Share

บทที่8 หึงหรอ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-27 14:26:52

บทที่8 หึงหรอ

ลิลลี่ถอนหายใจออกมาด้วยความระเหี่ยใจ เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องเพราะไม่อยากให้ห้องข้างๆ ออกมาด่าที่ส่งเสียงดังรำคาญใจ ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู คินทร์ก็ก้าวตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง!

"ทำไมต้องมาคอยบงการชีวิตฉันขนาดนี้คินทร์ ฉันเหนื่อยนะ นายก็เห็นว่าฉันเพิ่งเลิกงาน" ลิลลี่เหวี่ยงกระเป๋าลงบนโซฟาแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ

"เหนื่อยงานหรือเหนื่อยเพราะมัวแต่โปรยเสน่ห์ให้ไอ้วินนั่นกันแน่ ให้เบอร์มันไปแล้วนี่ คงจะรอนัดกันต่อสิไช่มั้ย?"    คินทร์พูดจาถากถางพลางเดินต้อนเธอจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว

ลิลลี่จ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ ความโกรธทำให้เธอเผลอถามออกไปในสิ่งที่จี้จุดเขาที่สุด "ถามจริงเหอะ นายแสดงอาการบ้าคลั่งขนาดนี้ นายหึงฉันหรือไง?"

คำถามนั้นทำให้คินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเขาชาวาบก่อนจะรีบแค่นหัวเราะกลบเกลื่อน "หึง? อย่างฉันเนี่ยนะจะไปหึงลูกหนี้สภาพซอมซ่อแบบเธอ! อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยลิลลี่ ฉันก็แค่ไม่อยากให้เงินห้าล้านของฉันต้องสูญเปล่าเพราะเธอเอาเวลาไปร่านหาผู้ชายจนไม่มีปัญญาทำงานใช้หนี้!"

"ถ้าไม่ได้หึงก็หุบปากแล้วกลับไปซะ!"

ครืดดด ครืดดด...

จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโซฟาก็สั่นรัว ลิลลี่และคินทร์หันไปมองพร้อมกัน หน้าจอปรากฏชื่อ 'วิน'

คินทร์ตาขวางขึ้นมาทันที เขาอาศัยช่วงที่ลิลลี่กำลังอึ้งพุ่งตัวไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาตัดหน้าเธอ

"เอาคืนมานะคินทร์!" ลิลลี่ร้องลั่นและพยายามยื้อยุดแย่งโทรศัพท์จากมือหนา

แต่คินทร์กลับชูมันขึ้นเหนือหัวแล้วกดรับสายเสียเอง เขาฟังเสียงปลายสายที่ทักทายมาอย่างอ่อนหวานว่า "ลิลลี่ครับ ถึงห้องหรือยัง วินเป็นห่วง"

"ลิลลี่ไม่ว่าง! และดึกป่านนี้แล้วเลิกโทรมาวุ่นวายกับผู้หญิงของคนอื่นสักที ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!" คินทร์ตะคอกใส่โทรศัพท์เสียงดังสนั่นก่อนจะกดตัดสายทิ้งและปิดเครื่องทันที

ลิลลี่ยืนตัวสั่นด้วยความโมโหที่เขาถือวิสาสะ "นายทำบ้าอะไรลงไป! นายมีสิทธิ์อะไรไปพูดแบบนั้นกับเขา!"

"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวเธอลิลลี่! และถ้าเธอยังกล้าคุยกับมันอีก ฉันจะทำให้เธอไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยคอยดู!" คินทร์กระชากแขนเธอเข้าหาตัวด้วยแรงหึงที่เจ้าตัวยังปากแข็งไม่ยอมรับ

ลิลลี่จ้องมองการกระทำที่ป่าเถื่อนของคินทร์ด้วยแววตาที่สั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธจัดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด เธออาศัยจังหวะที่คินทร์กำลังยืนทำหน้ายักษ์สะใจ แย่งโทรศัพท์คืนมาได้อย่างรวดเร็ว

เธอรีบกดเปิดเครื่องทันที แม้คินทร์จะพยายามจะพุ่งเข้ามาแย่งอีกครั้ง แต่ลิลลี่ก็ชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

"ถ้าเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะแจ้งนิติให้ลากนายออกไป เดี๋ยวนี้!"

น้ำเสียงเด็ดขาดนั่นทำให้คินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ลิลลี่รีบกดโทรกลับหาเบอร์ล่าสุดทันที และเพียงไม่กี่วินาทีปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

"วิน...ลี่เองนะ" ลิลลี่กรอกเสียงลงไปพลางจ้องตาคินทร์เขม็ง "เมื่อกี้ขอโทษด้วยนะที่คนแถวนี้มารยาททรามใส่ พอดีลี่ทำโทรศัพท์หล่นน่ะ แล้วมีคนบ้าแถวนี้เก็บได้เลยพูดจาไม่รู้เรื่อง"

คินทร์ได้ยินคำว่า 'คนบ้า' ถึงกับกัดฟันกรอดก้าวเข้ามาประชิดตัวลิลลี่จนหน้าแทบจะชนกัน แต่ลิลลี่ก็ไม่ถอยหนี

"ขอโทษจริงๆ นะวิน ลี่เพิ่งถึงห้องเมื่อกี้เอง งานวันนี้เหนื่อยมากเลย ไว้วันหลังเราไปหาอะไรกินกันนะ...อื้ม ได้สิ นอนหลับฝันดีนะวิน"

ลิลลี่กดวางสายพร้อมกับยกยิ้มอย่างผู้ชนะ เธอวางโทรศัพท์ลงบนเคาน์เตอร์แล้วกอดอกมองหน้าคินทร์ที่ตอนนี้โกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด

"ทีนี้ก็กลับไปได้แล้วคินทร์ นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันว่าจะต้องคุยกับใคร หรือห้ามคุยกับใคร นายไม่ใช่พ่อฉัน!"

"ลิลลี่! ท้าทายฉันเหรอ!" คินทร์กระชากไหล่บางทั้งสองข้างเข้าหาตัว "เธอกล้าขอโทษมันต่อหน้าฉัน แล้วยังนัดมันไปกินข้าวอีกงั้นเหรอ?"

"ก็ถ้านายยังปากหมาใส่คนรอบข้างฉันไม่เลิก ฉันก็จะทำแบบนี้แหละ! ในเมื่อนายบอกว่านายไม่ได้หึง ฉันจะไปเดตกับใครมันก็เรื่องของฉัน!"

ลิลลี่เอ่ยออกไปอย่างเด็ดขาด ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในตาของคินทร์อย่างไม่ยอมแพ้ "หนี้ของพ่อฉันสร้างไว้ ฉันก็รับสภาพจ่ายคืนให้นายแล้ว นายก็อย่ามาวุ่นวายกับฉันอีก เราไม่ได้เป็นอะไรกัน! และห้องนี้ ฉันก็จ่ายค่าเช่า ไม่ได้มาขออยู่ฟรีๆ และถ้ารู้ว่าคอนโดนี้เป็นของคนอย่างนาย ฉันก็จะไม่อยู่หรอก ที่ฉันมาอยู่ที่นี่ เพราะมันติดรถไฟฟ้าต่างหาก!"

คำพูดที่พ่นออกมาด้วยความอัดอั้นทำให้คินทร์ถึงกับหน้าชา เขาบดกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความรู้สึกบางอย่างจุกอยู่ที่อก ทั้งโกรธที่โดนตอกหน้า และหงุดหงิดที่ลิลลี่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอไว้อย่างชัดเจนว่า 'ไม่ได้เป็นอะไรกัน'

คินทร์แค่นยิ้มร้าย แววตาที่เคยมองอย่างสับสนเปลี่ยนเป็นเย็นชาและดูถูกทันที "เธอคิดว่าฉันชอบคนอย่างเธอเหรอลิลลี่? หลงตัวเองไปหรือเปล่า เธอมีอะไรให้ฉันสนใจมั้ย ฐานะ หน้าตา หรือสังคม เธอมีอะไรดีพอจะเทียบฉันได้บ้าง ฉันแค่อยากได้เงินคืนเท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย อย่างเธอให้ฟรีฉันก็ไม่เอา ไม่รู้ว่าผ่านใครต่อใครมาบ้างแล้ว!"

คำดูหมิ่นที่ออกจากปากคนตรงหน้าทำเอาลิลลี่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโมโหถึงขีดสุด ความเสียใจที่สะสมมาบวกกับการถูกย่ำยีศักดิ์ศรีทำให้เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป

"ถ้าอย่างนั้นก็เลิกมาวุ่นวายได้แล้ว! เงินฉันจะผ่อนให้ทุกเดือนจนกว่าจะครบห้าล้าน และอย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำอีกนะว่าอย่ามาเหยียบที่นี่อีก...ฉันเกลียดนาย!"

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรงจนหน้าของคินทร์สะบัดไปตามแรงตบ ลิลลี่หอบหายใจถี่ จ้องหน้าเขาด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

คินทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง รอยนิ้วมือแดงก่ำค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนแก้ม เขาค่อยๆ หันใบหน้ากลับมามองลิลลี่ด้วยแววตาที่ลุกเป็นไฟ ความโกรธแค้นและความหงุดหงิดที่โดนท้าทายทำให้เขาสติขาดผึง

"เกลียดฉันนักใช่ไหม!"

คินทร์พุ่งเข้าหาลิลลี่อย่างรวดเร็ว เขาคว้าต้นแขนทั้งสองข้างของเธอแล้วกระชากร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่ง ก่อนจะก้มลงปิดปากที่กำลังจะอ้าด่าเขาด้วยจูบที่รุนแรงและป่าเถื่อน ลิลลี่พยายามดิ้นรนและทุบตีแผงอกเขา แต่เขากลับยิ่งบดขยี้จูบนั้นลงไปอย่างต้องการลงโทษ

เขาผละริมฝีปากออกมาเพียงนิด จ้องมองดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาของเธอด้วยความสะใจ "อยากโดนอีกไหม! ถ้ายังกล้าตบหน้าฉัน หรือกล้ายุ่งกับผู้ชายคนอื่นอีก ฉันจะทำให้มากกว่าจูบ จำไว้ลิลลี่!"

ลิลลี่ผลักอกเขาออกสุดแรงพลางถอยกรูดไปข้างหลัง เธอใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเองอย่างแรงด้วยความรังเกียจ น้ำตาที่คลอหน่วยตาไม่ได้มาจากความกลัว แต่มันคือความแค้นใจที่ถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรี

"ใช่! ฉันผ่านมาเยอะแล้วยังไงล่ะ!" ลิลลี่ตะคอกใส่หน้าเขาประชดคืนทั้งน้ำตา "ฉันมันก็แค่ผู้หญิงหน้าเงิน ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินอย่างที่นายว่านั่นแหละ คนสูงส่งอย่างนายก็อย่ามาลดตัวยุ่งกับคนสกปรกอย่างฉันเลย!"

คินทร์ชะงักไป แววตาที่เคยกราดเกรี้ยวสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเธอ แต่ทิฐิที่มีมากกว่าทำให้เขาไม่ได้เอ่ยคำขอโทษออกมา

"ในเมื่อฉันมันไร้ค่า งั้นนายก็ไสหัวออกไปจากห้องฉันซะ! ออกไป!! อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!"

ลิลลี่เดินไปกระชากประตูเปิดกว้างแล้วชี้หน้าไล่เขาด้วยมือที่สั่นเทา เธอสะอื้นฮักจนตัวโยนแต่ยังคงจ้องมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อและเกลียดชังอย่างที่สุด

คินทร์บดกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาจ้องหน้าลิลลี่นิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่งเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะก้าวเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

ปัง!

เสียงประตูที่ปิดลงพร้อมกับร่างของคินทร์ที่ลับตาไป ทำให้ลิลลี่ปล่อยโฮออกมาทันที เธอล็อกห้องแล้วทรุดลงนั่งพิงประตูอย่างหมดแรง คำพูดดูถูกของเขาที่บอกว่า 'ให้ฟรีก็ไม่เอา' หรือ 'ไม่รู้ผ่านใครมาบ้าง' มันทิ่มแทงหัวใจเธอจนเจ็บไปหมด

นับจากคืนนั้นที่ห้องพัก ลิลลี่ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความเสียใจและหยดน้ำตาถูกแปรเปลี่ยนเป็นกำแพงน้ำแข็งที่สูงชัน เธอเลือกที่จะปฏิบัติตามคำที่เขาเคยดูถูกเอาไว้ นั่นคือการทำให้เขาเห็นว่าเขาไม่มีตัวตนในสายตาเธออีกต่อไป

เวลาผ่านไปหลายวันที่มหาวิทยาลัย ลิลลี่ใช้ชีวิตตามปกติ เรียนหนังสือและหัวเราะอยู่กับ ลูกพีช และ แตงโม อย่างร่าเริง แต่ทุกครั้งที่ต้องเดินสวนกับกลุ่มของคินทร์ตามทางเดิน หรือแม้แต่ตอนที่นั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารเดียวกัน ลิลลี่กลับทำเพียงแค่เดินผ่านไปเฉยๆ สายตาของเธอราบเรียบและว่างเปล่า ราวกับว่าร่างสูงใหญ่ของ คินทร์ที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ

เธอไม่แม้แต่จะเหลือบมอง ไม่มีการหลบตา เพราะการหลบตาแปลว่ายังรู้สึก แต่สิ่งที่ลิลลี่ทำคือการ 'มองผ่าน' ไปอย่างไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ

ทางด้าน คินทร์ แม้ภายนอกจะยังคงรักษาฟอร์มเข้ม นั่งหน้านิ่งอยู่ในกลุ่มเพื่อนอย่างนิกและเพลิง แต่สายตาของเขากลับคอยลอบมองตามแผ่นหลังบางของลิลลี่อยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เห็นเธอหัวเราะกับคนอื่น หรือเห็นวินเดินเข้าไปทักทายเธอแล้วเธอยิ้มตอบอย่างสดใส หัวใจของคินทร์กลับรู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก

"ไอ้คินทร์ มึงมองเขาจนตาจะหลุดแล้วนะนั่น ไม่เข้าไปทักหน่อยเหรอวะ" นิกเอ่ยแซวเมื่อเห็นเพื่อนรักเอาแต่นิ่งเงียบผิดปกติ

"ใครมอง? กูแค่ดูว่าวันนี้ยัยนั่นจะไปหาเรื่องอ่อยใครอีกหรือเปล่าต่างหาก" คินทร์ตอบเสียงเรียบพลางยกน้ำขึ้นดื่มกลบเกลื่อนร่องรอยความกระวนกระวาย

เขาอยากจะเดินเข้าไปหา อยากจะเข้าไปหาเรื่องเหมือนทุกครั้งเพื่อให้เธอสนใจ แต่พอเห็นสายตาที่เฉยชาของลิลลี่ที่มองผ่านเขาไปราวกับคนไม่รู้จักกัน คินทร์ก็ก้าวขาไม่ออก ทิฐิและฟอร์มที่ค้ำคอทำให้เขาทำได้เพียงแค่ยืนกำหมัดแน่นและมองดูเธอเดินไกลออกไปเรื่อยๆ

ความเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่เริ่มก่อตัวเป็นความอึดอัดที่แผ่ซ่านไปทั่ว โดยเฉพาะคินทร์ที่เริ่มจะทนไม่ได้กับการถูกเมินเฉยแบบนี้

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่53 ทะเลของสองแฝด จบ

    บทที่53 ทะเลของสองแฝดหนึ่งอาทิตย์หลังจากงานวิวาห์สุดอลังการผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในโชว์รูมรถหรู รัตนธนากุล ยังคงอบอวลไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันพิเศษที่ครอบครัวใหญ่มาโม้กันพร้อมหน้าในห้องทำงานส่วนตัวสุดกว้างขวางของคุณคณิณ เพื่อล้อมวงทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ"ลี่จ๋า คินทร์จ๋า ป๊าว่าเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม?" คุณคณิณเอ่ยขึ้นขณะตักกับข้าวให้หลานสาว "ตั้งแต่แต่งงานมายังไม่ได้พักเลย ป๊าอยากพา ลีย่า กับ เรนนี่ ไปดูทะเลด้วย เห็นบ่นว่าอยากเห็นน้ำกว้างๆ มานานแล้ว""ใช่จ้ะ มี้เตรียมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วให้หลานไว้แล้วนะเนี่ย" คุณย่าดารินยิ้มแก้มปริพอได้ยินคำว่า "ทะเล" สองแฝดที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ก็หูผึ่งทันที"ทะเยหยอคะคุณปู่? ทะเยที่มันมีน้ำเยอะๆกว้างๆ สีฟ้าๆ ช่ายมั้ยคะ?" ลีย่า วางช้อนแล้วรีบคลานไปเกาะเข่าคุณคณิณ ตาแป๋วแหว๋ว"เยนนี่อยากเล่นน้ำ! เยนนี่จะใส่ชุดเป็ดเล่นน้ำก้าบๆ!" เรนนี่ กระโดดโลดเต้นจนแก้มยุ้ยๆ กระเพื่อม "พ่อคินทร์ขา พาไปเยยนะ ไปเดี๋ยวนี้เยย!""ไปครับลูก เดี๋ยวเราไปพัทยากันนะ ไม่ไกลบ้านเราด้วย" คินทร์ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ลิลลี่เห็นลูกๆดีใจเธอก็ยิ้มกว้างออกมาจังหวะนั้นเอง เสี

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่52 เข้าหอไฟลุกNC

    บทที่52 เข้าหอไฟลุกNCภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรัก คินทร์จ้องมองร่างเปลือยเปล่าของลิลลี่ด้วยสายตาที่เป็นประกายโชติช่วง เขาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาหลงใหลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนลากผ่านไหปลาร้าลงมายังยอดอกที่ชูชัน ก่อนจะพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบไปจนถึงปลายเท้าเล็กๆ ของเธอ"คินทร์รักลี่นะ รักที่สุดในชีวิตเลย" เขาพร่ำบอกข้างหูขณะที่เลื่อนตัวกลับขึ้นมาสบตาเธอ"ลี่ก็รักคินทร์ค่ะ รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว" ลิลลี่ตอบพลางยิ้มยั่ว เธอพลิกตัวขึ้นมานั่งทับบนหน้าขาแกร่ง มือเรียวซนเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ "ท่อนรัก" ที่บัดนี้มันแข็งขึงขยายขนาดจนเต็มพิกัด เธอเริ่มกำรวบแล้วรูดรั้งขึ้นลงอย่างจังหวะเน้นๆ"ซี๊ดดด...ลี่อย่าชักแบบนั้นสิ มันเสียวคินทร์จะทนไม่ไหวเอา" คินทร์ครางซี้ดออกมา มือหนาจิกจนแน่น"ลี่อยากให้คินทร์เสียวจนทนไม่ไหวไงคะ อยากเห็นคินทร์คลั่งเพราะลี่" เธอแกล้งขยับมือเร็วขึ้น สลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงที่ส่วนปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมา"แกล้งผัวเหรอ? ได้เลยเดี๋ยวเจอคินทร์เอาคืนบ้าง อย่าร้องขอชีวิตนะ!" คินทร์คำรามเบาๆ ก่อนจะรวบตัวลิลลี่ให้น

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่51 แต่งงานNC

    บทที่51 แต่งงานNCในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาวสะอาดตา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ป่าและกุหลาบขาวนับหมื่นดอก แสงไฟวอร์มไวท์ส่องสว่างนวลตาช่วยขับให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นอย่างถึงที่สุดประตูบานยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงขึ้นอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อนับพันที่หันไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือ ลีย่า และ เรนนี่ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวนวล มีโบว์ซาตินยักษ์อยู่ด้านหลัง ผมลอนเล็กๆ ถูกประดับด้วยมงกุฎดอกไม้จิ๋ว ดูเหมือนตุ๊กตานางฟ้าตัวน้อยที่หลุดออกมาจากนิทาน“ลีย่า... เยนนี่... เดินสวยๆ” ลีย่า กระซิบเตือนน้องสาวเสียงเบาพลางก้มมองตะกร้าดอกไม้ในมืออย่างมุ่งมั่น“เยนนี่รู้แย้ววว จะไม่ปาใส่หัวพี่ลีย่าแย้วค่ะ” เรนนี่ ตอบเสียงใสพลางจีบนิ้วป้อมๆ หยิบกลีบกุหลาบขึ้นมาสองแฝดเริ่มออกเดินเตาะแตะนำหน้าพ่อแม่ ลีย่าพยายามทำตามที่ซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เธอค่อยๆ หยิบดอกไม้โปรยลงบนพรมอย่างเบามือพลางยิ้มหวานให้แขกเหรื่อ จนคนในงานต่างอุทานออกมาด้วยความเอ็นดู "อุ๊ย! น่ารักจังเลยลูก"ส่วนเรนนี่ที่เดินขนาบข้าง

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่50 สองปีผ่านไป

    บทที่50 สองปีผ่านไปผ่านไป 2 ปีเต็ม จากทารกตัวน้อยในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นสองสาวน้อยจอมแสบ "น้องลีย่า" และ "น้องเรนนี่" ฝาแฝดที่ถอดแบบความสวยคมมาจากแม่ลิลลี่ และได้ความทะเล้นขี้เล่นมาจากพ่อคินทร์ไปเต็มๆคฤหาสน์รัตนธนากุลบัดนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อม แม้จะมีพี่เลี้ยงอาชีพคอยประกบถึง 3 คน แต่ความแสบสันของสองแฝดก็ทำเอาพี่เลี้ยงวิ่งขาขวิดแทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ลิลลี่พาออกไปที่โชว์รูมรถหรูของครอบครัว"ลีย่าลูก! อย่าเอาอมยิ้มไปแปะที่กระจกรถเฟอร์รารี่คันนั้นครับ! คันนั้นลูกค้ากำลังจะมาตรวจรับรถนะลูก!" คินทร์ในชุดสูทสุดเนี้ยบตะโกนเสียงหลง พลางวิ่งไล่จับลูกสาวคนพี่ที่กำลังวิ่งซิกแซกหลบหลีกพนักงานขายอย่างคล่องแคล่ว"คิกๆ พ่อคินทร์จ๋า!" ลีย่าหัวเราะชอบใจส่วนคนน้องอย่างเรนนี่ ก็ไม่น้อยหน้า เธอปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟารับรองแขก VIP พร้อมกับถอดรองเท้ากระเด็นไปคนละทิศละทาง "เรนนี่หิวเยลลี่ เอามาให้หน่อย!""พะ เพิ่งทานไปเองนะคะคุณหนูเรนนี่" พี่เลี้ยงเหงื่อตกพลางรีบคว้าตัวเด็กหญิงไว้ก่อนจะซนไปมากกว่านี้ พนักงานในโชว์รูมต่างพากันอมยิ้ม บ้างก็เข้ามาช่วยล้อมจับจนโชว์รูมที่เคยดูขรึมๆ กลายเป็นสวนสน

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่49 NC

    บทที่49 NCคินทร์ไม่ปล่อยให้ลิลลี่ได้พักหายใจนานนัก หลังจากที่น้ำหวานของเธอพุ่งออกมาจนชุ่ม เขาจัดการรวบตัวร่างบางที่กำลังหอบสั่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จับเธอพลิกให้หันหลังเข้าหาหัวเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนที่แสนยั่วยวน คินทร์ใช้เข่าแกร่งแทรกดันขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกจากกันกว้างที่สุดจนเห็นความฉ่ำแฉะที่กำลังเต้นตุบๆตามจังหวะหัวใจ ลิลลี่พยายามใช้แขนยันหัวเตียงไว้เพื่อพยุงตัว ใบหน้าสวยฟุบลงกับหมอนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอคินทร์คว้าแก่นกายขนาดยักษ์ที่ร้อนผ่าวและแข็งปั๋งขึ้นมาชักรูดเน้นๆ สองสามที ก่อนจะจ่อส่วนปลายที่บานฉ่ำเข้ากับรอยแยกที่ยังเปียกโชก เขาออกแรงกดพรวดเดียวแทรกผ่านความคับแน่นเข้าไปจนสุดทางรัก"สวบ!""อ๊าาาาาาา! คินทร์! มันลึก อื้ออออ!" ลิลลี่แผดเสียงครางลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่ตอกอัดเข้ามาจนมิดด้าม คินทร์ไม่รอช้าเขาเริ่มโยกย้ายสะโพกสอบกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งมือ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว "ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!""อื้มมมมม! แม่งโคตรดีเลยลี่... แน่นฉิบหาย อ๊าาา!" คินทร์คำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านถึงทรวง เขาจับเอวบางไว้มั่นแล้วกระหน่ำแทงเข้าออกอย่างรุนแร

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNC

    บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNCสองวันต่อมาที่โรงพยาบาล หลังจากที่คุณหมอเช็กอาการจนแน่ใจว่าบาดแผลที่ขาเริ่มแห้ง และผลตรวจครรภ์ลูกแฝดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คินทร์ก็รีบทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที เขาประคองลิลลี่ขึ้นรถหรูที่เตรียมเบาะรองนั่งมาอย่างนุ่มสบาย เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงบาดแผลและเจ้าตัวเล็กในท้องทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วอัลลอยด์สีทองบานยักษ์ ลิลลี่ถึงกับตาโตเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ป๊าคณิณ และ คุณแม่ดาริน ยืนยิ้มแป้นรออยู่ที่หน้าบัน พร้อมด้วยเหล่าแม่บ้านในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้าน คนขับรถ และคนสวนที่ถือพวงมาลัยดอกมะลิรอต้อนรับกันเป็นแถวยาว"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะหนูลี่!" ป๊าคณิณตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขคินทร์ก้าวลงจากรถแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูฝั่งลิลลี่ เขาช้อนร่างภรรยาขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าหญิงทันที"คินทร์ลี่เดินเองได้ค่ะ แค่แผลถลอกเอง" ลิลลี่กระซิบเขินๆ เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน"ไม่ได้! คินทร์สัญญาว่าจะไม่ให้ลี่เท้าแตะพื้นจนกว่าจะถึงห้องนอน" คินทร์ตอบเสียงดังฟังชัด จนเหล่าแม่บ้านแอบยิ้มกริ่มในความคลั่งรักของเจ้านายหนุ่มเมื่อเข้าไปถึงห้องโถงกลาง ลิลลี่ต้องประหลาดใจอีกครั้ง

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่9 การจัดการ

    บทที่9 การจัดการภายในห้องบรรยายรวมขนาดใหญ่ของคณะบริหารธุรกิจ แอร์เย็นฉ่ำทว่าบรรยากาศกลับร้อนระอุอย่างบอกไม่ถูก ลิลลี่นั่งอยู่ระหว่างลูกพีชและแตงโม เธอเปิดไอแพดเตรียมจดเลกเชอร์วิชาการจัดการเบื้องต้นอย่างตั้งใจ แต่นิ้วเรียวต้องชะงักเมื่อร่างสูงที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่แถวที่นั่งของเธอ"ตรงนี้ว

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่7 หนีเสือปะจระเข้

    บทที่7 หนีเสือปะจระเข้ลิลลี่จัดการกดโอนเงินหนึ่งแสนบาทคืนให้คินทร์ต่อหน้า เพื่อตัดรำคาญและหวังว่าเขาจะเลิกยุ่งกับเธอสักที แม้จะรู้ความจริงแล้วว่าที่พักแห่งนี้เป็นของครอบครัวเขา แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นในตอนนี้ นอกจากต้องอดทนและใช้ชีวิตต่อไปวันต่อมา ลิลลี่พยายามรวบรวมกำลังใจและกลับไปเรียนตามปกติท

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่6 หัวใจสลาย

    บทที่6 หัวใจสลายบรรยากาศภายในโรงพยาบาลที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง กลับกลายเป็นความเงียบสงัดที่น่าใจหาย เมื่อคุณหมอเดินออกมาจากห้องไอซียูด้วยสีหน้าสลด พลางส่ายหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณที่บอกว่ายื้อชีวิตของ มลฤดี ไว้ไม่ได้อีกแล้ว"เสียใจด้วยนะลิลลี่ แม่ไปสบายแล้ว" เสียงของลูกพีชที่พยายามกลั้นสะอื้นบอกเพื่อนร

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่5 โรงบาล

    บทที่5 โรงบาลแสงไฟจากบูธรถยนต์ที่พารากอนค่อยๆ ดับลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ลิลลี่พยายามกลั้นไว้จนสุดทาง ทันทีที่เซ็นชื่อเลิกงานและรับเงินค่าจ้างมา เธอไม่รอช้าที่จะพุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที โดยมี ลูกพีช และ แตงโมมาด้วยเพราะความเป็นห่วงเพื่อนรักที่สภาพจิตใจย่ำแย่เกินกว่าจะปล่อยให้ไปไหนคนเดียวได้ณ หน้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status