Partager

บทที่5 โรงบาล

last update Date de publication: 2026-03-27 14:23:55

บทที่5 โรงบาล

แสงไฟจากบูธรถยนต์ที่พารากอนค่อยๆ ดับลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ลิลลี่พยายามกลั้นไว้จนสุดทาง ทันทีที่เซ็นชื่อเลิกงานและรับเงินค่าจ้างมา เธอไม่รอช้าที่จะพุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที โดยมี ลูกพีช และ แตงโมมาด้วยเพราะความเป็นห่วงเพื่อนรักที่สภาพจิตใจย่ำแย่เกินกว่าจะปล่อยให้ไปไหนคนเดียวได้

ณ หน้าห้อง ICU

เสียงฝีเท้าของสามคนคนดังสะท้อนไปตามทางเดินที่เงียบสงัด ลิลลี่พุ่งตรงไปหาพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

"คุณพยาบาลคะ... คนไข้ชื่อมลฤดี อาการเป็นยังไงบ้างคะ?"

"คุณหมอกำลังตรวจอยู่ข้างในค่ะ คุณแม่มีความดันตกลงอย่างรวดเร็วและชีพจรเริ่มอ่อนลง รบกวนญาติรอสักครู่นะคะ"

คำตอบนั้นเหมือนเข็ญนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ ลิลลี่เข่าอ่อนจนเกือบทรุดลงกับพื้น ดีที่ลูกพีชและแตงโมเข้าไปคว้าตัวไว้ได้ทัน

"ลี่...มึงตั้งสติก่อนนะเว้ย แม่ต้องไม่เป็นอะไร" ลูกพีชกอดเพื่อนไว้แน่น พลางลูบหลังปลอบใจ

"กูทำงาน...กูหาเงินมาได้แล้วนะพีช กูมีเงินจ่ายค่าหมอแล้ว ทำไมแม่ถึงยังไม่ฟื้นขึ้นมาคุยกับกูอีกล่ะวะ" ลิลลี่ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ความอัดอั้นจากคำพูดดูถูกของคินทร์และความกลัวที่จะเสียแม่ไปมันระเบิดออกมาพร้อมกัน

"ร้องออกมาลี่ ร้องออกมาให้พอ แล้วมึงต้องเข้มแข็งนะ" แตงโมน้ำตาคลอตามพลางเช็ดน้ำตาให้เพื่อน "มึงยังมีพวกกูนะเว้ย พวกกูไม่ทิ้งมึงแน่ๆ ไม่ว่าค่ารักษาจะเท่าไหร่ พวกกูจะช่วยมึงเอง" ทั้งสามคนนั่งกอดกันอยู่หน้าห้อง ICU ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน ลิลลี่มองจ้องไปที่ประตูห้องฉุกเฉินอย่างมีความหมาย ในใจเธอตอนนี้ไม่มีพื้นที่ให้ความโกรธแค้นคินทร์อีกต่อไป มีเพียงความภาวนาขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง

หลายวันต่อมา ณ สนามแข่งรถระดับอินเตอร์ เสียงเครื่องยนต์จากรถแข่งหลายสิบคันดังกระหึ่มไปทั่วสนามระดับอินเตอร์ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเบนซิน แรงสั่นสะเทือนจากพิธีกรที่ประกาศเปิดงานผ่านลำโพงขนาดใหญ่ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นรัว วันนี้คือวันแข่งใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยเหล่านักแข่งมืออาชีพและทีมงานคุณภาพ

ลิลลี่ปรากฏตัวในชุดพริตตี้ทีมแข่งรถสุดเท่และเซ็กซี่ สวยเฉี่ยวไร้ที่ติ แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้มีประกายร่าเริงอย่างที่ตาเห็น เธอเพียงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัดและตั้งใจและจะรีบกลับไปหาแม่ที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุดและได้แต่ภาวนาขอให้ความดันของแม่เป็นปกติ

ภายในการทำงาน เธอถูกจัดให้ไปยืนถือร่มให้กับรถแข่งเป็นหมายเลข 77 เป็นรถของ วิน นักแข่งหนุ่มหล่อที่เป็นคู่ปรับตัวฉกาจของคินทร์ ลิลลี่ยืนนิ่งอยู่ข้างรถคันนั้น มือเรียวชูร่มคันใหญ่กางบังแดดให้นักแข่งตามหน้าที่ เธอไม่ได้โปรยยิ้มหวาน หรือแสดงท่าทีเย้ายวนเหมือนพริตตี้คนอื่นๆ แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเธอก็ยังคงดึงดูดสายตาของผู้คนในสนามได้อย่างน่าประหลาด

"สู้ๆ นะคะคุณวิน" ลิลลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เมื่อวินหันมามองก่อนที่จะสวมหมวกกันน็อก

"ขอบคุณครับน้องลิลลี่" วินยิ้มให้ก่อนจะยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์โอเค

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนยิงขึ้นฟ้าสามนัด เป็นสัญญาณของการเริ่มการแข่งขัน รถแข่งทุกคันพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าพร้อมกัน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันยางที่คลุ้งไปทั่วสนาม

แน่นอนว่า คินทร์ ก็ร่วมลงแข่งในรายการนี้ด้วย ในรถแข่งหมายเลข 99 สีแดงเพลิงที่พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตามาเห็นภาพลิลลี่ยืนอยู่ข้างรถของวินพอดี ภาพที่เธอส่งรอยยิ้มจางๆ ให้กับคู่แข่งของเขา ก่อนจะหันไปยืนคุยกับทีมงานอย่างสนิทสนม มันทำให้ไฟริษยาในอกเขาปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

‘ยัยผู้หญิงแพศยา! ไหนบอกว่าเสียใจเรื่องแม่จนจะขาดใจตาย ที่แท้ก็มาแต่งตัวยั่วผู้ชายอยู่ตรงนี้! แถมยังไปอ่อยไอ้วินอีก! คอยดูเถอะ...จบแข่งครั้งนี้ฉันจะเอาคืนให้สาสม!’ คินทร์บดกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนใต้หน้ากาก ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกกันน็อกนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

เขาเห็นลิลลี่เดินกลับเข้าพิทเลนไปหลังจบการตั้งแถว ก่อนที่เธอจะไปยืนสังเกตการณ์การแข่งขันจากหน้าจอภาพที่ตั้งอยู่ในเต็นท์รับรอง คินทร์ขับรถแข่งด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าทุกคน หักเลี้ยวเข้าโค้งด้วยทักษะระดับมืออาชีพ แต่ทุกครั้งที่เขาขับผ่านหน้าพิทเลน สายตาคมกริบก็จะจับจ้องไปที่ร่างบางของลิลลี่เสมอ

เขาอยากให้การแข่งขันจบลงเร็วๆ อยากจะพุ่งเข้าไปกระชากยัยตัวแสบนั่นออกไปจากสายตาผู้ชายเป็นร้อยคน!

หลังจบการแข่งขันที่ดุเดือด คินทร์ในรถหมายเลข 99 ก็คว้าชัยชนะมาได้ตามคาด แต่ในใจของเขากลับไม่มีความยินดีกับถ้วยรางวัลเลยแม้แต่นิดเดียว สายตาของเขาเอาแต่สอดส่ายหา "ยัยตัวแสบ" ที่หายไปจากสนามทันทีที่จบงาน

หลังจบการแข่งขันที่ดุเดือด นิก และ เพลิง สองเพื่อนสนิทของคินทร์รีบวิ่งลงมาที่พิทเลนเพื่อแสดงความยินดี

"เฮ้ย! ไอ้คินทร์ มึงมันปีศาจชัดๆ ขับแบบไม่เอาชีวิตรอดเลยนะมึง!" นิก หนุ่มขี้เล่นตะโกนก้องพลางตบไหล่เพื่อน "คืนนี้จัดหนักเลยไหมวะแชมป์?"

"เออ มึงนิ่งมากว่ะคินทร์ ท็อปฟอร์มสุดๆ" เพลิง หนุ่มมาดขรึมเสริมพลางยิ้มยินดี

"พวกมึงไปรอที่คลับก่อนเลย" คินทร์ตอบเสียงเรียบ ใบหน้ายังคงบึ้งตึงจนเพื่อนๆ เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ "กูมีธุระต้องเคลียร์"

เขาสะบัดตัวเดินตรงไปทางโซนห้องพักนักแข่งทันที ทิ้งให้นิกและเพลิงยืนงง

ลิลลี่รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันทีที่จบงาน เธอรีบสลัดชุด พริตตี้รัดรูปออกแล้วสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง มือเรียวพยายามเช็ดเครื่องสำอางออกอย่างลนลาน น้ำตาที่อั้นไว้เริ่มเอ่อออกมาเมื่อคิดถึงแม่ที่โรงพยาบาล

"แม่จ๋ารอลิลลี่ก่อนนะ" เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความกลัว

แต่พอเปิดประตูห้องน้ำออกมา ลิลลี่ก็ต้องหยุดกึก เมื่อพบร่างสูงของ คินทร์ ยืนกอดอกรออยู่ด้วยสายตาคาดโทษ โดยมี วิน ที่ยืนถือช่อดอกไม้รออยู่อีกด้าน

"จะรีบไปไหนล่ะยัยตัวดี?" คินทร์เอ่ยเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีคุกคามออกมาจนนิกกับเพลิงที่เดินตามมาเงียบๆ ถึงกับชะงัก

"น้องลิลลี่ครับ พี่วินมีดอกไม้มาขอบคุณที่ช่วยกางร่มให้วันนี้" วินพยายามแทรกตัวเข้ามาเพื่อส่งดอกไม้ให้ลิลลี่

"ขอบคุณค่ะคุณวิน แต่ลิลลี่รีบจริงๆ ค่ะ ขอตัวนะ!" ลิลลี่ พยายามเดินเลี่ยง แต่คินทร์กลับก้าวมาขวางไว้แน่น

"หนี้สินที่ติดไว้ยังเคลียร์ไม่จบ ยังมีหน้ามาเดินรับดอกไม้จากผู้ชายคนอื่นอีกเหรอ! ตอนกลางวันแต่งตัวยั่วผู้ชายทั้งสนาม พอตอนนี้มาทำทรงเป็นนางเอกโศกเศร้า!"

"พูดให้มันดีๆ หน่อยไอ้คินทร์" วินรีบช่วยปกป้อง

"มึงไม่ต้องมายุ่งไอ้วิน!" คินทร์ตวาดกลับ "มึงสองคน (นิก-เพลิง) ก็เหมือนกัน อย่ามาทำหน้าสงสารยัยนี่ หนี้ห้าล้านที่มันติดกูไว้ ยังไม่รวมค่าที่มันทำหน้ากูเสียโฉมวันนั้นอีก!"

คินทร์ไม่สนสายตาตำหนิของนิกและเพลิง เขาบีบข้อมือลิลลี่แน่นจนผิวขาวจัดขึ้นรอยแดง ก่อนจะออกแรงกระชากให้เธอเดินตามออกไปทางลานจอดรถอย่างไม่ปรานี ลิลลี่พยายามยื้อตัวไว้แต่สู้แรงมหาศาลของเขาไม่ได้ เธอถูกลากมาจนถึงข้างรถสปอร์ตคันหรู

"ปล่อย! เจ็บนะคินทร์!" ลิลลี่ตวาดใส่ทั้งน้ำตา "นายจะบ้าไปถึงไหน ฉันบอกแล้วไงว่าฉันรีบไปโรงพยาบาล แม่ฉันอาการหนัก ถอยไป!"

"ถอยงั้นเหรอ? หนี้ห้าล้านยังไม่จ่ายแม้แต่บาทเดียว มีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู!" คินทร์ไม่ถอยแถมยังก้าวเข้าไปประชิดตัวจนลิลลี่แผ่นหลังติดกับตัวรถ "ทีตอนกางร่มให้ไอ้วินล่ะยืนนิ่งเชียว พอกับกูทำเป็นจะเป็นจะตาย กลัวกูไม่มีเงินจ่ายค่าเสียเวลาหรือไง"

"หยุดประชดประชันสักทีได้ไหม!" ลิลลี่ตะโกนก้องอย่างเหลืออด "ฉันไม่ได้หนีไปไหนทั้งนั้นแหละ ถ้าฉันจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายของแม่จบ ฉันจะรีบหาเงินมาคืนนายทุกบาททุกสตางค์ แต่นายช่วยหลีกทางให้ฉันไปหาแม่ก่อนได้ไหม!"

คินทร์แค่นยิ้มเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความระแวง "กูไม่เชื่อคำพูดคนอย่างมึงหรอกลี่ ปากบอกจะหามาคืนแต่ตอนนี้มึงไม่มีแม้แต่บ้านจะอยู่ด้วยซ้ำ"

“มึงก็เห็นนิว่าสภาพกูเป็นยังไงจะบีบกูเพื่ออะไร!!” ลิลลี่ตะโกนลั่นใส่หน้าเขา

เขาเปิดประตูรถฝั่งคนขับแล้วหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาโยนใส่หน้าอกเธอ "ถ้าอยากไปโรงพยาบาลนัก ก็เซ็นสัญญารับสภาพหนี้ซะ มึงติดกูห้าล้าน และมึงต้องชดใช้ตามที่กูสั่ง จนกว่ากูจะพอใจ"

"มึงมันจอมบงการที่สุด!" ลิลลี่กัดฟันกรอด

"จะเซ็นหรือไม่เซ็น? ถ้าไม่เซ็นกูจะจอดรถขวางมึงอยู่ตรงนี้แหละ ดูดิว่ามึงจะไปหาแม่ยังไง!"

ลิลลี่มองใบหน้าที่ไร้ความปรานีของคินทร์แล้วใจสั่นพรือ เธอไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ คินทร์กระชากไหล่เธอให้ขึ้นไปนั่งบนรถเพื่อเป็นหลักประกันว่าเธอจะไม่วิ่งหนี ลิลลี่หยิบแผ่นกระดาษในซองออกมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา เธอเป็นนักศึกษาบัญชีจึงกวาดสายตาอ่านทุกบรรทัดอย่างละเอียด สัญญาระบุเรื่องหนี้ห้าล้านและเงื่อนไขการชดใช้

เธอหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของแม่ที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่โรงพยาบาล ก่อนจะตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปในสัญญานั้นด้วยหัวใจที่แตกสลาย

"เซ็นแล้ว...มึงพอใจหรือยัง" ลิลลี่โยนปากกาทิ้ง

พอนิ้วเรียวสวยตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงบนกระดาษใบนั้นเสร็จสิ้น ลิลลี่ก็รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายโยนแผ่นสัญญาคืนใส่หน้าตักของคินทร์อย่างไม่ใยดี เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ความกดดันทั้งหมดที่แบกมาตลอดทั้งวันมันระเบิดออกมาในวินาทีนั้นเอง

คินทร์เหลือบมองใบสัญญาที่มีชื่อของเธอประทับอยู่อย่างสมบูรณ์ แววตาที่เคยแข็งกร้าววูบไหวไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นไห้ที่ดูเหมือนจะขาดใจของคนข้างๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เอื้อมมือไปกระชากเกียร์และเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานรถสปอร์ตออกจากสนามแข่งทันที

ความเร็วของรถพุ่งทะยานไปตามท้องถนน คินทร์ขับปาดซ้ายแซงขวาด้วยทักษะนักแข่งที่เขามีเพื่อให้ไปถึงจุดหมายเร็วที่สุด ลิลลี่นั่งตัวสั่นงันงก สายตาเหม่อมองถนนที่เลือนรางเพราะม่านน้ำตา ในใจเธอกระวนกระวายจนแทบจะหยุดหายใจ

ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูตึกผู้ป่วยวิกฤต ลิลลี่ไม่รอให้คินทร์ดับเครื่อง เธอเปิดประตูแล้วพุ่งตัวออกไปวิ่งหน้าตั้งเข้าสู่ภายในอาคารทันที คินทร์ที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบจอดรถแล้ววิ่งตามเธอไปติดๆ

ภาพที่ลิลลี่เห็นตรงหน้าห้องฉุกเฉินคือ ลูกพีช และ แตงโม ที่ยืนกอดกันกลม ใบหน้าของเพื่อนทั้งสองเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและดูสับสนลนลาน พอเห็นลิลลี่วิ่งมา ทั้งสองก็พุ่งเข้าไปหาเพื่อนทันที

"ลี่! มึงมาแล้ว!" ลูกพีชตะโกนเรียกเสียงสั่น

"แม่ล่ะพีช! แม่เป็นยังไงบ้าง!" ลิลลี่ถามพลางหอบหายใจรัว

"หมอ...หมอเพิ่งเข้าไปข้างใน" แตงโมตอบสะอื้น "เมื่อกี้พยาบาลวิ่งวุ่นกันไปหมด เขาบอกว่าแม่ความดันตกมากจนหัวใจเกือบหยุดเต้น"

ลิลลี่เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอทรุดฮวบลงกับพื้นตรงนั้นเข่ากระแทกพื้นเสียงดังจนคนที่ยืนดูอยู่ใจหาย คินทร์ที่ตามมาทันเห็นภาพนั้นพอดี เขาหยุดยืนอยู่ห่างๆ จ้องมองร่างบางที่ดูเล็กจ้อยและเปราะบางเหลือเกินในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา

"แม่จ๋า...อย่าทิ้งลี่ไปนะแม่ ลี่มีเงินแล้วแม่ ฟื้นมาคุยกับลี่ก่อน..." ลิลลี่รำพันออกมาเสียงแผ่ว พลางพนมมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

คินทร์ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกุมหัวใจเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขาทำมาตลอดคือการเหยียบย่ำคนที่กำลังจะจมน้ำตายจริงๆ

พยาบาลคนหนึ่งเดินพรวดออกมาจากประตูห้องไอซียูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ญาติคุณมลฤดีคะ! ตอนนี้คนไข้หัวใจหยุดเต้น หมอกำลังทำการปั๊มหัวใจอยู่ค่ะ ขอให้ญาติตั้งสติและรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ!"

"แม่!!" ลิลลี่กรีดร้องออกมาสุดเสียงก่อนจะพยายามพุ่งตัวเข้าประตูไป แต่ถูกพยาบาลและเพื่อนๆ ช่วยกันดึงไว้

คินทร์ทนดูภาพความแตกสลายตรงหน้าไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินก้าวสามขุมเข้าไปรวบร่างที่กำลังดิ้นรนของลิลลี่เข้ามากอดไว้แน่นจากทางด้านหลัง ลิลลี่ดิ้นพล่านสะอึกสะอื้นจนตัวโยนอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เธอเกลียดที่สุด

"ปล่อยฉัน! ฉันจะไปหาแม่! ปล่อย!"

"ตั้งสติลิลลี่! เข้าไปตอนนี้เธอก็ช่วยอะไรแม่ไม่ได้!" คินทร์ตวาดเสียงเข้มแต่แฝงไปด้วยความสั่นเครือ เขาโอบรัดเธอไว้แน่นไม่ยอมให้เธอพุ่งไปชนประตู "อยู่ตรงนี้... อยู่กับฉันตรงนี้ก่อน"

ลิลลี่หมดแรงจะดิ้นรน เธอทรุดตัวลงในอ้อมแขนของคินทร์ ร้องไห้จนเสื้อของเขาชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอ วินาทีนั้นคินทร์ไม่ได้รู้สึกถึงชัยชนะในสนามแข่งเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเพียงว่า...ผู้หญิงในอ้อมกอดเขากำลังจะขาดใจตายตามแม่ของเธอไปแล้ว

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่53 ทะเลของสองแฝด จบ

    บทที่53 ทะเลของสองแฝดหนึ่งอาทิตย์หลังจากงานวิวาห์สุดอลังการผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในโชว์รูมรถหรู รัตนธนากุล ยังคงอบอวลไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันพิเศษที่ครอบครัวใหญ่มาโม้กันพร้อมหน้าในห้องทำงานส่วนตัวสุดกว้างขวางของคุณคณิณ เพื่อล้อมวงทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ"ลี่จ๋า คินทร์จ๋า ป๊าว่าเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม?" คุณคณิณเอ่ยขึ้นขณะตักกับข้าวให้หลานสาว "ตั้งแต่แต่งงานมายังไม่ได้พักเลย ป๊าอยากพา ลีย่า กับ เรนนี่ ไปดูทะเลด้วย เห็นบ่นว่าอยากเห็นน้ำกว้างๆ มานานแล้ว""ใช่จ้ะ มี้เตรียมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วให้หลานไว้แล้วนะเนี่ย" คุณย่าดารินยิ้มแก้มปริพอได้ยินคำว่า "ทะเล" สองแฝดที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ก็หูผึ่งทันที"ทะเยหยอคะคุณปู่? ทะเยที่มันมีน้ำเยอะๆกว้างๆ สีฟ้าๆ ช่ายมั้ยคะ?" ลีย่า วางช้อนแล้วรีบคลานไปเกาะเข่าคุณคณิณ ตาแป๋วแหว๋ว"เยนนี่อยากเล่นน้ำ! เยนนี่จะใส่ชุดเป็ดเล่นน้ำก้าบๆ!" เรนนี่ กระโดดโลดเต้นจนแก้มยุ้ยๆ กระเพื่อม "พ่อคินทร์ขา พาไปเยยนะ ไปเดี๋ยวนี้เยย!""ไปครับลูก เดี๋ยวเราไปพัทยากันนะ ไม่ไกลบ้านเราด้วย" คินทร์ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ลิลลี่เห็นลูกๆดีใจเธอก็ยิ้มกว้างออกมาจังหวะนั้นเอง เสี

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่52 เข้าหอไฟลุกNC

    บทที่52 เข้าหอไฟลุกNCภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรัก คินทร์จ้องมองร่างเปลือยเปล่าของลิลลี่ด้วยสายตาที่เป็นประกายโชติช่วง เขาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาหลงใหลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนลากผ่านไหปลาร้าลงมายังยอดอกที่ชูชัน ก่อนจะพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบไปจนถึงปลายเท้าเล็กๆ ของเธอ"คินทร์รักลี่นะ รักที่สุดในชีวิตเลย" เขาพร่ำบอกข้างหูขณะที่เลื่อนตัวกลับขึ้นมาสบตาเธอ"ลี่ก็รักคินทร์ค่ะ รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว" ลิลลี่ตอบพลางยิ้มยั่ว เธอพลิกตัวขึ้นมานั่งทับบนหน้าขาแกร่ง มือเรียวซนเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ "ท่อนรัก" ที่บัดนี้มันแข็งขึงขยายขนาดจนเต็มพิกัด เธอเริ่มกำรวบแล้วรูดรั้งขึ้นลงอย่างจังหวะเน้นๆ"ซี๊ดดด...ลี่อย่าชักแบบนั้นสิ มันเสียวคินทร์จะทนไม่ไหวเอา" คินทร์ครางซี้ดออกมา มือหนาจิกจนแน่น"ลี่อยากให้คินทร์เสียวจนทนไม่ไหวไงคะ อยากเห็นคินทร์คลั่งเพราะลี่" เธอแกล้งขยับมือเร็วขึ้น สลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงที่ส่วนปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมา"แกล้งผัวเหรอ? ได้เลยเดี๋ยวเจอคินทร์เอาคืนบ้าง อย่าร้องขอชีวิตนะ!" คินทร์คำรามเบาๆ ก่อนจะรวบตัวลิลลี่ให้น

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่51 แต่งงานNC

    บทที่51 แต่งงานNCในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาวสะอาดตา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ป่าและกุหลาบขาวนับหมื่นดอก แสงไฟวอร์มไวท์ส่องสว่างนวลตาช่วยขับให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นอย่างถึงที่สุดประตูบานยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงขึ้นอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อนับพันที่หันไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือ ลีย่า และ เรนนี่ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวนวล มีโบว์ซาตินยักษ์อยู่ด้านหลัง ผมลอนเล็กๆ ถูกประดับด้วยมงกุฎดอกไม้จิ๋ว ดูเหมือนตุ๊กตานางฟ้าตัวน้อยที่หลุดออกมาจากนิทาน“ลีย่า... เยนนี่... เดินสวยๆ” ลีย่า กระซิบเตือนน้องสาวเสียงเบาพลางก้มมองตะกร้าดอกไม้ในมืออย่างมุ่งมั่น“เยนนี่รู้แย้ววว จะไม่ปาใส่หัวพี่ลีย่าแย้วค่ะ” เรนนี่ ตอบเสียงใสพลางจีบนิ้วป้อมๆ หยิบกลีบกุหลาบขึ้นมาสองแฝดเริ่มออกเดินเตาะแตะนำหน้าพ่อแม่ ลีย่าพยายามทำตามที่ซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เธอค่อยๆ หยิบดอกไม้โปรยลงบนพรมอย่างเบามือพลางยิ้มหวานให้แขกเหรื่อ จนคนในงานต่างอุทานออกมาด้วยความเอ็นดู "อุ๊ย! น่ารักจังเลยลูก"ส่วนเรนนี่ที่เดินขนาบข้าง

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่50 สองปีผ่านไป

    บทที่50 สองปีผ่านไปผ่านไป 2 ปีเต็ม จากทารกตัวน้อยในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นสองสาวน้อยจอมแสบ "น้องลีย่า" และ "น้องเรนนี่" ฝาแฝดที่ถอดแบบความสวยคมมาจากแม่ลิลลี่ และได้ความทะเล้นขี้เล่นมาจากพ่อคินทร์ไปเต็มๆคฤหาสน์รัตนธนากุลบัดนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อม แม้จะมีพี่เลี้ยงอาชีพคอยประกบถึง 3 คน แต่ความแสบสันของสองแฝดก็ทำเอาพี่เลี้ยงวิ่งขาขวิดแทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ลิลลี่พาออกไปที่โชว์รูมรถหรูของครอบครัว"ลีย่าลูก! อย่าเอาอมยิ้มไปแปะที่กระจกรถเฟอร์รารี่คันนั้นครับ! คันนั้นลูกค้ากำลังจะมาตรวจรับรถนะลูก!" คินทร์ในชุดสูทสุดเนี้ยบตะโกนเสียงหลง พลางวิ่งไล่จับลูกสาวคนพี่ที่กำลังวิ่งซิกแซกหลบหลีกพนักงานขายอย่างคล่องแคล่ว"คิกๆ พ่อคินทร์จ๋า!" ลีย่าหัวเราะชอบใจส่วนคนน้องอย่างเรนนี่ ก็ไม่น้อยหน้า เธอปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟารับรองแขก VIP พร้อมกับถอดรองเท้ากระเด็นไปคนละทิศละทาง "เรนนี่หิวเยลลี่ เอามาให้หน่อย!""พะ เพิ่งทานไปเองนะคะคุณหนูเรนนี่" พี่เลี้ยงเหงื่อตกพลางรีบคว้าตัวเด็กหญิงไว้ก่อนจะซนไปมากกว่านี้ พนักงานในโชว์รูมต่างพากันอมยิ้ม บ้างก็เข้ามาช่วยล้อมจับจนโชว์รูมที่เคยดูขรึมๆ กลายเป็นสวนสน

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่49 NC

    บทที่49 NCคินทร์ไม่ปล่อยให้ลิลลี่ได้พักหายใจนานนัก หลังจากที่น้ำหวานของเธอพุ่งออกมาจนชุ่ม เขาจัดการรวบตัวร่างบางที่กำลังหอบสั่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จับเธอพลิกให้หันหลังเข้าหาหัวเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนที่แสนยั่วยวน คินทร์ใช้เข่าแกร่งแทรกดันขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกจากกันกว้างที่สุดจนเห็นความฉ่ำแฉะที่กำลังเต้นตุบๆตามจังหวะหัวใจ ลิลลี่พยายามใช้แขนยันหัวเตียงไว้เพื่อพยุงตัว ใบหน้าสวยฟุบลงกับหมอนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอคินทร์คว้าแก่นกายขนาดยักษ์ที่ร้อนผ่าวและแข็งปั๋งขึ้นมาชักรูดเน้นๆ สองสามที ก่อนจะจ่อส่วนปลายที่บานฉ่ำเข้ากับรอยแยกที่ยังเปียกโชก เขาออกแรงกดพรวดเดียวแทรกผ่านความคับแน่นเข้าไปจนสุดทางรัก"สวบ!""อ๊าาาาาาา! คินทร์! มันลึก อื้ออออ!" ลิลลี่แผดเสียงครางลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่ตอกอัดเข้ามาจนมิดด้าม คินทร์ไม่รอช้าเขาเริ่มโยกย้ายสะโพกสอบกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งมือ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว "ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!""อื้มมมมม! แม่งโคตรดีเลยลี่... แน่นฉิบหาย อ๊าาา!" คินทร์คำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านถึงทรวง เขาจับเอวบางไว้มั่นแล้วกระหน่ำแทงเข้าออกอย่างรุนแร

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNC

    บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNCสองวันต่อมาที่โรงพยาบาล หลังจากที่คุณหมอเช็กอาการจนแน่ใจว่าบาดแผลที่ขาเริ่มแห้ง และผลตรวจครรภ์ลูกแฝดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คินทร์ก็รีบทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที เขาประคองลิลลี่ขึ้นรถหรูที่เตรียมเบาะรองนั่งมาอย่างนุ่มสบาย เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงบาดแผลและเจ้าตัวเล็กในท้องทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วอัลลอยด์สีทองบานยักษ์ ลิลลี่ถึงกับตาโตเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ป๊าคณิณ และ คุณแม่ดาริน ยืนยิ้มแป้นรออยู่ที่หน้าบัน พร้อมด้วยเหล่าแม่บ้านในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้าน คนขับรถ และคนสวนที่ถือพวงมาลัยดอกมะลิรอต้อนรับกันเป็นแถวยาว"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะหนูลี่!" ป๊าคณิณตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขคินทร์ก้าวลงจากรถแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูฝั่งลิลลี่ เขาช้อนร่างภรรยาขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าหญิงทันที"คินทร์ลี่เดินเองได้ค่ะ แค่แผลถลอกเอง" ลิลลี่กระซิบเขินๆ เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน"ไม่ได้! คินทร์สัญญาว่าจะไม่ให้ลี่เท้าแตะพื้นจนกว่าจะถึงห้องนอน" คินทร์ตอบเสียงดังฟังชัด จนเหล่าแม่บ้านแอบยิ้มกริ่มในความคลั่งรักของเจ้านายหนุ่มเมื่อเข้าไปถึงห้องโถงกลาง ลิลลี่ต้องประหลาดใจอีกครั้ง

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่9 การจัดการ

    บทที่9 การจัดการภายในห้องบรรยายรวมขนาดใหญ่ของคณะบริหารธุรกิจ แอร์เย็นฉ่ำทว่าบรรยากาศกลับร้อนระอุอย่างบอกไม่ถูก ลิลลี่นั่งอยู่ระหว่างลูกพีชและแตงโม เธอเปิดไอแพดเตรียมจดเลกเชอร์วิชาการจัดการเบื้องต้นอย่างตั้งใจ แต่นิ้วเรียวต้องชะงักเมื่อร่างสูงที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่แถวที่นั่งของเธอ"ตรงนี้ว

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่8 หึงหรอ

    บทที่8 หึงหรอลิลลี่ถอนหายใจออกมาด้วยความระเหี่ยใจ เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องเพราะไม่อยากให้ห้องข้างๆ ออกมาด่าที่ส่งเสียงดังรำคาญใจ ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู คินทร์ก็ก้าวตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง!"ทำไมต้องมาคอยบงการชีวิตฉันขนาดนี้คินทร์ ฉันเหนื่อยนะ นายก็เห็นว่าฉันเพิ่งเลิกงาน" ลิลลี่

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่7 หนีเสือปะจระเข้

    บทที่7 หนีเสือปะจระเข้ลิลลี่จัดการกดโอนเงินหนึ่งแสนบาทคืนให้คินทร์ต่อหน้า เพื่อตัดรำคาญและหวังว่าเขาจะเลิกยุ่งกับเธอสักที แม้จะรู้ความจริงแล้วว่าที่พักแห่งนี้เป็นของครอบครัวเขา แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นในตอนนี้ นอกจากต้องอดทนและใช้ชีวิตต่อไปวันต่อมา ลิลลี่พยายามรวบรวมกำลังใจและกลับไปเรียนตามปกติท

  • พ่ายรักวิศวะปากหมา   บทที่6 หัวใจสลาย

    บทที่6 หัวใจสลายบรรยากาศภายในโรงพยาบาลที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง กลับกลายเป็นความเงียบสงัดที่น่าใจหาย เมื่อคุณหมอเดินออกมาจากห้องไอซียูด้วยสีหน้าสลด พลางส่ายหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณที่บอกว่ายื้อชีวิตของ มลฤดี ไว้ไม่ได้อีกแล้ว"เสียใจด้วยนะลิลลี่ แม่ไปสบายแล้ว" เสียงของลูกพีชที่พยายามกลั้นสะอื้นบอกเพื่อนร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status