Share

บทที่ 7

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-12 15:32:46

บทที่สาม เหล่าองค์ชาย (2/2)

โม่หรงอี้เลิกคิ้วสูง “ท่านลุงมาอย่างนั้นหรือ?”

บ่าวผู้นั้นตอบรับ สองพี่น้องจึงไม่รอช้า รีบไปพบคนสำคัญทันที

“หวังหย่ง จำที่ข้าเคยสั่งเอาไว้ได้หรือไม่” โม่ซือเฉินกวักมือเรียกคนสนิทมากระซิบถาม อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างรู้งานเขาจึงวางใจ เด็กชายก้าวเท้าเร็ว ๆ ตามหลังพี่ชาย ตั้งแต่ได้รับโอกาสใช้ชีวิตใหม่นี่นับเป็นการพบกันหนแรกระหว่างเขากับผู้เป็นลุง

เจิ้งเป่าโหวเฮ่อเสียนตงเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของมารดา ท่านลุงมีบุตรชายสองคน

สมัยอายุยังน้อยท่านลุงมักถูกบรรดาคุณชายสกุลอื่นดูแคลนว่าเรียนหนังสือเขียนอ่านไม่เอาไหน ทว่าพอได้จับดาบง้างคันธนูกลับราศีจับ สมเป็นทายาทตระกูลทหาร ถึงอย่างนั้นเฮ่อเสียนตงหาใช่พวกใช้หมัดแก้ปัญหา นอกจากจงรักภักดีต่อเหนือหัวอย่างยิ่งยวดแล้ว ยังรู้จักหนักเบา ไม่ชอบข้องแวะกับขั้วอำนาจต่าง ๆ ในราชสำนัก ทำให้แม่ทัพใหญ่ผู้นี้ไม่ค่อยถูกขุนนางวาจาวิพากษ์วิจารณ์

ภายในโถงเรือนหน้าซึ่งมีไว้รับแขก ผู้ที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานหาใช่โม่เทียนฉินแต่เป็นโม่เหล่าฟูเหริน โม่ซือเฉินเห็นท่านอาของตนกับสาวใช้รุ่นใหญ่ช่วยประคองหญิงชรานั่งลง ดูเหมือนท่านย่าเองเพิ่งมาถึงก่อนหน้าเขาไม่นาน คิดว่าพอทราบเรื่องเจิ้งเป่าโหวมาเยี่ยมเยือนก็รีบตรงมารับหน้าทันที ไม่อยากปล่อยบุตรชายที่มีทิฐิในใจต้อนรับเพียงลำพัง

ท่านย่ารักใคร่เขาและพี่ใหญ่เท่ากัน ทว่าอาจเป็นเพราะตนแทบไม่ได้สัมผัสความรักจากมารดาเหมือนหลานคนอื่นๆ ท่านย่าถึงเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ ชีวิตก่อนเองเป็นแบบนี้เช่นกัน โม่เหล่าฟูเหรินมักพูดเสมอว่าเขามีนิสัยคล้ายคลึงท่านปู่ เมื่อรักหรือเชื่อใจใครมักทุ่มเทสุดกำลัง ยามเกลียดชังผู้ใดล้วนแสดงออกชัดเจนไม่ปิดบัง

ความห้าวหาญตรงไปตรงมานี้ทั้งน่านับถือ อีกทั้งเป็นภัย คำตักเตือนจึงถูกสอนสั่งครั้งแล้วครั้งเล่า

สุดท้ายสิ่งที่ท่านย่าเคยสอนโม่ซือเฉินกลับระลึกได้ตอนคมดาบกำลังจะบั่นคอ

หากกล่าวว่าความผิดมักเป็นบทเรียน คนเรามิอาจเอาแต่เรียนรู้โดยไม่ยอมแก้ไขปรับปรุงตัว เริ่มจากเรื่องง่ายๆ เช่นไม่เลือกทางผิดซ้ำรอยเดิม

บุรุษซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องเขยอย่างโม่เทียนฉินนั่งตรงข้ามเฮ่อเสียนตง มีท่านอายืนเยื้องไปด้านหลัง

ฝ่ายคนจากสกุลเฮ่อนั่งเรียงกันฝั่งหนึ่ง เริ่มที่ท่านลุง ถัดมาคือญาติผู้พี่อย่างคุณชายใหญ่เฮ่อ ตามด้วยคุณชายรองเฮ่อ ยังมีเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโม่หรงอี้อีกคน เขาหน้าผากกว้าง ดวงตาเรียว ปลายจมูกโด่งรั้น แววตาฉายความขบถอยู่ในที ด้านหลังมีผู้ติดตามร่างใหญ่หน้าตาน่ากลัว

มองปราดเดียวทราบได้ว่าเป็นองครักษ์ประจำตัว ไม่ใช่บ่าวชายทั่วไป ชีวิตก่อนโม่ซือเฉินไม่ถูกชะตากับเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างรุนแรง ส่วนชีวิตนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเส้นทางของทั้งสองจะดำเนินไปเช่นไร ในเมื่อต้องเลือกทางเดินใหม่จึงมิควรตัดตัวเลือกใดทิ้ง

“ท่านลุง” โม่หรงอี้ทักทายพร้อมประสานมือด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“พี่เหลียงเซิน อาหยวน…อา คุณชายเหริน”

เฮ่อเหลียงเซินบุตรคนโตของเจิ้งเป่าโหววัยสิบห้าปีส่งยิ้มตอบญาติผู้น้อง ทางด้านเฮ่อหยวนอีอายุเท่ากับโม่หรงอี้ ดังนั้นเลยถูกเรียกขานอย่างสนิทสนม อย่างไรก็ตามกิริยาพินอบพิเทาที่แสดงต่อผู้ถูกเรียกว่าคุณชายเหรินทำให้คนสกุลโม่แปลกใจอยู่บ้าง

ความจริงโม่เทียนฉินสงสัยถึงขั้นคิดเอ่ยปากถาม แต่กลับถูกขัดด้วยการมาถึงของมารดาเสียก่อน ครั้นบุตรชายทั้งสองที่มีสายเลือดสกุลเฮ่อไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่งมาถึง เขาก็แทบไร้ตัวตน บทสนทนาวนอยู่เพียงไม่กี่คน นอกจากเฮ่อเสียนตงช่วยรักษาหน้าผู้อาวุโส หันมาถามนั่นนี่เขาสามสี่ประโยค โม่เทียนฉินแทบไม่เห็นความจำเป็นของการนั่งอยู่ตรงนี้

“คนแก่ร่างกายไม่ค่อยได้ดั่งใจ ข้าคิดว่ารอให้อากาศอุ่นขึ้นอีกสักสองสามวันจะพาเฉินเกอไปฝากฝังกับท่านโหวที่จวน นึกไม่ถึงท่านโหวจะใจตรงกัน”

โม่เหล่าฟูเหรินเอ่ยอย่างให้เกียรติ

ถึงบุตรชายของนางสืบบรรดาศักดิ์โหวเช่นเดียวกับคนตรงหน้า ทว่าในแง่บารมีกับความโปรดปรานของฝ่าบาทที่มีต่อคนเบื้องหน้า ย่อมไม่ควรล่วงเกิน นี่ยังไม่นับความลำเอียงของบุตรชายซึ่งเคยกระทำต่อภรรยาเอก ใคร่ครวญถึงจุดนี้ยิ่งพานละอายต่อสกุลเฮ่อ

“จวนแม่ทัพอยู่ห่างจากที่นี่พอสมควร จะให้ผู้อาวุโสลำบากเดินทางได้อย่างไร” เฮ่อเสียนตงรีบโบกมือ “ข้ารู้สึกละอายใจต่อจิงจิงนัก นางฝากฝังหรงอี้กับซือเฉินเอาไว้ ข้ามัววิ่งวุ่นเรื่องอื่นจนลืมหลานคนเล็กเสียได้ หวังว่าเหล่าฟูเหรินจะให้อภัยที่ข้าเผลอละเลยไป”

“ท่านโหวงานล้นมือ” หญิงชรากล่าว “นี่มิใช่ความผิดของท่าน”

คนฟังผงกศีรษะ บอกว่าบ้านเมืองสงบสุข ปัญหาเล็กน้อยตามชายแดนขุนนางท้องถิ่นสามารถรับมือไหว หลังจากนี้ตนยังไม่ได้รับมอบหมายภารกิจใดนอกเมืองหลวง คงมีเวลาอยู่จวนอีกนานทีเดียว

“มาเถอะ มาให้ลุงดูเจ้าชัด ๆ” ครั้งสุดท้ายที่พบหน้าเป็นหลายปีก่อน ตอนนั้นหนึ่งในแม่ทัพใหญ่แห่งแผ่นดินเทียนเหรินยังมีภาระหน้าที่ค่อนข้างมากเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบนอกด่าน

โม่ซือเฉินเดินไปหาอีกฝ่ายด้วยฝีเท้ามั่นคง ไม่ได้ก้มหน้าหลบเหมือนเด็กทั่วไปยามประสานสายตาดุ ๆ ของผู้เป็นลุง นอกจากรอยแผลเป็นตรงปลายหางคิ้วซึ่งลากยาวเกือบถึงใบหู แม่ทัพเฮ่อยังมีรอยแผลบนหลังฝ่ามือที่ยื่นมาหาอีกด้วย บุรุษผู้นี้ยังคงความน่าเกรงขามเอาไว้ได้เสมอต้นเสมอปลาย

“ผิดต่อเจ้าแล้ว” เฮ่อเสียนตงรำพึง ตบลงบนไหล่เล็กเบา ๆ แม้หลานชายคนรองมีใบหน้าละม้ายคล้ายน้องเขยที่ตนไม่ค่อยชอบนัก เขามิได้เก็บมาคิดเล็กคิดน้อย เลือดเนื้อเชื้อไขของน้องสาวทั้งคน เขาอดรู้สึกสงสารระคนเอ็นดูไม่ได้ “ลุงไม่ได้ตอบจดหมายแต่รีบมาพบเจ้า อย่าน้อยใจไปเล่า”

“จดหมาย?” โม่เทียนฉินทวน “ไม่ทราบว่าพี่ภรรยาหมายถึงจดหมายอะไร”

“ท่านพ่อ” โม่ซือเฉินหันไปอธิบาย “ข้าเป็นห่วง ไม่อยากให้ท่านย่านั่งรถม้านาน ๆ เลยเขียนจดหมายไปขอฝึกที่จวนท่านลุงเองขอรับ”

“เสียมารยาท!” บิดาชี้หน้า ขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ “ไยทำอะไรไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ หรือว่านี่เป็นความคิดพี่ใหญ่ของเจ้า”

โม่หรงอี้ไม่กลัวสักนิดหากต้องแบ่งโทษจากน้องชาย ทว่าสืบเท้าขึ้นหน้าได้เพียงก้าวเดียว โม่ซือเฉินกลับแย้งด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “ท่านพ่อ หมอเคยบอกว่าท่านย่าไม่ควรนั่งรถม้านาน ๆ อาการมึนหัวจะกำเริบ จากนั้นก็จะอาเจียน ทรมานยิ่งนัก ข้าไม่กล้าปล่อยให้ท่านย่าตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นเพื่อข้าหรอกขอรับ”

“เด็กโง่” โม่เหล่าฟูเหรินทั้งปวดใจ ทั้งยินดีที่หลายชายคำนึงถึงสุขภาพตน “อย่างไรการทำเช่นนั้นผิดมารยาทจริงเช่นท่านพ่อของเจ้าว่า พวกเราส่งเจ้ากับหรงอี้ไปรบกวน…”

เฮ่อเสียนตงปฏิเสธ “เหล่าฟูเหริน พวกเราสองตระกูลเกี่ยวดองกันมานาน เรื่องพิธีรีตองทั้งหลายอย่าได้ใส่ใจเลย เรื่องนี้ให้คิดเสียว่าเป็นความกตัญญูและปรารถนาดีของซือเฉิน สกุลเฮ่อกว้างขวางมีน้ำมีอาหารพร้อมสรรพ หลานชายสองคนข้าจะเลี้ยงไม่ไหวได้อย่างไร”

ผู้อื่นจงใจไม่ต่อความยาว ทั้งหญิงชราและแขกต่างยิ้มให้กันอย่างเข้าอกเข้าใจ โม่เทียนฉินกลับคิดว่าโม่ซือเฉินสมควรถูกลงโทษเพื่อไม่ให้เหิมเกริม ทำสิ่งใดไม่ปรึกษาจนเขาในฐานะบิดาต้องเสียหน้า

ไม่แน่ว่าเฮ่อเสียนตงอาจเข้าใจผิด คิดว่าเขาส่งบุตรชายไปขอร้องเพราะไม่กล้าสู้หน้า

คังโหวอ้าปาก “แต่ว่า-”

“เช่นนั้นขอท่านโหวโปรดรับของขวัญที่ท่านแม่เตรียมไว้ให้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ” โม่กุ้ยหลันยิ้มบาง รีบดึงความสนใจมาที่ตนเมื่อเห็นพี่ชายหวิดทำลายบรรยากาศดี ๆ “จำได้ว่าโหวฟูเหรินชื่นชอบสุราหมักที่ข้าเคยฝากพี่สะใภ้ไปให้ ครั้งนี้หมักได้รสชาติเข้มข้น หวังว่าจะถูกใจ” กล่าวจบจึงหันไปสั่งสาวใช้ให้เตรียมนำของไปให้บ่าวสกุลเฮ่อที่รออยู่หน้าประตูใหญ่

นอกจากสุราแล้ว ยังมีข้าวของอีกหลายอย่าง เรียกว่าสกุลโม่เตรียมพร้อมไว้อย่างดิบดี ด้านสกุลเฮ่อเองหาได้มามือเปล่าเช่นกัน พวกเขาให้คนยกของกำนัลเข้ามาในโถง แม้เป็นหีบไม้เล็ก ๆ เพียงสองหีบ ด้านในกลับเป็นของหายาก กระทั่งใบชาไม่กี่ชั่งที่มอบให้ยังเป็นชาเลื่องชื่อจากทางใต้

“เจ้ามองข้าตั้งแต่เมื่อครู่ มีอะไรอยากพูดหรือไม่”

ขณะคนอื่นกำลังติดพันอยู่ในวงสนทนา เด็กหนุ่มซึ่งถูกเรียกว่าคุณชายเหรินกลับจ้องหน้าโม่ซือเฉินพลางเอ่ยเสียงเบา

เด็กชายตีหน้าใสซื่อ เอ่ยถาม “ท่านเป็นสหายของพี่เหลียงเซินกับพี่เจียหยวน?”

“ข้ายังรู้จักกับพี่ชายเจ้าด้วย”

ชีวิตก่อนโม่หรงอี้ค่อนข้างไว้ใจคนผู้นี้ อย่างไรเสียมิอาจเผยพิรุธได้ “ท่านฝึกอยู่ที่สกุลเฮ่อ? เช่นนั้นต่อไปพวกเราคงได้ฝึกร่วมกัน”

คนฟังพยักหน้า “ตอนฝึกอยู่สกุลเฮ่อ นอกจากพวกพี่ชายของเจ้ากับข้าแล้วยังมีอีกหลายคน เลือกคบหาให้ดีเล่า”

“ท่านอาสอนว่าวิญญูชนควรมีน้ำใจไมตรีกับผู้อื่น ถ้าข้าดีกับทุกคนทุกคนย่อมดีต่อข้า ไม่เห็นต้องเลือกเลย”

“ช่างเป็นคำสอนที่เหมาะสมกับเด็กเสียจริง” คุณชายเหรินเลิกคิ้ว หัวเราะพลางหัวเราะในลำคอ

คนเติบโตในสถานที่เต็มไปด้วยอำนาจเช่นเขาถูกบีบให้ความคิดอ่านโตเกินวัย ยามเห็นความใสซื่อบริสุทธิ์จึงพานอยากถ่ายทอดความดำมืดของโลกใบนี้ให้อีกคนฟัง มิใช่เพราะเจตนาร้ายหรือหมายกลั่นแกล้ง แค่ไม่ต้องการให้น้องชายของสหายมองโลกในแง่จนถูกผู้อื่นเอารัดเอาเปรียบได้

วังหลวงเป็นสถานที่บ่มเพาะคนอันตราย จะเที่ยงธรรมหรือกลายเป็นทรราชในวันหน้าสามารถเป็นไปได้ทั้งสิ้น ในบรรดา‘พวกตน’ไม่มีใครปราศจากพิษหรือหนามแหลม

“น้องรอง เจ้าคุยอะไรกับคุณชายเหรินหรือ”

“คุยเรื่องฝึกที่สกุลเฮ่อขอรับ…” ตอนนั้นเองหวังหย่งซึ่งยืนอยู่ใกล้ประตูห้องโถงสบตานายของตนก่อนพยักหน้าเล็กน้อย

สีหน้าโม่ซือเฉินไม่แปรเปลี่ยน ภายในใจกลับยิ้มกริ่ม สามารถคาดเดาความคิดกับการกระทำของสตรีผู้นั้นได้แม่นยำ ถึงเหตุการณ์ที่ตนเขียนจดหมายรวมถึงท่านลุงมารับที่จวนไม่เคยเกิดในชีวิตก่อน ประเมินจากอุปนิสัยชอบสอดรู้สอดเห็นของนายบ่าวเรือนหลังคู่นี้ ย่อมอยากสอดแนมความเป็นไปแน่นอน

เด็กชายเปล่งเสียงค่อนข้างดังตอนพูด ทำเอาคนอื่นต่างหันมามองเป็นตาเดียว

“ซินเถา เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

สาวใช้ประจำตัวฟางอี๋เหนียงสะดุ้ง นางสู้อุตส่าห์ดีใจตอนพบว่าทางสะดวก ทั้งยังติดสินบนบ่าวด้านนอกเพื่อแอบฟังเงียบ ๆ อยู่แถวประตูห้องโถงซึ่งเปิดกว้าง

“พี่ซินเถา คุณชายรองบอกให้ท่านเข้าไปข้างใน” ตอนกำลังลนลานหวังหย่งกลับยื่นหน้ามาเรียกพร้อมกระตุกแขนเสื้อ

“ปล่อย ปล่อยข้า!” คนถูกจับได้กระซิบลอดไรฟัน ใคร่ทุบเจ้าเด็กนี่ให้น่วม

“มีอะไรหรือ?” โม่กุ้ยหลันขยับมาหาหลานชายทั้งสอง เป็นจังหวะเดียวกับหวังหย่งยื้อยุดจนซินเถาโผล่มาหน้าประตู

“ท่านอา ข้าเห็นซินเถามาด้อม ๆ มอง ๆ ข้างนอก บางทีฟางอี๋เหนียงอาจมีเรื่องสำคัญอยากแจ้งท่านพ่อ”

โม่ซือเฉินใช้ใบหน้ายิ้มแย้มของตนขุดหลุมให้ทั้งนายและบ่าวเป็นที่เรียบร้อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 181

    เสิ่นจื่อเหลยทวนสิ่งที่เคยบอกกับโม่ซือเฉินแล้วหนหนึ่ง ตอนนั้นอีกฝ่ายไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากผู้ปกครองวังหลังไม่มีเหตุผลในการเอาชีวิตเขาและผู้ใต้บังคับบัญชา“ลองย้อนนึกดูตอนนั้นสายสัมพันธ์ระหว่างน้าหลานมิได้แน่นแฟ้นอะไร ไม่ว่าชีวิตเก่าหรือปัจจุบันองค์ชายห้ามักเว้นระยะห่างจากฉีซู่เพราะเขาชอบทำตัวเป็นอัน

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 180

    เสิ่นจื่อเหลยถามตรงไปตรงมา “เจ้าลงมือกับฟางอี๋เหนียงทว่าละเว้นโม่เหวินมีจุดประสงค์อะไร? หรือต้องการแก้แค้น?”“แก้แค้น?” โม่ซือเฉินส่ายหน้า เอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “บีบคั้นต่างหาก”เจ้าของร้านชาไป๋เล่อตัวจริงสั่งหวังหย่งยื่นซองจดหมายแก่อีกฝ่ายภายในซองมีกระดาษสามแผ่น แผ่นแรกเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสำนักคุ้มภ

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 179

    นางไม่พูดตามตรงแต่แรกเพราะไม่มีหลักฐานอื่นช่วยยืนยันโม่ซือเฉินเข้าใจ หากคนนอกบุ่มบ่ามมาฟ้องเขาว่าน้องชายคิดร้ายต่อคู่หมั้น ต่อให้รู้นิสัยของโม่เหวินก็ยังต้องซักถามที่มาของข้อกล่าวหาสักหลายประโยค ส่วนสำคัญคือไม่มีหลักฐานมัดตัวทั้งเหลียงเหว่ยจงและโม่เหวิน ด้วยเหตุนี้โจวเจินอวี่ถึงเลือกเอ่ยเตือนทางอ้อ

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 178

    บทที่สามสิบสี่ วาสนาถูกถักทอ (2/2)“ท่านรองเข้าใจผิด ไม่สิ มองผิดกระมัง” โจวเจินอวี่แสร้งหัวเราะเบา ๆ “เดินทางไกลคงอ่อนเพลียจนตาลาย วันนั้นข้าไม่ได้ไปต้อนรับขบวนเสียหน่อยจะเห็นได้อย่างไร”“เป็นไปได้ว่าข้าอาจตาลาย แต่ผู้ที่เห็นคุณหนูมิได้มีแค่ข้าเท่านั้น น้องสามเองก็เห็น” เมื่อครู่หญิงสาวสามารถซ่อนแว

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 177

    โม่ซือเฉินสั่งคนเตรียมห้องรับรองบนชั้นสองของอาคาร มิได้ใช้งานศาลากลางสวนอันร่มรื่นเหมือนเมื่อคราวจิบชาเดินหมากกับเสิ่นจื่อเหลย การตกแต่งภายในห้องรับรองนี้ไม่นับว่าหรูหรา ออกไปทางสุขุมเรียบง่าย เน้นเครื่องเรือนไม้สีเข้มช่วยขับความโดดเด่นของบอนไซในกระถางทรงเหลี่ยมกลางห้อง ยามซื่อสามเค่อคุณหนูโจวเดินท

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 176

    ตอนพวกนางทั้งสี่เข้าไปนั่งเล่นในเรือน จ้าวเหม่ยซือใช้ตุ๊กตาผ้าโบกไปมาให้เด็กน้อยมองตาม โม่ชิวดีดขาขยับแขน ส่งเสียงร้องอย่างอารมณ์ดี แม่นมเล่าว่าโม่ชิวเลี้ยงง่ายไม่งอแง หากตื่นกลางดึกมักร้องเรียกหาคนก่อน ไม่แผดเสียงจ้าในทันที โตไปต้องเป็นคุณชายน้อยที่ว่านอนสอนง่ายคนหนึ่งแน่ ตอนนั้นเองสาวใช้จากเรือนเห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status