ฤาจันทราเร้นรัก

ฤาจันทราเร้นรัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-03-19
Oleh:  rasita_suinOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
55Bab
1.8KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

จากผู้ที่เคยปกป้องแปรเปลี่ยนเป็นศัตรู จากพี่ชายแสนใจดีกลายเป็นสวามีผู้ชิงชัง แม้เคียงข้างกลับห่างเหิน หมางเมินกล่าวหา...ดั่งจันทราแสนงามไร้หัวใจ “ท่านไร้หัวใจ ปราศจากความรู้สึก แต่ข้าหาใช่ไม่ นางต้องตายเพราะท่าน แม้แต่งกับท่าน ข้าก็จะไม่มีวันลืมนาง”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

ผ้าห่มแพรมันลื่นถูกกระชากออกพร้อมกับรู้สึกได้ว่ามีการขยับเขยื้อนทั้งที่ตนยังนิ่งทำให้ผู้ที่หนักศีรษะรวมไปถึงร่างกายพยายามลืมตาพร้อมได้ยินเสียงกร้าวลั่น

“หญิงโฉดชายชั่ว บังอาจนัก!”

ร่างอรชรสะดุ้งเฮือก เปลือกตาที่กำลังปรือปรอยเปิดขึ้นแล้วก็เห็นคนผู้หนึ่งถูกยันตกลงจากเตียง ส่วนตนรีบคว้าผ้าห่มปกปิดเรือนกายด้วยรู้สึกโล่งจนน่าหวั่นใจ

“ฝ่าบาท ข้าน้อยมิบังอาจ ขอฝ่าบาททรงเมตตา”

ผู้ที่ตกไปด้านล่างเหมือนจะตื่นเต็มตาในทันใดแล้วรีบโขกศีรษะลงพื้นเมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านใบหน้าถมึงทึง

สายตาหญิงสาวกระจ่างชัดแล้วในตอนนี้ ร่างอรชรตัวสั่นเทา สองมือกุมผ้าแพรแน่นกระชับลำคอ ขณะสบกับดวงตาคู่คมดุกร้าวของผู้มาเยือน นางส่ายหน้าปฏิเสธให้อีกฝ่ายขณะศีรษะปวดร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

แม้จะยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ทว่าตื่นขึ้นมาโดยมีชายอื่นอยู่บนเตียงตนเช่นนี้อย่างไรนางก็มีความผิด

มุมปากได้รูปงามบนใบหน้าขาวคมคายกระตุกหยัน แววตาไร้ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจทำเอาหญิงสาวใจหายวาบ

“ข้าน้อยไม่รู้ว่ามาอยู่ในห้องบรรทมของพระสนมได้อย่างไร ขอฝ่าบาททรงเมตตาไต่สวนหาความจริงด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

ชายผู้นั้นยังโขกศีรษะร้องขอความเมตตา ทว่าผู้มีอำนาจสูงสุดไม่ได้แยแสและกลับเอ่ยดังขึ้น

“จางชุน”

กงกงผู้ถูกเรียกเร่งรีบกุลีกุจอเข้ามา ฝ่าบาทพยักหน้าเพียงครั้งเดียวผู้รับใช้ใกล้ชิดก็รีบไปเรียกผู้อื่นเข้ามาอย่างรู้ใจ และรีบปิดม่านหน้าเตียงของหญิงสาวลงหากนางก็ยังมองเห็นความเป็นไป ทหารสองนายเข้ามากระชากผู้ที่คุกเข่าโขกศีรษะให้ลุกขึ้น

“ไม่ ฝ่าบาท ข้าน้อย...อึก!”

ร่างอรชรบนเตียงตัวสั่น ลมหายใจชะงัก เมื่อเห็นกับตาผ่านม่านบางเลือนรางว่าเจ้าของร่างสูงใหญ่ดึงดาบจากทหารนายหนึ่งมาแทงเข้ากลางอกชายผู้นั้นจนทะลุกลางหลัง ทั้งยังดึงออกแทงซ้ำอีกสองครั้งและยังฟาดฟันซ้ำหลายครั้ง เลือดกระเด็นมาจนถึงม่านทำเอาหญิงสาวหน้ามืดวูบ

“เอาออกไป”

กงกงเป็นผู้สั่งเมื่อนายตนหยุดมือแล้วทิ้งดาบลงพื้น

ทุกคนออกไปด้านนอก ร่างสูงใหญ่ก็ตรงกลับมาหานางยังเตียง ร่างอรชรผงะถอยกรูดเมื่อม่านถูกกระชากอย่างแรงจนขาดหลุดลงมา

“เจ้ากล้าทรยศข้าได้อย่างไร”

“หม่อมฉันเปล่าเพคะ”

ร่างสูงใหญ่โถมมาใกล้ฉุดแขนของนาง ใบหน้าคมคายโน้มมาไม่ห่างนัก

“ข้าเห็นกับตาตนเองเช่นนี้ ยังปฏิเสธอีกหรือ”

ดวงตาคู่คมดุกวาดมองใบหน้าและเนื้อตัวทั้งที่นางยังกุมผ้าห่มไว้แต่ก็ราวถูกเปิดเปลือย ก่อนคางเล็กจะถูกบีบด้วยมือหนา

“อีกเพียงคืนเดียว ข้าก็จะมาหาเจ้าแล้ว รอไม่ได้เชียวหรือ”

หญิงสาวหน้าร้อนวาบเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยราวดูถูก

“หม่อมฉันถูกใส่ร้าย”

นางเข้านอนเพียงลำพังคนเดียวในค่ำคืนที่ผ่านมา ทว่าตื่นขึ้นมากลับมึน ปวดไปทั้งศีรษะและร่างกายราวถูกวางยา

“หม่อมฉันไม่รู้ว่าชายผู้นั้นเป็นใคร มาจากที่ใด”

“มันเป็นทหารเลวที่เข้าเวรยามในตำหนักเจ้า จำไม่ได้หรือ”

ใบหน้างดงามส่ายไปมา นางย่อมไม่มองใบหน้าทหารคนไหนจนถึงขั้นจดจำขึ้นมาได้อยู่แล้ว

“หม่อมฉันหมดสติราวถูกวางยา ไม่รู้ว่าชายผู้นั้นเข้ามาได้อย่างไร หม่อมฉันเป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียว”

นางพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตน

“หึ เจ้าเปลือยเปล่าบนเตียงที่มีชายอื่น เพียงเท่านี้ก็หยามเกียรติข้ายิ่งนัก มีหรือชายหญิงชิดใกล้จะไม่เกิดสิ่งใด หากเจ้าถูกทหารเลวนั่นวางยาจริง มันก็คง...”

อีกฝ่ายหยุดพูดแล้วปล่อยคางของนางอย่างแรง สันกรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงความโกรธจัด

“ฝ่าบาท...”

ร่างอรชรรีบถลามาคว้าข้อมือหนา ทว่ากลับถูกสะบัดออก เพราะร่างกายยังปวดร้าวและหนักเพราะพิษของยา นางจึงล้มลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง

“ข้ารีบร้อนมาที่นี่ทันทีที่ฟ้าสว่างเพราะเป็นห่วงเจ้า สนมเอกบอกข้าเมื่อคืนนี้ว่าดูเจ้าไม่ค่อยสบาย แต่ไม่คิดเลย...”

ฝ่าบาทหลับตาถอนหายใจยาวก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคมเข้มฉายแสงอ่อนลง ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ทำให้หญิงสาวน้ำตาไหลพราก

“ความผิดเจ้า ข้าไม่อาจละเว้น อย่างไรเจ้าก็มีมลทิน แต่จะให้ประหารเจ้าข้าก็ทำไม่ลง ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ใช่คนของข้าอีกต่อไปแล้ว”

เอ่ยจบเจ้าของร่างสูงใหญ่ก็หันหลังจะเดินจากไปทว่าร่างอรชรรีบใช้กำลังที่พอมีอยู่ลุกตามไป แม้จะล้มลุกคลุกคลานหากก็คว้าชายเสื้อคลุมยาวของอีกฝ่ายจนได้ กระนั้นตนก็ถึงกับทรุดลงคุกเข่า

“ฝ่าบาท ได้โปรด หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดผิด”

“เจ้าเองย่อมรู้ดีว่าข้าปวดใจเพียงใด”

ฝ่าบาทเอ่ยโดยไม่ได้หันกลับมามองนาง

“แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็จะไม่ส่งเจ้าไปตำหนักเย็น ข้าทำร้ายเจ้าไม่ลง อยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิตของเจ้าเถิด”

ราวตัดเยื่อใยแล้ว ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินต่อไปโดยไม่สนใจแรงฉุดของนาง และหญิงสาวก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากนักจึงรั้งอีกฝ่ายไม่ได้

“ฝ่าบาท”

นางมองร่างสูงใหญ่ก้าวตรงไปยังประตูพร้อมน้ำตารินไหลไม่ขาดสาย พลันเหลือบเห็นดาบตกอยู่ไม่ห่าง

หญิงมีมลทินและถูกสวามีทอดทิ้งจะมีหน้าอยู่ต่อไปได้อย่างไร แม้จะมั่นใจว่าตนยังเป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียว ทว่าฝ่าบาทยังไม่เชื่อแล้วผู้อื่นมีหรือจะเชื่อ นางกลายเป็นสนมผู้คบชู้สู่ชายไปแล้ว ฉะนั้นอยู่ต่อไปก็ไม่มีความหมาย

มือบางเอื้อมไปคว้าดาบมาประชิดคอตนทั้งที่สั่นไปทั้งร่าง หากนางก็เลือกแล้ว

“ฝ่าบาท หม่อมฉันทูลลา”

ตายเสียยังดีกว่าทนอยู่ให้คนประณาม จบคำหญิงสาวก็กลั้นใจดันมีดเข้าปาดคอตน เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าของร่างสูงใหญ่หันกลับมา

“ฉูฉู่”

ฝ่าบาทก้าวรีบพรวดมายังร่างอรชรพร้อมสีหน้าตระหนกทว่าช้าไปแล้ว

ความแปลบปลาบร้าวลึกที่คอทำให้ลมหายใจหญิงสาวรวยริน ร่างอรชรล้มลงไปบนพื้นก่อนฝ่าบาทจะประคองขึ้นมา ในสายตาที่พร่าเลือนและหูเริ่มอื้ออึง นางรับรู้ได้ว่าฝ่าบาทโอบกอดอย่างทะนุถนอมและเรียกชื่อตนด้วยเสียงเข้มพร่าเจือสะอื้น มือบางพยายามยกขึ้นแตะใบหน้าคมคายด้วยแรงกำลังสุดท้ายพร้อมพึมพำเสียงเบาหวิว

“หม่อมฉันรักฝ่าบาท”

=====

เปิดเรื่องจะไม่ใช่ในดินแดนเทพ แต่เป็นแนวเทพเซียน เรื่องราว ลำดับที่ 4 ในเซต 'ชะตารักเทพสวรรค์' ค่า ^^

ฝากติดตามเป็นกำลังใจด้วยนะคะ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
55 Bab
บทนำ
ผ้าห่มแพรมันลื่นถูกกระชากออกพร้อมกับรู้สึกได้ว่ามีการขยับเขยื้อนทั้งที่ตนยังนิ่งทำให้ผู้ที่หนักศีรษะรวมไปถึงร่างกายพยายามลืมตาพร้อมได้ยินเสียงกร้าวลั่น“หญิงโฉดชายชั่ว บังอาจนัก!”ร่างอรชรสะดุ้งเฮือก เปลือกตาที่กำลังปรือปรอยเปิดขึ้นแล้วก็เห็นคนผู้หนึ่งถูกยันตกลงจากเตียง ส่วนตนรีบคว้าผ้าห่มปกปิดเรือนกายด้วยรู้สึกโล่งจนน่าหวั่นใจ“ฝ่าบาท ข้าน้อยมิบังอาจ ขอฝ่าบาททรงเมตตา”ผู้ที่ตกไปด้านล่างเหมือนจะตื่นเต็มตาในทันใดแล้วรีบโขกศีรษะลงพื้นเมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านใบหน้าถมึงทึงสายตาหญิงสาวกระจ่างชัดแล้วในตอนนี้ ร่างอรชรตัวสั่นเทา สองมือกุมผ้าแพรแน่นกระชับลำคอ ขณะสบกับดวงตาคู่คมดุกร้าวของผู้มาเยือน นางส่ายหน้าปฏิเสธให้อีกฝ่ายขณะศีรษะปวดร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนแม้จะยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ทว่าตื่นขึ้นมาโดยมีชายอื่นอยู่บนเตียงตนเช่นนี้อย่างไรนางก็มีความผิดมุมปากได้รูปงามบนใบหน้าขาวคมคายกระตุกหยัน แววตาไร้ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจทำเอาหญิงสาวใจหายวาบ“ข้าน้อยไม่รู้ว่ามาอยู่ในห้องบรรทมของพระสนมได้อย่างไร ขอฝ่าบาททรงเมตตาไต่สวนหาความจริงด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”ชายผู้นั้นยังโขกศีรษะร้อง
Baca selengkapnya
1.วิบากกรรมพันครั้ง (1)
หิมะขาวโพลนปกคลุมทั่วขุนเขา ภายในถ้ำลึกเต็มไปด้วยน้ำแข็ง บนแท่นน้ำแข็งเย็นยะเยียบมีร่างอรชรนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรนิ่งพร้อมแสงวาบขึ้นกลางหน้าผากมนเป็นรูปคล้ายกลีบดอกโบตั๋น ดวงหน้างามหวานซึ้งมีเหงื่อซึมผุดพราย คิ้วเรียวคมขมวดมุ่น ราวกำลังต่อสู้กับบางอย่างก่อนทั้งร่างจะสะดุ้งเฮือกเพราะหัวใจปวดร้าวเหมือนถูกทิ่มแทงจนกระอักเลือดออกมา ดวงตาคู่เรียวงามเปิดขึ้นกะทันหัน หากไม่นานแสงเรืองรองกลีบดอกโบตั๋นก็จางหายไปพร้อมเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงและร่างอรชรล้มลงนอนหมดสติกลางแท่นน้ำแข็งไอเย็นจัดเข้าแทรกซึมร่างกายจนใบหน้าขาวนวลเนียนซีดเผือด กลีบปากอิ่มสีหวานคล้ำขึ้น ร่างอรชรนอนนิ่งนานครู่หนึ่งจึงมีเสียงหินก้อนใหญ่เคลื่อนไหว แล้วใครคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นด้านหน้าช่องว่างพลางก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ“เยว่เอ๋อร์”เจ้าของร่างอรชรเอ่ยเสียงเครียด ใบหน้าเรียวงดงามมีความวิตกกังวลเมื่อเห็นคนบนแท่นบาดเจ็บและรีบช่วยพยุง ทว่าไอเย็นเยียบที่ได้รับรู้จากร่างอีกฝ่ายทำให้นางยิ่งหน้าเสียพลางประคองเรือนร่างบอบบางใกล้เคียงตนขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะเร่งใช้พลังปราณเพื่อเยียวยาผู้หมดสติ หากก็เพียงช่วยได้บางส่วนเท่านั้น เมื่ออีกฝ่า
Baca selengkapnya
1.วิบากกรรมพันครั้ง (2)
ร่างอรชรที่อ่อนระโหยถูกประคองให้นั่งลงบนแท่นน้ำแข็ง มาถึงขุนเขามังกรสวรรค์หญิงสาวก็ทรมานน้อยลงแล้ว ทั้งเมื่อได้อยู่บนแท่นน้ำแข็งร่างกายที่ปั่นป่วนด้วยเพลิงร้อนวูบวาบก็ผ่อนคลายขึ้น“จือเยว่ คนเก่งของพ่อ อดทนอีกไม่นาน เจ้าจะผ่านมันไปได้”ไท่จื่อจิ่นลี่วางมือหนาลงบนศีรษะของบุตรสาว แววตาคู่คมเข้มฉายแววอ่อนโยน“เพคะ”จือเยว่ตอบรับอย่างมุ่งมั่น ดวงตาคู่งามเปล่งประกายของความมั่นใจในตนเอง“พ่อไม่อาจอยู่ที่นี่กับเจ้า หรือส่งผู้ใดมาอยู่กับเจ้าได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป จะไม่มีใครหรือสิ่งใดเข้ามายังขุนเขามังกรนี้ได้”“ท่านพ่อมีราชกิจมากมายและยังต้องดูแลท่านแม่ ลูกอยากบำเพ็ญเพียรให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อแบ่งเบาราชกิจของท่านพ่อเพคะ”จิ่นลี่ลูบผมนุ่มสลวยด้วยความรักเอ็นดูทั้งห่วงใยไม่น้อย“หากเจ้าบรรลุเทพเซียนขั้นเก้าแล้วพ่อจะมารับ”จือเยว่ยิ้มบาง ไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใด แม้จะปวดร้าวในอกซ้ำเล่าซ้ำเล่า ทั้งยังร้อนราวเพลิงโหมไหม้ภายในกายยามต้องเผชิญทุกข์เข็ญ เมื่อไอเย็นจัดภายนอกปะทะและแทรกซึมเข้ามาเนื้อตัวจึงสะบัดร้อนสะบัดหนาวเหมือนพิษไข้รุมเร้าอย่างหนักจนต้องกระอักเลือด แต่ผ่านไปครู่ใหญ่นางก็จะมีแรงกำลังกลับมา
Baca selengkapnya
2.ดอกฟ้าแสนงาม (1)
องค์หญิงหนิงเซียงหลับตาพร้อมใจหล่นตามร่าง กัดฟันทำใจว่าตนเองต้องเจ็บแต่กลับมีบางอย่างรองรับ ความแปลกใจทำให้นางลืมตาขึ้นพร้อมกับตนถูกพาหมุนตัวหลบกิ่งไม้ที่หักตกไม่ห่างนักได้อย่างหวุดหวิด ดวงหน้าเรียวหวานซุกลงบนแผงอกกว้างอย่างลืมตัว เมื่อนึกได้จึงรีบผละออกแล้วขยับไปมา“นางกำนัลน้อย เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก”ชายอีกคนซึ่งมาด้วยเอ่ยพร้อมกับผู้ที่อุ้มนางอยู่ปล่อยลง องค์หญิงหนิงเซียงจำน้ำเสียงได้ว่าเขาคือผู้ทักตนทำให้ตกใจหล่นลงมา นางเหลือบมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ข้างกายเห็นว่าใบหน้าขาวคมคายก้มลงมองตนอย่างสงสัย สบดวงตาคู่คมกริบเพียงชั่วแวบก็รีบถอยห่าง สายตาสอดส่ายมองหาพี่สาวทว่ากลับไร้เงา‘พี่หญิงหลบไปแล้วสินะ’“นับแต่เกิดมา เพิ่งเคยพานพบสตรีเก่งกาจเช่นเจ้า ต้นไม้สูงไม่ใช่น้อยยังปีนป่ายขึ้นไปได้”นางเหลือบมองผู้พูดก็เห็นว่าเขายิ้มมุมปาก ไม่แน่ใจว่าเป็นคำชมหรือขำขัน“อันตรายเช่นนี้ เจ้ายังเห็นเป็นเรื่องสนุกไปได้มู่ฉางเหยียน”ผู้ที่ช่วยตนไว้เอ่ยเป็นครั้งแรก องค์หญิงหนิงเซียงเหลือบมองแล้วก้มหน้าเล็กน้อย ไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากให้คนทั้งสองเห็นหน้าตนชัดเจนนัก“เฮ้อ เจ้าเองก็จริงจังไปเสียทุกเรื่องนะหลิวซูห
Baca selengkapnya
2.ดอกฟ้าแสนงาม (2)
“กลับเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”หลิงเอ๋อร์นางกำนัลคนสนิททักท้วงด้วยสีหน้าลำบากใจ เพราะองค์หญิงสั่งให้หยุดรถม้าแล้วให้ทหารรอ ก่อนจะแยกออกมาชมตลาดโดยอ้างว่าจะดูแผงขายปิ่นที่อยู่ใกล้ๆ อยากเห็นฝีมือชาวบ้านนอกวังว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ทว่ากลับเดินดูร้านอื่นไกลออกมา“มาไกลเกินไปแล้วนะเจ้าคะ”“อุ๊ย ขนมนั่นน่ากินนะ ข้าอยากลอง ไปซื้อกัน”แทนที่จะฟังนาง องค์หญิงกลับสอดส่ายสายตาไปทั่วอย่างสนอกสนใจแล้วชี้ไปทางร้านขนมห่างออกไป“เช่นนั้นคุณหนูกลับไปยังรถม้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ บ่าวจะไปซื้อให้เอง”“จะกลับไปกลับมาทำไมกัน ซื้อก่อนแล้วค่อยไปที่รถม้าก็ได้”“แต่ห่างสายตาคนของเรามากนะเจ้าคะ”“เจ้าคิดมาก ไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็นผู้ใดสักหน่อย”ชุดที่นางใส่นั้นแม้จะดูสวยงาม หากก็ไม่ได้เป็นชุดที่บ่งบอกว่ามียศตำแหน่งใด ดูเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ทั่วไปเท่านั้น“แต่...”“มาเร็ว ชักช้ายิ่งทำให้กลับช้าไปอีกนะ”องค์หญิงหนิงเซียงฉุดมือคนของตนให้ก้าวตามโดยเร็ว การได้เห็นสิ่งแปลกตาในเมืองนอกกำแพงวังทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจนัก แม้รู้ว่าต้องกลับเข้าวังให้ทันเวลาหากก็ยังอยากดูนั่นนี่อีกเล็กน้อย“ข้าซื้อนี่สองชิ้น”ปลายนิ้วเรียวชี้ขนมที่เป็นแ
Baca selengkapnya
3.หัวใจผลิบาน (1)
“องครักษ์หวัง”องค์หญิงหนิงเซียงปรามองครักษ์ตนเสียงเบา ด้วยนางเองก็นับถือและเคารพอีกฝ่ายที่อายุมากกว่าไม่น้อย“ถึงอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาใกล้องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”หัวหน้าองครักษ์บอกน้ำเสียงนอบน้อม หากกลับมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ด้วยแววตาเย็นชา ขณะเดียวกันนั้นทหารก็กำลังควบคุมตัวหัวขโมยเอาไว้“ถุงเงิน”ชายผู้นั้นชูถุงเงินในมือพลางเอ่ยสั้นๆ สีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ หากก็ทำให้องค์หญิงหนิงเซียงรู้สึกเกรงใจเขาที่องครักษ์แสงความแข็งกร้าวกับอีกฝ่าย“ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ...หลิงเอ๋อร์”นางขอบคุณอย่างจริงใจแล้วพยักหน้าให้หลิงเอ๋อร์ไปรับถุงเงินจากชายหนุ่ม“เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้ว กระหม่อมทูลลา”อีกฝ่ายคำนับแล้วเลี่ยงไปองค์หญิงหนิงเซียงมองตามร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก เหมือนยังมีคำพูดที่ติดค้างอยู่ในใจ แน่นอนนางควรเอ่ยถามชื่อเสียงเรียงนามชายหนุ่ม อย่างน้อยก็ควรส่งของกำนัลตอบแทนน้ำใจ หากชื่อนั้นกลับผุดขึ้นมาในห้วงสำนึกแม้ได้ยินเพียงครั้งเดียว‘หลิวซูหยวน’และนางปล่อยให้เขาเดินจากไปโดยไม่ได้ถามสิ่งใดการสอบราชการเพิ่งผ่านพ้น บัณฑิตใหม่สามคนมาเฝ้าฮ่องเต้ โดยหนึ่งในนั้นคือหลิวซูหยวนบ
Baca selengkapnya
3.หัวใจผลิบาน (2)
“เอ่อ คุณหนู...”หลิงเอ๋อร์เอ่ยเตือนถึงความไม่เหมาะสมราวดึงสติของผู้เป็นนายกลับมา องค์หญิงหนิงเซียงรีบดึงมือตนเองจากเสื้ออีกฝ่ายแล้วจะผละกายออก หากเขากลับนำพาให้นางเดินออกจากกลุ่มคนโดยไม่คิดปล่อยแขนจากเอวบาง ทำเอาสองสาวมองกันด้วยความงุนงง ออกอาการเลิ่กลั่กทั้งนายและบ่าวแต่เมื่อห่างจากผู้คนที่เบียดเสียดชายหนุ่มก็ปล่อยและขยับไปยืนเว้นระยะด้วยตัวเอง หลิงเอ๋อร์เองก็ประคองนายตนราวหวงแหน ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงองค์หญิงเจียวมิ่งพร้อมร่างอรชรก็ตรงเข้ามาหาน้องสาวอย่างร้อนใจ โดยผู้เป็นสวามีตามมาเช่นกัน“เซียงเอ๋อร์ พี่ตกใจแทบแย่ที่อยู่ๆ ก็ไม่เห็นเจ้า”มือบางถูกจับพร้อมสายตาที่ฉายแววห่วงกังวลก็กวาดมองร่างผู้เป็นน้องจนทั่ว“อ้าว หลิวซูหยาง”“ใต้เท้ามู่...ถวายพระพรองค์หญิง”หลิวซูหยางเอ่ยนามผู้ที่มาใหม่อย่างให้เกียรติทว่าอีกฝ่ายกลับตบบ่าเขาอย่างแรง“ใต้ทงใต้เท้าอะไรกัน บอกแล้วว่าพบกันข้างนอกเราก็ยังเป็นสหายเช่นเดิม”มู่ฉางเหยียนนั้นเข้ารับราชการในสำนักราชเลขาก่อนหลิวซูหยางแล้วได้รับพระราชทานอภิเษกหลังจากนั้น เวลานี้มีตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยราชเลขาธิการส่วนพระองค์ทั้งยังเป็นถึงเป็นราชบุตรเขยด้ว
Baca selengkapnya
4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (1)
แคว้นอันมีการแข่งขันเตะลูกหนังเป็นการละเล่นประจำปี แต่ละกรมจะจัดกลุ่มคนเพื่อแข่งขันเจ็ดคน กรมใดมีชัยได้อันดับหนึ่งจะได้รับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้เป็นทองคำยี่สิบก้อน และได้นั่งด้านหน้าสุดในงานพระราชสมภพของฮ่องเต้กับฮองเฮาในปีนั้น นับว่าเป็นเกียรติอย่างมากทุกกรมจึงจริงจังกับการแข่งนี้แม้สำนักราชเลขาธิการจะไม่ได้แข็งแกร่งเช่นกรมทหารรักษาพระราชวังหรือทหารองครักษ์ หากส่วนใหญ่ก็เคยผ่านการละเล่นนี้มาแล้วในตอนศึกษาอยู่ในสำนักศึกษา หลิวซูหยวนกับมู่ฉางเหยียนจึงเข้าร่วมเป็นตัวแทนองค์หญิงหนิงเซียงเคยมาชมการแข่งขันพร้อมองค์หญิงเจียวมิ่งที่สามารถมาชมเพื่อให้กำลังใจพระสวามีแล้วในสองปีที่ผ่านมา หากไม่ได้สนใจการแข่งจริงจังนัก ทว่าในปีนี้กลับต่างออกไปเมื่อได้เห็นหนึ่งในผู้ร่วมเล่นลูกหนังจากสำนักราชเลขาธิการ“ใต้เท้าหลิวฝีมือไม่เบาทีเดียว ทั้งยังเล่นได้เข้าขากับท่านพี่มากอีกด้วย”ผู้เป็นพี่สาวหันมากระซิบกับนาง องค์หญิงหนิงเซียงเพียงยิ้มรับ ไม่ได้แสดงทีท่าตื่นเต้นเท่าใดนัก หากความจริงนางแทบไม่อาจละสายตาจากร่างสูงใหญ่ที่เล่นลูกหนังอย่างคล่องแคล่ว ทั้งแย่งทั้งส่ง หรือกระทั่งกระโดดม้วนตัวเตะลูกหนังเข้าไ
Baca selengkapnya
4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (2)
ในรถม้าองค์หญิงหนิงเซียงมองพัดในมือตนพลางถอนหายใจ ขณะที่หลิงเอ๋อร์ก็มีพัดคอยพัดวีไล่ความร้อนอบอ้าวให้ผู้เป็นนาย ด้วยพัดจากใต้เท้าหลิวนั้นองค์หญิงจะถือไว้ด้วยตนเองเสมอ“น่าเสียดายที่ก่อนกลับไม่ได้บอกกล่าวใต้เท้ามู่กับใต้เท้าหลิวนะเพคะ”หลิงเอ๋อร์เอ่ยอย่างรู้ใจว่าแท้จริงแล้วนายตนอยากพบหน้าผู้ใดก่อนเข้าวัง เพราะนับแต่พ่ายแพ้หลิวซูหยวนก็ไปนั่งดูการแข่งขันร่วมกับสหายในสำนักราชเลขาธิการ ไม่ได้มานั่งร่วมโต๊ะกับราชบุตรเขยอีก“หลิงเอ๋อร์”ใบหน้าหวานงดงามงอง้ำพลางเอ่ยปรามคนสนิทเสียงอุบอิบเพราะรู้แก่ใจว่าความรู้สึกของตนนั้นกำลังเริ่มไม่เหมาะไม่ควรขณะนั้นเสียงม้าร้องดังขึ้นทั้งรถม้ายังกระชากอย่างแรงจนร่างอรชรกระแทกเข้ากับด้านข้างรถม้า“โอ๊ะ...เกิดอะไรขึ้น”หลิงเอ๋อร์ร้องขึ้นพลางรีบประคองนายตน“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!”เสียงคนที่ควบคุมม้าด้านนอกตะโกนลั่น“ระวัง! ด้านหน้าระวังด้วย!”หลายเสียงเริ่มตะโกนดัง รถม้าขององค์หญิงหนิงเซียงอยู่ท้ายขบวน หากม้าตื่นตระหนกวิ่งเร็วอาจลากจูงให้รถม้าไปชนกับทหารองครักษ์รวมถึงรถม้าด้านหน้าได้ นั่นอาจพลอยทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ทั้งกับองค์ชายรองและองค์ชายสามรถม้ายังถูกแ
Baca selengkapnya
5.คนขี้ขลาด (1)
“เซียงเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำให้สด็จพ่อโกรธมาก อย่าได้ทำเช่นนี้อีก ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจถูกลงทัณฑ์”องค์ชายรองเสวียนหลินตามมายังตำหนักองค์หญิงหนิงเซียงหลังจากเข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้ว“ให้เสด็จพ่อลงทัณฑ์ข้าเสียยังดีกว่าให้ข้าแต่งงาน”เห็นน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสาย ทว่าสีหน้ากลับมุ่งมั่นแข็งขืนของน้องสาวแล้วสีหน้าองค์ชายรองกลับยิ่งเคร่งเครียด เจ้าตัวยังนั่งคุกเข่าอยู่ในตำหนักตนไม่ขยับแม้หลิงเอ๋อร์กับนางกำนัลคนอื่นจะช่วยกันเลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่เป็นผล“เซียงเอ๋อร์”องค์ชายรองอ่อนใจในความดื้อดึงของน้องสาว แปลกใจนักที่น้องน้อยผู้เรียบร้อยและหัวอ่อนเสมอมาของตนกลับกล้าขัดรับสั่งพระบิดา‘ช่างดื้อรั้นเอาแต่ใจนัก หากขอสิ่งใดข้าก็อนุญาต กลับคำ พลิกราชโองการ คำพูดของข้าจะยังศักดิ์สิทธิ์เชื่อถือได้อีกหรือ เจ้าพูดกับน้องเจ้าให้นางเข้าใจ ข้าตัดสินใจเช่นนี้ก็เพื่อนาง’พระบิดารับสั่งย้ำอย่างขุ่นเคืององค์ชายรองย่อกายลงตรงหน้าอีกฝ่าย วางมือสองข้างบนบ่าบอบบาง“เสด็จพ่อทำเพื่อเจ้า ชาวเมืองมากมายต่างก็เห็นฮ่าวหมิงอุ้มเจ้า แตะต้องเนื้อตัวและช่วยชีวิตเจ้าไว้ เขามีความดีความชอบ ส่วนเจ้าเป็นถึงองค์หญิง ไม่ควรมีผู้ใดแตะต้องชิ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status