LOGIN"ครับนายน้อย"
"ครับนายน้อย"
ผมเป็นคนเข้าไปในรถก่อนเพื่อรอรับร่างที่หลับไม่ได้รู้เรื่องอะไร เป็นแบบนี้ไงผมถึงได้ว่ารุ่นพี่ว่ากินไม่ได้ดูตัวเอง ถ้านี่เป็นคนอื่นไม่รู้ว่าจะเป็นพลเมืองดีแบบผมหรือเปล่า จากผับ...พี่เจมส์ขับรถมาได้ยี่สิบนาทีก็ถึงโรงแรมหรูระดับสี่ดาวในใจกลางเมือง
"นี่คุณผู้หญิง! ไม่ตื่นจริงดิ" ถึงผมจะปลุกเสียงดัง เขย่าตัวแค่ไหนก็ไม่มีทีท่าจะตื่นหรือฟื้นคืนชีพแม้แต่นิดเดียว
"เฮ้อ..." ผมปล่อยเธอให้นอนราบที่เบาะหลัง ก่อนจะลุกออกจากรถแล้วเดินไปอีกฝั่ง ผมเห็นว่าผมอุ้มไหวจึงไม่ได้ขอให้พี่ๆทั้งสองช่วย
"เบามาก หัดกินให้มันเยอะๆหน่อยคุณผู้หญิง"
พี่คานโลกับพี่เจมส์ช่วยกันเปิดประตูห้องแล้วลงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจัดการจ่ายค่าห้องพักหนึ่งวัน พร้อมกับอาหารเช้าเสิร์ฟให้ถึงห้องหนึ่งมื้อตามที่ผมได้บอกไว้ในรถก่อนหน้านี้
"นอนทั้งอย่างงั้นแหละ"
"ใคร! ใครพูดอะไร...เสียงดังคนจะนอน"
"เชร์ ชื่อเชร์ รุ่นน้องปีหนึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน คุณผู้หญิง"
"เช...นเหรอ..." สิ้นคำสุดท้ายไม่ถึงหนึ่งนาที เสียงลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ ทำให้ผมเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่ลืมล็อคประตูให้เรียบร้อย พร้อมกับจ่ายทิปให้กับพนักงานของโรงแรมเพื่อให้ดูแลรุ่นพี่คนนั้นให้ดี หลังจากกลับขึ้นรถผมก็นึกขึ้นได้ว่าผมลืมถามชื่อเธอแต่พอนึกอีกที ผมจะถามไปทำไมกัน
หลังจากนั้นผมก็ไม่เจอรุ่นพี่คนนั้นอีกเลย มารู้ตอนหลังว่าความจริงเธอเรียนจบไปแล้วแต่วันนั้นรุ่นน้องที่สนิทกันชวนรุ่นพี่คนนี้ไปด้วย และนั่นก็ทำให้ผมเข้าใจได้ว่า ต่อจากนี้เราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแน่นอนจนกระทั่งวันนี้...
ตอนนี้ทุกคนในห้องต่างให้ความสนใจในหน้าจอของแท็บเล็ตไม่ได้น้อยไปกว่าดิเชร์จนเป็นตะวันเลขาคนใหม่ได้ถามขึ้นมาก่อน
"มีอะไรให้ผมจัดการไหมครับ" ดิเชร์หันไปมองหน้าตะวัน เขานั่งนิ่งอยู่สักพักก่อนจะตอบออกไป
"ไม่มีครับ ช่างเถอะเรามากินข้าวกันต่อดีกว่า" แต่มีเหรอที่คานโลกับเจมส์จะเดาไม่ออกว่านายน้อยของเขาต้องการอะไร ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมานานสิบกว่าปี ทั้งสองคนคิดว่านายน้อยของเขาคงเริ่มสนใจหญิงสาวที่เคยเจอกันเมื่อหลายปีที่แล้วแน่ๆ
ภายในห้องวีไอพี ดรีม ไอวี่และพลอยใสต่างเอนเตอร์เทนให้กับแขกที่อยู่ในวัยเกษียณอย่างเต็มที่ ดรีมเลือกที่ร้องเพลงคาระโอเกะ ผ่านไปได้หนึ่งเพลง นัทตี้ที่มาทำงานสายก็ผลักประตูเข้ามาด้านใน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวยพอๆกับดรีมทำให้แขกเรียกให้เธอไปนั่งแทนที่ดรีม
"หนูชื่อะไร"
"นัทตี้ค่ะเสี่ย"
"เสี่ยอะไรกันเรียกพี่ดีกว่า ไหนลองเรียกสิ"
"หนูชื่อนัทตี้ค่ะพี่"
"ดีมาก ถ้างั้นพี่ขอถามหน่อย น้องดรีมเขารับงานนอกไหม"
"อ๋อไม่รับค่ะ แต่นัทตี้รับนะคะถ้าพี่สนใจ"
"สนสิ สนใจมากๆ คืนนี้ไปกับพี่นะ"
"ค่ะพี่" นัทตี้ตอบกลับพลางส่งรอยยิ้มหวานๆให้กับคนที่นั่งข้างๆ ในขณะที่มือก็ชงเหล้าไปด้วย
เวลาผ่านไปสามชั่วโมงก็หมดเวลาของเด็กนั่งดริ๊งก์ที่ห้องวีไอพีจองเอาไว้ ใครรับงานต่อก็แค่ไปบอกผู้จัดการที่ดูแลนั่นก็คือแพรวา เธอจะลงบุ๊คเอาไว้แค่นั้นไม่มีการขอแบ่งเปอร์เซ็นต์แต่อย่างใด สาวๆที่ทำงานที่นี้จะรู้ดีว่าผับโซแอลแห่งนี้เป็นกลางไม่เคยขูดเลือดขูดเนื้อกับพนักงาน อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วย ผับแห่งนี้เลยไม่มีใครลาออกมีแต่มาขออยู่เพิ่มและแน่นอนเจ้าของผับก็พร้อมจะรับเข้าทำงานถ้ามีตำแหน่งว่าง
"ไงวันนี้ได้ทิปคนละเท่าไหร่" แพรวาหันไปถามดรีมเพราะเธอรู้ว่าดรีมต้องการเงินไปรักษาแม่
"ได้คนละพันค่ะพี่แพรวา" เป็นการทำงานที่น้อยชั่วโมงแต่ก็ได้รับเงินตอบแทนค่อนข้างเยอะ เพราะแบบนี้ดรีมจึงรับงานนี้ ต่อให้โดนลวนลามบ้าง แต่เธอก็ยังเอาตัวรอดได้
ชีวิตที่ต้องดิ้นรนปากกันตีนถีบ ดรีมพร้อมที่จะยอมรับมันหากว่าวันใดวันหนึ่งเธออาจจะพลาดพลั้งโดนล้วง โดนหอม โดนยุ่มย่ามจนเกินไป ต่อให้เธอเรียกให้การ์ดมาจัดการก็คงไม่ดี มันจะทำให้เสียแขกมากกว่า
"ดีแล้ว จะกลับกันเลยไหมหรือว่าอยู่ต่อเผื่อมีลูกค้าเรียก" แพรวาถามเมื่อเห็นว่ายังไม่มีใครเข้าไปเปลี่ยนชุดในขณะที่นิ้วมือกำลังกดเครื่องคิดเลขคิดค่าดริ๊งก์ให้กับแต่ละคนแล้วลงบัญชีเอาไว้
"ดรีมขอกลับก่อนนะคะเพราะพรุ่งนี้วันจันทร์ค่ะพี่แพรวา"
"ได้สิ เปลี่ยนชุดก็กลับได้เลย"
"ค่ะ กลับก่อนนะไอวี่ พลอยใส"
"จ๊ะ เจอกันพรุ่งนี้"
"กลับดีๆล่ะ"
ดรีมเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดได้ไม่นานก็ออกมาในชุดเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีนส์ขายาว สะพายกระเป๋าแล้วเดินออกด้านหลังผับ สองเท้าก้าวยาวๆเพื่อเดินไปให้ถึงจุดที่มีแสงสว่างในถนนใหญ่แล้วเดินตรงไปที่ป้ายรถเมล์
แต่เมื่อเดินมาใกล้จะถึงป้ายรถเมล์เธอก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่ที่ทางเท้า พร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่หมวกกันน็อกกำลังก้มๆเงยๆอยู่กับรถมอเตอร์ไซค์ เธอเลยลงไปเดินที่ริมถนนด้านล่างเพราะเธอกลัวว่าจะเป็นอันตราย ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด เพราะในเวลานี้แสงสว่างที่น้อยมันอันตรายสำหรับผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะทำอาชีพไหนก็ตาม
"ว้า...วินไปไหนหมดเนี่ยวันนี้" เมื่อเดินออกมาถึงวินมอเตอร์ไซค์ ดรีมพูดขึ้นพร้อมกับมองซ้ายมองขวาเผื่อว่าจะมีวินหลงเหลืออยู่บ้าง
ทางตรงยาวก่อนถึงเส้นชัยในตารางหมากรุก แรงม้าของเครื่องยนต์ กำลังโชว์ศักยภาพของเครื่องด้วยการพารถเบอร์เจ็ดสิบหกพุ่งเข้าสู่เส้นชัยด้วยความเร็วสามร้อยเจ็ดสิบห้ากิโลเมตรต่อชั่วโมง"เยส!! เยส!! ใช่เลยไอ้ลูกหมา" เสียงที่ดังออกมาจากหูฟังทำให้ลีอองยิ้มกว้างออกมาทันที"เจอกันที่พิท"เสียงเฮที่ดังสนั่นจากผู้ชมบนอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามกับพิททีมรถเจ็ดสิบหก เสียงดังกึกก้องพร้อมกับยืนโบกธงที่มีเลขเจ็ดหกไปมาจนนักข่าวกีฬาต่างถ่ายรูปช็อตนี้ที่ดูแล้วสวยงาม เพื่อเอาไปลงข่าวหน้ากีฬาในวันพรุ่งนี้แฟนคลับของทีมเจ็ดสิบหกยังคงส่งเสียงเรียกชื่อของนักแข่งแต่ละคนที่ตัวเองชื่นชอบ และมันยังคงดังกึงก้องอยู่ในหัวใจของลีออง มันอาจไม่ได้ดังไปทั่วสนาม แต่มันดังที่สุดของหัวใจของเขาเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าพิทลีอองก็ลงมาจากรถ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ที่ใกล้ๆรถ สายตาคมมองขึ้นไปบนอัฒจันทร์แล้วโบกมือให้กับแฟนคลับก่อนจะโค้งขอบคุณแฟนคลับหนึ่งครั้ง แล้วเดินเข้าไปในพิทที่มีทีมงานรีบวิ่งเข้ามารุมล้อมด้วยด้วยรอยพร้อมกับเสียงตบมือ รอยส์ มาร์โกและลีอองยืนเอามือวางพาดไหล่กันแล้วก้มโค้งขอบคุณทีมงานสายตาของดิเชร์มองผ่านทีมงานไปหยุดอยู่ที่ผู้หญิ
ความร้อนที่สาดส่องมาที่ถนนพื้นยางมะตอยที่เรียบและแข็งแรงมากมีการออกแบบพื้นผิวให้มีการยึดเกาะสูง เพื่อให้รถแข่งทำความเร็วและเข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย พร้อมมีส่วนประกอบอย่าง ขอบแทร็ค[Curb] สีสลับขาว แดง เพื่อบอกขอบสนามและส่งผลต่อสมรรถนะการทรงตัวของรถ และมีความต่างระดับเพื่อการระบายน้ำแลเพิ่มความท้าทายรอยส์เป็นมือแรกที่ได้ลงสนาม มือสองมาร์โกและมือสามคือลีออง รถแข่งใช้รถ Mercedes-AMG Motosport หมายเลขรถ 76 การแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขัน แบบเอนดูรานซ์[Endurance] 8 ชั่วโมง เป็นการแข่งขันประเภททางเรียบยายนานถึงแปดชั่วโมงภายใต้หมวกันน็อกและชุดนักแข่ง นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยหัวใจที่นิ่งสงบ ป้ายบอกเวลาหนึ่งนาทีสุดท้าย ทีมงานทุกคนรวมถึงดิเชร์ต่างเดินออกไปจากแทร็ก เสียงเครื่องยนต์คำรามรอเวลาที่จะปลดปล่อยในสนามแข่งทันที่ที่ป้ายบอกเวลาเปลี่ยนสีเขียวสว่างขึ้นพร้อมกันทั้งสามแถว เสียงคำรามรถดังกึกก้องพร้อมๆกันอีกครั้ง แล้วตามด้วยเสียงเชียร์ของคนที่มาให้กำลังใจนักแข่งในดวงใจของใครอีกหลายๆคน เสียงบรรยายการแข่งขันดังไปพร้อมๆกับภาพในจอใหญ่ยักษ์เมื่อขับไปได้สักพักใหญ่ รถหลายๆคันเริ่มมีอาการ Overst
ผมไม่อยากจะคิด ถ้าผมมาไม่ทันพี่ดรีมของผมจะตกอยู่ในสภาพไหนกัน ดีที่ผม อยู่ๆก็อยากรู้ว่าวันนี้พี่ดรีมไปกับใคร ลูกค้าชื่ออะไรและพอพี่คานโลตรวจเช็คให้ก็ทำเอาผมแทบคลั่ง ไอ้เลวคนนี้มันเป็นประเภทชอบแบล็กเมล[1] มีผู้หญิงหลายคนที่โดนวางยาแล้วก็ถูกพาขึ้นเตียง และสิ่งที่เลวที่สุดก็คือ มันคนนี้จะถ่ายวีดีโอเอาไว้ เพื่อขู่ว่าถ้าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ มันก็จะปล่อยให้คลิปหลุด ด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าเข้าไปแจ้งความเข้าผิด ดีตรงที่ วิษณุคนนี้เป็นที่พูดถึงในวงกว้างของพวกที่ชอบดูคลิปอนาจาร เลยทำให้คานโลสืบข้อมูลได้เร็วและแม่นยำบ้านเสนีต์ในยามค่ำคืน บนที่นอนอุ่นๆไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้เขาและเธอจัดกันไปกี่ยก ที่จำได้ก็คงจะเป็นที่โรงแรมสองยก แล้วอุ้มร่างที่อ่อนแรงขึ้นรถกลับมาต่อกันที่บ้านอีก จนตอนนี้พระจันทร์เลื่อนขึ้นแทนที่พระอาทิตย์เป็นที่เรียบร้อย"พี่รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงพี่แค่ไหน แล้วถ้าผมไปไม่ทัน ผมจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเด็ดขาด""พี่ขอโทษ ที่พี่ไว้ใจผู้ชายเลวๆคนนั้น ต่อไปนี้พี่จะไม่ไปกินข้าวกับใครอีก นอกจากมีเชร์ไปด้วย ตกลงไหมคะ เชร์ของพี่""โล่งใจจัง""เรื่อง?""ทุกอย่าง ทุกเรื่อง รวมไป
ไม่ทันที่อาหารจะมาเสิร์ฟ ดรีมก็รู้สึกถึงบางอย่างที่กลางใจสาวใบหน้าสวยเริ่มแดงระเรื่อ เหงื่อเริ่มซึมออกบริเวณตามไรผมแววตาจากนิ่งไร้ความรู้สึกตอนนี้กลับหวานเยิ้ม กำลังมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกโกรธ"แก!" ดรีมไม่คิดว่ากลางวันแสกๆในโรงแรมที่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด ชายมากกามจะกล้าทำเธอถึงขนาดนี้ ความรู้สึกแบบนี้เธอรู้ว่าเธอกำลังโดนยาอะไร เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ยาเสียสาว"จุ๊ๆ อย่าเรียกผมอย่างนั้นสิครับ แล้วก็ทำหน้าดีๆสิน้องดรีม รู้สึกไม่ค่อยสบายใช่ไหม ไปเถอะเดี๋ยวพี่ช่วยพยุงไปที่ห้องจะได้นอนพัก แล้วพอตื่นขึ้นมาจะได้กลับบ้านไปพักผ่อน"มือไม้ที่สั่นเทาควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพาย แต่กลับถูกคนตรงหน้าดึงกระเป๋าไปถือไว้ ดรีมรู้สึกคอแห้งผาก เนื้อตัวรุ่มร้อน หายใจหอบไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทรงตัว มือเล็กพยายามผลักไสร่างหนาที่ฉวยโอกาสแตะต้องเนื้อตัวของเธอแต่ถึงยังไงตอนนี้ก็ไม่สามารถสู้แรงของชายหนุ่มได้เลย"แกจะต้องเสียใจ เพราะแฟนฉันเขากำลังจะมารับ" น้ำเสียงที่พูดขึ้นอย่างยากลำบากและเริ่มแหบพร่านัยน์ตาฉ่ำหวานจ้องมองสายตาเจ้าเล่ห์อย่างหมายมั่นจะเอาผิดให้ได้"ผมไม่ได้ทำอะไรน้องดรีมนี่ครับ แต่ที่น้องดรีมเป็
"เป็นไรค่ะ แต่ถ้ามือของคุณวิษณุขืนยังไวอยู่อย่างงี้ ดิฉันคงต้องขอถอนตัวจากงานนี้...เราขึ้นรถกันเถอะค่ะ" ดรีมพูดอย่างตรงไปตรงมา"ครับน้องดรีม" วิษณุตอบพลางสังเกตสีหน้าและท่าทีของดรีม เพราะความจริงแล้วเขารู้สึกตกหลุมรักดรีมตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น รอยยิ้มกว้างที่ทำให้ชายหนุ่มที่โสดมานานถึงกลับหัวใจเต้นกระตุกทันที"ถ้าหากไม่ลำบากเกินไป รบกวนคุณวิษณุเรียกดิฉันว่าปรายฝัน น่าจะเหมาะสมกว่านะคะ หรือว่า...คุณวิษณุคิดว่ายังไงคะ" ทันทีที่ขึ้นนั่งบนรถของวิษณุ ดรีมพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด แต่ทว่า สีหน้าในตอนนี้บอกถึงความจริงจังในประโยคที่เธอพูดออกไปจนวิษณุเองก็สัมผัสได้เช่นกัน"ได้ครับ คุณปรายฝัน" วิษณุอมยิ้มแล้วมองไปที่ใบหน้าสวยด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกชื่นชอบ และตกหลุมรักเหมือนอย่างในวันแรกเช่นเคย"ขอบคุณนะคะที่เข้าใจดิฉัน"บรรยายกาศตลอดการดูพื้นที่ก่อสร้างโรงงานกับวิษณุ ดูอึดอัดและน่าเบื่อจนไม่อยากอยู่ต่อ ถึงแม้ว่าดรีมจะวางท่าทีที่ดูเฉยชาแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้สนใจวิษณุเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างงั้นวิษณุก็ยังคงแสดงความรู้สึกให้เห็นว่าเขาคิดยังไงกับเธอ"เดี๋ยวแวะทานข้าวกับผมแล้
ตอนสายๆของอีกวัน ดวงตาปรือกวาดมองไปรอบๆห้องนอน แล้วหันมามองที่ข้างๆไม่มีร่างของคนที่เธอควรเห็นในเช้านี้ ดรีมจึงยันร่างให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา"แย่แล้ว! สายเลย เชร์ทำไมไม่ปลุกเนี่ย" ดรีมรีบลงจากที่นอนด้วยร่างที่เปลือยเปล่าเดินหายไปในห้องน้ำทันที ความไวของคนร่างบางเธอสามารถทำเสร็จทุกอย่างในเวลาเร่งรีบเพียงแค่สิบนาทีไม่รวมแต่งหน้าระหว่างที่เดินลงไปข้างล่าง มือเรียวก็กดโทรหาดิเชร์ เพื่อต่อว่าในข้อหาตื่นก่อนทำไมไม่ปลุก แต่เมื่อลงมาถึงก็ได้ยินเสียงพูด เหมือนคุยอะไรกับใครอยู่สักคน เมื่อเดินตามเสียงก็เห็นว่ายืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม แถมน้ำเสียงยังแฝงไปด้วยความโกรธเคือง และเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามจนดูน่ากลัว"ผมอยากให้ไปอยู่ที่ไกลที่สุด จะเหนือ จะใต้ก็ได้หมด แต่ถ้ายิ่งไปอยู่ที่ประเทศอื่นก็ยิ่งดีครับ แค่นี้ก่อนนะครับ" ประโยคนี้ฟังแล้วเหมือนคนพูดจะรู้สึกโล่งใจ สังเกตได้จากท่าทางที่ดูไม่น่ากลัวเหมือนตอนแรกที่เห็น ทั้งแววตา ท่าทางมันดูดุดันและน่ากลัวมากๆสำหรับดรีมดิเชร์หันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง เขายิ้มกว้างให้กับดรีมพลางเดินมากอดแล้วหอมแก้มทั้







