LOGIN
“ยายจ้ามากินข้าวเร็ว” เด็กสาววัยสิบเก้าปี เรียกยายจันทร์ที่กำลังถักไหมพรมนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวที่ชอบนั่งเป็นประจำ มะลิวัลย์หลังจากทำอาหารเสร็จ เป็นอาหารง่ายๆก็นำมาวางบนโต๊ะอาหารอย่างเช่น ไข่เจียว ผักลวก ปลาทูปิ้ง เธออาศัยอยู่ในชุมชนแออัด บ้านหลังเล็กมาก ๆ เธอจบการศึกษาขั้นพื้นฐานเพียงแค่ม.หก เพราะต้องการออกมาช่วยยายจันทร์ขายข้าวแกงที่ตลาดทุกเช้า
“จ้า” ยายจันทร์วัยเจ็ดสิบปีลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่โต๊ะอาหาร เห็นหลานสาวส่งยิ้มกว้าง “ทานอาหารกันเถอะยาย เดี๋ยวจะเย็นหมด” มะลิวัลย์บอก ก่อนตักอาหารใส่ในจานของยายจันทร์ “มะลิ คิดดีแล้วเหรอลูกที่จะไม่เรียนต่อ คิดจะเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงเหมือนยายไปจนตายหรือไง” ยายจันทร์ถามหลานสาว “คิดดีแล้วจ้ะ มะลิมันหัวไม่ดี เรียนไปก็เท่านั้น” มะลิวัลย์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ อย่างที่เธอพูดต่อให้เธอเรียนเก่งหรือหัวไม่ดี มันก็ไม่ต่างกันอะไรนัก เธออยู่กับยายแค่สองคนแค่ค่าเช่าบ้านแต่ละเดือนก็หามาจ่าย เลือดตาแทบกระเด็น “ตามใจแล้วกัน” ยายจันทร์พยักหน้า ยอมใจในความเด็ดเดี่ยวของมะลิวัลย์ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อคฤหาสน์หลังใหญ่สุดหรูของนักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบสามปี ชายหนุ่มกำลังนั่งจิบชา อ่านหนังสือพิมพ์ไปพลาง รอข้อมูลบางอย่างจากกฤช เลขาส่วนตัวในวัยใกล้เคียงกัน กฤชเป็นทั้งเพื่อน พี่ชาย และเลขาส่วนตัวที่คอยแนะนำเรื่องต่างๆได้ดีเยี่ยม
ความโดดเดี่ยวตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้เขาเหงา และกลายเป็นคนที่มีพร้อมทุกสิ่งแต่ว่างเปล่า เขานึกขำตัวเอง เขามีทั้งบ้านหลังใหญ่ รถหรูอีกหลายคัน เงินตั้งมากมาย ทว่ายังหาความสุขไม่ได้ หรือแม้กระทั่งผู้หญิงที่พร้อมจะเข้าหาเขาทุกเมื่อ ธาวินอยู่ที่นี่บ้านหลังโตมาตั้งแต่เล็กจนโต ถูกเลี้ยงมาอย่างดีตามแบบฉบับคุณหนูของบ้าน ส่วนบิดามารดาของเขากำลังเที่ยวรอบโลกกันอย่างสนุก เขาปฏิเสธที่จะร่วมทริปกับบิดามารดา เพราะเขาไม่อยากขัดความสุขของพวกท่านทั้งสอง ถึงจะผ่านมาหลายวันเขาก็อดไม่ได้จะคิดถึงใบหน้ารูปไข่ แก้มแดงระเรื่อ กำลังขายข้าวแกงอย่างขะมักเขม้น เขาย้อนผู้หญิงตัวเล็กๆ เธอไม่ได้ทำอะไร ก็สามารถเขย่าโลกของธาวินสั่นคลอนได้อย่างง่ายดาย สามวันก่อนหน้านี่ ธาวินที่เพิ่งซื้อที่ดินต่อจากนักลงทุนที่กำลังเจ๊ง เขาซื้อในราคาไม่แพงนัก เป็นที่ดินหลายร้อยไร่ เป็นชุมชนแออัด เขาซื้อแค่ต้องการให้ชาวบ้านที่นั่น ลืมตาอ้าปากได้เท่านั้น ก่อนที่นายทุนคนอื่นจะซื้อตัดหน้าเขา แล้วนำไปลงทุนอย่างอื่นเสียก่อน มารดาสอนเขาเสมอ ในเมื่อรวยก็ต้องอวดรวยโดยการช่วยเหลือคนอื่น มันเป็นความคิดที่ดีทีเดียว เขากับกฤชต้องการเดินชมที่เพิ่งซื้อมาเสียหน่อย เขาเดินเลาะชมตลาดที่มีชาวบ้านมาขายของ ธาวินตาเบิกกว้าง เมื่อเจอแม่ค้าหน้าหวานกำลังขายข้าวแกง กฤชที่รู้ทันสะกิดไหล่นักธุรกิจหนุ่ม “คุณธาวินชอบแม่ค้าคนนั่นรึครับ” กฤชถามอย่างรู้ทัน “ช่าย ฉันชอบ เรียกว่ารักแรกพบก็ได้” พูดจบ ธาวินก็เดินนำไปหน้าร้านขายแกง มะลิวัลย์ที่กำลังตักอาหารใส่ถุงพลาสติก “รับอะไรดีคะ” มะลิวัลย์ที่กำลังยุ่งอยู่แต่กับข้าวแกงเอ่ยถาม แต่ยังไม่ยอมเงยหน้ามองลูกค้า “ฉันของเหมาหมดเลย” ธาวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เก็บอาการเอาไว้สุดขีด จนหูของเขาแว่วได้ยินเสียงหัวเราะจากทางด้านหลัง กฤชกำลังหัวเราะเขาอยู่ “อะไรนะคะ” มะลิวัลย์ถามทวน เงยหน้ามองคนใจดีที่เหมาข้าวแกงเธอจนหมด “ผมขอเหมาครับ” ธาวินเอ่ยช้าๆชัด สายตาจ้องร่างเล็กที่ทำอะไรดูคล่องแคล่วไปเสียหมด ไม่ถึงนาทีข้าวแกงทั้งหมดก็ถูกนำมาใส่ถุงเรียบร้อย “ทั้งหมดห้าร้อยบาท ขอบคุณนะคะ” มะลิวัลย์เอ่ยขอบคุณ ดีใจอย่างมากที่ข้าวแกงของเธอขายหมด กฤชรับข้าวแกงจากมือของมะลิวัลย์ ก่อนจ่ายเงินตามที่หญิงสาวบอก ไม่นำพาต่อชายหนุ่มที่มองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา ดวงตาเปล่งประกาย กฤชกระซิบข้างหูคนยืนนิ่ง “คุณจะไม่ถามชื่อเธอหน่อยหรือครับ” “เอ่อ เธอชื่ออะไร” ธาวินตะโกนถามทันที“ลืมตาขึ้นสิครับ คนสวย แล้วมองพี่ว่าเราเซ็กซี่แค่ไหน” ธาวินเอ่ยสั่งอย่างเอาแต่ใจ เคลื่อนมืออีกข้างไปด้านหลังบางปลดตะขอชั้นในที่ต้องลำอาจากร่างอรชรแล้ว มันเหมือนเป็นคำปลุกเร้าเธอ ยอมทำตามแต่โดยง่าย มองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำสายตาจดจ้องมองกายสาว นิ้วของเขาขยับรัวๆใส่ร่างกายของเธอ แล้วถอดถอนนิ้วของเขาออกมาพร้อมชิมรสชาติจากกายสาว ธาวินเห็นว่าหญิงสาวมองเขาไม่วางตาชายหนุ่มจึงค่อยๆจรดความแข็งขึงสัมผัสกับกุหลาบงามถูไถเบาๆยั่วอารมณ์ของหญิงสาว คลึงเคล้าเกสรงามอย่างหนักหน่วง แล้วค่อยชำแรกกายเข้าไปเส้นทางที่คับแคบอย่างเชื่องช้า มะลิวัลย์ยกมือขึ้นปิดเสียงคราง มองร่างแกร่งที่แทรกเข้ามาอยู่ในกายเธอ จนร่างกายของเธอรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครู่ ชายหนุ่มจับเรียวขาทั้งสองข้างโอบเอวแกร่ง โน้มตัวไปสัมผัสหน้าอกหน้าใจที่ดีดเด้งตามจังหวะหายใจของหญิงสาว ธาวินหมั่นเติมเชื้อไฟปรารถนาให้ร่างบางไม่ขาด มือคลึงเคล้าอยู่จุดประสานส่วนอีกข้างก็ฟ้อนเฟ้นทรวงอกสลับกับดูดดื่ม มะลิวัลย์เริ่มหายใจหายคอติดขัด ร่างกายถูกรุ่มเร้าด้วยความหฤหรรษ์รอบด้าน ร่างกายเครีย
“รู้สึกยังไงสาวน้อยร้อนรักของพี่” น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบพร่า มือหนากอบกุมทรวงอกฟ้อนเฟ้นอย่างหนักหน่วงผ่านเสื้อยืดตัวเล็ก เคลื่อนมือมาประคองสะโพกเอาไว้ก่อนจะขยับถี่รัวตามที่ใจปรารถนา เสียงครางหวานที่คนใต้ร่างสะกดกั้นไม่อยู่กระตุ้นอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี “อือ อะ..อา คะ...คน บ้า” คำพูดของมะลิวัลย์กระท่อนกระแท่น ความเสียวสยิวรวมไปอยู่จุดเชื่อมประสานที่ขยับไหวอย่างรัวเร็ว เธอขยับกายไม่ได้มากเท่าที่ควรเธอก็ยิ่งทรมานเมื่อจู่ๆเขาก็หยุดกะทันหัน “ตอบมาก่อนที่รัก ไม่งั้นก็ทรมานอยู่แบบนี้แหละ” “มีความสุข พอใจหรือยังตาเฒ่า” มะลิวัลย์ตอบออกไปด้วยความทรมานและท่วงท่าตอนนี้ทำให้เธอขยับตัวได้ไม่มาก “ว่าพี่แก่งั้นเหรอ”เขาโค้งตัวเอื้อมมือไปปลดเนกไทที่มัดแขนเรียวออก พร้อมกับดึงผ้าปิดตาออกล็อกใบหน้าหวานรับจูบแสนเร่าร้อน ลบรอยของคนอื่นที่บังอาจมาจูบเมียเขา “ปะ...เปล่านะ อือ อา... มันเร่าร้อนเกินไป”มะลิวัลย์สั่นหน้าปฏิเสธ ก้มหน้าแดงก่ำแนบกับเตียงนอน มือที่ได้รับอิสระต้องหาที่ยึดเพราะกลัวไถลไปตามแรงของคนหื่นกาม มะลิวัลย์ครางระส่
นานนับสิบนาทีตลอดเส้นทางที่ชายหนุ่มไม่ยอมปริปากพูดกับเธอไม่ว่าเธอจะอ้อน หรือยั่วแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังไม่ตะบะแตกยอมพูดกับสักคำเดียว “พี่ธาวินอย่าเงียบสิคะ”เธอลองง้ออีกครั้ง ครั้งนี้เธอข่มความอายงัดไม้ตายมาง้อชายหนุ่มโดยการดึงคอเสื้อคอกว้านลึกลงไปร่องอก คนหื่นอย่างธาวินมีหรือจะทนแรงยั่วยวนจากเธอได้ ธาวินนับหนึ่งนับสองในใจ โกรธก็โกรธ แต่ทรวงอกอันล้นหลามของเธอทำเอาชายหนุ่มเลือดลมเริ่มติดขัด มะลิวัลย์เป็นเด็กวัยละอ่อน รอให้ถึงจุดหมายก่อนเถอะ เขาไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ร้องอุทธรณ์ หรืออธิบายใดๆ “บอกมาได้หรือยัง ว่าจะพามะลิไปไหน” “ใกล้ถึงแล้ว เดี๋ยวก็รู้” ธาวินตอบ แสยะยิ้มอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า มะลิวัลย์ไม่รู้จะดีใจหรือกลัวดีที่ชายหนุ่มยอมพูดกับเธอแล้ว ยอมยิ้มเมื่อครู่ทำให้เธอกลัวขึ้นมาทันทีอย่างบอกไม่ถูก พอมาถึงในใจของเธอต้องร้อง อ้อ ทันที เพราะตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าคอนโดมิเนียมของชายหนุ่ม ก “ยืนนิ่งทำไมครับ รีบขึ้นไปสิ” ธาวินขู่เสียงดัง จนเธอสะดุ้งรีบเข้าไปในคอนโดมิเนียมกดลิฟต์ เหลียวมองคนตัวโตที่
ธาวินกลับเข้าไปในห้องประชุมด้วยสติครบถ้วน เต็มเปี่ยมไปด้วยสมาธิ แม้ว่าการนำเสนองานจะได้เริ่มต้นใหม่ แต่มันก็ยังดีกว่าการที่เขาไม่มีสมาธิ แล้วกลายเป็นตัวตลกในการประชุม “วันนี้คุณธาวินเป็นอะไรไปครับ ในห้องประชุมก็เหม่อลอย”กฤชถามอย่างเป็นห่วง “ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะมองไปไหนใบหน้าของมะลิวัลย์ก็ตามหลอกหลอนอยู่ไม่ห่าง อีกหน่อยผมคงกลายเป็นคนติดเมียไปเสียแล้ว” ธาวินบอกเลขาคู่ใจไปตามตรง “อาจจะเป็นเพราะคุณธาวินกำลังแต่งงานหรือเปล่าครับ” “อาจจะใช่” ธาวินยอมรับอย่างง่ายดาย จากเมื่อก่อนหัวรั้นสุดขีด ใครจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ใส่ใจนอกจากความคิดของตัวเองเท่านั้น “แล้วให้ผมไปรับคุณมะลิไหมครับ หรือว่าคุณธาวินจะไปรับเอง” จริงๆแล้วกฤชไม่ควรถามด้วยซ้ำ เมื่อเห็นรอยยิ้มกระชากใจสาวๆเขาก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว “ผมจะไปรับเอง” เขาอยากไปรับมะลิวัลย์ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเขาจะพาเธอไปที่คอนโดมิเนียม แล้วกอดฟัดให้หายคิดถึง และจัดการมอบบทรักที่ใบหน้าเจ้าหล่อนตามมาหลอกหลอนเขาจนไม่เป็นอันทำงาน “รอยยิ้มแบบนี้ คุณธาวินคงกำล
เดือนถัดมา... ธาวินขับรถมาส่งเธอที่บ้านหลังเล็ก เพราะเธอต้องอยู่ดูแลยายจันทร์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียงสองสัปดาห์ ไม่เพียงเท่านั้นชายหนุ่มจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้ากลัวว่ายายจันทร์จะเป็นอะไรไปอีก “มะลิไม่ต้องมาดูแลยายก็ได้ มีคุณพยาบาลมาอยู่ด้วยทั้งคน” ยายจันทร์บอกหลานสาว “มะลิอยากดูแลยาย ถ้าไปทำงานกับพี่ธาวินก็เกะกะเขาเปล่าๆ สู้อยู่ดูแลยายดีกว่า” “ถ้างั้นก็ตามใจ” ยายจันทร์หยิบไหมพรมมาถักต่อ พยาบาลก็เตรียมยาสำหรับมื้อเที่ยงและมื้อเย็นไว้อย่างเสร็จสรรพ “มะลิ มะลิ” เสียงตะโกนของใครบางคนดังอยู่หน้าบ้าน มะลิวัลย์รีบออกไปดูทันที “อ้าว มีอะไรเหรอน้ำ” มะลิวัลย์ยิ้มกว้างเมื่อได้เจอเพื่อนเก่า “เรามีเรื่องให้ช่วยหน่อย” เด็กหนุ่มละล่ำละลักบอกหญิงสาว ปาดเหงื่อจากหน้าผาก “มะลิช่วยมาเป็นนางเอกวิดีโอให้เราได้ไหม พอดีนางเอกของกลุ่มเราไม่สบาย มะลิช่วยเราได้ไหม” “ได้สิ แล้วที่ไหนล่ะ” มะลิวัลย์พยักหน้า ก่อนกันไปขออนุญาตยายจันทร์ “อยู่ในสวนสาธารณะในหมู่บ้านนี่เอง เดี๋ยว
ไอรินกอดอก ขมวดคิ้วจนแทบจะจับมาผูกโบว์ได้อยู่แล้ว ถอนหายใจแรงๆอย่างไม่พอใจกับสถานการณ์ตรงหน้า เธอควรให้โอกาสมาร์คอีกครั้งใช่ไหม “ฉันจะยอมกลับไปคุณอีกครั้งค่ะมาร์ค แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันให้เหงาหรืออดทนกับอะไรที่มันทำให้ฉันไม่สบายใจ ฉันจะเลิกกับคุณทันที” ไอรินรับปากอย่างจำนนต่อการตื้อของสองหนุ่ม “ผมดีใจมากๆเลย” มาร์คโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ “ค่ะ ฉันจะกลับไปกับคุณ ดีใจด้วยนะมะลิวัลย์ ใจของธาวินไม่หวั่นไหวต่อฉันสักนิด” ไอรินพูดพร้อมยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนหันไปหามาร์คแล้วควงแขน “อย่าไปฟังเธอเลยนะ” ธาวินก้มกระซิบชิดใบหูมะลิวัลย์ เขากลัวว่าหญิงสาวจะไม่สบายใจกับคำพูดเมื่อครู่ของไอริน “ความจริง มะลิก็ไม่ได้ติดอะไรนะคะ คุณไอรินคงอยากพูดให้มะลิเจ็บใจเล่น” “งั้นมะลิก็ไม่ได้โกรธไอรินใช่ไหม” “ค่ะ” มะลิวัลย์รับคำสั้นๆ “งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวนมสายจะเตรียมอาหารรอเก้อหมดพอดี” ธาวินเอ่ยชวนจูงมือหญิงสาวเดินตามต้อยๆ จนมาถึงโต๊ะทานอาหารที่มีก้องเกียรติและผการออยู่แล้ว ยิ้มน







