Teilen

บทที่ 2

last update Zuletzt aktualisiert: 09.01.2026 18:31:44

“ใช่” นางตอบเขาเสียงเรียบ “ภายใต้ข้อตกลงที่ว่านั้น เจ้าจะต้องเก็บทุกอย่างเป็นความลับ หากเรื่องทุกอย่างลุล่วงเจ้าต้องอยู่ข้างกายข้า คุ้มครองความปลอดภัยให้ข้าห้าปี หลังจากนั้นเจ้าจะเป็นอิสระ”

“ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าจะทำตามข้อตกลง”

เขาไม่ชอบรอยยิ้มของนาง แม้เขาเป็นวรยุทธ์และอายุมากกว่านางถึงสิบปี แต่ไม่รู้เพราะอะไรเขาจึงรู้สึกว่าคนตรงหน้าอาวุโสกว่า

เขายอมรับว่ารู้สึกได้ถึงอำนาจและรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างเล็ก มันคล้ายความเป็นผู้นำ ความเด็ดขาด รวมไปถึงความโหดเหี้ยมซึ่งปะปนมากับรังสีแห่งการเข่นฆ่า

ใช่...เด็กวัยสิบสี่ ทั้งยังเป็นสตรี นางกลับมีรังสีแห่งการเข่นฆ่าในดวงตา!!!

วันนั้นไม่มีใครเห็นอย่างที่เขาเห็น แม้นางไร้วรยุทธ์และไร้กำลังภายใน แต่การเคลื่อนไหวกลับคล่องแคล่ว รวมไปถึงกระบวนท่าในยามที่นางกวัดแกว่งกระบี่ไม้ ยังถึงกับสามารถหักขาคุณชายห้า ซึ่งเป็นพี่ชายของนางเอง และนางทำได้โดยที่ตาไม่กะพริบ ลมหายใจก็ไม่แม้แต่จะติดขัด

หลังจากเกิดเรื่องนางนั่งลงขดตัวร้องไห้ดังลั่น พร้อมกันนั้นก็ตีหน้าเศร้าแสร้งทำเป็นหวาดกลัว กระทั่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าต้องปลอบโยน

เหตุการณ์วันนั้นไม่เพียงแค่ขาหัก แต่คุณชายห้ายังถูกสั่ง ถูกกักบริเวณเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มอีกด้วย

“คนฝึกยุทธ์ไม่ว่ายุคสมัยใดย่อมหลงใหลสิ่งแปลกใหม่ แม้ตอนนี้เหล่าชาวยุทธ์ล้วนวางมือและหลบเร้น แต่ยังมีบางคนที่ปะปนกับชาวบ้าน รวมไปถึงบางคนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ด้วยการเข้ามาเป็นคนคุ้มกันให้ตระกูลใหญ่”

น้ำเสียงเนิบนาบของหยวนหรู บวกกับท่วงท่าการเดินอันมั่นคงสง่างาม แม้นางจะสวมเพียงเสื้อผ้าฝ้ายมอซอตัดเย็บอย่างไม่ประณีต แต่นางกลับดูราวกับของที่ถูกวางผิดที่ผิดทางในความรู้สึกของโจวเช่อ

“เจ้าเป็นคนมีฝีมือ ตอนแรกข้ายังคิดว่าเป็นเหตุผลเหล่านั้น แต่ไม่นานมานี้ข้าบังเอิญรู้เรื่องหนึ่ง”

โจวเช่อชะงักทันที ใบหน้าของเขาแฝงประกายโทสะขึ้นมาช้าๆ

“ไม่ต้องโทษนาง นางไม่ผิด เป็นข้าเองที่หลอกถามเรื่องนี้จากนาง”

เขากำมือแน่นเพราะตระหนักดีว่า ‘นาง’ ซึ่งอีกฝ่ายพูดถึงคือผู้ใด

ซุนเอ๋อร์ สาวใช้ซึ่งฮูหยินผู้เฒ่าส่งมาดูแลหยวนหรู นางก็คือหญิงคนรักของเขา หลายวันก่อนเขาได้ยินมาว่าคนรักถูกส่งตัวมาดูแลคุณหนูเจ็ด เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเอ็นดูสงสารคุณหนูเจ็ดมาก เขาจึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายจงใจ

“เพราะอย่างนี้ท่านจึงเจาะจงเลือกซุนเอ๋อร์หรือ เพราะท่านรู้ว่า...” เขาไม่พูดต่อเพราะคำตอบก็ชัดเจนแล้วจากรอยยิ้มของอีกฝ่าย

“หากจะแก้แค้น ฝีมือของเจ้าต้องเหนือกว่าศัตรู ข้าไม่เคยเห็นฝีมือของผู้คุ้มกันหัวหน้าตระกูลเฟิง แต่ข้ามั่นใจว่าเพลงกระบี่ของข้าเหนือกว่าผู้ใดในดินแดนนี้”

โจวเช่อขมวดคิ้ว “ยอมรับแล้วหรือว่าแท้ที่จริงท่านมิใช่คุณหนูเจ็ด แต่เป็นคนที่มาจากที่อื่น” เขายังคงไม่ยอมรับว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงในการขายตัวเป็นผู้คุ้มกันของหยวนวั่น นั่นก็คือหาโอกาสสังหารเจียงหง ผู้คุ้มกันของหัวหน้าตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน

หยวนหรูเลิกคิ้วมองโจวเช่อ “อะไรทำให้เชื่อเช่นนั้น”

“ท่านมิใช่คุณหนูเจ็ดหยวนหรู ท่านคือใคร”

“ข้านะหรือ”

รอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่ายทำให้โจวเช่อถึงกับขนลุก

“ข้าก็คือหยวนหรู ผู้นำตระกูลหยวนคนต่อไปอย่างไรเล่า”

โจวเช่อครุ่นคิดอยู่นานและหยวนหรูก็ไม่ได้เร่งรัดเขา นางเพียงยืนมองกลุ่มสาวใช้ซึ่งเดินอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดที่นางยืนอยู่ ตรงกลางระหว่างทางเดินนี้เป็นสระบัวขนาดใหญ่ ฟากหนึ่งคือสวนแมกไม้นานาพันธุ์ซึ่งประดับประดาอย่างงดงาม แต่อีกฟากกลับถูกปล่อยรกร้างกระทั่งมองไม่ออกว่ามีคนอาศัยอยู่

“ข้าต้องทำอย่างไร”

“เจ้าทำสัญญากับหยวนวั่น...” หยวนหรูแค่นเสียงอย่างดูแคลนเมื่อเรียกหยวนวั่นเป็นบิดา “ท่านพ่อ ข้าหมายถึงท่านทำสัญญากับท่านพ่อกี่ปี”

ภาพความทรงจำเลวร้ายของเด็กน้อยหยวนหรู ทำให้แม้แต่นางก็รู้สึกโกรธแค้นชิงชังอีกฝ่าย กระนั้นในความทรงจำของเด็กน้อย กลับไร้ความรู้สึกทำนองนั้น ในหัวใจอันบริสุทธิ์กลับยังคงเต็มไปด้วยความเคารพรัก และนั่นยิ่งโหมกระพือโทสะในใจของนางให้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี

“จนกว่าเขาจะวางมือจากตำแหน่งผู้นำตระกูล”

หยวนหรูเลิกคิ้วมองโจวเช่อราวกับเขาคือตัวโง่งม เขาเองก็มองออกจึงได้แต่ก้มหน้าหัวเราะเสียงขื่น

“ข้าไร้ทางเลือก ตอนนั้นไม่อาจหาวิธีเข้าเมืองอู่โจวอย่างถูกต้อง หลายปีก่อนชาวยุทธ์ทั้งหลายต่างถูกลดชนชั้น กระทั่งไพร่ก็ไม่ใช่ทาสก็ไม่เชิง หากมิใช่ผู้คุ้มกันตระกูลใหญ่หรือคนของเหล่าผู้มีอิทธิพล ทุกคนล้วนถูกขับไล่ไม่ก็อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ อดีตฮ่องเต้เกรงว่าหากชาวยุทธ์ไม่รับใช้ราชสำนัก ก็อาจรวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มมือสังหาร ดังนั้นเมื่อบ้านเมืองไร้สงครามจึงกวาดล้างชาวยุทธ์ทั่วทั้งแคว้นจ้าว แคว้นอื่นๆ เห็นเช่นนั้นก็เริ่มทำตาม กระทั่งไม่กี่ปีชาวยุทธ์ทั้งหลายก็หลบเร้นกระทั่งยุทธภพหลงเหลือเพียงเรื่องเล่าขานเท่านั้น”

หยวนหรูขมวดคิ้ว “แล้วพรรคใหญ่เล่า อย่างน้อยๆ พรรคมารย่อมไม่รอให้ราชสำนักกวาดล้างอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของนางเจือโทสะเล็กน้อย

“พรรคใหญ่หรือ? ไม่มีพรรคใหญ่มาเกือบห้าร้อยปีแล้วกระมัง ข้าติดตามอาจารย์ตั้งแต่อายุห้าขวบ ได้ยินเพียงเรื่องเล่าขานว่าครั้งหนึ่งยุทธภพต่างก็รุ่งเรือง มีพรรคใหญ่มากมายปกครองเมืองต่างๆ แบ่งเป็นฝ่ายมารและฝ่ายธรรมะอย่างชัดเจน แต่อาจารย์บอกว่าเรื่องนี้ก็เหมือนตำนานที่หายไปกับกาลเวลา”

“ห้าร้อยปีให้หลังเลยหรือ นานถึงเพียงนั้น” นางพึมพำเสียงเบา ใบหน้าผิดหวังเผยออกมาให้เห็น กระทั่งหายวับไปอย่างรวดเร็ว

“อาการป่วยของ…ท่านพ่อยังไม่แน่ชัด แต่หากยังโหมงานหนักเช่นนี้ สุขภาพของเขาอีกไม่นานคงรับไม่ไหว ตอนนี้รอเพียงวันใดที่จะทรุดลงเท่านั้น ถึงวันนั้นสัญญาระหว่างเจ้ากับเขาก็จะสิ้นสุดลง ก่อนที่เจ้าจะได้สังหารคนเพื่อแก้แค้น เจ้าเป็นคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุด ขอเพียงหาโอกาสให้ข้าได้พบเขา และเป็นโอกาสที่ข้าสร้างขึ้น ข้าจะช่วยเจ้าสังหารคนผู้นั้นแก้แค้นให้อาจารย์ที่จากไปของเจ้า”

“โอกาสเช่นไร”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 11

    “คุณหนูเจ็ดผู้นี้...” เฟิงเสวียนคุนยังคงมองตรงไปยังทิศทางที่รถม้าจากไป “ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ แต่เรื่องในวันนี้อาจอยู่ในความคาดหมายของนางแล้ว”“หมายความว่าอย่างไร”“เจ้าลืมไปแล้วหรือ นางมองออกไปนอกระเบียงตลอด หลังจากนั้นก็พูดว่า ‘มากันแล้ว’ ไม่นานบ่าวนางนั้นก็พาคนพรวดพราดเข้าไป”หม่าเซียวคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ “รวมเรื่องที่พบเราด้วยหรือ”“ข้าว่าเรื่องที่ได้พบเราสองคนคือเรื่องที่นางไม่คาดคิดมาก่อน เพียงแต่เรื่องนี้ข้าว่ามีบางอย่างแปลกๆ หากนางคือคนที่ท่านลุงหยวนเลือกจริง ออกมาเดินเล่นข้างนอกย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เหตุใดท่านป้าต้องส่งบ่าวไพร่มากมายมาพากลับจวน เพียงส่งคนมาบอกกล่าวก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่างคุณหนูเจ็ดมาเยือนหอฟางจื่อ เหตุใดต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย”“อา...ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย จะว่ากันตามตรงแล้วนางเองก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอดีตฮูหยินเอกของท่านลุงหยวน เสียดายที่พี่ชายของนางมาสิ้นใจไปเสียก่อน หาไม่เขาที่เป็นถึงบุตรชายคนโตหรือจะปล่อยให้น้องสาว...” หม่าเซียวตบปากตัวเองเบาๆ “ไม่พูดแล้วๆ ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”“บางทีข่าวลือก็อาจไม่จริงเสมอไป เห็นชัดว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้ไ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 10

    “ตระกูลหยวนทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้ว ไม่บอกกล่าวกลับเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ไม่ทันมองให้ดีทั้งยังไม่ขออนุญาตกลับเปิดปาก คุณหนูไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้ใดและมีหน้าที่ใดในตระกูลหยวนหรือ” หม่าเซียวกล่าวเสียงเรียบ“ขออภัยคุณชายหม่า นางเป็นเพียงบ่าวของท่านแม่เท่านั้น” นางกับหม่าเซียวเล่นงิ้วโรงหนึ่งเข้ากันราวกับนัดแนะ“เสียมารยาทแล้ว ช่างน่าขายหน้ายิ่ง กลับไปข้าจะให้ท่านแม่ลงโทษนางอย่างเหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่ขุ่นเคือง”“ไม่ถือๆ เห็นแก่หน้าท่าน วันนี้ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”“ท่านแอบหนีออกมาเช่นนี้จะถูกลงโทษหรือไม่ อย่างไรให้ข้ากับอาเซียวไปส่งที่จวน จะได้ไปขอร้องหยวนฮูหยินไม่ให้เอาผิดท่าน อย่างไรเสียก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”“ขอบคุณคุณชายเฟิง แต่เรื่องนี้ข้าทำผิดจริง เพราะอยากออกมาเปิดหูเปิดตา จะถูกลงโทษย่อมสมควรแล้ว วันนี้คงต้องกล่าวลา วันหน้าค่อยชดเชยให้ท่านทั้งสอง เรื่องที่คนตระกูลหยวนเสียมารยาทในวันนี้”นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่มองสีหน้าขาวซีดของนางหวัง เนื่องจากเพิ่งสังเกตว่าบุรุษทั้งสองคนนั้น แท้ที่จริงก็คือคุณชายจากสองตระกูลใหญ่นางพรวดพราดเข้ามานับเป็นเรื่องเสียมา

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 9

    คุณชายหม่าผู้นี้ใช้จ่ายอย่างมือเติบนัก เขาถึงกับเลือกห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุด หรูหราสมกับฐานะทายาทตระกูลหม่าทางเหนือแต่ถึงอย่างนั้นเมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนหรูพลันมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีขอบคุณ เพราะระเบียงห้องดังกล่าวนั้น ตรงกับหน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนพอดิบพอดีลึกๆ แล้วทั้งสามต่างก็ใคร่ครวญในเรื่องที่ไม่ต่างกันนักตระกูลเฟิง ตระกูลหม่า ตระกูลหยวน ทั้งสามตระกูลล้วนเป็นตระกูลใหญ่ ทายาทจากห้าตระกูลไม่ว่าจะอย่างไรในวันหน้าย่อมต้องมีช่วงเวลาไปมาหาสู่การค้าขายไม่แยกหญิงชาย แต่แยกแยะที่ความสามารถและผลประโยชน์ซึ่งอาจมีร่วมกันในอนาคต หยวนหรูเองก็ไม่ใช่ไม่คิดเรื่องนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจตามคุณชายจากสองตระกูลขึ้นมายังชั้นสองของหอฟางจื่อในวันหน้านางยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณชายทั้งสองหนึ่งคือคนตระกูลหม่า สองคือคนตระกูลเฟิง ตระกูลใหญ่ที่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องหาทางเข้าใกล้ นางรู้จักสนิทสนมกับคนทั้งสองในวันนี้ ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็นผลดีมากกว่าผลเสียยิ่งคุณชายจากตระกูลเฟิงผู้นี้ นางก็ยิ่งต้องทำความรู้จักให้มาก เพราะหากจะหาทางเข้าใกล้ผู้นำตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน กระทั่งสาวไปถึงตัวเจียงหง ทั้งนี้ก็

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 8

    หน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนผู้คนเริ่มบางตา เนื่องจากเวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามอู่[1]แล้ว แดดแรงมากอากาศก็เริ่มร้อน หยวนหรูมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม“มีเงินติดตัวมาหรือไม่”“มีขอรับ”“ไปนั่งที่นั่นได้หรือไม่” นางมองโจวเช่อพร้อมกับถามออกมาคล้ายลังเล สถานที่หรูหราที่นางชี้ไปนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแพรพรรณ ‘หอฟางจื่อ’“ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่โจว คุณหนูอยากลองชิมย่อมได้ขอรับ” โจวเช่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม เข้าใจนัยที่นางสื่อออกมาในทันที “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหตุผลให้ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อปิ่นปักผมให้ซุนเอ๋อร์ มื้อนี้ข้าน้อยนับเป็นวาสนาที่ได้พาท่านมากินอาหารเลิศรสหยวนหรูพยักหน้าพร้อมถอนหายใจ “เป็นถึงคุณหนูแต่เงินสักอีแปะติดตัวก็ไม่มี เฮ้อ น่าขายหน้าจริง”โจวเช่อหัวเราะเสียงเบา “ไปกันเถิดขอรับ”หอฟางจื่อขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเลิศรส ทั้งปลานึ่งบ๊วย เนื้อตุ๋นเห็ดหอม รวมไปถึงหน่อไม้ห้ารส ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันด้านในค่อนข้างวุ่นวายเพราะคนเกือบเต็มร้าน ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อบอกว่ามีเพียงชั้นสองที่มีที่ว่าง ซุนเอ๋อร์จึงหน้าเสีย“คุณหนูข้าน้อยว่าเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ที่นี่ร

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 7

    นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่าสายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกันดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีกด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”“ใช่

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 6

    “ขอรับ คุณหนูเจ็ดแต่งกายคล้ายบุรุษ ตอนออกไปไม่พยายามหลบซ่อนสักนิด คราแรกสาวใช้และบ่าวไพร่จดจำนางไม่ได้ ต่อมาจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือคุณหนูเจ็ด”“ยังมี...” พ่อบ้านล้วงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นคือกระดาษอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันงดงาม“นี่คืออะไร” หยวนวั่นมองอักษรพู่กันที่บ่งบอกถึงความหนักแน่นมั่นคงของผู้เขียน“นี่คือกระดาษคัดลายมือของคุณหนูเจ็ดขอรับ ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันโจวเอ่ยปากชมว่านางคัดลายมือสวย ดังนั้นคุณหนูเจ็ดจึงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี”“ลายมือของนาง...จริงหรือ” มองดูอักษรคัดลายมือที่ไม่คุ้นตา หยวนวั่นได้แต่ตกตะลึงลายมืองดงามและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ กระนั้นบุตรสาวที่เขาละเลยทอดทิ้ง นับจากที่นางลืมตาดูโลก กลับสามารถคัดออกมาได้“ให้คนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ระวังอย่าให้รู้ตัว ยังมี...เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้”“ขอรับ” พ่อบ้านหยวนรับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้องเขามองดูหยวนวั่นยื่นเหม่อมองอักษรคัดลายมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่านายท่านของเขากำลังคิดอะไรอยู่ดูจากท่าทีซึ่งไม่ได้โกรธเช่นทุกครั้

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status