LOGINพ่อเลี้ยงคำปองนำฤกษ์ที่พระให้มา ไปปรึกษากับภรรยาและพ่อตา โดยนัดกันทานข้าวที่ร้านอาหารไทยในตัวเมือง แล้วลงความเห็นตรงกันว่าจะใช้ฤกษ์แต่งงานในอีกสองเดือนข้างหน้า ซึ่งสุริวิภาก็จะตั้งครรภ์ครบสี่เดือนพอดี และสุริวิภาก็จะตัดสินใจประกาศข่าวดีตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่เพื่อนๆ ของสุริวิภาที่มาทานอาหารที่ร้านกับแฟนหนุ่มของพวกเธอก็ควงแขนแฟนหนุ่มมาทักทายสุริวิภาด้วยรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน ตั้งแต่สมเจษถูกตรวจสอบ พวกเธอก็ทิ้งสุริวิภาให้เผชิญปัญหาอยู่คนเดียว ถึงสมเจษจะพ้นข้อกล่าวหา แต่ชื่อเสียงที่เสียไปแล้วก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น“อ้าววิ” เพื่อนของเธอคนหนึ่งทักขึ้นทั้งสองสาวและคู่ควงของพวกเธอไหว้ทักทายสมเจษกับพ่อเลี้ยงคำปองตามมารยาท แล้วยิ้มให้สุริวิภา“สบายดีไหมวิ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” เธอถามสุริวิภา“อืม สบายดี” สุริวิภาตอบ แล้วยิ้มให้ ในใจยังโกรธเคืองที่พวกเธอทิ้งตนเองไปในยามลำบาก“มาร่วมโต๊ะกันเลยไหมครับ ท่าทางจะไม่ได้เจอกับวินาน ผมเลี้ยงเอง” พ่อเลี้ยงคำปองพูดเชิญชวนทั้งสี่คนพวกเธอปรึกษากันแล้วตอบรับคำชวนด้วยความยินดี สุริวิภานั้นนั่งบีบมือตัวเอง เพราะเพื่อนสองคนนี้ขึ้นชื่อว่าปากค
สุริวิภาซื้อของผ่านร้านค้าออนไลน์เพราะไม่อยากออกไปข้างนอก ราคาแพงเท่าไรพ่อเลี้ยงคำปองก็ไม่เคยบ่น ทำให้สุริวิภานั้นสนุกกับการซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางแบรนด์เนมเป็นอย่างมากคืนไหนที่เขาจัดเธอหนัก เธอก็จะสั่งของที่มีราคาแพงตามลีลารักที่เขาทำลงไปเพื่อเป็นการชดเชยให้ตัวเอง พอเธอไม่ได้เข้าไปทำงานในสำนักงานในช่วงหลังๆ พ่อเลี้ยงคำปองเลยมอบหน้าที่พิเศษให้เธอนั้นคือให้เป็นล่ามคุยงานกับลูกค้าชาวต่างชาติแทน เพราะเป็นสิ่งที่เธอถนัดที่สุด ถึงเป็นงานที่ไม่ได้มีให้ทำบ่อยนัก แต่ก็เป็นงานที่มีความสำคัญมากพอๆ กับงานอย่างอื่นหลังจากอยู่กับพ่อเลี้ยงคำปองนานเกือบสองเดือนแล้ว สุริวิภาก็คิดว่าเขาก็ไม่ได้แย่อะไร ให้ความสุขสบายแก่เธอ ให้เงินเธอใช้ จ่ายเงินจ่ายค่าสิ่งของที่เธอสั่งมาไม่เคยบ่นเรื่องราคา แล้วยังเป็นคนที่น่าสงสารเพราะว่าสุริวิภารู้เรื่องอดีตภรรยาของเขาและเรื่องที่เขาแอบรักรติชาฝ่ายเดียวและต้องมาผิดหวังในที่สุดส่วนเรื่องขี้หลีนั่นก็เป็นแค่ภาพที่เขาสร้างขึ้นมาให้ทุกคนคิดว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร ทั้งที่จริงๆ แล้วเขานั้นเหงาและต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้างเขา“ผมรักคุณ” พ่อเลี้ยงคำปองบอกเธอในคืนหนึ่งข
สุริวิภาถูกพ่อเลี้ยงคำปองปลุกปล้ำเธอไปถึงสองครั้งในวันเดียว ถึงครั้งที่สองเธอจะไม่ได้ปฏิเสธเขา แต่เธอก็ไม่ได้เต็มใจ แล้วยังถูกเขาข่มขู่ให้ย้ายมาอยู่กับเขาอีกด้วยสุริวิภาใส่เสื้อผ้าแล้วปล่อยผมลงมาปิดร่องรอยที่พ่อเลี้ยงคำปองทำเอาไว้ที่ต้นคอของเธอ แล้วรีบขับรถกลับไปที่ไร่เลิศประจักษ์ทั้งน้ำตาถึงมันจะไม่ใช่ครั้งแรกของเธอ แต่การถูกคนแปลกหน้าขืนใจ ในตอนที่เธอตกต่ำที่สุดในชีวิต มันก็ทำให้เธอนั้นเสียใจและน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองพ่อเลี้ยงคำปองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรมาก แต่เขานั้นก้อร้อก้อติกเธอแล้วยังใช้กำลังขืนใจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เพียงเพราะว่าเขาโกรธที่เธอพยายามชักชวนให้เขาทำลายชีวิตคู่ของศาสตราวุธกับรติชาพอถึงไร่เลิศประจักษ์ สุริวิภาก็นั่งตั้งสติในรถสักพักก็เดินไปหาศศิประภาในห้องนั่งเล่นเพื่อลาเธอ“คุณป้าคะ วิขอบคุณนะคะที่ให้วิได้พักที่นี่ ตอนนี้วิมีที่พักใหม่แล้ว วิเลยอยากจะมากราบลาคุณป้าค่ะ” สุริวิภาบอกเธอ แล้วหันไปไหว้ยุทธนาอีกคน“ขอบคุณคุณลุงนะคะที่เมตตาวิ” เธอบอกเขา“แล้วจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ” ยุทธนาถาม“ไปอยู่กับเพื่อนค่ะ” สุริวิภาบอก เธอยิ้มบางๆ แล้วขอตัวไปเก็บข้าวของของเธอ
ท่ามกลางราตรีที่เงียบสงบ ศาสตราวุธลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด แล้วหันมองไปยังภรรยาที่ลุกขึ้นมาให้นมศศิชาอยู่ ในขณะที่ศาศวัตนั้นดื่มนมเสร็จก่อนและหลับไปแล้ว “ลุกมาให้นมอีกแล้วเหรอ” เขากระซิบถามเสียงเบา รติชาพยักหน้าแล้วยิ้มอย่างเหน็ดเหนื่อย เธอให้นมลูกทั้งสองจากเต้า สลับกับปั๊มนมใส่ขวดให้ทั้งคู่ดื่ม แต่ถ้าเป็นตอนกลางคืนที่ละลายนมที่แช่เย็นไว้ไม่ทัน ก็จะให้นมจากเต้าเป็นส่วนใหญ่ รติชาค่อยๆ วางศศิชาลงในเปลแล้วตบก้นลูกสาวตัวน้อยเบาๆ ก่อนจะย่องกลับไปที่เตียงนอนของตนเอง “เหนื่อยไหม” ศาสตราวุธถามภรรยาแล้วดึงเธอมานอนทับต้นแขนของเขาอย่างรักใคร่ “ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ กลางวันก็มีคนช่วยดู กลางคืนก็ลุกให้นมแค่ครั้งสองครั้ง โชคดีที่ลูกๆ หลับยาว ไม่ลุกมาเล่นกลางดึกเหมือนลูกคุณยุทธกับคุณบัว ไม่อย่างนั้นน้ำชาคงเหนื่อยมากๆ แน่นอนค่ะ” รติชาบอกสามีเสียงเบา “แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่มีความสุขมากๆ เลย ใช่หรือเปล่า” ศาสตราวุธถามภรรยา แต่ว่ารติชาไม่ตอบ เธอนอนหลับไปแล้ว ‘แล้วบอกว่าไม่เหนื่อย’ ศาสตราวุธนึกในใจ แล้วหลับตาลงอย่างยากลำบาก กะว่าจะชวนภรรยาทำกิจกรรมกลางดึก แต่เมื่อเห็นเธอหลับไปอย่างนี้แล้ว เขาก็ไม่อยา
รติชาไปฝากครรภ์ที่คลินิกทุกเดือน และทุกครั้งเธอจะให้ศาสตราวุธรออยู่ข้างนอก ไม่ให้ตามเข้าไปด้วย เพราะว่าเธอไม่อยากให้ศาสตราวุธรู้เพศของเด็กในครรภ์ เพื่อจะให้เขารอลุ้นเอง ทำให้ศาสตราวุธนั้นอยากรู้เป็นอย่างมากว่าลูกของเขาจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง“ถ้าไม่บอกพี่แล้วเราจะเตรียมของใช้ลูกถูกได้อย่างไรล่ะ” ศาสตราวุธหาข้ออ้างมาพูดกับเธอ“ก็เตรียมไว้ทั้งชายและหญิงสิคะ จะไปยากอะไร พี่วุธก็ออกจะรวย” รติชาบอกเขา“โธ่น้ำชา บอกพี่เถอะ” ศาสตราวุธอ้อนภรรยา เข้าไปนั่งกอดเธอและลูบท้องที่นูนยื่นขึ้นมา“อีกสองเดือนเอง อดทนหน่อยสิคะ” รติชาบอกเขาแล้วยิ้มเอ็นดูสามี ที่พยายามจะรู้เพศของลูกให้ได้“รอลุ้นเอานะวุธ เสื้อผ้าของใช้ก็ซื้อมาทั้งสองเพศนั่นแหละแม่ว่า บ้านเราออกจะรวย อันไหนไม่ใช้ก็เอาไปบริจาคให้ลูกคนงานก็ได้ คนงานเราเยอะแยะ อย่างไรก็ได้ใช้ ไม่เสียเปล่าหรอก” ศศิประภาพูดช่วยลูกสะใภ้“ก็ใช่สิครับ แม่รู้กันกับเมียผมและแม่ยายแค่สามคน มีแต่พวกผมที่ต้องมานั่งลุ้นจนตัวโก่งกันแบบนี้” ศาสตราวุธบ่น ไม่เข้าใจว่าพวกผู้หญิงทำไมชอบความเซอร์ไพรส์กันนัก แล้วไม่ยอมเข้าใจผู้ชายอย่างพวกเขาเลยว่าไม่ชอบการเซอร์ไพรส์อะไรแบบนี้“
ศาสตราวุธกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเหมือนกับว่ารติชากำลังร้องไห้อยู่ เขาเปิดโคมไฟที่หัวเตียงแล้วพลิกตัวไปหารติชา“เป็นอะไรไปคนดี” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล เข้าใจว่าฮอร์โมนเธอผิดปกติ จึงไม่แสดงความรำคาญหรือว่าต่อว่าอะไรเธอให้ต้องน้อยใจ“พี่วุธนอนเร็วมาห้าคืนติดต่อกันแล้วนะคะ ไม่เห็นจะสนใจน้ำชาเลย” เธอบอกเขาอย่างน้อยใจ เป็นนัยว่าเขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอเหมือนอย่างเคย“ก็หมอบอกว่าสามเดือนแรกให้ระวังไม่ใช่หรือไง พี่รู้นะว่าน้ำชาต้องการ พี่เองก็ต้องการ แต่เราก็ต้องระวัง” ศาสตราวุธบอก“หมอบอกว่าทำได้ ถ้าแม่โอเค” รติชางอแงไม่ยอมท่าเดียว เพราะเธอมีความต้องการ ประกอบกับเพื่อนที่แต่งงานแล้วเล่าให้ฟังว่าสามีนอกใจตอนที่กำลังตั้งครรภ์เพราะไม่สามารถให้ความสุขกับสามีได้ เลยกลัวว่าศาสตราวุธจะเป็นอย่างนั้นบ้าง“น้ำชาแข็งแรงมากนะคะ แล้วอีกอย่างก่อนจะรู้ว่าท้องพี่วุธก็ยังจัดหนักน้ำชาอยู่เลย” เธอพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาทำ ศาสตราวุธถอนหายใจอย่างเป็นกังวล แล้วตกลงที่จะทำตามที่ภรรยาต้องการ เพื่อไม่ให้เธอเครียดหรือน้อยใจเขา“งั้นน้ำชานอนนิ่งๆ นะ เดี๋ยวพี่จะทำอย่างเบามือที






![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
