนี้จะดึกดื่นแค่ไหนแต่ทว่าเธอยังคงไม่วางใจเพราะเจ้านายไม่มีใครอยู่บ้านสักคน"ทำไมยังไม่นอนอีกครับเนี่ย ดึกป่านนี้แล้วนะ" ชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีเป็นพิเศษมาจากไหนเดินเข้ามาพร้อมยิ้มตอ
"ฉันมาถึงแล้วนะคะ ตอนนี้อยู่ที่สนามบินแล้วคุณตัดสินใจยังไงคะ?"ชายหนุ่มที่ได้ฟังประโยคนั้นก็หนักอึ้งในใจ เขาไม่คิดว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ จุดที่ทำอะไรก็ลังเลไปเสียทุกอย่าง แสนปีไม่รู้ว่าควรเอายังไงต่อกับชีวิต แต่ถ้าหากเขาตัดสินใจจะทำตามที่ผู้หญิงปลายสายเสนอ นั่นหมายความว่าเขากำลังทำผิดพลาดเข้าจริง ๆ"ครับ เดี๋ยวผมไปรับคุณ" สุดท้ายความปรารถนาที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจก็สั่งให้เขานั้นทำตามความต้องการตนเองโดยไม่สนใจว่ามันจะถูกหรือผิด เขาช่างดูเป็นคนที่...เห็นแก่ตัวเสียเหลือเกินช่วงเวลาเย็นของวันนั้นชายหนุ่มขับรถแล่นไปตามท้องถนนที่คนพลุกพล่านกระทั่งมาหยุดอยู่ที่สนามบิน เขาใช้สายตามองหาคนที่นัดกันเอาไว้แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ ทว่ามันกลับไปสะดุดอยู่กับแผ่นหลังของใครสักคนที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ"มินตรา..." ทันทีที่ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อคนคุ้นเคยร่างเล็กบางของหญิงสาวที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกาก็ค่อย ๆ หันมาหาคนเรียกช้า ๆ"ใช่ที่ไหนกันล่ะคะ นี่ มีนา น้องสาวของพี่มินตราต่างหาก ไม่เจอกันห้าปีพี่ก็จำมีนไม่ได้แล้วเหรอคะ?" คนที่กำลังตกตะลึงกับรูปลักษณ์ของหญิงผู้ได้ชื่อว่าน้องสาวของคนรักเก่าอ
"เสื้อตัวนั้นคุณปีรักมากค่ะ ถึงขั้นที่ว่าไม่ยอมให้ใครจับได้เลย" จ๋าเล่าเพียงแค่สิ่งที่รู้เพียงครึ่งให้กับม่านไหมฟัง ตอนนี้หญิงสาวน้ำตาเพิ่งแห้งไปกลับตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง"รักมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ พี่จ๋ารู้หรือเปล่าว่ามันสำคัญกับพี่ปียังไง" คำถามนี้ของม่านไหมเป็นสิ่งที่ทำให้จ๋าน้ำท่วมปากไปครู่ใหญ่ ได้เพียงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้ว่าควรต้องตอบคำถามยังไงกระทั่งได้ยินเสียงของคนอายุมากกว่ามาเพื่อช่วยเหลือเธอได้ทันเวลา"เป็นเสื้อที่คุณแสนปีใส่เวลาต้องไปทำงานใหญ่หรืองานอันตรายค่ะ เรียกว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลก็ได้" ป้าเพ็ญผู้อาวุโสในบ้านหลังนี้ตอบคลายความกังวลใจให้กับนายหญิง และนั่นมันทำให้คนตัวเล็กคลายข้อข้องใจได้เปลาะหนึ่ง เห็นทีว่าบางทีเธอควรจะอยู่เฉย ๆ ยังดีกว่าไอ้แผนการทำตัวเป็นกุลสตรีอะไรนั่นให้แสนปีพอใจ เพราะยิ่งทำก็เหมือนจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่"แบบนี้นี่เอง ไหมนี่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ เลยนะคะสร้างแต่เรื่องให้พี่ปีไม่หยุดเลย" คนตัวเล็กตัดพ้อเบา ๆ จ๋าได้แต่แอบลอบส่งสายตาแสดงความขอบคุณไปให้ป้าเพ็ญที่ช่วยแก้สถานการณ์ เพราะเธอนั้นเดิมก็โกหกไม่ค่อยจะเก่งอยู่แล้ว จึงไม่รู้จะตอบเรื่องนี้ออกไปยังไงและถ้า
กลิ่นไอร้อนจากเตารีดที่หญิงสาวนั้นพยายามทำงานบ้านให้สมเป็นกุลสตรีเพื่อให้สามีของเธอพึงพอใจ ซึ่งมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น คนอย่างคุณหนูม่านไหมไม่เคยได้ทำอะไรเองสักอย่าง แต่ตอนนี้ต้องมานั่งรีดผ้าให้สามีด้วยตัวเองเธอขยับไปมาตามแบบฉบับวิธีการแม่บ้านในอินเทอร์เน็ต หากแต่กลิ่นไหม้ก็ตีขึ้นมาที่จมูกบ่งบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีข้อผิดพลาด และเป็นจริงอย่างที่ว่า เพราะเสื้อสูทสุดหรูสีดำขลับของแสนปีตอนนี้กลับกลายเป็นรูไปเสียแล้ว"กรี๊ดดดดด" เสียงร้องลั่นบ้านทำให้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบรีบวิ่งเข้ามาดูก่อนพบว่าม่านไหมกำลังยืนจ้องมองเสื้อสูทถูกเตารีดทับจนไหม้อย่างหวาดกลัวในความผิดที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้บรรดาแม่บ้านและคนงานที่เข้ามาเห็นก็คิดเอาไว้ว่าไม่นานนักจะต้องมีระเบิดลูกใหญ่ลงที่กลางบ้านเป็นแน่ เพราะแม้จะเป็นภรรยาที่แสนปีแต่งเข้ามาอย่างถูกต้อง ทว่าความผิดที่ม่านไหมทำไว้ตอนนี้เกรงว่าต่อให้มีทะเบียนสมรสก็คงไม่ได้ช่วยอะไร"พี่จ๋าคะ ไหมรีดเสื้อของพี่ปีไหม้ ไหมจะโดนดุไหมคะ" เธอหันมาถามคนที่ยืนหน้าซีดเผือดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตนเองมีความผิดมากขนาดนั้นจริง ๆ มันก็แค่เสื้อตัวเดียวเองเธอเป็นถึงลูกสาว







