Masuk“น้องโรสมาหาคุณพ่อดีกว่าค่ะ” เขาชิงตัวลูกสาวมาอุ้มไว้แทน ลูกสาวของเขาตัวกลมดิก น้ำหนักก็พอต
“คุณพ่อขาา” เสียงเจื้อยแจ้วมาพร้อมเด็กสาวตัวเล็กที่วิ่งเข้าหาบิดา ราเชนทร์อ้าแขนกว้างรับเด็กหญิงโรสลินไว้ในอ้อมอกฟอดดด~ ฟอดดด~แก้มนุ่มนิ่มถูกจับจองโดยผู้เป็นพ่อ“พ่อคร้าบบ” เด็กชายราชาไม่น้อยหน้าสาวเท้าตามพี่สาวมาติด ๆ ราเชนทร์อ้าแขนรับเด็กชายอีกคน“วันนี้ลูกพ่อเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนกันหรือเปล่าครับ” ราเชนทร์เอ่ยถามลูก ๆ ทั้งสองที่ตอนนี้ศึกษาอยู่ชั้นเตรียมอนุบาล“น้องโรสเป็นเด็กดีค่ะคุณพ่อ” เสียงเล็กตอบบิดาด้วยรอบยิ้มที่ทำให้มองแล้วยิ่งลุ่มหลงหัวใจแกร่งอ่อนยวบไปหมด“แล้วน้องคิงล่ะครับ” เขาเปลี่ยนเป้าหมายหาลูกชายบ้าง“คิงเป็นเด็กดีครับ” เขาตอบน้ำเสียงหนักแน่นจนผู้เป็นพ่อต้องหอมแก้มยุ้ยให้รางวัลอีกคน“คุณแม่ไปไหนครับ เห็นคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า” เขาสอดส่องสายตาหาเมียรักเมื่อไม่พบพริกแกงออกมารับเขาอย่างเช่นทุกวัน โดยที่อุ้มเด็กทั้งสองไว้ในลำแขนแกร่ง น้ำหนักราว ๆ สามสิบกิโลกรัมไม่ได้ทำให้ราเชนทร์อยากอุ้มทั้งสองน้อยลงทั้งสองชี้ไปยังตำ
ร่างอวบของพริกแกงนั่งรอเขาที่ปลายเตียงใจจดใจจ่อ รอเขาอาบน้ำเสร็จให้ชายหนุ่มใจเย็นลงค่อยทำการง้อทีเดียว“ยังไม่หายโกรธพริกแกงอีกเหรอคะ” เขาเมินราวกับว่าเธอเป็นธาตุอากาศ คงจะโกรธจริง...“โถ่...คุณเชนทร์คะ พริกแกงไม่ได้ตั้งใจ” เธอยืนประจันหน้ากับเขาแต่ชายหนุ่มกลับเบือนหน้าหนี พริกแกงให้มือประกบแก้มทั้งสองให้หันมาสบตากับตน เท้าเล็กเขย่งพอให้ใบหน้าใกล้เคียงกับคนตัวสูงจุ๊บ!“หายโกรธพริกแกงเถอะนะ นะคะ” เธอยื่นใบหน้าหวานเข้าไปใกล้หวังให้เขาใจอ่อน แต่พริกแกงคิดผิด ชายหนุ่มผละออกจากเธอทำให้พริกแกงหมดความอดทน“ก็ได้ค่ะ ถ้าวันนี้คุณเชนทร์ไม่หายโกรธ พริกแกงจะไปนอนห้องรับแขก” ไม่ใช่เพียงขู่แต่เธอจะทำมันจริง ๆ“ไม่ได้นะ!” พริกแกงลอบยิ้มเมื่อใช้ไม้แข็งแล้วชายหนุ่มยอมคุยด้วย“หายโกรธพริกแกงเถอะนะคะ” เธอทำเสียงออดอ้อนหวังให้ชายหนุ่มใจอ่อน“ฉันยอมเธอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ” ราเชนทร์กลัวว่าเธอจะทำจริง เขาคงนอนไม่หลับหากไม่ได้นอนกอดพริกแกงแล้วเข้านิทราไปพร้อมกัน“พริกแกงขอโทษนะคะที่พูดไปแบบนั้น ไม่คิดว่าจะทำให้คุณเชนทร์โกรธ” เ
“แอร๊” เสียงของสาวน้อยทำให้เธอหลุดจากภวังค์ แม้จิตใจเธอจะย่ำแย่แต่ก็ยังดีที่มีลูกน้อยคอยเป็นแรงใจ“แม่ขอโทษค่ะ พอดีแม่คิดถึงคุณยายของหนู” เธอปาดน้ำตาที่ไหลออกมาตอนไหนก็ไม่รู้มองหน้าลูกสาวแล้วยิ่งคิดถึงแม่ ลูกสาวตัวน้อยยังไม่เคยได้เจอยายของเธอเลยด้วยซ้ำ แม่จะรู้ไหมว่าหลานสาวของแม่น่ารักน่าชังขนาดไหน“พริกแกง ทานข้าวหน่อยนะครับ” ราเชนทร์บอกเธอเสียงอ่อน หลายวันมานี้พริกแกงทานอาหารแทบจะนับคำได้ จนเขาเริ่มเป็นห่วงทั้งตัวเธอและลูกในท้อง“พริกแกงยังไม่หิวค่ะคุณเชนทร์” พริกแกงรู้สึกไม่อยากอาหาร“เธอควรคิดถึงลูกในท้องนะพริกแกง” เขาพูดให้เธอฉุกคิด และมันเป็นดั่งที่เขาตั้งใจ พริกแกงเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวและตอนนี้เธอยอมทานข้าวแต่โดยดียอมฝืนกลืนไปจนหมดแม้กระทั่งนมที่ราเชนทร์ชงมาให้เธอก็ดื่มไม่เหลือสักหยด“แม่ของเธอท่านไปสบายแล้วนะพริกแกง” ราเชนทร์นำผ้าคลุมไหล่ผืนหนาวางลงบนไหล่บางก่อนจะโอบกอดอีกชั้นเพิ่มความอบอุ่น“คุณเชนทร์” พริกแกงละสายตาจากพระจันทร์ดวงโตเอ่ยเรียกชายหนุ่ม“ถ้าแม่เธอรู้ว่าเธอไม่ยอมกินข้าว
“น้องโรสมาหาคุณพ่อดีกว่าค่ะ” เขาชิงตัวลูกสาวมาอุ้มไว้แทน ลูกสาวของเขาตัวกลมดิก น้ำหนักก็พอตัวจนเขาเกรงว่าหากเธออุ้มนาน ๆ คงไม่ดีแน่“หนูพริกแกงเป็นยังไงบ้างลูก” เจ้าสัวบุรินทร์ถามไถ่อาการหญิงสาว ตอนเกิดเรื่องท่านเป็นห่วงเธอจนแทบจะนั่งไม่ติด ทั้งห่วงหญิงสาวและหลานในท้อง ยิ่งเรเชลที่อยู่ต่างประเทศแทบจะตีตั๋วกลับทันที“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ” เจ้าสัวบุรินทร์เห่อหลานไม่ต่างจากลูกชายคนโต“ไปพักผ่อนเถอะลูกกลับมาเหนื่อย ๆ” แม้พริกแกงจะดูสดชื่นขึ้นมากแต่ท่านก็ยังเป็นห่วงพริกแกงก็คิดเช่นกัน ตอนนี้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก“พริกแกงขอเดินเองนะคะ” เธอเอ่ยบอกคนที่เตรียมจะอุ้ม ราเชนทร์ได้แต่ประคองเธอด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดพอร่างเล็กนอนราบลงบนเตียงก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงคนที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องนอนโรงพยาบาล“แล้วพี่ปรางล่ะคะ”“ตอนนี้ปรางทิพย์ลาออกไปแล้ว ส่วนเรื่องคดีฉันคงปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย” เขาเล่าเรื่องทุกอย่างให้พริกแกงฟังอย่างไม่ปิดบัง“สงสารเธอนะคะ” แม้ต้องเจ็บตัวแต่พริกแกงก็ยังคงเห็นใจและเข้าใจสาเหตุที่ปรางทิพย์ทำเช่นนี้
“คุณปราง...คุณปรางกำลังลากตัวหนูพริกแกงขึ้นไปบนดาดฟ้าค่ะ” คำว่าลาก ทำให้ราเชนทร์ตกใจยิ่งขึ้น“ป้าณีว่ายังไงนะครับ” ร่างสูงทะลึ่งพรวดขึ้นมา เขาถามย่ำอีกครั้งเกรงว่าจะฟังผิด แต่กลับได้คำตอบเช่นเดิม ตอนนี้ใจเขาแทบจะร้อนเป็นไฟ“ไอ้รัช แกพาน้องโรสกลับบ้านก่อน” เขาฝากฝังน้องชายที่อุ้มลูกเขาอยู่“ได้ไงพี่” รัชชาเองก็ห่วงพริกแกงไม่ต่างกัน“ฉันสั่งให้แกพาน้องโรสกลับบ้านก่อน! เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง” เขาขึ้นเสียงใส่น้องชาย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีเขาไม่อยากต้องมาห่วงหน้าพะวงหลัง หากลูกสาวยังอยู่ที่นี่เพราะไม่รู้ว่าปรางทิพย์คิดจะทำอะไร“ป้าณีครับ ผมฝากโทรแจ้งตำรวจที” เขาว่าไว้เท่านั้นก่อนที่จะสาวเท้าตรงดิ่งไปยังจุดที่แม่บ้านบอกแม้ขาจะยาวเท่าไหร่แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าเขาเดินช้ามากกว่าปกติ ราเชนทร์วิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ จากห้องทำงานของเขาไปยังดาดฟ้าระยะทางไม่ไกล แต่เขาเป็นห่วงพริกแกงจวนจะขาดใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้พริกแกงเป็นเช่นไรบ้างทางข้างหน้ามีคนมุงอยู่เป็นจำนวนมาก“ขอทางหน่อย” ราเชนทร์เร่งฝีเท้าฝ่าฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์ เขาตะคอกเสียงดังกังวล
“จะรีบไปไหนล่ะคะ พี่ยังพูดไม่จบเลย” แขนเรียวเล็กถูกรั้งเอาไว้“แต่ถ้าสุดท้ายไม่มีน้องพริกแกง พี่เชนทร์คงเลือกพี่อย่างแน่นอน” มือสวยของปรางทิพย์บีบที่ต้นแขนของพริกแกงแน่น“จริงไหมคะ” เสียงกระซิบของปรางทิพย์ทำพริกแกงขนลุกซู่ ก่อนทีสติจะดับวูบไปในที่สุด...“แอร๊…” เสียงร้องของเด็กหญิงโรสลิน ทำให้ราเชนทร์ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานวางทุกอย่างลงแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปหา“โอ๋ ๆ น้องโรส...คุณพ่ออยู่นี่ค่ะ” เขาอุ้มสาวน้อยแนบอก หยิบขวดนมของเด็กสาวป้อนให้แก่เธอ เด็กหญิงโรสลินหยุดร้องเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ อาหารสุดโปรดของสาวน้อยคือน้ำนมจากเต้าของมารดานั่นเองราเชนทร์มองไปที่ประตูสลับกับนาฬิกาด้วยความกระวนกระวายใจ พริกแกงหายไปนานจนเขารู้สึกแปลกใจ เพราะพริกแกงเป็นคนที่หวงลูกมาก ไม่น่าจะอยู่ห่างลูกได้นานถึงเพียงนี้“ทำไมคุณแม่ไปนานจังเลยหื้ม” ราเชนทร์เอ่ยกับเด็กน้อยเขาอดไม่ได้ที่จะฟัดแก้มย้วย“แอ๊ะ” เด็กสาวประท้วงเมื่อบิดารบกวนเวลากิน“คุณพ่อไม่กวนแล้วค่ะ เดี๋ยวน้องโรสทานเสร็จแล้วเราไปหาคุณแม่ดีกว่านะคะ” เขายิ้มให้กับความเลี้ยงง่ายของสาวน
“ทำไมมาช้า” เขาทำหน้ามุ่ยเมื่อเลยเวลาเที่ยงมานานมากแล้ว“ก็ดูที่คุณเชนทร์สั่งสิคะ กว่าพริกแกงจะทำเสร็จ” อาหารที่เขาอยากทานก็ใช่ว่าจะทำง่าย ๆ กลิ่นอาหารทำเอาราเชนทร์ที่แสร้งงอนอยู่กลับท้องร้อง พริกแกงนึกขำคงจะหิวมากสิท่า สมน้ำหน้าไม่รู้จักหาอะไรกิน“ฉันยอมกินเพราะเห็นว่าเธอตั้ง
หลังจากทำงานเสร็จของบริษัทก็ซิ่งรถกลับบ้านด้วยความรวดเร็ว วันนี้ทั้งวันเขาตั้งใจเคลียร์ทำงานให้เสร็จไว เพื่อจะได้กับมาหาลูกและภรรยาจะบอกข่าวดีกับเธอ“ป้าสายหยุดเห็นพริกแกงหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามหาพริกแกงเมื่อไม่พบเธอ เขาสาวเท้าเข้าแวะทักทายลูกสาวที่นอนเล่นอยู่ตามประสา“ฟอดดด~”
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มให้กับคำตอบของพริกแกง ความหมายที่เธอจะสื่อคืออนุญาตให้เขาทำได้แต่ไม่ใช่ที่นี่พริกแกงไม่อยากปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป เพราะไม่ใช่เพียงให้โอกาสเขา แต่นี่คือการให้โอกาสตัวเธอเองด้วยร่างบางลอยละลิ่วตามแรงของชายหนุ่ม เขาอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวเดินตรงไปยังห้องที่อย
ลมร้อนรดที่ต้นคอของหญิงสาวสม่ำเสมอ ทำให้เธอรับรู้ได้ว่าเขาหลับสนิท เขากอดรัดเธอไว้ด้วยแขนหนัก ๆ ของตน พริกแกงจำต้องหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราเมื่อไม่สามารถขยับตัวได้เสียงอ้อแอ้ปลุกสัญชาตญาณของแม่พริกแกงลืมตาตื่น เมื่อถึงเวลาสำหรับดื่มนมของลูกน้อย แม้จะหลับไปได้เพียงไม่นาน เปิดไฟหัวเตียง







