LOGIN"ไหนครับ หลบหน่อยเดี๋ยวผมเรียกคนมาเก็บกวาดนะ" แสนปีที่ดูจะมีสติและใจเย็นที่สุดได้เรียกแม่บ้านอีกคนที่จ้างเข้ามาใหม่ไม่นานนี้มาช่วยเก็บเศษแก้ว ก่อนพาป้าชมไปนั่งลงที่โซฟาพร้อมลอบสำรวจร่างกายแกด้วยความเป็นห่วง
"ขอบคุณนะคะคุณแสนปี ป้าไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เดี๋ยวป้าขอตัวก่อนนะคะ" เธอพูดเช่นนั้น ก่อนเดินเลี่ยงคนทั้งสองออกไป เมื่อหญิงสาวเห็นการปฏิบัติตัวของแสนปีกับป้าเพ็ญแล้วก็ดูแปลกใจขึ้นมานิดหน่อย หากแต่เพราะคิดว่าน่าจะเป็นคนเก่าแก่ไม่ก็อาจเป็นแม่นมของสามีเธอนั่นแหละถึงได้เกรงใจและเป็นห่วงกันมากถึงเพียงนี้
"ไหมไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ ไม่ได้โดนบาดนะ" เมื่ออยู่กันเพียงลำพังแล้วแสนปีถึงได้ถามภรรยาด้วยความเป็นห่วงขึ้นมาก่อนจะจับตัวเธอพลิกไปมาเพื่อดูว่ามีตรงไหนบุบสลายหรือเปล่า
"ไม่เป็นไรค่ะพี่ปี ที่บ้านหลังนี้มีมานานแล้วเหรอคะ" จากการตกแต่งและคนงานในบ้านนั้นก็พอให้ม่านไหมรู้ได้ว่าที่นี่คงไม่ใช่เพิ่งซื้อได้ไม่นานถึงได้ถามออกไปด้วยความสงสัย
"เป็นบ้านของพี่เองครับ ไหนดูสิ ทีหลังถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกอย่ารีบพุ่งตัวเข้าไปก่อนแบบนี้อีกนะครับ ถ้าบาดเจ็บขึ้นมาคุณพ่อคงจะว่าพี่เอาได้ที่ดูแลลูกเขาไม่ดี ดูสิเนี่ยเจ้าหญิงของพี่" ชายหนุ่มรีบตอบคำถามพร้อมเบี่ยงประเด็นจนทำให้หญิงสาวไม่ได้สนใจในคำตอบที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ นั้นมากนัก
"พี่ปีอ่ะ พูดอะไรเนี่ย"
ขณะที่ทั้งสองกำลังหยอกล้อกันอยู่นั้นก็ไม่รู้เลยว่ากำลังมีสายตาของใครที่มองไปยังพวกเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย คราแรกป้าชมผู้นี้นึกสงสัยเหลือเกินว่าผู้หญิงแบบไหนกันจะทำให้เจ้านายตนเองนั้นสนใจถึงขั้นขอแต่งงานด้วยรวดเร็วถึงเพียงนั้น จนกระทั่งได้มาเห็นด้วยตาตนเองก็รับรู้ได้ในทันที ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้อาจมีชะตาที่น่าสงสารไม่ต่างจากแสนปีเจ้านายของเธอนั่นแหละ
"หวังว่าคุณแสนปีจะปล่อยวางเรื่องทุกอย่างได้จริง ๆ นะคะ"
.
.
"เดี๋ยวพี่พาเดินดูรอบ ๆ บ้านนะ" คนตัวสูงพาร่างเล็กบางที่นั่งอยู่ที่โซฟายืนขึ้นก่อนพาเดินนำไปยังส่วนต่าง ๆ ของบ้าน
เริ่มที่ชั้นแรกก็ไม่ได้มีอะไรมากแสนปีจึงได้เดินนำอีกคนขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ก่อนจะพาไปยังห้องที่ใหญ่ที่สุดก็คือห้องนอนของพวกเขา บ้านหลังนี้มีห้องพักหลายห้อง ทั้งห้องแขกและห้องอื่น ๆ อีกจำนวนมากมาย ดูโอ่อ่า กว้างขวาง
กระทั่งมาจนถึงห้องปีกฝั่งซ้ายที่ไม่ได้ใหญ่มาก หากแต่ห้องนี้สามารถมองเห็นวิวทุ่งดอกไม้ด้านที่เธอเพิ่งขับรถผ่านมา มือเรียวกำลังที่จะเปิดประตูบานนั้นออก ทว่ากลับต้องสะดุ้งตัวโยนเพราะเสียงห้ามปรามของผู้เป็นสามี
"ห้ามเปิดนะครับ!!" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม หญิงสาวจึงชะงักก่อนหันหลังไปมองเจ้าของเสียงเข้มเมื่อครู่อย่างคนใจเสีย
"ทำไมเหรอคะ" ม่านไหมต้องการคำอธิบายที่จู่ ๆ เธอนั้นก็ถูกสั่งห้ามเช่นนี้ แถมยังมาดุกันเสียงดังลั่นอีกด้วย มันสมควรแล้วเหรอ เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอก็ย่นจมูกพร้อมทำหน้างอขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
และเมื่อชายหนุ่มได้เห็นก็ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอตะคอกใส่อีกคนไปจึงได้เดินเข้ามาใกล้หวังจะโอบกอดเพื่อขอโทษ ทว่าอีกคนกลับถอยหลังหนีเสียได้
"ไหม..." เขาเรียกอีกคนเสียวผะแผ่วทว่าตอนนี้คนตัวเล็กรู้สึกไม่พอใจผู้เป็นสามีเสียแล้ว
"อะไรกันคะ ไม่เห็นต้องเสียงดังใส่ไหมเลย ในห้องนี้มันมีอะไรสำคัญมากขนาดนั้นเลยหรือยังไง" คนตัวเล็กถามพร้อมกับเดินผ่านร่างสูงใหญ่ของอีกคนเพื่อเดินกลับไปยังห้องนอนใหญ่อย่างอารมณ์ไม่ค่อยจะดี
ส่วนตัวต้นเหตุนั้นก็รีบเดินตามอย่างไว
"น้องไหมครับ คนดีพี่ขอโทษที่เสียงดังนะครับ" ชายหนุ่มดันร่างเล็กบางเข้าไปในห้องนอนของตนเองที่ถูกทำความสะอาดมาอย่างดี ก่อนที่เธอนั้นจะถูกผลักให้นอนราบไปกับเตียง
"ไม่ต้องมายุ่งกับไหมเลย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ลุกออกไปเลยพี่ปี" เสียงหวานเอ่ยขึ้นห้วนแสดงความไม่พอใจ ทว่าไอ้ใบหน้าแง่งอนนั้นมันกลับทำให้ชายหนุ่มเอ็นดูขึ้นมาเสียได้
คนตัวสูงไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวนวลเนียน สูดดมความหอมหวานเข้าไปจนเต็มปอดก่อนขบเม้มสร้างรอยรักสีกุหลาบเอาไว้ตามแนวแอ่งชีพจร
ทว่าหญิงสาวที่ถูกกระทำดูเหมือนไม่ต้องการเช่นนั้น
"อื้อ อย่านะ" หญิงสาวพูดขึ้นก่อนเบี่ยงตัวหลบและลุกออกจาก อ้อมกอดอบอุ่นของสามี
"พี่ขอโทษ หายโกรธพี่นะครับคนเก่ง"
"ไม่ต้องเลย กลับบ้านใหญ่กันเถอะค่ะไหมเหนื่อยแล้ว" ไม่พูดเปล่าร่างเล็กบางลุกขึ้นเต็มความสูง และเดินออกจากห้องนอนนั้นไปอย่างไม่ไยดีผู้ที่กระทำตัวไม่น่ารักต่อเธอเมื่อครู่
ม่านไหมเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตนเองสูงมาก ๆ เธอเป็นลูกสาวคนเล็กพี่ชายของเธอนั้นรักและทะนุถนอมเธอมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะพ่อแม่หรือเพื่อนฝูงต่างไม่เคยสักนิดจะทำให้ม่านไหมคนนี้ขุ่นเคืองใจ เป็นแก้วตาดวงใจของทุกคนรอบตัว ดังนั้นเธอจึงรับไม่ได้อย่างมากที่ใครก็ตามมาขึ้นเสียงใส่เธอทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยอย่างเช่นเมื่อครู่นี้
"ไหมครับ ไหมฟังพี่ก่อนนะคนดี" ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาง้องอนคนตัวเล็กที่ตอนนี้เข้าไปทิ้งตัวอยู่ที่ด้านข้างคนขับของรถยนต์คันหรูเรียบร้อยแล้ว แสนปีจึงได้โอกาสอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง
"ความจริงแล้วห้องนั้นมันเป็นห้องที่พี่ใช้เก็บข้อมูลลับที่เกี่ยวกับกาสิโนครับ" ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่อีกคนยังไม่แม้แต่ขยับ ม่านไหมยังคงมองออกไปยังนอกหน้าต่างต่อไปอย่างไม่คิดสนใจคำพูดสามี "โธ่คนดี อย่าเมินพี่แบบนี้สิครับ มันเป็นความลับจริง ๆ อย่างที่ไหมรู้ว่าธุรกิจบ้านพี่ไม่ได้ขาวสะอาดทั้งหมด ดังนั้นยิ่งรู้น้อยก็ยิ่งดีที่สุดแล้ว พี่เป็นห่วงไหมนะครับ"
คนตัวเล็กเริ่มขยับตัวเล็กน้อย เธอเองก็เข้าใจดีกับเหตุผลที่อีกคนให้มา มันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มทำความรู้จักกันใหม่ ๆ งานของแสนปีนั้นหากมองว่าสีเทาก็เทาค่อนไปทางเข้มทีเดียวหากมีใครนิยามว่าแสนปีสามีเธอนั้นเป็นมาเฟียก็คงไม่เกินจริง
"อย่างนั้นเหรอ" สารถียิ้มกว้างออกมาเมื่อรู้ว่าภรรยาคนสวยของเขานั้นใจอ่อนแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นชายหนุ่มผู้เพิ่งรอดจากอาการโดนเมียงอนหมาด ๆ ก็ยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้าหาอีกคน จุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีส้มพีชก่อนประกบมันเข้ากับริมฝีปากตนเองเพื่อฉกชิงรสชาติของลิปสติกสีหวานของคนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ
"อื้มมม..." เสียงครางอื้ออึงในลำคอบ่งบอกว่ารสจูบแสนหวานนี้ถึงอกถึงใจแสนปีมากเพียงไหน
ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปหยอกล้อกับของม่านไหมเล่นพร้อมฉกชิงความหอมหวานในโพรงปากของกันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
แม้ว่าบางครั้งการกระทำของภรรยายังไม่ถูกใจหรือถึงขั้นขัดใจเขาไปบ้าง หากแต่เรื่องบนเตียงมันกลับทำให้เขาหลงเธอหนักมากจริง ๆ ใบหน้าสวยหวานยามที่เธอกำลังร่อนเอววาดลวดลายอยู่บนตักของเขามันยิ่งทำให้หัวใจสูบฉีด ทุกอย่างในความทรงจำราวกับมันไม่เคยห่างหายไปไหน พร้อมกับเงาของใครบางคนที่ปรากฏทับซ้อนกัน
"อื้ออ" เสียงหวานของคนตัวเล็กทำให้เขาได้สติ รสจูบที่ถือได้ว่าเกือบเลยเถิดเพราะตอนนี้เสื้อผ้าของม่านไหมกระดุมมันหลุดออกไปถึงสามเม็ดตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจรู้ได้
แสนปีใช้นิ้วโป้งไล้ที่กลีบปากสีหวานหลังจากเขาละออกมาจากมันได้แล้ว ก่อนเช็ดคราบน้ำลายที่เลอะตรงมุมปากอย่างเสียดายก่อนเอ่ยกับอีกคนไปเพราะเกินเลยตรงนี้ตอนนี้ก็คงไม่ดี
"ใช่สิครับ ป่ะ เดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานนะครับจะได้อารมณ์ดี"
"ปากไหมหวานไม่พอเหรอคะ"
ในห้องขังของคืนที่แสนจะเงียบสงบ หากแต่มีหญิงสาวผู้กระทำความผิดที่ถูกนำเข้ามาฝากขังไว้เพียงคนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมนี้มีนาเหม่อมองออกไปยังกำแพงด้านหน้าอย่างไร้ซึ่งจุดหมาย ในหัวของเธอกำลังคิดย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เธอเองก็ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเรื่องมันผิดพลาดไปตั้งแต่ตรงไหนถึงได้ล้มไม่เป็นท่าหมดทั้งกระดานเช่นนี้“เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะพี่คนเดียวเลย พี่มิน...”..หญิงสาวสองพี่น้องกำลังขึ้นรถตู้โดยสารประจำทางด้วยความตื่นเต้นเพราะว่าวันนี้พวกเธอกำลังจะไปหาป้าเพ็ญญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ของพวกเธอทั้งสองมินตราใส่ชุดเดรสกระโปรงคลุมเข่าลายดอกไม้สีชมพูตามแบบฉบับที่เจ้าตัวชื่นชอบ ถึงแม้จะดูว่ามันเชยไปสำหรับยุคสมัยนี้หากแต่บุคลิกที่เจ้าตัวเป็นคนเรียบร้อยมันก็ทำให้ทุกอย่างดูเข้าไปกันเสียทั้งหมดผิดกับคนน้องอย่างมีนา กางเกงยีนส์รัดรูปสีซีดกับเสื้อครอปสีขาวที่ออกจะโชว์ผิวกายเนียนผ่องและรูปร่างสุดเซ็กซี่มันก็ดูเข้ากันกับมีนาได้ดีเช่นกันสองพี่น้องที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันถึงเจ็ดส่วนหากแต่สไตล์และบุคลิกที่โดดเด่นและแตกต่างถือว่าเป็นจุดสนใจของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ถึ
เมื่อวางสายจากนะโมแล้วแสนปีก็ถึงกับควันออกหู เขารีบลงมาจากบันไดที่อุตส่าห์เป็นคนขึ้นไปติดป้ายเองเพื่อจัดงานฉลองวันเกิดลูกสาวคนสวยที่ปีนี้จะอายุครบ 18 ปีแล้ว ทว่าความรู้สึกของเขานั้นเหมือนเพิ่งเห็นฟ้าใสคลานได้ก็เมื่อวานนี้เอง“เอ้า! พ่อจะรีบไปไหนเนี่ย” ดินลูกชายคนรองของเขานั้นถามอย่างต้องการคำตอบ เมื่อเห็นว่าพ่อตัวเองรับสายใครสักคนแล้วลงจากบันไดอย่างไวแบบที่ไม่คิดถึงกระดูกกระเดี้ยวของตัวเองสักนิด“ไปรับพี่สาวแกกลับบ้านน่ะสิ ไปขับรถให้พ่อหน่อยดิน” เขาว่าเช่นนั้นก่อนพากันเดินไปยังโรงรถที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสปอร์ตคาร์ที่ฝุ่นเกาะ“เอาคันนี้แล้วกัน พ่อดินขอนะคันนี้อ่ะ” เด็กน้อยที่อายุเพียง 16 ปีอาศัยจังหวะชุลมุนถามคนเป็นพ่อเพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้แสนปีแทบไม่มีสติอะไรเหลือหรอกหากเป็นเรื่องของลูกสาวคนโตของตัวเองน่ะ“เออๆ รีบๆ ขับเลยนะเดี๋ยวพ่อจ่ายค่าปรับเอง” เขาว่า ความจริงดินได้รับอนุญาตให้ขับรถได้ก็เพียงแค่ในสนามของพันไมล์เท่านั้น เพราะมันค่อนข้างจะปลอดภัยมากกว่าสำหรับเด็กตัวแค่นี้ แต่ถึงอย่างนั้นดินก็ยังชื่นชอบรถยนต์มากกว่าเรื่องของคาสิโนอยู่ดี เพียงแค่กำลังคิดว่าจะขอแลกกับลูกชายบ้านนั้นยังไงดี
เช้าวันใหม่ในปีที่ 18 ของฟ้าใสช่างดูพิเศษมากกว่าปีก่อน ๆ ก็เพราะว่ามันเป็นปีที่หญิงสาวคนนี้เฝ้ารอมาแสนนานดังนั้นมันจึงต้องยิ่งใหญ่และคึกคักเป็นที่สุด เมื่อเธอมีสัญญาใจกับใครบางคนอยู่“คุณแม่คะ ฟ้าใส่ชุดนี้แล้วดูดีหรือยัง” เจ้าตัวเล็กที่เมื่อก่อนเอาแต่วิ่งเล่นซนไปทั่งตอนนี้เติบใหญ่ความสูงหรือก็เทียบเท่าม่านไหมผู้เป็นแม่ไปเสียแล้ว อีกทั้งหน้าตานับวันยิ่งโตก็ยิ่งเหมือน เล่นเอาคนเป็นพ่อนั้นนั่งแทบไม่ติดเพราะเกิดหวงลูกสาวขึ้นมา“สวยแล้วลูก วันนี้จะรีบไปไหนเนี่ย” ม่านไหมเอ่ยถามคนที่เอาแต่หมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ไปมาไม่หยุด ทว่านั่นในสายตาคนเป็นแม่กลับยังเห็นเพียงยัยก่อนจิ๋วใส่กระโปรงเพียงเท่านั้น“ความลับค่ะ ถ้างั้นฟ้าไปก่อนนะคะ”“ไปดีมาดีนะลูก” หลังจากได้รับคำอวยพรที่ดีที่สุดจากแม่เรียบร้อยแล้ว สาวน้อยวัยแรกรุ่นก็รีบเดินทางไปยังที่ที่เธอเคยชอบไปตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงมัธยมปีที่สาม“ออกรถเลยค่ะ” ฟ้าใสนั่งรถไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดทางกระทั่งมาจนถึงจุดหมายสองขาเรียวเล็กจึงได้รีบเดินเข้าไปด้านในทันที“อานะขา” เสียงหวานหูฟังแล้วชวนหลง ทว่าเจ้าของชื่อนั้นกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้น่าฟังเอาเสียเลย
หลังจากที่ฟ้าใสลูกสาวตัวเล็กนั้นได้ผ่านการแย่งชิงของบรรดาลุงอาน้าทั้งหลายแล้ว วันนี้จึงทำให้ม่านไหมและแสนปีมีเวลาว่างจะไปเดทกันสองคนอย่างที่ไม่เคยได้ทำมานานเขาตกลงกันว่าจะไปกินข้าวนอกบ้านและถือโอกาสไปดูหนังรอบค่ำด้วยกันในห้างใกล้บ้านเสียหน่อย ที่นั่งที่เขาจองไว้อยู่ด้านบนสุดเป็นโซฟาตัวยาว เมื่อทั้งสองมาถึงตัวอย่างหนังก็จบลงพอดี"ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดจะไม่ทันตอนต้นเรื่องแล้วนะ" ม่านไหมพูดพร้อมกับหย่อนก้นลงที่โซฟาตัวหนา ทว่ากลับนั่งทับบางอย่างอยู่"เอามือออกไปสิพี่ปี ไหมจะนั่ง""ก็นั่งลงมาเถอะน่า" ไม่พูดเปล่า มืออีกข้างของแสนปีก็หยิบเอาเสื้อคลุมที่เขาถอดไว้ก่อนหน้าขึ้นมาห่มที่ตักของภรรยาคนสวย ส่วนมือที่ถูกหญิงสาวนั่งทับอยู่นั้นก็ค่อยๆ บีบเคล้นคลึงก้อนพีชเบาๆ ก่อนที่จะชักมือออกจากด้านล่าง และสอดเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้นแทนหญิงสาวที่นั่งอยู่นั้นรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะหนังรอบนี้มีคนมาดูไม่เยอะมากเพียงแต่โซฟาที่เขานั่งมีเพียงแค่สองที่เท่านั้น และอยู่ห่างจากพวกเขาไปสองตัวหญิงสาวไม่คิดว่าสามีตัวเองจะทำเรื่องอะไรพิเรนเช่นนี้ หากแต่ด้วยความที่ก็ห่างหายกันไปนานพอสมควรสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะตามใ
วันที่ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศดูจะเป็นใจมากสำหรับการได้นอนหลับพักผ่อน หากแต่เรื่องดี ๆ เช่นนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นกับแสนปีผู้ที่ถูกภรรยาสุดที่รักทิ้งให้อยู่ดูแลลูกเพียงลำพัง วันนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แสนปีได้อยู่ดูแลลูกคนเดียว เพราะว่าทุกคนต่างมีงานยุ่งรัดตัวไปหมด มีก็แต่เพียงมาเฟียที่ตอนนี้ดันผันตัวมาเป็นคุณพ่อลูกอ่อนที่ดูจะว่างงานมากที่สุด และม่านไหมมีงานเปิดตัวเครื่องประดับในแบรนด์ของตัวเอง ทว่ากว่าจะถึงตอนนั้นเธอตั้องไปดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมดเกือบทุกขั้นตอนและทุกส่วนของงาน เป็นเหตุให้ไม่มีเวลามากพอจะเลี้ยงลูกน้อยไปด้วยได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นสามีที่แสนดีย่างแสนปีจึงได้อาสามาดูแลเจ้าเด็กอ้วนนี้เป็นเวลาถึงสามวัน“เอาล่ะ น้องฟ้าใสวันนี้เราจะไปเล่นอะไรกันดีคะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะที่ตัวเองหยามใจว่าวันนี้เด็กน้อยตัวอ้วนกลมจะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว และเมื่อไม่มีคนอื่นรอบตัวแน่นอนว่ายัยเด็กน้อยนี่จะต้องดีกับเขาบ้างแหละ มันคงไม่เหมือนกับที่ผ่านมาที่เอาแต่เมินเขาอยู่ตลอด“ม่ายเย่น” นั่นไง มันมาแล้วอิท่าทางเย็นชาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนนั้นมันมีตั้งแต่อยู่ในท้อง เด็กน้อยพูดเพีย
"ปะป๊า ปะป๊า ปะป๊าาาาาา" เสียงของเด็กน้อยในวัยขวบเศษเพิ่งเริ่มหัดพูดไม่ไม่นาน และดูเหมือนคำที่เธอชอบพูดบ่อย ๆ นั้นก็จะเป็นคำคำนี้ เธอเอ่ยเรียกมาทั้งวัน ทว่าปะป๊าในความหมายของเด็กน้อยนั้นมันไม่ใช่แสนปีผู้ให้กำเนิดเสียนี่สิ"ค้าบบบ คนเก่งของอานะ" นั่นแหละ เจ้าของสรรพนามปะป๊าตัวจริงของฟ้าใส"มาทำไมอีก เพิ่งกลับไปเองไม่ใช่เหรอ" แสนปีเอ่ยถามคนที่เดินเข้ามาอุ้มลูกสาวของเขาด้วยน้ำเสียงลำดับที่เบาที่สุด เพราะพูดเสียงดังไม่ได้เกรงภรรยาจะด่าเอา"ก็มาหาฟ้าใสน่ะสิมันจะมีปัญญาหาอะไรนัก" นะโมมาที่นี่ทุกวันไม่ใช่เพียงแค่หลานที่ติดเขามาก แต่เขาก็เองก็ติดหลานมากเหมือนกัน ทว่าจนถึงตอนนี้แล้วยายหนูฟ้าใสนั่นก็ยังไม่ยอมให้แสนปีพ่อบังเกิดเกล้าอุ้มดี ๆ สักที มีเพียงแค่ตอนง่วงนอนเท่านั้นที่ให้เขาเป็นคนอุ้มจนหลับ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำเอาแสนปีดีใจจนน้ำตารื้นแล้ว"ไหมครับ พี่ว่าเราย้ายบ้านกันดีไหม" แสนปีเดินเข้ามาโอบกอดคนรักจากทางด้านหลังในตอนที่เธอกำลังชงนมอยู่พร้อมวางคางเกยไหล่เธออย่างออดอ้อน"พี่ก็ไปเลย เดี๋ยวไหมอยู่กับลูกที่นี่แหละ" นั่นไง ยัยคนสวยไม่รู้ว่าอินกับบทคนใจร้ายเหมือนเมื่อก่อนหรืออย่างไร หากแต่ตั้







