Share

ภพรักชั่วนิรันดร์
ภพรักชั่วนิรันดร์
Author: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update Last Updated: 2026-01-09 18:31:26

...เขาถูกคนในตระกูลหมายเอาชีวิต

...นางเองก็ถูกคนในตระกูลทอดทิ้ง

--ภพรักชั่วนิรันดร์--

ในบรรดาสามแคว้นว่ากันว่าไม่มีเมืองใดเจริญรุ่งเรืองเท่าเมืองอู่โจว จุดศูนย์กลางแหล่งกระจายสินค้าหลักแห่งแคว้นจ้าว นั่นก็เพราะห้าตระกูลใหญ่ซึ่งครองสัมปทานหลักเอาไว้ในมือล้วนเป็นหนึ่งในด้านการค้า

ตระกูลซูตะวันตก ผู้ครองสัมปทานการค้าข้าว

ตระกูลเฟิงตะวันออก ผู้ครองสัมปทานการขนส่งทางเรือ

ตระกูลหยวนทางใต้ เจ้าของโรงทอและร้านแพรพรรณที่ใหญ่ที่สุด

ตระกูลหม่าทางเหนือ เจ้าของร้านสมุนไพรและร้านหมอที่มีชื่อเสียง

และสุดท้ายตระกูลจินแห่งถนนอู่หลวน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองอู่โจว เจ้าของร้านเครื่องประดับและเครื่องกระเบื้องซึ่งมีการทำสัมปทานค้าขายกับวังหลวงแคว้นจ้าว

ห้าตระกูลใหญ่ต่างก็ได้รับพระราชทานตราตั้งจากฮ่องเต้ เนื่องจากทั้งห้าตระกูลได้ทำการค้า ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่บ้านเมืองผ่านการจ่ายภาษีมูลค่ามหาศาล

นอกเหนือไปจากนั้นก็ยังมีตระกูลเล็กๆ แยกย่อยออกมา กระนั้นยังคงเป็นห้าตระกูลที่ชาวแคว้นจ้าวเห็นถึงความมั่งคั่งและมั่นคง

ถึงอย่างนั้นไม่ว่าตระกูลใหญ่หรือเล็ก ทุกตระกูลล้วนมีเรื่องภายในที่ไม่อาจบอกกล่าวให้คนนอกได้รับรู้ทั้งสิ้น เพราะทั้งหมดทั้งมวลนั้น ล้วนเป็นเรื่องของชื่อเสียง รวมไปถึงฐานะทางสังคมที่ทั้งห้าตระกูลต้องระมัดระวัง

ทั้งนี้ทั้งนั้นฉากหน้าที่ดูเหมือนรักใคร่ปรองดองเกื้อหนุน ลึกๆ แล้วตระกูลทั้งห้าเองก็ย่อมต้องมองเห็นฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรูคู่แข่งทั้งสิ้น

เช่นกันกับภาพความงดงาม และความมั่งคั่งของตระกูลใหญ่ ในเวลานี้ที่เรือนหลังของจวนตระกูลหยวน ก็ยังมีเรื่องมากมายซุกซ่อนอยู่ เด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกกำแพงสูงของจวน

ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตาเย็นชานั้น ดูอย่างไรก็ไม่เหมาะกับอายุของนางที่เพิ่งย่างเข้าวัยสิบสี่ อีกทั้งการแต่งกายที่ดูมอซอ สวนทางกับใบหน้า และผิวพรรณ ซึ่งดูราวกับไม่ใช่ชนชั้นไพร่โดยสิ้นเชิง

เสียงทะเลาะกันของเด็กหลายคนดังใกล้เข้ามา พร้อมกันนั้นก็มีเสียงตะโกน เสียงหัวเราะ รวมไปถึงเสียงด่าทอดังแว่วมาเป็นระยะ

“ขึ้นไปทำอะไรบนนั้น”

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องล่าง หากแต่ร่างเล็กก็ยังไม่แม้แต่จะขยับ ตรงกันข้ามดวงตาเยือกเย็นยังคงมองตรงไปข้างหน้า น้ำเสียงที่บ่งบอกว่านางยังไม่เติบโตเต็มที่ ยืนยันรูปลักษณ์ของคนที่ทำตัวไม่สมวัยอย่างเห็นได้ชัด

“กำลังคิด”

“คิดเรื่องใดหรือ”

“จะทำอย่างไรจึงจะสามารถมีชีวิตรอด”

ท้ายประโยคแฝงเอาไว้ด้วยการประชดประชันอย่างไม่ปิดบัง และเมื่อกล่าวจบประโยค ดวงหน้าอ่อนเยาว์ก็ก้มลงมองผู้ที่รบกวนกระบวนการใช้ความคิดของนาง

“ตัดสินใจได้แล้วหรือ”

“ลงมาเถิด”

โจวเช่อถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงมาถึงจุดนี้ จุดที่เชื่อเรื่องราวเหลวไหลตรงหน้า หลังจากหลายวันก่อนเขาใคร่ครวญถึงความเป็นไปได้ และความน่าเชื่อถือในสิ่งที่ตนได้ประจักษ์

ถึงอย่างนั้นเมื่อนำมาไตร่ตรองกับความจริง เขาพลันพบว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คุณหนูเจ็ดคนที่เขาเคยรู้จัก

หยวนหรู หรือก็คือคุณหนูเจ็ด

คุณหนูผู้ซึ่งถูกคนในตระกูลหยวนทอดทิ้งไม่ไยดี เด็กคนหนึ่งที่แม้เป็นทายาทสายตรงของตระกูลหยวน แต่กลับถูกทิ้งเอาไว้ที่เรือนหลัง ทั้งยังเติบโตมาท่ามกลางบ่าวไพร่ที่ดูแลนางตามมีตามเกิด

สามเดือนก่อนเขารู้มาจากพ่อบ้านว่าคุณหนูเจ็ดล้มป่วยหนัก หยวนวั่น ผู้เป็นบิดาและหัวหน้าตระกูลไม่เพียงไม่แยแส แต่เขายังกล่าวอย่างเย็นชาว่าหากสิ้นลมก็เอาไปฝังเสีย ทั้งยังย้ำให้กระทำการเงียบๆ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้

เหตุผลง่ายๆ เพราะคุณหนูเจ็ดผู้นี้เกิดมาพร้อมกับปานแดงคล้ายดอกสือซว่านที่หน้าอกอย่างไรเล่า

ดอกสือซว่านคือสัญลักษณ์ของโลกแห่งคนตาย ผู้คนแคว้นจ้าวต่างเห็นเป็นเรื่องอัปมงคล ดังนั้นในยามปกติน้อยคนนักจะนำมาปลูกหรือนำมาประดับ นอกเสียจากปักแจกันหน้าโลงศพของคนตาย ทั้งนี้เชื่อกันว่ากลิ่นของดอกสือซว่านสามารถนำทางวิญญาณคนตายไปยังปรโลก

สัญลักษณ์แห่งความตายนี้ปรากฎบนตัวของคุณหนูเจ็ดตระกูลหยวน อีกทั้งหลงซื่อผู้ซึ่งเป็นมารดาก็มาสิ้นใจจากไป ความโชคร้ายนี้จึงถูกโยนให้ทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลก เรื่องเช่นนี้หากล่วงรู้ไปถึงไหน แน่นอนว่าย่อมต้องมีเพียงแต่เรื่องร้ายไม่มีเรื่องดี

คราแรกหยวนวั่นหมายเอาชีวิตทารกน้อย หากแต่ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหยวนกลับคัดค้านด้วยชีวิต กระนั้นแม้สามารถเลี้ยงดูหยวนหรูจนเติบใหญ่ แต่ก็ไม่อาจทำได้อย่างเปิดเผย เพียงเลี้ยงนางเอาไว้ให้อยู่แต่ในเรือนหลังเท่านั้น

หลังจากไม่อาจทนดูอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าจึงไปที่เรือนหลัง เพราะได้ยินว่าหลานสาวกำลังป่วยหนัก สิ่งที่ได้พบกลับเป็นคุณหนูเจ็ดที่นั่งอยู่บนเตียง...

โจวเช่อขมวดคิ้วมองเด็กสาววัยสิบสี่ตรงหน้า หลังจากที่นางปีนลงมาจากต้นพลับซึ่งปลูกเอาไว้ใกล้กำแพง ใบหน้าเด็กสาวยังคงไม่เปลี่ยน ยังคงความเย็นชาจนน่าขนลุก เช่นในวันนั้นที่เขาได้พบ

บนเตียงเหม็นอับใบหน้าขาวซีด แต่ดวงตากลับเปล่งประกายดุดัน แม้ใบหน้าและร่างกายยังคงเป็นคุณหนูเจ็ด แต่เขาเชื่อว่านางไม่ใช่คุณหนูเจ็ดคนนั้นที่ทั้งอ่อนแอและดูสิ้นหวัง

เขาเคยพบนางก่อนหน้าที่จะได้ยินว่าอีกฝ่ายล้มป่วย ใบหน้าตื่นกลัว รวมไปถึงท่าทีราวกับหวาดผวาไปเสียทุกเรื่อง ทั้งนี้ก็เพราะถูกกลั่นแกล้งทุบตีอยู่เสมอ ทำให้เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือทายาทคนหนึ่งของห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองอู่โจว

ผิดกับวันนี้หรือเมื่อสามวันก่อน คุณหนูเจ็ดที่กล้าตีผู้อื่นจนขาหัก ทั้งยังสบตากับเขาตรงๆ ด้วยดวงตาเรียบเฉย

“ท่าน...” โจวเช่อมีท่าทีลังเล “ท่านบอกว่าหากข้ายอมช่วย ท่านจะสอนเพลงกระบี่พิสดารนั้นให้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 93 จบ

    รถม้าวิ่งออกมายังนอกเมือง เนื่องจากวันนี้นักโทษในคุกของที่ว่าการ จะถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน หยวนหรูส่งเสียงบอกคนขับรถม้า “จอดรถ”“ขอรับ”หยวนหรูก้าวลงมายืนริมถนน เมื่อขบวนนักโทษเดินผ่านนางก็เดินเข้าไปหาแถวนักโทษ หลี่ซื่อ หยวนอิง รวมไปถึงหยวนอวี่ ถูกล่ามด้วยตรวนและโซ่กับนักโทษคนอื่นๆ พวกเขาถูกตัดสินให้จำคุกและกำลังจะถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน ทั้งนี้ก็เพื่อชดใช้สิ่งที่เคยทำไม่สิ...ไม่อาจเรียกโดยใช้แซ่หยวนสมควรเรียกว่า หลี่อวี่ ...หลี่อิง เพราะทั้งสามคนล้วนถูกขับออกจากตระกูลหยวนแล้ว โดยความเห็นของฮูหยินผู้เฒ่าและหยวนวั่น กระนั้นหยวนหรูก็ยังคงอยากมาส่งทั้งสามคนเดินทางเงียบๆไม่ใช่ว่านางอภัยให้ทั้งสามคนแล้ว ฐานะของนางไม่อาจกล่าวอโหสิ เพราะนางไม่ใช่ผู้ที่ถูกกระทำอย่างแท้จริง ที่นางมาในวันนี้ก็เพื่อส่งทั้งสามคนเดินทางเป็นครั้งสุดท้ายการใช้แรงงานยังชายแดนครั้งนี้ ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตจะได้กลับมาหรือไม่ ถุงยังชีพที่นางเตรียมมาให้ น่าจะเพียงพอให้ทั้งสามคนสามารถเอาชีวิตรอดไปจนถึงชายแดน“รับไปเถิด ท่านไม่กลับลำบากแต่มารดาและพี่สาวของท่านไม่เหมือนกัน” นางกล่าวกับหลี่อวี่ซึ่งยังคงมีใบหน้ายโส เมื

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 92

    อาหารทุกอย่างมีเขาเป็นคนคีบ นางหนึ่งคำ เขาหนึ่งคำ และทุกการกระทำเขายังคงกุมมือหยวนหรูเอาไว้ กระทั่งทั้งสองต้องดื่มสุรามงคล โดยต้องคล้องแขนดื่มสามจอกจอกแรกหยวนหรูอมยิ้มดื่มรวดเดียวหมด จอกที่สองนางหรี่ดวงตามองสามี จอกที่สามนางเริ่มอมยิ้มเพราะเห็นใบหน้าแดงก่ำของจูเสวียนคุนร่างเล็กในชุดสีแดงพยุงผู้เป็นสามีไปที่เตียง “ท่านพี่ ข้าได้รู้เรื่องหนึ่งมาจากหม่าเซียว”“เรื่อง...เรื่องใดหรือ” เขาสะบัดหน้าไปมา รู้สึกเหมือนพื้นหมุนวนจนกระทั่งไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง“ท่านดื่มสุราไม่เก่ง โดยเฉพาะสุรานารีแดงที่นับเป็นยอดสุรา” นางยิ้มร้ายก่อนพาเขาไปนั่งลงบนเตียง ช่วยเขาถอดรองเท้าจากนั้นช่วยเขาคลายมวยผมเส้นผมยาวของจูเสวียนคุนทิ้งตัวลงสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าแดงก่ำเงยขึ้นมองการกระทำของฮูหยินตน “หรูเอ๋อร์ ไม่สิ ฮูหยิน”“เจ้าคะ” นางยิ้มพร้อมกับคลายสาบเสื้อเขาออก ผลักเขาให้ล้มตัวลงนอนหงาย พร้อมกันนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมร่างที่ร้อนวูบวาบ มือน้อยยกขึ้นดึงปิ่นปักผมของตัวเองออก เส้นผมของนางทิ้งตัวลู่ลง“คนงาม” นางหัวเราะพร้อมกับใช้ปลายนิ้วคีบสายคาดเอวของเขา ดึงมันออกจากนั้นเปิดสาบเสื้อให้กว้างขึ้น เผยให้เห็นผ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 91

    กลิ่นหอมของดอกสือซว่านที่ลอยมาพร้อมกับสายลม เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู ดวงตาของซือถูชิงหลิงพร่าเลือนท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น นางไม่ได้รู้สึกทรมานแต่รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด“เพราะอะไรยังคงดื่มเข้าไป ท่านรู้ว่าข้าให้โอกาสท่านแล้ว ขอเพียงไม่ดื่มท่านก็จะไม่ตาย ท่านจะยังเป็นซือถูชิงหลัน” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามขึ้นซือถูชิงหลิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางพบว่านางยังคงนอนอยู่ในทุ่งดอกสือซว่าน แต่รอบกายกลับดูแปลกตา ไม่มีซือถูชิงหลันที่นั่งอยู่เช่นเมื่อครู่ มีเพียงร่างเล็กของหยวนหรูน้อย“หากข้าไม่ดื่ม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเล่า”หยวนหรูน้อยยิ้ม “ข้าก็จะตายไปเงียบๆ”“เพราะอะไรข้าที่ตายไปแล้วจึงตื่นขึ้นมาในร่างของเจ้า”“บางครั้งโชคชะตาก็เป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ข้าไม่เสียใจที่เป็นท่าน หากเมื่อครู่ท่านเลือกที่จะไม่ดื่ม รู้หรือไม่ว่าท่านอาจไม่ตาย”“แต่หากข้าไม่ตายเช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นยังอีกภพเล่า เรื่องที่ต้องดำเนินไปในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า เจ้ายังจะได้พบกับเฟิงเสวียนคุนหรือไม่”หยวนหรูน้อยส่ายหน้า “ข้าไม่อาจทำเช่นที่ท่านทำได้”“เช่นนั้นข้าก็ไม่เสียใจที่ดื่มยาพิษนั่น โชคชะตาเป็นเรื่องน่าขบขัน” ซือถูชิงหลิงห

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 90

    นางกระซิบก่อนจุมพิตลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุมพิตแผ่วเบา แต่นางยังอาจหาญถึงขั้นสอดปลายลิ้นเข้าไปหยั่งเชิงเขาจูเสวียนคุนครวญครางเสียงพร่า สองมือดันแผ่นหลังนางเข้าหาตัว ตอบรับจุมพิตเร่าร้อนของหยวนหรู กระทั่งลืมไปแล้วว่าเขากำลังจะกล่าวอะไรสองมือของหยวนหรูสอดเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงทึ้งสายคาดเอวของจูเสวียนคุน พร้อมกันนั้นก็ปลดสายคาดเอวของตนออกชายหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาเองก็ปลดเปลื้องทุกสิ่งในใจไปจนสิ้น ไม่มีอะไรให้เขาต้องอาวรณ์ ไม่มีคนตระกูลเฟิงให้เขาต้องห่วงพะวงตอนนี้มีเพียงตัวเขาและหัวใจที่ได้ค่อยๆ มอบให้สตรีผู้หนึ่ง สตรีที่เขากำลังกอดเอาไว้ในอ้อมแขน ยินยอมให้นางกดเอาไว้ใต้ร่างอย่างเต็มอกเต็มใจความจริงเขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่จับตามองหยวนหรู อาจเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ทุกอย่างที่เป็นนางคล้ายดึงดูดความสนใจของเขา กระทั่งเวลาผ่านไปทุกๆ อย่างที่นางทำ ล้วนส่งผลกระทบต่อความนึกคิดของเขาทั้งสิ้นภายในรถม้าเร่าร้อนแผดเผา สองร่างกอดก่ายแนบชิด หยวนหรูหอบหายใจหนักหน่วง นางลูบไล้จากลำคอของจูเสวียนคุน แหวกสาบเสื้อออกจากนั้นจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ ยินยอมให้เขาเคล้นคลึงเอวอ่อน ไล้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 89

    ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าเขามีความดีความชอบกวาดล้างพรรคกระเรียนหยก แต่ผู้ที่สังหารเจียงหงจะต้องเป็นยอดฝีมือที่เฟิงเสวียนคุนพามาแนะนำ แต่การแนะนำให้รู้จักกลับมีเพียงคนสองคนที่แต่งกายมิดชิด ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง และไม่สนทนามองดูคนทั้งสี่คนประสานกระบี่ เหมิงจื้อกลับจ้องเขม็งไปยังหนึ่งเดียวที่มีรังสีเข่นฆ่ารุนแรง เพลงกระบี่ตวัดไปมาคล่องแคล่ว ต้อนอิ่นซื่อที่กำลังภายในแกร่งกล้า กระทั่งไม่อาจเข้าใกล้ร่างอีกร่างที่ถูกเจียงหงจู่โจมความรวดเร็วของกระบี่คือจุดแข็งของคนที่ไร้กำลังภายใน แม้อีกคู่การโจมตีหนักหน่วงและพลังทำลายล้างมีมากกว่า แต่กลับไม่อาจดูแคลนคู่ของสตรีอีกสองคนที่เรียกได้ว่ามองออกในทันทีว่าผู้ใดคือผู้ที่ได้เปรียบใช่...เขารู้ว่าผู้ที่เข้าไปรับมืออิ่นซื่อเป็นสตรี เพียงแต่เขาคาดเดายังไม่ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือใครเสียงตวัดกระบี่กรีดลงไปยังเนื้อหนัง ร่างของอิ่นซื่อเซถลาไปเบื้องหลัง ปลายกระบี่คมกริบจ่อรอบลำคอของนาง คนของเหมิงจื้อในที่สุดก็ก้าวออกมา เนื่องจากต้องการจับเป็นอิ่นซื่อ แต่ไม่ใช่กับเจียงหงหยวนหรูมองดูโจวเช่อที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กระบี่ตวัดไปแต่ละครั้งรุนแรงมาก กระทั่งกระบี่ของเจ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 88

    สิ่งแรกที่หยวนหรูทำหลังจากกลับถึงจวน นั่นคือตรงไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ดูแลให้อีกฝ่ายดื่มยาและสงบสติอารมณ์ นางนั่งกุมมือเหี่ยวย่นเงียบๆ ไม่กล่าวถ้อยคำใดๆ ออกมาสักคำ“หลานย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึม “เหตุใดไม่พูดอะไร เหตุใดไม่บอกล่าว ปานนั่นหายไปได้อย่างไร หากบอก...ขอเพียงบอก”“ท่านย่า บอกไปก็ไม่ได้ทำให้สิ่งใดดีขึ้น บอกไปแล้วเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ” หยวนหรูน้อยสิ้นใจไปแล้ว แม้พูดไปแล้วเปลี่ยนให้นางกลับมามีชีวิตได้หรือ...“ตั้งแต่เมื่อไร”“นับจากล้มป่วยเจ้าคะ พอหายดีก็ค่อยๆ จางลงจนไม่เหลือ” นางตอบไปตามความจริง มองดูฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึมนางยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ “ท่านย่าอย่าร้องไห้อีกเลย หรูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ต่อไปขอเพียงท่านย่าอยู่เป็นเพื่อนหรูเอ๋อร์ให้นานหน่อย ชดเชยที่หรูเอ๋อร์ถูกขังในเรือนหลังหลายปี ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนท่านย่าเลย”“เด็กดี เด็กดีของย่า”ข้างนอกหยวนวั่นยืนน้ำตาซึมพูดอะไรไม่ออก เขารอกระทั่งหยวนหรูเดินออกมาจากเรือนของมารดา สองพ่อลูกจึงมีโอกาสได้สนทนากัน“เพราะเหตุใดไม่พูด”“ท่านพ่อ พูดหรือไม่พูดเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือ ข้าก็ยังเป็นหรูเอ๋อร์ เป็นบุตรสาวของท่าน ความจริงข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status