Se connecterดารินเอ่ยทักทายผู้เป็นเจ้านายของตัวเอง พร้อมกันนั้นแยมโรลก็หันหน้ามาแล้วก็เจอเข้ากับใครบางคนที่เธอไม่อยากเจอ ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความตกใจ ความรู้สึกตอนนี้ทั้งตกใจ ทั้งอายและพูดไม่ออกพร้อมกับอ้าปากค้างอย่างคนทำอะไรไม่ถูกแล้วด้วย
คณินหลังจากที่อารมณ์เสียแต่เช้าเพราะกำลังโมโหใครบางคนที่บังอาจปล่อยเขาไว้คนเดียวแบบนั้นทั้งๆที่เมื่อคืนก็มีความสุขด้วยกันทั้งคืน แบบนี้แถวบ้านเขาเรียกฟันแล้วทิ้งนี่นา แต่ก็ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ในตอนนี้เขากลับเจอเธออยู่ตรงหน้าทั้งที่ก่อนหน้านี้ให้บอดี้การ์ดตามหาเธอก่อนแล้วแต่เช้า แต่ไม่คิดว่าบทจะเจอก็ช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน ในตอนนี้คณินใบหน้าของเขาเปล่งปลั่งด้วยความสุขเผยรอยยิ้มมุมปากอย่างปิดบังไม่มิด ทั้งที่ตอนออกมาจากลิฟท์ยังหน้าบึ้งตึงเหมือนกับกินรังแตนมายังไงอย่างงั้น " คุณดา ผมขอกาแฟดำแก้วนึงตอนนี้เลย " คณินพูดพร้อมกับเดินผ่านหน้าของดารินและแยมโรลเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง เขาทำเหมือนแยมโรลไม่มีตัวตนเลยด้วยซ้ำ " น้องแยมคะ ไปค่ะเดี๋ยวพี่ดาจะสอนชงกาแฟให้เจ้านาย เราก็เอาเข้าไปด้วยกันเดี๋ยวพี่ดาจะแนะนำให้รู้จักกับเจ้านายนะคะ ไม่ต้องกลัวนะท่านประธานเป็นคนใจดีมาก " ดารินอธิบายด้วยความภาคภูมิใจเพราะตั้งแต่ที่เธอทำงานที่นี่มาแม้ว่าคณินจะเป็นคนเจ้าระเบียบมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าหากทำงานดีเขาก็ตบรางวัลอย่างงามมาโดยตลอด โดยเฉพาะแม่ของเจ้านายเธอที่เธอทำงานให้อย่างลับๆ " หรอคะ " แยมโรลรับคำด้วยสีหน้าแทบไม่มีเลือดฝาด ความกังวลฉายชัดขึ้นมาบนดวงหน้าสวย ไม่คิดเลยว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ร่างเล็กได้แต่เดินคอตกตามดารินเข้าไปชงกาแฟ ความคิดในใจว่านี่อาจจะเป็นการทำงานวันแรกและคงจะเป็นวันสุดท้ายแล้วแหละ เขาคงไม่เอาเธอไว้แน่เล่นไปนอนกับประธานบริษัทขนาดนี้ ร่างเล็กได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจว่า นังแยมแกเล่นของสูงเกินไปแล้ว ตายแน่!! ไปตลอดทาง " น้องแยมเป็นอะไรหรือเปล่าคะดูหน้าซีดๆไม่สบายหรือเปล่า เมื่อเช้ายังดีดีอยู่เลย " ดารินถามออกไปอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นแยมโรลเหมือนสติสตางค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก่อนหน้านี้ยังดีๆอยู่เลย " เปล่าค่ะพี่ดา แยมแค่รู้สึกเกร็งๆน่ะค่ะ คงตื่นเต้นมากไปหน่อย " แยมโรลส่งยิ้มไปให้ดารินและพยายามปรับความรู้สึกของตัวเองให้กลับมาเข้าที่ให้เร็วที่สุด ส่วนดารินก็ปลอบใจคนตัวเล็กสารพัดเพื่อไม่ให้เธอกลัว หลังจากที่สอนชงกาแฟเสร็จเรียบร้อยแล้วดารินก็เคาะประตูและเข้ามาในห้องของท่านประธานบริษัท " ขออนุญาตค่ะท่านประธาน " ดารินเอ่ยขออนุญาตพร้อมกับบอกให้แยมโรลนำกาแฟไปวางบนโต๊ะ ซึ่งร่างเล็กเองก็ทำจนเสร็จด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ในหัวของเธอตอนนี้คิดอย่างเดียวว่าอยากหนีออกไปจากที่นี่ " ท่านประธานคะ นี่คือ ธนิยา อาทิมา หรือแยมโรล ผู้ช่วยเลขาคนใหม่ค่ะ มาทำงานวันนี้เป็นวันแรกดาก็เลยพามาแนะนำตัวให้กับท่านประธานได้รู้จักเผื่อเรียกใช้งานค่ะ " ดารินแนะนำอย่างคนที่ไม่รู้ว่าเมื่อคืนทั้งสองคนได้รู้จักกันอย่างลึกซึ้งแล้ว ส่วนแยมโรลก็ต้องไหลตามน้ำเธอยกมือขึ้นสวัสดีทักทายผู้เป็นเจ้านายและคงเป็นแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ คณินเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารพร้อมกับใช้สายตามองแยมโรลอย่างนิ่งๆ แบบคนที่ต้องการจะสื่อกับเธอว่าเขาจับเธอได้แล้ว พร้อมกับเผยรอยยิ้มมุมปากที่น่ากลัวออกมาให้แยมโรลได้ขนลุกซู่เล่นๆ " ครับ คุณดาเอาเอกสารนี้ไปทำให้ผมให้เรียบร้อย ผมต้องการไม่เกินเที่ยง " คณินพูดพร้อมกับส่งแฟ้มเอกสารให้กับดารินเพราะต้องการให้เธอออกไปจากห้องนี้ เพื่อที่เขาจะได้พูดคุยกับสาวน้อยคนนี้ให้รู้เรื่อง " รับทราบค่ะ ไปค่ะน้องแยมเดี๋ยวพี่ดาจะสอนงานเอกสารจากแฟ้มนี้นะคะ " ดารินเสนอตัวที่จะเป็นคนสอนงานให้กับแยมโรล แต่ก็โดนอีกคนพูดดักเสียก่อน " ธนิดาอยู่ที่นี่ก่อน " " ธนิยาค่ะ " ร่างเล็กรีบแก้ให้เขาทันทีที่เขาเรียกชื่อเธอผิด เขามีท่าทางเรียบเฉยและไม่รู้สึกใดใดกับชื่อที่เรียกผิดด้วย น่าหมั่นไส้นัก " ครับ " " จะดีหรอคะท่านประธาน " ดารินยังคงไม่แน่ใจเพราะกลัวว่าธนิยาจะทำงานพลาดตั้งแต่วันแรก หล่อนไม่อยากให้ถูกไล่ออกเพราะรู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เลยอยากให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ " เชิญครับ " คณินไม่ตอบแต่เลือกที่จะไล่ดารินออกไปอย่างถนอมน้ำใจมากที่สุด ดารินต้องยอมออกจากห้องนี้ไปเพียงลำพังพร้อมกับงานที่คามืออยู่ตอนนี้ จากที่เป็นห่วงแยมโรลต้องเป็นห่วงตัวเองก่อนแล้วล่ะถ้าเสร็จไม่ทันเที่ยงเธอไม่ได้กินข้าวแน่ๆ ตอนนี้ทั้งห้องอยู่ในความเงียบสงัดได้ยินแค่เพียงเสียงแอร์เย็นๆเพราะทั้งสองคนไม่มีใครพูดอะไรออกมา คณินก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเซ็นต์เอกสารส่วนแยมโรลก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกันเธอได้แต่ยืนนิ่งเป็นหินอยู่แบบนั้น ความอึดอัดมาเยือนจนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว " ท่านประธานมีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะถ้าไม่มีจะได้ออกไปทำงาน " คณินเงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มเอกสาร พร้อมกับยิ้มมุมปากไปให้เหมือนคนมีแผนการอยู่ในใจ เพราะทันทีที่เขาเจอเธอเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าปัญหาที่หนักอึ้งอยู่ในตอนนี้มันต้องแก้ยังไง " ความอดทนต่ำจังนะ รอผมแป๊บนึงไม่ได้หรือ " หลังจากพูดจบร่างสูงก็ละจากกองเอกสารพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหาเธอเดินเข้าไปใกล้กับคนตัวเล็กจนแยมโรลต้องถอยหลังไป 2 ก้าว แต่ถึงอย่างนั้นคณินก็ไวกว่าเกี่ยวเอวบางของเธอให้ขยับมาใกล้กับเขา ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของเธอกับเขาห่างกันเพียงแค่คืบ แต่ร่างกายกลับแนบชิดกันอย่างห้ามไม่ได้ " นี่คุณปล่อยนะ!! " ร่างเล็กดิ้นสุดกำลังเพราะกลัวว่าพี่ดาจะเข้ามาเห็นแล้วเข้าใจผิด " ผู้ช่วยเลขาดุเจ้านายได้ด้วยหรอครับ " น้ำเสียงทรงเสน่ห์ของเขาที่สาวๆหลายคนฟังก็ต้องเคลิ้มตาม แม้แต่ตอนนี้แยมโรลได้มองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเธอยังรู้สึกละลายแต่ก็ต้องห้ามใจเอาไว้เพราะนี่คือเจ้านาย เรื่องเมื่อคืนก็ผิดพลาดมากๆแล้ว " ขอโทษค่ะ แต่ช่วยปล่อยก่อนได้ไหมคะไม่อย่างนั้นไม่น่าจะคุยกันรู้เรื่อง " " แต่ผมชอบแบบนี้นะ " คณินพูดพร้อมกับจ้องไปในดวงตาของเธอสื่อความหมายที่หวานซึ้งอารมณ์ บอกตามตรงว่าความเป็นเธอเมื่อคืนทำให้เขารู้สึกพอใจมาก และเธอก็น่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อในตอนเช้าที่ตื่นขึ้นมาเธอหนีจากเขาไปทั้งๆที่สาวๆคนอื่นพยายามให้เขารับผิดชอบแต่กับเธอกลับต่างออกไป " ฉันไม่เล่นค่ะ " ร่างเล็กทำตาเขียวปั๊ดใส่คนตัวโตอย่างเปิดเผย และคนตัวโตก็ยอมแต่โดยดี " โอเค " คณินปล่อยกอดเธอออกมาอย่างเสียดาย กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอทำให้เขารู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ตั้งแต่เมื่อคืนที่เขาสูดดมแล้วดมอีก สัมผัสแล้วสัมผัสอีก จนตอนนี้ก็ยังไม่หนำใจ แต่ก็ต้องห้ามใจตัวเองเอาไว้ก่อนเพราะเรื่องที่จะพูดต่อจากนี้มันสำคัญมากเช่นกัน " มีเรื่องต้องคุยกัน "วันนี้คือวันเฉลิมฉลองการแต่งงานของคณินและแยมโรลเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่จัดไปอย่างยิ่งใหญ่ที่บ้านของเจ้าสาวเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็กลับมาจัดที่กรุงเทพฯอีกครั้งที่โรงแรมในเครือของบริษัทเขา เนื่องด้วยเขาและครอบครัวมีหน้ามีตาทางสังคมซึ่งต้องเชิญคนมามากมายเพื่อให้ได้รู้จักกับภรรยาสาวของเขา" ตื่นเต้นไหมคะคุณน้อง อีกไม่กี่นาทีคุณน้องก็จะกลายเป็นคุณนายของตระกูลคันธทรัพย์แล้วนะคะ พี่ดีใจด้วยนะคะ รู้ไหมว่าคุณคณินน่ะเป็นที่หมายปองของสาวๆทั่วทั้งเมืองเลยนะ ทั้งแก๊งค์แบล็คฟีนิกส์เขาดูอบอุ่นที่สุดแล้ว " พี่ช่างแต่งหน้าที่เป็นชายหัวใจหญิงพูดกับแยมโรลที่กำลังนั่งให้เธอได้รังสรรค์ความสวยอยู่ เอาจริงๆเธอชอบลูกค้าแบบนี้เพราะรู้สึกเป็นกันเองดีแม้ว่าจะได้สามีที่ร่ำรวยแต่เธอยังรู้สึกได้ว่าธนิยาพูดจาเป็นกันเองกับเธอมากๆโดยไม่ถือตัวเลยสักนิด เธอสัมผัสได้ถึงความเป็นคนใจดีในตัวมาดามคนใหม่ของคัณธทรัพย์" ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้จะทำให้ว่าที่สามีขายหน้าหรือเปล่า " ร่างเล็กบอกติดตลก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ทักษะการเข้าสังคมของเธอพัฒนาขึ้นมากหลังจากที่อัญชันพาไปเข้าคอร์ส ด
ตอนนี้ทุกคนมาถึงที่บ้านของแยมโรลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ทุกคนดูตื่นเต้นกันมากไม่เว้นแม้แต่คิมหันต์เพราะเขาไม่เคยมาในที่แบบนี้เลยสักครั้ง หมู่บ้านที่ดูไม่ได้ทันสมัยมากนักแต่ผู้คนที่นี่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายช่างน่าอิจฉา ในบางครั้งคนเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่มันหรูหราอู้ฟู่นักหรอก บางทีความสงบอาจเป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหาก็ได้เพราะในชีวิตของเขาไม่เคยมีความสงบเลยสักครั้งตั้งแต่โตขึ้นมาชีวิตก็มีแต่คำว่าหน้าที่ที่ต้องทำ" แม่จ๋า " แยมโรลเรียกแม่ของตัวเองเมื่อรถตู้คันหรูได้เคลื่อนตัวเข้ามาถึงที่บ้านหลังเล็กๆหลายคัน แล้วตามด้วยแม่ของเธอซึ่งเดินออกมารับ ก่อนหน้านี้เธอโทรบอกแม่แล้วว่าจะกลับมาบ้านพร้อมกับแฟนหนุ่มแล้วก็ญาติของเขา แต่ที่แม่ของเธอตกใจคือไม่คิดว่าจะมากันเยอะแยะมากมายขนาดนี้ คนตัวเล็กลงมาจากรถแล้วก็เข้ามาสวมกอดผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความคิดถึง เอาจริงๆเธอก็เป็นแค่เด็กบ้านนอกที่กลับบ้านแค่ปีละไม่กี่ครั้งในช่วงเทศกาลเท่านั้น เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ได้กลับบ้านเธอจะรู้สึกมีความสุขและเหมือนได้เติมเต็มพลังดีๆรู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตให้
ในเช้าของวันใหม่ท้องฟ้าสีอ่อนประดับด้วยก้อนเมฆเล็กๆสีขาวนวลอากาศสดชื่นท้องฟ้าแจ่มใส หลังพายุร้ายได้ผ่านพ้นไปแยมโรลตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้เธอตั้งใจว่าจะลงไปทำอาหารเช้าไว้ให้สามี ซึ่งตอนนี้เธอยอมรับได้แบบเต็มปากเต็มคำแล้วว่าเขาคือสามีของเธอ แล้วก็ปล่อยให้คนตัวโตนอนไปก่อนเขาก็คงเพลียมากเพราะก่อนหน้านี้เขาบอกว่าเขาไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเอาแต่ใจจดใจจ่อกับการหาวิธีช่วยเธอและแม่ออกมาได้อย่างปลอดภัย วันนี้เลยคิดว่าจะทำอะไรอร่อยๆให้เขาทานก่อนไปทำงานเสียหน่อย และเมื่อมาถึงห้องครัวก็ต้องตกใจเมื่อเจอกับคุณนายโฉมยงที่กำลังขมักเขม้นกับการทำอาหารอยู่เช่นกันและเธอก็มองมาที่แยมโรลซึ่งตอนนี้ไม่รู้จะทำตัวยังไง" ตื่นแล้วเหรอลูก ทำไมตื่นเช้าจังเลยล่ะ ไม่นอนต่ออีกสักหน่อยแม่กำลังทำอาหารสุดฝีมือให้เรากับสามีทานเลยนะ " คุณนายโฉมยงพูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้แยมโรล ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นมามาก" พอดีแยมกะว่าจะมาทำอาหารเช้าให้กับพี่คณินค่ะ ไม่คิดว่าคุณแม่ก็จะอยู่ที่นี่ด้วย "แยมโรลพูดตอบกลับส่งยิ้มไปให้" งั้นดีเลยมาทำกับแม่นี่มา แม่ก็ทำแต่ของโปรดของคณินทั้งนั้นเพราะแม่ไม่รู้ว่าหนูชอบอะไร มาเป็นลูกมือให
ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 23:00 น.ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า และตอนนี้ทุกคนก็อยู่ที่ห้องรับแขกพร้อมหน้าพร้อมตากัน สิ่งที่ทำให้ทุกคนอึ้งก็คือคุณนายโฉมยงไม่ยอมอยู่ห่างจากแยมโรลเลยแม้แต่น้อยพร้อมกับจับมือของเธอเอาไว้แน่น" หนูไม่เป็นไรใช่ไหมลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า " คุณนายโฉมยงพยายามไล่ดูตามเนื้อตัวของคนตัวเล็กไปมาอย่างคนต้องการสำรวจความเสียหาย" แยมไม่เป็นไรเลยค่ะคุณโฉมยง " ร่างเล็กตอบออกไปพร้อมกับส่งยิ้มไปให้เพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอสบายดี" เรียกแม่สิลูก เราคือครอบครัวเดียวกันนะ เรียกแบบนั้นมันดูห่างเหินเกินไป " คำพูดของคุณนายโฉมยงทำเอาทุกคนมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา เพียงระยะเวลาแค่ 1 คืนเท่านั้นทำเอาแม่ของพวกเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ" แม่ครับ แม่ไม่สบายหรือเปล่าครับ ปกติผมไม่เห็นแม่ชอบพี่สะใภ้เลยหนิ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้เอาอกเอาใจกันเป็นพิเศษล่ะครับ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า " คิมหันต์ถามอย่างสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีทีท่าว่าแม่เขาจะโอนอ่อนให้กับแยมโรลเลยแม้แต่นิดเดียวถึงขนาดที่ว่าใส่ร้ายป้ายสี
เสียงกระสุนปืนที่สาดกันไปมาอยู่แบบนั้นนานนับ 10 นาทีจนตอนนี้คนของเสี่ยมีชัยแทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากแบล็คฟีนิกส์ลงมือเองไม่มีทางที่คนในเมืองนี้จะรับมือกับแก๊งค์นี้ได้หากได้รวมตัวกัน เสี่ยมีชัยจึงตัดสินใจจูงมือลูกสาวฝ่ากระสุนขึ้นรถ ด้วยหวังว่าคงจะมีลูกน้องตัวเองยิงคุ้มกันไว้ให้ แต่เมื่อกำลังจะก้าวขึ้นด้านคนขับก็มีกระสุนปืนมาจากทิศทางไหนก็ไม่รู้ยิงเข้ามาที่กลางหลังของเสี่ยมีชัยถึง 2 นัดพร้อมกับยิงเข้าไปที่ท้องของกุลนิดาอีกนัด จึงทำให้ทั้งสองคนล้มลงไปทันที และเมื่อยิงตัวการใหญ่ได้พวกลูกน้องที่เหลือก็ยอมจำนนและเสียงกระสุนปืนก็ได้สงบลงในที่สุด" กะ...กุล อึก! จะ...เจ็บไหม " มีชัยพยายามเอื้อมมือไปหาลูกสาวที่ตอนนี้ล้มลงอยู่ไม่ไกลนักแต่ก็แทบไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับตัวแล้ว เขามารู้ตัวว่าทำผิดก็ต่อเมื่อมันได้สายเกินไปเสียแล้ว เขาทำร้ายทุกคนแม้กระทั่งลูกสาวของตัวเอง" พะ...พ่อคะ อึก! กุล....เจ็บจังเลย " กุลนิดาเอื้อมมือเพื่อที่จะไปจับมือของบิดาตัวเองเหมือนกันแต่เธอก็แทบหมดแรงลงตรงนี้แล้ว เธอเจ็บจนจุกและก็ไอออกมาพร้อมกับเลือดมากมาย เธอไม่เคยโดนยิงมาก่อนนี่เป็นครั้งแรกความรู้สึกกลัวผ
คิมหันต์เดินออกมาจากมุมมืดพร้อมกับปืนที่อยู่ในมือจ่ออยู่ที่ขมับของกุลนิดา ใช่เขาจับตัวลูกสาวของไอ้มีชัยมาเป็นตัวประกันตั้งแต่เมื่อวาน เขารู้อยู่แล้วเมื่อแลกตัวกันเสร็จสิ้นไอ้เสี่ยมีชัยมันจะต้องกำจัดแม่ของเขาและพี่สะใภ้ของเขาเป็นแน่และทางที่จะให้แม่และพี่สะใภ้ของเขาได้ออกมาจากดงปืนได้ง่ายๆก็คงเป็นลูกของไอ้มีชัยนี่แหละ" พะ....พ่อคะ " กุลนิดามองหน้าบิดาของตัวเองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างคนกลัวสุดขีด เพราะคนใจร้ายนี่ด่าทอเธอมาตลอดทางพร้อมกันนั้นก็เอาปืนจี้เธอมาด้วย ถึงเขาจะไม่ได้ทำร้ายเธอทางร่างกายแต่จิตใจของเธอมันก็บอบช้ำไปหมดแล้ว" ยัยกุล " เสี่ยมีชัยที่เห็นลูกสาวของตัวเองโดนปืนจ่ออยู่ที่ขมับก็ถึงกับหน้าเสียแม้จะไม่ใช่ลูกรักแต่ยังไงก็คือลูก" สวัสดีครับไอ้เสี่ยมีชัย ผมว่าลดปืนลงก่อนดีไหม ผมกลัวว่ามันจะลั่น แต่ไม่ได้กลัวของเสี่ยจะลั่นนะ กลัวปืนที่อยู่ในมือผมเนี่ยแหละที่มันจะลั่น " คิมหันต์บอกกับคนตรงหน้าสถานการณ์จากที่ตึงเครียดตอนนี้กลับกลายเป็นฝั่งเขาที่เป็นต่อและนำไป 1 ก้าว" มึงปล่อยลูกสาวกูออกมาไม่อย่างนั้นกูก็จะยิงแม่มึงเหมือนกัน " มีชัยบอกแล้วจ่อปืนไปที่คุ