Se connecterแยมโรลตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ของเช้าวันใหม่ ดีที่เธอตื่นเช้าเป็นทุนเดิมแทบทุกวันจึงลืมตาขึ้นมาโดยอัตโนมัติแม้ในวันที่เหนื่อยล้าเต็มทีอย่างเช่นวันนี้ก็ตาม
" อื้อ...ทำไมรู้สึกเมื่อยขนาดนี้นะ เหมือนร่างจะพังให้ได้เลย " คนตัวเล็กบ่นพึมพำกับตัวเองโดยที่ยกมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมากุมขมับตัวเองไว้เพราะตอนนี้รู้สึกว่ามันกำลังรู้สึกปวดหัวตุบๆมากสงสัยคงแฮงค์อีกตามเดิม " ปวดหัวชะมัด เฮ้ย!!! " ร่างเล็กตาโตลุกวาวเมื่อมองไปยังด้านข้างของตัวเองที่ตอนนี้มีผู้ชายนอนอยู่ข้างๆเธอและก็ไม่ใช่ใครที่ไหนผู้ชายที่นั่งข้างเธอเมื่อคืนนี้เองเธอจำหน้าของเขาได้ดี ร่างเล็กหลับตาลงอย่างคนโกรธตัวเองพร้อมกับกำมือแน่นพลางคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืน เธอกำลังประมวลผลกับตัวเองว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่และภาพทุกอย่างก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติ เพราะถึงแม้ว่าจะเมาหนักแค่ไหน แต่เธอก็ยังพอมีสติอยู่บ้างถึงแม้ว่ามันจะน้อยนิดก็ตาม อาจจะเป็นเพราะว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์จึงทำให้เธอมีความกล้ามากขนาดนั้น " ยัยแยมเอ้ย! แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ปีนขึ้นเตียงกับผู้ชายแปลกหน้าแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน แล้วเขาเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ " แยมโรลเอ่ยขึ้นมาอย่างคนกำลังคิดไม่ตก เธอสับสนกับตัวเองว่าจะต้องทำยังไงดีแม้จะพอรู้มาบ้างจากปากของอัญชันว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่แสนดีสำหรับเพื่อนของเธอ แต่แล้วยังไงในเมื่อตัวเธอเองไม่เคยรู้จักเขาเลย ความแสนดีของเธอกับแสนดีของเพื่อนเธอมันก็คนละอย่างกันอยู่แล้ว ดีของเรามันไม่เท่ากันหรอกยัยอัญมันมองโลกในแง่ดีส่วนเธอเจอมาเยอะ " เอาไงดีวะ คิดสิแยมคิดๆ เอาไงๆๆๆ " ร่างเล็กที่พยายามครุ่นคิดเพราะไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้านี้จะจำเรื่องราวเมื่อคืนได้ทั้งหมดหรือไม่ ถ้าเขาจำได้ขึ้นมาแล้วเธอจะซวยไหม พวกมาเฟียยิ่งน่ากลัวอยู่ด้วย ยิ่งแก๊งค์แบล็คฟีนิกส์แต่ละคนไม่ต้องพูดถึงเมื่อคืนดูน่ากลัวทุกคนและชื่อเสียงน่ะหรือ เหอะ! ดีดีทั้งนั้น " คิดไม่ออกแล้วอ่า หนีก่อนแล้วกัน " เมื่อคิดอะไรไม่ออกธนิยาจึงเลือกที่จะหนีออกไปตั้งหลักก่อนแล้วกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นก็รีบพาตัวเองใส่เสื้อผ้าแบบลวกๆทั้งที่เมื่อคืนมันขาดวิ่นไปหมดแล้ว " ใส่ไม่ได้แล้ว โถ่เว้ย! ขอยืมชุดก่อนแล้วกันนะคุณ " แยมโรลพยายามยัดเสื้อผ้าที่ใส่มาเมื่อคืนแต่แม้จะพยายามยัดยังไงมันก็ยังโป๊อยู่ดี เพราะว่ามันได้ขาดวิ่นไปแทบหมดแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวของเขาซึ่งอยู่ถัดไปอีกห้องหนึ่ง พอเปิดออกมาก็ต้องตกใจเมื่อมีเสื้อผ้ามากมายเรียงกันอย่างเป็นระเบียบทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของห้องนี้ต้องเป็นคนเจ้าระเบียบมากแค่ไหน ร่างเล็กมองหาเสื้อผ้าที่พอจะใส่ได้ก็เหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาเธอจึงหยิบมาใส่แล้วมันก็กลายเป็นชุดเดรสสั้นพอดีตัวเป๊ะเหมือนจับวาง " แบบนี้ไปก่อนแล้วกัน " แยมโรลรีบวิ่งออกมาจากห้องแต่งตัวหลังจากที่ใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอพยายามมองหากระเป๋าซึ่งพบว่ามันกำลังกระจัดกระจายอยู่พื้นห้อง ข้าวของเครื่องใช้ของเธอก็เช่นกัน เธอก้มเก็บแค่ของสำคัญแบบลวกๆแล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องนี้ทันที พอลงมาข้างล่างก็เจอเข้ากับแท็กซี่จึงรีบขึ้นรถคันนั้นไปจนถึงคอนโดของเธอแล้วก็มองดูนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือพบว่าตอนนี้ 7 โมงกว่าแล้วและเธอกำลังจะสายกับการทำงานในวันแรก " แย่ละ จะได้เวลาเข้างานแล้วนี่น่าอีกแค่ชั่วโมงเดียว โอ๊ะ! ชีวิต " แยมโรลพึมพำกับตัวเองหลังจากที่ดูนาฬิกาตอนนี้ใกล้จะ 8:30 น. เวลาเข้างานของเธอแล้ว ที่สำคัญวันนี้เป็นวันทำงานวันแรกเธอไม่สามารถสายได้เลย เพราะจะทำให้เธอดูไม่ดีในสายตาของผู้บังคับบัญชาเอาได้ เมื่อไปถึงคอนโดร่างเล็กรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่มีการอาบน้ำใดๆทั้งสิ้น และได้ให้แท็กซี่คันเดิมไปส่งยังบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับประเทศ และแล้วโชคก็เข้าข้างเมื่อมาถึงทันเวลาเข้างานพอดิบพอดี แม้จะมาในลุคที่โทรมมากๆก็ตาม เครื่องสำอางคือติดหน้ามาตั้งแต่เมื่อคืนเลย " น้องที่เข้ามาทำงานวันแรกใช่ไหมจ๊ะ " ผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 35-40 ปี กำลังทักทายเธอเป็นคนแรกหลังจากที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกัน " ใช่ค่ะสวัสดีนะคะ หนูชื่อธนิยาค่ะ เรียกสั้นๆว่าแยมโรลก็ได้ค่ะขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะพี่ " แยมโรพูดออกไปพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่น่ารักไปให้ เพื่อต้องการสื่อให้เห็นว่าเธอต้องการผูกมิตรกับทุกคน " จ้า พี่ชื่อพี่ดานะ เป็นเลขาของท่านประธาน และพี่ว่าต่อไปเราคงจะต้องร่วมงานกันบ่อยๆเพราะว่าน้องแยมต้องไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพี่ และตอนนี้พี่ก็มารับหนูที่นี่ พร้อมหรือยังขึ้นไปรอเจ้านายข้างบนกันดีไหม เดี๋ยวพี่จะสอนงานคร่าวๆให้ก่อน " ดารินพูดออกมาอย่างเอ็นดูเพราะเธอรู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้มาก ความรู้สึกแรกเห็นคือน้องเป็นคนน่าคบดูไม่แรงและดูจริงใจดี เพราะที่ผ่านมาดารินเจอผู้ช่วยที่เข้ามาเพียงแค่หวังว่าจะจับเจ้านายของเธอเท่านั้น เธอจึงรู้สึกไม่ได้ชอบใจผู้หญิงพวกนั้นเท่าไหร่นัก " แยมพร้อมแล้วค่ะพี่ดา " ร่างเล็กตอบรับพร้อมกันนั้นทั้งสองคนก็เดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดที่เป็นหน้าห้องทำงานของท่านผู้บริหาร " พี่เตรียมโต๊ะทำงานไว้ให้น้องแยมแล้วนะคะ น้องแยมนั่งตรงนี้ตรงข้ามกับพี่ ปกติแล้วเวลานี้เจ้านายจะเข้ามาแล้ว แต่วันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมยังไม่เข้ามา เอาเป็นว่าเราเรียนรู้งานไปพลางๆก่อนแล้วเมื่อท่านประธานเข้ามาพี่จะพาไปแนะนำให้เรารู้จัก " ดารินเอ่ยออกไปพร้อมกับสอนงานให้แยมโรลได้รู้คร่าวๆว่าการเป็นเลขาต้องทำอะไรบ้าง แยมโรลถึงกับกุมขมับเพราะคำว่าหน้าที่เลขาไม่ใช่ทำแค่ในเวลางานเท่านั้น แต่หมายความว่านอกเวลางานหากเจ้านายโทรหาก็จำเป็นที่จะต้องทำงานได้ ณ ตอนนั้นเลย แยมโรลถึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงตั้งเงินเดือนมาให้สูงลิ่วขนาดนี้ งานผู้ช่วยเลขาแต่เงินเดือน 60,000 บาท แล้วเธอคิดว่าคงมีไม่กี่คนที่ทำงานชนิดที่ว่าถวายหัวแบบนี้ได้ เนื่องจากงานตรงนี้คืองานโลจิสติกส์ที่มีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงจึงมีเรื่องมาให้แก้ไขได้ตลอดเวลา ซึ่งข้อนี้แยมโรลเข้าใจดีและเธอก็พร้อมที่จะสละเวลาส่วนตัวเพราะไม่ได้มีพันธะใดๆอยู่แล้ว " เป็นไงคะน้องแยมพอจะเข้าใจและคิดว่าทำได้ไหม งานมันไม่ได้ง่ายแต่มันก็ไม่ได้ยากหรอกค่ะ ถ้าเราเข้าใจแป๊บเดียวเราก็จะรันงานได้เร็วแล้ว " หลังจากที่อธิบายสโคปงานคร่าวๆให้กับคนตัวเล็กฟังแล้ว ดารินก็ไม่ลืมที่จะถามซ้ำเพื่อทวนความเข้าใจของหญิงสาว ซึ่งแยมโรลก็เข้าใจเป็นอย่างดี ระหว่างที่ทั้งสองคนคุยงานกันไปพลางๆจนตอนนี้เวลาล่วงเลยไปเกือบ 10 โมงกว่า ดารินมองไปเห็นยังลิฟท์ที่กำลังเปิดออกและปรากฏร่างสูงที่กำลังเดินมานั่นก็คือเจ้านายของเธอ " ท่านประธานสวัสดีค่ะ "วันนี้คือวันเฉลิมฉลองการแต่งงานของคณินและแยมโรลเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่จัดไปอย่างยิ่งใหญ่ที่บ้านของเจ้าสาวเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็กลับมาจัดที่กรุงเทพฯอีกครั้งที่โรงแรมในเครือของบริษัทเขา เนื่องด้วยเขาและครอบครัวมีหน้ามีตาทางสังคมซึ่งต้องเชิญคนมามากมายเพื่อให้ได้รู้จักกับภรรยาสาวของเขา" ตื่นเต้นไหมคะคุณน้อง อีกไม่กี่นาทีคุณน้องก็จะกลายเป็นคุณนายของตระกูลคันธทรัพย์แล้วนะคะ พี่ดีใจด้วยนะคะ รู้ไหมว่าคุณคณินน่ะเป็นที่หมายปองของสาวๆทั่วทั้งเมืองเลยนะ ทั้งแก๊งค์แบล็คฟีนิกส์เขาดูอบอุ่นที่สุดแล้ว " พี่ช่างแต่งหน้าที่เป็นชายหัวใจหญิงพูดกับแยมโรลที่กำลังนั่งให้เธอได้รังสรรค์ความสวยอยู่ เอาจริงๆเธอชอบลูกค้าแบบนี้เพราะรู้สึกเป็นกันเองดีแม้ว่าจะได้สามีที่ร่ำรวยแต่เธอยังรู้สึกได้ว่าธนิยาพูดจาเป็นกันเองกับเธอมากๆโดยไม่ถือตัวเลยสักนิด เธอสัมผัสได้ถึงความเป็นคนใจดีในตัวมาดามคนใหม่ของคัณธทรัพย์" ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้จะทำให้ว่าที่สามีขายหน้าหรือเปล่า " ร่างเล็กบอกติดตลก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ทักษะการเข้าสังคมของเธอพัฒนาขึ้นมากหลังจากที่อัญชันพาไปเข้าคอร์ส ด
ตอนนี้ทุกคนมาถึงที่บ้านของแยมโรลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ทุกคนดูตื่นเต้นกันมากไม่เว้นแม้แต่คิมหันต์เพราะเขาไม่เคยมาในที่แบบนี้เลยสักครั้ง หมู่บ้านที่ดูไม่ได้ทันสมัยมากนักแต่ผู้คนที่นี่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายช่างน่าอิจฉา ในบางครั้งคนเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่มันหรูหราอู้ฟู่นักหรอก บางทีความสงบอาจเป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหาก็ได้เพราะในชีวิตของเขาไม่เคยมีความสงบเลยสักครั้งตั้งแต่โตขึ้นมาชีวิตก็มีแต่คำว่าหน้าที่ที่ต้องทำ" แม่จ๋า " แยมโรลเรียกแม่ของตัวเองเมื่อรถตู้คันหรูได้เคลื่อนตัวเข้ามาถึงที่บ้านหลังเล็กๆหลายคัน แล้วตามด้วยแม่ของเธอซึ่งเดินออกมารับ ก่อนหน้านี้เธอโทรบอกแม่แล้วว่าจะกลับมาบ้านพร้อมกับแฟนหนุ่มแล้วก็ญาติของเขา แต่ที่แม่ของเธอตกใจคือไม่คิดว่าจะมากันเยอะแยะมากมายขนาดนี้ คนตัวเล็กลงมาจากรถแล้วก็เข้ามาสวมกอดผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความคิดถึง เอาจริงๆเธอก็เป็นแค่เด็กบ้านนอกที่กลับบ้านแค่ปีละไม่กี่ครั้งในช่วงเทศกาลเท่านั้น เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ได้กลับบ้านเธอจะรู้สึกมีความสุขและเหมือนได้เติมเต็มพลังดีๆรู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตให้
ในเช้าของวันใหม่ท้องฟ้าสีอ่อนประดับด้วยก้อนเมฆเล็กๆสีขาวนวลอากาศสดชื่นท้องฟ้าแจ่มใส หลังพายุร้ายได้ผ่านพ้นไปแยมโรลตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้เธอตั้งใจว่าจะลงไปทำอาหารเช้าไว้ให้สามี ซึ่งตอนนี้เธอยอมรับได้แบบเต็มปากเต็มคำแล้วว่าเขาคือสามีของเธอ แล้วก็ปล่อยให้คนตัวโตนอนไปก่อนเขาก็คงเพลียมากเพราะก่อนหน้านี้เขาบอกว่าเขาไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเอาแต่ใจจดใจจ่อกับการหาวิธีช่วยเธอและแม่ออกมาได้อย่างปลอดภัย วันนี้เลยคิดว่าจะทำอะไรอร่อยๆให้เขาทานก่อนไปทำงานเสียหน่อย และเมื่อมาถึงห้องครัวก็ต้องตกใจเมื่อเจอกับคุณนายโฉมยงที่กำลังขมักเขม้นกับการทำอาหารอยู่เช่นกันและเธอก็มองมาที่แยมโรลซึ่งตอนนี้ไม่รู้จะทำตัวยังไง" ตื่นแล้วเหรอลูก ทำไมตื่นเช้าจังเลยล่ะ ไม่นอนต่ออีกสักหน่อยแม่กำลังทำอาหารสุดฝีมือให้เรากับสามีทานเลยนะ " คุณนายโฉมยงพูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้แยมโรล ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นมามาก" พอดีแยมกะว่าจะมาทำอาหารเช้าให้กับพี่คณินค่ะ ไม่คิดว่าคุณแม่ก็จะอยู่ที่นี่ด้วย "แยมโรลพูดตอบกลับส่งยิ้มไปให้" งั้นดีเลยมาทำกับแม่นี่มา แม่ก็ทำแต่ของโปรดของคณินทั้งนั้นเพราะแม่ไม่รู้ว่าหนูชอบอะไร มาเป็นลูกมือให
ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 23:00 น.ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า และตอนนี้ทุกคนก็อยู่ที่ห้องรับแขกพร้อมหน้าพร้อมตากัน สิ่งที่ทำให้ทุกคนอึ้งก็คือคุณนายโฉมยงไม่ยอมอยู่ห่างจากแยมโรลเลยแม้แต่น้อยพร้อมกับจับมือของเธอเอาไว้แน่น" หนูไม่เป็นไรใช่ไหมลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า " คุณนายโฉมยงพยายามไล่ดูตามเนื้อตัวของคนตัวเล็กไปมาอย่างคนต้องการสำรวจความเสียหาย" แยมไม่เป็นไรเลยค่ะคุณโฉมยง " ร่างเล็กตอบออกไปพร้อมกับส่งยิ้มไปให้เพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอสบายดี" เรียกแม่สิลูก เราคือครอบครัวเดียวกันนะ เรียกแบบนั้นมันดูห่างเหินเกินไป " คำพูดของคุณนายโฉมยงทำเอาทุกคนมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา เพียงระยะเวลาแค่ 1 คืนเท่านั้นทำเอาแม่ของพวกเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ" แม่ครับ แม่ไม่สบายหรือเปล่าครับ ปกติผมไม่เห็นแม่ชอบพี่สะใภ้เลยหนิ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้เอาอกเอาใจกันเป็นพิเศษล่ะครับ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า " คิมหันต์ถามอย่างสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีทีท่าว่าแม่เขาจะโอนอ่อนให้กับแยมโรลเลยแม้แต่นิดเดียวถึงขนาดที่ว่าใส่ร้ายป้ายสี
เสียงกระสุนปืนที่สาดกันไปมาอยู่แบบนั้นนานนับ 10 นาทีจนตอนนี้คนของเสี่ยมีชัยแทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากแบล็คฟีนิกส์ลงมือเองไม่มีทางที่คนในเมืองนี้จะรับมือกับแก๊งค์นี้ได้หากได้รวมตัวกัน เสี่ยมีชัยจึงตัดสินใจจูงมือลูกสาวฝ่ากระสุนขึ้นรถ ด้วยหวังว่าคงจะมีลูกน้องตัวเองยิงคุ้มกันไว้ให้ แต่เมื่อกำลังจะก้าวขึ้นด้านคนขับก็มีกระสุนปืนมาจากทิศทางไหนก็ไม่รู้ยิงเข้ามาที่กลางหลังของเสี่ยมีชัยถึง 2 นัดพร้อมกับยิงเข้าไปที่ท้องของกุลนิดาอีกนัด จึงทำให้ทั้งสองคนล้มลงไปทันที และเมื่อยิงตัวการใหญ่ได้พวกลูกน้องที่เหลือก็ยอมจำนนและเสียงกระสุนปืนก็ได้สงบลงในที่สุด" กะ...กุล อึก! จะ...เจ็บไหม " มีชัยพยายามเอื้อมมือไปหาลูกสาวที่ตอนนี้ล้มลงอยู่ไม่ไกลนักแต่ก็แทบไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับตัวแล้ว เขามารู้ตัวว่าทำผิดก็ต่อเมื่อมันได้สายเกินไปเสียแล้ว เขาทำร้ายทุกคนแม้กระทั่งลูกสาวของตัวเอง" พะ...พ่อคะ อึก! กุล....เจ็บจังเลย " กุลนิดาเอื้อมมือเพื่อที่จะไปจับมือของบิดาตัวเองเหมือนกันแต่เธอก็แทบหมดแรงลงตรงนี้แล้ว เธอเจ็บจนจุกและก็ไอออกมาพร้อมกับเลือดมากมาย เธอไม่เคยโดนยิงมาก่อนนี่เป็นครั้งแรกความรู้สึกกลัวผ
คิมหันต์เดินออกมาจากมุมมืดพร้อมกับปืนที่อยู่ในมือจ่ออยู่ที่ขมับของกุลนิดา ใช่เขาจับตัวลูกสาวของไอ้มีชัยมาเป็นตัวประกันตั้งแต่เมื่อวาน เขารู้อยู่แล้วเมื่อแลกตัวกันเสร็จสิ้นไอ้เสี่ยมีชัยมันจะต้องกำจัดแม่ของเขาและพี่สะใภ้ของเขาเป็นแน่และทางที่จะให้แม่และพี่สะใภ้ของเขาได้ออกมาจากดงปืนได้ง่ายๆก็คงเป็นลูกของไอ้มีชัยนี่แหละ" พะ....พ่อคะ " กุลนิดามองหน้าบิดาของตัวเองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างคนกลัวสุดขีด เพราะคนใจร้ายนี่ด่าทอเธอมาตลอดทางพร้อมกันนั้นก็เอาปืนจี้เธอมาด้วย ถึงเขาจะไม่ได้ทำร้ายเธอทางร่างกายแต่จิตใจของเธอมันก็บอบช้ำไปหมดแล้ว" ยัยกุล " เสี่ยมีชัยที่เห็นลูกสาวของตัวเองโดนปืนจ่ออยู่ที่ขมับก็ถึงกับหน้าเสียแม้จะไม่ใช่ลูกรักแต่ยังไงก็คือลูก" สวัสดีครับไอ้เสี่ยมีชัย ผมว่าลดปืนลงก่อนดีไหม ผมกลัวว่ามันจะลั่น แต่ไม่ได้กลัวของเสี่ยจะลั่นนะ กลัวปืนที่อยู่ในมือผมเนี่ยแหละที่มันจะลั่น " คิมหันต์บอกกับคนตรงหน้าสถานการณ์จากที่ตึงเครียดตอนนี้กลับกลายเป็นฝั่งเขาที่เป็นต่อและนำไป 1 ก้าว" มึงปล่อยลูกสาวกูออกมาไม่อย่างนั้นกูก็จะยิงแม่มึงเหมือนกัน " มีชัยบอกแล้วจ่อปืนไปที่คุ







