Partager

บทที่ 8

last update Date de publication: 2025-11-13 17:08:16

บทที่สี่ บุปผาเบ่งบาน (1/2)

จะตีสุนัขที่มีบิดาเขาเป็นเจ้าของไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งโม่เทียนฉินลำเอียงเข้าข้างคนของตัวเองยิ่งกว่าอะไร ทว่าการไล่ตีทีละตัว ไม่ผลีผลามพยายามจัดการทั้งหมดในคราวเดียวก็มิใช่เรื่องยากเช่นกัน

ภายในสกุลโม่แห่งนี้ไม่ต่างจากหลังบ้านของเรือนไหน ๆ ในเยว่หยาง การตกรางวัลหรือลงโทษผู้กระทำผิดทั้งเบาและหนัก ล้วนเกิดขึ้นอยู่แทบทุกวัน ผู้น้อยส่วนใหญ่ได้ดีหรือมีชะตารันทดล้วนขึ้นอยู่กับเจ้านายที่ตนรับใช้ หากคนผู้นั้นไม่เอาไหนหรือล้มหายตายจากไปเสียก่อน ย่อมต้องหาขาข้างใหม่ไว้ยึดถือพึ่งพิง

ซินเถาเป็นบ่าวที่จงรักภักดีต่อฟางอี๋เหนียง ขณะเดียวกันยังมีสาวใช้รวมถึงบ่าวบางคนคอยเป็นสายให้แก่อนุคนโปรดผู้นี้ มีทั้งแบบรับสินบนแล้วช่วยเหลือเป็นครั้งคราว อีกทั้งมีประเภททำดีประจบเอาใจเพราะมองว่าต่อให้มิได้ตำแหน่งโหวฟูเหริน ฟางอี๋เหนียงยังคงมีอิทธิพลต่อความคิดและจิตใจของโม่เทียนฉินไม่น้อย ส่วนบ่าวเหล่านั้นจะเป็นใครบ้าง โม่ซือเฉินล้วนทราบดี แค่เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไล่จัดการทุกคน

สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไป ความแค้นยิ่งใหญ่ยังรอให้สะสาง นอกจากฟางอี๋เหนียงแล้ว คนเหล่านี้ถือว่าให้โอกาสหนึ่งครั้ง เว้นเสียแต่ยื่นมือข้ามเส้นที่เขาขีดไว้

เพียะ!

“บ่าวผิด ผิดไปแล้ว โอ๊ย!”

เสียงฝ่ามือกระทบหน้าดังติดต่อกันนานพอสมควร โม่กุ้ยหลันยืนประสานมือ สายตาเรียบเฉยยามมองคนสนิทอนุของพี่ชายถูกสาวใช้รุ่นใหญ่ในเรือนยึดกายไว้และผลัดกันลงโทษ

“ซินเถาเจ้าใจกล้าถึงขั้นแอบฟังเจ้านายสนทนา หรือมีผู้ใดใช้เจ้ามากันแน่”

น้ำเสียงอาหญิงของโม่ซือเฉินทำเอาทุกคนในบริเวณรู้สึกครั่นคร้าม คงมีแค่โม่ซือเฉินที่รู้สึกคิดถึงกิริยาเด็ดขาดเช่นนี้ของสตรีผู้เลี้ยงดูตนมา

แขกจากสกุลเฮ่อกลับไปได้ราวครึ่งชั่วยาม[1]แล้ว ต้นยามเฉิน[2]วันมะรืนคุณชายใหญ่และคุณชายรองโม่จะเดินทางไปพักที่จวนเจิ้งเป่าโหวเพื่อฝึกฝนวิชาทางทหาร

“สงสารนาง?” โม่ซือเฉินเอ่ยถามหวังหย่งซึ่งจ้องตาไม่กะพริบ

หวังหย่งส่ายหน้า “บ่าวเพียงคิดว่าหลังจากนี้ใบหน้าพี่ซินเถาคงบวมเหมือนหัวหมูเป็นแน่ ว่าแต่ท่านทราบได้อย่างไรขอรับว่าจะมีคนมาแอบฟังอยู่หน้าประตู”

เด็กชายฟังคำถามพลันมุมปากกดลึกลง ส่งให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ดูมีชีวิตชีวา ขัดแย้งกับบรรยากาศเบื้องหน้าโดยสิ้นเชิง

“นายกับบ่าวนิสัยไม่ต่าง ดูเหมือนความสอดรู้สอดเห็นจะส่งผ่านถึงกันได้ ข้าให้เจ้าคอยจับตาพวกนางเป็นพิเศษเพราะเหตุนี้”

โม่ซือเฉินมิอาจบอกคนสนิทว่าตนเคยประสบพบเจออะไรบ้าง ยิ่งเล่าไม่ได้ว่านี่คือโอกาสในการชำระแค้น ถึงอย่างนั้นตั้งแต่ฟื้นจากอาการป่วย นอกจากอากัปกิริยาซึ่งเปลี่ยนไปพอสมควร เขายังอธิบายกับหวังหย่งว่าฟางอี๋เหนียงมีเจตนาไม่ดีต่อเขากับพี่ใหญ่ ต้องระวังตัวให้ดี ดังนั้นต่อให้หวังหย่งไม่เคยสู้รบตบมือหรือพบเจอเล่ห์เหลี่ยมใดยังเข้าใจจุดนี้ถ่องแท้ จากการกระทำแสนลำเอียงที่ผ่านมาของท่านโหว มีผู้ใดในจวนบ้างไม่ทราบว่าอนุฟางได้รับการให้ท้ายจนเคยตัว วางอำนาจบาดใหญ่ใส่บ่าวไพร่ หวังหย่งตระหนักว่านอกจากผู้เป็นย่า อาหญิง และพี่ชาย เจ้านายของตนก็ไม่มีใครอีก

“ข้าจะไปที่คอกม้า เจ้ากลับไปช่วยสาวใช้ในเรือนเก็บของ ส่วนตำราประเดี๋ยวข้ากลับไปจัดการเอง”

“ขอรับ คุณชายนั่น-”

หวังหย่งมองเลยไปทางด้านหลัง โม่ซือเฉินจึงหันตาม พบร่างคุ้นเคยของใครบางคนเร่งฝีเท้าผ่านประตูเชื่อมสวนจนแทบกลายเป็นกึ่งวิ่งกึ่งเดิน ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด

คุณชายรองโม่แสร้งก้าวไปดักฟางอี๋เหนียงไว้ นางชะเง้อคอมองซินเถาก่อนดึงสายตากลับมายังเด็กชายตรงหน้า

“ฟางอี๋เหนียงจะรีบไปไหนหรือ”

“ข้ากำลังรีบ คุณชายรองโปรดหลีกทาง” ตอนมีสาวใช้ไปแจ้งที่เรือนว่าคนสนิทโดนจับได้ว่าแอบฟังเจ้านาย เวลานี้กำลังถูกลงโทษอยู่เรือนหน้า นางตกใจไม่น้อย รีบมาดูด้วยตนเองให้เห็นกับตา ครั้นได้ยินเสียงวิงวอนของซินเถาแว่วมาจากลานว่างพลันตื่นตระหนก

โม่ซือเฉินไม่เพียงไม่ถอย ยังเอ่ยต่อ “ได้ยินท่านอาบอกว่าพวกสอดรู้เก็บไว้ในเรือนไม่ได้ ต้องลงโทษและขับออกไปให้พ้น ดูเหมือนซินเถาจะยอมสารภาพด้วยว่า-”

“สารภาพ? สารภาพอะไร”

ต่อหน้าเด็กชายฟางอี๋เหนียงย่อมไม่ระวังกิริยา นางเผลอจิกมือตนเองใต้เสื้อคลุมสีอ่อน ถึงไว้ใจบ่าวหญิงซึ่งรับใช้ใกล้ชิดสักเพียงใด ยังอดหวั่นไหวไม่ได้เนื่องจากความลับและการกระทำไม่สมควรมากมายซินเถาเองทราบโดยละเอียด

“สารภาพในเรื่องที่ควรสารภาพ” ผู้พูดเล่นลิ้นอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าปราศจากอารมณ์แต่แววตาฉายความสนุกสนาน “ไม่ว่าในอดีตหรือเรื่องวันนี้ ซินเถาล้วนบอกท่านอาทั้งหมด โอ๊ะ”

หวังหย่งพุ่งไปหาโม่ซือเฉินเมื่อเห็นอีกฝ่ายถูกฟางอี๋เหนียงเดินกระแทกจนเซ ทว่าไม่ทันแตะตัวอีกฝ่ายกลับยืนได้มั่นคง ราวกับเมื่อครู่แกล้งทำท่าทางไปอย่างนั้น

“คุณชาย” บ่าวเรียกด้วยความห่วงใยแกมไม่พอใจอนุของท่านโหว “เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ”

“ข้าไม่เป็นไร” โม่ซือเฉินหัวเราะหึ ๆ “ดูเอาเถิด ข้าเพียงหย่อนเบ็ดลงไปนางก็รีบงับเสียแล้ว ไม่ทันดูให้ดีกลับร้อนตัวจนนั่งไม่ติด”

คนฟังเกาแก้ม เลียบเคียงถามด้วยความอยากรู้ “ท่านจงใจไม่อธิบายเพื่อให้นางเข้าใจผิดพี่ซินเถา?”

โม่ซือเฉินตอบ “ใช่ จำเอาไว้ว่าวันหน้าไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น สำคัญคือต้องได้ยินจากปากข้า ส่วนข้าเองก็เช่นกัน หากมิใช่ได้ยินเจ้าพูดด้วยสองหูจะไม่เชื่อผู้อื่นเด็ดขาด”

หวังหย่งรับคำขณะเดินไปส่งคุณชายของตกหน้าคอกม้าแล้วย้อนกลับไปยังเรือนนอนของโม่ซือเฉินเพื่อช่วยพวกสาวใช้เก็บข้าวของจำเป็นเตรียมนำติดตัวไปสกุลเฮ่อ พักหลังคุณชายรองมักแวะไปคอกม้าบ่อย ๆ เขาเองไม่กล้าละลาบละล้วง คำพูดของคุณชายแม้นุ่มนวลขึ้น ทั้งใจดี ไม่เจ้าอารมณ์เหมือนก่อนล้มป่วย ทว่าเขาเชื่อในคำสอนของพ่อบ้านว่าเรื่องของผู้เป็นนาย รู้เท่าที่เจ้านายต้องการให้รู้เป็นพอ

ซินเถามิได้ถูกขับไล่จากสกุลโม่เช่นที่โม่ซือเฉินบอกกับฟางอี๋เหนียง ทว่ายังคงถูกลงโทษตามกฎแบบไม่ผ่อนปรน

ครั้นคิดถึงสีหน้าอวดดีไม่เห็นแก่คำขอร้องของตนเมื่อตอนบ่ายคล้อย ฟางอี๋เหนียงยังรู้สึกแค้นใจไม่หาย นางทำได้เพียงเข่นเขี้ยวขณะส่งตลับยาให้สาวใช้นำไปทารักษาอาการบวมแก่ซินเถา จากนั้นไล่ทุกคนออกไป พอในเรือนเหลือเพียงตนเองลำพัง นางถึงเริ่มก่นด่าโม่กุ้ยหลันอย่างสาดเสียเทเสีย เนื่องจากซินเถาพลาดท่าถูกจับได้ นางจึงไม่รู้ว่าคนสกุลเฮ่อมาเยือนด้วยเหตุใด ทางเดียวคือภาวนาให้คืนนี้คังโหวแวะมาค้างคืนจึงจะสามารถลองเลียบเคียงสอบถามได้

ขณะคิดอะไรเพลินๆ สาวใช้ซึ่งคุ้นเคยกันคนหนึ่งมาเคาะประตูพร้อมแจ้งสิ่งที่ได้รู้มา

เรื่องนี้คงต้องยกเป็นความดีของท่านโหว เงินทองที่อีกฝ่ายมอบให้ด้วยความพิศวาสมีใช้จ่ายได้คล่องมือ อีกทั้งบ้านเดิมเป็นตระกูลพ่อค้า ต่อให้ไม่ร่ำรวยติดอันดับทำเนียบคหบดีเมืองหลวง แต่ยังแบ่งปันส่งเงินมาให้ไม่ขาด ฟางอี๋เหนียงถึงสามารถติดสินบนใครหลายคนในสกุลโม่ให้คอยเป็นกำลังเสริมตนได้

“คืนนี้ดูเหมือนท่านโหวจะค้างที่เรือนซูอี๋เหนียงเจ้าค่ะ”

สตรีบนเก้าอี้เลิกคิ้ว “ท่านโหวไม่ไปที่นั่นเกือบเดือนแล้ว จู่ ๆ ไยถึงเลือกค้างคืนกันเล่า”

ผู้ฟังไม่ออกความเห็นแม้คันปากพอสมควร ในใจคิดว่าคนสนิทของเจ้าเพิ่งก่อเรื่องต่อหน้าแขกสำคัญให้ท่านโหวอับอาย มีหรือท่านโหวจะอยากเห็นหน้าเจ้าเวลานี้

“เจ้าพอรู้หรือไม่ว่าคนสกุลเฮ่อมาทำไม”

“ดูเหมือนเจิ้งเป่าโหวจะมาคารวะเหล่าฟูเหรินเพื่อขออนุญาตพาคุณชายรองกลับไปฝึกที่สกุลเฮ่อพร้อมคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ”

ฟางอี๋เหนียงประเดี๋ยวมุ่นหัวคิ้ว ประเดี๋ยวหัวคิ้วคลายออก

ข่าวที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจนัก

นางส่งสินน้ำใจเล็กน้อยจากนั้นถึงเร่งอีกคนกลับเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นพบเห็น ไม่กี่วันก่อนซินเถาเพิ่งพูดถึงคนรู้จักที่ทำงานอยู่ในเรือนคุณชายรองเฮ่อ ได้ยินว่าคนผู้นั้นชมชอบเงินทองของมีค่า หากได้รับค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อย่อมยินดีเป็นสายให้นาง

“โม่ซือเฉินเจ้าเด็กสารเลว มารดาจะสั่งสอนให้รู้สำนึกเอง” เสียงหวานพึมพำ ถ้อยคำขัดแย้งกับน้ำเสียง

เป็นเพราะเด็กบ้านั่นเอาแต่กรอกหูว่าซินเถาสารภาพแล้ว นางถึงเกือบหลุดพูดอะไรต่อมิอะไรให้โม่กุ้ยหลันล่วงรู้ โชคยังเข้าข้างกลบเกลื่อนทันเวลา

หาไม่เกิดแสดงพิรุธออกไปคงมิอาจรอดพ้นสายตานกเหยี่ยวนกกาของอีกฝ่าย

แต่ไปรวมกันอยู่ในสกุลเฮ่อก็ดี ถ้า‘บังเอิญ’มีเหตุสุดวิสัยเกิดกับโม่หรงอี้หรือโม่ซือเฉินแน่นอนว่าคนรับผิดชอบต้องเป็นเจิ้งเป่าโหวซึ่งถูกท่านโหวมองในแง่ร้ายเสมอมา ไม่มีวันสืบสาวมายังตนได้ ฟางอี๋เหนียงคลี่ยิ้ม

นางอาจไม่มีตำแหน่งโหวฟูเหรินทว่านางมีเงิน

ดังนั้นจะใช้ผีสักกี่ตนโม่แป้ง[3]ก็สามารถทำได้

เช้าวันเดินทางไปจวนแม่ทัพ นอกจากคารวะโม่เหล่าฟูเหริน บิดา และท่านอาแล้ว คุณชายทั้งสองยังเข้าไปจุดธูปบอกกล่าวในหอบรรพชน ระลึกถึงท่านปู่ผู้ล่วงลับให้คุ้มครองพวกตนฝึกฝนเล่าเรียนวิชาโดยราบรื่นไร้อุปสรรค

โม่หรงอี้อารมณ์ดี แตะไหล่น้องชาย “พวกเราไปกันเถอะ”

เวลานี้ท้องฟ้าเปิด ไร้เมฆหนาบดบังดวงอาทิตย์ แม้อากาศยังเย็นอยู่ทว่าพอพบแสงแดดจึงกลายเป็นอุ่นสบาย เหมาะสำหรับเดินทาง โม่หรงอี้เลือกขี่ม้าขณะน้องชายนั่งรถม้าตามหลัง

“พี่ใหญ่ พวกเราไปทางฝั่งตะวันออกได้หรือไม่ ข้าอยากเห็นทะเลสาบจันทรา”

“ทางนั้นมัน…” คำว่าอ้อมไม่ทันถูกเปล่งจากริมฝีปาก น้องชายซึ่งดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ กลับทำโม่หรงอี้ใจอ่อนยวบยาบ มิมีผู้ใดทราบว่าเขาเจ็บปวดเพียงไรตอนเห็นร่างเล็กซูบลงหลังฟื้นจากอาการป่วยครั้งใหญ่ ดีที่แก้มนุ่มฟูราวแป้งนึ่งไม่หายไปด้วย หาไม่เขาและท่านอาคงปวดใจหนักกว่านี้

“ได้ยินว่าถนนเส้นนั้นสวยงามมาก ข้าอยากเห็นสักครั้งขอรับ”

โม่หรงอี้ตรองดูแล้วว่าไม่เสียเวลานัก จึงพยักหน้าและสั่งสารถี

แม้เส้นทางที่โม่ซือเฉินเลือกนั้นอ้อมอยู่บ้าง แต่เทียบกันแล้วถือว่าดีกว่าทั้งในเรื่องทัศนียภาพและความวุ่นวายบนท้องถนนซึ่งมีน้อยกว่าย่านการค้า นานทีถึงจะมีรถม้าวิ่งสวนมา ยามรถเทียมม้าวิ่งผ่านบริเวณที่สถานที่สำคัญบริเวณนี้ หวังหย่งกับบ่าวบางคนพากันอ้าปากค้าง มองทะเลสาบจันทราซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก ยามมองจากกำแพงเมืองหรือหอสูงจะเห็นเป็นพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว เสียดายยังไม่เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ หาไม่บรรดาพฤกษาและดอกไม้นานาพันธุ์คงผลิบานให้ยลโฉม

พ้นทะเลสาบจันทรามาได้ราวสองหลี่[4]จึงเป็นเขตที่อยู่อาศัยฝั่งทิศตะวันออก

เกือบทั้งหมดเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูง หลายแห่งเป็นจวนพระราชทาน มีบ้างถูกทิ้งร้างหลังเจ้าของเกษียณอายุราชการและขอลากลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด บ้างถูกครอบครองโดยตระกูลเดิมเป็นเวลานานเพราะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือถือครองบรรดาศักดิ์ อีกทั้งบ้านเรือนบางส่วนยังเป็นของตระกูลเก่าแก่ซึ่งอาศัยอยู่มาตั้งแต่เหนือหัวองค์แรกก่อตั้งราชวงศ์

ข้างหน้าเป็นตรอกอิ๋นซิ่ง

โม่ซือเฉินคิดในใจ มือเอื้อมไปรวบผ้าม่านสีเข้มก่อนเปิดหน้าต่างรถม้า ครั้นเห็นประตูใหญ่ของเคหาสน์สกุลไป๋พลันหัวใจบีบรัดรุนแรง ราวกับใต้อกซ้ายมีกวางวิ่งชนกันสะเปะสะปะ

ตามที่คนส่งผักบอกกับหวังหย่ง สกุลไป๋ยังไม่ได้รับตัวหลานสาวกลับมาจากต่างเมือง ถึงเป็นเช่นนั้นไม่รู้ทำไมเขายังปรารถนาให้รถม้าวิ่งเรียบกำแพงสักหน ขอแค่เห็นหลังคาเพื่อยืนยันให้เห็นกับตาว่าทุกอย่างยังคงเดิม ไม่ผิดแผกจากชีวิตเก่า

มือเล็ก ๆ ที่จับผ้าม่านกระชับจนผ้ายับย่น สายตาเพ่งมองประตูทางเข้าขนาดใหญ่ ความทรงจำไหลเวียนย้อนคืน กระแสความอาลัยและรู้สึกผิดท่วมท้น

เขาเคยมารอรับนางไปเที่ยวเล่นข้างนอกตามคำสั่งบิดา ทำตามหน้าที่อย่างขอไปที

ท่ามกลางวันฝนพรำเคยกางร่มส่งอีกฝ่ายจนถึงมือไป๋เหล่าฟูเหริน

เคยนำของบำรุงมาส่งยามนางไม่สบาย

หน้าร้อนตอนตนอายุครบสิบแปดปี เขาบอกกับนางว่าพบสตรีที่พึงใจแล้ว ขอให้รักษาไว้เพียงมิตรภาพอันดีของพี่ชายกับน้องสาว

โม่ซือเฉินเข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเกิดจากความผูกพัน คิดว่าตนเอ็นดูคุณหนูไป๋เหมือนกับเอ็นดูโม่หลิงจู อีกทั้งตอนนั้นหลงระเริงกับชื่อเสียงและเกียรติยศที่สร้างจนมัวเมาในคำยกยอ คนรอบข้างต่างพากันบอกว่าเขาสามารถหาคู่หมั้นที่งดงามเพียบพร้อมกว่าคุณหนูไป๋

‘ยอดบุรุษสมควรครองคู่โฉมงาม มิใช่คุณหนูไป๋ไม่ดีเพียงแต่ที่ดียิ่งกว่านางนั้นมีไม่น้อย’ สหายรักผู้หนึ่งเคยกล่าวไว้ ประจวบกับพบเจอสตรีอีกคนซึ่งมีนิสัยแตกต่างจากคุณหนูไป๋อย่างสิ้นเชิง

คุณหนูไป๋พูดน้อย ไม่ว่าเขากระทำการใดสำเร็จล้วนแสดงความยินดีด้วยถ้อยคำเรียบง่ายคล้ายทำตามมารยาท ขณะใครอีกคนกลับอ่อนหวานชวนทะนุถนอม พบเจอกันครั้งใดสามารถสร้างความประทับใจได้ทุกครั้ง การประจบเอาใจแสดงท่าทีกระตือรือร้นเวลาเขาเล่าสิ่งใดให้ฟังนั่นนับว่าจัดการจุดอ่อนของบุรุษเช่นเขาได้อยู่หมัด

กระทั่งช่วงสุดท้ายของชีวิตถึงตระหนักว่าใครที่ปรารถนาดีต่อตนอย่างไร้เงื่อนไข

“หยุด” โม่หรงอี้ยกมือพร้อมร้องบอกเสียงดัง สารถีบังคับอาชาพ่วงพีชะลอฝีเท้าและหยุดลง โม่ซือเฉินชะโงกหน้ามองเหตุการณ์ข้างนอก ตอนนี้พวกเขาพ้นตรอกอิ๋นซิ่งมาไกลพอควร

โม่ซือเฉินเรียกคนสนิท

หวังหย่งเขย่งตัวเกาะขอบหน้าต่างรถม้า “ดูเหมือนรถม้าข้างหน้าจะมีปัญหาขอรับ คนขับรถม้า เอ่อ…” บ่าวตัวผอมยกมือป้องแดดก่อนหรี่ตามอง “เขาจอดรถม้าขวางกลางถนน ตอนนี้กำลังอา…”

จู่ ๆ หวังหย่งเงียบลงแต่เบิกตากว้าง

“เกิดอะไรขึ้น?”

“คนผู้นั้นอาเจียนเป็นเลือดขอรับ!”

คุณชายรองสกุลโม่ไม่รอสอบถามอะไรเพิ่มเติม เขาเหวี่ยงบานประตูรวดเร็วแล้วกระโดดลงมายืนข้างล่างท่ามกลางความตกใจของบ่าวด้านนอก ทันทีที่เห็นหลังคาและลวดลายสลักบนรถม้าซึ่งจอดขวางอยู่กลางถนนจนตกเป็นเป้าสายตาของคนสัญจรผ่านไปมาพลันลมหายใจสะดุด

ไม่ผิดแน่ นั่นเป็นรถม้าสกุลไป๋!

- - - - - - - - - - -

เชิงอรรถ

[1] ชั่วยาม หน่วยเวลาของจีนสมัยโบราณ 1 ชั่วยาม เท่ากับประมาณ 2 ชั่วโมง

[2] ยามเฉิน คือช่วงเวลาประมาณ 07.00-08.59 น.

[3] มาจากสำนวน มีเงินก็ใช้ผีโม่แป้งได้ หมายถึงเมื่อตอบแทนด้วยผลประโยชน์หรือนำเงินทองมาหลอกล่อ ทุกคนย่อมเต็มใจทำงานให้

[4] หลี่ หรือ ลี้ ที่คนไทยคุ้นเคยกันคือหน่วยวัดระยะทางของจีนสมัยโบราณ 1 ลี้ เท่ากับประมาณ 500 เมตร
ซือซิง SiXing

หวังว่าคุณนักอ่านทุกท่านจะชอบชายโม่ตัวร้ายนะคะ

| 1
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 229

    บทส่งท้ายโม่ฉืออีถูกบิดาอุ้มไว้ด้วยแขนข้างเดียว แก้มขาวดุจแป้งหมั่นโถวเกยอยู่บนไหล่กว้าง หลังได้ออกไปผจญภัยเกือบทั้งวันพลังงานของเด็กน้อยหมดสิ้น บัดนี้ถึงบ้านแล้วแต่ยังไม่รู้ตัวสักนิด“ให้นอนต่ออีกหนึ่งชั่วยามแล้วปลุก ปล่อยนอนจนเย็นจะไม่ดี”ไป๋อวี้เสวียนกำชับอาจิ้งก่อนตามสามีไปห้องข้าง ช่วยเขาเปลี่

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 228

    ตอนพิเศษ วันเกิดช่วงต้นของรัชศกเทียนฉินปีที่ยี่สิบหก โม่ซือเฉินรับพระบัญชานำกำลังไปช่วยเหลือซีหยินที่ถูกเผ่าใหญ่รุกรานจนได้รับชัยชนะ เมื่อกลับมาพร้อมผลงานทางการทหาร ได้รับการเลื่อนขั้นแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ หนึ่งเดือนต่อมาแม่ทัพโม่พาครอบครัวย้ายเข้าจวนพระราชทาน จากจวนคังโหวมายังจวนแม่ทัพ ใช้เวลาเดินทาง

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 227

    “เพิ่งยามเฉินเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำเสร็จแล้ว กำลังเตรียมชุดให้ท่าน ประเดี๋ยวจะไปยกอาหารเช้ามาแต่ได้ยินเสียงร้องเสียก่อน”“อาจิ้งกอดข้าที ข้าฝันร้าย” อาจิ้งไม่รีรอรีบนั่งลงข้างเตียง สวมกอดร่างสั่นเทาดั่งลูกน้อยพลัดรังแล้วลูบหลังเบา ๆ“คุณหนูไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ เป็นแค่ฝันเท่านั้น”โจวเจินอวี่ไม่ได้ตอบ เ

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 226

    ตอนพิเศษ โจวเจินอวี่ (2/2)รถม้าสกุลโจวจอดลงตรงทางขึ้นช่วงเวลาบ่ายคล่อย โจวเจินอวี่ลงมายืนบนพื้นด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง นางแย่งตะกร้าใส่กระดาษเงินจากสาวใช้ไปคล้องแขน ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายตามมา ‘เจ้ารอที่นี่’ เสี่ยวจิงทำได้แค่มองตามเจ้านายสาวก้าวขึ้นบันไดหินมุ่งสู่วัดหลีเซียงบนเนินเขา จู่ ๆ โจวเจินอวี่รา

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 225

    โม่ซือเฉินชะงักเท้า ผู้ติดตามด้านหลังพากันหยุดเดินอย่างพร้อมเพรียงชายหนุ่มถอนหายใจพลางข่มอารมณ์ “พวกเจ้ากลับไปรอที่เรือนไม่ต้องตามมา”แม้งงงวยเล็กน้อยแต่ไม่มีใครขัดคำสั่ง“ลองกัดดูสักคำ”คนงามป้อนถึงปาก โม่ซือเฉินย่อมไม่ปฏิเสธ เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นไฉเหนียงที่อมยิ้ม “อร่อย หวาน กรอบ”ป้อนเขาเสร็จไป๋

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 224

    ตอนพิเศษ หมู่บ้านเกษตรโม่ซือเฉินเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการค่ายเฟิงเจี๋ยหลังบุตรชายเกิดได้ราวสามปี ในฐานะผู้นำของกลุ่มวิหคดำเขาจำเป็นต้องนึกถึงอนาคตเผื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ดังนั้นจึงออกเยี่ยมหมู่บ้านซึ่งเป็นมีสมาชิกกลุ่มอาศัยอยู่หลายครัวเรือน โดยมากกระจายอยู่รอบเมืองหลวง ส่วนฝ่ายสอดแนมของกลุ่ม

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 115

    บทที่ยี่สิบห้า แผนมุ่งร้าย (2/2)“หวังหย่ง”คนสนิทสืบเท้าขึ้นหน้าพร้อมประสานมือตอบ ติดตามรับใช้กันมานานย่อมทราบความต้องการของเจ้านาย “บ่าวจะแจ้งคนของเราระมัดระวังเรื่องอาหารของคุณหนูไป๋และคอยสอดส่องคนจากห้องเครื่องของวังหลวงให้ดีขอรับ”เดิมทีในค่ายเฟิงเจี๋ยโม่ซือเฉินมีเส้นสายของเขาเองอยู่มากพอสมควร

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 112

    แผนงานถูกชี้แจงคร่าว ๆ พรุ่งนี้ผู้บัญชาการว่านจะเรียกแต่ละส่วนเข้าพบเพื่อวางแผนโดยละเอียด“ข้าทราบมาว่านี่เป็นผลงานชิ้นใหญ่ของใต้เท้าโจว” คนในกลุ่มกล่าวขณะเดินออกจากอาคารบัญชาการมาพร้อมกัน ข้างหน้าสุดเป็นลั่วเจียงส่วนโม่ซือเฉินเดินรั้งท้าย “ดูเหมือนธิดาบุญธรรมของซีหยินหวังมีร่างกายอ่อนแอ บังเอิญใต้เ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 111

    บทที่ยี่สิบสี่ แหวนหยกดำ (2/2)ชายหนุ่มทวนความจำตอนพบกันในค่ายเฟิงเจี๋ยครั้งแรก ที่ต้องบอกว่าครั้งแรกนั่นเพราะนี่เป็นอีกคราที่โม่ซือเฉินได้กลิ่นหอมจากตัวลั่วเจียงชัดเจน เมื่อครู่เขาจงใจเข้าใกล้อีกฝ่ายเพื่อพิสูจน์บางอย่าง อยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์ในค่ายทหาร กลิ่นเหงื่อกลิ่นตัวตีกันตลบอบอวลยามฝึกซ้อมร่างก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 108

    การขึ้นนั่งบัลลังก์ทองไม่ง่าย การรักษาที่นั่งซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมอำนาจไว้กลับยากยิ่งกว่าโม่ซือเฉินเคาะประตูตามมารยาทก่อนก้าวเข้าห้องผู้บังคับบัญชา วันนี้เขาเพียงรายงานตัว ประเดี๋ยวช่วงบ่ายหวังหย่งจะนำคนขนสัมภาระเข้าห้องพัก พรุ่งนี้จึงเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ“รองผู้บัญชาการโม่”ตำแหน่งใหม่ถูกเรียนข

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status