LOGINเช้าวันถัดมาม่านไหมรีบแต่งตัวเพื่อออกไปทำงานอย่างรีบร้อนเพราะช่วงนี้มีงานมากมายที่ต้องจัดการ วันนี้จึงยุ่งมากเป็นพิเศษถึงขนาดไม่มีเวลาแม้แต่จะทานข้าวเลยด้วยซ้ำ
"มาช้าจังล่ะคะพี่ไหม ฉันรอพี่นานแล้วนะเนี่ย" นิรารีบทักคนที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก่อนวางกระเป๋าลงที่โต๊ะทำงานของตนเอง
"งานไปถึงไหนแล้ว ใกล้เสร็จหรือยัง"
"ตอนนี้ช่างทำเครื่องประดับบอกว่ารอพี่คอนเฟิร์มแบบอยู่ค่ะ" นิรารีบเอาเปเปอร์ที่แสดงถึงแบบของงานที่ได้รับเลือกมากางไว้ต่อหน้าคนเป็นเจ้านายเพื่อให้เธอได้ตัดสินใจเลือกมันออกมาก่อนส่งไปขั้นตอนต่อไป
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ขอเลือกก่อนนะ" ม่านไหมว่าเช่นนั้นก่อนจะเลือกแบบที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดและส่งให้ผู้ช่วยไป งานวันนี้ของเธอนอกจากเรื่องนี้แล้วยังต้องเร่งออกแบบงานอีกจำนวนสองชิ้นและต้องเสร็จก่อนปลายอาทิตย์นี้เธอจึงดูยุ่งกว่าปกติ แต่ก็ยังคงทำงานต่อไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าทันอยู่แล้ว
"พี่ไหมคะ ทำไม คุณแสนปีไม่สั่งทำแหวนจากที่ร้านเราล่ะคะ" นิรามองเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของม่านไหม ก็นึกขึ้นมาได้ ทั้ง ๆ ที่ม่านไหมผู้เป็นภรรยาของเขานั้นเปิดแบรนด์เครื่องประดับ หากแต่กลับได้ใส่แหวนแต่งงานจากฝีมือคนอื่นแทนแบบตลอดชีวิต มันก็น่าเสียดายอยู่นะ
"อ๋อ นี่น่ะเหรอ" หญิงสาวยกมือที่กำลังขีดเขียนอะไรอยู่เมื่อครู่ขึ้นมาดู และพบว่าแหวนแต่งงานของเธอนั้นดูเก่าเกินกว่าจะเป็นของที่สั่งทำใหม่ ในใจของเธอก็เริ่มคิดตั้งแต่ตอนที่ได้สวมมันใหม่ ๆ แล้วเพียงแค่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวไปหมดจึงไม่ได้ใส่ใจจะหาคำตอบ
"เขาคงกลัวว่าพี่จะจับได้ละมั้ง เพราะตอนขอแต่งงานก็ทำเซอร์ไพรส์อยู่นะ" ม่านไหมว่าเช่นนั้นทั้งที่ในใจก็ยังไม่กระจ่าง
.
.
"ไหมครับ เดี๋ยวพี่ต้องไปดูกาสิโนที่สิงคโปร์ เราก็ถือ โอกาสไปฮันนีมูนด้วยกันเลยนะครับ" ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในจอไอแพด พร้อมขโมยหอมหัวเธอไปครั้งหนึ่ง
"จริงด้วย เรายังไม่ได้ฮันนีมูนกันเลยเนอะ" ด้วยความที่การแต่งงานครั้งนี้เป็นไปอย่างรีบเร่ง ทุกอย่างจึงมีเวลาที่จำกัดมาก ๆ และการไปต่างประเทศก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่พวกเธอจะได้คิดถึงเรื่องทายาทกันเสียสักที
"หน้าแดงแล้วไม่สบายเหรอครับคนเก่ง" หญิงสาวที่จู่ ๆ ก็เผลอคิดไปไหนถึงไหนถูกอีกคนทักเสียจนเสียอาการ
"เปล่าสักหน่อย ไหมไม่ได้คิดอะไรลามกเลยนะ" เมื่อถูกจับได้ร่างบางก็หยิบเอาผ้าห่มข้าง ๆ ขึ้นมาคลุมหน้าตนเองปิดบังใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
"ไหน ขอดูหน้าคนลามกหน่อยเร็ว"
"พี่ปีอย่ามาใกล้ไหมนะ!"
.
.
เสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่ลงจอดยังสนามบินของประเทศสิงคโปร์ แสนปีพาภรรยาสาวสวยเดินทางมาด้วยเครื่องบินส่วนตัวสุดหรูหราก่อนเดินทางต่ออีกเล็กน้อยเพื่อมายังชั้นบนสุดในกาสิโนของเขา
"สวัสดีครับนาย สวัสดีครับนายหญิง"
เสียงชายชุดดำจำนวนไม่น้อยทักทายผู้เป็นเจ้านายกันอย่างเป็นระเบียบสร้างความประหลาดใจให้กับหญิงสาวที่ไม่คุ้นเคยต่อสถานการณ์เป็นอย่างมาก
"มันต้องขนาดนี้เลยเหรอคะพี่ปี" คนตัวเล็กข้างกายชายหนุ่มผู้สง่าดุจมังกรแอบกระซิบกระซาบเอ่ยถามสามีแผ่วเบานี่นับเป็นครั้งแรกที่ม่านไหมได้เข้ามายังกาสิโนแห่งนี้ เพราะตอนที่อยู่ในประเทศบ้านเกิดแสนปีก็ไม่เคยอนุญาตให้เธอเข้าไปเที่ยวเล่น เกรงว่ามันเป็นที่ที่ค่อนข้างอันตรายต่อเธอมากจนเกินไป
"ไม่ต้องตกใจนะ เดี๋ยวพวกเขาก็ไปแล้ว" พูดจบเพียงแค่แสนปีตวัดสายตาไปยังคนที่อยู่หัวแถวครั้งเดียวบรรดาชายชุดดำตรงหน้านี้ก็เป็นอันแยกย้ายกันไปในที่สุด
"ว้าวว สามีของไหมเป็นใครกันเนี่ย เท่ชะมัดเลย" ม่านไหมพูดด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อก่อนเข้ามาสวมกอดที่แขนแกร่งอีกคนพร้อมเดินเคียงข้างสามีเข้าไปยังลิฟต์เพื่อนำขึ้นไปบนเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด
"เดี๋ยวพี่ให้เจนพาไหมไปเดินดูโซนอื่นนะ พี่ขอตัวไปทำงานก่อน ไม่นานหรอกเดี๋ยวพี่ก็มาอยู่ได้ใช่ไหม?" แสนปีถามอีกคนเพื่อความแน่ใจ ครั้งนี้นอกจากเขาจะพาภรรยามาเที่ยวแล้วยังมีเรื่องที่กาสิโนต้องจัดการอีกเพียบ
"ไม่ต้องห่วงนะคะ ไหมดูแลตัวเองได้" เธอส่งยิ้มที่ติดไปด้วยแววตาของความทะเล้นเพราะเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีทำให้เธอได้เที่ยวเล่นจนหนำใจ ก็ในเวลาปกติแล้วทั้งพ่อแม่และพี่ชายของม่านไหมนั้นหวงเธอมาก ๆ ไม่แม้แต่จะให้โอกาสให้เธอได้ไปสถานที่แบบนี้เลยด้วยซ้ำ กระทั่งแต่งงานสามีก็ดันหวงมากอีกเช่นนั้น โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ
"ไปค่ะนายหญิง เดี๋ยวเจนพาไปดูโซนอื่น" คนตัวเล็กเดินตามพนักงานสาวไปเรื่อย ๆ โดยมองไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างตื่นเต้น กระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งที่เจนคิดว่าอาจต้องให้เธอรออยู่ข้างนอกสักครู่เพราะด้านในนั้นคงต้องสั่งคนมาเคลียร์ให้ดีเสียก่อน ไม่อย่างนั้นภาพอะไรที่ไม่น่าดูอาจทำให้นายหญิงของพวกเธอตกใจเอาได้
"นายหญิงรอเจนอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวเจนมาครู่เดียว" ม่านไหมชอบสรรพนามนี้ไม่น้อย ไม่รู้ว่าในชีวิตการถูกคนมากมายเรียกว่านายหญิงนั้นมันวิเศษมากแค่ไหนจนได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ความรู้สึกมันเหมือนกับการเป็นเจ้าหญิงคนหนึ่งที่ครองครู่เจ้าชายสุดแสนเพอร์เฟกต์และยืนอยู่สูงสุดเหนือผู้คนมากมาย เธอก็เขินมากแต่ก็ซึมซับมันเอาไว้เพราะหากได้กลับบ้านแล้วก็ไม่ได้มีใครเรียกและทำความเคารพให้แบบนี้
"อื้อ ไปเถอะไหมจะเดินดูแถวนี้สักหน่อย ไม่ดื้อหรอก" เธอพูดเช่นนั้นก็เดินดูตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย ก่อนจะได้กาแฟมาหนึ่งแก้วแล้วนั่งลงที่โซนรับรองตรงด้านหน้า
"นี่แก! แกยังไม่ตาย? ไหนว่าแกตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ!" จู่ ๆ เสียงของผู้หญิงที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนนั้นก็เข้ามาทักทาย ทว่าสิ่งที่เธอพูดมานั้นทำให้เธอตกใจมาก
"คุณทักคนผิดหรือเปล่าคะ" ม่านไหมละออกจากหลอดกาแฟของตนเองก่อนหันไปมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความงุนงง
"ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันลืมหน้าแกแน่ ๆ มินตรา" เธอจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวอีกคนอย่างไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว เธอเห็นเองกับตาแต่แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้ มันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับตัวเธอแน่นอน
"พรีน!! ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่ามากวนนายหญิงถ้านายรู้เธอโดนดีแน่" เจนที่เดินมาเห็นเหตุการณ์เข้าก็ตกใจเป็นอย่างมาก คิดไม่ถึงว่าปล่อยเอาไว้ให้คลาดสายตาเพียงนิดเดียวก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ทั้ง ๆ ที่แสนปีนั้นกำชับเธอเอาไว้อย่างดีแล้วแท้ ๆ
"นายหญิงอย่างนั้นเหรอ? แกนี่มันดวงแข็งจริง ๆ !!" หญิงสาวคนนั้นพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังก็รู้ว่าไม่ชอบเธอมากขนาดไหน เพียงแต่เธออาจจะจำคนผิดนั่นแหละ แต่ว่ามันก็ยังแปลกมาก ๆ อยู่ดี หรือว่าเรื่องนี้มันจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอยู่กันแน่ ม่านไหมทำได้เพียงเก็บมันไว้ในใจก็เท่านั้น
ในห้องขังของคืนที่แสนจะเงียบสงบ หากแต่มีหญิงสาวผู้กระทำความผิดที่ถูกนำเข้ามาฝากขังไว้เพียงคนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมนี้มีนาเหม่อมองออกไปยังกำแพงด้านหน้าอย่างไร้ซึ่งจุดหมาย ในหัวของเธอกำลังคิดย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เธอเองก็ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเรื่องมันผิดพลาดไปตั้งแต่ตรงไหนถึงได้ล้มไม่เป็นท่าหมดทั้งกระดานเช่นนี้“เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะพี่คนเดียวเลย พี่มิน...”..หญิงสาวสองพี่น้องกำลังขึ้นรถตู้โดยสารประจำทางด้วยความตื่นเต้นเพราะว่าวันนี้พวกเธอกำลังจะไปหาป้าเพ็ญญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ของพวกเธอทั้งสองมินตราใส่ชุดเดรสกระโปรงคลุมเข่าลายดอกไม้สีชมพูตามแบบฉบับที่เจ้าตัวชื่นชอบ ถึงแม้จะดูว่ามันเชยไปสำหรับยุคสมัยนี้หากแต่บุคลิกที่เจ้าตัวเป็นคนเรียบร้อยมันก็ทำให้ทุกอย่างดูเข้าไปกันเสียทั้งหมดผิดกับคนน้องอย่างมีนา กางเกงยีนส์รัดรูปสีซีดกับเสื้อครอปสีขาวที่ออกจะโชว์ผิวกายเนียนผ่องและรูปร่างสุดเซ็กซี่มันก็ดูเข้ากันกับมีนาได้ดีเช่นกันสองพี่น้องที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันถึงเจ็ดส่วนหากแต่สไตล์และบุคลิกที่โดดเด่นและแตกต่างถือว่าเป็นจุดสนใจของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ถึ
เมื่อวางสายจากนะโมแล้วแสนปีก็ถึงกับควันออกหู เขารีบลงมาจากบันไดที่อุตส่าห์เป็นคนขึ้นไปติดป้ายเองเพื่อจัดงานฉลองวันเกิดลูกสาวคนสวยที่ปีนี้จะอายุครบ 18 ปีแล้ว ทว่าความรู้สึกของเขานั้นเหมือนเพิ่งเห็นฟ้าใสคลานได้ก็เมื่อวานนี้เอง“เอ้า! พ่อจะรีบไปไหนเนี่ย” ดินลูกชายคนรองของเขานั้นถามอย่างต้องการคำตอบ เมื่อเห็นว่าพ่อตัวเองรับสายใครสักคนแล้วลงจากบันไดอย่างไวแบบที่ไม่คิดถึงกระดูกกระเดี้ยวของตัวเองสักนิด“ไปรับพี่สาวแกกลับบ้านน่ะสิ ไปขับรถให้พ่อหน่อยดิน” เขาว่าเช่นนั้นก่อนพากันเดินไปยังโรงรถที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสปอร์ตคาร์ที่ฝุ่นเกาะ“เอาคันนี้แล้วกัน พ่อดินขอนะคันนี้อ่ะ” เด็กน้อยที่อายุเพียง 16 ปีอาศัยจังหวะชุลมุนถามคนเป็นพ่อเพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้แสนปีแทบไม่มีสติอะไรเหลือหรอกหากเป็นเรื่องของลูกสาวคนโตของตัวเองน่ะ“เออๆ รีบๆ ขับเลยนะเดี๋ยวพ่อจ่ายค่าปรับเอง” เขาว่า ความจริงดินได้รับอนุญาตให้ขับรถได้ก็เพียงแค่ในสนามของพันไมล์เท่านั้น เพราะมันค่อนข้างจะปลอดภัยมากกว่าสำหรับเด็กตัวแค่นี้ แต่ถึงอย่างนั้นดินก็ยังชื่นชอบรถยนต์มากกว่าเรื่องของคาสิโนอยู่ดี เพียงแค่กำลังคิดว่าจะขอแลกกับลูกชายบ้านนั้นยังไงดี
เช้าวันใหม่ในปีที่ 18 ของฟ้าใสช่างดูพิเศษมากกว่าปีก่อน ๆ ก็เพราะว่ามันเป็นปีที่หญิงสาวคนนี้เฝ้ารอมาแสนนานดังนั้นมันจึงต้องยิ่งใหญ่และคึกคักเป็นที่สุด เมื่อเธอมีสัญญาใจกับใครบางคนอยู่“คุณแม่คะ ฟ้าใส่ชุดนี้แล้วดูดีหรือยัง” เจ้าตัวเล็กที่เมื่อก่อนเอาแต่วิ่งเล่นซนไปทั่งตอนนี้เติบใหญ่ความสูงหรือก็เทียบเท่าม่านไหมผู้เป็นแม่ไปเสียแล้ว อีกทั้งหน้าตานับวันยิ่งโตก็ยิ่งเหมือน เล่นเอาคนเป็นพ่อนั้นนั่งแทบไม่ติดเพราะเกิดหวงลูกสาวขึ้นมา“สวยแล้วลูก วันนี้จะรีบไปไหนเนี่ย” ม่านไหมเอ่ยถามคนที่เอาแต่หมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ไปมาไม่หยุด ทว่านั่นในสายตาคนเป็นแม่กลับยังเห็นเพียงยัยก่อนจิ๋วใส่กระโปรงเพียงเท่านั้น“ความลับค่ะ ถ้างั้นฟ้าไปก่อนนะคะ”“ไปดีมาดีนะลูก” หลังจากได้รับคำอวยพรที่ดีที่สุดจากแม่เรียบร้อยแล้ว สาวน้อยวัยแรกรุ่นก็รีบเดินทางไปยังที่ที่เธอเคยชอบไปตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงมัธยมปีที่สาม“ออกรถเลยค่ะ” ฟ้าใสนั่งรถไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดทางกระทั่งมาจนถึงจุดหมายสองขาเรียวเล็กจึงได้รีบเดินเข้าไปด้านในทันที“อานะขา” เสียงหวานหูฟังแล้วชวนหลง ทว่าเจ้าของชื่อนั้นกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้น่าฟังเอาเสียเลย
หลังจากที่ฟ้าใสลูกสาวตัวเล็กนั้นได้ผ่านการแย่งชิงของบรรดาลุงอาน้าทั้งหลายแล้ว วันนี้จึงทำให้ม่านไหมและแสนปีมีเวลาว่างจะไปเดทกันสองคนอย่างที่ไม่เคยได้ทำมานานเขาตกลงกันว่าจะไปกินข้าวนอกบ้านและถือโอกาสไปดูหนังรอบค่ำด้วยกันในห้างใกล้บ้านเสียหน่อย ที่นั่งที่เขาจองไว้อยู่ด้านบนสุดเป็นโซฟาตัวยาว เมื่อทั้งสองมาถึงตัวอย่างหนังก็จบลงพอดี"ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดจะไม่ทันตอนต้นเรื่องแล้วนะ" ม่านไหมพูดพร้อมกับหย่อนก้นลงที่โซฟาตัวหนา ทว่ากลับนั่งทับบางอย่างอยู่"เอามือออกไปสิพี่ปี ไหมจะนั่ง""ก็นั่งลงมาเถอะน่า" ไม่พูดเปล่า มืออีกข้างของแสนปีก็หยิบเอาเสื้อคลุมที่เขาถอดไว้ก่อนหน้าขึ้นมาห่มที่ตักของภรรยาคนสวย ส่วนมือที่ถูกหญิงสาวนั่งทับอยู่นั้นก็ค่อยๆ บีบเคล้นคลึงก้อนพีชเบาๆ ก่อนที่จะชักมือออกจากด้านล่าง และสอดเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้นแทนหญิงสาวที่นั่งอยู่นั้นรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะหนังรอบนี้มีคนมาดูไม่เยอะมากเพียงแต่โซฟาที่เขานั่งมีเพียงแค่สองที่เท่านั้น และอยู่ห่างจากพวกเขาไปสองตัวหญิงสาวไม่คิดว่าสามีตัวเองจะทำเรื่องอะไรพิเรนเช่นนี้ หากแต่ด้วยความที่ก็ห่างหายกันไปนานพอสมควรสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะตามใ
วันที่ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศดูจะเป็นใจมากสำหรับการได้นอนหลับพักผ่อน หากแต่เรื่องดี ๆ เช่นนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นกับแสนปีผู้ที่ถูกภรรยาสุดที่รักทิ้งให้อยู่ดูแลลูกเพียงลำพัง วันนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แสนปีได้อยู่ดูแลลูกคนเดียว เพราะว่าทุกคนต่างมีงานยุ่งรัดตัวไปหมด มีก็แต่เพียงมาเฟียที่ตอนนี้ดันผันตัวมาเป็นคุณพ่อลูกอ่อนที่ดูจะว่างงานมากที่สุด และม่านไหมมีงานเปิดตัวเครื่องประดับในแบรนด์ของตัวเอง ทว่ากว่าจะถึงตอนนั้นเธอตั้องไปดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมดเกือบทุกขั้นตอนและทุกส่วนของงาน เป็นเหตุให้ไม่มีเวลามากพอจะเลี้ยงลูกน้อยไปด้วยได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นสามีที่แสนดีย่างแสนปีจึงได้อาสามาดูแลเจ้าเด็กอ้วนนี้เป็นเวลาถึงสามวัน“เอาล่ะ น้องฟ้าใสวันนี้เราจะไปเล่นอะไรกันดีคะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะที่ตัวเองหยามใจว่าวันนี้เด็กน้อยตัวอ้วนกลมจะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว และเมื่อไม่มีคนอื่นรอบตัวแน่นอนว่ายัยเด็กน้อยนี่จะต้องดีกับเขาบ้างแหละ มันคงไม่เหมือนกับที่ผ่านมาที่เอาแต่เมินเขาอยู่ตลอด“ม่ายเย่น” นั่นไง มันมาแล้วอิท่าทางเย็นชาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนนั้นมันมีตั้งแต่อยู่ในท้อง เด็กน้อยพูดเพีย
"ปะป๊า ปะป๊า ปะป๊าาาาาา" เสียงของเด็กน้อยในวัยขวบเศษเพิ่งเริ่มหัดพูดไม่ไม่นาน และดูเหมือนคำที่เธอชอบพูดบ่อย ๆ นั้นก็จะเป็นคำคำนี้ เธอเอ่ยเรียกมาทั้งวัน ทว่าปะป๊าในความหมายของเด็กน้อยนั้นมันไม่ใช่แสนปีผู้ให้กำเนิดเสียนี่สิ"ค้าบบบ คนเก่งของอานะ" นั่นแหละ เจ้าของสรรพนามปะป๊าตัวจริงของฟ้าใส"มาทำไมอีก เพิ่งกลับไปเองไม่ใช่เหรอ" แสนปีเอ่ยถามคนที่เดินเข้ามาอุ้มลูกสาวของเขาด้วยน้ำเสียงลำดับที่เบาที่สุด เพราะพูดเสียงดังไม่ได้เกรงภรรยาจะด่าเอา"ก็มาหาฟ้าใสน่ะสิมันจะมีปัญญาหาอะไรนัก" นะโมมาที่นี่ทุกวันไม่ใช่เพียงแค่หลานที่ติดเขามาก แต่เขาก็เองก็ติดหลานมากเหมือนกัน ทว่าจนถึงตอนนี้แล้วยายหนูฟ้าใสนั่นก็ยังไม่ยอมให้แสนปีพ่อบังเกิดเกล้าอุ้มดี ๆ สักที มีเพียงแค่ตอนง่วงนอนเท่านั้นที่ให้เขาเป็นคนอุ้มจนหลับ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำเอาแสนปีดีใจจนน้ำตารื้นแล้ว"ไหมครับ พี่ว่าเราย้ายบ้านกันดีไหม" แสนปีเดินเข้ามาโอบกอดคนรักจากทางด้านหลังในตอนที่เธอกำลังชงนมอยู่พร้อมวางคางเกยไหล่เธออย่างออดอ้อน"พี่ก็ไปเลย เดี๋ยวไหมอยู่กับลูกที่นี่แหละ" นั่นไง ยัยคนสวยไม่รู้ว่าอินกับบทคนใจร้ายเหมือนเมื่อก่อนหรืออย่างไร หากแต่ตั้







