LOGINหลายวันต่อมา
พริมาเพิ่งปิดไลฟ์ได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอขมวดคิ้วมุ่น
“คุณภาส!!!...” พริมาพึมพำ ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ภายใน
“สวัสดีค่ะคุณภาส”
“สวัสดีครับคุณพริมา” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล
“แหม่!!... เมื่อสักครู่ผมก็อยู่ในไลฟ์ด้วยนะครับ ดูเพลินเลย “
“ผมติดตามไลฟ์ของคุณพริมามาสักพักแล้ว ต้องบอกว่าคุณมีเสน่ห์มากจริง ๆ ครับ ทั้งความสดใส ความเป็นกันเอง และความสามารถในการพูดของคุณ ทำให้สินค้าน่าสนใจขึ้นมาทันที” ภาสกรเอ่ยชม น้ำเสียงของเขาอบอุ่นจนพริมาเผลอคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกรอกเสียงหวานตอบไป
“ขอบคุณค่ะ...คุณภาส... ว่าแต่ วันนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“คืองี้ครับ... ผมกำลังจะมีงานเปิดตัวโครงการหมู่บ้านพิมานธารา เป็นบ้านจัดสรรแห่งใหม่ของเรา ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ผมคิดว่า... อยากจะเรียนเชิญคุณพริมามาเป็นส่วนหนึ่งของงานครับ” เขาเว้นจังหวะอีกครั้ง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า
“คือผมอยากได้คนที่กำลังมาแรง เป็นที่สนใจ อย่างคุณพริมาเนี่ยแหละครับ มาช่วยเปิดตัวโครงการของผม คือ... จะให้คุณพริมาช่วยพูดบนเวที นำเสนอภาพลักษณ์ของโครงการ หรืออะไรก็ได้ที่คุณพริมาถนัดเลยครับ” น้ำเสียงของภาสกรจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ผมมั่นใจว่า...ด้วยความสามารถและชื่อเสียงของคุณพริมา จะช่วยทำให้งานเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรใหม่ของผมดูน่าสนใจและเป็นที่จับตามองมากขึ้นครับ” ในขณะที่พูดถึงเรื่องงาน น้ำเสียงของภาสกรก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความชื่นชมอย่างเปิดเผย
“จริงๆ แล้ว ผมชื่นชอบสไตล์การทำงานของคุณพริมามากนะครับ ดูเป็นธรรมชาติและเข้าถึงง่าย ผมเชื่อว่าภาพลักษณ์ของคุณจะเข้ากันได้ดีกับโครงการบ้านแห่งใหม่ของเรา ที่เน้นความอบอุ่นและเป็นกันเองครับ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรอฟังความคิดเห็นจากเธอ
“ถ้าคุณพริมาสนใจ ผมยินดีที่จะส่งรายละเอียดของเนื้องานเพิ่มเติมให้ครับ...” น้ำเสียงของเขาลงท้ายด้วยความคาดหวังอย่างชัดเจน
พริมาฟังอย่างตั้งใจ ความรู้สึกประหลาดแล่นริ้วในใจ น้ำเสียงของภาสกรมีความจริงใจและนุ่มนวลอย่างบอกไม่ถูก... และคำชมที่เขาเอ่ยมานั้น ก็ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด หญิงสาวสีหน้าเปลี่ยนเป็นลังเล เพราะเธอเพิ่งนัดกับจีน่าบุตรสาวเอาไว้
“คุณภาสกรจะเปิดตัวโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งใหม่เหรอคะ... อื้มฉัน… ไม่แน่ใจเลยค่ะคุณภาส... ว่าจะว่างหรือเปล่า”
“เสียงคุณฟังดูไม่ดีเลย มีอะไรหรือเปล่าครับ” หญิงสาวลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ
“คือพริมาเพิ่งคุยกับน้องจีน่าเรื่องงานวันพ่อเค้าน่ะคะ ก็เลยแอบกังวลนิดหน่อย”
“เอางี้มั้ยครับ คุณพริมา ถ้าไม่รังเกียจ ผมไปงานวันพ่อของน้องจีน่าก็ได้ ถือว่าช่วย ๆ กัน คุณช่วยผม ผมก็ช่วยคุณ”
น้ำเสียงของไฮซีหนุ่มพยายามโน้มน้าวหญิงสาว
“ผมอยากให้คุณมาจริงๆ นะครับคุณพริมา งานนี้ใหญ่พอสมควร คุณจะได้เจอผู้คนเยอะแยะ อาจจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจของคุณด้วยนะครับ และที่สำคัญ...” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย
“ค่าจ้างสำหรับแม่ค้าออนไลน์อย่างคุณ ผมจ่ายให้วันล่ะห้าหมื่นบาทเลยนะครับ”
พริมาเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าสับสนอย่างหนัก ตัวเลขห้าหมื่นบาทต่อวัน เป็นจำนวนที่มากพอที่จะช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของเธอได้ไม่น้อย แต่ภาพใบหน้าลูกสาวก็ลอยขึ้นมาในหัว
เมื่อเห็นพริมาเงียบไป ก่อนจะตัดสินใจ พูดออกไปช้าๆ ด้วยความลังเล
“งั้น... ฉันขอคิดดูก่อนนะคะคุณภาส เดี๋ยวถ้ายังไงจะติดต่อกลับไปค่ะ”
“ได้ครับคุณพริมา แล้วผมจะรอคำตอบจากคุณนะครับ” พริมาไม่ได้ตอบอะไร หญิงสาววางสาย มองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าหนักใจยิ่งกว่าเดิม
“มีอะไรไม่สบายใจหรือคะ พี่พริมา” น้องเนยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านายไม่สู้ดี
“ก็คุณภาสกรนะสิ เสนอให้พี่ไปงานเปิดตัวโครงการหมู่บ้านแห่งใหม่ของเขา” พริมาตอบเสียงอ่อนลง
“งานเปิดตัวหมู่บ้านพิมานธารา ใช่มั้ยคะ” เนยทวนคำถาม ที่ได้ยินเสียงสนทนาช่วงที่เจ้านายคุยสายกับภาสกรเมื่อสักครู่
“อื้ม...นั่นแหละ”
“อ๋อ!!!...สงสัยคุณภาสกรเนี่ย!!!...เค้าคงอยากจะเกาะกระแสความปังของพี่นะคะ งั้นพี่ก็ไปช่วยเค้าโปรโมทโครงการหน่อยสิคะ ดู ๆ แล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหายเลย” เด็กสาวแอบเชียร์ เพราะรู้ว่าเจ้าของโครงการรวยไม่ใช่เล่น ก่อนจะเสนอความคิดแบบเป็นกลางออกไป
“แล้วค่าตอบแทนล่ะคะ มันโอเคมั้ย ถ้าโอเค..เดี๋ยวเนยไลฟ์แทนพี่ก็ได้นะ” พริมาส่ายหน้าเบาๆ
“มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ พี่นัดกับน้องจีน่าเอาไว้แล้ว” น้ำเสียงของเธอมีความรู้สึกผิดเจือปน
“อ้าว!!! จบกัน...” เนยอุทาน
“แล้วงานคุณภาสจะเริ่มวันไหนคะพี่”
“วันอาทิตย์นี้แหละ”
“งั้นพี่ก็ไปหาน้องจีน่าตั้งแต่เย็นวันศุกร์สิคะ แล้ววันเสาร์ช่วงบ่ายๆ พี่ก็เดินทางกลับ ไม่เห็นจะยากเลย” เนยเสนอทางออกให้กับเจ้านาย
“ตอนแรกพี่ก็คิดไว้แบบนั้นแหละ แต่สงสารจีน่าเนี่ยสิ” พริมาขมวดคิ้ว
“เนยว่าน้องจีน่าคงเข้าใจแหละค่ะ พี่บอกเหตุผลน้องดีๆ เนยว่าเดี๋ยวน้องจีน่าก็เข้าใจ แกไม่งอแงหรอกค่ะ” เนยให้กำลังใจ
“โอเค งั้นถ้าเดี๋ยวเขาโทรมาเอาคำตอบ พี่ค่อยตกลงก็แล้วกัน” พริมาตัดสินใจ
สองวันต่อมา
พริมามองกองเอกสารทวงหนี้บนโต๊ะทำงาน แววตาเต็มไปด้วยความหนักใจ ยอดตัวเลขดูเหมือนภูเขาที่ยากจะปีนข้าม เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนดูรูปจีน่าที่กำลังยิ้มร่าเริง จากนั้นเสียงโทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ ‘คุณภาส’
พริมาสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะกดรับสาย
“สวัสดีค่ะคุณภาส”
“สวัสดีครับคุณพริมา ผมโทรมาเอาคำตอบครับ” ภาสกรเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างเป็นกันเอง
หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง เธอเองลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิท เพราะสองวันที่ผ่านมามีออเดอร์สินค้าเข้ารัว ๆ ทำให้พริมาแทบไม่มีเวลาตัดสินใจ แต่กระนั้นคุณแม่สายสตรองก็ยังคงมีเรื่องกลุ้มใจหนักอกด้วยหนี้ก้อนโตที่สามีของเธอทิ้งเอาไว้ก่อนเสียชีวิต
ฉับพลันสายตาของหญิงสาวก็เหลือบมองไปยังรูปถ่ายใบเล็ก ๆ รอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาของจีน่า ใต้กระจกบนโต๊ะทำงานนั้น ช่างตัดกับความเป็นจริงที่แสนโหดร้าย..พริมารู้ดีว่าข้อเสนอของภาสกรนั้นมีเงื่อนไขแอบแฝงอยู่...
ปลายสาย สังเกตได้ถึงความเงียบไปนานอย่างผิดปกติ จึงรีบเอ่ยถาม
“ทำไมถึงเงียบไปละครับ คุณพริมา?” เสียงทุ้มเอ่ยถามดึงสติของหญิงสาวให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
“อ๋อ ขอโทษค่ะ” หญิงสาวเสียงติดขัดเล็กน้อย ก่อนจะพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ
“ผมไม่ได้กดดันคุณใช่มั้ยครับ? ถ้าคุณไม่สะดวกจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมแค่... อยากช่วยเหลือคุณจริง ๆ”
“อ๋อ ๆ ไม่หรอกค่ะ พอดีฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อยค่ะ” พริมารีบปฏิเสธ ทั้งที่ในใจยังรู้สึกกังวลกับความช่วยเหลือที่แอบแฝงของเขา
หญิงสาวสูดหายใจลึกๆ อีกครั้ง เธอรู้ดีว่ากำลังก้าวเข้าไปในวังวนอะไร แต่ความจำเป็นและความปรารถนาที่อยากเห็นลูกมีความสุขมันมีมากกว่า จึงเอ่ยตอบเขาไป
“ตกลงค่ะ...คุณภาส ฉันจะรับงานเปิดตัวโครงการบ้านของคุณ” ปลายสายดีใจอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงบ่งบอกถึงความพอใจ
“เยี่ยมไปเลยครับคุณพริมา! ผมดีใจมากเลยครับ ที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ อย่างคุณ งั้นเดี๋ยวผมจะส่งรายละเอียดไปให้ทางไลน์นะครับ แล้ว... เรื่องที่ผมจะอาสาไปส่งคุณที่ต่างจังหวัดในวันศุกร์นี้... บ่ายโมงผมจะไปรับคุณที่หอพักเลยนะครับ คุณสะดวกไหมครับ?”
“อ๋อคุณภาส!!!...ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ฉันไปเองได้” พริมารีบตอบปฏิเสธด้วยความเกรงใจปนอึดอัด
“อ่าว!!..ก็เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ... อย่าเกรงใจผมเลยครับ ผมรู้ว่าคุณก็เป็นห่วงความรู้สึกของน้องจีน่า” ภาสกรพูดน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น แต่ยังคงนุ่มนวล พริมาอึกอักกับคำพูดของภาสกรที่จี้ใจดำของเธอ ความรู้สึกผิดเรื่องงานวันพ่อทำให้เธอแทบไม่มีข้อโต้แย้ง
พริมาเสียงเบาลงก่อนจะตอบสายกลับไป
“อ๋อ!!!... อื้ม... ฉันว่า...จะไม่ให้จีน่าไปร่วมงานนี้แล้วค่ะ...” ภาสกรรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที
“อย่าใจร้ายกับน้องจีน่าสิครับ คุณพริมา!... เด็กๆ วัยนี้เค้าก็อยากมีคุณพ่อไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ ทั้งนั้นแหละครับ คุณไม่สงสารน้องจีน่ารึไง ให้ผมไปเป็นคุณพ่อให้น้องจีน่าสักวันนะครับ ผมเต็มใจ จริง ๆ นะครับ...นะครับคุณพริมา!” น้ำเสียงขอร้องแกมบังคับของภาสกรทำให้หญิงสาวรู้สึกสับสนไปหมด เขาเน้นย้ำและแสดงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ น้ำเสียงกึ่งห่วงใยกึ่งตัดพ้อเล็กน้อยทำให้พริมารู้สึกผิด
ภาสกรรุกจีบพริมาอย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงแสดงความห่วงใยบุตรสาวของเธอ ซึ่งลูกเป็นจุดอ่อนไหวที่สุดของพริมาก และภาสกรณ์ก็รู้จุดอ่อนของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้เป็นอย่างดี
ถึงแม้พริมารู้ดีว่าภาสกรกำลังใช้สถานการณ์นี้เป็นเครื่องมือในการเข้าหาเธอ แต่ความกลัวที่ลูกสาวจะต้องรู้สึกน้อยหน้าเพื่อน ๆ หรือถูกเพื่อนล้อที่ไม่มีพ่อไปร่วมงาน ทำให้เธอตัดสินใจอย่างยากลำบากอีกครั้ง
พริมาเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะยอมจำนนต่อสถานการณ์ ...
“ค่ะ...เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ..คุณภาส”
“ไม่เป็นไรครับคุณพริมา...ผมเต็มใจ! งั้นตกลงตามนี้นะครับ แล้วเจอกันบ่ายวันศุกร์ครับ”
พริมาวางสายลงโดยไม่ได้โต้แย้งอะไรอีก เธอมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าหนักใจยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะรู้สึกถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความช่วยเหลือของภาสกร แต่ในวินาทีนั้น ความต้องการที่จะเห็นลูกสาวมีความสุขในงานวันพ่อ ก็เอาชนะความรู้สึกสับสนในใจทั้งหมดของผู้เป็นแม่จนได้ พริมากำลังจะพาตัวเองและลูกเข้าไปพัวพันกับผู้ชายคนนี้อย่างเต็มตัว โดยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ซึ่งที่สำคัญเขาไม่ใช่คนโสดเหมือนอย่างคนอื่น ๆ ที่เธอเคยคบมา
ตอนที่ 41 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนั้นจบลง ความเงียบและความตึงเครียดก็ค่อยๆ จางหายไปจากบ้านของมนต์ตราและภาสกร แซนดี้เข้ามาอยู่ในบ้านอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาอีกคนของภาสกร ความสัมพันธ์ของสามคนผัวเมียเริ่มต้นด้วยความกระอักกระอ่วนในตอนแรก แต่ด้วยความเข้าใจและการปรับตัว ทั้งสามคนก็ค่อยๆ สร้างสมดุลใหม่ให้กับชีวิตเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสามคนนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน ภาสกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล“มนต์จ๋า... แซนดี้จ๋า... ผมขอบคุณ คุณสองคนมากนะ ที่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ผมต้องการ”มนต์ตราและแซนดี้หันมายิ้มบางๆ ให้กับภาสกร ก่อนที่มนต์ตราจะเป็นตัวแทนเอ่ยขึ้น“เราสองคนก็ต้องขอบคุณ คุณเหมือนกันค่ะ..คุณภาส ที่ยังให้โอกาสเราสองคนได้เริ่มต้นใหม่” แซนดี้พยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ค่ะคุณภาส แซนดี้เองก็สำนึกผิดกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ขอบคุณที่คุณยังเมตตาแซนดี้”บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ ทั้งสามคนพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเปิดอก ราวกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่กำลังปรับตัวเข้าหากัน“พรุ่งนี้คุณพริมาจะเดินทางแล้วนะ” มนต์ตราเอ่ยขึ้นเพื่อบอ
ตอนที่ 40 ที่รักโปรดยกโทษให้ฉัน NCแซนดี้เฝ้ารออย่างใจเย็น ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ รอให้ภาสกรมาเห็นภรรยาในสภาพที่เร่าร้อนและกำลังร่วมรักกับนายเมฆ กับดักที่เธอวางไว้อย่างบรรจง...“คุณมนต์จ๋า ผมขอเบิ้ลได้มั้ยครับ ผมยังไม่อิ่มเลย” นายเมฆคลี่ยิ้มบางๆ มองมนต์ตราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และปรารถนา“คุณไปอดอยากมาจากไหนคะ”“ไม่รู้สิครับ เวลาอยู่ใกล้คุณผมรู้สึกหิวตลอดเวลาเลย...” เขากล่าวพลางลูบแก้มเธอเบาๆมนต์ตรารู้สึกถึงความอบอุ่นและความเสน่หาที่ส่งผ่านมาจากการสัมผัสของเขา หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกโหยหาก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“ถ้าคุณไหว ฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ...อยู่กับคุณฉันก็มีอารมณ์ตลอดเวลาเหมือนกัน” มนต์ตรากระซิบเสียงแผ่ว พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเขาบ้าง“ต่อไปนี้...คุณต้องมาเจอผมบ่อย ๆ นะครับ ผมคิดถึงคุณ” นายเมฆไม่รอช้า โน้มตัวลงจูบเธออีกครั้ง จูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ทวีความเร่าร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว มือของเขาก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออีกครั้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ให้ตื่นขึ้นม
ตอนที่ 39 คอร์สนวดลงรูฟื้นฟูสมรรถภาพ NCในช่วงเย็นของวันที่นัดหมาย ภายในห้องพักของโรงแรมที่แซนดี้จองเอาไว้ให้มนต์ตรา แซนดี้และนายเมฆมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เธอกำลังคนเครื่องดื่มสมุนไพรสีสวยในแก้ว มองดูของเหลวสีอำพันหมุนวนด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก และไม่ลืมที่จะเติม 'ส่วนผสมพิเศษ' ลงไปเล็กน้อย เหมือนเช่นครั้งก่อนนายเมฆนั่งรออยู่บนโซฟาพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภาพใบหน้าสวยหวานของมนต์ตราและสัมผัสเร่าร้อนที่ร้านสปาในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา ความปรารถนาเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่คิดถึงเรียวขาขาวเนียนและทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“พี่เมฆดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะคะวันนี้” แซนดี้เอ่ยทักขึ้นขณะยกเครื่องดื่มอีกแก้วให้นายเมฆ“ไม่ให้อารมณ์ดีได้ไงวะ ก็คุณมนต์เค้าออกจะสวยอึ๋มซะขนาดนั้น” นายเมฆตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ“คุณมนต์น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะ รออีกนิด..เดี๋ยวเธอก็มาให้พี่กินแล้ว” แซนดี้พลางเหลือบมองนาฬิกาไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ แซนดี้รีบลุกไปเปิดประตู เผยให้เห็นร่างระหงของมนต์ตราที่ยืนอยู่ตรงหน้า ในชุดเดรสสีเรียบแต่ขับเน้นรูปร่างได
ตอนที่ 38 รู้อยู่แก่ใจมนต์ตราเดินไปยังห้องน้ำช้าๆ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป น้ำอุ่นช่วยชะล้างคราบใครและความเหนียวเหนอะหนะออกจากร่างกาย แต่ความรู้สึกผิดในใจกลับยังคงเกาะกุมแน่นหนา มนต์ตราปล่อยให้น้ำไหลรินชะล้างความรู้สึกผิดนั้นออกไป พร้อมกับความปรารถนาที่จะลบล้างความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เธอรู้สึกสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ และรู้สึกผิดต่อผู้เป็นสามี แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสุขสมที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย พร้อมกับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว... เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และหลังจากนี้เธอควรจะทำอย่างไรต่อไป?หญิงสาวรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะบนร่างกายจากน้ำมันนวดที่ผสมปนเปกับน้ำลายของเขา ความรู้สึกทางกายยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ทว่าความคิดของเธอกลับว้าวุ่นสับสนกว่านั้นมากนัก ภาพใบหน้าของภาสกรปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงอย่างฉับพลัน ความรู้สึกผิดบาปเริ่มกัดกินหัวใจของเธออย่างช้าๆ ทีละน้อย ราวกับยาพิษที่ค่อยๆ แล่นซึมเข้าไปในกระแสเลือดน้ำตาเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากหาง
ตอนที่ 37 สปาพาเสียว...นวดนาบสะท้านทรวง NCรสจูบที่ยาวนานและเร่าร้อนนั้นราวกับเป็นการเปิดฉากแห่งความปรารถนาครั้งใหม่ เมื่อผละริมฝีปากออก นายเมฆก็จ้องมองมนต์ตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือลงสัมผัสเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วแข็งแรงลากไล้ไปตามเนินอกอวบอิ่มที่ยังคงสั่นระริก หน้าท้องแบนราบที่เกร็งเล็กน้อย และลงไปจนถึงหว่างขาที่ยังคงเปียกชื้นและอุ่นร้อนอยู่เล็กน้อย เขาปลดเสื้อผ้าของตนเองให้เปลือยเปล่าอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นสัดส่วนกำยำที่มนต์ตราไม่เคยสัมผัสมาก่อน“พร้อมหรือยังครับ...คุณมนต์” นายเมฆกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะโน้มตัวลงมอบจูบเร่าร้อนอีกครั้ง ลึกซึ้งและดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับร่างกายที่เริ่มแนบชิดกันมากขึ้น เนื้อกายเปลือยเปล่าเบียดเสียดกันอย่างโจ่งแจ้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ถูกเพาะบ่มไว้จนถึงขีดสุด กำลังจะนำพาทั้งสองไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ไม่อาจห้ามปรามได้อีกต่อไปนายเมฆไม่รอช้า เขาค่อยๆ แทรกตัวเข้าประชิดร่างเปลือยเปล่าของมนต์ตราบนเตียงนวดอย่างแนบแน่น เนื้อกายชายหญิงสัมผัสกันอย่างโจ่งแจ้ง สร้างความรู้สึ
ตอนที่ 36 สกินชิพเลือนลางสุดทางสายนวด NCมนต์ตราไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกต่อไป อาการแปลกประหลาดของร่างกายที่เริ่มแล่นริ้วไปทั่วร่างและตอบสนองต่อการสัมผัสของนายเมฆอย่างน่าประหลาด ทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่ม หนาวสั่นไปพร้อมๆ กัน เมื่อนายเมฆเริ่มลงน้ำมันนวดไปเรื่อยๆ สัมผัสของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นการเล้าโลมบริเวณอวัยวะสำคัญต่างๆ อย่างจงใจ ราวกับนักมวยที่ค่อยๆ อัดคู่ต่อสู้จนบอบช้ำไม่มีทางหนี ก่อนจะปล่อยหมัดน็อคในยกสุดท้าย“รู้สึกสบายขึ้นไหมครับ?” นายเมฆถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง“ค่ะ” มนต์ตราตอบเสียงแผ่ว รู้สึกถึงความผิดปกติในการสัมผัสที่เริ่มลุกลามไปทั่วร่างกาย“มีส่วนไหนที่อยากให้ผมเน้นเป็นพิเศษไหมครับ?” นายเมฆถามต่อ มือของเขายังคงวนเวียนอยู่บริเวณบั้นเอวของเธออย่างแผ่วเบา“เอ่อ... ไม่ค่ะ” มนต์ตราตอบพลางขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สบายใจ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเริ่มก่อตัวขึ้น“ลองนวดด้านล่างดูไหมครับ เห็นบอกว่าน้องสาวของคุณไม่ค่อยมีอารมณ์ตอนสามีสอดใส่” นายเมฆกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรวยรินอยู่ข้างใบหูเล็ก“นวดอย่างเดียวจริง ๆ ใช่มั้ยคะ?” มนต์ตราถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ น้







