Home / โรแมนติก / ฟ้าของน่านน้ำ / บทที่3 วันแห่งความรัก

Share

บทที่3 วันแห่งความรัก

last update Last Updated: 2026-02-14 02:06:01

บทที่3 วันแห่งความรัก

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport)

ร่างสูงใหญ่ของน่านน้ำในชุดลำลองราคาแพงยังคงฉายแววหล่อเหลาบาดตา แต่ใบหน้าคมกลับเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ยากจะปกปิด ต่อหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินภายในประเทศ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขนาดโอเวอร์ไซซ์ ห้าใบถูกวางเรียงกันเป็นกำแพง

พนักงานภาคพื้นมองจำนวนกระเป๋าและน้ำหนักอย่างงุนงง เพราะไม่บ่อยนักที่ผู้โดยสารจะขนของมากมายขนาดนี้เดินทางภายในประเทศ เขาจัดการเก็บทุกสิ่งอย่างที่เคยเป็นของพิม หรือมีร่องรอยความทรงจำของเธอออกจากบ้านอย่างบ้าคลั่งตลอดสองวันที่ผ่านมา

ในกระเป๋าทั้งห้าใบนั่นมีทั้ง หมอนที่พิมชอบหนุน ผ้าห่มผืนโปรดที่เขานอนห่มอยู่ทุกคืน ผ้าเช็ดตัวที่มีกลิ่นสบู่อ่อนๆ ของเธอติดอยู่ ตุ๊กตาหมีที่พิมเคยทิ้งไว้ ไดรฟ์เป่าผมที่ทั้งคู่ใช้ด้วยกัน หวี สบู่ แชมพู ครีมนวดในห้องน้ำ แก้วน้ำ ช้อน จานชาม ไปจนถึง เสื้อผ้า กางเกงใน กรรไกรตัดเล็บ พรมเช็ดเท้า ฯลฯ พูดง่ายๆ ว่าทุกอย่างที่มีรอยนิ้วมือเธอติดอยู่ เขาขนใส่กระเป๋ามาทั้งหมด

จนตอนนี้บ้านเขาโล่งมากเหมือนศาลาวัดไม่มีผิด น่านน้ำคิดอย่างสมเพชตัวเองที่เขาต้องทิ้งข้าวของจนเกือบหมดบ้าน เพื่อที่จะได้ลืมผู้หญิงที่ทิ้งเขาไป และแก้ปัญหาน้องชายไม่สู้ที่คุกคามศักดิ์ศรีของเขาอยู่

“ไฟรทไปเชียงราย ทางออกขึ้นเครือง A3 นะคะ” พนักงานภาคพื้นดินคืนบัตรประชาชนพร้อมบัตรโดยสารให้เขา พรางมองกองกระเป๋าขนาดใหญ่อย่างอดทึ่งไม่ได้

“เด็กๆ บนดอยต้องดีใจแน่ๆ 5กระเป๋าเลยหรอว่ะ” เสียงภัทรที่ยืนอยู่ข้างๆ แซวเขาอย่างออกรส ภัทรอยู่ในชุดเสื้อยืดเรียบๆ พร้อมสะพายเป้เดินทางใบเดียว ซึ่งตัดกับกระเป๋าเดินทางห้าใบของน่านน้ำอย่างสิ้นเชิง

“พูดมาก! ก็บอกว่าไปทิ้งขยะไง” น่านน้ำแค่นหัวเราะในลำคอ

เขาเดินทางมากับกลุ่มหมอหมาใจบุญของแก็งไอ้ภัทร พวกเขาเป็นกลุ่มสัตวแพทย์ที่สละวันหยุดมาเพื่อดูแลสัตว์และช่วยเหลือชาวบ้านบนดอย ซึ่งมองๆ แล้วก็เห็นแววตาโอบอ้อมอารีกันทุกคน รอยยิ้มที่จริงใจของพวกเขาทำให้น่านน้ำรู้สึกรำคาญอยู่หน่อยๆ

เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นของเสียกลางลำธารสะอาดยังไงไม่รู้ เขาเป็นผู้ชายที่เพิ่งจะทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งอย่างไม่ใยดีอยู่ที่ขอบโต๊ะในมิวนิก และเป็นคนเดียวกับที่เอาของดูต่างหน้าของเมียเก่ามาทิ้งไม่ใช่ทำบุญ พร้อมกับพบจิตใจหยาบกระด้างที่สามารถด่าทอทุกอย่างบนโลกใบนี้.….ซึ่งนั้นทำให้เขาไม่คู่ควรที่จะมายืนอยู่ในกลุ่มคนที่มีจิตใจขาวสะอาดเหล่านี้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ไปกันเหอะไอ้น้ำ เดี๋ยวกูจะแนะนำให้มึงรู้จักกับคนที่มาช่วยประสานงาน” หมอหนุ่มหันมามองหน้ามุ่ยๆ ของเพื่อน

“ยิ้มหน่อยสิว่ะ กำลังจะไปทำบุญนะเว้ย” หมอภัทรพูดพลางตบไหล่เพื่อนเบาๆ

“ทำบุญเหี้ยอะไร กูกำลังไปทิ้งขยะ!” น่านน้ำพ่นคำพูดสุดท้ายก่อนจะเดินเข้าด่านเอ็กซเรย์ เพื่อไปรวมกลุ่มกับคณะหมอหมาที่ประตูขึ้นเครื่อง A3

บรรยากาศของกลุ่มหมอใจดีในชุดเสื้อผ้าเรียบๆ กับรองเท้าผ้าใบดูขัดกับภาพน่านน้ำที่เแต่งตัวเยอะตัวหัวจรดเท้า เขามาในลุค High-Street ที่แพงระยับไปทั้งตัว เริ่มจากเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายกราฟิกคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของ Balenciaga สวมทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์โอเว่อร์ไซซ์ฟอกสีบลูยีนส์คัตติ้งเนี้ยบกริบเข้าคู่กับกางเกงยีนส์ทรงหลวมสีเดียวกันที่ส่งให้รูปร่างสูงสง่าดูเท่แบบไม่ต้องพยายาม

รองเท้าผ้าใบสีขาวเรียบกริบที่เขาใส่คือรุ่นหายากที่เพิ่งหิ้วกลับมาจากมิวนิกเมื่อสองวันก่อน มันขาวสะอาดตาจนดูขัดกับภารกิจลุยดอยอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าหล่อเหลาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดทรงสปอร์ตดูเย่อหยิ่งและไม่รับแขกขั้นสุด

บัดนี้น่านน้ำเลยดูเหมือนสิ่งแปลกปลอมที่หลงเข้ามาในวงล้อมของกลุ่มสัตวแพทย์อาสา เขาไม่ได้พกความใจบุญมาด้วยสักนิด สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาคือความหงุดหงิดและกระเป๋าเดินทาง Rimowa สีเงินใบกะทัดรัดที่บรรจุของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น... ซึ่งแน่นอนว่ามันคงไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตบนดอยในครั้งนี้แน่ๆ

ร่างสูงยืนพิงเสาเหล็กหน้าประตูทางออก กอดอกนิ่งพลางเขย่าขาด้วยจังหวะที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิด สายตาคมกวาดมองกลุ่มหมอที่แต่งตัวเหมือนจะไปขุดดินด้วยสายตาดูแคลน

เขามองไล่ตั้งแต่เสื้อยืดราคาประหยัดไปจนถึงกางเกงลุยโคลนของพวกหมออาสา ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับเป้สะพายหลังใบเก่าๆ ของภัทรที่ดูจะเบาหวิว

“แล้วพวกมึงไปบริจาคของอะไร ทำไมมีเป้ใบเดียว” น้ำเสียงห้วนกระด้างไม่มีหางเสียงตามนิสัยคนไม่สุภาพ ใบหน้าคมแค่นยิ้มที่มุมปากพลางก้มมองสัมภาระของเพื่อนสนิทอย่างดูแคลน

ภัทรถอนหายใจอย่างระอาในตัวเพื่อน

“แหม่ เพื่อนครับ พวกกูบริจาคของเป็นคันรถครับ จ้างคนขับขึ้นดอยไปส่งแล้ว..." ภัทรชี้ไปยังกลุ่มหมอที่กำลังยิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี

"พวกนี้เขาไปเพื่อทำงาน ไม่ได้ไปแบกของครับ”

“จ้างไปส่งแล้ว แล้วมึงจะขึ้นไปอีกทำไม คือจะไปให้เขาเห็นหน้าคนให้ว่างั้น? ที่แท้ก็พวกทำบุญเอาหน้า!” น่านน้ำพ่นคำพูดดูถูกออกมาตามสันดานเดิม

ภัทรหยุดยิ้มทันที เขาสบตาน่านน้ำอย่างจริงจัง

“พวกกูขึ้นไปทำหมันหมาให้เขา” ภัทรพูดเสียงเรียบ

“แต่ปากแบบมึงเนี้ย... น่าจะมีหมาเยอะ ให้กูทำหมันให้ไหม”

น่านน้ำนิ่งงันไปทันที เพราะคำตอกกลับของภัทรมันโดนปมในใจเต็มๆ

คำว่าทำหมันที่ภัทรพูดอย่างขำๆ นั้นมันเจาะทะลุตรงไปยังปัญหา ‘น้องชายไม่สู้’ ที่เขากำลังเผชิญอยู่! ไอ้ภัทรมันรู้เรื่องนี้หรือเปล่า? หรือมันแค่พูดไปตามน้ำ?

น่านน้ำกัดกรามแน่น เขาไม่สามารถโต้ตอบอะไรกลับไปได้ในทันที เพราะชะนักมันปีกหลังเขาอยู่

ขณะที่คนหน้าหล่อยังคงอับอายและหงุดหงิดกับการโดนเพื่อนตอกหน้า ผู้โดยสารก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูทางออกขึ้นเครื่องแล้ว

น่านน้ำเดินขึ้นเครื่องบินอย่างคนอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ลืมตาตื่น เขาเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง ส่วนภัทรนั่งลงที่เบาะกลางข้างๆ เขาอย่างสบายอารมณ์

เครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัวออกจากหลุมจอด เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเป็นฉากหลัง น่านน้ำไม่แม้แต่จะมองออกไปนอกหน้าต่าง เขากำลังจมอยู่กับความคิดที่ว่า ทำไมคนอย่างเขาต้องมานั่งเครื่องบินภายในประเทศเพื่อทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ด้วย

ภัทรเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเพื่อนก็อดไม่ได้ที่จะแซวขึ้นมาอีกครั้ง

“ว่าแต่นอนสองคืนนะ มึงไหวเนอะ? ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ต” ภัทรพูดด้วยรอยยิ้มกวนๆ

น่านน้ำตวัดสายตาคมกริบใส่เพื่อนทันที

“มึงพูดเหี้ยอะไรออกมาไอ้หมอ! มึงคิดว่ากูเป็นคุณหนูที่ต้องติดโซเชียลเหรอไง?” น่านน้ำตอบกลับ ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาเคยชินกับการเข้าพักในโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั่วโลก การถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นสิ่งที่คนรักสบายอย่างเขาไม่เคยต้องเผชิญ

“กูเป็นนักบิน! กูอยู่บนเครื่องยาวๆ 18ชม.ได้โดยไม่มีอินเตอร์เน็ต! จะไม่มีไฟฟ้าแค่สองคืนมันจะไปยากอะไร”

“หึ” ภัทรไม่ได้เถียงต่อ แค่หัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน

“ก็ดี... เผื่อจะทำให้มึงได้อยู่กับตัวเองบ้าง เลิกคิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ แล้วโฟกัสกับอนาคตสักที”

น่านน้ำไม่ได้ตอบกลับ เขาหันหน้าหนีไปทางหน้าต่างอย่างดื้อรั้น ภาพใบหน้าพิม ภาพความพ่ายแพ้ต่อไอ้ชู้นั้น และภาพของสาวๆ ทั้งหลาย มันซ้อนทับกันในหัวเขาวุ่นวายไปหมด

สองคืนบนดอย... ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ต... ก็ดี! อย่างน้อยก็ได้ทิ้งขยะที่ไร้ประโยชน์นั่นไปให้หมด! เขาคิดอย่างเอาดื้อดึง โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าขยะที่เขาพยายามทิ้งไปนั้น กำลังจะนำบางสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตที่Toxicของเขาไปตลอดกาล

.......................

เครื่องบินลงจอดที่สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงรายในเวลา09:45น.

ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากเครื่องบิน น่านน้ำก็รู้สึกถึงอากาศที่แห้งและเย็นกว่ากรุงเทพฯเล็กน้อย เขาเดินนำหน้าภัทรและคณะหมอใจบุญไปยังสายพานรับกระเป๋า

ช่วงเวลาแห่งความน่าอึดอัดมาถึงเมื่อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ทั้งห้าใบของน่านน้ำไหลออกมาจากสายพาน การขนย้ายสัมภาระเหล่านั้นออกจากสนามบินกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างไม่น่าเชื่อ

น่านน้ำขนกระเป๋าเดินทางทั้งหมดออกจากสนามบินอย่างทุลักทุเล เขากำลังเหงื่อแตกอยู่กับการจัดเรียงกระเป๋ายักษ์เหล่านั้นบนรถเข็นเพียงคันเดียว

ชายหนุ่มคนหนึ่งในคณะของภัทร ซึ่งดูเป็นมิตรและจิตใจดีตามแบบฉบับของกลุ่มก็เดินเข้ามาอาสาช่วยอย่างร่าเริง

“คุณน่านน้ำใจบุญมากเลยนะครับ ขนของมาบริจาคเยอะเลย” หมอหนุ่มยิ้มกว้างอย่างจริงใจ พลางยื่นมือเข้าช่วยประคองกระเป๋าใบหนึ่งอย่างระวัง

น่านน้ำรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำความใจหยาบของตัวเองที่พยายามมาทิ้งขยะ แต่กลับถูกเข้าใจว่าเป็นคนใจบุญ เขาทำได้แค่ยิ้มปากกระตุกไม่มีคำตอบรับหรือคำขอบคุณใดๆ สื่อสารออกมา

“มันไม่ได้มาทำบุญหรอกวิน มันมาทิ้งขยะ” ภัทรเฉลยเจตนาเพื่อนไปตามความจริงก่อนจะเดินเข้ามาช่วยน่านน้ำเข็นกระเป๋าออกจากอาคาร

ความทุลักทุเลและบาปกรรมที่เขาต้องแบกรับยังไม่หมด

เมื่อน่านน้ำเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสาร เขาก็เห็นสภาพรถที่คุณหมอใจบุญได้จัดสรรไว้ ไม่ใช่รถตู้ปรับอากาศสบายๆ ที่เขาเคยนั่ง แต่มันคือรถกระบะแบบโฟร์วีลไดรฟ์ที่ดูดุดันไม่เกรงใจใครสองคันจอดรออยู่

“ดีนะเป็นรถกระบะ ไม่งั้นของมึงไม่รู้จะขนไปไงเลย” ภัทรหันมาบอกพลางผิวปากอย่างสบายอารมณ์

น่านน้ำมองรถกระบะที่ถูกยกสูงด้วยความรู้สึกตกตะลึง นี่คือพาหนะของเขาตลอดสองคืนที่ห่างไกลจากความศิวิไลซ์งั้นหรือ?

ก่อนที่หนุ่มๆ หมอหมาจะช่วยกันขนสัมภาระส่วนตัว และกระเป๋าห้าใบยักษ์ของน่านน้ำขึ้นหลังกระบะรถ ภัทรก็หันบอกข่าวร้ายเรื่องถัดมาให้เขารู้

“แต่ที่นั่งในรถอะ ให้พวกผู้หญิงเขานั่งนะ” ภัทรชี้มือไปยังกลุ่มสัตวแพทย์หญิงที่เริ่มขยับตัวเข้าประจำที่ด้านหน้าอย่างเป็นระเบียบ “พวกเราผู้ชายอกสามศอก... นั่งหลังกระบะ!”

“หาาาา!” น่านน้ำอุทานออกมาเสียงหลงจนลืมมาดเย่อหยิ่งไปชั่วขณะ เขาเบิกตาโตจ้องหน้าเพื่อนเหมือนเห็นผี

“กูเซตผมมา มึงไม่เห็นเหรอครับเพื่อน! ให้กูนั่งหลังกระบะเนี่ยนะ หน้ากูไม่ดำหมดเหรอ! หมวกกูก็ไม่ได้เอามา!”

ปลายนิ้วยาวชี้ลงที่เส้นผมสีเข้มที่ถูกเซตมาอย่างเนี้ยบกริบด้วยสเปรย์อย่างดี ราวกับจะบอกว่าทุกอนูบนศีรษะมันคือศิลปะที่ห้ามถูกทำลาย การที่คนหล่อระดับเทพบุตรอย่างเขาต้องไปสู้รบกับลมพัดโกรกจนผมเสียทรง หรือต้องเอาผิวขาวผุดผ่องไปตากแดดจนไหม้เกรียม แถมยังต้องสูดฝุ่นดินแดงให้หน้าดำ มันคือโศกนาฏกรรมชัดๆ!

“หน้าหล่อขนาดมึงไม่เสียโฉมง่ายๆ หรอกน่า” ภัทรไม่สนเสียงโวยวาย เขาจัดการตบหลังเพื่อนฉาดใหญ่แล้วผลักร่างกำยำให้ปีนขึ้นท้ายรถอย่างไม่ใยดี

“ขึ้นไปได้แล้วไอ้คุณหนู เดี๋ยวจะไปไม่ทัน!”

น่านน้ำยืนเคว้งอยู่ริมรถหนึ่งอึดใจ ก่อนจะฝืนใจปีนขึ้นไปนั่งบนกระบะอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าคมบึ้งตึงจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อใครได้สักคน เขากอดกระเป๋าเดินทางใบเล็กไว้แน่นไม่ใช่เพราะหวงของข้างใน แต่เหมือนกำลังกอดความหงุดหงิดที่ล้นทะลักออกมาที่ต้องมาเจอเรื่องราวห่วยแตกแบบนี้ในวันวาเลนไทน์

รถกระบะเริ่มเคลื่อนตัวทิ้งความศิวิไลซ์ไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่ถนนลูกรังที่ฝุ่นเริ่มตลบอบอวล น่านน้ำนั่งโยกเยกไปตามแรงกระแทกของรถที่ตกหลุมลงบ่อ กระเป๋าห้าใบยักษ์ข้างกายกระแทกเข้าหาตัวเขาเป็นระยะ ราวกับพวกมันกำลังช่วยกันสะกิดตอกย้ำว่าไอ้ความรักเฮงซวยในอดีตนั้น มันกำลังพาเขามาตกระกำลำบากท่ามกลางฝุ่นดินแดงพวกนี้!

“นี่มันคือการเอากูมาทรมานชัดๆ” น่านน้ำพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงห้วนจัดแสดงออกถึงความอดทนที่ใกล้จะหมดลง

ทุกครั้งที่ล้อรถกระบะบดลงบนหลุมบ่อ แรงสั่นสะเทือนก็กระแทกเข้าที่ก้นของเขาจนตัวโยน ฝุ่นดินสีแดงละเอียดยิบปลิวว่อนเข้ามาปะทะร่าง ราวกับมันมีเป้าหมายอยู่ที่เส้นผมสีเข้มที่เขาอุตส่าห์เซตมาอย่างดี ที่บัดนี้มันเริ่มจับตัวเป็นก้อนสากๆ เหมือนขนมครองแครงเข้าไปทุกที

มือหนายกขึ้นปัดฝุ่นออกจากใบหน้าอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้นิ้วเบียดผิวหน้าแรงเกินไปเพราะกลัวจะอุดตันรูขุมขน แต่เหงื่อที่เริ่มซึมตามไรผมจากอากาศที่เริ่มอบอ้าวก็ทำให้เขารู้สึกเหนียวเหนอะหนะจนอยากจะบ้าตาย

หน้ากู... หน้าหล่อๆ ของกู ไอ้เหี้ย! เขาสบถในใจรอบที่ล้าน สายตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นกันแดดราคาแพงจ้องมองแผ่นหลังของภัทรและคณะหมอหมาที่นั่งเบียดกันอยู่ด้วยความขุ่นเคือง พวกนั้นหัวเราะร่า คุยกันจ้อเรื่องสถิติการทำหมันหมาและการเตรียมของบริจาคอย่างมีความสุข โดยไม่มีใครหันมาเหลียวแลเลยว่าโคไพลอตสุดหล่ออย่างเขาที่นั่งโต้ลมอยู่ท้ายรถกำลังเผชิญกับหายนะทางผิวพรรณขนาดไหน

“โง่เง่า! เสียเวลาชีวิตชิบหาย!” น่านน้ำสบถออกมาไม่หยุดปาก ท่าทางเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความพาลหาเรื่องแบบกู่ไม่กลับ เขากลายร่างเป็นคนสันดานเสียที่ฟาดงวงฟาดงาใส่ทุกอย่างรอบตัว เพราะยิ่งเดินทางไกลออกมาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบว่าตัวเองควบคุมอะไรไม่ได้เลย ทั้งเส้นทางฝุ่นตลบนี้ หรือแม้แต่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวตัวเอง

เขากระชากผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋ากางเกงเพื่อจะซับเหงื่อที่ไหลซึมตามกรอบหน้าคม แต่พอสัมผัสเนื้อผ้าความทรงจำก็แล่นเข้าสมองจนหน้าตึง... แม้แต่ผ้าผืนนี้ พิมก็เป็นคนซื้อให้! ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดจนถึงขีดสุด น่านน้ำขยำผ้าเช็ดหน้าในมือจนยับยู่ยี่ด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะตัดสินใจเหวี่ยงมันทิ้งออกไปนอกรถอย่างไม่ใยดี

“ไปตายซะ!”

ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินปลิวหวือไปตามลมแรงหายลับไปกับฝุ่นดินแดงข้างทาง เขาจ้องมองมันด้วยแววตาเกลียดชังราวกับว่าการทิ้งของพวกนี้จะช่วยสลัดความรู้สึกพ่ายแพ้ออกไปจากอกได้ แต่ความจริงคือเขายังนั่งอยู่ท้ายกระบะรถที่โคลงเคลงไปมาในชุด Balenciaga ราคาแพงที่ตอนนี้เริ่มจะกลายเป็นสีแดงเพราะฝุ่นดิน

…….

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 40 ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หาย 

    บทที่ 40ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หายน่านน้ำพามะลิเดินเข้าร้านข้าวหน้าเนื้อที่ต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น ร้านดูหรูหราและได้รับการตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟที่สลัวทำให้มะลิรู้สึกเกร็งมากกว่าตอนเข้าร้านอาหารในสนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกหลายเท่าตัว น่านน้ำเดินนำเข้าไปในร้าน ด้วยความโดดเด่นของใบหน้าคมหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดจนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ชุกลำลองแบรนด์หรูที่ไม่ตั้งใจใส่ให้หรูแต่ก็ดูแพงในทุกก้าว เขาคือคนประเภทที่ไม่ต้องพยายามก็โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเสมอจนเป็นภาพชินตาที่เขาแทบไม่ใส่ใจ

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 39 ของขวัญสำหรับคนเก่ง 

    บทที่ 39ของขวัญสำหรับคนเก่งเช้าวันถัดมา หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มน่านน้ำลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมความคิดแรกในหัวมะลิอยู่ไหน?สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องรับแขกแต่ไม่เจอใคร ในครัวก็ว่างเปล่า ห้องอาหารเงียบสนิท ไม่มีเสียงจานช้อน ไม่มีเงาใคร และยังไม่ทันคิดหาคำตอบปากก็ไวกว่าใจ

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 38 ความใสที่เคลือบยาพิษ 

    บทที่ 38ความใสที่เคลือบยาพิษ“หนูไม่มีชุดเปลี่ยนหรอกค่ะ เสื้อผ้าเพิ่งซักไป” มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่เห็นอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกุนถึงได้มีท่าทางแปลกๆไป“แต่ไม่เป็นไรนะคะ หนูเคยตากฝน เปียกกว่านี้อีก” เธอยืนยันเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ “และนี่น้ำสะอาดขนาดนี้ หนูอยู่ได้ กุนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางๆเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กมากเหมือนความเปียกปอนของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจเลยสักนิดน่านน้ำกลืนน้ำลายเงียบๆ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังสั่นอยู่ภายใน ความพยายามที่จะไม่มองยังได้ผลแต่ความพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร มันแม่งล้มเหลวโดยสิ้นเชิงโถ่ มะลิ... เขาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มือยกขึ้นขยี้ท้

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 37 สัมผัสที่ยากจะถอนตัว 

    บทที่ 37สัมผัสที่ยากจะถอนตัว...สัมผัสนั้นโคตรดีเลย… ดีจนเขาเผลอกัดฟัน ดีจนเขาอยากกจะฝั่งจูบอยู่ตรงนั้นไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาอีก.....“อือ...” คนตัวเล็กที่ถูกขโมยจูบครางร้องประท้วงเบาๆ ทำเอาน่านน้ำสะดุ้งลืมตาโพล่งขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวเหี้ย!!! เสียงในหัวตะโกนดังสนั่น หน้าเขาร้อนวาบหัวใจเต้นแรง

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 36 สัตว์ประหลาดในเงามึด 

    บทที่ 36สัตว์ประหลาดในเงามึดสองทางเลือกที่เขาเตรียมไว้ให้วินมอไซเดนนรกนั้น.......ทางที่หนึ่งปล่อยให้มันเข้าไปนอนคุกยาวๆ เขามีเบอร์ของรอง ผบ.ตร.อยู่ในเครื่อง เรื่องเท่านี้แค่ยกหูโทรก็มีหมายจับตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำส่วนอีกทาง… น่านน้ำลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาคมนิ่งกว่าตอนดุมะลิสะอีก มันดูสงบเกินไปจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักตาม

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 35 เด็กโง่ของน่านน้ำ 

    บทที่ 35เด็กโง่ของน่านน้ำหัวใจของชายหนุ่มกระแทกเข้าซี่โครงเหมือนระเบิดลูกเล็กๆสะเทือนออกเป็นระลอกในอก สมองเขาเปิดเสียงเตือนบอกให้หยุด บอกว่าเด็กคนนี้ไม่ควรถูกเขาแตะต้อง บอกว่าเขานี่แหละตัวอันตรายที่สุดสำหรับเธอ แต่เขากลับนั่งนิ่งมองเธอเหมือนโดนสะกด และรู้สึกว่าร่างกายตัวเองทั้งหมดอยู่นอกเหนือการควบคุมของสมอง...มือที่จับสำลียังค้างอยู่ในอากาศ…น่านน้ำไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกลืนน้ำลายลงคอไปเฮือกหนึ่ง เขาควรจะดุเธอ ควรจะบ่นที่เธอไม่ระวังตัว สอนเธอว่าออกจากบ้านมาค่ำมึดแบบนี้ไม่ได้ ตำหนิว่าการขึ้นวินคนเดียวแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่คำทั้งหมดที่มีในหัวกลับอันตธานหายไป และกลับได้ยินเสียงตัวเองพูดขึ้นเบามากเหมือนคนใจล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status