Beranda / แฟนตาซี / ภรรยาข้าคือนางร้าย / บทที่ 1 ของเหลือใช้จากจูไม

Share

ภรรยาข้าคือนางร้าย
ภรรยาข้าคือนางร้าย
Penulis: malinee

บทที่ 1 ของเหลือใช้จากจูไม

Penulis: malinee
last update Terakhir Diperbarui: 2024-07-02 21:54:55

ทันทีที่หญิงสาวก้าวเข้าสู่ประตูของสถาบันจักรพรรดิ นางก็ได้รับสายตาที่หลากหลายโดยพลัน ทั้งดูหมิ่น แสดงความน่าขยะแขยง อิจฉา และเยาะเย้ย 

นางพรูถอนหายใจเบา ๆ ภายในจิต พลางคิดต่อไปว่า ‘นี่นางล้มเหลวขนาดไหน ถึงได้กลายเป็นศัตรูในสายตาของทุกคนเช่นนี้!’ นางพูดไม่ออกเมื่อเห็นสายตาของคนเหล่านั้น

ไม่มีความเป็นมิตรเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ 

หญิงสาวเมินเฉยต่อสายตาไม่เป็นมิตรเหล่านั้นอย่างใจเย็น และเดินก้าวเท้าตรงไปยังห้องสมุดที่เปรียบเสมือนจุดหมายมุ่งในการเดินทางครั้งนี้ 

จากข้อมูลที่อยู่ในหัวสมองของนาง ห้องสมุดของสถาบันแห่งความทรงจำในจักรวรรดิก่อนหน้านี้ ส่วนมากจะรวบรวมหนังสือของทั้งจักรวรรดิเอาไว้อย่างครอบคลุมและเป็นระบบมากที่สุด รวมถึงยังมีหนังสือที่บันทึกสมุนไพรและวิญญาณต่าง ๆ ในทวีปเอาไว้อีกด้วย

ตอนนี้เองนางต้องการทราบว่าพื้นที่ในทวีปที่นางยืนอยู่ในขณะนี้มีสิ่งจำเป็นสำหรับการปรับแต่งเม็ดยาเพื่อชำระล้างไขกระดูกหรือไม่ เช่นพวก… หญ้าวิญญาณอะไรแบบนั้น

นางคือ ‘หลูมู่หยาน’ ผู้ฝึกฝนรากฐานจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ของอาณาจักร ที่ต้องเผชิญหน้ากับสองวิญญาณที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด และนางก็ดันโชคไม่ดีที่เข้าไปพัวพันกับคลื่นพายุการต่อสู้ในห้วงอากาศที่ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง ร่างกายถูกทำลาย ส่วนวิญญาณลอยล่องไปในท้องฟ้าอันแสนกว้างไกล 

จนมาจบอยู่ที่ร่างหนึ่งร่างของผู้ที่ด้อยกว่านางในทวีปวิญญาณ…แห่งนี้

สำหรับหลูมู่หยาน ไม่ว่าจะอยู่ในอาณาจักรภพชาติที่แล้วหรือในทวีปแห่งนี้ นางต่างได้รับความเคารพจากความแข็งแกร่งทั้งสิ้น ทว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันกาลของหลูมู่หยานดูท่าทางเหลาะแหละ ซึ่งไม่ว่าใครก็ตามที่ผ่านการฝึกฝนด้านพละกำลังมานั้นสามารถเหยียบย่ำนางจนตายได้

นางจึงมีความต้องการที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองให้มากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นถ้าต้องการฝึกฝนอีกครั้ง หลูมู่หยานจะต้องทำการเปิดเส้นลมปราณของของร่างกายนี้ทั้งหมด มิฉะนั้นนางจะไม่สามารถดูดซับจิตวิญญาณของโลกหรือสรวงสรรค์ได้ และสิ่งเดียวที่จะแก้ปัญหานั้นได้นั่นก็คือการปรับแต่งมวลไขกระดูกและพัฒนาการกำจัดร่างกายอันแสนอ่อนแอนี้

ผู้ทำลายคือผู้ที่ปิดกั้นเส้นเมอริเดียนทั่วร่างกายและไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ ไม่ว่าพวกมันจะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่สามารถดูดซับกลิ่นอายของสวรรค์และโลกได้ ทำได้มากสุดเพียงการบ่มเพาะเป็นดาบระดับสูงเท่านั้น

หลูมู่หยาน เดินไปจนสุดทางพลางได้ยินเสียงแว่วของคนข้างหลัง พร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวของนาง

หญิงสาวคนหนึ่งเห็นหลูมู่หยานเดินผ่านไป นางกระซิบกับเพื่อนของนางที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “นั่นหลูมู่หยานไม่ใช่เหรอ? ทำไมนางถึงกลับไปเรียนที่สถาบันอีกครั้งล่ะ”

“นางจะทำอะไรได้อีกนอกจากไล่ตามฉีอี้ซวนในชั้นเรียน เมื่อนางมาที่สถาบันจักรพรรดิ” หญิงอีกคนตอบกลับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเหยียดหยาม

“น่าอึดอัดจริง ๆ ที่จะกลับมา ไร้ยางอายชะมัด” คำพูดจากหญิงสาวแสดงถึงความปรามาสหลูมู่หยานอย่างชัดเจน

“ถูกต้อง ฉีอี้ซวน ไม่เคยทำหน้าตาดี ๆ กับนางเลยด้วยซ้ำ” น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเอ่ยชื่อ ‘ฉีอี้ซวน’ จากความเดียจฉันท์กลับกลายเป็นความโหยหาเสียดื้อ ๆ 

“การไล่ตามฉีอี้ซวนแบบไร้ยางอายของหลูมู่หยาน สักวันนางนั่นแหละที่จะเป็นคนทำให้ตระกูลหลูของนางอับอายไปด้วย”

“ใช่ แต่ก็นะ ทำไมหลังจากกูยานรานครั้งนั้นนางถึงไม่พิการล่ะ” หลังจากพูดจบ หญิงสาวอีกคนก็พูดเสริมขึ้นมาทันทีว่า “พัฟ! ข้าเกือบลืมไปแล้วนะ ว่านางเป็นขยะ”

“จุ๊ ๆ เงียบไว้ เดี๋ยวนางได้ยินก็จะพาลขนคนมาทุบตีผู้คนอีก ข้าจะบอกได้อย่างไรดีล่ะว่าพวกเขามีตัวตนแบบนั้น แล้วพวกขยะล่ะ? มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะจ่ายได้” ผู้หญิงคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรตามแบบฉบับของนาง

หลูมู่หยานเหลือกตากลอกไปมา แต่ภารกิจในวันนี้ไม่ใช่การสนอกสนใจหรือโต้เถียงกับพวกหล่อน แต่เป็นการหาวิธีปรับปรุงหรือปรับแต่ง หรืออะไรก็ตามกับร่างปัจจุบันนี้ของนางต่างหากล่ะ 

วันที่ร่างกายไร้ความแข็งแกร่งแบบที่ควรจะเป็นนั้นช่างน่าศร้าจริง ๆ และหลูมู่หยานเองไม่สามารถทำท่าทางไม่แยแสหรือไม่รู้ทุกข์รู้ร้อนกับการโดนกลั่นแกล้งเหมือนบรรพบุรุษของนางได้

ความเป็นจริงแล้ว บรรพบุรุษของนางไม่ได้เป็นพวกเหลือทนอดกลั้นอะไรทั้งนั้น นางได้รับการสืบทอดความทรงจำและอารมณ์ทั้งหมดของบรรพบุรุษมา ในสายตาของนางนั้น บรรดาบรรพบุรุษมักตกหลุมรักคนที่ไม่ควรรัก นางใช้วิธีงี่เง่าในการจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างกัน และถูกใครบางคนจงใจทำให้เสียหาย 

ในความเป็นจริง…คนเราไม่ได้เลวเพราะชื่อเสียงเสมอไปหรอก 

หลูมู่หยานรู้สึกเห็นอกเห็นใจบรรพบุรุษของนางเป็นอย่างมาก นางเกิดในครอบครัวที่คล้าย ๆ กับตระกูลหลูผู้อัจฉริยะ แต่นางก็ดันเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้หรือย่อท้อโดยกำเนิดเสียด้วยสิ

แม้ว่าพื้นหลังจะแข็งแกร่งขนาดไหน แต่มันก็ไม่สามารถเติมเต็มความเหงาและความไม่มั่นใจของตัวเองภายในใจของนางได้ ฉะนั้นนางจึงทำได้เพียงใช้ความเย่อหยิ่ง จองหอง โหดร้ายเพื่อปกปิดความสิ้นหวังและทิ้งการดิ้นรนเหล่านั้นเอาไว้ข้างหลัง เพื่อโลมเลียบาดแผลในใจอยู่เพียงผู้เดียว

ทว่าแผลนั้นมันเป็นบาดแผลที่ไม่อาจเลียด้วยความรักและจบลงด้วยความตายของวิญญาณที่สมัครใจตามเจตจำนง

ห้องสมุดตั้งอยู่ในป่าเมเปิลสีแดงที่อยู่ลึกเข้าไปในวิทยาลัย ภายในป่าเมเปิลสีแดงถูกก่อขึ้นเป็นรูปร่างตามธรรมชาติ มีเพียงการสวมใส่ตรานักศึกษาพิเศษของวิทยาลัยเท่านั้นที่จะทำให้ไม่หลงทางในป่าที่เต็มไปด้วยใบไม้สีแดงนี้

ใบเมเปิลขนาดใหญ่รูปทรงของมันคล้ายกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน แกว่งไกวไปตามแรงลม และดูเหมือนจะยิ่งสว่างขึ้นเมื่อเจอแสงแดด จนเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามในวิทยาลัยแห่งนี้

เมื่อมองไปยังสุดป่าเมเปิล ณ ที่แห่งนั้นปรากฏเป็นอาคารเก่าแก่ที่ทั้งดูลึกและยาวตั้งตระหง่านอยู่ 

จิตวิญญาณของหลูมู่หยานแล่นผ่านเข้ามาโดยพลัน แม้ว่าพื้นที่จะดูเป็นสถานที่ปิดและไม่ได้มีฐานที่ตั้งสำหรับฝึกจิตหรือสมาธิ แต่เพราะความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ จึงสามารถปลดปล่อยพลังแห่งจิตวิญญาณการฝึกจิตขั้นพื้นฐาน แถมยังสามารถตรวจจับได้ว่าภายนอกอาคารนั้นมีพลังงานอยู่โดยรอบเพื่อปกป้องห้องสมุดแห่งนี้

ทว่าหลูมู่หยานยังค้นพบว่าในช่วงเวลาเดียวกันมีกลิ่นอายเข้มข้นของดวงวิญญาณซุกซ่อนอยู่ นั่นทำให้นางมีความคิดที่อยากจะเข้ามาเป็นผู้ดูแลที่ห้องสมุดแห่งนี้

ประตูของศาลากังชูเปิดให้เข้าได้ตลอดทั้งปี นางยื่นป้ายนักเรียนให้กับผู้ดูแลทันทีเมื่อเท้าก้าวผ่านประตูเข้ามา หลังจากลงทะเบียนใช้ห้องสมุดตามกระบวนการเสร็จสิ้น นางจึงเดินเข้าไปในห้องด้านในและเดินตามป้ายเพื่อค้นหาสำเนาของ ‘บันทึกพืชภาคพื้นทวีปเทียนหลิง’

หลูมู่หยานหยิบสำเนานั่นออกมาและพลิกดูราว ๆ สองสามหน้า จากการกวาดสายตาดูแล้ว บันทึกเล่มนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ภาพประกอบเท่านั้น แต่ยังมีการบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดอีกด้วย ใบหน้าของนางแสดงรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อนางได้เจอของที่กำลังตามหา 

…จากนั้นนางจึงเดินไปบริเวณที่นั่งว่างริมขอบหน้าต่างและเริ่มอ่านบันทึกนั้นทันที 

ใบของดอกบัวสีแดง ผลน้ำลายงู ผลเพลิง และหญ้ารวมวิญญาณที่ต้องใช้ในยาซีซุยซึ่งก็มีชื่อแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย

หลูมู่หยานขมวดคิ้วเล็กน้อย ตามความทรงจำของเธอ การหาหญ้ารวมวิญญาณไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสามารถหาได้ตั้งแต่ร้านขายยาธรรมดาไปจนถึงร้านขายยาที่ดูหรูหรามีระดับ แต่ที่ยากมันคือผลเพลิงต่างหาก เพราะมันไม่ค่อยมีให้เห็นในตลาด ถ้าต้องการก็จะต้องเข้าไปในเปลวเพลิง ซึ่งสามารถพบมันได้ที่เทือกเขาไฟโลกันต์ ชายแดนของเมืองโจว

หลูมู่หยานพลิกหนังสือดูภาพประกอบพันธุ์พืชเล่มอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว พร้อมบันทึกข้อมูลของหนังสือให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ใช้มันในภายหลัง...

หลังจากที่ ‘ฉีอี้ซวน’ รับเหรียญรางวัลเสร็จแล้ว เขาเดินเข้าไปในห้องสมุดเพื่อหาหนังสือเสริมที่เขาต้องการ แต่เมื่อฉีอี้ซวนกำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบน ‘หยูกวง’ ก็สังเกตเห็นหญิงสาวที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ทางด้านข้างขอบหน้าต่างอย่างเงียบ ๆ 

เด็กสาวสวมใส่ชุดสีม่วงดูเรียบง่ายและสง่างาม ผสมกับผ้าไหมสีเขียวสามพันเส้นถูกผูกด้วยริบบิ้นสีดำ แม้ใบหน้าเล็ก ๆ จะไร้ซึ่งการประทินผิวด้วยผงแป้ง แต่ก็ยังดูสวยงาม รวมไปถึงองค์ประกอบทั้งหมดบนใบหน้า และเรียวคิ้วที่แม้จะย่นเล็กน้อยแต่ก็ส่งให้เครื่องหน้าของเจ้าหล่อนยังคงไว้ด้วยความสวยงามอยู่ดี 

แสงแดดอบอุ่นส่องเข้ามายังบริเวณด้านหลังของเด็กสาว เผยให้เห็นความอบอุ่นที่กระจายอยู่รอบกายภายใต้แสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับอารมณ์ของนางที่ดูเหมือนเพิ่งได้รับการล้างบาป และถูกอนุญาตให้เข้าสู่ความสงบ สง่างาม และมีความสุข

เมื่อมองอย่างพิจารณาทำให้ฉีอี้ซวน สะดุ้งตกใจ พลางนึกขึ้นเงียบ ๆ ว่า ‘หญิงสาวที่เห็นคือหลูมู่หยานจริงหรือ?’ เพราะในความทรงจำของเขา หลูมู่หยานมักชอบแต่งกายหรูหรา แสดงมาดภูมิฐานเท่านั้น แต่นั่นเป็นเพียงแค่เสี้ยวความคิดที่เห็นผ่านดวงตาของฉีอี้ซวนก่อนที่เขาจะเปลี่ยนทิศทางไปยังชั้นที่สองแทน 

หลังจากที่หลูมู่หยานได้อ่าน ‘หนังสือแห่งพืชทวีปวิญญาณสวรรค์’ ทั้งหมดแล้ว สายตาของนางยังเหลือบเห็นหนังสือบนชั้นหนังสือแนะนำทวีปแห่งสวรรค์ มือเรียวจึงพลิกดูทำให้พบกับ ‘หนังสือสัตว์ประหลาดและสัตว์ร้ายจากทวีปวิญญาณสวรรค์’ โดยบังเอิญ

นางอ่านหนังสือทุกเล่มด้วยความสนใจและบันทึกเนื้อหาทั้งหมดเอาไว้ พร้อมยืดตัวขึ้นนำหนังสือทั้งหมดที่อ่านกลับเข้าที่ และเดินออกจากห้องสมุดไปในที่สุด

เมื่อนึกถึงตำแหน่งที่พักในความทรงจำ หลูมู่หยานจึงรีบเดินออกจากป่าเมเปิลสีแดง แต่ในขณะที่นางกำลังจะเลี้ยวซ้ายเพื่อเดินไปต่อนั้น พลันก็ปรากฏเสียงยั่วยุอย่างรุนแรงดังขึ้นในหูของนาง

“โอ้ นี่ไม่ใช่คุณหลูหรอกหรือ ทำไมถึงวิ่งเร็วขนาดนี้เมื่อเห็นพวกเราล่ะยันรัน? หรือว่ากำลังกลัวที่จะพ่ายแพ่หรือเปล่า?”

หลูมู่หยานหันมองไปรอบ ๆ นางสังเกตเห็นชายสองคนและหญิงสองคนเดินออกมาจากอีกฟากของป่าเมเปิลสีแดง เมื่อลองมองจะเห็นว่าผู้หญิงที่กำลังพูดอยู่นั้นดูงดงาม โดยมีกระกระโปรงแดงตัวใหญ่ที่โอบหุ้มเรือนร่างอันร้อนแรงไว้ ด้วยใบหน้าที่แสดงความเป็นอิสตรี หากมองในแวบแรกก็คงจะดูเป็นหญิงไร้สมอง 

ถัดจากนางปรากฏเป็นเด็กสาวหน้าตาสวยงาม ผิวขาวสว่าง ยิ่งมีรอยยิ้มเขิน ๆ แต่งแต้มบนใบหน้า และชุดสีเหลืองขนห่านก็ยิ่งทำให้นางดูอ่อนโยนและสง่างาม

หลูมู่หยานจำคนสองคนได้จากห้วงความคิด หญิงสาวที่อยู่ในชุดสีแดงคือ ‘เซงรู’ ลูกสาวของพ่อค้าในจักรวรรดิผู้มั่งคั่ง ส่วนหญิงสาวอีกหนึ่งคนคือ ‘กู่ยันรัน’ ที่เปรียบดังดอกไม้สีขาวดอกเล็ก ๆ ที่ทำร้ายนาง

ทว่าผู้ชายสองคนที่เดินกับผู้หญิงสองคนนั้นแลดูจะโดดเด่นกว่าหญิงสาวทั้งสอง คนหนึ่งมีใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา รูปร่างสูงโปร่ง ประกอบกับการแต่งกายด้วยชุดสีดำที่ทำให้แสดงออกถึงเสน่ห์ของความเป็นชายผ่านความเย็นชาและเย่อหยิ่ง เขาคือ ‘ฉีอี้ซวน’

ขณะที่อีกคนสวมชุดสีม่วงหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยดวงตาสีพีช มีเสน่ห์ตามแบบฉบับบุรุษเพศ และมีลักษณะไปทางโบฮีเมียน ซึ่งนั่นก็คือเจ้าชายห้าแห่งอาณาจักรหยานโจว

“อย่าพูดอย่างนั้นรูรู ข้าว่าวันนั้นมีบางอย่างผิดปกติ” กู่ยันรันดึงแขนเสื้อของเจิ้งลูเบา ๆ เสียงของนางนุ่มนวลและอ่อนโยน

เซงรูมองอย่างโต้แย้งไม่ได้ ก่อนจะเปล่งวาจาออกมาอย่างดุเดือด “เจ้าใจดีเกินไปจะถูกคนอื่นรังแกเอาได้”

หลูมู่หยานเฝ้าดูนักแสดงทั้งสองอย่างเย็นชาและไม่ได้สนใจฉากดังกล่าวมากนัก นางเพียงเหลือบมองพวกเขาทั้งสี่ก่อนที่จะหันกลับมาและกำลังตัดสินใจจะเดินออกจากบริเวณนี้ไป

การเคลื่อนไหวของหลูมู่หยานทำให้ทั้งสี่คนดูประหลาดใจ โดยเฉพาะกู่ยันรัน หากเป็นไปตามสถานการณ์ที่ผ่านมาหลูมู่หยานคงจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างแน่นอน และคงชี้ไปที่เซงรูพร้อมกับตะโกนใส่นางไปแล้ว ทำให้บรรยากาศดูเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งกว่านั้น เสื้อผ้าและอารมณ์ที่ถูกปลดเปลื้องทำให้ดูเหมือนจะเป็นคนละคน และจู่ ๆ ลางสังหรณ์ไม่ดีก็ผุดขึ้นในใจของกู่ยัยรัน

“หลูมู่หยาน หยุดเดี๋ยวนี้!” เซงรูตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อหลูมู่หยานไม่ได้มีทีท่าจะสนใจคำพูดของนาง

ขณะเดียวกัน ฉีอี้ซวนไม่ได้คิดที่จะหยุดหลูมู่หยานแต่อย่างใด เขาเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยและคิดได้ว่าที่ห้องสมุดก่อนหน้านี้อารมณ์ของหลูมู่หยานดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน และนางก็หายตัวไปหลังจากที่เขาออกมา

หลังจากที่เขาออกจากห้องสมุด เขาได้พบกับพวก ‘หยุนจิน’ ทั้งสามคนและออกจากป่าเมเปิลสีแดงพร้อมกัน เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบหลูมู่หยานที่นี่อีก ซึ่งวันนี้หลูมู่หยานไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มเข้ามาพูดคุยกับเขาหลังจากที่ได้เจอกัน และนั่นก็ทำให้ฉีอี้ซวนอยากเห็นแล้วว่าหลูมู่หยานต้องการที่จะทำอะไรกันแน่

เสียงนี้ยังดึงดูดความสนใจของนักเรียนที่อยู่รอบ ๆ ที่หยุดการกระทำทุกอย่าง และหันมาสนใจกับการแสดงอันดีเยี่ยมฉากนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภรรยาข้าคือนางร้าย   บทที่ 40 ความลับแห่งโซลอีทเตอร์

    หมิงซิ่วไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่ลอบมองเขา หากแต่ดวงตาฟีนิกซ์ที่ยาวเรียวภายใต้หน้ากากทำให้หลูมู่หยานมองลึกลงไป แต่เพียงเสี้ยววินาทีมันก็หายวับอย่างรวดเร็วจนคนอื่นไม่สามารถสังเกตได้ทัน เขาหยุดพูด ก่อนจะหายตัวไปเหล่าเย่ที่รอให้หมิงซิ่วจากไป ค่อย ๆ เดินมาหาหลูมู่หยานด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “แม่นางไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?” “ขอบคุณท่านเหล่าเย่ที่เป็นห่วงข้า แต่ข้าไม่เป็นไร” หลูมู่หยานยิ้มตอบ พร้อมกับส่ายหัวไปมา หลูมู่หยานรู้สึกถึงแรงสั่นที่มาจากอสูรน้อยในมือของนางที่เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาของนางกลับนิ่งเรียบ ก่อนจะเอ่ยกับเหล่าเย่ทั้งที่ยังยิ้มว่า “เหล่าเย่ ข้าคงต้องไปก่อน ข้ามีอะไรต้องทำต่อ” “ตกลง เจ้าทำเถิด” เหล่าเย่สังเกตเห็นอสูรร้ายตัวเล็กในมือของนางอยู่ในสภาพที่ไม่ดีนัก เขาจึงค่อย ๆ พรูลมหายใจออกมาด้วยความเสียดาย หลูมู่หยานพยักหน้า จากนั้นจึงหยิบนกหวีดที่คล้องคอไว้ขึ้นเป่า ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ม้าอาชาตัวสีขาวสว่างก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทุกคน นางกล่าวลาหยุนหลัน และคนอื่น ๆ ก่อนจะขึ้นไปที่หลังม้าพร้อมกับอสูรกลืนกินวิญญาณ และออกจากหอการค้าหมิงเหมิงเพื่อมุ่งหน้ากลับไปที่บ้าน ใบหน้

  • ภรรยาข้าคือนางร้าย   บทที่ 39 ข้าเป็นหนี้บุญคุณเทพ

    ทันใดนั้นก็มีพลังที่นุ่มนวลจำนวนหนึ่งตกลงมาจากท้องฟ้า ห่อหุ้มไปด้วยก้อนกรวดที่ถูกรัศมีดาบของชายชราในชุดดำบดขยี้ ก่อนจะรวมตัวกันอีกครั้งทีละชิ้น แค่เพียงครู่เดียวรอยแตกที่พื้นบลูสโตนใต้ดินก็เริ่มสมาน และกลับคืนสู่สภาพเดิม“แม่นาง เจ้าเป็นหนี้บุญคุณต่อเทพอีกแล้ว” เสียงของบุรุษที่ฟังแล้วเหมือนจะมีความเป็นผู้ใหญ่ดังแว่วผ่านโสตประสาทของหลูมู่หยานราวกับสายลม ความเฉยเมยระหว่างคิ้วและดวงตาของหลูมู่หยานเริ่มถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้ม แท้จริงแล้วมือนั้นเป็นฝ่ามือของบุรุษผู้มากไปด้วยเสน่ห์ … หมิงซิ่ว! เมื่อมองไปยังฝ่ามือใหญ่ที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง นางรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นคลื่นของการทำสมาธิ และความรู้สึกไว้วางใจก็เกิดขึ้นในใจของนางอย่างอธิบายไม่ได้ หลูมู่หยานหันกลับมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้กล้าหาญรูปร่างสูงโปร่ง และสวมหน้ากากสีเงินที่กำลังเดินเหมือนกับอยู่ที่บ้านตัวเอง ชุดสีแดงของเขาพริ้วไหวไปตามสายลม และพลังที่แผ่กระจายออกมารอบตัวของเขาก็เผยให้เห็นโดยธรรมชาติ และเมื่อเทียบกับบุรุษทุกคนที่อยู่ตรงนั้น คนอื่น ๆ เปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันของเขา เหมือนกับหิ่งห้อยที่ไม่สามารถเทียบกับเฮาเยว่ได้

  • ภรรยาข้าคือนางร้าย   บทที่ 38 นรก

    ชายชราชุดดำก้าวไปด้านหน้าสองก้าว ก่อนจะยกฮั่วหยุนเตียวจากพื้นด้วยมือของเขา พร้อมกับแสยะรอยยิ้มแปลก ๆ ออกมา เขายังคงท่องคาถายอมจำนนอสูรร้ายอย่างเงียบ ๆ ในปากและหลังจากท่องเสร็จเขาก็ใช้ดาบลมของหยุนลี่กรีดไปที่นิ้วชี้ และหยดเลือดสีแดงลงที่ขนของเสี่ยวซูหลูมู่หยานคลี่ยิ้มเบา ๆ กอดอก พร้อมกับมองไปที่ชายชราที่กำลังทำการแสดงด้วยท่าทีเย้ยหยันชายชราผู้นี้ยังคงต้องการที่จะปราบอสูรร้ายกลืนกินวิญญาณด้วยวิธีนี้ ช่างเป็นความฝันที่เพ้อเจ้อเสียจริงหลังจากนั้นไม่นาน ชายชราก็พบว่าเลือดที่เขาหยดไปนั้น ไม่สามารถเข้ากับร่างกายของอสูรกลืนกินวิญญาณได้ เขาตกใจ และสายตาของเขาก็เริ่มนิ่ง ก่อนจะหยิบเครื่องรางสีแดงออกมาจากแหวนจักรวาล โดยที่ปากยังคงพึมพำท่องคาถาอย่างเงียบ ๆ และแตะเครื่องรางสีแดงด้วยมือของเขา ก่อนที่มันจะตกใส่ร่างของอสูรร้ายจากนั้นชายชราก็ได้สร้างผนึกที่มีพลังชีวิตแข็งแกร่งขึ้นในอากาศ พร้อมกับบังคับให้เข้าสู่ก้องสำนึกของสัตว์ร้าย จากนั้นก็ได้หยดเลือดลงบนหน้าผากของมันอีกสองสามหยด ดวงตาของมันประกายแสงราวกับมีดาวนับล้าน และนี่คือสัญญาณนักฆ่าในฐานะปรมจารย์อสูรวิญญาณ เขาไม่เชื่อว่าเขาจะยังสามารถจั

  • ภรรยาข้าคือนางร้าย   บทที่ 37 เดิมพันกับราชาแห่งดาบ

    หลังจากที่หลูมู่หยานเสร็จสิ้นกับการพูดคุยกับเหล่าเย่ นางก็รีบไปพบหยุนหลันทันที และเมื่อนางออกจากประตูของหอการค้า นางสังเกตเห็นบุรุษวัยกลางคนร่างกายกำยำ และชายชราในชุดสีดำผอมแห้งหยุดอยู่ตรงหน้าหยุนหลัน ก่อนที่นางจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่าสองคนนี้เป็นใคร?“มู่หยาน ข้าจะส่งเจ้ากลับไปที่คฤหาสน์นายพล” หยุนหลันพูด ก่อนจะเดินมาหาหลูมู่หยานที่ยืนอยู่ย้อนหลับไปเมื่อครู่ ราชาแห่งเจิ้นซีได้เอ่ยถามพวกเขาถึงผู้ที่ครอบครองฮั่วหยุนเตียว พวกเขาจึงพยายามบ่ายเบี่ยงเพื่อเก็บมันไว้เป็นความลับ ทว่ากู่ยันรันกลับพูดออกไปเสียหมด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมเขาจึงต้องไปส่งหลูมู่หยานที่คฤหาสน์นายพล“ตกลง” หลูมู่หยานยิ้ม และพยักหน้าแม้ว่าหลูมู่หยานจะตกลงออกไปแบบนั้น แต่นางสัมผัสได้ว่าการที่นางจะเดินทางกลับนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ “ทำไมต้องกังวลขนาดนั้นด้วยเล่า” หวังเจิ้นซีเอ่ย ก่อนจะยื่นมือออกไปข้างหน้าเพื่อหยุดหยุนหลันเอาไว้ เขาจะปล่อยให้คน ๆ นั้นออกไปได้อย่างไรหวังเจิ้นซีมองไปยังหลูมู่หยานที่สวมใส่ชุดสีม่วง ผมยาวม้วนขึ้นเป็นมวยแบบธรรมชาติ ดวงตานิ่งเรียบ ประกอบกับใบหน้าที่สวยงามน่าเย้ายวนแม้ว่าอายุยังน้อยหลูมู่ห

  • ภรรยาข้าคือนางร้าย   บทที่ 36 คำสั่งการของผู้บำเพ็ญเพียร

    ราคาของการประมูลของซีซุยตันทำให้คนที่อยู่ในห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขเก้าต้องตกใจ สายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาจับจ้องไปทางหลูมู่หยานแทบจะเป็นสายตาเดียว เพราะตอนนี้นางจะกลายเป็นสตรีผู้ร่ำรวย ต่อให้พวกเขากลับบ้านไปได้ช่วงหนึ่ง ก็ไม่สามารถหาเหรียญทองคำจำนวนมหาศาลนี้ได้หยุนจินเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ดูเหมือนจะทำกำไรถึงสามร้อยล้านเหรียญทองเลยนะ” เมื่อมองไปยังใบหน้าที่หล่อเหลาของหยุนจิน หยุนหลัวก็อดมองว่าเขางี่เง่าไม่ได้ เขาอิจฉาที่ลูกพี่ลูกน้องเขาผู้นี้ได้ยามูลค่าสามร้อยล้านเหรียญไปครอบครอง เสี่ยวเซียงเองก็อดไม่ได้ที่จะมองหยุนจินด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะเขาเองก็อยากจะได้ยาเม็ดไขกระดูกเหมือนกันหลังจากการประมูลซีซุยตันในวันนี้ จะสร้างความตื่นเต้นให้อาณาจักรแห่งอัคคี และประเทศอื่น ๆ ในทวีปวิญญาณสวรรค์ เพราะการจะได้มาซึ่งยาเม็ดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากดวงตาของกู่ยันรันเต็มไปด้วยเจตนาปองร้ายและอาฆาตแค้น นางไม่เข้าใจว่าทำไมหลูมู่หยานถึงเปลี่ยนไปได้เพียงระยะเวลาแค่ไม่ถึงสามเดือน และนางก็ดีกว่าหลูมู่หยานทุกเรื่อง เว้นพื้นฐานครอบครัว แต่ทำไมนางถึงไม่ได้รับยาซีซุยนั่นนางเกลียด เกลียดหลูมู่หยานขณะ

  • ภรรยาข้าคือนางร้าย   บทที่ 35 กระประมูลที่น่าตื่นเต้น

    หลังจากนั้นก็ยังคงมีการประมูลรายการสินค้าอีกหลายอย่างจากหอการค้าหมิงเหมิง ซึ่งซีซุยตันยังไม่ได้เข้าร่วมประมูลโดยตรงหลูมู่หยานยังได้เก็บภาพดอกไม้ลิงสีม่วงที่จำเป็นสำหรับการปรับแต่งจีตัน รวมไปถึงการฝึกฝนอื่น ๆ ทั้งเครื่องมือจิตวิญญาณ ชุดเกราะวิญญาณ แต่นางไม่ได้ต้องการ เพราะรวม ๆ แล้วนางเองได้ประโยชน์มากมายจากการประมูลในครั้งนี้ ณ ห้องประมูลส่วนตัว แขกที่เข้าร่วมการประชุมมักจะเก็บภาพรายการประมูลที่พวกเขาชื่นชอบ ขณะที่เม็ดยาซีซุยไม่ได้รับความสนใจมากนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะรูปลักษณ์ของมันที่ไม่ได้ดึงดูดอะไรหลังจากที่รายการสินค้าทั้งหมดถูกประมูลแล้ว หนี่จุนก็ได้คลี่ยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “การประมูลต่อไปคือรายการสุดท้ายที่ค่อนข้างหนักเป็นพิเศษของหอการค้าหมิงเหมิง และเราก็เพิ่งได้รับเกียรติจากเหล่าเย่ ผู้รับผิดชอบการประมูลโจวกั๋วขึ้นมาเป็นประธาน” เมื่อจบคำพูดของหนี่จุน ผู้เข้าร่วมการประมูลที่อยู่ข้างล่างก็ต่างพากันส่งเสียงวุ่นวายรายการประมูลใดกันที่จะสามารถรบกวนเหล่าเย่ได้ เพราะเขาไม่เพียงแต่เป็นราชาแห่งดาบที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สะกัดระดับกลางอีกด้วย นั่นทำให้เป็นเรื่องยากที่เข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status