Masuk"คุณจะอาบกับผมไหม"
มือเรียวที่ปลดกระดุมเสื้อให้สามีชะงักไป เพราะไม่คิดว่าสามีจะกล้าเอ่ยปากชวนให้อาบด้วยกัน จากที่ตั้งใจจะแค่ถูหลัง เธอที่อยากกระชับความสัมพันธ์ก็เลยตกปากรับคำไป "อาบค่ะ" คำตอบของภรรยาทำซางเหยียนนิ่งไป เพราะคิดว่าถึงชวนไปเธอก็คงปฏิเสธอยู่ดี "แน่ใจนะ" คิ้วเข้มเลิกสูงขณะมองหน้าภรรยาที่ขนาดทำเรื่องอย่างว่ายังต้องปิดไฟ แล้วนี่อาบด้วยกันตอนเช้ามีแสงสว่างจ้าขนาดนี้เธอไม่อายหรืออย่างไร ท่าทางที่เปลี่ยนไปทำเขางงเป็นไก่ตาแตกทีเดียว "ค่ะ" ในเมื่อตั้งใจว่าจะแก้ไข เธอต้องตัดคำว่า 'อาย' ออกไปจากใจ นี่เป็นโอกาสดีที่เธอจะทำหน้าที่ภรรยาแสนดีไม่ใช่หรือไร ถ้าปฏิเสธไปโอกาสที่เขาจะกล้าชวนอีกคงแทบไม่มีเลย "คุณไปผสมน้ำรอฉันก่อนนะคะ" ซิงอีส่งยิ้มให้สามี เป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงมัน คนที่ตั้งรับไม่ทันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านี่คือความฝันหรือความจริง จนต้องแอบหยิกแขนตัวเองเพื่อทดสอบดู พอรู้สึกว่า 'เจ็บ!' เขาถึงได้มั่นใจจริงๆ ว่าไม่ได้ฝัน "ซิงอี" "คะ" "คุณไม่สบายหรือเปล่า" "ฉันสบายดีค่ะ" คำตอบพร้อมรอยยิ้มของภรรยาทำให้ชายหนุ่มจำต้องเงียบปากไป เขาถอดเสื้อของตัวเองวางเอาไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไปด้วยสีหน้าและแววตางงๆ ฉัน- ไม่- อาย!! ซิงอีสะกดจิตตัวเองที่ตอนนี้มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนบางพันตัวไว้ เธอยืนทำใจอยู่พักใหญ่ สูดลมหายใจเข้าปอดอยู่สาม สี่ ที ก่อนจะผลักประตูห้องน้ำเข้าไป ไอน้ำที่อบอวลเป็นควันสีขาวฟุ้งกระจาย ดวงตาของเธอพุ่งไปที่สามีทันที รูปร่างที่สมส่วนนั้น... ทำเธอแทบลืมหายใจ ซิงอีอดมองตาค้างไม่ได้ สามีในชาติที่แล้วของเธอหล่อทะลุแป้งขนาดนี้ยังโดนนอกใจ เธอเอาตาไปซุกไว้ที่ไหน ถึงได้มองไม่เห็นเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้กัน ขนาดเห็นแค่แผ่นหลัง หัวใจของเธอก็เต้นดัง พอมองต่ำลงไปกว่านั้น เธอก็ถึงกับต้องกลืนน้ำลาย เพราะเขาไม่ได้ใส่อะไรปิดบังท่อนล่างเลย "มาแล้วเหรอ" ชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้ถาม เขารอเธออยู่นาน จังหวะที่จะหันมา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงหวานตะโกนลั่นห้องน้ำว่า "อย่าขยับค่ะ" ซิงอีรีบยกมือห้ามเสียงสั่น เพราะเธอยังไม่พร้อมเห็นสิ่งนั้น แต่สามีที่ไม่รู้นี่สิไม่ได้ทำตามที่เธอร้องขอเลย "ทำไมครับ" คำถามมาพร้อมกับการเผชิญหน้า คนที่ตกใจรีบยกมือขึ้นปิดตาเพราะไม่กล้าที่จะมองท่อนลำความเป็นชายที่ทำเธอจุกทั้งคืน "คุณช่วยหันไปก่อนได้ไหมคะ" พูดไปก็หน้าแดงไป ไอน้ำที่ลอยละล่องในอากาศแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ "พอดี...." "ฉันถูหลังให้ไม่ได้" เป็นการหาข้ออ้างแบบถูๆ ไถๆ ไป คนหนึ่งอาย ส่วนอีกคนก็แปลกใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นเขาไม่ได้ใส่อะไร แล้วทำไมเธอต้องหลับตาทำเหมือนไม่อยากมอง "สบู่อยู่ไหนคะ" มือหนึ่งปิดตา ส่วนอีกมือหนึ่งก็ควานสะเปะสะปะหาสบู่ไป หากแต่เธอไม่รู้ว่ามันวางไว้ตรงไหน มันก็เลยดูเหมือนคนที่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ "ตรงนั้นครับ" เขาชี้ไปตรงที่วางสบู่ เธอก็หลับหู หลับตาเดินไป แล้วจะเจอสบู่ได้อย่างไร เดินอย่างนั้นเดี๋ยวก็ได้ล้มกันพอดี "ไหนคะ" พูดไป ก็ใช้มือควานหาไป แล้วพื้นมันลื่นไง คนที่ไม่ได้ระวังก็เลยร้อง 'ว้าย' เธอทรงตัวไม่ถนัดเท่าไหร่ จังหวะที่จะล้มลงไป มือของสามีก็คว้าตัวเธอพอดี และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ซิงอีรีบคว้าบางสิ่งที่อยู่ใกล้มือเพราะตกใจ หมับ!! ดวงตาคู่สวยเบิกโตทันใด เมื่อสิ่งที่เธอคว้าไว้ไม่ใช่ท่อนไม้ แต่กลับเป็น 'ไอ้นั่น' ที่ใหญ่และยาวของสามี ด้วยความอับอายทำให้เธอรีบปล่อยมือจาก 'ไอ้นั่น' ทันที และพอเขาเรียกชื่อเธอว่า "ซิงอี" เธอก็หนีด้วยการ... แกล้งเป็นลม!!"โอ้ย! ตาแก่ฉันตื่นเต้น"โจวจินเหมยเดินไปเดินมา ดวงตาจับจ้องที่หน้าห้องคลอดด้วยความเป็นห่วงสะใภ้ที่เข้าไปข้างในนานกว่าครึ่งวัน ส่วนโจวซางเหยียนที่นั่งกระวนกระวายใจนั่นก็ไม่ยอมเดินไปไหน เขาสามารถนั่งรอเป็นวันโดยไม่กินอะไรก็ได้ หากทำให้ภรรยาของเขาเจ็บปวดน้อยลง"ฉันอยากให้เจ้าตัวน้อยในท้องหน้าเหมือนคุณ นิสัยดีเหมือนคุณ รักฉันมากๆ เหมือนคุณ และก็อ้วนท้วนแข็งแรง"เขาจำทุกคำพูดของภรรยาได้ เธอดูแลเจ้าตัวน้อยในท้องเป็นอย่างดี นมทุกแก้วที่เขาชงมาให้ดื่มก่อนนอนเธอไม่เคยลืมสักวัน ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังกินยาบำรุงครรภ์ไม่เคยขาดสักเม็ดเดียว'ออกแรงเบ่งอีกนิดค่ะ''ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ''อีกนิดเดียวค่ะ อีกนิดเดียว'เสียงในห้องคลอดดูวุ่นวาย ซิงอีกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ เธอกำลังจะเปลี่ยนสถานะเป็น 'มารดา' ของเจ้าก้อนแป้งที่พออกมาจากท้องก็แหกปากร้องไห้ คุณหมอวางเจ้าตัวน้อยตัวสีแดงแจ๊ดแจ๋ไว้เอาไว้แต่ทำไม...เธอถึงยังปวดท้องอยู่เลย"คุณหมอฉันยังปวดท้องอยู่ค่ะ"เธอบอกหมอที่ทำคลอดให้ ความรู้สึกเหมือนยังอยากเบ่งเพื่อให้โล่งสบาย ไม่ทันที่หมอจะพูดอะไร เธอก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเบ่งออกมา"อุแว้ อุแ
"ไม่อยากเชื่อเลย""ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกซะแล้ว""น่าอับอายแทนตระกูลตงจริงๆ""ฉันคิดเอาไว้ไม่ผิดจริงๆ"ชาวบ้านที่มามุงดูซุบซิบพูดคุยกัน ที่ทุกคนมารวมตัวกันเพราะมีคนปล่อยข่าวลือว่ามีเรื่องสนุกๆ ให้ดูที่ห้องเช่าท้ายหมู่บ้าน นิสัยของคนอยากรู้ อยากเห็น มีหรือจะปล่อยผ่าน คนนั้นกระจายข่าว คนนี้เอาไปพูดปากต่อปาก ผลก็อย่างที่เห็นเลย"ไม่ใช่นะ"ตงเหมยฮวาปฏิเสธหน้าซีด หากแต่ภาพที่ปรากฎต่อทุกสายตากลับค้านกับคำพูดของเธอ"กอดกันขนาดนี้ยังไม่ยอมรับอีก""ฉันเคยเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกัน""แล้วดูสภาพของผู้ชายสิ"เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก อธิบายอะไรไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อและเห็นใจและตีความว่าเธอกับเกาหมิงทำเรื่องอับอาย"มันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ"ตงเหมยฮวากรีดร้องเสียงดัง ปากคอสั่นด้วยความโมโหจนทนไม่ไหว เธอผลักเกาหมิงออกไปและปรี่เข้ามาหวังจะตบหน้าซิงอีที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าอับอายนี้ แต่พอได้ยินเสียงตะโกนว่า"หยุดเดี๋ยวนี้!!"เท้าสองข้างของตงเหมยฮวาก็หยุดชะงักทันที แค่เสียงๆ นี้ก็ทำเธอหายใจไม่ทั่วท้องจนหน้าซีดเผือดทีเดียว"พะ...พ่อ"เพี้ย!!มือของบิดาที่โกรธจัดฟ
'ให้ผมไปกับคุณนะ''ไม่ได้ค่ะ''แต่ผมเป็น...'โจวซางเหยียนพูดไม่ทันจบประโยคนิ้วเรียวของภรรยาก็ยื่นมาปิดปากของเขาซะก่อน เขาจึงต้องลองใช้แววตาอ้อนวอน แต่ซิงอีก็ไม่ใจอ่อนให้เลย'ฉันไม่เป็นหรอกค่ะ'ซิงอีพูดยิ้มๆ กับสามีที่ดูจะเป็นห่วงเธอมากเกินไป ทั้งที่เธอบอกเขาอย่างดิบดีแล้วว่าเธอใช้เงินของสามีไปว่าจ้างคนที่เชื่อใจได้ให้ติดตามดูแลอยู่ห่างๆ ด้วย'คุณต้องอยู่ที่นี่และทำตัวให้ปกติเข้าไว้ ซึ่ง แผนการของฉันจะสำเร็จได้คุณก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย'ซิงอีย้ำกับสามีที่ต้องทำตามแผนการ หากเขาตามเธอไปมีหรือที่ตงเหมยฮวาจะไม่สงสัย ผู้หญิงคนนั้นมีแผนการชั่วร้ายในใจซึ่งเธอเดาว่าต้องมาเป่าหูให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดแน่ๆ'ฉันดูเป็นคนโง่เหรอคะ'คำถามนั้นทำให้โจวซางเหยียนส่ายหน้า'ไว้ใจฉันนะคะ'เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเธอจะต้องทำให้ทั้งสองคนนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเข้ามาแทรกกลาง หญิงสาวผุดรอยยิ้มบางๆ เมื่อคิดว่าแผนการนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับหญิงร้ายชายเลวหลังจากภรรยาแต่งตัวออกจากบ้านไป โจวซางเหยียนก็นั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไหร่ เขาเฝ้ามองนาฬิกาพลันนึกเป็นห่วงภรรยาสุดหัวใจ หากแต่ก็ต้องอดทนนั่งที่เก้าอี้ต่อไปเพื
"ซิงอีผมคิดถึงคุณ"พอเจอหน้ากัน เกาหมิงก็พ่นคำหวานหูใส่ มือหนายื่นมาจับมือเรียวบางไว้ การกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวเกินไปทำให้ซิงอีอยากจะดึงมือกลับจริงๆ"ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ"ซิงอีการละครได้เริ่มต้นการแสดงนับจากวินาทีนี้ไป และดูเหมือนจะทำได้ดีมากซะด้วย"ทำไมคุณถึงไม่ติดต่อมาเลย""คุณเพิ่งเรียนจบ ยังมีอนาคตอีกไกล ฉันไม่อยากเอาตัวเองไปเป็นภาระของคุณค่ะ"ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้เกาหมิงฟัง ซึ่งเนื้อหาที่แต่งเติมใส่ไข่ไปนั้นไม่ได้มาจากใจจริงของเธอสักนิดเดียว"เพราะเหตุผลนี้หรอกหรือ"พอได้ฟังเหตุผล เกาหมิงที่โดนสั่งให้วางยานอนหลับซิงอีก็เริ่มลังเลใจ เขาควรทำเรื่องนี้ต่อไปไหม ชายหนุ่มเริ่มชั่งใจ แต่เมื่อคิดถึงหน้าของตงเหมยฮวาที่กุมความลับไว้จึงทำให้เขารู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก 'ต้องทำ' เพราะถ้าเขาไม่ทำ เรื่องผิดพลาดในคืนนั้นก็ต้องแดงออกมา เขาไม่อยากรับผิดชอบด้วยการต้องแต่งงานกับตงเหมยฮวา สุดท้ายแล้วเขาก็รักตัวเองมากกว่าซิงอี"เดี๋ยวฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ""ครับ"ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ทำตามแผนที่ตงเหมยฮวาวางไว้ ใบหน้าหล่อเหลาหันมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสนใจ จึงหยิบห่อ
เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จดหมายที่ส่งมาให้นั้นไม่ได้ประสงค์ดีแต่ประสงค์ร้าย คำถามของสามีบ่งบอกว่าเขารู้เรื่องในอดีตที่ซิงอีคนก่อนทำไว้ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงขณะครุ่นคิดว่าเป็นฝีมือใคร ซึ่งมีหนึ่งชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจนั่นก็คือ 'เกาหมิง' อดีตคนรักเก่าที่ดูเหมือนจะตัดใจไม่ลงแน่นอนว่าเธอไม่ได้กล่าวหา แต่มันมีความเป็นไปได้ ถ้าหากไม่ใช่เกาหมิงแล้วจะเป็นใคร คำถามนี้มันทำให้เธอแน่ใจ จึงถามสามีด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า'ซางเหยียนคุณรู้อะไรมา ถ้าคุณรักฉันจริงคุณต้องให้โอกาสฉันได้อธิบาย หากคุณคิดว่าฉันไม่รักคุณ ไม่มีความจริงใจ ฉันและเจ้าตัวเล็กในท้องพร้อมจะเดินออกไปจากตระกูลโจวเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย'ในเมื่อสิ่งที่เธอเคยกลัวย้อนมาทำร้ายความสัมพันธ์จะให้เธอแสร้งทำไม่รู้ปิดบังต่อก็คงไม่ใช่ ซิงอีในอดีตเคยทำเรื่องร้ายๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป เธอพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง'คุณยังคิดว่าฉันมีใจให้เขาเหรอคะ'ซิงอีถามพลันมองดูกล่องไม้ที่มีจดหมายหลายฉบับเก็บเอาไว้ข้างใน มันคือการกระทำในอดีตที่เธอแก้ไขไม่ได้ เธอเองก็รู้สึกผิดที่ต้องเห็นผู้ชายดีๆ คนหนึ่งน้ำตาตกใน ซิงอีในอดีตไม่รู้จักคำว่า 'ยับยั้งชั่งใจ' ถึงมีสาม
"ถ้าอยากได้ซิงอีกลับคืนมาคุณต้องทำ""เกาหมิงคุณต้องเชื่อใจฉัน""ฉันจะทำให้คุณสมหวังเอง"ตงเหมยฮวายุยงให้เกาหมิงทำตามแผนการ จัดฉากให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ซึ่งเกาหมิงที่อยากได้คนรักเก่ากลับคืนมาสู่อ้อมอกนั้นก็คล้อยตามคำพูดที่โน้มน้าวใจ ซองยานอนหลับที่ตงเหมยฮวายื่นให้คือหนึ่งในสิ่งที่เขาต้องลงมือ "ซิงอีจะไม่เป็นไรใช่ไหม"เกาหมิงถามอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ"ก็แค่ยานอนหลับ"ตงเหมยฮวาตอบ เธอยื่นมือไปจับที่ไหล่ของเกาหมิงเพื่อเพิ่มความมั่นใจ หากเกาหมิงมีท่าทีจะปฏิเสธไม่อยากร่วมมือเมื่อไหร่เธอจะใช้เรื่องในคืนนั้นมาขู่เขาให้กลัว"ถ้าคุณไม่ทำ คุณก็รู้นี่ว่าจะเจอกับอะไร"ถือเป็นการเตือนกรายๆ รอยยิ้มที่ส่งให้มีความหมายขู่ให้เกาหมิงรู้ตัว"ผมจะทำ"เกาหมิงตอบ"ดีแล้วที่คุณไม่โง่"คำชมของตงเหมยฮวาไม่ได้จริงใจ เกาหมิงก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากโดนสิ่งที่ทำผิดพลาดผูกมัดเอาไว้ และนั่นมันทำให้เธอสามารถจูงจมูกเขาได้ง่าย ซิงอีที่โดนวางยาสลบจะถูกพามาที่ห้องเช่าที่เธอเช่าไว้ ชายหญิงสองคนนอนร่วมเตียงในห้องในสภาพไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ หากโจวซางเหยียนเข้ามาเห็นจะทำหน้าเช่นไรแค่คิ







