ทะลุมิติมาเป็นภริยานายพลแสนร้าย

ทะลุมิติมาเป็นภริยานายพลแสนร้าย

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-13
โดย:  อักษรามณีอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
90บท
969views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

โรซี่ เป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังแต่ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง ทำให้เธอหายใจเอาสารพิษเข้าไปและหมดสติ พอรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ร่างของผู้หญิงชื่อ เยว่ชิง เป็นภรรยาของ นายพลหลิวเหว่ย นายทหารใหญ่ที่มีชีวิตในยุค 80 เธอมีลูกสาวอายุ 4 ขวบ แต่ถูกแม่สามีกีดกันเพราะไม่ชอบสะใภ้ ที่เยว่ชิงต้องแต่งงานกับนายพลหลิวเหว่ยเพราะพ่อของเขาเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของเธอ สัญญากันในสนามรบว่าจะให้ลูกแต่งงานกัน หลิวเหว่ยเองก็ไม่ได้รักเยว่ชิงเพราะคิดว่าเธอน่าเบื่อและเป็นคนไร้สติปัญญา

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1  อัจฉริยะผู้โดดเดี่ยว

บทที่ 1  อัจฉริยะผู้โดดเดี่ยว

ภายในห้องแล็บวิจัยสารเคมีขั้นสูงที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่ทันสมัย แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนกับพื้นกระเบื้องสะอาดกริบ เสียงหึ่งๆ ของเครื่องเหวี่ยงสารปนเปไปกับเสียงเคาะคีย์บอร์ดที่สม่ำเสมอ

โรซี่ ลี นักวิทยาศาสตร์สาววัย 25 ปี ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าตู้ดูดควัน ใบหน้าเรียบเฉยของเธอถูกปิดทับด้วยแว่นตานิรภัยและหน้ากากอนามัย มือที่สวมถุงมือยางสีฟ้าเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำประดุจเครื่องจักร เธอคือกำลังสำคัญของสถาบันวิจัยแห่งนี้ ผู้ที่เพิ่งจะจดสิทธิบัตรสารประกอบชนิดใหม่ที่โลกต้องการได้สำเร็จ

แต่ความสำเร็จที่ส่องประกายนั้น กลับตามมาด้วยเงาทึบที่กัดกินชีวิตทางสังคมของเธอ

“เรียบร้อย” โรซี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นผลลัพธ์ในหลอดทดลองเปลี่ยนเป็นสีที่เธอต้องการ

เธอยืดตัวขึ้นและถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยงามหมดจดราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับเรียบเฉยและเย็นชาจนคนรอบข้างเข้าไม่ถึง

“โรซี่... ผลการทดลองส่วนที่สามเสร็จหรือยัง? ทีมเราต้องรีบส่งรายงานนะ” ลินดา เพื่อนร่วมงานวัยเดียวกันเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเกรงใจกึ่งรำคาญ

โรซี่หันไปมองโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “เสร็จแล้ว ฉันวางไว้บนเซิร์ฟเวอร์กลางเมื่อสิบนาทีก่อน ถ้าเธอเช็กเมลบ่อยกว่าเช็กอินสตาแกรม เธอคงเห็นมันไปแล้วล่ะ”

คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำให้ลินดาชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเพื่อนร่วมงานเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ “ฉันแค่ถามดูเฉยๆ ไม่เห็นต้องพูดประชดกันเลยนี่”

“ฉันไม่ได้ประชด ฉันพูดตามข้อเท็จจริง” โรซี่ตอบพลางถอดถุงมือทิ้งลงถังขยะอันตราย “การจัดการเวลาคือพื้นฐานของนักวิจัย ถ้าเธอทำไม่ได้ ฉันก็แค่สงสัยว่าทำไมเธอถึงยังอยู่ในทีมนี้”

ลินดากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปพร้อมกับเสียงพึมพำที่โรซี่ได้ยินชัดเจนว่า “อัจฉริยะแล้วไง... นิสัยแบบนี้ถึงไม่มีใครคบ”

โรซี่มองตามแผ่นหลังนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เธอไม่ใช่คนใจร้าย เธอแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องเสียเวลาอ้อมค้อมในเมื่อความจริงคือสิ่งที่สั้นและง่ายที่สุด

ในช่วงพักเที่ยง โรซี่มักจะนั่งกินข้าวคนเดียวที่มุมหนึ่งของโรงอาหาร เธอไม่ได้รู้สึกเหงา แต่ความเงียบช่วยให้เธอคิดสูตรเคมีได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม วันนี้เธอกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกที่คุ้นเคย

“โรซี่ ไปพบผมที่ห้องหน่อยสิ” ดร.วิชัย หัวหน้าสถาบันวิจัยวัยชาวอินเดียห้าสิบเศษเรียกเธอ

ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร ดร.วิชัยมองนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดของเขาด้วยแววตาหนักใจ

“โรซี่... สิทธิบัตรตัวใหม่ของคุณมันสุดยอดมากนะ ทางรัฐบาลให้ทุนเพิ่มมาอีกก้อนใหญ่เลย” เขากล่าวเปิดประเด็น

“นั่นเป็นเรื่องดีค่ะ หนูจะได้สั่งซื้อเครื่องแมสสเปกโตรมิเตอร์รุ่นใหม่” โรซี่ตอบอย่างกระตือรือร้น

“นั่นก็เรื่องหนึ่ง...” ดร.วิชัยถอนหายใจ “แต่อีกเรื่องคือ... มีคนในทีมมาร้องเรียนเรื่องคุณอีกแล้ว พวกเขาบอกว่าคุณพูดจาทำลายน้ำใจ และชอบทำเหมือนคนอื่นโง่”

โรซี่ขมวดคิ้ว “หนูไม่เคยทำแบบนั้น หนูแค่บอกจุดที่พวกเขาทำผิด ถ้าพวกเขาไม่แก้ไข ผลการทดลองก็ผิดพลาด หนูทำเพื่อคุณภาพของงานนะคะ”

“คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์นะโรซี่ บางครั้งความสัมพันธ์ก็สำคัญพอๆ กับผลลัพธ์ ผมอยากให้คุณลองปรับตัวดูหน่อย ลองมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในเชิงบวกดูบ้าง สัปดาห์นี้มีการสังสรรค์คืนวันศุกร์ ผมอยากให้คุณไป”

โรซี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ถ้ามันเป็นคำสั่งงาน หนูจะทำค่ะ”

วันศุกร์นั้น โรซี่พยายาม "ปรับตัว" ตามที่หัวหน้าบอก เธอเดินไปที่โต๊ะของกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่กำลังหัวเราะคิกคักกันอยู่

“สวัสดี” โรซี่กล่าวเสียงเรียบ “วันนี้เสื้อผ้าของพวกเธอมีสีสันที่ตัดกันอย่างรุนแรงมาก น่าจะเป็นสเปกตรัมที่น่าสนใจ”

กลุ่มสาวๆ เงียบกริบ เมย์ หนึ่งในนักวิจัยในกลุ่มมองเธอด้วยสายตาเหยียดๆ “เธอชมหรือด่าพวกฉันน่ะโรซี่?”

“ฉันแค่สังเกตการณ์” โรซี่ตอบอย่างจริงจัง “อ้อ แล้วก็... ฉันอ่านรายงานของพวกเธอแล้วนะ มีจุดผิดพลาดในค่า pH อยู่ 0.5 หน่วย ถ้าพวกเธอตั้งใจฟังตอนเรียนเคมีพื้นฐานปีหนึ่ง คงไม่พลาดจุดที่น่าอายแบบนี้”

“โรซี่!” ลินดาที่อยู่ในกลุ่มนั้นร้องออกมา “พวกเรากำลังจะไปฉลองกัน เธอมาเพื่อทำลายบรรยากาศหรือไง?”

“ฉันมาเพื่อมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกต่างหากล่ะ” โรซี่ตอบด้วยใบหน้าที่ยังคงเรียบเฉย “การบอกความจริงคือความจริงใจที่สุดที่ฉันจะให้ได้ ไม่ใช่เหรอ?”

“ไปกันเถอะพวกเรา ยัยนี่มันเสียสติไปแล้ว คุยด้วยแล้วปวดหัว!” เมย์ลุกขึ้นนำกลุ่มเพื่อนเดินหนีไป ทิ้งให้โรซี่ยืนอยู่กลางห้องแล็บเพียงลำพัง

โรซี่ถอนหายใจเบาๆ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเธอทำอะไรผิดไป เธอพยายามจะช่วยให้งานของพวกเขาดีขึ้น พยายามจะคุยด้วยแล้ว แต่มันก็ยังล้มเหลวเหมือนเดิม

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
90
บทที่ 1  อัจฉริยะผู้โดดเดี่ยว
บทที่ 1 อัจฉริยะผู้โดดเดี่ยวภายในห้องแล็บวิจัยสารเคมีขั้นสูงที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่ทันสมัย แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนกับพื้นกระเบื้องสะอาดกริบ เสียงหึ่งๆ ของเครื่องเหวี่ยงสารปนเปไปกับเสียงเคาะคีย์บอร์ดที่สม่ำเสมอโรซี่ ลี นักวิทยาศาสตร์สาววัย 25 ปี ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าตู้ดูดควัน ใบหน้าเรียบเฉยของเธอถูกปิดทับด้วยแว่นตานิรภัยและหน้ากากอนามัย มือที่สวมถุงมือยางสีฟ้าเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำประดุจเครื่องจักร เธอคือกำลังสำคัญของสถาบันวิจัยแห่งนี้ ผู้ที่เพิ่งจะจดสิทธิบัตรสารประกอบชนิดใหม่ที่โลกต้องการได้สำเร็จแต่ความสำเร็จที่ส่องประกายนั้น กลับตามมาด้วยเงาทึบที่กัดกินชีวิตทางสังคมของเธอ“เรียบร้อย” โรซี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นผลลัพธ์ในหลอดทดลองเปลี่ยนเป็นสีที่เธอต้องการเธอยืดตัวขึ้นและถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยงามหมดจดราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับเรียบเฉยและเย็นชาจนคนรอบข้างเข้าไม่ถึง“โรซี่... ผลการทดลองส่วนที่สามเสร็จหรือยัง? ทีมเราต้องรีบส่งรายงานนะ” ลินดา เพื่อนร่วมงานวัยเดียวกันเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเกรงใจกึ่งรำคาญโรซี่หันไปมองโดยไม่เป
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ผู้หญิงคนใหม่ในบ้านหลังเก่า
คืนนั้น โรซี่ยังคงทำงานล่วงเวลาอยู่ในแล็บเพียงคนเดียว แสงไฟในตึกดับไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงห้องของเธอที่ยังสว่างเธอสังเกตเห็นควันที่ลอยออกมาจากช่องระบายอากาศที่เชื่อมกับห้องแล็บข้างๆ ซึ่งปกติจะเป็นห้องเก็บสารเคมีอันตรายของทีมลินดา“กลิ่นนี่มัน...” โรซี่ขมวดคิ้ว สัญชาตญาณของเธอเตือนว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง กลิ่นมันไม่เหมือนสารเคมีรั่วไหลทั่วไป แต่มันคือปฏิกิริยารุนแรงที่เกิดจากการผสมสารที่ไม่ควรจะอยู่ด้วยกันเธอกำลังจะก้าวไปที่โทรศัพท์ฉุกเฉิน แต่จู่ๆ ประตูด้านหน้าห้องแล็บก็ถูกล็อกจากภายนอก“ใครน่ะ! เปิดประตูนะ!” โรซี่ตะโกน พร้อมกับวิ่งไปที่ประตู แต่แรงดันอากาศในห้องเริ่มเปลี่ยนไป ควันสีเทาเข้มเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆเธอจำกลิ่นนี้ได้... มันคือไซยาไนด์คอมพาวด์ที่เข้มข้น และมันถูกปล่อยออกมาในปริมาณที่จงใจให้ถึงตาย“ลินดา? เมย์? ใครก็ได้...ช่วยด้วย!”โรซี่พยายามจะหยิบหน้ากากป้องกันแก๊สพิษที่อยู่บนชั้น แต่ความมึนงงเริ่มถาโถมเข้ามาเร็วเกินไป สติของเธอพร่าเลือน ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด ปอดแสบร้อนเหมือนถูกไฟเผาเธอล้มลงกับพื้น มือสั่นระริกพยายามจะคว้าขวดน้ำเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่พลังงานในร่าง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ชีวิตในโลกใหม่
“แม่... แม่อย่าดุแม่จ๋าเลยค่ะ เป่าเป้ยกลัวแล้ว ฮึก...” เสียงเล็กๆ ที่สั่นเครือดังขึ้นข้างกาย แรงสะกิดเบาๆ ที่ต้นแขนทำให้โรซี่ฝืนลืมตาขึ้นมองสิ่งที่เห็นคือเด็กหญิงตัวน้อยอายุประมาณ 4 ขวบ สวมชุดผ้าฝ้ายปะชุนจนแทบไม่เหลือเนื้อผ้าเดิม ใบหน้าที่มอมแมมไปด้วยคราบน้ำตาดูหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด และถัดไปคือหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็ง สวมชุดสีเทาเข้มแบบโบราณที่ดูละม้ายคล้ายยุค 70 หรือ 80 ในหนังสือประวัติศาสตร์จีน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความโกรธแค้น“เป่าเป้ย ไปให้พ้น! อย่าไปยุ่งกับแม่ที่ไม่ได้ความของแก!” อันฉี แม่สามีตวาดใส่หลานสาว ก่อนจะหันมาใช้เท้าเขี่ยที่ขาของโรซี่ “เยว่ชิง! ฉันบอกให้ลุกขึ้นมาหุงข้าวไง! วันนี้หลิวเหว่ยจะกลับมาจากการฝึก ถ้าเขามาเห็นบ้านช่องสกปรกแบบนี้ แล้วยังเห็นเมียไร้ค่าอย่างแกนอนสำออยอยู่ล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”โรซี่พยายามยันกายลุกขึ้นด้วยความมึนงง แขนขาของเธอไม่มีแรงเอาเสียเลย เมื่อเธอมองลงไปที่มือของตัวเอง... เธอก็ต้องชะงักนี่ไม่ใช่ความฝัน... มือที่เคยเรียวยาวและขาวผ่องจากการถนอมในห้องแล็บ บัดนี้กลับหยาบกร้าน มีรอยแตกตามข้อนิ้ว และดูซูบซีดกว่าที่ควรจะเป็
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 สัญญาผูกพันและใจที่ด้านชา
ในเมื่อความตายในโลกก่อนเป็นเรื่องจริง และการอยู่ในร่าง ‘เยว่ชิง’ นี้ก็เป็นเรื่องจริง เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสวมบทบาทนี้ให้ดีที่สุด‘เยว่ชิง’ คนเดิมอาจจะอ่อนแอและถูกรังแกจนตายไปแล้ว แต่ ‘โรซี่ ลี’ คนนี้จะไม่ยอมให้ใครมาตราหน้าว่าไร้สติปัญญาอีกเป็นอันขาด“ฉันจะไปทำครัวเดี๋ยวนี้ค่ะ” โรซี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบจนอันฉีต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“เออ! รู้ความเสียบ้างก็ดี” หญิงชราสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่เต็มไปด้วยการดูถูก “รีบไปจัดการตัวเองซะ อย่าให้หลิวเหว่ยกลับมาเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของแกล่ะ นังสะใภ้ไร้สกุล!”โรซี่มองตามแผ่นหลังของแม่สามีไป ก่อนจะก้มลงมองเด็กน้อยเป่าเป้ยที่ยังคงมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและหวาดกลัว“เป่าเป้ย...” โรซี่เรียกชื่อเด็กน้อยเบาๆ “ไม่ต้องกลัวนะ แม่... แม่จะดูแลหนูเอง”เธอยังไม่คุ้นชินกับคำว่า ‘แม่’ แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกถึงความผูกพันประหลาดที่ติดมากับร่างนี้ การต่อสู้ครั้งใหม่ในยุคที่ไร้ซึ่งเทคโนโลยี แต่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและคำครหา กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเธอจะใช้สมองอัจฉริยะนี้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า... นายพลหลิวเหว่ยช่า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5  นายพลผู้เย็นชาและการเผชิญหน้า
โรซี่พยักหน้าช้าๆ อา... พล็อตน้ำเน่าเรื่องพันธสัญญาในสนามรบนี่เอง“แต่คุณนายใหญ่ไม่เห็นด้วยมาตลอด แกอยากให้คุณหลิวเหว่ยแต่งงานกับลูกสาวบ้านนายพลคนอื่นที่มีอำนาจเกื้อกูลกันได้มากกว่า พอเห็นคุณหนูที่ดูหัวอ่อนและ... เอ่อ... ไม่ค่อยทันคน คุณนายใหญ่จึงยิ่งได้ใจ กดขี่ข่มเหงคุณหนูทุกวิถีทาง” ป้าหลิวลดเสียงลง “แม้แต่คุณหลิวเหว่ยเอง... เขาก็ดูเหมือนจะเย็นชากับคุณหนูเหลือเกิน”“เขาเกลียดฉันเหรอคะ?” โรซี่ถามตรงๆ จนป้าหลิวสะดุ้ง“ไม่ใช่เกลียดหรอกค่ะ... แต่อาจจะเป็นความไม่เข้าใจมากกว่า” ป้าหลิวตอบอย่างอ้อมค้อม “คุณหลิวเหว่ยเป็นคนบ้างาน เขาเป็นทหารที่เคร่งครัดและฉลาดหลักแหลม เขาอาจจะมองว่าคุณหนูดู... เรียบง่ายเกินไปสำหรับเขา เขาไม่เคยเห็นความดีในใจที่คุณหนูมีเลย”โรซี่แค่นยิ้มบางๆ ในใจคิดว่า ‘เรียบง่าย’ ของป้าหลิว คงหมายถึง ‘ซื่อบื้อ’ ในสายตาของหลิวเหว่ยสินะ“อาภัพจริงๆ นะคะคุณหนู พ่อแม่ก็เสียไปหมดแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่มีที่ไหนให้พึ่งพา ต้องมาทนมือทนเท้าคุณนายใหญ่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะเป่าเป้ย ป้าก็ไม่รู้ว่าคุณหนูจะทนมาได้นานขนาดนี้ได้ยังไง” ป้าหลิวเช็ดหางตาเบาๆโรซี่มองไปที่เป่าเป้ยที่เริ่มสัปหงกอยู
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและทรงพลัง แต่มันกลับเย็นเยียบจนโรซี่สัมผัสได้แม้จะอยู่ห่างออกไป เขากวาดสายตามองไปรอบบ้านไม้กึ่งอิฐหลังเก่าที่ได้รับการดูแลอย่างดี ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดลงที่หน้าต่างที่โรซี่ยืนอยู่โรซี่ไม่ได้หลบสายตา เธอจ้องตอบเขากลับไป นัยน์ตาคมกริบของหลิวเหว่ยไหววูบไปชั่วครู่เมื่อเห็นแววตาของภรรยาที่ปกติจะหลุกหลิกและหวาดกลัว กลับกลายเป็นแววตาที่นิ่งสงบและมีประกายแห่งปัญญาเขาสะบัดหน้ากลับไปทางแม่ของเขา “แล้ว... เยว่ชิงล่ะครับ?”พอได้ยินชื่อสะใภ้ อันฉีก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เธอแค่นเสียงเหอะออกมาดังๆ “จะใครเสียอีก! ก็นอนสำออยอยู่ในห้องน่ะสิ วันนี้ตกบันไดแค่นิดเดียวก็ร้องห่มร้องไห้เหมือนจะตาย งานบ้านงานเรือนก็ไม่ยอมทำ ข้าวปลาไม่หุงหาไว้รอสามีที่ไปเหนื่อยมาจากกองทัพ ช่างเป็นภรรยาที่ไม่ได้ความเสียจริง!”โรซี่ฟังคำด่าทอเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอหันไปหาเป่าเป้ยแล้วพยักหน้า “ไปเถอะเป่าเป้ย ไปทักทายคุณพ่อของหนูกัน”เมื่อโรซี่เดินออกมาจากหลังม่านสู่โถงกลางบ้าน บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะเย็นลงฉับพลัน หลิวเหว่ยยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง กลิ่นอายความกดดันจากทหารระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจนแม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
ความรู้ที่ซ่อนอยู่และการปฏิเสธมื้อค่ำผ่านไปท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด แม้แต่อันฉีที่เตรียมจะด่าทอก็ต้องเงียบปากลงเมื่อพบว่าอาหารที่เยว่ชิงทำนั้นมีรสชาติกลมกล่อมอย่างประหลาด เนื้อหมูสามชั้นที่ควรจะเหนียวกลับนุ่มละลายในปากด้วยเทคนิคการปรับค่าความเป็นกรดด่างจากน้ำหมักผักกาดที่โรซี่คำนวณมาอย่างดี หลิวเหว่ยทานมากกว่าปกติเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่วายรักษากิริยาเย็นชาหลังจากมื้ออาหาร โรซี่กำลังจะเดินกลับห้องนอนแต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาเล็กๆ เดินออกมาจากห้องของอันฉี เป่าเป้ยเดินก้มหน้า ร่างกายเล็กๆ ดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเด็กน้อยบวมช้ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มา“เป่าเป้ย...” โรซี่รีบเข้าไปโอบไหล่เด็กน้อยไว้ “ไปทำอะไรในห้องคุณย่ามาลูก?”ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะตอบ แม่บ้านหลิวที่เดินตามมาก็ถอนหายใจยาวพลางกระซิบ “คุณนายใหญ่ให้คุณหนูเป่าเป้ยเข้าไปท่องหนังสือคำสอนกุลสตรีค่ะ ท่องไม่ได้ก็ไม่ให้ทานขนม แถมยัง... พูดเรื่องไม่ดีของคุณหนูให้เป่าเป้ยฟังอีก”โรซี่ขมวดคิ้วแน่น “พูดอะไรคะ?”“ก็บอกว่า... คุณหนูเยว่ชิงเป็นคนโง่ จิตใจไม่ปกติ ถ้าเป่าเป้ยไม่ตั้งใจเรียนก็จะโง่เหมือนแม่ แล้วคุณพ่อก็จะไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
“คุณแม่ของคุณกำลังทำลายศักยภาพของเป่าเป้ย ด้วยการยัดเยียดความกลัวและความดูถูกเข้าไปในหัวเด็ก” โรซี่หยุดมือนวดและจ้องตาเขาตรงๆ “ถ้าคุณเป็นนายพลที่เก่งจริง คุณควรจะบริหาร ‘คนในบ้าน’ ให้ดีพอๆ กับ ‘กองทัพ’ นะคะ”บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงทันที หลิวเหว่ยจ้องมองใบหน้าสวยซึ้งของภรรยาที่ตอนนี้ดูสง่างามและทรงพลังอย่างประหลาด แรงดึงดูดบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกกับเธอมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้น ลมหายใจของเขาเริ่มหนักขึ้นเมื่อเห็นริมฝีปากบางที่เชิดขึ้นอย่างถือดีนั้นเขายื่นมือหนาออกมาคว้าเอวบางของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว โรซี่ตกใจจนเสียหลักล้มลงไปบนตักกว้างของเขา“เยว่ชิง... คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่?” หลิวเหว่ยกระซิบชิดใบหู กลิ่นกายชายหนุ่มและไอร้อนจากร่างกายเขาส่งผ่านเข้ามาจนโรซี่รู้สึกใจสั่น เขาเริ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะครอบครองริมฝีปากนั้นแต่ก่อนที่เขาจะทำสำเร็จ โรซี่ก็ใช้มือทั้งสองข้างยันหน้าอกแกร่งของเขาไว้สุดแรง เธอเบี่ยงหน้าหลบด้วยความรู้สึกต่อต้าน“ปล่อยค่ะ!” เสียงของเธอเฉียบขาดและเย็นชาจนหลิวเหว่ยชะงัก“ทำไม? ปกติคุณแทบจะกระโจนใส่ผมทุกครั้งที่ผมกลับบ้านไม่ใช่หรือไง?” เขาถามด้วยความไม่เ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
คำพูดสั้นๆ นั้นทำให้ดวงตาของป้าหวังมีประกายความหวัง “จริงหรือคะคุณหนู? ขอบพระคุณมากค่ะ! ปกติไม่มีใครในตระกูลหลิวสนใจเรื่องของพวกเราเลย...”โรซี่พยักหน้าจางๆ เธอเรียนรู้ว่า ‘ความจริงใจ’ ผสมกับ ‘ประโยชน์ที่มอบให้’ คือสูตรสำเร็จของการสร้างพันธมิตรจากนั้นเธอเดินออกไปที่ลานสวนหลังบ้าน พบกับ ลุงเจ้า คนสวนวัยชราที่กำลังพยายามกำจัดศัตรูพืชบนแปลงผักกาดขาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ลุงเจ้าคะ อย่าใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงขนาดนั้นเลยค่ะ มันจะซึมลงไปในดินและทำลายระบบราก” โรซี่ทักขึ้นลุงเจ้าเงยหน้ามองด้วยแววตาฉงน “แต่ถ้าไม่ใช้ หนอนพวกนี้ก็จะกินผักจนหมดครับคุณหนู คุณนายใหญ่กำชับว่าต้องได้ผักที่สวยที่สุดไปเลี้ยงแขกสัปดาห์หน้า”“ลุงลองใช้น้ำส้มสายชูผสมกับกระเทียมบดและน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่ฉันจะบอกดูนะคะ สารอัลลิซินในกระเทียมและกรดอะซิติกจะช่วยขับไล่แมลงโดยไม่ทำลายโครงสร้างของพืช” โรซี่อธิบายพลางลงมือช่วยลุงเจ้าผสมสูตรไล่แมลงอย่างคล่องแคล่วลุงเจ้ามองดูสะใภ้รองที่เคยถูกตราหน้าว่าโง่เขลาด้วยความเลื่อมใส “คุณหนู... คุณหนูเปลี่ยนไปมากจริงๆ ครับ ราวกับเป็นคนละคน”“ฉันแค่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าความรู้มีค่าม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
เย็นวันนั้น เมื่อป้าหวังนำหมั่นโถวที่นุ่มฟูและมีกลิ่นหอมมากกว่าทุกครั้งมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร แม้แต่อันฉีที่เตรียมจะด่าทอก็ยังต้องเงียบลงด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่หลิวเหว่ยซึ่งนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยนั้น ลอบมองภรรยาของเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... เขาสัมผัสได้ถึง ‘พลังงาน’ บางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ พลังงานที่ทรงอำนาจและน่าดึงดูดอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวผู้หญิงคนไหนตรรกะอัจฉริยะและคำสัญญาของแม่เช้าวันต่อมา บรรยากาศในบ้านตระกูลหลิวตึงเครียดขึ้นอีกระดับ เมื่อ อันฉี เรียกประชุมครอบครัวที่โถงกลางบ้าน เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวใหญ่ ใบหน้าพอกแป้งขาวจัดดูบูดบึ้ง หลิวเหว่ยที่สวมชุดทหารเตรียมออกไปทำงานนั่งอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย“หลิวเหว่ย แม่ตัดสินใจแล้ว” อันฉีกล่าวเสียงดังตั้งใจให้เยว่ชิงที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ยิน “แม่จะให้คนไปส่งเยว่ชิงกลับบ้านเดิมของเธอ ผู้หญิงคนนี้เสียสติไปแล้วจริงๆ นอกจากจะจำเรื่องในบ้านไม่ได้ ยังพูดจาเพ้อเจ้อเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ขืนให้อยู่ต่อ ตระกูลหลิวของเราต้องอับอายขายหน้าเพราะมีสะใภ้โง่ๆ ที่เป็นบ้าแบบนี้!”เยว่ชิงหยุดเดิน เธอมองหน้าแม่สามีสลับกับหลิวเหว่ย
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status