LOGIN"คุณว่าอะไรนะ"
ซางเหยียนถามเพราะคิดว่าตัวเองฟังผิดไป เมื่อกี้เธอพูดว่าอยากถูหลังให้เขาใช่ไหม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันขณะมองภรรยาที่ก้มหน้าหลบสายตาท่าทีเขินอาย ทั้งที่แต่งงานกันมาแล้วถึงสามปีเต็ม "ฉันอยากถูหลังให้คุณค่ะ" ซิงอีรวบรวมความกล้าพูดประโยคเดิมอีกครั้ง แววตาคู่สวยของเธอดูมุ่งมั่น มือเรียวที่กำชายเสื้อถึงจะสั่น แต่ก็สั่นสู้ "ถูหลังให้ผม?" คำพูดของเธอทำเขาอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มทวนคำนั้น ใจจริงอยากถามอีกครั้ง แต่เมื่อกี้เขาก็ได้ยินเต็มๆ สองรูหูแล้ว "ค่ะ" เพราะการกระทำที่เห็นแก่ตัวในชาติที่แล้วของเธอทำให้คนดีๆ คนหนึ่งต้องเจ็บปวดใจ หนีตามคนรักเก่าไป ส่วนสามีที่ไม่ได้ทำผิดอะไรก็ต้องโดนคนนินทา หาว่าไร้น้ำยา ที่ภรรยาหนีก็เพราะว่าเติมให้เธอไม่เต็ม 'น่าสงสารจริงๆ' 'โดนเมียสวมเขาให้ไม่รู้ตัว' 'ได้ข่าวหอบเงินหนีไปกับชู้' 'ถ้าดีจริงเมียคงไม่หนีหรอกมั้ง' ปากคนยาวกว่าปากกา และสามีของเธอก็ไม่โต้ตอบอะไร ถึงเธอจะทำผิดต่อเขามากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยว่าร้ายให้เธอดูไม่ดี และแบกรับความเข้าใจผิดเพียงคนเดียว ผู้ชายดีๆ ใช่ว่าจะหาง่าย แล้วดูสิ่งที่เธอทำลงไป ช่างไร้หัวใจและสิ้นคิดจริงๆ ซิงอีคิดในใจ เมื่อความทรงจำในชาติที่แล้วผุดขึ้นมาราวกับอยากตอกย้ำว่าเธอทำตัวแย่แค่ไหน จิตใจโลเล ไม่สนความรู้สึกใคร คำว่า 'ถูกต้อง' สะกดเป็นไหม มีสามีดี แต่ไม่ยับยั้งชั่งใจ สมควรแล้วที่สุดท้ายเธอเหลือแต่ตัว "คุณยังเมาอยู่รึเปล่า" ซางเหยียนถามพลันหรี่ตามองคนตรงหน้า อดคิดไม่ได้ว่าคงเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าถึงทำให้ภรรยาที่เฉยชาอยากจะลุกขึ้นมาทำนู่น ทำนี่ อย่างที่ไม่เคยทำ "ฉันปกติดีค่ะ" คำตอบของภรรยายิ่งทำให้สามีที่โดนทิ้งๆ ขว้างๆ ความรู้สึกมาตลอดสามปีแคลงใจ ไม่ได้เมาแล้วทำไมอยู่ๆ ถึงได้อยาก 'ถูหลัง' ให้ ปกติแล้วเธอมักจะเว้นระยะห่างกับเขายิ่งกว่าอะไร หยอกล้อกันตามประสาหญิงชายไม่เคยมี "...." หลังจากที่เธอตอบ สามีในชาติที่แล้วก็นิ่งเงียบไป แววตาของเขาดูไม่เชื่อสักเท่าไหร่ ดูเหมือนระยะห่างที่เธอจงใจขีดไว้จะกลายเป็นปัญหาที่กัดแซะความสัมพันธ์ เธอกับเขาถึงได้ห่างเหินจนแทบไม่มีความหวานเลย "ผมอาบเองได้" "คุณอายฉันเหรอคะ" ซิงอีแสร้งถามหน้าซื่อตาใส ในเมื่อเขาไม่ตอบอะไร เธอก็คงต้องใช้วิธีนี้ต้อนให้จนมุม "ผมไม่ได้อาย" "งั้นก็ดีเลยค่ะ" เรียวปากสวยพูดพลันส่งยิ้มให้ เขาตกหลุมพรางที่เธอขุดไว้อย่างง่ายดาย มือเรียวที่กำเสื้อของสามีเริ่มคลาย ก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งมาวุ่นวายกับกระดุมแทน "เดี๋ยวผมทำเอง" เสียงทุ้มบอกไป แต่คนที่อยากแก้ไขให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ดึงดัน เธอรู้สึกผิดกับเขามาก ดังนั้นโปรดให้ฉันได้ทำทุกอย่างให้มันดีขึ้นบ้างเถิดนะขอร้อง "คุณรังเกียจฉันเหรอคะ" ดวงตาคู่สวยช้อนมอง "เปล่า" ซางเหยียนเงียบไป ดวงตาคมมองหน้าของภรรยาที่ทำตัวแปลกไป เธอดูกระตือรือร้นอยากเอาใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดที่จะทำ มีหลายครั้งที่คำพูดและการกระทำของเธอทำเขารู้สึกน้อยใจ วันเดือนผ่านไป เขาที่คาดหวังว่าสักวันความรักจะก่อตัว ก็เริ่มชินกับความเฉยชา ความสัมพันธ์ฉันท์ 'สามีภรรยา' ทุกวันนี้สำหรับเขาแค่ไม่สร้างปัญหาให้กันก็พอ "จริงนะ" หญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง ซางเหยียนอยากขยี้ตาตัวเองสักสิบครั้ง เมื่อสัมผัสได้ถึงความดีใจผ่านแววตาที่เคยเฉยชาและไม่ยินดียินร้ายอะไรกับเขาที่เป็นสามี "อืม" ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะปล่อยให้มือเรียวของภรรยาช่วยแกะกระดุมเสื้อให้ แต่งงานกันมาสามปีเขาไม่เคยได้มีช่วงเวลาหวานๆ ให้สั่นหัวใจ เพียงแค่เธอขยับเข้ามาใกล้ สมหายใจเขาก็สะดุดเพราะไม่คุ้นชิน ตึกตัก ตึกตัก♥️ เสียงหัวใจของซิงอีเต้นดัง เมื่อแผงอกเปล่าเปลือยของสามีปรากฏต่อหน้าเธอที่ออกตัวแรง แก้มของเธอเริ่มแดง เพราะมันไปกระตุ้นความทรงจำที่สุดแสนจะเร่าร้อนรุนแรงเมื่อคืน 'ถ้าเจ็บคุณบอกผมได้นะ' เสียงแหบพร่าที่คอยถามเป็นระยะตอนสอดใส่กัน บ่งบอกกว่าเขาให้ความสำคัญ มันเหมือนเธอคือแก้วที่บอบบาง และเขาต้องทนุถนอมอย่างเบามือ "ซิงอี..." "คะ" คนที่ใจลอยสะดุ้งตอบสามีที่เรียกชื่อเธอประมาณสี่ถึงห้าครั้งได้ ชายหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เป็นประกาย ท่าทางของภรรยาที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เขากล้าพอที่จะเอ่ยชวน "คุณ..." "อยากอาบกับผมไหม""โอ้ย! ตาแก่ฉันตื่นเต้น"โจวจินเหมยเดินไปเดินมา ดวงตาจับจ้องที่หน้าห้องคลอดด้วยความเป็นห่วงสะใภ้ที่เข้าไปข้างในนานกว่าครึ่งวัน ส่วนโจวซางเหยียนที่นั่งกระวนกระวายใจนั่นก็ไม่ยอมเดินไปไหน เขาสามารถนั่งรอเป็นวันโดยไม่กินอะไรก็ได้ หากทำให้ภรรยาของเขาเจ็บปวดน้อยลง"ฉันอยากให้เจ้าตัวน้อยในท้องหน้าเหมือนคุณ นิสัยดีเหมือนคุณ รักฉันมากๆ เหมือนคุณ และก็อ้วนท้วนแข็งแรง"เขาจำทุกคำพูดของภรรยาได้ เธอดูแลเจ้าตัวน้อยในท้องเป็นอย่างดี นมทุกแก้วที่เขาชงมาให้ดื่มก่อนนอนเธอไม่เคยลืมสักวัน ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังกินยาบำรุงครรภ์ไม่เคยขาดสักเม็ดเดียว'ออกแรงเบ่งอีกนิดค่ะ''ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ''อีกนิดเดียวค่ะ อีกนิดเดียว'เสียงในห้องคลอดดูวุ่นวาย ซิงอีกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ เธอกำลังจะเปลี่ยนสถานะเป็น 'มารดา' ของเจ้าก้อนแป้งที่พออกมาจากท้องก็แหกปากร้องไห้ คุณหมอวางเจ้าตัวน้อยตัวสีแดงแจ๊ดแจ๋ไว้เอาไว้แต่ทำไม...เธอถึงยังปวดท้องอยู่เลย"คุณหมอฉันยังปวดท้องอยู่ค่ะ"เธอบอกหมอที่ทำคลอดให้ ความรู้สึกเหมือนยังอยากเบ่งเพื่อให้โล่งสบาย ไม่ทันที่หมอจะพูดอะไร เธอก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเบ่งออกมา"อุแว้ อุแ
"ไม่อยากเชื่อเลย""ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกซะแล้ว""น่าอับอายแทนตระกูลตงจริงๆ""ฉันคิดเอาไว้ไม่ผิดจริงๆ"ชาวบ้านที่มามุงดูซุบซิบพูดคุยกัน ที่ทุกคนมารวมตัวกันเพราะมีคนปล่อยข่าวลือว่ามีเรื่องสนุกๆ ให้ดูที่ห้องเช่าท้ายหมู่บ้าน นิสัยของคนอยากรู้ อยากเห็น มีหรือจะปล่อยผ่าน คนนั้นกระจายข่าว คนนี้เอาไปพูดปากต่อปาก ผลก็อย่างที่เห็นเลย"ไม่ใช่นะ"ตงเหมยฮวาปฏิเสธหน้าซีด หากแต่ภาพที่ปรากฎต่อทุกสายตากลับค้านกับคำพูดของเธอ"กอดกันขนาดนี้ยังไม่ยอมรับอีก""ฉันเคยเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกัน""แล้วดูสภาพของผู้ชายสิ"เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก อธิบายอะไรไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อและเห็นใจและตีความว่าเธอกับเกาหมิงทำเรื่องอับอาย"มันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ"ตงเหมยฮวากรีดร้องเสียงดัง ปากคอสั่นด้วยความโมโหจนทนไม่ไหว เธอผลักเกาหมิงออกไปและปรี่เข้ามาหวังจะตบหน้าซิงอีที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าอับอายนี้ แต่พอได้ยินเสียงตะโกนว่า"หยุดเดี๋ยวนี้!!"เท้าสองข้างของตงเหมยฮวาก็หยุดชะงักทันที แค่เสียงๆ นี้ก็ทำเธอหายใจไม่ทั่วท้องจนหน้าซีดเผือดทีเดียว"พะ...พ่อ"เพี้ย!!มือของบิดาที่โกรธจัดฟ
'ให้ผมไปกับคุณนะ''ไม่ได้ค่ะ''แต่ผมเป็น...'โจวซางเหยียนพูดไม่ทันจบประโยคนิ้วเรียวของภรรยาก็ยื่นมาปิดปากของเขาซะก่อน เขาจึงต้องลองใช้แววตาอ้อนวอน แต่ซิงอีก็ไม่ใจอ่อนให้เลย'ฉันไม่เป็นหรอกค่ะ'ซิงอีพูดยิ้มๆ กับสามีที่ดูจะเป็นห่วงเธอมากเกินไป ทั้งที่เธอบอกเขาอย่างดิบดีแล้วว่าเธอใช้เงินของสามีไปว่าจ้างคนที่เชื่อใจได้ให้ติดตามดูแลอยู่ห่างๆ ด้วย'คุณต้องอยู่ที่นี่และทำตัวให้ปกติเข้าไว้ ซึ่ง แผนการของฉันจะสำเร็จได้คุณก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย'ซิงอีย้ำกับสามีที่ต้องทำตามแผนการ หากเขาตามเธอไปมีหรือที่ตงเหมยฮวาจะไม่สงสัย ผู้หญิงคนนั้นมีแผนการชั่วร้ายในใจซึ่งเธอเดาว่าต้องมาเป่าหูให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดแน่ๆ'ฉันดูเป็นคนโง่เหรอคะ'คำถามนั้นทำให้โจวซางเหยียนส่ายหน้า'ไว้ใจฉันนะคะ'เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเธอจะต้องทำให้ทั้งสองคนนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเข้ามาแทรกกลาง หญิงสาวผุดรอยยิ้มบางๆ เมื่อคิดว่าแผนการนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับหญิงร้ายชายเลวหลังจากภรรยาแต่งตัวออกจากบ้านไป โจวซางเหยียนก็นั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไหร่ เขาเฝ้ามองนาฬิกาพลันนึกเป็นห่วงภรรยาสุดหัวใจ หากแต่ก็ต้องอดทนนั่งที่เก้าอี้ต่อไปเพื
"ซิงอีผมคิดถึงคุณ"พอเจอหน้ากัน เกาหมิงก็พ่นคำหวานหูใส่ มือหนายื่นมาจับมือเรียวบางไว้ การกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวเกินไปทำให้ซิงอีอยากจะดึงมือกลับจริงๆ"ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ"ซิงอีการละครได้เริ่มต้นการแสดงนับจากวินาทีนี้ไป และดูเหมือนจะทำได้ดีมากซะด้วย"ทำไมคุณถึงไม่ติดต่อมาเลย""คุณเพิ่งเรียนจบ ยังมีอนาคตอีกไกล ฉันไม่อยากเอาตัวเองไปเป็นภาระของคุณค่ะ"ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้เกาหมิงฟัง ซึ่งเนื้อหาที่แต่งเติมใส่ไข่ไปนั้นไม่ได้มาจากใจจริงของเธอสักนิดเดียว"เพราะเหตุผลนี้หรอกหรือ"พอได้ฟังเหตุผล เกาหมิงที่โดนสั่งให้วางยานอนหลับซิงอีก็เริ่มลังเลใจ เขาควรทำเรื่องนี้ต่อไปไหม ชายหนุ่มเริ่มชั่งใจ แต่เมื่อคิดถึงหน้าของตงเหมยฮวาที่กุมความลับไว้จึงทำให้เขารู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก 'ต้องทำ' เพราะถ้าเขาไม่ทำ เรื่องผิดพลาดในคืนนั้นก็ต้องแดงออกมา เขาไม่อยากรับผิดชอบด้วยการต้องแต่งงานกับตงเหมยฮวา สุดท้ายแล้วเขาก็รักตัวเองมากกว่าซิงอี"เดี๋ยวฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ""ครับ"ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ทำตามแผนที่ตงเหมยฮวาวางไว้ ใบหน้าหล่อเหลาหันมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสนใจ จึงหยิบห่อ
เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จดหมายที่ส่งมาให้นั้นไม่ได้ประสงค์ดีแต่ประสงค์ร้าย คำถามของสามีบ่งบอกว่าเขารู้เรื่องในอดีตที่ซิงอีคนก่อนทำไว้ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงขณะครุ่นคิดว่าเป็นฝีมือใคร ซึ่งมีหนึ่งชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจนั่นก็คือ 'เกาหมิง' อดีตคนรักเก่าที่ดูเหมือนจะตัดใจไม่ลงแน่นอนว่าเธอไม่ได้กล่าวหา แต่มันมีความเป็นไปได้ ถ้าหากไม่ใช่เกาหมิงแล้วจะเป็นใคร คำถามนี้มันทำให้เธอแน่ใจ จึงถามสามีด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า'ซางเหยียนคุณรู้อะไรมา ถ้าคุณรักฉันจริงคุณต้องให้โอกาสฉันได้อธิบาย หากคุณคิดว่าฉันไม่รักคุณ ไม่มีความจริงใจ ฉันและเจ้าตัวเล็กในท้องพร้อมจะเดินออกไปจากตระกูลโจวเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย'ในเมื่อสิ่งที่เธอเคยกลัวย้อนมาทำร้ายความสัมพันธ์จะให้เธอแสร้งทำไม่รู้ปิดบังต่อก็คงไม่ใช่ ซิงอีในอดีตเคยทำเรื่องร้ายๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป เธอพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง'คุณยังคิดว่าฉันมีใจให้เขาเหรอคะ'ซิงอีถามพลันมองดูกล่องไม้ที่มีจดหมายหลายฉบับเก็บเอาไว้ข้างใน มันคือการกระทำในอดีตที่เธอแก้ไขไม่ได้ เธอเองก็รู้สึกผิดที่ต้องเห็นผู้ชายดีๆ คนหนึ่งน้ำตาตกใน ซิงอีในอดีตไม่รู้จักคำว่า 'ยับยั้งชั่งใจ' ถึงมีสาม
"ถ้าอยากได้ซิงอีกลับคืนมาคุณต้องทำ""เกาหมิงคุณต้องเชื่อใจฉัน""ฉันจะทำให้คุณสมหวังเอง"ตงเหมยฮวายุยงให้เกาหมิงทำตามแผนการ จัดฉากให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ซึ่งเกาหมิงที่อยากได้คนรักเก่ากลับคืนมาสู่อ้อมอกนั้นก็คล้อยตามคำพูดที่โน้มน้าวใจ ซองยานอนหลับที่ตงเหมยฮวายื่นให้คือหนึ่งในสิ่งที่เขาต้องลงมือ "ซิงอีจะไม่เป็นไรใช่ไหม"เกาหมิงถามอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ"ก็แค่ยานอนหลับ"ตงเหมยฮวาตอบ เธอยื่นมือไปจับที่ไหล่ของเกาหมิงเพื่อเพิ่มความมั่นใจ หากเกาหมิงมีท่าทีจะปฏิเสธไม่อยากร่วมมือเมื่อไหร่เธอจะใช้เรื่องในคืนนั้นมาขู่เขาให้กลัว"ถ้าคุณไม่ทำ คุณก็รู้นี่ว่าจะเจอกับอะไร"ถือเป็นการเตือนกรายๆ รอยยิ้มที่ส่งให้มีความหมายขู่ให้เกาหมิงรู้ตัว"ผมจะทำ"เกาหมิงตอบ"ดีแล้วที่คุณไม่โง่"คำชมของตงเหมยฮวาไม่ได้จริงใจ เกาหมิงก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากโดนสิ่งที่ทำผิดพลาดผูกมัดเอาไว้ และนั่นมันทำให้เธอสามารถจูงจมูกเขาได้ง่าย ซิงอีที่โดนวางยาสลบจะถูกพามาที่ห้องเช่าที่เธอเช่าไว้ ชายหญิงสองคนนอนร่วมเตียงในห้องในสภาพไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ หากโจวซางเหยียนเข้ามาเห็นจะทำหน้าเช่นไรแค่คิ







