LOGINบ่ายวันศุกร์
รถยนต์คันหรูของภาสกรจอดเทียบฟุตบาทหน้าหอพักเล็ก ๆ พริมาเดินออกมาจากตัวอาคาร เธอในชุดเดรสสั้นเข้ารูปสีขาวเรียบๆ แต่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวให้ดูชัดเจน ผมยาวสลวยถูกจัดทรงอย่างสวยงาม ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างเป็นธรรมชาติแต่ดูมีเสน่ห์ รูปร่างสมส่วน คางเรียวสวยรับกับลำคอระหง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจในแบบฉบับของเธอ
ภาสกรที่นั่งรอรออยู่ในรถ มองหญิงสาวที่เดินออกมาถึงกับตาค้าง อดใจไม่ไหวกับความสวยและทรวดทรงที่เย้ายวนของเธอ เขารีบลงจากรถทันที
“สวัสดีครับ คุณพริมา”
“สวัสดีค่ะ ไปกันเลยมั้ยคะ”
“ครับ เชิญครับ” ภาสกรรีบเปิดประตูรถให้พริมา ก่อนที่เขาจะอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ ไฮโซหนุ่มแอบเหลือบมองพริมาอย่างพิจารณาอีกครั้ง พร้อมกับแววตาเต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย
“วันนี้คุณพริมา... ดูสวยเป็นพิเศษเลยนะครับ สวยจนผมแทบจำไม่ได้” หญิงสาวยิ้มรับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ขอบคุณค่ะ”
สองชั่วโมงต่อมา
รถยนต์คันหรูของภาสกรก็แล่นมาจอดภายในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง พริมาลงจากรถด้วยท่าทีรีบร้อน เธอเห็นพิธีที่กำลังเริ่มมาได้สักพัก จึงรีบเดินไปบอกคุณครู ที่ดูแลกิจกรรมงานวันพ่อ พริมาและภาสกรมาทันในช่วงสุดท้ายของพิธีพอดี
“จีน่า! แม่มาแล้วลูก!” เด็กน้อยเห็นแม่ ก็วิ่งเข้ามากอดพริมาแน่น ด้วยความดีใจสุดขีด
“คุณแม่ขา! จีน่าคิดถึงแม่ที่สุดเลย!”
“แม่ก็คิดถึงหนูค่ะ” พริมากอดลูกสาวไว้แนบอก น้ำตาคลอเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดและดีใจในเวลาเดียวกัน จีน่าเหลือบไปเห็นภาสกรที่ยืนอยู่ข้างๆ พริมา
“คุณแม่พาคุณพ่อมาหาจีน่าแล้วใช่มั้ยคะ” พริมาอึกอักเล็กน้อย ไม่รู้จะแนะนำอย่างไรดี ภาสกรยิ้มให้จีน่าอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยปากเป็นคุณพ่อจำเป็นได้อย่างแนบเนียน
“สวัสดีครับน้องจีน่า คุณพ่อมาทันเวลามั้ยครับ” จีน่ามองหน้าภาสกรครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาถามพริมาด้วยความไร้เดียงสา
“คนนี้... เป็นคุณพ่อของหนูเหรอคะ..คุณแม่?” คำพูดของจีน่าทำให้พริมาถึงกับพูดไม่ออก สีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่แล้วครับ คุณพ่อ..เป็นคุณพ่อของหนูไงครับ” ภาสกรรีบย้ำอีกครั้ง แล้วรีบสวมบทบาทเป็นคุณพ่อจำเป็นทันที ก่อนจะย่อตัวลงแล้วยิ้มให้จีน่าอย่างอบอุ่น แววตาเจ้าเล่ห์ไม่ได้ฉายออกมาให้เด็กเห็น
“มาครับ...มาให้คุณพ่อกอดหน่อยสิครับ จีน่า!!” เด็กน้อยยิ้มกว้างจนแก้มปริ ก่อนจะโผเข้ากอดภาสกร โฮโซหนุ่มรีบกอดเด็กน้อยเอาไว้หลวม ๆ
พริมามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งโล่งใจและดีใจ และรู้สึกผิดอย่างรุนแรงกับการโกหกที่ภาสกรเป็นคนเริ่ม
เด็กน้อยดีใจสุดๆ ก่อนจะรีบตะโกนบอกเพื่อน ๆ ด้วยความดีใจ
“เย้ๆ จีน่ามีพ่อแล้ว!!”
รถยนต์คันหรูเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านไม้สักหลังเก่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายและความทรงจำในวัยเด็กของพริมา แสงตะวันยามเย็นสีส้มทองทาบทอเรือนไม้สักให้ดูอบอุ่น พริมาพาน้องจีน่าบุตรสาวที่กระโดดโลดเต้นลงจากรถอย่างร่าเริง พร้อมแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างภาสกร ทั้งสามคนเดินมาจนถึงบันไดขึ้นบ้าน
คุณปรานีคุณแม่ของพริมาปรากฏกายตรงบันได ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่ได้เห็นหน้าลูกสาว พร้อมกับกวาดสายตาอย่างใคร่ครวญไปยังบุรุษแปลกหน้า ดวงตาคู่คมของวัยกลางคนทอดมองภาสกรอย่างพิจารณา
“อ้าว!! ยัยปริมมาถึงแล้วเหรอลูก! เอ่อ..แล้วนี่!!...” ก่อนที่หญิงชรา มารของพริมาจะได้เอ่ยถามจนจบ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยก็ดังขึ้นทำลายความสงสัยนั้นเสียก่อน ซึ่งมันก็เป็นคำตอบได้อย่างดี
“คุณยายขา! หนูมีพ่อแล้วค่ะ!!” คำพูดไร้เดียงสานั้นราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจของพริมา ใบหน้าสวยซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด เธอหันไปมองหน้าผู้เป็นมารก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ แล้วหันมาใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้ง ภาสกรเห็นท่าทีของพริมา ก็รีบเข้ามาสวมบทบาทอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจบอกกับผู้เป็นมารดา
“แม่คะ... นี่คุณภาสค่ะ...” เขายิ้มอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยกมือใหว้ทักทายหญิงสูงวัยอย่างนอบน้อม คุณปราณีมองสลับทั้งสองคนด้วยความตกตะลึงชั่วขณะ
“สวัสดีครับคุณแม่” น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขาเจือไปด้วยความสุภาพจนน่าประทับใจ เรียกคะแนนจากแม่ของพริมาได้อย่างง่ายดาย
“เชิญค่ะ เชิญขึ้นบ้านก่อน แม่ทำกับข้าวไว้รอแล้วล่ะ” หญิงวัยกลางคนยังคงทำตัวไม่ถูก ที่อยู่ดี ๆ แขกไม่ได้รับเชิญก็มาเยือนโดยไม่ได้ตั้งใจ
ในห้วงความคิดของคุณปราณี ภาพต่างๆ ก็ประติดประต่อกันอย่างรวดเร็ว ท่าทีสุภาพของชายหนุ่ม คำพูดของหลานสาวที่บอกว่ามีพ่อ ทุกอย่างบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกัน รอยยิ้มแห่งความยินดี ความโล่งใจ และความหวังจึงค่อยๆ คลี่คลาย หลังจากเคยกังวลเรื่องลูกสาวมานาน
“มาค่ะ ๆ ขึ้นมาข้างบนบ้านกันก่อน” ความยินดีฉายชัดในแววตา หญิงชราที่รีบผายมือเชื้อเชิญด้วยความกระตือรือร้น ดีใจแทนลูกสาวที่มีชายหนุ่มมาดูแลเธอเสียที แถมดูจากรถราที่เขาขับมาแล้วก็คงมีฐานะพอสมควร
เมื่อทั้งสามก้าวขึ้นมาบนบ้าน ภาสกรก็เริ่มสำรวจสายตากวาดมองไปรอบๆ บ้าน บรรยากาศภายในบ้านไม้สักที่มีใต้ถุนยกสูงหลังนี้อย่างสนอกสนใจ แตกต่างจากความหรูหราที่เขาคุ้นเคย แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ
“ตามสบายนะคะ เดี๋ยวแม่ขอตัวเข้าครัวก่อน ตั้งหม้อแกงทิ้งเอาไว้”
“อ๋อ...เชิญครับคุณแม่” ภาสกรตอบก่อนจะยิ้มให้หญิงชรา ที่เดินจากไป
“ผมเพิ่งรู้นะครับเนี่ย!!!...ว่าคุณพริมามีชื่อเล่นว่าปริม” ภาสกรเอ่ยขึ้น ทำให้พริมารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“อ๋อ... ค่ะ ชื่อนี้มีแต่คนในครอบครัวฉันเท่านั้นที่เรียก คุณภาสเรียกพริมาเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ”
“คุณแม่ของคุณท่านอยู่คนเดียวเหรอครับ” ภาสกรถามต่อ
“ค่ะ ฉันมีน้องชายอีกคน แต่เค้าไปทำงานที่เกาหลี ไม่ค่อยได้กลับมาหรอกค่ะ” พริมาตอบ
“บรรยากาศแถวนี้เงียบสงบดีนะครับ... เหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ สงสัยว่าผมต้องหาโอกาสมาบ่อย ๆ ซะแล้ว” ภาสกรพูดพลางเหลือบมองพริมาด้วยแววตาที่มีประกายบางอย่าง
“จัดที่นอนให้คุณภาสเค้าหรือยังล่ะ ยัยปริม” เสียงของมารดาดังมาจากอีกฝั่งของบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เอาไว้สำหรับทำครัว
“อ๋อ!!!..ผมนอนที่ระเบียงก็ได้ครับ...คุณแม่ มันเย็นดี” ภาสกรรีบเอ่ยตอบอย่างเกรงใจ ไม่อยากให้เจ้าของบ้านต้องลำบากจัดเตรียมที่พักให้วุ่นววาย
“ด้านนอกคุณว่า...เค้าเรียกว่าชานค่ะ คล้าย ๆ กับระเบียงนั่นแหละค่ะ แต่มันกว้างกว่า” พริมาเอ่ยขึ้นเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มบาง
“อ๋อ ใช่ ๆ ผมลืมไปตามชนบทเค้าจะเรียกกันแบบนี้”
“ค่ะ..แต่ชาน...ตามพื้นที่แถวชนบท มันหมายถึงพื้นที่กว้าง ๆ ที่เชื่อมต่อจากตัวบ้าน ไม่เหมือนเฉลียงกับระเบียงนะคะ เป็นพื้นที่นั่งเล่นไม่มีหลังคาคลุม ให้ความรู้สึกที่เปิดโล่งและใกล้ชิดกับธรรมชาติค่ะ”
พริมามองไปยังพื้นที่ที่ภาสกรเรียกชื่อผิดเมื่อสักครู่ ก่อนจะแสงแดดยามเย็นสาดส่องลงมากระทบพื้นไม้
“ก็แบบนี้ไงครับ ผมถึงอยากนอนตรงนั้น จะได้นอนดูดาวไปด้วย”
หลังจากคุณปราณีทำอาหารเสร็จเรียบร้อย ก็เดินมาเล่นกับหลานสาว น้องจีน่าก็รีบยื่นสมุดวาดเขียนเล่มน้อยให้กับคุณยายปราณี ดวงตาใสแจ๋วเป็นประกาย
“คุณยายขา คุณยาย! นี่รูปที่จีน่าวาดค่ะ!”
บนหน้ากระดาษปรากฏภาพวาดลายเส้นง่ายๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ เด็กหญิงบรรจงวาดรูปผู้หญิงสองคนยืนจับมือกัน เส้นดินสอสื่อถึงความผูกพันแนบแน่น เหนือศีรษะมีดวงใจดวงน้อยๆ ลอยเด่นอยู่ คุณปราณีรับสมุดมาพิจารณาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ดวงตาคู่เก่าทอประกายแห่งความรักใคร่
“โอ้โห! เก่งจังเลยหลานยาย!!! สวยมาก ๆ เลย แต่เอ้..แล้วสองคนในรูปนี่ใครกันเอ่ย?” คุณยายเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเอ็นดู น้องจีน่ายิ้มเขินๆ ก่อนจะรีบตอบคุณยาย
“ก็... จีน่ากับคุณแม่ไงคะ!” คุณปราณีเงยหน้าขึ้นมองไปยังพริมาบุตรสาว แววตาปลื้มปริ่มอย่างเห็นได้ชัด
“ดูสิ! ยัยปริม” พริมายิ้มบางๆ ทอดสายตาไปยังลูกสาวตัวน้อย ความรู้สึกผิดเล็กน้อยแล่นริ้วในอกที่ต้องพราดวงใจดวงน้อยมาเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่สมควรจะเป็น... สถานการณ์ที่ซับซ้อนเกินกว่าเด็กน้อยวัยห้าขวบจะเข้าใจได้อย่างหมดจด พอผู้เป็นยายพาหลานสาวไปวาดรูปต่อ ภาสกรจึงหันมาคุยกับพริมาแทน พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏกับคำพูดทีเล่นทีจริงของเขา
“ห้องนอนมีแค่สองห้องเอง...ผมขอนอนห้องคุณได้มั้ยครับ?” คำพูดนั้นทำให้พริมาถึงกับเบิกตาโต หน้าร้อนผ่าว
“จะบ้าหรือไงคุณ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!” พริมาตอบเสียงขุ่นทันที ภาสกรเห็นท่าทางตกใจของพริมาก็หัวเราะเบาๆ
“โอเค ๆ ครับ ผมแค่ล้อเล่นน่ะ”
คุณปราณีมองทั้งคู่อยู่ตรงชานหน้าบ้านอย่างพิจารณา เธอรู้สึกดีที่เห็นพริมามีใครสักคนที่พร้อมจะดูแล และเข้าใจว่าภาสกรจะต้องเป็นคนรักของลูกสาวอย่างแน่นอน
ช่วงหัวค่ำคุณปราณี กับพริมาก็ช่วยกันจัดเตรียมสำรับกับข้าววางเรียงราย กลิ่นหอมฉุยของอาหารไทยบ้านๆ ลอยเตะจมูก มีทั้งแกงป่าไก่รสจัดจ้าน ที่ซดน้ำคล่องคอ น้ำพริกกะปิ เสิร์ฟพร้อมผักสดนานาชนิดและปลาทูทอดตัวอวบอ้วน เป็นปลาทูทอด ที่ทอดจนเหลืองกรอบน่ากิน และต้มจืดเต้าหู้หมูสับเมนูโปรดของจีน่าหลานสาว
ทั้งสี่คนนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะไม้ภายในบ้าน คุณปราณีตักข้าวใส่จานให้ทุกคนอย่างยิ้มแย้ม จีน่าดูมีความสุขเป็นพิเศษ หนูน้อยนั่งข้างคุณแม่ และชี้ชวนให้ภาสกรชิมอาหารโน่นนี่อย่างสนิทสนม โดยเรียกภาสกรว่า ‘คุณพ่อ’ อย่างเต็มปาก ทำให้คุณปราณียิ่งปลื้มใจและยิ้มไม่หุบ ขณะที่พริมาได้แต่มองหน้าลูกสาวและภาสกรสลับกันไปมา พร้อมกับรู้สึกผิดในใจกับการแสดงบทบาทที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของภาสกร ซึ่งไฮโซหนุ่มเองก็ทำตัวได้ดีเยี่ยมในสายตาของคุณปราณี เขาชิมอาหารทุกอย่าง และชมว่าอร่อยมากๆ
ภาสกรคอยดูแลตักนั่นตักนี่ให้พริมาและจีน่าอย่างเอาใจใส่ พร้อมพูดคุยอย่างสุภาพและเป็นกันเอง จนทำให้คุณปราณีเชื่อสนิทใจว่าผู้ชายคนนี้เป็นเหมาะสมที่จะเป็นพ่อที่ดีของหลานสาวและสามีที่ดีของพริมา
ตอนที่ 41 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนั้นจบลง ความเงียบและความตึงเครียดก็ค่อยๆ จางหายไปจากบ้านของมนต์ตราและภาสกร แซนดี้เข้ามาอยู่ในบ้านอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาอีกคนของภาสกร ความสัมพันธ์ของสามคนผัวเมียเริ่มต้นด้วยความกระอักกระอ่วนในตอนแรก แต่ด้วยความเข้าใจและการปรับตัว ทั้งสามคนก็ค่อยๆ สร้างสมดุลใหม่ให้กับชีวิตเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสามคนนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน ภาสกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล“มนต์จ๋า... แซนดี้จ๋า... ผมขอบคุณ คุณสองคนมากนะ ที่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ผมต้องการ”มนต์ตราและแซนดี้หันมายิ้มบางๆ ให้กับภาสกร ก่อนที่มนต์ตราจะเป็นตัวแทนเอ่ยขึ้น“เราสองคนก็ต้องขอบคุณ คุณเหมือนกันค่ะ..คุณภาส ที่ยังให้โอกาสเราสองคนได้เริ่มต้นใหม่” แซนดี้พยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ค่ะคุณภาส แซนดี้เองก็สำนึกผิดกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ขอบคุณที่คุณยังเมตตาแซนดี้”บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ ทั้งสามคนพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเปิดอก ราวกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่กำลังปรับตัวเข้าหากัน“พรุ่งนี้คุณพริมาจะเดินทางแล้วนะ” มนต์ตราเอ่ยขึ้นเพื่อบอ
ตอนที่ 40 ที่รักโปรดยกโทษให้ฉัน NCแซนดี้เฝ้ารออย่างใจเย็น ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ รอให้ภาสกรมาเห็นภรรยาในสภาพที่เร่าร้อนและกำลังร่วมรักกับนายเมฆ กับดักที่เธอวางไว้อย่างบรรจง...“คุณมนต์จ๋า ผมขอเบิ้ลได้มั้ยครับ ผมยังไม่อิ่มเลย” นายเมฆคลี่ยิ้มบางๆ มองมนต์ตราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และปรารถนา“คุณไปอดอยากมาจากไหนคะ”“ไม่รู้สิครับ เวลาอยู่ใกล้คุณผมรู้สึกหิวตลอดเวลาเลย...” เขากล่าวพลางลูบแก้มเธอเบาๆมนต์ตรารู้สึกถึงความอบอุ่นและความเสน่หาที่ส่งผ่านมาจากการสัมผัสของเขา หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกโหยหาก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“ถ้าคุณไหว ฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ...อยู่กับคุณฉันก็มีอารมณ์ตลอดเวลาเหมือนกัน” มนต์ตรากระซิบเสียงแผ่ว พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเขาบ้าง“ต่อไปนี้...คุณต้องมาเจอผมบ่อย ๆ นะครับ ผมคิดถึงคุณ” นายเมฆไม่รอช้า โน้มตัวลงจูบเธออีกครั้ง จูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ทวีความเร่าร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว มือของเขาก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออีกครั้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ให้ตื่นขึ้นม
ตอนที่ 39 คอร์สนวดลงรูฟื้นฟูสมรรถภาพ NCในช่วงเย็นของวันที่นัดหมาย ภายในห้องพักของโรงแรมที่แซนดี้จองเอาไว้ให้มนต์ตรา แซนดี้และนายเมฆมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เธอกำลังคนเครื่องดื่มสมุนไพรสีสวยในแก้ว มองดูของเหลวสีอำพันหมุนวนด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก และไม่ลืมที่จะเติม 'ส่วนผสมพิเศษ' ลงไปเล็กน้อย เหมือนเช่นครั้งก่อนนายเมฆนั่งรออยู่บนโซฟาพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภาพใบหน้าสวยหวานของมนต์ตราและสัมผัสเร่าร้อนที่ร้านสปาในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา ความปรารถนาเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่คิดถึงเรียวขาขาวเนียนและทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“พี่เมฆดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะคะวันนี้” แซนดี้เอ่ยทักขึ้นขณะยกเครื่องดื่มอีกแก้วให้นายเมฆ“ไม่ให้อารมณ์ดีได้ไงวะ ก็คุณมนต์เค้าออกจะสวยอึ๋มซะขนาดนั้น” นายเมฆตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ“คุณมนต์น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะ รออีกนิด..เดี๋ยวเธอก็มาให้พี่กินแล้ว” แซนดี้พลางเหลือบมองนาฬิกาไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ แซนดี้รีบลุกไปเปิดประตู เผยให้เห็นร่างระหงของมนต์ตราที่ยืนอยู่ตรงหน้า ในชุดเดรสสีเรียบแต่ขับเน้นรูปร่างได
ตอนที่ 38 รู้อยู่แก่ใจมนต์ตราเดินไปยังห้องน้ำช้าๆ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป น้ำอุ่นช่วยชะล้างคราบใครและความเหนียวเหนอะหนะออกจากร่างกาย แต่ความรู้สึกผิดในใจกลับยังคงเกาะกุมแน่นหนา มนต์ตราปล่อยให้น้ำไหลรินชะล้างความรู้สึกผิดนั้นออกไป พร้อมกับความปรารถนาที่จะลบล้างความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เธอรู้สึกสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ และรู้สึกผิดต่อผู้เป็นสามี แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสุขสมที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย พร้อมกับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว... เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และหลังจากนี้เธอควรจะทำอย่างไรต่อไป?หญิงสาวรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะบนร่างกายจากน้ำมันนวดที่ผสมปนเปกับน้ำลายของเขา ความรู้สึกทางกายยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ทว่าความคิดของเธอกลับว้าวุ่นสับสนกว่านั้นมากนัก ภาพใบหน้าของภาสกรปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงอย่างฉับพลัน ความรู้สึกผิดบาปเริ่มกัดกินหัวใจของเธออย่างช้าๆ ทีละน้อย ราวกับยาพิษที่ค่อยๆ แล่นซึมเข้าไปในกระแสเลือดน้ำตาเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากหาง
ตอนที่ 37 สปาพาเสียว...นวดนาบสะท้านทรวง NCรสจูบที่ยาวนานและเร่าร้อนนั้นราวกับเป็นการเปิดฉากแห่งความปรารถนาครั้งใหม่ เมื่อผละริมฝีปากออก นายเมฆก็จ้องมองมนต์ตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือลงสัมผัสเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วแข็งแรงลากไล้ไปตามเนินอกอวบอิ่มที่ยังคงสั่นระริก หน้าท้องแบนราบที่เกร็งเล็กน้อย และลงไปจนถึงหว่างขาที่ยังคงเปียกชื้นและอุ่นร้อนอยู่เล็กน้อย เขาปลดเสื้อผ้าของตนเองให้เปลือยเปล่าอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นสัดส่วนกำยำที่มนต์ตราไม่เคยสัมผัสมาก่อน“พร้อมหรือยังครับ...คุณมนต์” นายเมฆกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะโน้มตัวลงมอบจูบเร่าร้อนอีกครั้ง ลึกซึ้งและดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับร่างกายที่เริ่มแนบชิดกันมากขึ้น เนื้อกายเปลือยเปล่าเบียดเสียดกันอย่างโจ่งแจ้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ถูกเพาะบ่มไว้จนถึงขีดสุด กำลังจะนำพาทั้งสองไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ไม่อาจห้ามปรามได้อีกต่อไปนายเมฆไม่รอช้า เขาค่อยๆ แทรกตัวเข้าประชิดร่างเปลือยเปล่าของมนต์ตราบนเตียงนวดอย่างแนบแน่น เนื้อกายชายหญิงสัมผัสกันอย่างโจ่งแจ้ง สร้างความรู้สึ
ตอนที่ 36 สกินชิพเลือนลางสุดทางสายนวด NCมนต์ตราไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกต่อไป อาการแปลกประหลาดของร่างกายที่เริ่มแล่นริ้วไปทั่วร่างและตอบสนองต่อการสัมผัสของนายเมฆอย่างน่าประหลาด ทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่ม หนาวสั่นไปพร้อมๆ กัน เมื่อนายเมฆเริ่มลงน้ำมันนวดไปเรื่อยๆ สัมผัสของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นการเล้าโลมบริเวณอวัยวะสำคัญต่างๆ อย่างจงใจ ราวกับนักมวยที่ค่อยๆ อัดคู่ต่อสู้จนบอบช้ำไม่มีทางหนี ก่อนจะปล่อยหมัดน็อคในยกสุดท้าย“รู้สึกสบายขึ้นไหมครับ?” นายเมฆถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง“ค่ะ” มนต์ตราตอบเสียงแผ่ว รู้สึกถึงความผิดปกติในการสัมผัสที่เริ่มลุกลามไปทั่วร่างกาย“มีส่วนไหนที่อยากให้ผมเน้นเป็นพิเศษไหมครับ?” นายเมฆถามต่อ มือของเขายังคงวนเวียนอยู่บริเวณบั้นเอวของเธออย่างแผ่วเบา“เอ่อ... ไม่ค่ะ” มนต์ตราตอบพลางขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สบายใจ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเริ่มก่อตัวขึ้น“ลองนวดด้านล่างดูไหมครับ เห็นบอกว่าน้องสาวของคุณไม่ค่อยมีอารมณ์ตอนสามีสอดใส่” นายเมฆกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรวยรินอยู่ข้างใบหูเล็ก“นวดอย่างเดียวจริง ๆ ใช่มั้ยคะ?” มนต์ตราถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ น้






![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
