Home / โรแมนติก / ฟ้าของน่านน้ำ NC24++ / บทที่4 วิบากกรรมของน่านน้ำ

Share

บทที่4 วิบากกรรมของน่านน้ำ

last update publish date: 2026-02-14 02:06:05

บทที่4 วิบากกรรมของน่านน้ำ

การเดินทางด้วยรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อบนเส้นทางวิบากที่ตัดผ่านขุนเขาดำเนินไปอย่างทารุณ ทิ้งร่องรอยของฝุ่นสีแดงหนาตลบอบอวลไว้เบื้องหลัง สำหรับน่านน้ำแล้ว... นี่มันไม่ใช่งานบุญแต่มันคือนรกที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตของเขา!

หนุ่มหล่อเจ้าสำอางที่เคยชินกับการนั่งไขว่ห้างในเลาจ์วีไอพี หรือไม่ก็ยืนจิบไวน์ทอดอารมณ์อยู่บนรูฟท็อปหรูใจกลางกรุง บัดนี้กลับต้องมานั่งฝ่าฟันดินแดง ขึ้นเขาลงห้วยบนเส้นทางที่คดเคี้ยวราวกับลำไส้ไก่ แถมยังเต็มไปด้วยหลุมบ่อขนาดมหึมาที่พร้อมจะดีดเขากระเด็นออกนอกรถได้ทุกเมื่อ

เกือบสามชั่วโมงที่น่านน้ำถูกแรงเหวี่ยงของรถกระบะซัดซ้ายป่ายขวาจนร่างแทบหลุดเป็นชิ้นๆ เขาต้องกัดฟันกอดกระเป๋าเดินทางRimowaคู่ใจไว้แน่นเพื่อใช้เป็นหลักยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียว เส้นผมที่บัดนี้กลายเป็นสีแดงคล้ำและแข็งกระด้างจากฝุ่นดินที่เกาะหนาเตอะ เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินแดงจนเสียราคาอย่างไม่น่าให้อภัย

ความทุกข์ทรมานทางกายที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้เขาลืมเลือนความเจ็บปวดเรื่องพิมไปเสียสนิท ใจเขามันถูกแทนด้วยความโกรธแค้นต่อสถานการณ์ตรงหน้าที่ตัวเองเผชิญอยู่ เขาอยากจะตะโกนด่าไอ้ภัทร ด่าถนนบนดอย หรือแม้แต่ด่าหมาทุกตัวที่พวกมันกำลังจะไปทำหมันให้!

ไอ้เหี้ยทำไมกูไม่แค่ทิ้งของในถังขยะหน้าบ้านว่ะ! เขาสบถสาบานในใจ ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทิฐิบ้าบออะไรที่ทำให้เขาต้องแบกกระเป๋าห้าใบข้ามน้ำข้ามฟ้าข้ามเขามาลำบากถึงขนาดนี้

“ไส้กูเลื่อนหมดแล้วไหมเนี่ย!”

แรงกระแทกจากล้อรถที่ตกหลุมยักษ์แต่ละครั้งทำเอาช่องท้องของเขาปั่นป่วนจนรู้สึกคลื่นไส้ ลำไส้แทบจะมากองรวมกันอยู่ที่คอหอย เขาพยายามใช้หลังมือปัดปอยผมที่เริ่มสากกระด้างและตกลงมาปรกหน้าออกอย่างหงุดหงิด ทุกสัมผัสที่โดนผิวหน้ามันเต็มไปด้วยเม็ดทรายและฝุ่นละเอียดที่สากระคายผิว

คนหลงรูปลักษณ์และรักความเพอร์เฟกต์อย่างน่านน้ำรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นมนุษย์ดินเผาที่ดูไม่ได้ที่สุดในโลก ความภาคภูมิใจในความหล่อระดับหนุ่มฮอตถูกทำลายด้วยฝุ่นสีแดงและหยาดเหงื่อที่ไหลไคลชุ่มโชกไปทั่วใบหน้า

และในที่สุด... ความทรมานอันยาวนานก็สิ้นสุดลง

หลังจากทนทรหดอยู่ท้ายกระบะมาเกือบสามชั่วโมง รถกระบะทั้งสองคันก็เริ่มลดความเร็วลงอย่างกะทันหัน แรงสั่นสะเทือนที่เคยรุนแรงเปลี่ยนเป็นเสียงเครื่องยนต์ที่ต้องเร่งรอบช้าๆ เพื่อไต่เนินดินที่ขรุขระเข้าไปในตัวหมู่บ้าน

น่านน้ำรู้ทันทีว่านี่คือจุดหมาย

กลิ่นดินกลิ่นควันจากการหุงหาอาหารและกลิ่นหอมเย็นๆ ของพืชไร่ปะปนกันเข้ามาแทนที่กลิ่นน้ำมันเครื่อง

บรรยากาศของหมู่บ้านบนดอยที่ปรากฏสู่สายตา ห่างไกลจากคำว่าความศิวิไลซ์ที่น่านน้ำคุ้นเคยราวฟ้ากับเหว บ้านเรือนสร้างจากไม้และสังกะสีตั้งอยู่แบบเรียบง่าย ไร้ซึ่งป้ายโฆษณาแอลอีดี ไร้ซึ่งสัญญาณไวไฟที่เขาขาดไม่เคยได้ และไร้ซึ่งความเจริญในทุกแง่มุมที่คนอย่างเขาเคยให้ค่า... สำหรับเขาที่นี่มันคือสถานที่ตกสำรวจของแผนที่โลกไปแล้วชัดๆ

ทันทีที่รถเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางหมู่บ้าน เสียงหัวเราะสดใสและเสียงกรีดร้องอย่างร่าเริงก็ดังสะท้อนมาจากด้านหลังรถกระบะ น่านน้ำที่กำลังกอดกระเป๋าต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นกลุ่มเด็กน้อยวิ่งกรูเข้ามารายล้อมรถ

เด็กตัวเล็กตัวน้อยที่บางคนก็วิ่งแก้ผ้าท้าลมหนาว บางคนก็สวมเสื้อผ้าเก่าขาดสีตุ่นมอมแมม ใบหน้าเหล่านั้นเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นดินจนแทบมองไม่เห็นผิวจริง แต่ดวงตาที่จ้องมองมายังคนเมืองกลับเป็นประกายใสซื่อและเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด

น่านน้ำมองภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันอย่างประหลาด ความไร้เดียงสาที่เขาลืมไปแล้วว่ามันยังมีหลงเหลืออยู่จริงบนโลกใบนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ... ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา สัญชาตญาณความเป็นคุณชายรักสะอาดก็ตีกลับขึ้นมาจนเขานิ่วหน้า

เขาแอบขยับตัวหนีเมื่อมีเด็กคนหนึ่งพยายามจะเอื้อมมือมอมๆ มาแตะขอบกระบะใกล้กับขาของเขา น่านน้ำรู้สึกขนลุกกับมือเปื้อนๆ นั้นจนแทบจะทนไม่ได้

สกปรกชิบหาย! พ่อแม่ไม่จับอาบน้ำกันหรือไงวะ

เขาคิดในใจอย่างพาลๆ พลางกระชับเสื้อ Balenciaga ที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วราคาแพงให้เข้าที่ น่านน้ำเม้มปากแน่นพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ระเบิดอารมณ์ใส่เด็กเหล่านั้น เพียงเพราะเขากำลังหงุดหงิดที่ตัวเองต้องมาอยู่ในที่ที่รสนิยมของเขาไม่มีค่าอะไรเลยแบบนี้

เขามองใบหน้ามอมแมมของเด็กเหล่านั้นพลางคิดเปรียบเทียบในใจอย่างอดไม่ไหว.... โลกของเขามันสกปรกด้วยเงินและการแก่งแย่งชิงดี ส่วนโลกของเด็กๆ พวกนี้สกปรกด้วยดินโคลนที่ล้างออกได้ง่ายๆ .....จริงๆ แล้วก็ไม่รู้ใครที่สกปรกมากกว่ากัน

รถกระบะแล่นไปช้าๆ จนจอดสนิทอยู่หน้าลานกว้างที่เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน เด็กๆ หยุดวิ่งแล้วมองมาที่กองกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ห้าใบด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นราวกับเห็นของแปลก

น่านน้ำปีนลงจากท้ายกระบะด้วยท่าทางที่ห่างไกลจากคำว่าสง่างามอย่างสิ้นเชิง ร่างสูงใหญ่โซซัดโซเซลงมาเหยียบพื้นดินแดงด้วยความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ผมของเขาบัดนี้เสียทรงยุ่งเหยิงเหมือนคนจรจัด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเนียนกริบมีร่องรอยคราบเหงื่อที่แห้งกรังผสมกับดินสีแดงจนดูมอมแมมไปหมด

และวินาทีนี้ศักดิ์ศรีหรือมาดเข้มก็รั้งเขาไว้ไม่ไม่อยู่ ลำไส้ของเขาปั่นป่วนจนแทบจะสำรอกอาหารเช้าออกมาเพราะอาการเมาถนนขั้นรุนแรง

“ไอ้หมอ กูต้องเข้าห้องน้ำ!” น่านน้ำโพล่งออกมาเสียงดัง ไม่มีการรักษามารยาทใดๆ ทั้งสิ้น

ภัทรที่กำลังยิ้มทักทายผู้ใหญ่บ้านที่เดินเข้ามาต้อนรับ ต้องหันมามองเพื่อนด้วยสายตาดุๆ ปนระอา

“ห่ะ! ตอนนี้เลยหรอ ไปเจอผู้ใหญ่บ้านก่อน มารยาทหน่อยดิไอ้ห่า!” ภัทรกระซิบเสียงลอดไรฟัน

น่านน้ำที่บัดนี้หน้าเขียวหน้าเหลืองสลับกันไปมาเพราะอาการเมารถตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ ทนกับอาการคลื่นใส้ไม่ไหวจึงสวนกลับเพื่อนทันที

“ห่า! กูไม่ไหว จะให้กูอ้วกแล้วมึงเก็บไหม! เอาไง!”

ภัทรเห็นใบหน้าซีดเผือดสลับเขียวของเพื่อนรักก็รู้ซึ้งทันทีว่าขีดจำกัดของนักบินหนุ่มได้ขาดผึงลงแล้ว เขาจึงรีบหันไปโค้งขอโทษผู้ใหญ่บ้านปะหลับปะเหลือก่อนจะชี้มือไปทางด้านหลังอาคารไม้อเนกประสงค์เก่าๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก

“โอเคๆ ตรงนั้น ห้องน้ำอยู่หลังอาคารเก่า เดินไปหน่อยก็เห็น”

น่านน้ำไม่รอให้พูดจบและไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น ร่างสูงกึ่งเดินกึ่งวิ่งถลาออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันไปโค้งคำนับผู้ใหญ่บ้านตามมารยาทที่ควรจะมี สายตาคมกริบกวาดหาเป้าหมายอย่างบ้าคลั่งจนไปสะดุดเข้ากับสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ดูดิบเถื่อนเกินกว่าจะเรียกว่าสุขา

ชิบหายแล้วมั้ง... เขาอุทานในใจเมื่อเห็นสภาพอาคารที่มุงด้วยสังกะสีและผนังปูนเปลือยที่ดูห่างไกลจากสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติหรือห้องน้ำสะอาดเอี่ยมที่มีน้ำหอมปรับอากาศอย่างที่เขาคุ้นเคยราวกับอยู่คนละโลก แต่วินาทีนี้ความคลื่นเหียนที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอทำให้เขาไม่มีทางเลือก น่านน้ำพุ่งตัวเข้าไปในอาคารห้องน้ำนั้นอย่างไม่คิดชีวิต เขาไม่เหลือเวลามานั่งรังเกียจคราบสกปรกหรือความทรุดโทรมใดๆ อีกต่อไป เขาขอแค่ระบายสิ่งที่จุกอยู่ที่คอออกไปให้เร็วที่สุด

แต่... ทันทีที่เขาผลักประตูไม้ผุๆ ของห้องแรกเข้าไป

ภาพที่ปรากฏแก่สายตามันคือความสยดสยองระดับสิบ! มันคือ ขี้!! ที่เจ้าของเดิมทิ้งเอาไว้โดยไม่ยอมราดน้ำ สิ่งปฏิกูลนั้นกองตระหง่านอยู่ในโถส้วมซึมอย่างไม่น่าให้อภัย! กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงมหาศาลพุ่งเข้าปะทะจมูกโด่งโด่งอย่างจัง จนความคลื่นไส้ที่จุกอยู่ที่คอหอยทะลักพรวดขึ้นมาอีกเท่าตัว

“อุ้ก!” น่านน้ำรีบตะครุบปากตัวเองไว้แน่นจนหน้าเขียว รีบปิดประตูห้องนั้นกระแทกดังปัง! แล้ววิ่งถลาไปยังห้องที่สองอย่างรวดเร็วเหมือนหนีตาย

เขากลั้นหายใจจนตัวสั่นมือหนาเอื้อมไปเปิดประตูห้องที่สองด้วยความหวัง... แต่สิ่งที่ต้อนรับเขาคราวนี้ไม่ใช่ขี้ แต่มันคือ 'เงาดำ' ขนาดใหญ่ที่เกาะสงบนิ่งอยู่บนผนังปูนเย็นชื้น

ไอ้เหี้ย! ตุ๊กแกตัวเท่าแขน! ดวงตากลมนูนสีกระดำกระด่างของมันจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่กะพริบ

“เฮ้ย!”

น่านน้ำร้องออกมาในลำคอด้วยความขยะแขยงจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว ร่างกำยำดีดตัวถอยกรูดออกมาอย่างเสียหลัก มือรีบกระชากประตูห้องที่สองปิดตามหลังอย่างรวดเร็ว จนเสียงดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เขาจะแทบทรุดตัวลงพิงผนังอาคารด้านนอกด้วยอาการสั่นเทา

ใบหน้าหล่อเหลาที่มอมแมมอยู่แล้วบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด แว่นกันแดดทรงสปอร์ตเลื่อนลงมาอยู่ที่ปลายจมูกเผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความขวัญเสีย

พระเจ้า! น่านน้ำทำอะไรผิดนักหนาถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้!

เขาพยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว เขาข่มความสยดสยองเอาไว้พลางหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจใช้มือที่สั่นเทาเอื้อมไปเปิดประตูห้องสุดท้าย... ห้องที่สาม

ห้องนี้ไม่มีกองอารยธรรมทิ้งทวนเหมือนห้องแรก และไร้เงาสิ่งมีชีวิตหน้าตาน่าเกลียดเหมือนห้องที่สอง แต่มันก็ห่างไกลจากคำว่าสะอาดอยู่มากโข ผนังปูนมีคราบตะไคร่น้ำเขียวครึ้มเกาะเป็นหย่อมๆ พื้นเปียกแฉะไปด้วยหยดน้ำที่ซึมออกมาจากถังปูนเก่าๆ แต่สำหรับน่านน้ำในวินาทีนี้... ไม่มีทางเลือกแล้ว!

ความคลื่นเหียนและอาการเมาถนนมันตีกันจนจุกมาถึงลำคอพ้นขีดจำกัดจะเยียวยา เขาพุ่งตัวเข้าไปเกาะขอบอ่างปูนที่มีน้ำขังนิ่งสนิทแล้วปลดปล่อยทุกอย่างออกมาทันที!

“โอ้กกกกก~~~!!!”

น่านน้ำโก่งคออาเจียนออกมาอย่างรุนแรงจนตัวโยน ความสะอิดสะเอียนต่อสภาพแวดล้อมที่โสโครกยิ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่บิ้วให้เขาสะลัดทุกอย่างออกมาจนหมดไส้หมดพุง น้ำตาคลอเบ้าไหลซึมออกมาจากดวงตาคมกริบด้วยความทรมานแสนสาหัส

พอทุกอย่างพรั่งพรูออกมาจนหมด ร่างกายที่เคยกำยำแข็งแรงก็อ่อนปวกเปียกจนต้องยืนพิงผนังปูนเย็นชื้นเอาไว้ เขาหอบหายใจรวยริน รู้สึกแย่ยิ่งกว่าตอนโดนหมัดฮุกเข้าที่หน้าเสียอีก! ใบหน้าคมคายที่ซีดเผือดค่อยๆ เหลือบไปมองถังน้ำพลาสติกสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่มุมห้องด้วยความหวังจะล้างหน้าล้างตา

แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักกึก... น้ำในถังนั้นมีสีขุ่นคลัก มีตะไคร่น้ำสีเขียวอี๋เกาะอยู่รอบขอบถัง แถมยังมีคราบดำๆ ลอยละล่องอยู่บนผิวน้ำอย่างชัดเจน! น่านน้ำถึงกับส่ายหน้าด้วยความรู้สึกหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาไม่มีวันเอาน้ำเน่าๆ ในถังนั้นเข้าปากหรือให้มันสัมผัสผิวหนังเด็ดขาด!

น่านน้ำพยายามดึงสติอันน้อยนิดกลับมา มือสั่นๆ รีบจัดเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่อย่างลนลานที่สุด ก่อนจะถลาเดินออกมาจากห้องน้ำนรกนั่นด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก

เขารีบผลักประตูออกมาหวังจะเรียกหาเพื่อนรักให้ช่วยพาไปจากตรงนี้ทันที

“ไอ้ภัทร! ไอ้หมอ!”

เขาพยายามจะตะโกนเรียก แต่พอก้าวพ้นประตูออกมากลับพบเพียงความว่างเปล่า กลุ่มเพื่อนหมอและขบวนรถที่เคยครึกครื้นหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้ ทิ้งให้เขาต้องยืนโดดเดี่ยวอยู่หน้าอาคารเก่าๆ อย่างเคว้งคว้าง...

ลานกว้างหน้าอาคารว่างเปล่า มีเพียงใบไม้ปลิวว่อนและเด็กๆ มอมแมมบางส่วนที่กำลังมองมาที่เขาอย่างอยากรู้อยากเห็น

น่านน้ำยืนตัวแข็งอยู่กลางลาน... ผมเสียทรง หน้าเปื้อนฝุ่นและเลอะคราบอาเจียนบางส่วนตรงมุมปากและคาง เขากำลังหลงทางอยู่บนดอยในวันวาเลนไทน์ โดยที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีน้ำสะอาดและไม่มีเพื่อนคอยช่วยเหลือ

ตอนนี้น่านน้ำอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตและกำลังถูกปล่อยทิ้งให้อยู่คนเดียวกลางหมู่บ้านบนดอยอย่างน่าอนาจใจ

ร่างสูงยืนตัวแข็งอยู่กลางลานที่มีเพียงฝุ่นที่คลุ้งและเสียงจั๊กจั่นที่ดังระงม เขาพยายามใช้หลังมือปาดคราบอาเจียนที่มุมปากอย่างทุลักทุเล แต่ยิ่งปาดคราบเหล่านั้นก็ยิ่งเปื้อนไปกับฝุ่นดินบนใบหน้าจนดูไม่จืด

ร่างสูงใหญ่พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่หันมองซ้ายมองขวาอย่างรวดเร็วเพื่อหาตัวช่วย จนกระทั่งสายตาคมกวาดไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอสวมผ้าซิ่นลายพื้นเมืองยาวคลุมเข่ากับเสื้อผ้าฝ้ายแขนสามส่วนดูเรียบง่าย กำลังยืนก้มๆ เงยๆ ทำอะไรบางอย่างอยู่ข้างอาคารไม้เก่าๆ หลังนั้น

“น้อง! น้องง!!”

น่านน้ำตะโกนเรียกสุดเสียงเท่าที่สภาพร่างกายจะเอื้ออำนวย แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแหบพร่าและติดขัดเพราะลำคอเพิ่งผ่านการขย้อนอย่างรุนแรงมาหยกๆ มันฟังดูน่าสมเพชเสียจนเขาเองยังขัดใจ

ทว่าหญิงสาวคนนั้นกลับยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานของเธอต่อไปอย่างขะมักเขม้น ราวกับว่าเสียงตะโกนเรียกของเขาเป็นเพียงเสียงลมพัดหรือเสียงหมูป่าร้องหลงฝูงอย่างไรอย่างนั้น เธอไม่มีท่าทีว่าจะหันมามองนักบินสุดหล่อที่กำลังยืนหมดสภาพอยู่กลางลานดินเลยแม้แต่นิดเดียว

“นี่น้อง! ได้ยินที่เรียกไหมเนี่ย!”

น่านน้ำกัดฟันเพิ่มระดับความดังของเสียงอีกครั้งด้วยท่าทางเอาเรื่อง ความหงุดหงิดเริ่มตีตื้นขึ้นมาแทนที่ความอ่อนแรง เขาไม่ชินกับการถูกเมินโดยเฉพาะจากผู้หญิงที่ดูเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ แบบนี้!

จังหวะนั้นเองหญิงสาวคนดังกล่าวก็เงยหน้าขึ้นมาทันที...

ดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยความฉงนสงสัย ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มสะอาดตาขัดกับบรรยากาศมอมแมมรอบด้าน ผิวขาวผุดผ่องแม้จะมีรอยฝุ่นแดงเปื้อนแก้มจากการทำงานกลางแจ้งอยู่บ้าง สาวน้อยกระพริบตาปริบๆ มองซ้ายมองขวาอย่างงงๆ ว่าไอ้มนุษย์ดินเผาในชุดแปลกตาที่ยืนอยู่กลางลานนั้นกำลังสื่อสารกับใคร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   ตอนพิเศษ4 การเดินผจญภัยครั้งที่สองของดาวฝัน

    ตอนพิเศษ4 การเดินผจญภัยครั้งที่สองของดาวฝันสวัสดีค่ะหนูชื่อ ‘ดาวฝัน’ จุนยาย จุนป้า คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นหูหรือรู้จักหนูผ่านคำบอกเล่าของพี่ชายสุดทึ่มมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ ใช่แล้วค่ะ... หนูคือ เม็ดขนุน ตัวน้อยที่พี่ดาวเหนือชอบเอาไปนินทาให้ทุกคนฟังนั่นแหละค่ะเฮ้อ…. .............หนูละไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดถึงพี่ชายที่แสนจะซื่อบื้อคนนี้ดีจริงๆลองคิดดูสิคะ มีอย่างที่ไหนตอนหนูอายุหกเดือน เป็นแค่เบบี้ตัวเล็กๆที่ยังพูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองก็ไม่ได้เลยสักนิด แต่หนูกลับถูกพี่ชายตัวดีอุ้มกระเตงพาวิ่งหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปหาคุณปู่! คิดแล้วก็ขนลุกไม่หายเลยค่ะ ถ้าวันนั้นหนูไม่ได้เกิดมาเป็นเด็กโชคดี ดวงแข็ง ดวงมหาอุจ ป่านนี้หนูอาจจะโดนโจรใจร้ายจับตัดนิ้วมือนิ้วเท้าครบทั้งยี่สิบนิ้วแล้วส่งออกไปขายที่ต่างประเทศแล้วก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะถูกควักตับไตไส้พุงเอาไปประมูลขายให้พวกเศรษฐีที่ชอบทานของแปลกๆ หรือถ้าหากโชคร้ายถึงขีดสุด... หนูคงถูกเอาไปเคี่ยวทำลูกกรอกเฝ้าสมบัติไปแล้วแน่ๆ!คิดดูเถอะค่ะว่ามันอันตรายขนาดไหน... แต่พี่ชายตัวดีของหนูกลับมองว่าวีรกรรมเสี่ยงตายในครั้งนั้น

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   ตอนพิเศษ3 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ

    ตอนพิเศษ3 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ และสำหรับครั้งนี้ ครั้งที่สามของการหนี…. ใช่ ด่านรภป. ที่เคยเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ในอดีต บัดนี้เด็กชายดาวเหนือในวัยห้าขวบกว่าสามารถผ่านมันมาได้ง่ายๆชนิดที่พี่ๆรปภ.ไม่มีทางตามเล่ห์เหลี่ยมทัน แผนการของเขาคือการเฝ้ารอจังหวะที่พี่ๆรปภ.ทุกคนกำลังหันไปสนใจทางอื่น ประจวบเหมาะกับที่มีรถยนต์จากภายนอกขับเข้ามาติดต่อแลกบัตรเข้าหมู่บ้านพอดี เด็กชายจึงอาศัยความตัวเล็กเดินเนียนลากกระเป๋าเดินทางผ่านหน้าป้อมออกมาได้อย่างง่ายดายครั้งนี้เขาฉลาดและมีวิวัฒนาการขึ้นมาก เขาสลัดทั้งถุงผ้าและเป้สะพายหลังทิ้งไป แล้วเลือกใช้กระเป๋าเดินทางแบบลากแทน เพราะอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็นของเม็ดขนุน นั้นมีเยอะแยะอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นนมชง แพมเพิส ตุ๊กตาหมีตัวโปรด หรือแม้กระทั่งผ้าห่มเน่า เขาก็จับยัดใส่กระเป๋าเตรียมมาให้ครบถ้วนไม่มีขาดตกบกพร่อง ส่วนสาเหตุหลักๆในการตัดสินใจพาตัวประกันก้อนจิ๋วหนีออกจากบ้านในครั้งนี้ หลังจากประมวลผลในสมองอันชาญฉลาดแล้วสรุปได้เป็น 2 ข้อใหญ่ๆ คือ หนึ่ง...ภารกิจตามหาเมียมันยังไม่จบสิ้น! และสอง...เขาทนเห็นน้องสาวอย่างเม็ด

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   ตอนพิเศษ2 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ

    ตอนพิเศษ2 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ ส่วนการหนีออกจากบ้านครั้งที่สองน่ะเหรอ... สำหรับครั้งนั้นดาวเหนือขอนับว่ามันคือความประสบความสำเร็จอย่างงดงามของเขาเลยก็ว่าได้ ปะป๊าใจแคบนั่นน่าจะพอจำฝังใจได้บ้างแหละว่าบนโลกใบนี้ยังมีลูกชายตัวคนเดียวอย่างเขาอยู่อีกคน เหตุการณ์ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เม็ดขนุนเข้าไปอยู่ในท้องของแม่มะลิเรียบร้อยแล้ว ด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก ดาวเหนือพยายามเอ่ยปากถามตั้งหลายครั้งหลายหนว่าทำยังไงในท้องของแม่มะลิถึงมีเม็ดขนุนที่จะกลายมาเป็นน้องสาวของเขาได้ แต่สิ่งที่ปะป๊าตอบเขากลับมาน่ะเหรอ... มันช่างน่าผิดหวังและกวนประสาทสิ้นดี“ทำไมในท้องแม่ ถึงมีน้องได้ครับ” ดาวเหนือในวัยสี่ขวบเอามือเล็กๆป้อมๆลูบไปบนท้องกลมๆขาวๆของแม่ด้วยความทะนุถนอม “ก็ป๊าเป็นคนใส่เข้าไป” น่านน้ำตอบลูกชายกลับมาทันควันด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูภาคภูมิใจในตัวเองเสียเต็มประดาดาวเหนือก้มหน้ามองคนเป็นพ่อแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ทั้งคำพูดคำจาและท่าทางที่ปะป๊ากำลังทำอยู่มันช่างขัดหูขัดตานัก เพราะในขณะที่ปากตอบคำถามลูกชาย ตัวของปะป๊าก็กำลังนอนยึดครองตักนิ่มๆ

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   ตอนพิเศษ1 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ

    ตอนพิเศษ การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ 1ท่ามกลางแสงแดดอุ่นของหมู่บ้านจัดสรรระดับซูเปอร์ลักชัวรี ปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบกว่าๆคนหนึ่งกำลังก้าวฉับๆอยู่บนทางเท้าด้วยความมุ่งมั่น เด็กชายดาวเหนือผู้มีผิวขาวผุดผ่อง ตากลมโต หน้าหวานถอดแบบมาจากมะลิผู้เป็นแม่ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมองด้วยความเอ็นดู ทว่าสิ่งที่ขัดกับหน้าตาอันจิ้มลิ้มนั้นอย่างสิ้นเชิง คือรังสีความเย่อหยิ่งและท่าทางฟอร์มจัดที่ได้ถอดรหัสพันธุกรรมมาจากน่านน้ำผู้เป็นพ่อมาแบบเต็มร้อยไม่มีหักมือเล็กๆของเด็กชายข้างหนึ่งกำลังออกแรงลากกระเป๋าเดินทางยี่ห้อริโมว่า(Rimowa)สีเงินวาววับ ซึ่งมีความสูงเกือบจะเท่าอกของตัวเองอย่างทุลักทุเล แต่เจ้าตัวก็ยังเชิดหน้าเดินต่อราวกับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย บนตัวคาดสายกระติกน้ำสีทองอร่ามรูปถุงมืออัญมณี ‘อินฟินิตี กอนต์เลต’ สัญลักษณ์ของธานอส มหาวายร้ายในดวงใจที่เขาชื่นชมมากกว่าฮีโร่คนไหนๆส่วนแขนอีกข้างที่ยังว่าง เด็กชายดาวเหนือได้ใช้หนีบ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ เอาไว้แน่น... น้องสาวตัวน้อยที่ยังเป็นทารกถูกพี่ชายหนีบกระเตงมาด้วยกัน ยายหนูคนดีไม่ร้องไม่ดิ้น ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับสมยอมในแผนก

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++    บทที่ 144 ฟ้าของน่านน้ำ (จบ)

    บทที่ 144 ฟ้าของน่านน้ำ (จบ)พอถึงโรงพยาบาล ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยความคล่องแคล้วของป้าสาย แกจัดการเอกสารและประสานงานกับพยาบาลทุกอย่างแทนเจ้านายได้อย่างครบถ้วนกบวนความ เพราะในขณะนี้คุณพ่อไม่ยอมห่างจากคุณแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียวมือหนาของน่านน้ำกุมมือมะลิไว้แน่นขณะที่พยาบาลเข็นเตียงเข้าไปในห้องเตรียมคลอด ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาทำเอาพยาบาลสาวๆไม่กล้าสบตา“กุนคะ... หนูไม่ค่อยปวดแล้ว ไม่เป็นไรนะ” น้องบอกเสียงอ่อนพยายามจะให้เขาไปนั่งรอข้างนอก เพราะเห็นสีหน้าของสามีแล้วก็สงสารกลัวเขาจะเครียดไปมากกว่านี้“ไม่เอากุนจะอยู่ตรงนี้” เขายืนยันเสียงแข็ง แววตาคมกริบจ้องมองเตียงไม่วางตา ราวกับว่าถ้าเขาละสายตาไปเพียงวินาทีเดียวมะลิจะคลอดลูกออกมาโดยที่เขาไม่ทันได้ให้กำลังใจ“แต่คุณหมอกับพยาบาลเขาทำงานลำบากค่ะ” มะลิถอนหายใจเบาๆ พลางหันไปมองบุคลากรทางการแพทย์ที่ยืนประสานมือยิ้มมองน่านน้ำอยู่ข้างๆเตียงอย่างใจเย็น พวกเขาคงชินกับอาการหวงเมียของคุณพ่อมือใหม่มานักต่อนักแล้ว

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   บทที่ 143 ความตื่นตระหนกของคุณพ่อ

    บทที่ 143 ความตื่นตระหนกของคุณพ่อและแล้วเดือนที่8ของการตั้งครรภ์ก็มาถึง ท้องของมะลิขยายกลมโตจนเห็นได้ชัด“กุนแน่ใจเหรอคะว่าไม่อยากให้หมอบอกเพศลูก…คุณแม่ถามหนูมาไม่หยุดเลย”น้องที่นอนพิงอกสามีอยู่บนโซฟาเอ่ยถามขึ้น พลางเงยหน้ามองปลายคางคมเข้มของคุณพ่อมือใหม่ที่นับวันจะยิ่งติดเมียหนักกว่าเดิม“กุนอยากรู้วันนั้น... ก้อนแป้งจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายกุนก็รักหมด” เขาตอบเสียงนุ่มพรางลูบท้องกลมๆของมะลิไปอย่างแสนรัก“แล้วถ้าไม่ใช่ทั้งคู่ล่ะคะ?” มะลิยิ้มถามหยั่งเชิง“ก็รักอยู่ดี”เขาตอบแบบไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว คำตอบนั้นทำเอาคนฟังใจฟูจนต้องขยับเข้าไปซุกอกเขาให้แน่นขึ้น แต่แล้วประโยคถัดมาก็ทำให้มะลิถึงกับต้องถอนหายใจ“ส่วนหนูก็ไม่ต้องคุยกับแม่เยอะ ชอบมาพาหนูไปนั่นนี่ กุนไม่ชอบเลย” เขาบ่นอุบอิบพลางหน้ามุ่ยมะลิมองค้อนให้สามีทันที นั่นมันแม่ตัวเองแท้ๆนะ ทำไมถึงได้หวงเธอจากแม่ขนาดนี้ หวงจนบางครั้งมันดูเกินกว่าเหตุ จนมะลิเริ่มสงสัยว่ามันมีอะไรอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status