Beranda / โรแมนติก / ฟ้าของน่านน้ำ NC24++ / บทที่3 วันแห่งความรัก

Share

บทที่3 วันแห่งความรัก

last update Tanggal publikasi: 2026-02-14 02:06:01

บทที่3 วันแห่งความรัก

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport)

ร่างสูงใหญ่ของน่านน้ำในชุดลำลองราคาแพงยังคงฉายแววหล่อเหลาบาดตา แต่ใบหน้าคมกลับเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ยากจะปกปิด ต่อหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินภายในประเทศ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขนาดโอเวอร์ไซซ์ ห้าใบถูกวางเรียงกันเป็นกำแพง

พนักงานภาคพื้นมองจำนวนกระเป๋าและน้ำหนักอย่างงุนงง เพราะไม่บ่อยนักที่ผู้โดยสารจะขนของมากมายขนาดนี้เดินทางภายในประเทศ เขาจัดการเก็บทุกสิ่งอย่างที่เคยเป็นของพิม หรือมีร่องรอยความทรงจำของเธอออกจากบ้านอย่างบ้าคลั่งตลอดสองวันที่ผ่านมา

ในกระเป๋าทั้งห้าใบนั่นมีทั้ง หมอนที่พิมชอบหนุน ผ้าห่มผืนโปรดที่เขานอนห่มอยู่ทุกคืน ผ้าเช็ดตัวที่มีกลิ่นสบู่อ่อนๆ ของเธอติดอยู่ ตุ๊กตาหมีที่พิมเคยทิ้งไว้ ไดรฟ์เป่าผมที่ทั้งคู่ใช้ด้วยกัน หวี สบู่ แชมพู ครีมนวดในห้องน้ำ แก้วน้ำ ช้อน จานชาม ไปจนถึง เสื้อผ้า กางเกงใน กรรไกรตัดเล็บ พรมเช็ดเท้า ฯลฯ พูดง่ายๆ ว่าทุกอย่างที่มีรอยนิ้วมือเธอติดอยู่ เขาขนใส่กระเป๋ามาทั้งหมด

จนตอนนี้บ้านเขาโล่งมากเหมือนศาลาวัดไม่มีผิด น่านน้ำคิดอย่างสมเพชตัวเองที่เขาต้องทิ้งข้าวของจนเกือบหมดบ้าน เพื่อที่จะได้ลืมผู้หญิงที่ทิ้งเขาไป และแก้ปัญหาน้องชายไม่สู้ที่คุกคามศักดิ์ศรีของเขาอยู่

“ไฟรทไปเชียงราย ทางออกขึ้นเครือง A3 นะคะ” พนักงานภาคพื้นดินคืนบัตรประชาชนพร้อมบัตรโดยสารให้เขา พรางมองกองกระเป๋าขนาดใหญ่อย่างอดทึ่งไม่ได้

“เด็กๆ บนดอยต้องดีใจแน่ๆ 5กระเป๋าเลยหรอว่ะ” เสียงภัทรที่ยืนอยู่ข้างๆ แซวเขาอย่างออกรส ภัทรอยู่ในชุดเสื้อยืดเรียบๆ พร้อมสะพายเป้เดินทางใบเดียว ซึ่งตัดกับกระเป๋าเดินทางห้าใบของน่านน้ำอย่างสิ้นเชิง

“พูดมาก! ก็บอกว่าไปทิ้งขยะไง” น่านน้ำแค่นหัวเราะในลำคอ

เขาเดินทางมากับกลุ่มหมอหมาใจบุญของแก็งไอ้ภัทร พวกเขาเป็นกลุ่มสัตวแพทย์ที่สละวันหยุดมาเพื่อดูแลสัตว์และช่วยเหลือชาวบ้านบนดอย ซึ่งมองๆ แล้วก็เห็นแววตาโอบอ้อมอารีกันทุกคน รอยยิ้มที่จริงใจของพวกเขาทำให้น่านน้ำรู้สึกรำคาญอยู่หน่อยๆ

เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นของเสียกลางลำธารสะอาดยังไงไม่รู้ เขาเป็นผู้ชายที่เพิ่งจะทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งอย่างไม่ใยดีอยู่ที่ขอบโต๊ะในมิวนิก และเป็นคนเดียวกับที่เอาของดูต่างหน้าของเมียเก่ามาทิ้งไม่ใช่ทำบุญ พร้อมกับพบจิตใจหยาบกระด้างที่สามารถด่าทอทุกอย่างบนโลกใบนี้.….ซึ่งนั้นทำให้เขาไม่คู่ควรที่จะมายืนอยู่ในกลุ่มคนที่มีจิตใจขาวสะอาดเหล่านี้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ไปกันเหอะไอ้น้ำ เดี๋ยวกูจะแนะนำให้มึงรู้จักกับคนที่มาช่วยประสานงาน” หมอหนุ่มหันมามองหน้ามุ่ยๆ ของเพื่อน

“ยิ้มหน่อยสิว่ะ กำลังจะไปทำบุญนะเว้ย” หมอภัทรพูดพลางตบไหล่เพื่อนเบาๆ

“ทำบุญเหี้ยอะไร กูกำลังไปทิ้งขยะ!” น่านน้ำพ่นคำพูดสุดท้ายก่อนจะเดินเข้าด่านเอ็กซเรย์ เพื่อไปรวมกลุ่มกับคณะหมอหมาที่ประตูขึ้นเครื่อง A3

บรรยากาศของกลุ่มหมอใจดีในชุดเสื้อผ้าเรียบๆ กับรองเท้าผ้าใบดูขัดกับภาพน่านน้ำที่เแต่งตัวเยอะตัวหัวจรดเท้า เขามาในลุค High-Street ที่แพงระยับไปทั้งตัว เริ่มจากเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายกราฟิกคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของ Balenciaga สวมทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์โอเว่อร์ไซซ์ฟอกสีบลูยีนส์คัตติ้งเนี้ยบกริบเข้าคู่กับกางเกงยีนส์ทรงหลวมสีเดียวกันที่ส่งให้รูปร่างสูงสง่าดูเท่แบบไม่ต้องพยายาม

รองเท้าผ้าใบสีขาวเรียบกริบที่เขาใส่คือรุ่นหายากที่เพิ่งหิ้วกลับมาจากมิวนิกเมื่อสองวันก่อน มันขาวสะอาดตาจนดูขัดกับภารกิจลุยดอยอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าหล่อเหลาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดทรงสปอร์ตดูเย่อหยิ่งและไม่รับแขกขั้นสุด

บัดนี้น่านน้ำเลยดูเหมือนสิ่งแปลกปลอมที่หลงเข้ามาในวงล้อมของกลุ่มสัตวแพทย์อาสา เขาไม่ได้พกความใจบุญมาด้วยสักนิด สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาคือความหงุดหงิดและกระเป๋าเดินทาง Rimowa สีเงินใบกะทัดรัดที่บรรจุของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น... ซึ่งแน่นอนว่ามันคงไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตบนดอยในครั้งนี้แน่ๆ

ร่างสูงยืนพิงเสาเหล็กหน้าประตูทางออก กอดอกนิ่งพลางเขย่าขาด้วยจังหวะที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิด สายตาคมกวาดมองกลุ่มหมอที่แต่งตัวเหมือนจะไปขุดดินด้วยสายตาดูแคลน

เขามองไล่ตั้งแต่เสื้อยืดราคาประหยัดไปจนถึงกางเกงลุยโคลนของพวกหมออาสา ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับเป้สะพายหลังใบเก่าๆ ของภัทรที่ดูจะเบาหวิว

“แล้วพวกมึงไปบริจาคของอะไร ทำไมมีเป้ใบเดียว” น้ำเสียงห้วนกระด้างไม่มีหางเสียงตามนิสัยคนไม่สุภาพ ใบหน้าคมแค่นยิ้มที่มุมปากพลางก้มมองสัมภาระของเพื่อนสนิทอย่างดูแคลน

ภัทรถอนหายใจอย่างระอาในตัวเพื่อน

“แหม่ เพื่อนครับ พวกกูบริจาคของเป็นคันรถครับ จ้างคนขับขึ้นดอยไปส่งแล้ว..." ภัทรชี้ไปยังกลุ่มหมอที่กำลังยิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี

"พวกนี้เขาไปเพื่อทำงาน ไม่ได้ไปแบกของครับ”

“จ้างไปส่งแล้ว แล้วมึงจะขึ้นไปอีกทำไม คือจะไปให้เขาเห็นหน้าคนให้ว่างั้น? ที่แท้ก็พวกทำบุญเอาหน้า!” น่านน้ำพ่นคำพูดดูถูกออกมาตามสันดานเดิม

ภัทรหยุดยิ้มทันที เขาสบตาน่านน้ำอย่างจริงจัง

“พวกกูขึ้นไปทำหมันหมาให้เขา” ภัทรพูดเสียงเรียบ

“แต่ปากแบบมึงเนี้ย... น่าจะมีหมาเยอะ ให้กูทำหมันให้ไหม”

น่านน้ำนิ่งงันไปทันที เพราะคำตอกกลับของภัทรมันโดนปมในใจเต็มๆ

คำว่าทำหมันที่ภัทรพูดอย่างขำๆ นั้นมันเจาะทะลุตรงไปยังปัญหา ‘น้องชายไม่สู้’ ที่เขากำลังเผชิญอยู่! ไอ้ภัทรมันรู้เรื่องนี้หรือเปล่า? หรือมันแค่พูดไปตามน้ำ?

น่านน้ำกัดกรามแน่น เขาไม่สามารถโต้ตอบอะไรกลับไปได้ในทันที เพราะชะนักมันปีกหลังเขาอยู่

ขณะที่คนหน้าหล่อยังคงอับอายและหงุดหงิดกับการโดนเพื่อนตอกหน้า ผู้โดยสารก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูทางออกขึ้นเครื่องแล้ว

น่านน้ำเดินขึ้นเครื่องบินอย่างคนอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ลืมตาตื่น เขาเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง ส่วนภัทรนั่งลงที่เบาะกลางข้างๆ เขาอย่างสบายอารมณ์

เครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัวออกจากหลุมจอด เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเป็นฉากหลัง น่านน้ำไม่แม้แต่จะมองออกไปนอกหน้าต่าง เขากำลังจมอยู่กับความคิดที่ว่า ทำไมคนอย่างเขาต้องมานั่งเครื่องบินภายในประเทศเพื่อทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ด้วย

ภัทรเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเพื่อนก็อดไม่ได้ที่จะแซวขึ้นมาอีกครั้ง

“ว่าแต่นอนสองคืนนะ มึงไหวเนอะ? ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ต” ภัทรพูดด้วยรอยยิ้มกวนๆ

น่านน้ำตวัดสายตาคมกริบใส่เพื่อนทันที

“มึงพูดเหี้ยอะไรออกมาไอ้หมอ! มึงคิดว่ากูเป็นคุณหนูที่ต้องติดโซเชียลเหรอไง?” น่านน้ำตอบกลับ ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาเคยชินกับการเข้าพักในโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั่วโลก การถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นสิ่งที่คนรักสบายอย่างเขาไม่เคยต้องเผชิญ

“กูเป็นนักบิน! กูอยู่บนเครื่องยาวๆ 18ชม.ได้โดยไม่มีอินเตอร์เน็ต! จะไม่มีไฟฟ้าแค่สองคืนมันจะไปยากอะไร”

“หึ” ภัทรไม่ได้เถียงต่อ แค่หัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน

“ก็ดี... เผื่อจะทำให้มึงได้อยู่กับตัวเองบ้าง เลิกคิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ แล้วโฟกัสกับอนาคตสักที”

น่านน้ำไม่ได้ตอบกลับ เขาหันหน้าหนีไปทางหน้าต่างอย่างดื้อรั้น ภาพใบหน้าพิม ภาพความพ่ายแพ้ต่อไอ้ชู้นั้น และภาพของสาวๆ ทั้งหลาย มันซ้อนทับกันในหัวเขาวุ่นวายไปหมด

สองคืนบนดอย... ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ต... ก็ดี! อย่างน้อยก็ได้ทิ้งขยะที่ไร้ประโยชน์นั่นไปให้หมด! เขาคิดอย่างเอาดื้อดึง โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าขยะที่เขาพยายามทิ้งไปนั้น กำลังจะนำบางสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตที่Toxicของเขาไปตลอดกาล

.......................

เครื่องบินลงจอดที่สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงรายในเวลา09:45น.

ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากเครื่องบิน น่านน้ำก็รู้สึกถึงอากาศที่แห้งและเย็นกว่ากรุงเทพฯเล็กน้อย เขาเดินนำหน้าภัทรและคณะหมอใจบุญไปยังสายพานรับกระเป๋า

ช่วงเวลาแห่งความน่าอึดอัดมาถึงเมื่อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ทั้งห้าใบของน่านน้ำไหลออกมาจากสายพาน การขนย้ายสัมภาระเหล่านั้นออกจากสนามบินกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างไม่น่าเชื่อ

น่านน้ำขนกระเป๋าเดินทางทั้งหมดออกจากสนามบินอย่างทุลักทุเล เขากำลังเหงื่อแตกอยู่กับการจัดเรียงกระเป๋ายักษ์เหล่านั้นบนรถเข็นเพียงคันเดียว

ชายหนุ่มคนหนึ่งในคณะของภัทร ซึ่งดูเป็นมิตรและจิตใจดีตามแบบฉบับของกลุ่มก็เดินเข้ามาอาสาช่วยอย่างร่าเริง

“คุณน่านน้ำใจบุญมากเลยนะครับ ขนของมาบริจาคเยอะเลย” หมอหนุ่มยิ้มกว้างอย่างจริงใจ พลางยื่นมือเข้าช่วยประคองกระเป๋าใบหนึ่งอย่างระวัง

น่านน้ำรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำความใจหยาบของตัวเองที่พยายามมาทิ้งขยะ แต่กลับถูกเข้าใจว่าเป็นคนใจบุญ เขาทำได้แค่ยิ้มปากกระตุกไม่มีคำตอบรับหรือคำขอบคุณใดๆ สื่อสารออกมา

“มันไม่ได้มาทำบุญหรอกวิน มันมาทิ้งขยะ” ภัทรเฉลยเจตนาเพื่อนไปตามความจริงก่อนจะเดินเข้ามาช่วยน่านน้ำเข็นกระเป๋าออกจากอาคาร

ความทุลักทุเลและบาปกรรมที่เขาต้องแบกรับยังไม่หมด

เมื่อน่านน้ำเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสาร เขาก็เห็นสภาพรถที่คุณหมอใจบุญได้จัดสรรไว้ ไม่ใช่รถตู้ปรับอากาศสบายๆ ที่เขาเคยนั่ง แต่มันคือรถกระบะแบบโฟร์วีลไดรฟ์ที่ดูดุดันไม่เกรงใจใครสองคันจอดรออยู่

“ดีนะเป็นรถกระบะ ไม่งั้นของมึงไม่รู้จะขนไปไงเลย” ภัทรหันมาบอกพลางผิวปากอย่างสบายอารมณ์

น่านน้ำมองรถกระบะที่ถูกยกสูงด้วยความรู้สึกตกตะลึง นี่คือพาหนะของเขาตลอดสองคืนที่ห่างไกลจากความศิวิไลซ์งั้นหรือ?

ก่อนที่หนุ่มๆ หมอหมาจะช่วยกันขนสัมภาระส่วนตัว และกระเป๋าห้าใบยักษ์ของน่านน้ำขึ้นหลังกระบะรถ ภัทรก็หันบอกข่าวร้ายเรื่องถัดมาให้เขารู้

“แต่ที่นั่งในรถอะ ให้พวกผู้หญิงเขานั่งนะ” ภัทรชี้มือไปยังกลุ่มสัตวแพทย์หญิงที่เริ่มขยับตัวเข้าประจำที่ด้านหน้าอย่างเป็นระเบียบ “พวกเราผู้ชายอกสามศอก... นั่งหลังกระบะ!”

“หาาาา!” น่านน้ำอุทานออกมาเสียงหลงจนลืมมาดเย่อหยิ่งไปชั่วขณะ เขาเบิกตาโตจ้องหน้าเพื่อนเหมือนเห็นผี

“กูเซตผมมา มึงไม่เห็นเหรอครับเพื่อน! ให้กูนั่งหลังกระบะเนี่ยนะ หน้ากูไม่ดำหมดเหรอ! หมวกกูก็ไม่ได้เอามา!”

ปลายนิ้วยาวชี้ลงที่เส้นผมสีเข้มที่ถูกเซตมาอย่างเนี้ยบกริบด้วยสเปรย์อย่างดี ราวกับจะบอกว่าทุกอนูบนศีรษะมันคือศิลปะที่ห้ามถูกทำลาย การที่คนหล่อระดับเทพบุตรอย่างเขาต้องไปสู้รบกับลมพัดโกรกจนผมเสียทรง หรือต้องเอาผิวขาวผุดผ่องไปตากแดดจนไหม้เกรียม แถมยังต้องสูดฝุ่นดินแดงให้หน้าดำ มันคือโศกนาฏกรรมชัดๆ!

“หน้าหล่อขนาดมึงไม่เสียโฉมง่ายๆ หรอกน่า” ภัทรไม่สนเสียงโวยวาย เขาจัดการตบหลังเพื่อนฉาดใหญ่แล้วผลักร่างกำยำให้ปีนขึ้นท้ายรถอย่างไม่ใยดี

“ขึ้นไปได้แล้วไอ้คุณหนู เดี๋ยวจะไปไม่ทัน!”

น่านน้ำยืนเคว้งอยู่ริมรถหนึ่งอึดใจ ก่อนจะฝืนใจปีนขึ้นไปนั่งบนกระบะอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าคมบึ้งตึงจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อใครได้สักคน เขากอดกระเป๋าเดินทางใบเล็กไว้แน่นไม่ใช่เพราะหวงของข้างใน แต่เหมือนกำลังกอดความหงุดหงิดที่ล้นทะลักออกมาที่ต้องมาเจอเรื่องราวห่วยแตกแบบนี้ในวันวาเลนไทน์

รถกระบะเริ่มเคลื่อนตัวทิ้งความศิวิไลซ์ไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่ถนนลูกรังที่ฝุ่นเริ่มตลบอบอวล น่านน้ำนั่งโยกเยกไปตามแรงกระแทกของรถที่ตกหลุมลงบ่อ กระเป๋าห้าใบยักษ์ข้างกายกระแทกเข้าหาตัวเขาเป็นระยะ ราวกับพวกมันกำลังช่วยกันสะกิดตอกย้ำว่าไอ้ความรักเฮงซวยในอดีตนั้น มันกำลังพาเขามาตกระกำลำบากท่ามกลางฝุ่นดินแดงพวกนี้!

“นี่มันคือการเอากูมาทรมานชัดๆ” น่านน้ำพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงห้วนจัดแสดงออกถึงความอดทนที่ใกล้จะหมดลง

ทุกครั้งที่ล้อรถกระบะบดลงบนหลุมบ่อ แรงสั่นสะเทือนก็กระแทกเข้าที่ก้นของเขาจนตัวโยน ฝุ่นดินสีแดงละเอียดยิบปลิวว่อนเข้ามาปะทะร่าง ราวกับมันมีเป้าหมายอยู่ที่เส้นผมสีเข้มที่เขาอุตส่าห์เซตมาอย่างดี ที่บัดนี้มันเริ่มจับตัวเป็นก้อนสากๆ เหมือนขนมครองแครงเข้าไปทุกที

มือหนายกขึ้นปัดฝุ่นออกจากใบหน้าอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้นิ้วเบียดผิวหน้าแรงเกินไปเพราะกลัวจะอุดตันรูขุมขน แต่เหงื่อที่เริ่มซึมตามไรผมจากอากาศที่เริ่มอบอ้าวก็ทำให้เขารู้สึกเหนียวเหนอะหนะจนอยากจะบ้าตาย

หน้ากู... หน้าหล่อๆ ของกู ไอ้เหี้ย! เขาสบถในใจรอบที่ล้าน สายตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นกันแดดราคาแพงจ้องมองแผ่นหลังของภัทรและคณะหมอหมาที่นั่งเบียดกันอยู่ด้วยความขุ่นเคือง พวกนั้นหัวเราะร่า คุยกันจ้อเรื่องสถิติการทำหมันหมาและการเตรียมของบริจาคอย่างมีความสุข โดยไม่มีใครหันมาเหลียวแลเลยว่าโคไพลอตสุดหล่ออย่างเขาที่นั่งโต้ลมอยู่ท้ายรถกำลังเผชิญกับหายนะทางผิวพรรณขนาดไหน

“โง่เง่า! เสียเวลาชีวิตชิบหาย!” น่านน้ำสบถออกมาไม่หยุดปาก ท่าทางเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความพาลหาเรื่องแบบกู่ไม่กลับ เขากลายร่างเป็นคนสันดานเสียที่ฟาดงวงฟาดงาใส่ทุกอย่างรอบตัว เพราะยิ่งเดินทางไกลออกมาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบว่าตัวเองควบคุมอะไรไม่ได้เลย ทั้งเส้นทางฝุ่นตลบนี้ หรือแม้แต่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวตัวเอง

เขากระชากผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋ากางเกงเพื่อจะซับเหงื่อที่ไหลซึมตามกรอบหน้าคม แต่พอสัมผัสเนื้อผ้าความทรงจำก็แล่นเข้าสมองจนหน้าตึง... แม้แต่ผ้าผืนนี้ พิมก็เป็นคนซื้อให้! ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดจนถึงขีดสุด น่านน้ำขยำผ้าเช็ดหน้าในมือจนยับยู่ยี่ด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะตัดสินใจเหวี่ยงมันทิ้งออกไปนอกรถอย่างไม่ใยดี

“ไปตายซะ!”

ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินปลิวหวือไปตามลมแรงหายลับไปกับฝุ่นดินแดงข้างทาง เขาจ้องมองมันด้วยแววตาเกลียดชังราวกับว่าการทิ้งของพวกนี้จะช่วยสลัดความรู้สึกพ่ายแพ้ออกไปจากอกได้ แต่ความจริงคือเขายังนั่งอยู่ท้ายกระบะรถที่โคลงเคลงไปมาในชุด Balenciaga ราคาแพงที่ตอนนี้เริ่มจะกลายเป็นสีแดงเพราะฝุ่นดิน

…….

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   ตอนพิเศษ4 การเดินผจญภัยครั้งที่สองของดาวฝัน

    ตอนพิเศษ4 การเดินผจญภัยครั้งที่สองของดาวฝันสวัสดีค่ะหนูชื่อ ‘ดาวฝัน’ จุนยาย จุนป้า คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นหูหรือรู้จักหนูผ่านคำบอกเล่าของพี่ชายสุดทึ่มมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ ใช่แล้วค่ะ... หนูคือ เม็ดขนุน ตัวน้อยที่พี่ดาวเหนือชอบเอาไปนินทาให้ทุกคนฟังนั่นแหละค่ะเฮ้อ…. .............หนูละไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดถึงพี่ชายที่แสนจะซื่อบื้อคนนี้ดีจริงๆลองคิดดูสิคะ มีอย่างที่ไหนตอนหนูอายุหกเดือน เป็นแค่เบบี้ตัวเล็กๆที่ยังพูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองก็ไม่ได้เลยสักนิด แต่หนูกลับถูกพี่ชายตัวดีอุ้มกระเตงพาวิ่งหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปหาคุณปู่! คิดแล้วก็ขนลุกไม่หายเลยค่ะ ถ้าวันนั้นหนูไม่ได้เกิดมาเป็นเด็กโชคดี ดวงแข็ง ดวงมหาอุจ ป่านนี้หนูอาจจะโดนโจรใจร้ายจับตัดนิ้วมือนิ้วเท้าครบทั้งยี่สิบนิ้วแล้วส่งออกไปขายที่ต่างประเทศแล้วก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะถูกควักตับไตไส้พุงเอาไปประมูลขายให้พวกเศรษฐีที่ชอบทานของแปลกๆ หรือถ้าหากโชคร้ายถึงขีดสุด... หนูคงถูกเอาไปเคี่ยวทำลูกกรอกเฝ้าสมบัติไปแล้วแน่ๆ!คิดดูเถอะค่ะว่ามันอันตรายขนาดไหน... แต่พี่ชายตัวดีของหนูกลับมองว่าวีรกรรมเสี่ยงตายในครั้งนั้น

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   ตอนพิเศษ3 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ

    ตอนพิเศษ3 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ และสำหรับครั้งนี้ ครั้งที่สามของการหนี…. ใช่ ด่านรภป. ที่เคยเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ในอดีต บัดนี้เด็กชายดาวเหนือในวัยห้าขวบกว่าสามารถผ่านมันมาได้ง่ายๆชนิดที่พี่ๆรปภ.ไม่มีทางตามเล่ห์เหลี่ยมทัน แผนการของเขาคือการเฝ้ารอจังหวะที่พี่ๆรปภ.ทุกคนกำลังหันไปสนใจทางอื่น ประจวบเหมาะกับที่มีรถยนต์จากภายนอกขับเข้ามาติดต่อแลกบัตรเข้าหมู่บ้านพอดี เด็กชายจึงอาศัยความตัวเล็กเดินเนียนลากกระเป๋าเดินทางผ่านหน้าป้อมออกมาได้อย่างง่ายดายครั้งนี้เขาฉลาดและมีวิวัฒนาการขึ้นมาก เขาสลัดทั้งถุงผ้าและเป้สะพายหลังทิ้งไป แล้วเลือกใช้กระเป๋าเดินทางแบบลากแทน เพราะอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็นของเม็ดขนุน นั้นมีเยอะแยะอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นนมชง แพมเพิส ตุ๊กตาหมีตัวโปรด หรือแม้กระทั่งผ้าห่มเน่า เขาก็จับยัดใส่กระเป๋าเตรียมมาให้ครบถ้วนไม่มีขาดตกบกพร่อง ส่วนสาเหตุหลักๆในการตัดสินใจพาตัวประกันก้อนจิ๋วหนีออกจากบ้านในครั้งนี้ หลังจากประมวลผลในสมองอันชาญฉลาดแล้วสรุปได้เป็น 2 ข้อใหญ่ๆ คือ หนึ่ง...ภารกิจตามหาเมียมันยังไม่จบสิ้น! และสอง...เขาทนเห็นน้องสาวอย่างเม็ด

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   ตอนพิเศษ2 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ

    ตอนพิเศษ2 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ ส่วนการหนีออกจากบ้านครั้งที่สองน่ะเหรอ... สำหรับครั้งนั้นดาวเหนือขอนับว่ามันคือความประสบความสำเร็จอย่างงดงามของเขาเลยก็ว่าได้ ปะป๊าใจแคบนั่นน่าจะพอจำฝังใจได้บ้างแหละว่าบนโลกใบนี้ยังมีลูกชายตัวคนเดียวอย่างเขาอยู่อีกคน เหตุการณ์ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เม็ดขนุนเข้าไปอยู่ในท้องของแม่มะลิเรียบร้อยแล้ว ด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก ดาวเหนือพยายามเอ่ยปากถามตั้งหลายครั้งหลายหนว่าทำยังไงในท้องของแม่มะลิถึงมีเม็ดขนุนที่จะกลายมาเป็นน้องสาวของเขาได้ แต่สิ่งที่ปะป๊าตอบเขากลับมาน่ะเหรอ... มันช่างน่าผิดหวังและกวนประสาทสิ้นดี“ทำไมในท้องแม่ ถึงมีน้องได้ครับ” ดาวเหนือในวัยสี่ขวบเอามือเล็กๆป้อมๆลูบไปบนท้องกลมๆขาวๆของแม่ด้วยความทะนุถนอม “ก็ป๊าเป็นคนใส่เข้าไป” น่านน้ำตอบลูกชายกลับมาทันควันด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูภาคภูมิใจในตัวเองเสียเต็มประดาดาวเหนือก้มหน้ามองคนเป็นพ่อแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ทั้งคำพูดคำจาและท่าทางที่ปะป๊ากำลังทำอยู่มันช่างขัดหูขัดตานัก เพราะในขณะที่ปากตอบคำถามลูกชาย ตัวของปะป๊าก็กำลังนอนยึดครองตักนิ่มๆ

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   ตอนพิเศษ1 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ

    ตอนพิเศษ การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ 1ท่ามกลางแสงแดดอุ่นของหมู่บ้านจัดสรรระดับซูเปอร์ลักชัวรี ปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบกว่าๆคนหนึ่งกำลังก้าวฉับๆอยู่บนทางเท้าด้วยความมุ่งมั่น เด็กชายดาวเหนือผู้มีผิวขาวผุดผ่อง ตากลมโต หน้าหวานถอดแบบมาจากมะลิผู้เป็นแม่ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมองด้วยความเอ็นดู ทว่าสิ่งที่ขัดกับหน้าตาอันจิ้มลิ้มนั้นอย่างสิ้นเชิง คือรังสีความเย่อหยิ่งและท่าทางฟอร์มจัดที่ได้ถอดรหัสพันธุกรรมมาจากน่านน้ำผู้เป็นพ่อมาแบบเต็มร้อยไม่มีหักมือเล็กๆของเด็กชายข้างหนึ่งกำลังออกแรงลากกระเป๋าเดินทางยี่ห้อริโมว่า(Rimowa)สีเงินวาววับ ซึ่งมีความสูงเกือบจะเท่าอกของตัวเองอย่างทุลักทุเล แต่เจ้าตัวก็ยังเชิดหน้าเดินต่อราวกับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย บนตัวคาดสายกระติกน้ำสีทองอร่ามรูปถุงมืออัญมณี ‘อินฟินิตี กอนต์เลต’ สัญลักษณ์ของธานอส มหาวายร้ายในดวงใจที่เขาชื่นชมมากกว่าฮีโร่คนไหนๆส่วนแขนอีกข้างที่ยังว่าง เด็กชายดาวเหนือได้ใช้หนีบ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ เอาไว้แน่น... น้องสาวตัวน้อยที่ยังเป็นทารกถูกพี่ชายหนีบกระเตงมาด้วยกัน ยายหนูคนดีไม่ร้องไม่ดิ้น ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับสมยอมในแผนก

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++    บทที่ 144 ฟ้าของน่านน้ำ (จบ)

    บทที่ 144 ฟ้าของน่านน้ำ (จบ)พอถึงโรงพยาบาล ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยความคล่องแคล้วของป้าสาย แกจัดการเอกสารและประสานงานกับพยาบาลทุกอย่างแทนเจ้านายได้อย่างครบถ้วนกบวนความ เพราะในขณะนี้คุณพ่อไม่ยอมห่างจากคุณแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียวมือหนาของน่านน้ำกุมมือมะลิไว้แน่นขณะที่พยาบาลเข็นเตียงเข้าไปในห้องเตรียมคลอด ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาทำเอาพยาบาลสาวๆไม่กล้าสบตา“กุนคะ... หนูไม่ค่อยปวดแล้ว ไม่เป็นไรนะ” น้องบอกเสียงอ่อนพยายามจะให้เขาไปนั่งรอข้างนอก เพราะเห็นสีหน้าของสามีแล้วก็สงสารกลัวเขาจะเครียดไปมากกว่านี้“ไม่เอากุนจะอยู่ตรงนี้” เขายืนยันเสียงแข็ง แววตาคมกริบจ้องมองเตียงไม่วางตา ราวกับว่าถ้าเขาละสายตาไปเพียงวินาทีเดียวมะลิจะคลอดลูกออกมาโดยที่เขาไม่ทันได้ให้กำลังใจ“แต่คุณหมอกับพยาบาลเขาทำงานลำบากค่ะ” มะลิถอนหายใจเบาๆ พลางหันไปมองบุคลากรทางการแพทย์ที่ยืนประสานมือยิ้มมองน่านน้ำอยู่ข้างๆเตียงอย่างใจเย็น พวกเขาคงชินกับอาการหวงเมียของคุณพ่อมือใหม่มานักต่อนักแล้ว

  • ฟ้าของน่านน้ำ NC24++   บทที่ 143 ความตื่นตระหนกของคุณพ่อ

    บทที่ 143 ความตื่นตระหนกของคุณพ่อและแล้วเดือนที่8ของการตั้งครรภ์ก็มาถึง ท้องของมะลิขยายกลมโตจนเห็นได้ชัด“กุนแน่ใจเหรอคะว่าไม่อยากให้หมอบอกเพศลูก…คุณแม่ถามหนูมาไม่หยุดเลย”น้องที่นอนพิงอกสามีอยู่บนโซฟาเอ่ยถามขึ้น พลางเงยหน้ามองปลายคางคมเข้มของคุณพ่อมือใหม่ที่นับวันจะยิ่งติดเมียหนักกว่าเดิม“กุนอยากรู้วันนั้น... ก้อนแป้งจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายกุนก็รักหมด” เขาตอบเสียงนุ่มพรางลูบท้องกลมๆของมะลิไปอย่างแสนรัก“แล้วถ้าไม่ใช่ทั้งคู่ล่ะคะ?” มะลิยิ้มถามหยั่งเชิง“ก็รักอยู่ดี”เขาตอบแบบไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว คำตอบนั้นทำเอาคนฟังใจฟูจนต้องขยับเข้าไปซุกอกเขาให้แน่นขึ้น แต่แล้วประโยคถัดมาก็ทำให้มะลิถึงกับต้องถอนหายใจ“ส่วนหนูก็ไม่ต้องคุยกับแม่เยอะ ชอบมาพาหนูไปนั่นนี่ กุนไม่ชอบเลย” เขาบ่นอุบอิบพลางหน้ามุ่ยมะลิมองค้อนให้สามีทันที นั่นมันแม่ตัวเองแท้ๆนะ ทำไมถึงได้หวงเธอจากแม่ขนาดนี้ หวงจนบางครั้งมันดูเกินกว่าเหตุ จนมะลิเริ่มสงสัยว่ามันมีอะไรอย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status