เข้าสู่ระบบบทที่9 การจัดการ
ภายในห้องบรรยายรวมขนาดใหญ่ของคณะบริหารธุรกิจ แอร์เย็นฉ่ำทว่าบรรยากาศกลับร้อนระอุอย่างบอกไม่ถูก ลิลลี่นั่งอยู่ระหว่างลูกพีชและแตงโม เธอเปิดไอแพดเตรียมจดเลกเชอร์วิชาการจัดการเบื้องต้นอย่างตั้งใจ แต่นิ้วเรียวต้องชะงักเมื่อร่างสูงที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่แถวที่นั่งของเธอ "ตรงนี้ว่างไหม" เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูยโสของคินทร์ดังขึ้นเหนือหัว ลิลลี่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เธอตอบเสียงเรียบ "มีคนนั่งแล้วค่ะ" "อ้อเหรอ แต่ฉันเห็นแต่วางกระเป๋าไว้ สันดานจองที่แบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ" คินทร์พูดพลางถือวิสาสะดึงกระเป๋าของแตงโมออกแล้วแทรกตัวลงนั่งข้างลิลลี่ทันที จนต้นแขนแข็งแรงเบียดเข้ากับหัวไหล่บาง "นี่นาย! ที่นั่งมีตั้งเยอะแยะจะมาเบียดฉันทำไม" ลิลลี่หันไปจ้องเขาด้วยแววตาขุ่นเคือง "ก็ฉันอยากเรียนรู้การจัดการ... โดยเฉพาะจัดการกับลูกหนี้ที่ทำตัวเย่อหยิ่งแถวนี้" คินทร์เลิกคิ้วกวนประสาท "หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ มองตาไม่กะพริบเชียว หรือว่าลืมรสจูบคืนนั้นไม่ได้?" "คินทร์!" ลิลลี่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "เลิกพูดจาชุ่ยๆ แล้วไปนั่งที่อื่นซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว" "ทำไมล่ะ ทีกับคนอื่นเธอยังยิ้มให้ได้เลย" คินทร์พยักหน้าไปทางประตูห้อง เมื่อเห็น วิน เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม "ลิลลี่! วินจองที่ไว้ให้แล้วครับ ตรงโน้นแน่ะ" วินโบกมือเรียกพลางเดินเข้ามาหาลิลลี่ถึงที่ "อ้าว คินทร์ก็เรียนวิชานี้ด้วยเหรอ" "เออ เรียน... และกำลังคุยธุระสำคัญกับ 'คนของฉัน' อยู่ นายไปนั่งที่ของนายเถอะวิน" คินทร์ตอบเสียงแข็ง แววตาที่มองวินเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร "คนของนายงั้นเหรอ?" ลิลลี่แค่นยิ้มเยาะ "อย่ามาตลก คินทร์ ฉันไม่ใช่คนของใครทั้งนั้น วินคะ ลี่ไปนั่งด้วยนะ ตรงนี้อากาศมันไม่ค่อยบริสุทธิ์น่ะค่ะ มีแต่กลิ่นปากเสียๆ เต็มไปหมด" ลิลลี่ลุกขึ้นทันที แต่คินทร์คว้าข้อมือเธอไว้ใต้โต๊ะแน่น บีบจนเธอต้องนิ่วหน้า "ปล่อย!" ลิลลี่กระซิบด่า "จะไปร่านหาคนอื่นละสิ แต่อย่าเข้าใจผิดน่ะ ที่ฉันตามจิกเธออยู่แบบนี้ ก็เพราะอยากดูให้แน่ใจว่าเงินห้าล้านของฉันมันจะไม่สูญเปล่าเพราะเธอมัวแต่เอาเวลาไปทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายคนอื่นจนเสียการเรียน" คินทร์พ่นคำร้ายกาจออกมาอีกครั้งด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ขอบคุณที่เตือนนะคะ" ลิลลี่สะบัดข้อมือออกจนหลุด "แต่คนอย่างฉันถึงจะไร้ค่าในสายตานาย แต่มันอาจจะมีค่ามหาศาลสำหรับคนที่มีหัวใจและมีความเป็นสุภาพบุรุษพอ...ซึ่งคนอย่างนายคงไม่มีวันเข้าใจ" ลิลลี่เดินเชิดหน้าหนีไปนั่งข้างวินทันที ทิ้งให้คินทร์นั่งกำหมัดแน่นอยู่ที่เดิม นิกที่นั่งอยู่ข้างหลังถึงกับยื่นหน้ามาแซว "เป็นไงล่ะมึง ปากหมาใส่เขาดีนัก เขาหนีไปซบเดือนบริหารเลยเห็นไหม" "หุบปากไปเลยไอ้นิก!" คินทร์สบถ แววตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่ลิลลี่กับวินที่กำลังกระซิบกระซาบหัวเราะกันหน้าชั้นเรียน จนเขาแทบจะไม่ได้ฟังสิ่งที่อาจารย์สอนเลยแม้แต่นิดเดียว พอกลุ่มนักศึกษาเริ่มทยอยลุกออกจากห้องบรรยายรวม ลูกพีชกับแตงโมก็รีบเดินเข้ามาประกบข้างลิลลี่ทันที โดยที่มีวินยืนรออยู่ใกล้ๆ ส่วนคินทร์ยังคงนั่งแหมะอยู่ที่โต๊ะเดิม แกล้งทำเป็นเก็บของช้าๆ เพื่อแอบฟังว่าสาวๆ จะคุยอะไรกัน "อีลี่! คืนนี้มึงว่างป่ะวะ? กูกับอีโมกะว่าจะชวนมึงไปดูหนังกันหน่อยเนี่ย เครียดเลคเชอร์ฉิบหาย" ลูกพีชเอ่ยชวนพลางเขย่าแขนเพื่อนรัก ลิลลี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางส่งยิ้มแห้งให้เพื่อน "ไม่ว่างว่ะมึง... คืนนี้กูมีงาน ต้องไปยืนที่บูธขายมือถือในห้างเนี่ย กว่าจะเลิกก็น่าจะดึกเลย ไปวันอื่นได้ไหมล่ะ? รอกูว่างก่อนนะ" "งานอีกแล้วเหรอลี่ มึงทำหนักไปหรือเปล่าเนี่ย" แตงโมถามด้วยความเป็นห่วง "เงินเดือนพริตตี้งวดที่แล้วยังไม่พออีกเหรอ?" "ยังว่ะ... หนี้กูมันเยอะพวกมึงก็รู้" ลิลลี่ตอบเสียงแผ่ว พลางปรายตาไปทางคินทร์ที่นั่งหน้าตึงอยู่ไม่ไกล "กูต้องรีบหาเงินไปคืน 'เจ้าหนี้หน้าเลือด' เขาให้ครบๆ จะได้หลุดพ้นจากคนใจร้ายสักที" วินที่ยืนฟังอยู่รีบเสนอตัวทันที "ให้วินไปรับลิลลี่ที่ห้างตอนเลิกงานไหมครับ? ดึกๆ มันอันตรายนะ วินเป็นห่วง" "ไม่เป็นไรหรอกวิน ลี่เกรงใจน่ะ" ลิลลี่ตอบอย่างสุภาพ แต่ก็จงใจให้น้ำเสียงมันดูนุ่มนวลกว่าตอนคุยกับคินทร์ คินทร์ที่นั่งฟังอยู่ถึงกับทนไม่ไหว เขาคว้ากระเป๋าพาดบ่าแล้วลุกพรวดเดินมาหยุดตรงหน้าลิลลี่ทันที "ทำงานงกๆ แบบนั้น อีกกี่ชาติจะใช้หนี้ฉันหมดห้าล้าน?" คินทร์แค่นยิ้มเยาะ "ไปยืนอ่อยคนซื้อโทรศัพท์เนี่ยนะ? ระวังเถอะ จะไปยืนเสนอหน้าจนคนเขาจำผิดว่าเป็นพนักงานขายบริการมากกว่าพนักงานขายมือถือ" "คินทร์! มึงจะพูดเกินไปแล้วนะ" วินก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อปกป้องลิลลี่ "ไม่ต้องวิน... คนปากเสียแบบนี้ ลี่จัดการเองได้" ลิลลี่ดันตัววินออกแล้วจ้องหน้าคินทร์เขม็ง "ใช่ค่ะ ฉันทำงานงกๆ เพื่อหาเงินมาคืนคนอย่างนาย และถึงฉันจะไปยืนขายอะไร มันก็เป็นเงินสะอาดที่แลกมาด้วยความเหนื่อยของฉัน ไม่ได้ขอใครกิน และไม่ได้เที่ยวไปพูดจาย่ำยีใครเพื่อกู้หน้าตัวเองเหมือนนาย!" "เธอ!" คินทร์บดกรามแน่น "ลูกพีช โม...ไปเถอะ กูต้องรีบไปเตรียมตัวทำงานแล้ว" ลิลลี่หันไปลาเพื่อนๆ แล้วเดินเชิดหน้าผ่านคินทร์ไปราวกับเขาไม่มีตัวตน ทิ้งให้คินทร์ยืนหน้าร้อนผ่าวเพราะโดนตอกกลับกลางกลุ่มเพื่อน แต่ยังไม่ทันเดินไป จู่ๆ ก็มีผู้หญิงร่างเล็กหน้าตาสวยคนหนึ่งพุ่งเข้ามาผลักหัวไหล่เธออย่างแรงจนลิลลี่เซถลาไปกระแทกกับขอบโต๊ะ "นี่เหรอลิลลี่! ก็นึกว่าจะสวยหยาดเยิ้มมาจากไหน ที่แท้ก็งั้นๆ แหละ ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย" ผู้หญิงคนนั้นจิกตามองลิลลี่อย่างรังเกียจ "หึ...หน้าตาแบบนี้คงจะง่ายล่ะสิ ผู้ชายถึงได้ติดกันตรึม!" ลิลลี่ที่เหนื่อยจากเรียนและเครียดเรื่องงานอยู่แล้วถึงกับอารมณ์ขึ้น เธอหันกลับไปจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "นี่เธอเป็นใคร! มาผลักฉันแล้วยังมาพูดจาหมาไม่แดกแบบนี้อีก ต้องการอะไร?" คินทร์ที่กำลังจะเดินไปต้องหยุดกึกทันที เขายืนกอดอกพิงประตูดูเหตุการณ์ด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ในใจกลับคุกรุ่นที่เห็นยัยลูกหนี้ของเขาถูกใครก็ไม่รู้มาหาเรื่อง "มึงไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง! มึงมายุ่งกับพี่วินทำไม พี่วินเป็นแฟนกู!" ผู้หญิงที่ชื่อ น้ำ แผดเสียงลั่นจนนักศึกษาที่ยังอยู่ในห้องเริ่มหันมามองเป็นตาเดียว "อ๋อ ที่แท้ก็เรื่องผู้ชาย" ลิลลี่แค่นยิ้มเย็น เธอไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิด "ฟังนะ กูไม่รู้หรอกว่าวินเป็นแฟนใคร เพราะกูไม่สนใจไม่เคยคิดจะยุ่ง!" จังหวะนั้นวินเข้ามาดึงตัวน้ำออกห่างจากลิลลี่ "น้ำ! ทำอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!" "วินจะทิ้งน้ำไปหาอีพริตตี้นี่ใช่ไหม!" น้ำยังคงโวยวายพยายามจะโผเข้าหาลิลลี่อีกรอบ ลิลลี่กอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้น้ำแล้วพูดเสียงดังชัดเจนให้ได้ยินกันทั้งห้อง "ฟังชัดๆ นะ กูกับวินไม่ได้เป็นอะไรกัน และกูก็ไม่เคยคิดจะเอาคนของใครมาเป็นของตัวเองด้วย" เธอปรายตามองวินครู่หนึ่งก่อนจะหันไปตอกกลับน้ำอย่างเจ็บแสบ "มึงนั่นแหละควรล่ามผัวมึงไว้ดีๆ อย่าให้มาวุ่นวายกับกู! วันๆ เอาแต่เดินตามต้อยๆ น่ารำคาญจะแย่ ถ้าคุมให้อยู่ในโอวาทไม่ได้ก็อย่ามาพาลไล่กัดคนอื่นเหมือนหมาบ้าแบบนี้!" “มึง! อีลิลลี่!" น้ำกรีดร้องด้วยความโกรธ แต่ถูกวินลากตัวออกไปพ้นจากห้องบรรยายทันที บรรยากาศในห้องเงียบกริบ ลิลลี่ถอนหายใจยาวพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของคินทร์ที่ยังคงจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา คินทร์ยกยิ้มมุมปากพึมพำกับตัวเองเบาๆ "หึ...ปากดีแบบนี้สิ ถึงจะสมเป็นลิลลี่" แม้จะสะใจที่เห็นเธอจัดการยัยน้ำนั่นได้ แต่ในใจคินทร์กลับรู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิมที่รู้ว่าวินตามตื้อลิลลี่จริงจังถึงขั้นทิ้งแฟนมาหาเธอ น้ำกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งที่โดนลิลลี่ตอกกลับหน้าหงาย เธอสะบัดตัวจนหลุดจากการเกาะกุมของวินแล้วพุ่งเข้าหาลิลลี่อีกครั้ง เงื้อมือขึ้นสุดแขนหมายจะฟาดใบหน้าสวยๆ ของลิลลี่ให้หายแค้น "อีลิลลี่ มึง!" ลิลลี่หลับตาพริ้มเตรียมรับแรงปะทะ แต่ทว่ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ เกิดขึ้น เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าข้อมือของน้ำถูกมือหนาของ คินทร์ คว้าเอาไว้ได้ทันท่วงที แววตาของคินทร์ตอนนี้ดูน่ากลัวจนคนทั้งห้องถึงกับขนลุก "คิดจะทำอะไร?" คินทร์กดเสียงต่ำพลางบีบข้อมือน้ำจนฝ่ายนั้นหน้าเหยเก "คินทร์...ปล่อยน้ำนะ อีพริตตี้นี่มันแย่งแฟนน้ำ!" "ฉันบอกให้ปล่อย!" คินทร์สะบัดข้อมือน้ำออกอย่างแรงจนเธอเซถลาไปหาเจ้าของร่างสูงที่ยืนหน้าซีดอยู่อย่างวิน คินทร์ไม่ได้สนใจน้ำอีก เขาเปลี่ยนเป้าหมายเดินย่างสามขุมเข้าไปหา วิน ทันที รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้วินถึงกับต้องถอยกรูดไปข้างหลัง คินทร์กระชากคอเสื้อวินขึ้น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปเหมือนจะฆ่าให้ตาย "มึงฟังนะไอ้วิน... มึงจะพากันไปลงนรกที่ไหนก็ไป แต่อย่าพายัยผู้หญิงสติไม่ดีของมึงมาไล่กัดผู้หญิงของกูอีก!" "คินทร์มึงใจเย็นก่อน" วินพยายามจะแกะมือคินทร์ออก "กูไม่เย็น! มึงรีบพากันไสหัวไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วฆ่ามึงทั้งสองคนทิ้งตรงนี้!" คินทร์คำรามเสียงดังลั่นหน้าห้องบรรยายจนน้ำที่ยืนตัวสั่นรีบคว้าแขนวินแล้วลากให้ออกไปจากที่นั่นทันทีเพราะความหวาดกลัว เมื่อความวุ่นวายสงบลง เหลือเพียงความเงียบและสายตาของเพื่อนๆ ที่มองมา ลิลลี่ยืนนิ่งมองแผ่นหลังของคินทร์ที่เพิ่งจะอาละวาดไปเมื่อครู่ เธอรู้สึกสับสนไปหมด ทั้งโกรธที่เขามาเจ้ากี้เจ้าการ และรู้สึกแปลกๆ ที่เขาเรียกเธอว่า 'ผู้หญิงของกูและปกป้องเธอ' ต่อหน้าทุกคน คินทร์หันกลับมามองลิลลี่ที่ยังยืนนิ่งอยู่ เขาจัดปกเสื้อตัวเองให้เข้าที่พลางแค่นยิ้มเย็น "อย่าคิดว่าฉันช่วยเพราะพิศวาสนะลิลลี่" คินทร์เดินเข้ามาประชิดตัวเธอ "ฉันแค่รำคาญที่ต้องมาเห็นลูกหนี้ตัวเองถูกหมาบ้าที่ไหนไม่รู้รุมกัด... มันเสียเวลาทำมาหากินที่จะเอาเงินมาคืนฉัน" ลิลลี่เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกขอบคุณเมื่อครู่หายไปในพริบตา "ขอบคุณที่ช่วย แต่คราวหลังไม่ต้อง! ฉันจัดการเองได้ และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงของนาย เลิกพูดจาพล่อยๆ แบบนั้นสักที" เธอคว้ากระเป๋าแล้วเดินกระแทกไหล่เขาออกไปจากห้องบรรยายทันทีเพื่อมุ่งหน้าไปทำงานที่ห้าง โดยไม่รู้เลยว่าคินทร์มองตามแผ่นหลังของเธอไปด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกบทที่53 ทะเลของสองแฝดหนึ่งอาทิตย์หลังจากงานวิวาห์สุดอลังการผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในโชว์รูมรถหรู รัตนธนากุล ยังคงอบอวลไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันพิเศษที่ครอบครัวใหญ่มาโม้กันพร้อมหน้าในห้องทำงานส่วนตัวสุดกว้างขวางของคุณคณิณ เพื่อล้อมวงทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ"ลี่จ๋า คินทร์จ๋า ป๊าว่าเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม?" คุณคณิณเอ่ยขึ้นขณะตักกับข้าวให้หลานสาว "ตั้งแต่แต่งงานมายังไม่ได้พักเลย ป๊าอยากพา ลีย่า กับ เรนนี่ ไปดูทะเลด้วย เห็นบ่นว่าอยากเห็นน้ำกว้างๆ มานานแล้ว""ใช่จ้ะ มี้เตรียมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วให้หลานไว้แล้วนะเนี่ย" คุณย่าดารินยิ้มแก้มปริพอได้ยินคำว่า "ทะเล" สองแฝดที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ก็หูผึ่งทันที"ทะเยหยอคะคุณปู่? ทะเยที่มันมีน้ำเยอะๆกว้างๆ สีฟ้าๆ ช่ายมั้ยคะ?" ลีย่า วางช้อนแล้วรีบคลานไปเกาะเข่าคุณคณิณ ตาแป๋วแหว๋ว"เยนนี่อยากเล่นน้ำ! เยนนี่จะใส่ชุดเป็ดเล่นน้ำก้าบๆ!" เรนนี่ กระโดดโลดเต้นจนแก้มยุ้ยๆ กระเพื่อม "พ่อคินทร์ขา พาไปเยยนะ ไปเดี๋ยวนี้เยย!""ไปครับลูก เดี๋ยวเราไปพัทยากันนะ ไม่ไกลบ้านเราด้วย" คินทร์ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ลิลลี่เห็นลูกๆดีใจเธอก็ยิ้มกว้างออกมาจังหวะนั้นเอง เสี
บทที่52 เข้าหอไฟลุกNCภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรัก คินทร์จ้องมองร่างเปลือยเปล่าของลิลลี่ด้วยสายตาที่เป็นประกายโชติช่วง เขาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาหลงใหลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนลากผ่านไหปลาร้าลงมายังยอดอกที่ชูชัน ก่อนจะพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบไปจนถึงปลายเท้าเล็กๆ ของเธอ"คินทร์รักลี่นะ รักที่สุดในชีวิตเลย" เขาพร่ำบอกข้างหูขณะที่เลื่อนตัวกลับขึ้นมาสบตาเธอ"ลี่ก็รักคินทร์ค่ะ รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว" ลิลลี่ตอบพลางยิ้มยั่ว เธอพลิกตัวขึ้นมานั่งทับบนหน้าขาแกร่ง มือเรียวซนเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ "ท่อนรัก" ที่บัดนี้มันแข็งขึงขยายขนาดจนเต็มพิกัด เธอเริ่มกำรวบแล้วรูดรั้งขึ้นลงอย่างจังหวะเน้นๆ"ซี๊ดดด...ลี่อย่าชักแบบนั้นสิ มันเสียวคินทร์จะทนไม่ไหวเอา" คินทร์ครางซี้ดออกมา มือหนาจิกจนแน่น"ลี่อยากให้คินทร์เสียวจนทนไม่ไหวไงคะ อยากเห็นคินทร์คลั่งเพราะลี่" เธอแกล้งขยับมือเร็วขึ้น สลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงที่ส่วนปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมา"แกล้งผัวเหรอ? ได้เลยเดี๋ยวเจอคินทร์เอาคืนบ้าง อย่าร้องขอชีวิตนะ!" คินทร์คำรามเบาๆ ก่อนจะรวบตัวลิลลี่ให้น
บทที่51 แต่งงานNCในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาวสะอาดตา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ป่าและกุหลาบขาวนับหมื่นดอก แสงไฟวอร์มไวท์ส่องสว่างนวลตาช่วยขับให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นอย่างถึงที่สุดประตูบานยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงขึ้นอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อนับพันที่หันไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือ ลีย่า และ เรนนี่ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวนวล มีโบว์ซาตินยักษ์อยู่ด้านหลัง ผมลอนเล็กๆ ถูกประดับด้วยมงกุฎดอกไม้จิ๋ว ดูเหมือนตุ๊กตานางฟ้าตัวน้อยที่หลุดออกมาจากนิทาน“ลีย่า... เยนนี่... เดินสวยๆ” ลีย่า กระซิบเตือนน้องสาวเสียงเบาพลางก้มมองตะกร้าดอกไม้ในมืออย่างมุ่งมั่น“เยนนี่รู้แย้ววว จะไม่ปาใส่หัวพี่ลีย่าแย้วค่ะ” เรนนี่ ตอบเสียงใสพลางจีบนิ้วป้อมๆ หยิบกลีบกุหลาบขึ้นมาสองแฝดเริ่มออกเดินเตาะแตะนำหน้าพ่อแม่ ลีย่าพยายามทำตามที่ซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เธอค่อยๆ หยิบดอกไม้โปรยลงบนพรมอย่างเบามือพลางยิ้มหวานให้แขกเหรื่อ จนคนในงานต่างอุทานออกมาด้วยความเอ็นดู "อุ๊ย! น่ารักจังเลยลูก"ส่วนเรนนี่ที่เดินขนาบข้าง
บทที่50 สองปีผ่านไปผ่านไป 2 ปีเต็ม จากทารกตัวน้อยในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นสองสาวน้อยจอมแสบ "น้องลีย่า" และ "น้องเรนนี่" ฝาแฝดที่ถอดแบบความสวยคมมาจากแม่ลิลลี่ และได้ความทะเล้นขี้เล่นมาจากพ่อคินทร์ไปเต็มๆคฤหาสน์รัตนธนากุลบัดนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อม แม้จะมีพี่เลี้ยงอาชีพคอยประกบถึง 3 คน แต่ความแสบสันของสองแฝดก็ทำเอาพี่เลี้ยงวิ่งขาขวิดแทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ลิลลี่พาออกไปที่โชว์รูมรถหรูของครอบครัว"ลีย่าลูก! อย่าเอาอมยิ้มไปแปะที่กระจกรถเฟอร์รารี่คันนั้นครับ! คันนั้นลูกค้ากำลังจะมาตรวจรับรถนะลูก!" คินทร์ในชุดสูทสุดเนี้ยบตะโกนเสียงหลง พลางวิ่งไล่จับลูกสาวคนพี่ที่กำลังวิ่งซิกแซกหลบหลีกพนักงานขายอย่างคล่องแคล่ว"คิกๆ พ่อคินทร์จ๋า!" ลีย่าหัวเราะชอบใจส่วนคนน้องอย่างเรนนี่ ก็ไม่น้อยหน้า เธอปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟารับรองแขก VIP พร้อมกับถอดรองเท้ากระเด็นไปคนละทิศละทาง "เรนนี่หิวเยลลี่ เอามาให้หน่อย!""พะ เพิ่งทานไปเองนะคะคุณหนูเรนนี่" พี่เลี้ยงเหงื่อตกพลางรีบคว้าตัวเด็กหญิงไว้ก่อนจะซนไปมากกว่านี้ พนักงานในโชว์รูมต่างพากันอมยิ้ม บ้างก็เข้ามาช่วยล้อมจับจนโชว์รูมที่เคยดูขรึมๆ กลายเป็นสวนสน
บทที่49 NCคินทร์ไม่ปล่อยให้ลิลลี่ได้พักหายใจนานนัก หลังจากที่น้ำหวานของเธอพุ่งออกมาจนชุ่ม เขาจัดการรวบตัวร่างบางที่กำลังหอบสั่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จับเธอพลิกให้หันหลังเข้าหาหัวเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนที่แสนยั่วยวน คินทร์ใช้เข่าแกร่งแทรกดันขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกจากกันกว้างที่สุดจนเห็นความฉ่ำแฉะที่กำลังเต้นตุบๆตามจังหวะหัวใจ ลิลลี่พยายามใช้แขนยันหัวเตียงไว้เพื่อพยุงตัว ใบหน้าสวยฟุบลงกับหมอนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอคินทร์คว้าแก่นกายขนาดยักษ์ที่ร้อนผ่าวและแข็งปั๋งขึ้นมาชักรูดเน้นๆ สองสามที ก่อนจะจ่อส่วนปลายที่บานฉ่ำเข้ากับรอยแยกที่ยังเปียกโชก เขาออกแรงกดพรวดเดียวแทรกผ่านความคับแน่นเข้าไปจนสุดทางรัก"สวบ!""อ๊าาาาาาา! คินทร์! มันลึก อื้ออออ!" ลิลลี่แผดเสียงครางลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่ตอกอัดเข้ามาจนมิดด้าม คินทร์ไม่รอช้าเขาเริ่มโยกย้ายสะโพกสอบกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งมือ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว "ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!""อื้มมมมม! แม่งโคตรดีเลยลี่... แน่นฉิบหาย อ๊าาา!" คินทร์คำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านถึงทรวง เขาจับเอวบางไว้มั่นแล้วกระหน่ำแทงเข้าออกอย่างรุนแร
บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNCสองวันต่อมาที่โรงพยาบาล หลังจากที่คุณหมอเช็กอาการจนแน่ใจว่าบาดแผลที่ขาเริ่มแห้ง และผลตรวจครรภ์ลูกแฝดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คินทร์ก็รีบทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที เขาประคองลิลลี่ขึ้นรถหรูที่เตรียมเบาะรองนั่งมาอย่างนุ่มสบาย เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงบาดแผลและเจ้าตัวเล็กในท้องทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วอัลลอยด์สีทองบานยักษ์ ลิลลี่ถึงกับตาโตเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ป๊าคณิณ และ คุณแม่ดาริน ยืนยิ้มแป้นรออยู่ที่หน้าบัน พร้อมด้วยเหล่าแม่บ้านในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้าน คนขับรถ และคนสวนที่ถือพวงมาลัยดอกมะลิรอต้อนรับกันเป็นแถวยาว"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะหนูลี่!" ป๊าคณิณตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขคินทร์ก้าวลงจากรถแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูฝั่งลิลลี่ เขาช้อนร่างภรรยาขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าหญิงทันที"คินทร์ลี่เดินเองได้ค่ะ แค่แผลถลอกเอง" ลิลลี่กระซิบเขินๆ เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน"ไม่ได้! คินทร์สัญญาว่าจะไม่ให้ลี่เท้าแตะพื้นจนกว่าจะถึงห้องนอน" คินทร์ตอบเสียงดังฟังชัด จนเหล่าแม่บ้านแอบยิ้มกริ่มในความคลั่งรักของเจ้านายหนุ่มเมื่อเข้าไปถึงห้องโถงกลาง ลิลลี่ต้องประหลาดใจอีกครั้ง
บทที่2 ทำไงดีว่ะหลายวันต่อมา ณ โรงอาหารคณะบัญชีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและเงียบสงบ ลิลลี่นั่งเหม่อลอยจ้องจานข้าวตรงหน้า มือเรียวเขี่ยเม็ดข้าวไปมาด้วยท่าทางอมทุกข์ จน ลูกพีช เพื่อนสนิทสาวหน้าสวยหวาน ผมสั้นประบ่าต้องตบโต๊ะเสียงดังปังเพื่อให้เพื่อนดึงสติกลับมา"เป็นอะไรของมึงเนี่ยลี่? เขี่ยข้าวจนม
บทที่8 หึงหรอลิลลี่ถอนหายใจออกมาด้วยความระเหี่ยใจ เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องเพราะไม่อยากให้ห้องข้างๆ ออกมาด่าที่ส่งเสียงดังรำคาญใจ ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู คินทร์ก็ก้าวตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง!"ทำไมต้องมาคอยบงการชีวิตฉันขนาดนี้คินทร์ ฉันเหนื่อยนะ นายก็เห็นว่าฉันเพิ่งเลิกงาน" ลิลลี่
บทที่7 หนีเสือปะจระเข้ลิลลี่จัดการกดโอนเงินหนึ่งแสนบาทคืนให้คินทร์ต่อหน้า เพื่อตัดรำคาญและหวังว่าเขาจะเลิกยุ่งกับเธอสักที แม้จะรู้ความจริงแล้วว่าที่พักแห่งนี้เป็นของครอบครัวเขา แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นในตอนนี้ นอกจากต้องอดทนและใช้ชีวิตต่อไปวันต่อมา ลิลลี่พยายามรวบรวมกำลังใจและกลับไปเรียนตามปกติท
บทที่1 ปากหมานักที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย เสียงเบรกของรถสปอร์ตหรูดัง เอี๊ยด! สนั่นหวั่นไหว ล้อรถหยุดกะทัดหันห่างจากร่างของลิลลี่ไปไม่ถึงคืบ เธอชะงักกึก หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ก่อนจะเงยหน้าถลึงตาใส่เจ้าของรถที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางจองหอง"เดินบื้อไม่ดูทาง ถ้ารถฉันเป็นรอยขึ้นมา ลำพังปัญญาอย่างเธอท







