LOGINหลายเดือนต่อมา...
ชีวิตของพริมายังคงดำเนินไปท่ามกลางแรงกดดัน ทั้งจากยอดหนี้สินที่พอกพูนขึ้นทุกวัน และจากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดกับภาสกร ที่นับวันยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ โดยต้นเหตุเกิดมาจากค่ำคืนนั้นที่ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและยากจะถอยหลัง
พริมาไม่อาจต้านทานข้อเสนอของภาสกรได้อีกต่อไป ในเมื่อตัวเลขค่าตอบแทนและคำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือเรื่องหนี้สินคือฟางเส้นสุดท้ายที่เธอคว้าเอาไว้
ความเงียบสงัดปกคลุมโรงแรมหรู แสงไฟนวลตาจากโคมไฟดีไซน์เก๋ส่องกระทบผิวกายบางของพริมาที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง กระจกใสสะท้อนภาพเมืองหลวงยามราตรีที่ส่องประกายระยิบระยับ ทว่าความงามภายนอกกลับมิอาจเยียวยาสภาวะสับสนในจิตใจของเธอได้
ภาสกรทอดกายลงบนโซฟาเนื้อนุ่มข้างๆ หญิงสาว ก่อนจะยื่นแก้วไวน์สีแดงก่ำให้เธอ พริมารับมาถือไว้ในมือทว่ามิได้ยกขึ้นจิบ ไอเย็นจากแก้วแก้วนั้นสัมผัสฝ่ามือบางเบา
“คิดอะไรอยู่ครับ...ที่รัก คุณดูเหม่อๆ ไปนะวันนี้” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
“เปล่าค่ะ... แค่... รู้สึกแปลกๆ ค่ะ” เสียงของเธอแผ่วเบาราวกระซิบ
“แปลกๆ ยังไงเหรอครับ...คุณรู้สึกยังไง? ไหนเล่าให้ผมฟังสิ” ภาสกรเอื้อมมือมาสัมผัสมือของเธอเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือแกร่งนั้นแทรกซึมเข้าสู่ผิวเนื้อ ทำให้ความหวั่นไหวเล็กๆ ก่อตัวขึ้น
“คือฉันกังวลเรื่อง...เอ่อ เรื่องภรรยาของคุณค่ะ” พริมาเว้นจังหวะคำพูด ดวงตากลมโตสบกับเขาอย่างลังเล ภาสกรคลี่ยิ้มบางๆ บีบมือเธอเบาๆ ราวกับต้องการปลอบประโลม
“อย่าคิดมากสิครับ...ก็อย่างที่ผมบอกคุณไง ว่าผมกับมนต์ตราเราไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันแล้ว”
“แล้วทำไมคุณไม่ยอมหย่ากับเธอล่ะคะ” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ
“ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เรามีลูกด้วยกัน ผมสงสารลูกน่ะ” ภาสกรส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาหนักแน่น คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาด พริมานิ่งงัน เงยหน้ามองเขาด้วยความเสียใจ
“แล้วเรื่องที่ภรรยาคุณยินยอม... ให้คุณ... มีคนอื่น มันคือเรื่องจริงเหรอคะ...แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไง”
“มันเป็นไปได้ครับ...คุณเชื่อผมนะ เราคบกันมาตั้งนาน ถ้าไม่มนต์ตราเค้าไม่ยอม ป่านนี้คงมาเล่นงานคุณไปแล้ว” น้ำเสียงของภาสกรจริงจังขึ้น ทว่ายังคงความอ่อนโยน
“ก็อย่างที่ผมบอกคุณไง ชีวิตคู่ของผมกับมนต์ตรา... เรามีปัญหา มนต์ตรา... เธอไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางกายของผมได้ครับ... ปัญหาเรื่องบนเตียง มันก็เป็นปัญหาหลักของชีวิตคู่นะครับ เราอยู่กันในฐานะพ่อและแม่ของลูก ๆ เท่านั้น” เขาพูดด้วยท่าทีที่ดูเศร้าสร้อย ราวกับแบกรับความทุกข์ทรมาน
“อย่าคิดมากครับ ก็ไหนเราตกลงกันเรื่องนี้แล้วไง...หืม์!!! คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า...มนต์ตราเธอยินดีที่จะให้ผม... มีภรรยาอีกคน... ที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้... เพื่อที่ชีวิตคู่ของเราจะได้ยังดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีปัญหา”
พริมาฟังด้วยความสับสนอลหม่านในหัวใจ เรื่องราวเช่นนี้เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ถ้อยคำของภาสกรดูเหมือนจะสมเหตุสมผลในตรรกะที่บิดเบี้ยว
“อย่าคิดมากสิ...พริมา คุณทั้งสวย ทั้งเก่ง ผมไม่มีวันทิ้งคุณหรอก...ผมอยากดูแลคุณจริงๆ นะครับ... แล้วผมก็ไม่ได้ต้องการแค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวย... ผมอยากให้คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผมจริง ๆ ... เป็นภรรยาอีกคน... ในแบบที่มนต์ตรายินยอม” ภาสกรย้ำคำว่า 'ภรรยาอีกคน' ราวกับต้องการสร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งที่เขากำลังเสนอ
“ผมรู้ว่ามันอาจจะฟังดูประหลาด... แต่มันคือทางออกของเราทั้งสองคนในเวลานี้... ผมจะไม่ทอดทิ้งคุณ... ผมจะดูแลคุณอย่างดีที่สุด... คุณไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรอีกแล้ว... ทั้งเรื่องหนี้สิน... หรืออนาคต... ผมดูแลคุณได้”
พริมาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ฉาบด้วยแววตาจริงจัง น้ำเสียงปลอบโยนและคำมั่นสัญญาเหล่านั้น ค่อยๆ คลอนคลอนหัวใจที่เปราะบางและแบกรับภาระหนักอึ้งของเธอ ประกอบกับบุญคุณที่เขาเคยหยิบยื่นให้
ในห้วงแห่งความเหงา ความสิ้นหวัง และความปรารถนาที่จะมีใครสักคนเป็นหลักยึด คำโกหกที่ถูกร้อยเรียงอย่างแนบเนียนเรื่อง 'คำว่าภรรยาอีกคน' กลับกลายเป็นเหตุผลที่มันก็ฟังดูเป็นไปได้ในห้วงอารมณ์ที่อ่อนแอ…มากกว่าคำว่าเมียน้อยที่หลาย ๆ คนเขาเรียกกัน
พริมาทอดสายตามองภาสกรอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด ราวกับยอมจำนนต่อโชคชะตา
“คุณไม่ได้หลอกฉันไม่ใช่มั้ย...คุณภาส” เสียงของเธอแผ่วเบาราวกระซิบถามย้ำ
ภาสกรคลี่ยิ้มอย่างพอใจ ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม “ผมไม่เคยคิดจะหลอกคุณเลย...ที่รัก”
พริมาพยักหน้ารับช้าๆ แววตาว่างเปล่า ราวกับวิญญาณครึ่งหนึ่งได้หลุดลอยไป และนับจากวินาทีนั้นเอง พริมาก็ได้ก้าวเข้าสู่สถานะ 'ภรรยาชั่วคราว' อย่างเต็มตัว โดยหลงเชื่อคำลวงที่ถูกสร้างขึ้นจากความอ่อนแอในชีวิตคู่ของเขา... มาเป็นเครื่องมือในการครอบครองเธอทั้งร่างกายและหัวใจ
บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตึงเครียดและความสับสนในจิตใจของพริมา คำโกหกที่ถูกร้อยเรียงอย่างแนบเนียนของภาสกรยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับมนต์สะกดที่ค่อยๆ ครอบงำเธอ
ภาสกรสังเกตเห็นความลังเลในแววตาของหญิงสาว เขารู้ดีว่าต้องใช้สัมผัสทางกายเพื่อทำลายกำแพงสุดท้ายในใจของเธอเหมือนเช่นทุกครั้ง มือแกร่งค่อยๆ เอื้อมไปลูบไล้แก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนลงมาสัมผัสลำคอระหงอย่างอ่อนโยน
“คุณสวยเหลือเกินพริมา...ที่รักของผม” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างใบหู ราวกับต้องมนต์สะกดกับความงามที่อยู่ตรงหน้า
พริมาหลับตาลงเล็กน้อย สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านความรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาด เธอพยายามที่จะต่อต้านน้อย ๆ เหมือนทุกครา และร่างกายก็กลับทรยศทุกครั้งไป
ภาสกรค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ริมฝีปากหยักแตะลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนลงมาสัมผัสเปลือกตาที่ปิดสนิทอย่างอ่อนโยน
ความรู้สึกวูบไหวเริ่มก่อตัวขึ้นในอกของพริมา ลมหายใจเริ่มติดขัด หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ภาสกรผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ดวงตาคมกล้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ค่อยๆ เปิดขึ้นของเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะหักห้าม
โดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ อีก ภาสกรค่อยๆ โอบประคองร่างบางของพริมาให้ลุกขึ้นยืน เขาสบตาเธออย่างลึกซึ้ง ราวกับต้องการสื่อสารความรู้สึกที่อยู่ภายใน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะประกบลงไปอย่างแผ่วเบา สัมผัสแรกนั้นนุ่มนวล ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยแรงปรารถนาที่เก็บกักมานานหลายวัน
พริมาตอบสนองต่อจูบนั้นอย่างเผลอไผล มือเรียวค่อยๆ ยกขึ้นคล้องรอบคอของภาสกรอย่างไม่รู้ตัว ปล่อยให้ความรู้สึกนำพาไป ภาสกรค่อยๆ อุ้มร่างบางของเธอขึ้น พาไปยังห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แสงไฟสลัวๆ สร้างบรรยากาศที่ชวนให้ลุ่มหลง
เขาค่อยๆ วางเธอลงบนเตียงเนื้อนุ่ม ก่อนจะทาบทับร่างของเธอลงไปอีกครั้ง ริมฝีปากยังคงมอบจูบที่เร่าร้อนและโหยหาอย่างต่อเนื่อง มือก็ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอย่างทะนุถนอม
เสื้อผ้าค่อยๆ ถูกปลดเปลื้องออกอย่างช้าๆ เหลือเพียงผิวเนื้อที่สัมผัสกันโดยตรง ความร้อนจากกายของทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางกระเส่าดังแผ่วเบาในความมืดมิด สัมผัสที่ลึกซึ้งและแนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ นำพาไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ทั้งคู่โหยหา
ภายใต้ผ้าปูที่นอนเนื้อนุ่มละเอียด สัมผัสจากกายของภาสกรยังคงรุ่มร้อนและแนบแน่น พริมาหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ความรู้สึกสุขสมแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เสียงครางหวานแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างห้ามไม่อยู่
“อ๊ะ...อื้มมม!!!” เสียงหวานนั้นสั่นเครือเล็กน้อย ยามที่เรียวนิ้วแกร่งของภาสกรลูบไล้ไปตามลาดไหล่เนียนอย่างอ่อนโยน
“ชอบมั้ย…ที่รัก?” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างใบหู พรมจูบเบาๆ ไปตามขมับ
พริมาพยักหน้าช้าๆ ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการสัมผัสที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ภาสกรเข้าใจความต้องการนั้นดี เขาก้มลงมอบจูบที่ดูดดื่มอีกครั้ง ลึกซึ้งและเนิ่นนานกว่าครั้งก่อน ปลายลิ้นอุ่นชื้นโลมเลียเข้าไปในโพรงปากหวานอย่างเชี่ยวชาญ
“อ๊ะ...” เสียงครางแผ่วเบาอีกครั้งดังขึ้น เมื่อศีรษะของภาสกรเลื่อนลงต่ำ สัมผัสส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของเธออย่างช้าๆ ด้วยปลายลิ้นร้อน...
ความรู้สึกวาบหวามแล่นปราดไปทั่วร่าง พริมาบิดกายเล็กน้อย ก่อนจะสบัดหน้าไปมากับหมอนนุ่ม ปล่อยให้ความสุขสมนำพาเธอไปสู่ห้วงแห่งความปรารถนา
“คุณภาส!!!...อื้อ..อย่าค่ะ” เสียงเรียกชื่อเขาแผ่วพร่า ราวกับละเมอ
“ขอชิมให้ชื่นใจหน่อยนะที่รัก” ภาสกรตอบกลับด้วยเสียงกระเส่า เลื่อนใบหน้าลงมาจูบซับตามซอกคอขาวเนียน
สัมผัสของเขายังคงดำเนินต่อไป เร้าลึกและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ พริมาเผลอปล่อยเสียงครางหวานออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ความสุขสมที่ได้รับนั้น เกินกว่าที่เธอเคยสัมผัส
“อื้ยยย!!!...คุณภาสขา!!!...” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เปล่งออกมาจากความพึงพอใจอย่างแท้จริง
ภาสกรยิ้มบางๆ กับเสียงหวานนั้น เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ตอบสนองต่อทุกการเคลื่อนไหวของเธออย่างอ่อนโยนและเร่าร้อน
ตอนที่ 41 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนั้นจบลง ความเงียบและความตึงเครียดก็ค่อยๆ จางหายไปจากบ้านของมนต์ตราและภาสกร แซนดี้เข้ามาอยู่ในบ้านอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาอีกคนของภาสกร ความสัมพันธ์ของสามคนผัวเมียเริ่มต้นด้วยความกระอักกระอ่วนในตอนแรก แต่ด้วยความเข้าใจและการปรับตัว ทั้งสามคนก็ค่อยๆ สร้างสมดุลใหม่ให้กับชีวิตเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสามคนนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน ภาสกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล“มนต์จ๋า... แซนดี้จ๋า... ผมขอบคุณ คุณสองคนมากนะ ที่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ผมต้องการ”มนต์ตราและแซนดี้หันมายิ้มบางๆ ให้กับภาสกร ก่อนที่มนต์ตราจะเป็นตัวแทนเอ่ยขึ้น“เราสองคนก็ต้องขอบคุณ คุณเหมือนกันค่ะ..คุณภาส ที่ยังให้โอกาสเราสองคนได้เริ่มต้นใหม่” แซนดี้พยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ค่ะคุณภาส แซนดี้เองก็สำนึกผิดกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ขอบคุณที่คุณยังเมตตาแซนดี้”บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ ทั้งสามคนพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเปิดอก ราวกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่กำลังปรับตัวเข้าหากัน“พรุ่งนี้คุณพริมาจะเดินทางแล้วนะ” มนต์ตราเอ่ยขึ้นเพื่อบอ
ตอนที่ 40 ที่รักโปรดยกโทษให้ฉัน NCแซนดี้เฝ้ารออย่างใจเย็น ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ รอให้ภาสกรมาเห็นภรรยาในสภาพที่เร่าร้อนและกำลังร่วมรักกับนายเมฆ กับดักที่เธอวางไว้อย่างบรรจง...“คุณมนต์จ๋า ผมขอเบิ้ลได้มั้ยครับ ผมยังไม่อิ่มเลย” นายเมฆคลี่ยิ้มบางๆ มองมนต์ตราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และปรารถนา“คุณไปอดอยากมาจากไหนคะ”“ไม่รู้สิครับ เวลาอยู่ใกล้คุณผมรู้สึกหิวตลอดเวลาเลย...” เขากล่าวพลางลูบแก้มเธอเบาๆมนต์ตรารู้สึกถึงความอบอุ่นและความเสน่หาที่ส่งผ่านมาจากการสัมผัสของเขา หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกโหยหาก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“ถ้าคุณไหว ฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ...อยู่กับคุณฉันก็มีอารมณ์ตลอดเวลาเหมือนกัน” มนต์ตรากระซิบเสียงแผ่ว พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเขาบ้าง“ต่อไปนี้...คุณต้องมาเจอผมบ่อย ๆ นะครับ ผมคิดถึงคุณ” นายเมฆไม่รอช้า โน้มตัวลงจูบเธออีกครั้ง จูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ทวีความเร่าร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว มือของเขาก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออีกครั้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ให้ตื่นขึ้นม
ตอนที่ 39 คอร์สนวดลงรูฟื้นฟูสมรรถภาพ NCในช่วงเย็นของวันที่นัดหมาย ภายในห้องพักของโรงแรมที่แซนดี้จองเอาไว้ให้มนต์ตรา แซนดี้และนายเมฆมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เธอกำลังคนเครื่องดื่มสมุนไพรสีสวยในแก้ว มองดูของเหลวสีอำพันหมุนวนด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก และไม่ลืมที่จะเติม 'ส่วนผสมพิเศษ' ลงไปเล็กน้อย เหมือนเช่นครั้งก่อนนายเมฆนั่งรออยู่บนโซฟาพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภาพใบหน้าสวยหวานของมนต์ตราและสัมผัสเร่าร้อนที่ร้านสปาในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา ความปรารถนาเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่คิดถึงเรียวขาขาวเนียนและทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“พี่เมฆดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะคะวันนี้” แซนดี้เอ่ยทักขึ้นขณะยกเครื่องดื่มอีกแก้วให้นายเมฆ“ไม่ให้อารมณ์ดีได้ไงวะ ก็คุณมนต์เค้าออกจะสวยอึ๋มซะขนาดนั้น” นายเมฆตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ“คุณมนต์น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะ รออีกนิด..เดี๋ยวเธอก็มาให้พี่กินแล้ว” แซนดี้พลางเหลือบมองนาฬิกาไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ แซนดี้รีบลุกไปเปิดประตู เผยให้เห็นร่างระหงของมนต์ตราที่ยืนอยู่ตรงหน้า ในชุดเดรสสีเรียบแต่ขับเน้นรูปร่างได
ตอนที่ 38 รู้อยู่แก่ใจมนต์ตราเดินไปยังห้องน้ำช้าๆ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป น้ำอุ่นช่วยชะล้างคราบใครและความเหนียวเหนอะหนะออกจากร่างกาย แต่ความรู้สึกผิดในใจกลับยังคงเกาะกุมแน่นหนา มนต์ตราปล่อยให้น้ำไหลรินชะล้างความรู้สึกผิดนั้นออกไป พร้อมกับความปรารถนาที่จะลบล้างความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เธอรู้สึกสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ และรู้สึกผิดต่อผู้เป็นสามี แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสุขสมที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย พร้อมกับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว... เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และหลังจากนี้เธอควรจะทำอย่างไรต่อไป?หญิงสาวรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะบนร่างกายจากน้ำมันนวดที่ผสมปนเปกับน้ำลายของเขา ความรู้สึกทางกายยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ทว่าความคิดของเธอกลับว้าวุ่นสับสนกว่านั้นมากนัก ภาพใบหน้าของภาสกรปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงอย่างฉับพลัน ความรู้สึกผิดบาปเริ่มกัดกินหัวใจของเธออย่างช้าๆ ทีละน้อย ราวกับยาพิษที่ค่อยๆ แล่นซึมเข้าไปในกระแสเลือดน้ำตาเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากหาง
ตอนที่ 37 สปาพาเสียว...นวดนาบสะท้านทรวง NCรสจูบที่ยาวนานและเร่าร้อนนั้นราวกับเป็นการเปิดฉากแห่งความปรารถนาครั้งใหม่ เมื่อผละริมฝีปากออก นายเมฆก็จ้องมองมนต์ตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือลงสัมผัสเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วแข็งแรงลากไล้ไปตามเนินอกอวบอิ่มที่ยังคงสั่นระริก หน้าท้องแบนราบที่เกร็งเล็กน้อย และลงไปจนถึงหว่างขาที่ยังคงเปียกชื้นและอุ่นร้อนอยู่เล็กน้อย เขาปลดเสื้อผ้าของตนเองให้เปลือยเปล่าอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นสัดส่วนกำยำที่มนต์ตราไม่เคยสัมผัสมาก่อน“พร้อมหรือยังครับ...คุณมนต์” นายเมฆกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะโน้มตัวลงมอบจูบเร่าร้อนอีกครั้ง ลึกซึ้งและดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับร่างกายที่เริ่มแนบชิดกันมากขึ้น เนื้อกายเปลือยเปล่าเบียดเสียดกันอย่างโจ่งแจ้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ถูกเพาะบ่มไว้จนถึงขีดสุด กำลังจะนำพาทั้งสองไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ไม่อาจห้ามปรามได้อีกต่อไปนายเมฆไม่รอช้า เขาค่อยๆ แทรกตัวเข้าประชิดร่างเปลือยเปล่าของมนต์ตราบนเตียงนวดอย่างแนบแน่น เนื้อกายชายหญิงสัมผัสกันอย่างโจ่งแจ้ง สร้างความรู้สึ
ตอนที่ 36 สกินชิพเลือนลางสุดทางสายนวด NCมนต์ตราไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกต่อไป อาการแปลกประหลาดของร่างกายที่เริ่มแล่นริ้วไปทั่วร่างและตอบสนองต่อการสัมผัสของนายเมฆอย่างน่าประหลาด ทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่ม หนาวสั่นไปพร้อมๆ กัน เมื่อนายเมฆเริ่มลงน้ำมันนวดไปเรื่อยๆ สัมผัสของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นการเล้าโลมบริเวณอวัยวะสำคัญต่างๆ อย่างจงใจ ราวกับนักมวยที่ค่อยๆ อัดคู่ต่อสู้จนบอบช้ำไม่มีทางหนี ก่อนจะปล่อยหมัดน็อคในยกสุดท้าย“รู้สึกสบายขึ้นไหมครับ?” นายเมฆถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง“ค่ะ” มนต์ตราตอบเสียงแผ่ว รู้สึกถึงความผิดปกติในการสัมผัสที่เริ่มลุกลามไปทั่วร่างกาย“มีส่วนไหนที่อยากให้ผมเน้นเป็นพิเศษไหมครับ?” นายเมฆถามต่อ มือของเขายังคงวนเวียนอยู่บริเวณบั้นเอวของเธออย่างแผ่วเบา“เอ่อ... ไม่ค่ะ” มนต์ตราตอบพลางขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สบายใจ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเริ่มก่อตัวขึ้น“ลองนวดด้านล่างดูไหมครับ เห็นบอกว่าน้องสาวของคุณไม่ค่อยมีอารมณ์ตอนสามีสอดใส่” นายเมฆกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรวยรินอยู่ข้างใบหูเล็ก“นวดอย่างเดียวจริง ๆ ใช่มั้ยคะ?” มนต์ตราถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ น้







