Accueil / โรแมนติก / พ่ายรักเมียนิตินัย / บทที่ 17 ใครเหนือกว่ากัน

Partager

บทที่ 17 ใครเหนือกว่ากัน

last update Date de publication: 2024-11-14 13:11:58

"ว๊าย!"

เอี๊ยดดด!

นับดาวกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับเหยียบเบรกกะทันหันจนเสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นทั่วบริเวณเมื่อจู่ ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งมาปาดหน้าหลังงจากขับรถออกจากบ้านจิระกาญได้เพียงสิบกิโลเมตร

ส่งผลให้เธอหน้าคะมำชนพวงมาลัยรถเต็ม ๆ แต่นับว่าโชคยังดีที่รัดเข็มขัดนิรภัยไม่อยากนั้นอาจเจ็บตัวมากกว่านี้ก็ได้

"บ้าเอ๊ยขับรถภาษาอะไรว่ะ" เธอสบถออกมาด้วยโกรธ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบเปิดประตูลงจากรถเดินไปหาคู่กรณีสองคนที่จอดรถขว้างอยู่

"พวกคุณขับรถภาษาอะไรกัน เกิดฉันเบรกไม่ทันโดนชนขึ้นมาจะทำยังไง" ต่อว่าไปด้วยอารมณ์โกรธสุดขีด

"กรี๊ด!"

ทว่าเสี้ยววินาทีต่อมาเธอก็ต้องร้องกรี๊ดด้วยความตกใจอีกครั้งเมื่อจู่ ๆ คู่กรณีซึ่งน่าจะเป็นผู้หญิงกับผู้ชายปาไข่ไก่ดิบเข้าใส่ ซึ่งมันพุ่งโดนหน้าผากเต็ม ๆ ทำเอาเธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า ก่อนไข่จะแตกลงชะโลมใบหน้าของเธอจนเละแทะ กลิ่นคาวของมันแทบทำให้เธออาเจียนออกมา

"กรี๊ด! พวกคุณทำบ้าอะไร มาปาไข่ใส่ฉันทำไม" เธอกรี๊ดออกมาอย่างรับไม่ได้พลางยกมือขึ้นลูบไข่ออกจากใบหน้า ทว่าสองคนนั้นก็ยังปาไข่ใส่ไม่หยุดราวกับห่าฝนทำให้เธอโดนไข่เข้าไปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

แรงกระแทกสร้างความเจ็บให้เธอไม่น้อย อีกทั้งไข่ยังแตกราดตัวจนไม่เหลือชิ้นดี พยายามวิ่งกลับไปที่รถ แต่ก็มิวายโดนไล่ปาอีก หนำซ้ำยังส่งเสียงก่นด่าเธอไปด้วย

"ผู้หญิงหน้าด้านแย่งแฟนคนอื่น"

"ผู้หญิงหน้าไม่อายแย่งแฟนพี่สาวตัวเอง"

"เฮ้ย! พวกคุณทำอะไรหยุดเดี๋ยวนี้นะไม่อย่างนั้นผมแจ้งตำรวจ"

เหมือนเธอจะยังดวงดีอยู่บ้างเมื่อมีพลเมืองดีจอดรถลงมาช่วยไล่ทำให้สองคนนั้นล่าถอยไป ก่อนพลเมืองดีจะเดินเข้ามาถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วง "คุณเป็นอะไรมากมั้ยครับ"

"ฉันไม่เป็นอะไรมากค่ะ" นับดาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจกลับเต้นโครมครามแทบจะทะลุออกมานอกอกเพราะยังรู้สึกตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยขอบคุณหนุ่มพลเมืองดีด้วยความซาบซึ้งเพราะหากไม่ได้เขาช่วยเธอคงแย่แน่ ๆ "ต้องขอบคุณคุณมาก ๆ นะคะที่เข้ามาช่วยฉันไว้"

"ด้วยความยินดีครับ" ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาน้อมรับด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้ม ก่อนถามไถ่ต่อ "คุณจะเอายังไงกับพวกนั้นต่อครับ"

"ฉันจะไปแจ้งความดำเนินคดีค่ะ" นับดาวตอบโดยไม่ต้องคิด เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองเจ็บฟรี ๆ หรอก คนทำผิดต้องได้รับโทษถ้าปล่อยไปง่าย ๆ เดี๋ยวก็ได้ใจ แล้วกระทำผิดซ้ำอีก แต่ตอนนี้เธอคงต้องเก็บหลักฐาน และจัดการกับตัวเองก่อน

"คุณช่วยถ่ายรูปให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ" เธอว่าพลางเดินไปหยิบโทรศัพท์ในรถมายื่นให้หนุ่มพลเมืองดีเพื่อให้เขาช่วยถ่ายรูปของเธอไว้เป็นหลักฐาน

"ได้ครับ" ชายหนุ่มรับโทรศัพทผืมาจากมือนับดาว จากนั้นก็ถ่ายรูปให้เธอสามสี่รูป แล้วยื่นกลับไปให้ "นี่ครับ"

"ขอบคุณค่ะ" นับดาวโค้งศีรษะขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้งพร้อมกับรับโทรศัพท์มาเปิดดูรูปถ่าย ก่อนจะจัดการเก็บภาพบริเวณรอบ ๆ และบนพื้นถนนที่มีไข่ตกแตกกระจายต่อ

ขณะที่หนุ่มพลเมืองดีก็รอจนนับดาวถ่ายเสร็จเขาจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงเป็นใย "ให้ผมพาคุณไปแจ้งความไหมครับ"

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันโทรหาเพื่อนให้พาไปก็ได้ค่ะ" นับดาวปฏิเสธด้วยความเกรงใจเพราะแค่เขาเข้ามาช่วยก็ดีมากแล้ว

"โอเคครับ"

"ยังไงฉันต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะเผื่อมีโอกาสเจอกันฉันจะได้ตอบแทนคุณบ้าง" เธอเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง และไม่ลืมจะถามชื่อเสียงเรียงนามของเขาเผื่อมีโอกาสได้ตอบแทนน้ำใจ

"ผมศรันย์ครับ" ชายหนุ่มตอบด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้ม ก่อนจะเดินจากไปโดยมีสายตาของนับดาวมองตามหลังด้วยความงุนงงเพราะเขาค่อนข้างแปลกทีเดียวแทนที่จะถามไถ่เธอกลับ แต่ไหงถึงไม่ทงไม่ถามสักคำเดินจากไปเสียดื้อ ๆ แบบนั้น

เธอยืนมองจนเขาขับรถออกไปจึงเดินกลับไปที่รถตัวเอง เปิดประตูหยิบน้ำในขวดกับดระดาษทิชชู่ออกมาทำความสะอาดเนื้อตัว และเสื้อผ้าพอให้กลิ่นเหม็นคาวไข่หายไป

จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนค่อย ๆ หลับตาลงคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดด้วยสมองหนักอึ้ง บอกตามตรงว่าเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เธอใจเสียไม่น้อยเพราะเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

ในขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากมันจะมีคนเกลียดเธอถึงขนาดทำแบบนี้เลยเหรอ หนำซ้ำยังพูดเหมือนรู้เรื่องข่าวดีด้วย

และมันก็บังเอิญอีกนั่นแหละที่เรื่องดันมาเกิดหลังจากเธอไปอวดเรื่องแหวนเพชรกับสองแม่ลูกมหาภัย ที่เกิดเหตุยังไม่ไกลจากบ้านอีกด้วย อดทำให้คิดไม่ได้จริง ๆ ว่าเป็นฝีมือของสองคนนั้นที่จ้างคนมาทำร้าย

เธอจะต้องหาหลักฐานพิสูจน์ให้ได้ว่าใครเป็นคนทำ ทั้งเรื่องยานอนหลับในคืนนั้น เรื่องคนปล่อยข่าว และเรื่องวันนี้

ลมหายใจหนัก ๆ ถูกพ่นจากจมูกโด่งด้วยความหนักใจ ก่อนเธอจะปรือตามา แล้วหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาส้มเพื่อนสาวคนสนิท ถือสายรอไม่นานปลายสายก็กดรับ

(ว่าไงยัยนับ)

"ฉันถูกคนดักทำร้าย"

(เฮ้ย! จริงดิแล้วแกเป็นไงบ้าง ปลอดภัยไหม แล้วตอนอยู่ไหน) ปลายสายพ่นคำถามใส่ไฟแลบทันทีที่เธอเอ่ยจบ

"ปลอดภัยแล้วมีคนมาช่วยไว้ ตอนนี้ฉันกำลังจะไปสถานีตำรวจ"

(โอเค ๆ งั้นเจอกันที่สถานีตำรวจฉันจะรีบไป) ว่าจบปลายสายก็วางไป

นับดาวจึงสตาร์ทรถแล้วขับมุ่งตรงสู่สถานีตำรวจทันที เมื่อถึงปรากฏว่าเพื่อนสาวมายืนรออยู่แล้ว เธอระบายยิ้มออกมาบาง ๆ กับความน่ารักของเพื่อนสาวไม่ว่าเธอจะพบเจอปัญหาอะไรเพียงแค่บอกเพื่อนสาวก็พร้อมมายืนเคียงข้างเสมอ

"ยัยนับแกเจ็บตรงไหนไหม" ส่วนส้มทันทีที่เห็นเพื่อนสาวเธอก็รีบเดินเข้าไปหา แล้วจับเพื่อนสาวหมุนสำรวจร่างกายด้วยความเป็นห่วง

"ฉันไม่เป็นอะไรมาก แค่โดนปาไข่ใส่" นับดาวตอบให้เพื่อนหายเป็นห่วง

"ค่อยโล่งใจหน่อย" ส้มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่พอเห็นสภาพเพื่อนสาวก็อดสงสารไม่ได้จริงบนศีรษะยังมีเศษเปลือกไข่ติดอยู่เลยจนเธอต้องเอื้อมไปปัดออกให้ ไหนจะกลิ่นคาวจาง ๆ จากตัวอีกใครช่างกล้าทำ คิดแล้วก็โกรธแทน

"เข้าไปข้างในกันเถอะได้แจ้งความให้มันเสร็จไป ฉันเหม็นคาวตัวเองเต็มทีแล้ว" นับดาวระบายยิ้มให้เพื่อนสาวเล็กน้อย ก่อนจะควงแขนเพื่อนสาวเดินเข้าไปในโรงพัก

เธอแจ้งความให้หลักฐาน และให้ข้อมูลกับตำรวจเกือบครึ่งชั่วโมงจึงเสร็จ โชคดีที่เธอจำป้ายทะเบียนรถกับรูปพรรณสันฐานของคนร้ายได้จึงเป็นประโยชน์กับตำรวจมากทำให้สามารถตามตัวคนร้ายได้ไม่ยาก

"หวังว่าจะจับคนร้ายได้เร็ว ๆ นี้นะ" ส้มเอ่ยขึ้นระหว่างพากันเดินไปที่รถ

"ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น จะได้รู้ว่าสักทีว่าเรื่องนี้มีคนอยู่เบื้องหลังไหม" นับดาวเอ่ยอย่างเหนื่อย ๆ

"แล้วแกคิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ไหม"

"เซนต์ฉันมันบอกว่ามี" เธอตอบไปตามความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะเล่าความบังเอิ๊ญบังเอิญของเหตุการณ์วันนี้ให้เพื่อนสาวฟัง

"ฉันว่ามีสิทธิ์เป็นไปได้มาก" พอได้ฟังเพื่อนสาวเล่าจบส้มก็เริ่มเห็นด้วยพลอยทำให้รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนสาวไปอีก "ยังไงแกก็ระวัง ๆ ตัวด้วยล่ะ"

"อือ ฉันจะระวังตัวให้มากกว่านี้"

นับดาวยืนคุยกับเพื่อนสาวกน้าสถานีตำรวจนานหลายนาที ก่อนจะขอแยกตัวกลับเพราะรู้สึกรับไม่ได้กับสภาพ และกลิ่นบนร่างกายตัวเองเต็มที

@บ้านอัครกุล

"รถคุ้น ๆ จัง" นับดาวพึมพำออกมาเบา ๆ ในตอนที่ขับรถเข้ามาในรั้วบ้านอัครกุลอล้วเห็นรถหรูคันหนึ่งจอดอยู่คล้าย ๆ ว่าเคยเห็นแวบ ๆ แต่ก็นะรถยี่ห้อนี้สีแบบนี้ใช่ว่าจะมีคันเดียว

คิดได้แบบนั้นจึงเลิกสนใจ แล้วเปิดประตูลงจากรถเดินเข้าไปในบ้าน ทว่าเธอก็ต้องขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อเดินมาถึงห้องโถง แล้วเห็นหนุ่มพลเมืองดีที่ช่วยเธอก่อนหน้านี้นั่งคุยอยู่กับติณณภัทรด้วยท่าทางสนิทสนม

ก็ว่าทำไมรถที่จอดอยู่บ้านถึงได้คุ้น ๆ เป็นรถของคนที่ช่วยเธอไว้นี้เอง นี่เขารู้จักกับติณณภัทรงั้นเหรอ ดูจากกน้าตาแล้วอายุน่าจะเท่า ๆ ติณณภัทร แสดงว่าคงเป็นเพื่อนกัน

อ่า..ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมหนุ่มพลเมืองดีถึงไม่ถามไถ่ชื่อเพราะรู้อยู่แล้วสินะว่าเธอคือนับดาวภรรยาของติณณภัทร

"ไงแม่ตัวดีกลับมาแล้วเหรอ"

ระหว่างกำลังปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ อยู่น้ำเสียงเย็นยะเยือกก็ดังเข้ามาทบโสตประสาททำให้หลุดออกจากห้วงความคิด

เธอปรายตามองเจ้าของคำถามที่นั่งจ้องหน้าเธอด้วยแววตาแข็งกร้าวนิ่ง ๆ ไม่คิดตอบโต้ ก่อนจะเลื่อนสายตาเอ่ยกับศรัณย์พร้อมกับระบายยิ้มบาง ๆ "เจอกันอีกแล้วนะคะคุณศรัณย์"

"ครับ" ศรันย์ยิ้มรับ ก่อนถามไถ่ต่อ "คุณนับดาวไปแจ้งความแล้วเหรอครับ"

"เรียบร้อยแล้วค่ะ"

"ขอให้จับคนร้ายได้ไว ๆ นะครับ"

"ค่ะ"

ติณณภัทรนั่งฟังคนทั้งสองคุยกันเงียบ ๆ ไม่คิดแทรกขึ้นเพราะเขารู้เรื่องหญิงสาวโดนดักทำร้ายจากศรันย์เพื่อนชายมาบ้างแล้ว

และเขาไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เธอโดนทำร้าย ก็นิสัยเสียซะขนาดนั้นคงมีศัตรูไปทั่ว นับว่าบุญเท่าไรที่คนร้ายปาไข่ดิบใส่ไม่ใช่เม็ดกระสุน

สภาพของเธอในตอนนี้มอมแมมเหมือนลูกหมาตกบ่อขยะก็ไม่ปราน กลิ่นคาวไข่ลอยมาแตะจมูกจนเขานึกคลื่นไส้

ทว่าถึงตอนนี้สภาพเธอจะน่าเวทนาแต่เขาก็ไม่ลืมเรื่องที่เธอรูดบัตรเครดิตไปเจ็ดล้านกว่าหรอก หนำซ้ำเขาโทรไปเป็นสิบสายเธอก็ไม่รับอีก

ไหนจะเรื่องที่แม่ของนีรนุชโทรมาบอกเขาว่าเธอไปหยามหัวใจของลูกสาวท่านถึงที่บ้านทำเอานีรนุชร้องไห้อย่างหนัก

รอให้เพื่อนชายกลับไปเมื่อไรเถอะเขาจะจัดการกับเธอขั้นเด็ดขาดสักที วันนี้เธอทำให้เขาโกรธหลายเรื่องมากจริง ๆ หากตอนนี้สามารถฉีดเนื้อเธอออกเป็นชิ้น ๆ ได้เขาคงทำไปแล้วเพื่อระบายไฟแห่งความโกรธทีีสุ่มอยู่ในกาย มันรบกวนสมาธิจนเขาไม่เป็นอันทำอะไรทั้งวัน

"งั้นกูกลับก่อนแล้วกัน เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ" ศรันย์เหมือนจะอ่านสายตาเพื่อนชายออกหลังจากพูดกับหญิงสาวเสร็จเลยขอตัวกลับ

เมื่อศรันย์หายหลังไปติณณภัทรก็เปิดประเด็นคุยทันที "วันนี้คุณทะ..."

"เอาไว้ค่อยคุยนะ ตอนนี้ฉันขอไปอาบน้ำก่อนเหม็นตัวเองมาก เดี๋ยวจะลงมาให้คุณว่าตามสบายเลย"  นับดาวรู้ว่าชายหนุ่มจะคุยเรื่องอะไรจึงรีบยกมือขึ้นเบรกเขาไว้ก่อนขืนให้พูดจบคงยาวแน่ ๆ เพราะนี้เธอไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียงกับเขาหรอก สิ่งเดียวที่ต้องการตอนนี้คืออาบน้ำ

ว่าจบเธอก็รีบวิ่งจูดขึ้นห้องไปด้วยความเร็วไม่รอให้อีกคนได้เอ่ยอะไรออกมา แม้เขาตะเบ็งเสียงตามหลังมาเธอก็ไม่สนใจ

เมื่อมาถึงห้องนอนเธอก็ทิ้งตัวลงนั่งปลายเตียงรอใก้หายเหนื่อยจึงลุกไปอาบน้ำ แล้วออกมาแต่งตัว

ความคิดบางอย่างพลันผุดขึ้นในสมองของเธอเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชุดนอนไม่ได้นอนสุดเซ็กซี่ที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า

เธอจะใส่มันตอนนี้แล้วกันเผื่อจะได้แกล้งชายหนุ่มเวลาไปคุยกับเขา แค่คิดถึงตอนที่เขาทำท่ารังเกียจพร้อมกับพยายามผลักไสเธอก็สนุกแล้ว

เธอค่อย ๆ บรรจงสวมใส่มันบนร่างกายแล้วมองสำรวจตัวเองผ่านกระจก

ชุดนอนที่เธอสวมใส่เป็นสายเดี่ยวสีดำผ้าซาตินมันวาว ขอบเสื้อประดับด้วยผ้าลูกไม้บาง ๆ เว้าต่ำจนเกือบเห็นยอดอก ด้านข้างของชุดผ่าลงไปจนสุดชายกระโปรงที่ยาวเลยเนินเนื้อสาวเพียงคืบเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกาย และเนื้อหนังอย่างชัดเจน เพิ่มความเซ็กซี่ด้วยการร้อยเชือกเอาไว้หลวม ๆ

แน่นอนว่าเธอไม่รู้สึกกระดากอายสักนิดเพราะขนาดถ่ายแบบชุดว่ายน้ำท่ามกลางผู้คนมากมายเธอยังทำมาแล้ว นับประสาอะไรกับชุดแค่นี้

เพียงแต่ใครจะรู้ว่าจริง ๆ ชุดนอนที่เธอชอบใส่นอนประจำคือชุดเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวลายเป็ด ลายหมีพูน่ารัก ๆ ต่างหาก ซึ่งขัดกับบุคลิกที่คนอื่นเห็นสิ้นเชิง

แกร็ก!

ระหว่างที่เธอ กำลังยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจกประตูก็ถูกเปิดเข้ามาโดยไร้การแจ้งเตือนใด ๆ ทำเอาเธอสะดุ้งตกใจไม่น้อย ทว่าพอเห็นร่างสูงที่พุ่งพรวดพลาดมาเท่านั้นใบหน้าก็เผยรอยยิ้มร้ายออกมา เขาช่างมารู้เวลาจริง ๆ

ขณะที่ติณณภัทรนั้นถึงกับชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นชุดบนร่างกายหญิงสาวที่มันโชว์เรือนร่างจนดูน่าเกลียดจนเขาต้องเสสายตามองไปทางอื่นอย่างรับไม่ได้ ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือให้เธอพร้อมออกคำสั่ง "เซ็นเอกสารนี่ซะ"

เอกสารที่ว่าคือใบหย่านั่นเองเขาไม่สามารถทนอยู่กับหญิงสาวได้แล้วจริง ๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าอยากให้เรื่องมันจบ ๆ ไปเร็วเขาไม่มีทางมาเหยียบห้องนี้แน่ ๆ

"เอกสารอะไรคะ" นับดาวรับมาอย่างงง ๆ พลางมองหน้าถามคนตรงหน้า แต่อีกคนกลับไม่ตอบเธอจึงต้องเปิดออกมาดูเอง

"เอกสารขอหย่า"  เสียงหวานพึมพำออกมาเบา ๆ พร้อมกับคิ้วสวยที่ขมวดผูกกันเป็นปมเมื่อเห็นข้อความบนกระดาษที่ตัวอักษรเขียนอย่างชัดเจนว่าคือเอกสารการหย่า

"ใช่! เซ็นยินยอมซะ" เสียงทุ้มเค้นพูดอย่างกดดัน ทว่านับดาวกลับแหงนหน้าขึ้นสบสายตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะแสร้งตีหน้าเศร้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ซึ่งส่วนทางกับแววตาที่แฝงไปด้วยรอยยิ้ม

"ใบทะเบียนสมรสยังไม่ทันเก่าสามีก็เอาใบหย่ามาให้เมียแล้วเหรอคะ ใจร้ายจังเลย"

"อย่ามาลีลานับดาว เซ็นซะเพราะฉันทนอยู่กับผู้หญิงอย่างเธอไม่ไหวแม้แต่วินาทีเดียว" ติณณภัทรถึงกับกัดกรามกรอดจับจ้องใบหน้าผู้หญิงแสแสร้งตรงหน้าด้วยแววตาแข็งกร้าว

"ได้สิคะสามีข๋า" นับดาวพยักเพยิดหน้าเหมือนยินยอม ทว่ามือกลับชูกระดาษขึ้นฉีกต่อหน้าชายหนุ่มอย่างท้าทาย

ฉีกซ้ำ ๆ จนเป็นเศษเล็ก ๆ แล้วโปรยขึ้นฟ้า ก่อนมันจะร่วงหล่นกระจัดกระจายทั่วบริเวณห้อง

"นับดาว!" เสียงทุ้มตวาดลั่นด้วยความโกรธจัด การกระทำของหญิงสาวสร้างความโกรธให้ติณณภัทรจนแววตา ใบหน้าลามไปจนถึงใบหูของเขาแดงก่ำ เสียงขบกรามดังเล็ดลอดออกมาเบา ๆ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าตอนนี้เขาโกรธมากแค่ไหน

นับดาวเห็นแล้วอดใจกระตุกไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้มาก่อน แต่เพียงเสี้ยวนาทีเดียวเท่านั้นความอย่างเอาชนะ อยากแกล้งก็ทำให้ความหวั่นใจหายไป

"ไว้เมียเบื่อถือใบทะเทียนสมรสเมื่อไร ค่อยหย่าก็แล้วกันนะคะ" เชิดหน้าขึ้นเอ่ยอย่างถือดี ก่อนจะขยับเข้าไปยืนชิดร่างสูงตรงหน้ายกนิ้วขึ้นกรีดกรายไปตามแนวสันกรามสุดเซ็กซี่ระเรื่อยลงมายังลำคอแกร่งของเขาด้วยท่าทางยั่วยวน

จงใจยั่วอารมณ์ของเขาให้เดือดปุด ๆ พอทำอะไรไม่ได้เดี๋ยวเขาก็ผลักไสเธอแล้วหนีออกไปเองเหมือนเช่นทุกครั้ง "อย่าโกรธเมียสิคะสามี"

"เธอต้องโตมาแบบไหนนับดาวถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ ฉันรู้นะว่าวันนี้เธอจงใจซื้อแหวนเพชรที่อ้างว่าฉันเป็นคนซื้อให้ไปเยาะเย้ยนุชทำให้นุชเสียใจ" ในที่สุดติณณภัทรก็อดไม่ได้พูดเรื่องนีรนุชออกมาทั้งที่พยายามอดกลั้นไว้

นีรนุชเป็นคนดีเกินกว่าจะมาเสียใจกับเรื่ิองพันนี่ พลางใช้มือดันหญิงสาวให้ออกห่างอย่างรังเกียจ "อย่าไปวุ่นวายกับนุชอีก ไม่อย่างนั้นฉันไม่เอาเธอไว้แน่"

"นึกว่าเรื่องอะไรที่แท้สามีก็โกรธแทนคนรักเก่านี้เอง" นับดาวยิ้มเยาะออกมาอย่างเย้ยหยันนีรนุชคงโทรมาฟ้องสินะแสดงว่าทั้งสองยังติดต่อกัน ยิ่งรู้แบบนี้เธอก็ยิ่งอยากขัดขว้างความรักทั้งสองอย่าหวังว่าเธอจะปล่อยให้เขาได้กลับไปครองรักกับนีรนุชเลย

"คุณคงรักนีรนุชมากสินะคะถึงได้เป็นเดือดเป็นร้อนแทนกันขนาดนี้ แต่เสียใจด้วยนะคะฉันไม่ปล่อยให้คุณได้สมหวังกับนีรนุชหรอก คุณต้องเป็นสามีฉันไปอีกนานแสนนาน และฉันก็จะตามจองล้างจองผลาญนีรนุชไปเรื่อย ๆ"

เธอเอ่ยอย่างผู้ชนะก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นกระแทกจูบร่างสูงที่แสดงท่าทีรังเกียจเธอออกมาโดยไม่ปิดบังด้วยความหมั่นไส้ ยิ่งเขาพยายามผลักออกเธอก็ยิ่งบดจูบหนักขึ้นพร้อมทั้งใช้มือโอบรอบลำคอแกร่งแน่ราวกับว่าตัวเองอยู่เหนือเขา

เธอหยามใจคิดว่าติณณภัทรจะเป็นฝ่ายล่าถอยเช่นทุกครั้ง มั่นใจว่าต่อให้เธอยั่วยวน หรือทำยังไงเขาก็ไม่มีทางแตะต้องร่างกายเธอแน่ ๆ

ทว่าครั้งนี้เธอคิดผิดถนัดเพราะคำประกาศกร้าว และการกระทำที่ดูเหมือนว่าเธออยู่เหนือกว่าในทุก ๆ ครั้งทำให้ด้านมืดของติณณภัทรตื่นขึ้นมาในที่สุด

บอกเลยว่าเขาไม่ใช่คนขาวสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์มีด้านเทา ๆ เหมือนกัน เขาปล่อยให้เธอหยามหน้ามาหลายหนแล้ว

ครั้งนี้เขาจะแสดงให้เห็นว่าเธอต่างหากที่อยู่ใต้อาณัติของเขา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 59 โชคดีที่มีเธอ (จบ)

    นับดาวให้กำเนิดบุตรสาวในวันเกิดของตัวเองพอดิบพอดีเพียงแต่คนละเวลากันเท่านั้น วันเกิดเธอปีนี้จึงกลายเป็นสุขสันต์วันคลอดแทนทุกคนต่างปลื้มปิติ โดยเฉพาะติณณภัทรวินาทีที่ได้เห็นหน้าบุตรสาวถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่"ได้เจอกันสักทีนะลูกสาวพ่อ" ก้มจูบบนฝ่าเท้าน้อย ๆ ของบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างพินิศ คิ้วเข้มขมวดชนกันเล็กน้อยเพราะทุกส่วนบนใบหน้าบุตรสาวเหมือนผู้เป็นแม่ไม่มีผิด แทบไม่มีส่วนไหนที่ได้เขามาเลยมันน่าน้อยใจชะมัด"นับคุณดูสิลูกลำเอียงชะมัดเลย คิ้วก็เอาของแม่มา ตาก็เอาของแม่มา จมูกก็เอาของแม่มา ปากก็เอาของแม่มาไม่มีส่วนไหนที่เหมือนผมเลย อุตส่าห์ทำแทบตาย" เขาแหงนหน้าขึ้นเอ่ยกับเมียสาวทีเล่นทีจริงทำเอาทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้"แสดงว่าลูกรักแม่มากกว่าพ่อไงคะ" นับดาวตอบกลับยิ้ม ๆ อีกคนหาได้ยอมน้อยหน้าไม่เอ่ยประกาศเสียงกร้าว เชิดหน้าขึ้นอย่างมาดหมาย "แบบนี้ยอมไม่ได้นะ ลูกคนต่อไปต้องเหมือนผมแล้วแหละ"คำพูดของชายหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้อีกระลอกหนึ่ง คงจะมีแต่แบงค์ที่ต้องกลำกลืนฝืนทนมองภาพทั้งสองหยอกล้อกันทั้งที่ในใจมันชอกช้ำอย่างหนัก ส้มซึ่งรู้ดีทำได

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 58 สุขสันต์วันคลอด

    แสงแดดสีทองยามสี่โมงเย็นตกกระทบผิวน้ำทะเลสีเขียวมรกตทอประกายระยิบระยับ สายลมเอื่อย ๆ พัดโชยพากลิ่นอายทะเลลอยตลบอบอวลทำให้ผู้ได้กลิ่นรู้สึกผ่อนคลาย"อากาศดีจังเลยค่ะ นานแล้วสิที่ไม่ได้พักผ่อนแบบนี้" นับดาวหันบอกกล่าวกับร่างสูงที่เดินเคียงข้าง จับมือพากันเดินเลียบไปตามแนวชายหาดด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้ม ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้มาเที่ยวทะเล และดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบนี้ต้องขอบคุณผู้ชายข้าง ๆ ที่ทำให้เธอได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้อีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงทุกครั้งที่มาเที่ยวทะเลเธอจะมาเพราะต้องการแก้เบื่อแก้เซ็ง มาด้วยอารมณ์โดดเดี่ยว แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความสุขจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้"ใช่ครับ" ติณณภัทรระบายยิ้มตอบเขาเองก็ไม่ได้เที่ยวแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน ได้มาเที่ยวพักผ่อนแบบนี้กับคนที่รักจึงมีความสุขไม่น้อย "ได้มาพักผ่อนกับคนที่รักมันดีกว่าคนเดียวเป็นไหน ๆ เลยว่าไหม""ใช่ค่ะ นับไม่เคยรู้เลยว่าการมีความรัก มีครอบครัวมันดีขนาดนี้ต้องขอบคุณคุณนะคะที่เข้ามาในชีวิตของนับ" เสียงหวานเอื้อนเอ่ยมาจากก้นบึ้งของหัวใจ"ผมก็ขอบคุณคุณเช่นกันที่เข้ามา

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 57 ความสุข

    วันต่อมาหลังจากเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปวันนี้ติณณภัทรจึงตั้งใจพานับดาวไปทำบุญ และไหว้แม่ของเธอ"จะไปไหนกันฮึสองคนนี้" อรอินเอ่ยทักบุตรชายกับลูกสะใภ้ที่เดินเข้ามานั่งบนโต๊ะอาหารด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้มเพราะดูจากการแต่งตัวแล้วเหมือนจะออกไปไหนกัน"ผมกับนับจะไปทำบุญกันครับ" ติณณภัทรตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะหันมองหน้าเมียสาวพร้อมยื่นมือไปกอบกุมมือเรียวไว้หลวม ๆ นับดาวส่งยิ้มหวานให้คนเป็นสามีบาง ๆ "ก็ดีเหมือนกันนะจะได้เป็นมงคลให้กับชีวิต แม่ขอให้ชีวิตคู่หลังจากนี้ของลูกทั้งสองพบแต่ความสุขนะ" อรอินเห็นดีเห็นงามด้วย และก็อวยพรให้เด็กทั้งสองพบเจอแต่ความสุขในชีวิตคู่หลังจากที่ผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มามากมาย"พ่อก็ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขมาก ๆ นะ จะเป็นพ่อแม่คนแล้วทำอะไรก็นึกถึงจิตใจกันและกันให้มาก ๆ อย่าเอาอารมณ์เข้าว่า อย่าละเลยความรู้สึกกัน รักและดูแลกันให้เหมือนวันแรกที่รักกัน ความสม่ำเสมอและเสมอต้นเสมอปลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคู่มาก พ่อหวังว่าลูกทั้งสองคนจะมีชีวิตคู่ที่มีความสุขไปจนแก่จนเฒ่า" พิภพอวยพรเด็กทั้งสองต่อหลังจากภรรยาเอ่ยจบ และไม่ลืมจะให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตคู่กับทั้งสองด้วย"ขอบคุณคุ

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 56 คิดถึง โหยหา

    นับดาวกำแหวนในมือแน่น แล้วเดินกลับไปยังห้องชายหนุ่มอีกครั้ง คาดว่าตอนนี้เขาคงขึ้นมาจากชั้นล่างแล้ว ยืนรวบรวมความกล้าข่มความตื่นเต้นอยู่หน้าห้องนานนับนาที ก่อนค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปเสียงเปิดประตูทำให้ติณณภัทรที่ทำท่าจะตามหาหญิงสาวหลังจากเข้ามาในห้องแล้วไม่พบเธอรีบหันไปมอง ครั้นเห็นคนตัวเล็กก็รีบเดินเข้าไปถามไถ่ "ไปไหนมาฮึ""ฉันมีอะไรจะมอบให้คุณค่ะ" นับดาวไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่ม แต่กลับจับมือข้างซ้ายของเขาขึ้นมา แล้วจัดการเอาแหวนที่กำไว้บรรจงสวมบนนิ้วนางของเขา "คุณมอบแหวนแต่งงานให้ฉันแล้ว ถึงคราวฉันมอบแหวนแต่งงานให้คุณบ้างแล้ว แหวนวงนี้แทนความรักจากฉันนะคะ""นะ..นี่มันอะไรกัน เธอความทรงจำกับมาแล้วเหรอ" ติณณภัทรถึงกับประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกในตอนนี้คือทั้งดีใจ สับสนงุนงง และไม่เข้าใจ ดวงตาคมกริบปริ่มไปด้วยน้ำสีใสจ้องมองใบหน้าสวยเชิงตั้งคำถาม "ฉันรักคุณนะคะ" นับดาวตอบคำถามของเขาแทนด้วยการบอกความรู้สึกออกไปพร้อมกับก้มจูบหลังมือของเขา ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปคล้องลำคอแกร่งเอาไว้หลวม ๆ แล้วเขย่งเท้าขึ้นประทับริมฝีปากจูบริมฝีปากหนาติณณภัทรไม่ได้ปฏิเสธถึงแม้ตอนนี้จะยั

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 55 แทนความรัก

    หลังจากนับดาวฟื้นขึ้นมาหมอก็ให้นอนดูอาการอีกสองวันจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้เพราะร่างกาย และผลการสแกนสมองปกติดีทุกอย่าง ส่วนเรื่องที่เธอจำอะไรไม่ได้หมอประเมินว่าอาจเป็นอาการความทรงจำหายไปชั่วคราว อีกไม่นานความทรงจำน่าจะกลับมาเหมือนหลาย ๆ เคสที่ผ่านมา"บ้านของเราจำได้ไหม" ติณณภัทรเอ่ยถามคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อรถจอดลงหน้าบ้านอัครกุลสิ้นเสียงทุ้มนับดาวก็ทอดสายตามองเข้าบ้านหลังใหญ่โตตรงหน้า คิ้วสวยขมวดเป็นปมคล้ายกับว่าจำอะไรไม่ได้เลย"ฉันจำไม่ได้เลย" เปล่งเสียงตอบด้วยใบหน้าเศร้า แววตาหม่นหมองจนติณณภัทรต้องรีบรั้งเธอมากอดใช้มือลูบศีรษะเล็กทุยปลอบประโลม "จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็จำได้เองไม่ต้องรีบร้อน""ค่ะ""เข้าบ้านกันดีกว่าป่านนี้พ่อกับแม่คงรออยู่ ท่านดีใจมากเลยนะที่รู้ว่าเธอได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว" "ค่ะ" คนที่อิงแอบหน้ากับไหล่กว้างพยักรับ แล้วผละตัวออกจากอ้อมกอดคนตัวโต ซึ่งติณณภัทรก็รีบเปิดประตูลงจากรถเดินอ้อมาเปิดประตูให้เธอ"เชิญครับ" บอกกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางยื่นมือไปให้เธอจับ อีกคนยื่นมือไปวางบนมือหนาแล้วพาตัวลุกจากรถโดยไม่ลืมจะเอ่ยขอบคุณคนตัวโต "ขอบคุณนะคะ

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 54 แหวนแต่งงานของเธอคนเดียว

    วันต่อมาวันนี้ติณณภัทรตั้งใจว่าจะสวมแหวนแต่งงานให้นับดาวถึงแม้เธอจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม เขาโทรไปยังร้านดอกไม้สั่งให้ทางร้านจัดช่อดอกกุหลาบสีแดงซึ่งเป็นดอกไม้ที่เธอชอบจำนวนหนึ่งร้อยดอก แล้วให้นำมาส่งที่โรงพยาบาลหลังจากได้รับช่อดอกไม้เขาก็นำมันไปวางข้างเตียงหญิงสาว เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองใบหน้าสวยอย่างสื่อความหมาย "ฉันเอาดอกไม้ที่เธอชอบมาให้ตื่นมาดูสิสวยมากเลยนะ และวันนี้ฉันก็มีบางอย่างจะให้เธอด้วยนะ"เขาว่าแล้วนิ่งเงียบไป ก่อนล้วงกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกงเปิดออกแล้วหยิบแหวนมาถือไว้ "แหวนวงนี้เป็นแหวนที่ฉันตั้งใจสั่งทำเป็นพิเศษเพื่อเป็นแหวนแต่งงานสำหรับเธอเลยนะ หวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมาเห็นเธอจะชอบมันนะ"ว่าจบก็จับมือด้านซ้ายของเธอมาบรรจงสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนาง จากนั้นก็ประทับจูบลงบนหลังมือนิ่มแช่ค้างไว้แบบนั้นและในจังหวะนั้นเองนิ้วเรียวทั้งห้าก็ขยับขึ้นเบา ๆ ทำให้ติณณภัทรต้องรีบผละดูให้แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเอง และใช่นิ้วของเธอขยับจริง ๆ เขาค่อย ๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ๆ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยลุ้น และตื่นเต้นกับอะไรเท่านี้มาก่อนเลย"

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 36 แปลก

    3 วันต่อมาแกร็ก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้นับดาวที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านหลังจากวันนี้หมออนุญาตให้กลับบ้านได้เพราะผลเอ็กซเรย์ที่หลังไม่พบอะไรผิดปกติ และอาการเจ็บปวดก็ดีขึ้นแล้วหยุดการกระทำ หันไปมองประตูด้วยความสงสัย"คุณลุง" ใบหน้าสวยระบายยิ้มออกมาจนตายีเมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูเ

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 35 ขอหย่า

    @โรงพยาบาลหลังจากพูดคุยกับป้าพิมเสร็จติณณภัทรก็ขับรถตรงไปโรงพยาบาลทันทีเพราะต้องเคลียร์กับนับดาวต่อเรื่องเปรมศักดิ์ เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพิเศษเขาไม่ได้เปิดประตูเข้าไปในทันที แต่แอบยืนสอดส่องมองคนด้านในผ่านช่องกระจกเพื่อดูว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ "หึ" เสียงเค้นหัวเราะดังกระหึ่มในลำคอหนาเมื่อเห็นว่าร่าง

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 26 เล่นกับไฟ

    1 อาทิตย์ต่อมาครืดดด~สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่นับดาวกำลังนั่งดื่มด่ำบรรยากาศยามเก้าโมงเช้าของวันใหม่ เธอดึงสายตากลับมามองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัว เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์นักสืบจึงหยิบขึ้นมากดรับสาย"สวัสดีค่ะ"(สวัสดีครับคุณนับดาว ผมได้ข้อมูลที่คุณต้องการแล้วนะครับ)"งั้นเจอกันที่เดิมนะค

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 21 ไม่เป็นที่ต้องการ

    วันต่อมาครืดดด~เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้นับดาวที่กำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกหยุดชะงัก ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางบนเตียงมาดู เห็นว่าเป็นเบอร์เพื่อนสาวจึงกดรับสาย"ว่าไงส้มโทรมาแต่เช้าเชียว" (ฉันอยู่พัทยาแล้วนะ เมื่อกี้ตอนฉันเข้าเช็คอินที่โรงแรม ฉันเห็นนีรนุชด้วยมากับผู้ชายคนหนึ่งท่าทางสนิทสนมกันมากเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status