مشاركة

บทที่ 2

last update تاريخ النشر: 2026-01-09 18:31:44

“ใช่” นางตอบเขาเสียงเรียบ “ภายใต้ข้อตกลงที่ว่านั้น เจ้าจะต้องเก็บทุกอย่างเป็นความลับ หากเรื่องทุกอย่างลุล่วงเจ้าต้องอยู่ข้างกายข้า คุ้มครองความปลอดภัยให้ข้าห้าปี หลังจากนั้นเจ้าจะเป็นอิสระ”

“ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าจะทำตามข้อตกลง”

เขาไม่ชอบรอยยิ้มของนาง แม้เขาเป็นวรยุทธ์และอายุมากกว่านางถึงสิบปี แต่ไม่รู้เพราะอะไรเขาจึงรู้สึกว่าคนตรงหน้าอาวุโสกว่า

เขายอมรับว่ารู้สึกได้ถึงอำนาจและรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างเล็ก มันคล้ายความเป็นผู้นำ ความเด็ดขาด รวมไปถึงความโหดเหี้ยมซึ่งปะปนมากับรังสีแห่งการเข่นฆ่า

ใช่...เด็กวัยสิบสี่ ทั้งยังเป็นสตรี นางกลับมีรังสีแห่งการเข่นฆ่าในดวงตา!!!

วันนั้นไม่มีใครเห็นอย่างที่เขาเห็น แม้นางไร้วรยุทธ์และไร้กำลังภายใน แต่การเคลื่อนไหวกลับคล่องแคล่ว รวมไปถึงกระบวนท่าในยามที่นางกวัดแกว่งกระบี่ไม้ ยังถึงกับสามารถหักขาคุณชายห้า ซึ่งเป็นพี่ชายของนางเอง และนางทำได้โดยที่ตาไม่กะพริบ ลมหายใจก็ไม่แม้แต่จะติดขัด

หลังจากเกิดเรื่องนางนั่งลงขดตัวร้องไห้ดังลั่น พร้อมกันนั้นก็ตีหน้าเศร้าแสร้งทำเป็นหวาดกลัว กระทั่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าต้องปลอบโยน

เหตุการณ์วันนั้นไม่เพียงแค่ขาหัก แต่คุณชายห้ายังถูกสั่ง ถูกกักบริเวณเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มอีกด้วย

“คนฝึกยุทธ์ไม่ว่ายุคสมัยใดย่อมหลงใหลสิ่งแปลกใหม่ แม้ตอนนี้เหล่าชาวยุทธ์ล้วนวางมือและหลบเร้น แต่ยังมีบางคนที่ปะปนกับชาวบ้าน รวมไปถึงบางคนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ด้วยการเข้ามาเป็นคนคุ้มกันให้ตระกูลใหญ่”

น้ำเสียงเนิบนาบของหยวนหรู บวกกับท่วงท่าการเดินอันมั่นคงสง่างาม แม้นางจะสวมเพียงเสื้อผ้าฝ้ายมอซอตัดเย็บอย่างไม่ประณีต แต่นางกลับดูราวกับของที่ถูกวางผิดที่ผิดทางในความรู้สึกของโจวเช่อ

“เจ้าเป็นคนมีฝีมือ ตอนแรกข้ายังคิดว่าเป็นเหตุผลเหล่านั้น แต่ไม่นานมานี้ข้าบังเอิญรู้เรื่องหนึ่ง”

โจวเช่อชะงักทันที ใบหน้าของเขาแฝงประกายโทสะขึ้นมาช้าๆ

“ไม่ต้องโทษนาง นางไม่ผิด เป็นข้าเองที่หลอกถามเรื่องนี้จากนาง”

เขากำมือแน่นเพราะตระหนักดีว่า ‘นาง’ ซึ่งอีกฝ่ายพูดถึงคือผู้ใด

ซุนเอ๋อร์ สาวใช้ซึ่งฮูหยินผู้เฒ่าส่งมาดูแลหยวนหรู นางก็คือหญิงคนรักของเขา หลายวันก่อนเขาได้ยินมาว่าคนรักถูกส่งตัวมาดูแลคุณหนูเจ็ด เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเอ็นดูสงสารคุณหนูเจ็ดมาก เขาจึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายจงใจ

“เพราะอย่างนี้ท่านจึงเจาะจงเลือกซุนเอ๋อร์หรือ เพราะท่านรู้ว่า...” เขาไม่พูดต่อเพราะคำตอบก็ชัดเจนแล้วจากรอยยิ้มของอีกฝ่าย

“หากจะแก้แค้น ฝีมือของเจ้าต้องเหนือกว่าศัตรู ข้าไม่เคยเห็นฝีมือของผู้คุ้มกันหัวหน้าตระกูลเฟิง แต่ข้ามั่นใจว่าเพลงกระบี่ของข้าเหนือกว่าผู้ใดในดินแดนนี้”

โจวเช่อขมวดคิ้ว “ยอมรับแล้วหรือว่าแท้ที่จริงท่านมิใช่คุณหนูเจ็ด แต่เป็นคนที่มาจากที่อื่น” เขายังคงไม่ยอมรับว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงในการขายตัวเป็นผู้คุ้มกันของหยวนวั่น นั่นก็คือหาโอกาสสังหารเจียงหง ผู้คุ้มกันของหัวหน้าตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน

หยวนหรูเลิกคิ้วมองโจวเช่อ “อะไรทำให้เชื่อเช่นนั้น”

“ท่านมิใช่คุณหนูเจ็ดหยวนหรู ท่านคือใคร”

“ข้านะหรือ”

รอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่ายทำให้โจวเช่อถึงกับขนลุก

“ข้าก็คือหยวนหรู ผู้นำตระกูลหยวนคนต่อไปอย่างไรเล่า”

โจวเช่อครุ่นคิดอยู่นานและหยวนหรูก็ไม่ได้เร่งรัดเขา นางเพียงยืนมองกลุ่มสาวใช้ซึ่งเดินอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดที่นางยืนอยู่ ตรงกลางระหว่างทางเดินนี้เป็นสระบัวขนาดใหญ่ ฟากหนึ่งคือสวนแมกไม้นานาพันธุ์ซึ่งประดับประดาอย่างงดงาม แต่อีกฟากกลับถูกปล่อยรกร้างกระทั่งมองไม่ออกว่ามีคนอาศัยอยู่

“ข้าต้องทำอย่างไร”

“เจ้าทำสัญญากับหยวนวั่น...” หยวนหรูแค่นเสียงอย่างดูแคลนเมื่อเรียกหยวนวั่นเป็นบิดา “ท่านพ่อ ข้าหมายถึงท่านทำสัญญากับท่านพ่อกี่ปี”

ภาพความทรงจำเลวร้ายของเด็กน้อยหยวนหรู ทำให้แม้แต่นางก็รู้สึกโกรธแค้นชิงชังอีกฝ่าย กระนั้นในความทรงจำของเด็กน้อย กลับไร้ความรู้สึกทำนองนั้น ในหัวใจอันบริสุทธิ์กลับยังคงเต็มไปด้วยความเคารพรัก และนั่นยิ่งโหมกระพือโทสะในใจของนางให้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี

“จนกว่าเขาจะวางมือจากตำแหน่งผู้นำตระกูล”

หยวนหรูเลิกคิ้วมองโจวเช่อราวกับเขาคือตัวโง่งม เขาเองก็มองออกจึงได้แต่ก้มหน้าหัวเราะเสียงขื่น

“ข้าไร้ทางเลือก ตอนนั้นไม่อาจหาวิธีเข้าเมืองอู่โจวอย่างถูกต้อง หลายปีก่อนชาวยุทธ์ทั้งหลายต่างถูกลดชนชั้น กระทั่งไพร่ก็ไม่ใช่ทาสก็ไม่เชิง หากมิใช่ผู้คุ้มกันตระกูลใหญ่หรือคนของเหล่าผู้มีอิทธิพล ทุกคนล้วนถูกขับไล่ไม่ก็อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ อดีตฮ่องเต้เกรงว่าหากชาวยุทธ์ไม่รับใช้ราชสำนัก ก็อาจรวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มมือสังหาร ดังนั้นเมื่อบ้านเมืองไร้สงครามจึงกวาดล้างชาวยุทธ์ทั่วทั้งแคว้นจ้าว แคว้นอื่นๆ เห็นเช่นนั้นก็เริ่มทำตาม กระทั่งไม่กี่ปีชาวยุทธ์ทั้งหลายก็หลบเร้นกระทั่งยุทธภพหลงเหลือเพียงเรื่องเล่าขานเท่านั้น”

หยวนหรูขมวดคิ้ว “แล้วพรรคใหญ่เล่า อย่างน้อยๆ พรรคมารย่อมไม่รอให้ราชสำนักกวาดล้างอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของนางเจือโทสะเล็กน้อย

“พรรคใหญ่หรือ? ไม่มีพรรคใหญ่มาเกือบห้าร้อยปีแล้วกระมัง ข้าติดตามอาจารย์ตั้งแต่อายุห้าขวบ ได้ยินเพียงเรื่องเล่าขานว่าครั้งหนึ่งยุทธภพต่างก็รุ่งเรือง มีพรรคใหญ่มากมายปกครองเมืองต่างๆ แบ่งเป็นฝ่ายมารและฝ่ายธรรมะอย่างชัดเจน แต่อาจารย์บอกว่าเรื่องนี้ก็เหมือนตำนานที่หายไปกับกาลเวลา”

“ห้าร้อยปีให้หลังเลยหรือ นานถึงเพียงนั้น” นางพึมพำเสียงเบา ใบหน้าผิดหวังเผยออกมาให้เห็น กระทั่งหายวับไปอย่างรวดเร็ว

“อาการป่วยของ…ท่านพ่อยังไม่แน่ชัด แต่หากยังโหมงานหนักเช่นนี้ สุขภาพของเขาอีกไม่นานคงรับไม่ไหว ตอนนี้รอเพียงวันใดที่จะทรุดลงเท่านั้น ถึงวันนั้นสัญญาระหว่างเจ้ากับเขาก็จะสิ้นสุดลง ก่อนที่เจ้าจะได้สังหารคนเพื่อแก้แค้น เจ้าเป็นคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุด ขอเพียงหาโอกาสให้ข้าได้พบเขา และเป็นโอกาสที่ข้าสร้างขึ้น ข้าจะช่วยเจ้าสังหารคนผู้นั้นแก้แค้นให้อาจารย์ที่จากไปของเจ้า”

“โอกาสเช่นไร”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 93 จบ

    รถม้าวิ่งออกมายังนอกเมือง เนื่องจากวันนี้นักโทษในคุกของที่ว่าการ จะถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน หยวนหรูส่งเสียงบอกคนขับรถม้า “จอดรถ”“ขอรับ”หยวนหรูก้าวลงมายืนริมถนน เมื่อขบวนนักโทษเดินผ่านนางก็เดินเข้าไปหาแถวนักโทษ หลี่ซื่อ หยวนอิง รวมไปถึงหยวนอวี่ ถูกล่ามด้วยตรวนและโซ่กับนักโทษคนอื่นๆ พวกเขาถูกตัดสินให้จำคุกและกำลังจะถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน ทั้งนี้ก็เพื่อชดใช้สิ่งที่เคยทำไม่สิ...ไม่อาจเรียกโดยใช้แซ่หยวนสมควรเรียกว่า หลี่อวี่ ...หลี่อิง เพราะทั้งสามคนล้วนถูกขับออกจากตระกูลหยวนแล้ว โดยความเห็นของฮูหยินผู้เฒ่าและหยวนวั่น กระนั้นหยวนหรูก็ยังคงอยากมาส่งทั้งสามคนเดินทางเงียบๆไม่ใช่ว่านางอภัยให้ทั้งสามคนแล้ว ฐานะของนางไม่อาจกล่าวอโหสิ เพราะนางไม่ใช่ผู้ที่ถูกกระทำอย่างแท้จริง ที่นางมาในวันนี้ก็เพื่อส่งทั้งสามคนเดินทางเป็นครั้งสุดท้ายการใช้แรงงานยังชายแดนครั้งนี้ ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตจะได้กลับมาหรือไม่ ถุงยังชีพที่นางเตรียมมาให้ น่าจะเพียงพอให้ทั้งสามคนสามารถเอาชีวิตรอดไปจนถึงชายแดน“รับไปเถิด ท่านไม่กลับลำบากแต่มารดาและพี่สาวของท่านไม่เหมือนกัน” นางกล่าวกับหลี่อวี่ซึ่งยังคงมีใบหน้ายโส เมื

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 92

    อาหารทุกอย่างมีเขาเป็นคนคีบ นางหนึ่งคำ เขาหนึ่งคำ และทุกการกระทำเขายังคงกุมมือหยวนหรูเอาไว้ กระทั่งทั้งสองต้องดื่มสุรามงคล โดยต้องคล้องแขนดื่มสามจอกจอกแรกหยวนหรูอมยิ้มดื่มรวดเดียวหมด จอกที่สองนางหรี่ดวงตามองสามี จอกที่สามนางเริ่มอมยิ้มเพราะเห็นใบหน้าแดงก่ำของจูเสวียนคุนร่างเล็กในชุดสีแดงพยุงผู้เป็นสามีไปที่เตียง “ท่านพี่ ข้าได้รู้เรื่องหนึ่งมาจากหม่าเซียว”“เรื่อง...เรื่องใดหรือ” เขาสะบัดหน้าไปมา รู้สึกเหมือนพื้นหมุนวนจนกระทั่งไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง“ท่านดื่มสุราไม่เก่ง โดยเฉพาะสุรานารีแดงที่นับเป็นยอดสุรา” นางยิ้มร้ายก่อนพาเขาไปนั่งลงบนเตียง ช่วยเขาถอดรองเท้าจากนั้นช่วยเขาคลายมวยผมเส้นผมยาวของจูเสวียนคุนทิ้งตัวลงสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าแดงก่ำเงยขึ้นมองการกระทำของฮูหยินตน “หรูเอ๋อร์ ไม่สิ ฮูหยิน”“เจ้าคะ” นางยิ้มพร้อมกับคลายสาบเสื้อเขาออก ผลักเขาให้ล้มตัวลงนอนหงาย พร้อมกันนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมร่างที่ร้อนวูบวาบ มือน้อยยกขึ้นดึงปิ่นปักผมของตัวเองออก เส้นผมของนางทิ้งตัวลู่ลง“คนงาม” นางหัวเราะพร้อมกับใช้ปลายนิ้วคีบสายคาดเอวของเขา ดึงมันออกจากนั้นเปิดสาบเสื้อให้กว้างขึ้น เผยให้เห็นผ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 91

    กลิ่นหอมของดอกสือซว่านที่ลอยมาพร้อมกับสายลม เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู ดวงตาของซือถูชิงหลิงพร่าเลือนท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น นางไม่ได้รู้สึกทรมานแต่รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด“เพราะอะไรยังคงดื่มเข้าไป ท่านรู้ว่าข้าให้โอกาสท่านแล้ว ขอเพียงไม่ดื่มท่านก็จะไม่ตาย ท่านจะยังเป็นซือถูชิงหลัน” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามขึ้นซือถูชิงหลิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางพบว่านางยังคงนอนอยู่ในทุ่งดอกสือซว่าน แต่รอบกายกลับดูแปลกตา ไม่มีซือถูชิงหลันที่นั่งอยู่เช่นเมื่อครู่ มีเพียงร่างเล็กของหยวนหรูน้อย“หากข้าไม่ดื่ม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเล่า”หยวนหรูน้อยยิ้ม “ข้าก็จะตายไปเงียบๆ”“เพราะอะไรข้าที่ตายไปแล้วจึงตื่นขึ้นมาในร่างของเจ้า”“บางครั้งโชคชะตาก็เป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ข้าไม่เสียใจที่เป็นท่าน หากเมื่อครู่ท่านเลือกที่จะไม่ดื่ม รู้หรือไม่ว่าท่านอาจไม่ตาย”“แต่หากข้าไม่ตายเช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นยังอีกภพเล่า เรื่องที่ต้องดำเนินไปในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า เจ้ายังจะได้พบกับเฟิงเสวียนคุนหรือไม่”หยวนหรูน้อยส่ายหน้า “ข้าไม่อาจทำเช่นที่ท่านทำได้”“เช่นนั้นข้าก็ไม่เสียใจที่ดื่มยาพิษนั่น โชคชะตาเป็นเรื่องน่าขบขัน” ซือถูชิงหลิงห

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 90

    นางกระซิบก่อนจุมพิตลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุมพิตแผ่วเบา แต่นางยังอาจหาญถึงขั้นสอดปลายลิ้นเข้าไปหยั่งเชิงเขาจูเสวียนคุนครวญครางเสียงพร่า สองมือดันแผ่นหลังนางเข้าหาตัว ตอบรับจุมพิตเร่าร้อนของหยวนหรู กระทั่งลืมไปแล้วว่าเขากำลังจะกล่าวอะไรสองมือของหยวนหรูสอดเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงทึ้งสายคาดเอวของจูเสวียนคุน พร้อมกันนั้นก็ปลดสายคาดเอวของตนออกชายหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาเองก็ปลดเปลื้องทุกสิ่งในใจไปจนสิ้น ไม่มีอะไรให้เขาต้องอาวรณ์ ไม่มีคนตระกูลเฟิงให้เขาต้องห่วงพะวงตอนนี้มีเพียงตัวเขาและหัวใจที่ได้ค่อยๆ มอบให้สตรีผู้หนึ่ง สตรีที่เขากำลังกอดเอาไว้ในอ้อมแขน ยินยอมให้นางกดเอาไว้ใต้ร่างอย่างเต็มอกเต็มใจความจริงเขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่จับตามองหยวนหรู อาจเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ทุกอย่างที่เป็นนางคล้ายดึงดูดความสนใจของเขา กระทั่งเวลาผ่านไปทุกๆ อย่างที่นางทำ ล้วนส่งผลกระทบต่อความนึกคิดของเขาทั้งสิ้นภายในรถม้าเร่าร้อนแผดเผา สองร่างกอดก่ายแนบชิด หยวนหรูหอบหายใจหนักหน่วง นางลูบไล้จากลำคอของจูเสวียนคุน แหวกสาบเสื้อออกจากนั้นจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ ยินยอมให้เขาเคล้นคลึงเอวอ่อน ไล้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 89

    ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าเขามีความดีความชอบกวาดล้างพรรคกระเรียนหยก แต่ผู้ที่สังหารเจียงหงจะต้องเป็นยอดฝีมือที่เฟิงเสวียนคุนพามาแนะนำ แต่การแนะนำให้รู้จักกลับมีเพียงคนสองคนที่แต่งกายมิดชิด ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง และไม่สนทนามองดูคนทั้งสี่คนประสานกระบี่ เหมิงจื้อกลับจ้องเขม็งไปยังหนึ่งเดียวที่มีรังสีเข่นฆ่ารุนแรง เพลงกระบี่ตวัดไปมาคล่องแคล่ว ต้อนอิ่นซื่อที่กำลังภายในแกร่งกล้า กระทั่งไม่อาจเข้าใกล้ร่างอีกร่างที่ถูกเจียงหงจู่โจมความรวดเร็วของกระบี่คือจุดแข็งของคนที่ไร้กำลังภายใน แม้อีกคู่การโจมตีหนักหน่วงและพลังทำลายล้างมีมากกว่า แต่กลับไม่อาจดูแคลนคู่ของสตรีอีกสองคนที่เรียกได้ว่ามองออกในทันทีว่าผู้ใดคือผู้ที่ได้เปรียบใช่...เขารู้ว่าผู้ที่เข้าไปรับมืออิ่นซื่อเป็นสตรี เพียงแต่เขาคาดเดายังไม่ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือใครเสียงตวัดกระบี่กรีดลงไปยังเนื้อหนัง ร่างของอิ่นซื่อเซถลาไปเบื้องหลัง ปลายกระบี่คมกริบจ่อรอบลำคอของนาง คนของเหมิงจื้อในที่สุดก็ก้าวออกมา เนื่องจากต้องการจับเป็นอิ่นซื่อ แต่ไม่ใช่กับเจียงหงหยวนหรูมองดูโจวเช่อที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กระบี่ตวัดไปแต่ละครั้งรุนแรงมาก กระทั่งกระบี่ของเจ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 88

    สิ่งแรกที่หยวนหรูทำหลังจากกลับถึงจวน นั่นคือตรงไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ดูแลให้อีกฝ่ายดื่มยาและสงบสติอารมณ์ นางนั่งกุมมือเหี่ยวย่นเงียบๆ ไม่กล่าวถ้อยคำใดๆ ออกมาสักคำ“หลานย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึม “เหตุใดไม่พูดอะไร เหตุใดไม่บอกล่าว ปานนั่นหายไปได้อย่างไร หากบอก...ขอเพียงบอก”“ท่านย่า บอกไปก็ไม่ได้ทำให้สิ่งใดดีขึ้น บอกไปแล้วเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ” หยวนหรูน้อยสิ้นใจไปแล้ว แม้พูดไปแล้วเปลี่ยนให้นางกลับมามีชีวิตได้หรือ...“ตั้งแต่เมื่อไร”“นับจากล้มป่วยเจ้าคะ พอหายดีก็ค่อยๆ จางลงจนไม่เหลือ” นางตอบไปตามความจริง มองดูฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึมนางยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ “ท่านย่าอย่าร้องไห้อีกเลย หรูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ต่อไปขอเพียงท่านย่าอยู่เป็นเพื่อนหรูเอ๋อร์ให้นานหน่อย ชดเชยที่หรูเอ๋อร์ถูกขังในเรือนหลังหลายปี ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนท่านย่าเลย”“เด็กดี เด็กดีของย่า”ข้างนอกหยวนวั่นยืนน้ำตาซึมพูดอะไรไม่ออก เขารอกระทั่งหยวนหรูเดินออกมาจากเรือนของมารดา สองพ่อลูกจึงมีโอกาสได้สนทนากัน“เพราะเหตุใดไม่พูด”“ท่านพ่อ พูดหรือไม่พูดเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือ ข้าก็ยังเป็นหรูเอ๋อร์ เป็นบุตรสาวของท่าน ความจริงข้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 47

    อาการของหยวนหรูร้ายแรงกว่าที่นางคาด ครั้งนี้นางยอมรับว่าตัวเองโง่งมและเดินหมากผิดเอง เนื่องจากมั่นใจว่าคนขี้ขลาดอย่างหยวนอวี่ ไม่มีทางกล้าวางยาพิษนางอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ อย่างมากเขาก็คงอยากมอมสุรานางเท่านั้นกระนั้นจิบสุราดังกล่าวเพียงเล็กน้อย ลำคอของนางกลับร้อนผ่าว ทั้งเนื้อตัวรู้สึกไม่สบาย บวกกับ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 46

    เมื่อจิบไปเล็กน้อยแขนเสื้อข้างหนึ่งก็ถูกยกขึ้นสูง กระทั่งสามารถบดบังจอกสุรา เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นนางก็รินสุราที่เหลือลงไปยังแขนเสื้ออย่างแนบเนียน“สุราดี” นางกล่าวพร้อมหันไปยิ้มให้หยวนอวี่ “ขอบคุณพี่สี่ที่อุตส่าห์หาสุราหมักรสเลิศเช่นนี้มาให้ข้าลิ้มลอง ท่านช่างเป็นพี่ชายที่ประเสริฐจริงๆ”“เจ้า.

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 45

    “ไม่ใช่เขาแต่เป็นตระกูลหม่าไม่ใช่หรือไร”“หากท่านลุงหยวนไม่ยินยอม ตระกูลหม่าก็ไม่อาจบังคับ”หยวนหรูเพียงมีสีหน้าเรียบเฉย หลังจากได้ฟังประโยคนั้น เฟิงเสวียนคุนผายมือไปข้างหน้า นางจึงก้าวเดินออกไปก่อน ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามทางเดินภายในสวน“กวานหยกเหมาะกับเจ้ามาก ท่านย่าดูเหมือนจะเอ็นดูเจ้าจริงๆ”เห

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 44

    เฟิงเสวียนคุนหรี่ดวงตามองนาง “เจ้าไม่รู้หรือ” สายตาพิจารณาของเขาทำให้นางชะงัก “ดูเหมือนตระกูลหยวนเองก็ครึกครื้นไม่น้อยกระมัง”“ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว ตระกูลเฟิงเองก็มิใช่ครึกครื้นกว่าเป็นเท่าตัวหรือ หาไม่ดูสภาพท่านวันนั้น ข้าไหนเลยกล้าเอาตระกูลหยวนไปเปรียบ”เฟิงเสวียนคุนไม่เพียงไม่โกรธ เขาหัวเราะออก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status