LOGINระหว่างทาง คุณปราณีจับแขนบุตรสาวเบาๆ น้ำเสียงอ่อนโยนแต่มีความหมายแอบแฝงเอ่ยขึ้น คล้ายว่าจะเตือนสติของพริมา
“หนูโตแล้วจะทำอะไรก็ให้รู้จักป้องกันให้ดีๆ นะลูก ยุคสมัยนี้... เรื่องพวกนี้มันง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ... แต่ก็อันตรายก็เยอะกว่าเมื่อก่อนเหมือนกัน...ที่แม่เตือนเนี่ยก็เพราะห่วงหนูนั่นแหละ”
คำพูดของผู้เป็นมารดาทำเอาพริมารู้สึกหน้าร้อนผ่าว เธอรู้ดีว่าแม่หมายถึงอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแม่คงจะรู้แล้ว หรือไม่ก็อาจแค่เตือนด้วยความเป็นห่วงในฐานะแม่
“ค่ะแม่... หนูเข้าใจค่ะ” พริมาพยักหน้ารับเบาๆ ไม่กล้าหันมาสบตากับแม่ ก่อนจะพยายามมีสมาธิอยู่กับการขับรถ
หลังจากพริมาและมารดากลับจากไปจ่ายตลาดมาแล้ว คุณปราณีก็รีบจัดเตรียมทำอาหารเช้า พริมาช่วยแม่ทำอาหารอย่างเงียบๆ
07.00 น.
ภาสกรก็เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับจีน่าที่ดูจะเพิ่งตื่นนอน จีน่าดูอารมณ์ดีและวิ่งไปหาคุณยายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ้าว!! ตื่นกันแล้วเหรอจ๊ะ” คุณปราณีทักทายหลานสาวด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะหันไปทางภาสกรที่เดินตามมา ไฮโซหนุ่มยิ้มสุภาพหญิงสูงวัยอย่างสุภาพนอบน้อมก่อนจะเอ่ย
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่”
“เป็นไงคะ..เมื่อคืนหลับสบายมั้ย” คุณปราณีถามอย่างเป็นกันเอง
“ครับคุณแม่ อากาศที่นี่เย็นสบาย ผมหลับสบายมากเลยครับ” ภาสกรตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
จีน่าเกาะขาคุณยาย มองหน้าภาสกรสลับกับพริมาด้วยดวงตากลมโต
“คุณย่าขา...เมื่อคืนคุณพ่อมานอนด้วย สนุกจังเลยค่ะ!” คำพูดไร้เดียงสาของหลานสาวทำเอาพริมาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ก็พยายามฝืนยิ้ม
คุณปราณีหัวเราะเบาๆ ก่อนจะมองพริมาด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง แล้วหันไปบอกไฮโซหนุ่ม
“คุณภาส!!! เดี๋ยวมาทานอาหารเช้าด้วยกันนะคะ”
”ครับคุณแม่” ไฮโซหนุ่มพูดเสร็จก็เดินตรงไปยังห้องน้ำ
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ทุกคนก็พร้อมเพรียงกันที่โต๊ะอาหารตรงชานด้านนอก แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องลงมากระทบใบหน้าของแต่ละคน บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็นกันเอง
พริมาและภาสกรพยายามทำตัวให้เป็นปกติ โดยเฉพาะภาสกร ยังคงทำหน้าที่ 'คุณพ่อจำเป็น' ได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับพูดคุยกับคุณปราณีได้อย่างสุภาพ แสดงความสนใจในเรื่องต่างๆ ของชาวบ้าน ทำให้คุณปราณียิ่งชื่นชมในตัวเขา พริมาได้แต่นั่งเงียบๆ ทานข้าวไป มองลูกสาวที่หัวเราะร่าเริง และมองภาสกรที่แสดงบทบาทได้อย่างดีเยี่ยม แต่ความรู้สึกผิดยังคงตามหลอกหลอนเธอ เพียงแค่เธอพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยเท่านั้น
หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ พริมาเข้าไปเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ในห้องนอนพอคุณปราณีหันไปเล่นกับจีน่า ภาสกรก็แอบตามพริมาเข้าไปภายในห้องของเธอ ก่อนจะรีบโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง
“ขอบคุณนะ..ที่รัก ที่เมื่อคืนคุณยอมให้ผมนอนด้วย” ไม่เพียงการกระทำเท่านั้นที่ดูแย่ แต่คำพูดนั้นยิ่งทำให้พริมารู้สึกแย่กว่าการกระทำเสียอีก เธอมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
“ฉันเก็บของเสร็จแล้วค่ะ เรากลับกันเถอะค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย
ภาสกรยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเข้าใจว่าเธอรู้สึกอย่างไร และก็ไม่ได้แสดงท่าทีใส่ใจอะไรมากนัก
เมื่อทุกอย่างพร้อม ทั้งสองคนก็ลงจากบ้านเพื่อร่ำลาคุณปราณี
“ผมลานะครับ...คุณแม่ สวัสดีครับ”
“ขอบคุณมากนะคะ คุณภาสกรที่มาส่งยัยปริม ไว้มาเที่ยวอีกนะค่ะ
“ยินดีครับคุณแม่ แล้วผมจะพาพริมากลับมาเยี่ยมคุณแม่กับน้องจีน่าบ่อย ๆ นะครับ
ภาสกรยังคงทำหน้าที่ทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ขณะที่พริมาได้แต่ยิ้มบางๆ อย่างเกร็งๆ
น้องจีน่าที่เมื่อครู่ยังวิ่งเล่นหัวเราะร่าเริงอยู่แถวชานบ้าน เมื่อเห็นพริมาหยิบกระเป๋าและท่าทีเตรียมพร้อมจะไป น้ำเสียงและบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปทันที น้องจีน่ามีแววตาเศร้าสร้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเล็กๆ เริ่มเบะออก แสดงความรู้สึกเสียใจที่รับรู้ว่าคุณแม่กำลังจะจากเธอไปอีกครั้ง
พริมาทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าลูกสาว ใบหน้าสวยหวานที่ปกติจะแต่งแต้มรอยยิ้ม ตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดที่ต้องเห็นลูกเสียใจ
“ไม่เอานะคะคนเก่งของแม่” พริมาเอ่ยเสียงอ่อนโยน พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
“แม่ต้องกลับไปทำงานนะคะ เดี๋ยวแม่ทำงานเสร็จแล้ว แม่จะรีบมาหาหนูใหม่นะคะ”
เด็กน้อยส่ายหน้าช้าๆ แววตาคลอไปด้วยน้ำตา
“หนูไม่อยากให้คุณแม่กลับไปเลยค่ะ...หนูอยากให้คุณแม่อยู่กับหนูที่นี่” เสียงเล็กๆ อ้อนวอน ทำให้ใจคนเป็นแม่แทบขาด พริมาฝืนยิ้มทั้งน้ำตา ค่อยๆ ดึงลูกสาวเข้ามากอดไว้แน่น สัมผัสอบอุ่นของลูกทำให้เธอรู้สึกเข้มแข็งขึ้น หญิงสาวกระชับอ้อมกอด
“ไหน!!!...คุณแม่ขอหอมให้ชื่นใจหน่อยนะคะ!” เธอหอมแก้มซ้ายขวาของลูกสาวฟอดใหญ่ ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่เล็กๆ ของจีน่า สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย จีน่าเองก็ยกแขนเล็กๆ ขึ้นโอบกอดคอแม่ไว้แน่น ราวกับกลัวว่าแม่จะหายไป
คุณปราณียืนมองสองแม่ลูกกอดกันอยู่ไม่ไกล สายตาเต็มไปด้วยความสงสารและเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของทั้งคู่ดี แต่ก็รู้ว่าชีวิตของพริมาในตอนนี้ยังไม่สามารถอยู่ดูแลลูกได้อย่างเต็มที่
ภาสกรยืนอยู่ข้างๆ พริมาและจีน่า มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย อาจจะมีความรู้สึกบางอย่างฉายวาบในดวงตา แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจน
เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปจริงๆ พริมาคลายอ้อมกอดจากลูกสาวอย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วปาดน้ำตาที่เริ่มคลอเบาๆ ที่หางตาของจีน่า พริมายิ้มฝืนๆ ให้ลูกอีกครั้งก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
“แม่ไม่อยู่ หนูต้องเป็นเด็กดีนะคะลูก... เชื่อฟังคุณยายนะคะ... เดี๋ยวแม่จะโทรหาหนูทุกวันเลย ดีมั้ย”
จีน่าพยักหน้ารับทั้งน้ำตา แต่ก็ยอมปล่อยให้แม่ลุกขึ้น
พริมาเดินเข้าไปกราบลาคุณปราณี คุณปราณีกอดลูกสาวไว้แน่น
“ไปดีมาดีนะลูก... ขับรถก็ระวังๆ นะคุณภาส”
“ครับคุณแม่...กราบลานะครับ”
ภาสกรยังคงรักษาบทบาท 'ว่าที่ลูกเขยผู้แสนดี' ได้อย่างแนบเนียน เขายกมือไหว้คุณปราณีอย่างนอบน้อม ก่อนจะจูงมือพริมาไปส่งขึ้นรถ
ภาสกรขับรถออกจากบ้านไม้หลังเก่าของคุณปราณีไปอย่างช้าๆ พริมามองย้อนกลับไปที่บ้าน เห็นคุณแม่ยืนยิ้มโบกมือให้จนลับสายตาข้างๆ คุณแม่ มีร่างเล็กๆ ของจีน่ายืนมองตามรถไปจนสุดสายตาเช่นกัน
ภาพลูกสาวที่ยืนมองตามด้วยแววตาเศร้าสร้อย ยังคงติดตรึงอยู่ในใจของพริมาตลอดการเดินทาง ความรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งลูกไว้ และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับภาสกร กัดกินหัวใจของเธออย่างเงียบๆ บนเส้นทางกลับสู่เมืองกรุง...
รถยนต์คันหรูแล่นฉิวไปบนถนน ทิ้งบ้านไม้หลังเก่าและชีวิตที่เรียบง่ายไว้เบื้องหลัง พริมานั่งมองวิวข้างทางไปเรื่อย ๆ ความเงียบในรถทำให้เธอได้ยินเสียงความคิดของตัวเองชัดขึ้น ผ่านไปพักใหญ่ เมื่อเห็นป้ายบอกทางเข้าตัวเมือง พริมาก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้น
“คุณภาสคะ... รบกวนแวะร้านขายยาข้างหน้าให้หน่อยได้ไหมคะ”
ภาสกรหันมามองเล็กน้อย เห็นสีหน้าของพริมาก็พอจะเดาได้ว่าเธอต้องการอะไร เขายิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าร้านขายยาแห่งหนึ่ง
พริมาลงจากรถ เดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทีที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด เธอตรงไปที่เคาน์เตอร์ พูดคุยกับเภสัชกรหญิงเสียงเบา
“ดิฉันขอซื้อยาคุมฉุกเฉินค่ะ” ขณะที่จ่ายเงิน เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า แต่ก็จำต้องทำเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
เมื่อกลับขึ้นมาบนรถ ภาสกรก็ไม่ได้ถามอะไร พริมาเองก็ไม่ได้พูดอะไร ทั้งสองนั่งเงียบๆ ปล่อยให้บรรยากาศอึดอัดเข้าครอบงำ
รถขับต่อไปอีกสักพัก โทรศัพท์มือถือที่เชื่อมเอาไว้ภายในรถยนต์ของภาสกรก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘มนต์ตรา’
ภาสกรกดรับสายที่ปุ่มรับสายบนพวงมาลัย เสียงลำโพงในรถดังเป็นปกติเพริมาจึงได้ยินด้วย
ภาสกร: ฮัลโหลคุณ ผมใกล้ถึงแล้ว
มนต์ตรา: คุณอยู่ที่ไหนคะ? จะกลับถึงบ้านกี่โมง?
ภาสกร: อ๋อ... ผมกำลังขับรถกลับอยู่ครับ พอดีแวะดูงานที่ต่างจังหวัดนิดหน่อย... คิดว่าน่าจะถึง...” เขาเหลือบมองนาฬิกาภายในรถ
ภาสกร: น่าจะไม่เกินบ่ายโมงครับ
มนต์ตรา: อ้อ เหรอคะ... งั้นคงไปดูหนังรอบบ่ายไม่ทัน งั้นเราพาลูกไปดูรอบเย็นได้มั้ยคะ...คุณรีบกลับมานะคะ
ภาสกร: ได้ครับคุณมนต์ แล้วเจอกันที่บ้านนะครับ
ภาสกรกดปุ่มวางสายที่พวงมาลัยเรียบร้อย แววตาของเขาฉายแววหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองพริมา
“ผมอาจจะอยู่ต่อกับคุณได้ไม่นานนะครับ พริมา... เพราะช่วงเย็นต้องรีบพาลูกไปดูหนัง”
พริมาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วว่าเขาจะใช้เวลาที่เหลืออยู่กับเธอ
ตอนที่ 41 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนั้นจบลง ความเงียบและความตึงเครียดก็ค่อยๆ จางหายไปจากบ้านของมนต์ตราและภาสกร แซนดี้เข้ามาอยู่ในบ้านอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาอีกคนของภาสกร ความสัมพันธ์ของสามคนผัวเมียเริ่มต้นด้วยความกระอักกระอ่วนในตอนแรก แต่ด้วยความเข้าใจและการปรับตัว ทั้งสามคนก็ค่อยๆ สร้างสมดุลใหม่ให้กับชีวิตเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสามคนนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน ภาสกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล“มนต์จ๋า... แซนดี้จ๋า... ผมขอบคุณ คุณสองคนมากนะ ที่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ผมต้องการ”มนต์ตราและแซนดี้หันมายิ้มบางๆ ให้กับภาสกร ก่อนที่มนต์ตราจะเป็นตัวแทนเอ่ยขึ้น“เราสองคนก็ต้องขอบคุณ คุณเหมือนกันค่ะ..คุณภาส ที่ยังให้โอกาสเราสองคนได้เริ่มต้นใหม่” แซนดี้พยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ค่ะคุณภาส แซนดี้เองก็สำนึกผิดกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ขอบคุณที่คุณยังเมตตาแซนดี้”บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ ทั้งสามคนพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเปิดอก ราวกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่กำลังปรับตัวเข้าหากัน“พรุ่งนี้คุณพริมาจะเดินทางแล้วนะ” มนต์ตราเอ่ยขึ้นเพื่อบอ
ตอนที่ 40 ที่รักโปรดยกโทษให้ฉัน NCแซนดี้เฝ้ารออย่างใจเย็น ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ รอให้ภาสกรมาเห็นภรรยาในสภาพที่เร่าร้อนและกำลังร่วมรักกับนายเมฆ กับดักที่เธอวางไว้อย่างบรรจง...“คุณมนต์จ๋า ผมขอเบิ้ลได้มั้ยครับ ผมยังไม่อิ่มเลย” นายเมฆคลี่ยิ้มบางๆ มองมนต์ตราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และปรารถนา“คุณไปอดอยากมาจากไหนคะ”“ไม่รู้สิครับ เวลาอยู่ใกล้คุณผมรู้สึกหิวตลอดเวลาเลย...” เขากล่าวพลางลูบแก้มเธอเบาๆมนต์ตรารู้สึกถึงความอบอุ่นและความเสน่หาที่ส่งผ่านมาจากการสัมผัสของเขา หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกโหยหาก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“ถ้าคุณไหว ฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ...อยู่กับคุณฉันก็มีอารมณ์ตลอดเวลาเหมือนกัน” มนต์ตรากระซิบเสียงแผ่ว พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเขาบ้าง“ต่อไปนี้...คุณต้องมาเจอผมบ่อย ๆ นะครับ ผมคิดถึงคุณ” นายเมฆไม่รอช้า โน้มตัวลงจูบเธออีกครั้ง จูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ทวีความเร่าร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว มือของเขาก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออีกครั้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ให้ตื่นขึ้นม
ตอนที่ 39 คอร์สนวดลงรูฟื้นฟูสมรรถภาพ NCในช่วงเย็นของวันที่นัดหมาย ภายในห้องพักของโรงแรมที่แซนดี้จองเอาไว้ให้มนต์ตรา แซนดี้และนายเมฆมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เธอกำลังคนเครื่องดื่มสมุนไพรสีสวยในแก้ว มองดูของเหลวสีอำพันหมุนวนด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก และไม่ลืมที่จะเติม 'ส่วนผสมพิเศษ' ลงไปเล็กน้อย เหมือนเช่นครั้งก่อนนายเมฆนั่งรออยู่บนโซฟาพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภาพใบหน้าสวยหวานของมนต์ตราและสัมผัสเร่าร้อนที่ร้านสปาในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา ความปรารถนาเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่คิดถึงเรียวขาขาวเนียนและทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“พี่เมฆดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะคะวันนี้” แซนดี้เอ่ยทักขึ้นขณะยกเครื่องดื่มอีกแก้วให้นายเมฆ“ไม่ให้อารมณ์ดีได้ไงวะ ก็คุณมนต์เค้าออกจะสวยอึ๋มซะขนาดนั้น” นายเมฆตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ“คุณมนต์น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะ รออีกนิด..เดี๋ยวเธอก็มาให้พี่กินแล้ว” แซนดี้พลางเหลือบมองนาฬิกาไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ แซนดี้รีบลุกไปเปิดประตู เผยให้เห็นร่างระหงของมนต์ตราที่ยืนอยู่ตรงหน้า ในชุดเดรสสีเรียบแต่ขับเน้นรูปร่างได
ตอนที่ 38 รู้อยู่แก่ใจมนต์ตราเดินไปยังห้องน้ำช้าๆ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป น้ำอุ่นช่วยชะล้างคราบใครและความเหนียวเหนอะหนะออกจากร่างกาย แต่ความรู้สึกผิดในใจกลับยังคงเกาะกุมแน่นหนา มนต์ตราปล่อยให้น้ำไหลรินชะล้างความรู้สึกผิดนั้นออกไป พร้อมกับความปรารถนาที่จะลบล้างความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เธอรู้สึกสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ และรู้สึกผิดต่อผู้เป็นสามี แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสุขสมที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย พร้อมกับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว... เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และหลังจากนี้เธอควรจะทำอย่างไรต่อไป?หญิงสาวรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะบนร่างกายจากน้ำมันนวดที่ผสมปนเปกับน้ำลายของเขา ความรู้สึกทางกายยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ทว่าความคิดของเธอกลับว้าวุ่นสับสนกว่านั้นมากนัก ภาพใบหน้าของภาสกรปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงอย่างฉับพลัน ความรู้สึกผิดบาปเริ่มกัดกินหัวใจของเธออย่างช้าๆ ทีละน้อย ราวกับยาพิษที่ค่อยๆ แล่นซึมเข้าไปในกระแสเลือดน้ำตาเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากหาง
ตอนที่ 37 สปาพาเสียว...นวดนาบสะท้านทรวง NCรสจูบที่ยาวนานและเร่าร้อนนั้นราวกับเป็นการเปิดฉากแห่งความปรารถนาครั้งใหม่ เมื่อผละริมฝีปากออก นายเมฆก็จ้องมองมนต์ตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือลงสัมผัสเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วแข็งแรงลากไล้ไปตามเนินอกอวบอิ่มที่ยังคงสั่นระริก หน้าท้องแบนราบที่เกร็งเล็กน้อย และลงไปจนถึงหว่างขาที่ยังคงเปียกชื้นและอุ่นร้อนอยู่เล็กน้อย เขาปลดเสื้อผ้าของตนเองให้เปลือยเปล่าอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นสัดส่วนกำยำที่มนต์ตราไม่เคยสัมผัสมาก่อน“พร้อมหรือยังครับ...คุณมนต์” นายเมฆกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะโน้มตัวลงมอบจูบเร่าร้อนอีกครั้ง ลึกซึ้งและดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับร่างกายที่เริ่มแนบชิดกันมากขึ้น เนื้อกายเปลือยเปล่าเบียดเสียดกันอย่างโจ่งแจ้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ถูกเพาะบ่มไว้จนถึงขีดสุด กำลังจะนำพาทั้งสองไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ไม่อาจห้ามปรามได้อีกต่อไปนายเมฆไม่รอช้า เขาค่อยๆ แทรกตัวเข้าประชิดร่างเปลือยเปล่าของมนต์ตราบนเตียงนวดอย่างแนบแน่น เนื้อกายชายหญิงสัมผัสกันอย่างโจ่งแจ้ง สร้างความรู้สึ
ตอนที่ 36 สกินชิพเลือนลางสุดทางสายนวด NCมนต์ตราไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกต่อไป อาการแปลกประหลาดของร่างกายที่เริ่มแล่นริ้วไปทั่วร่างและตอบสนองต่อการสัมผัสของนายเมฆอย่างน่าประหลาด ทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่ม หนาวสั่นไปพร้อมๆ กัน เมื่อนายเมฆเริ่มลงน้ำมันนวดไปเรื่อยๆ สัมผัสของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นการเล้าโลมบริเวณอวัยวะสำคัญต่างๆ อย่างจงใจ ราวกับนักมวยที่ค่อยๆ อัดคู่ต่อสู้จนบอบช้ำไม่มีทางหนี ก่อนจะปล่อยหมัดน็อคในยกสุดท้าย“รู้สึกสบายขึ้นไหมครับ?” นายเมฆถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง“ค่ะ” มนต์ตราตอบเสียงแผ่ว รู้สึกถึงความผิดปกติในการสัมผัสที่เริ่มลุกลามไปทั่วร่างกาย“มีส่วนไหนที่อยากให้ผมเน้นเป็นพิเศษไหมครับ?” นายเมฆถามต่อ มือของเขายังคงวนเวียนอยู่บริเวณบั้นเอวของเธออย่างแผ่วเบา“เอ่อ... ไม่ค่ะ” มนต์ตราตอบพลางขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สบายใจ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเริ่มก่อตัวขึ้น“ลองนวดด้านล่างดูไหมครับ เห็นบอกว่าน้องสาวของคุณไม่ค่อยมีอารมณ์ตอนสามีสอดใส่” นายเมฆกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรวยรินอยู่ข้างใบหูเล็ก“นวดอย่างเดียวจริง ๆ ใช่มั้ยคะ?” มนต์ตราถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ น้







