ANMELDENตกกลางคืน ปาร์ตี้จบลงทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ธาราพาแพรไหมอาบน้ำ ก่อนกล่อมเธอนอนหลับ ในขณะที่ธารากำลังพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราตามแพรไหมไป ชายหนุ่มก็ต้องลืมตาขึ้นมาใหม่เมื่อรับรู้ถึงแรงดิ้นของคนข้าง ๆ “ปวดฉี่เหรอ” ธาราจึงส่งเสียงถามเพราะตอนกลางคืนแพรไหมมักปวดฉี่อยู่บ่อยครั้ง ”แพรอยากกินมะม่วงน้ำปลาหวานอะ“ เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว หากแต่คุณแม่ที่เพิ่งนอนหลับได้ไม่นานกลับสะดุ้งตื่นขึ้นมางอแงอยากกินของเปรี้ยวเวลานี้ ”ได้ไหมคะ“ ธาราหันมองเวลากำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่ได้ ครั้นเห็นสีหน้าออดอ้อนของแพรไหมใจแกร่งของเขาก็อ่อนยวบ ใจอ่อนให้เธอทันที เธอน่ารักขนาดนี้ให้เขาใจแข็งกับเธอยังไงไหว แค่โดนเธอมองด้วยแววตาออดอ้อนใส่ ธาราก็พร้อมประเคนทุกอย่างที่แพรไหมต้องการมาให้เธอแล้ว ”พี่อนุญาตให้หนูกิน แต่กินได้ไม่เยอะนะ เดี๋ยวปวดท้อง“ ทำข้อตกลงกันให้เข้าใจ เมื่อแพรไหมพยักหน้าตกลง ธาราก้มลงหอมเธอฟอดใหญ่ ก่อนประคองแพรไหมลงจากเตียง เดินเคียงคู่กันมายังห้องครัว ธาราเปิดตู้เย็นค้นหามะม่วงที่เขาได้ให้แม่บ้านซื้อมาเก็บไว้ให้แพรไหม เมื่อเจอของที่แพรไหมอยากกินก็ทำการนำมาปอกเปลือกแล
หลายเดือนต่อมา… ตอนนี้ธารากลับมาทำงานที่บริษัทอย่างเต็มตัว พร้อมเปิดรับเลขาใหม่ ซึ่งเปิดรับสมัครแค่ผู้ชายเท่านั้น ธาราไม่ยอมให้แพรไหมกลับมาทำงานและเขาก็เป็นคนเลือกเพศของคนที่มาสมัครเป็นเลขาเองด้วย แพรไหมไม่ได้บังคับเขาให้ทำ ธาราคิดเองและตัดสินใจเองทุกอย่าง เหตุผลที่เลือกผู้ชายก็เพราะว่าไม่อยากให้เมียรักไม่สบายใจ ธาราเข้าใจดีว่าความหึง ความงี่เง่ากับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ซึ่งภรรยาของเขาก็เป็นผู้หญิงประเภทนั้น อะไรที่ทำแล้วเป็นผลดีกับแพรไหมธาราก็พร้อมทำ ธาราไม่อยากเป็นเขาในอดีตที่คอยแต่ทำร้ายความรู้สึกแพรไหมอีกแล้ว เขาตอนนี้พร้อมอ้าแขนออกกว้างเป็นกำแพง เป็นเกราะกำบังให้แพรไหมได้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย นับจากนี้และตลอดไป แพรไหมจะไม่มีวันเสียใจแน่นอนที่เลือกให้โอกาสเขาได้ทำหน้าที่สามีและพ่อของลูก “กลับมาแล้วครับ” กลับมาจากทำงาน ธาราสาดส่องสายตามองหาภรรยาเป็นอันดับแรก เมื่อเห็นว่าแพรไหมนั่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหา ธาราเดินเข้ามาก้มลงหอมแก้มแพรไหมที่นั่งอ่านคู่มือคุณแม่มือใหม่อย่างสบายใจอยู่ใต้ร่มไม้ในสวนหย่อมหน้าบ้าน พลันใช้มือหนาลูบหน้าท้องกลมที่นูนชัดภายในท้องมี
นับวันอาการของแพรไหมมีแต่ย่ำแย่เข้าไปทุกวัน ธาราชวนไปหาหมอด้วยกันหลายครั้ง แต่แพรไหมก็เอาแต่ปฏิเสธไม่ยอมไปท่าเดียว เสียงอ้วกในตอนเช้าคือสิ่งที่ธาราได้ยินมันทุกวัน เขาจะช่วยเข้าไปลูบหลังให้ก็โดนแพรไหมไล่ตะเพิดออกมา ธาราไม่สามารถเข้าใกล้แพรไหมได้เลย นับเป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่ธาราทำได้แค่ยืนมองแพรไหมอยู่ห่าง ๆ ทุกวันนี้แม้จะอยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน ทว่าแพรไหมนอนบนเตียง ส่วนธารานอนพื้น ทานข้าวพร้อมกันก็จริงแต่แพรไหมนั่งหัวโต๊ะ ส่วนเขานั่งท้ายโต๊ะนู่น อยากเข้าใกล้เมียจ๋าใจแทบขาดแต่พอเห็นเมียจ๋าอ้วกจะเป็นจะตาย ธาราก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ยืนมองตาละห้อยได้แต่อดกลั้นความรู้สึกไว้ ตกกลางคืนธาราแอบนอนร้องไห้ด้วยความน้อยใจคนเดียวเงียบ ๆ ไม่ให้แพรไหมรู้ ทว่าเธอกลับได้ยินเสียงร้องไห้ของเขาชัดเจน แถมยังลุกขึ้นมาต่อว่าเขาด้วยความรำคาญ ”จะร้องก็เอาผ้าอุดปากไว้ อย่าให้เสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน มันน่ารำคาญ“ ธาราฮึบเสียงไว้แทบไม่ทันส่งรอยยิ้มเจื่อนให้กับภรรยาสาวที่นั่งมองเขาตาขวางแทน “ขอโทษครับ” บอกเมียรักเสียงอ้อมแอ้ม หมดอารมณ์จะร้องไห้ต่อแทบทันที “อย่าให้ได้ยินเสียงอีกนะ ลุกขึ้นมาตบ
ตั้งแต่แพรไหมเดินจากไปแล้วทิ้งธาราไว้ตรงนี้คนเดียว ชายหนุ่มก็ไม่ยอมไปไหน เขายืนอยู่ที่เดิมเพราะคิดว่าแพรไหมแค่หนีไปสงบสติอารมณ์ของตัวเอง พอแพรไหมอารมณ์เย็นขึ้นเธอก็คงกลับมา ธาราจึงเลือกที่จะยืนรอแพรไหมอยู่ตรงนี้กลัวว่าถ้าหากแพรไหมกลับมาแล้วเธอจะหาเขาไม่เจอ ธารายืนอยู่รอแพรไหมอย่างมีความหวัง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงยังไร้วี่แววของหญิงสาว ธาราสอดส่องสายตามองไปทั่วบริเวณก็พบแต่ความว่างเปล่า ธาราไม่รู้ว่าแพรไหมเดินหนีเขาไปที่ไหน แม้อยากจะเดินตามเธอไป แต่อีกใจก็กลัวว่า ถ้าธอกลับมาแล้วไม่เจอกัน ธาราจึงทำได้เพียงยืนรออยู่อย่างนั้น มองผู้คนเดินสวนไปมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ธารายืนโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนมากมายชวนให้อารมณ์ของธาราดำดิ่งลงอย่างหนักหน่วง ใจที่เต็มไปด้วยความหวังเริ่มสั่นคลอนลงไปทุกที เมื่อรอแล้วรอเล่าแพรไหมยังไม่กลับมา ธาราคิดว่าเขาโดนหญิงสาวทิ้งแน่ๆ คำพูดของเธอก่อนหน้ายังดังชัดอยู่ในหูราวกับเพิ่งได้ยินมันไปหยก ๆ มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกให้ย่ำแย่มากขึ้นกว่าเดิม แค่คิดว่าแพรไหมทิ้งเขาแล้วจริง ๆ ธาราเจ็บปวดแทบบ้าคลั่ง ธาราไม่อยากเสียแพรไหมไป เขารู้ตัวเองแล้วว่าตอนนี้เข
ธารารู้สึกคล้ายว่าน้ำท่วมปาก ดวงตาคมกริบเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างนิ่งอึ้งกับคำพูดของแพรไหม ธารารู้สึกเจ็บแปลบที่กลางใจราวกับมีธนูลูกใหญ่พุ่งเข้ามาปักกลางอกเขาอย่างจัง แม้ถ้อยคำของแพรไหมจะไม่ได้ฟังดูรุนแรงมากนัก แต่ก็ทำให้คนฟังหน้าชาอยู่พอสมควร “พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ไม่ได้ต้องการหาเรื่องใครหรือทำให้หนูลำบากใจ แต่หนูก็เห็นว่ามันจงใจหาเรื่องพี่อยู่ตลอดเวลา พี่พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองสุด ๆ แล้วนะ แต่มันก็กวนตีนพี่ไม่เลิก” “หยุดพูดเถอะค่ะ ตอนนี้แพรเหนื่อยไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น” “เดี๋ยว หนูจะไปไหน” ธาราคว้าแขนแพรไหมไว้ เมื่อเธอกำลังเดินหนีเขาไป “ห่าง ๆ กันบ้างเถอะค่ะ ให้แพรได้หายใจหายคอแบบสะดวกบ้าง ตั้งแต่พี่ตามมา แพรเที่ยวกับเพื่อนไม่สนุกเลยรู้ปะ จะเดินไปไหนมาไหนพี่ก็ตามติดแพรเป็นเงา แพรไม่มีความสุขเลยอะ จะทำอะไร ไปไหนก็รู้สึกอึดอัดไปหมด“ “…….” ”แพรขอเวลาส่วนตัวหน่อยนะคะ แล้วไม่ต้องตามมาวุ่นวายให้แพรต้องรำคาญใจล่ะ พี่จะไปไหนก็เรื่องของพี่ แค่นี้แพรก็เบื่อจะแย่อยู่แล้ว“ แพรไหมสะบัดมือธาราทิ้งอย่างแรงก่อนเดินหนีไปหาเมย์กับชมพู่ที่ยืนลอบสังเกตการณ์อยู่ไม่ใกล
สรุปทริปที่ตั้งใจมาเที่ยวกับแก๊งเพื่อนสนิทกลับมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนแบบงง ๆ และดูเหมือนว่าสมาชิกคนนี้นอกจากแพรไหมกับเพื่อนก็ไม่มีใครต้อนรับธาราอีกเลย เมื่อกายกับเพื่อนรู้ว่าในทริปนี้จะมีธาราเพิ่มเข้ามาก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากให้ธารามาเที่ยวด้วยกัน อย่างที่รู้ว่ากายชอบแพรไหมและเพื่อน ๆ ของกายก็สนับสนุนกายเป็นที่ กลายเป็นว่าตอนนี้ธาราโดนรุมเกลียดทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งมันเป็นการกระทำที่ดูตลกมาก ซึ่งธาราเองก็ไม่ได้ให้ค่า เขามาที่นี่เพื่อง้อเมีย ไม่ได้มาเพื่อจะมีเรื่องกับใคร ธาราจองห้องพักติดกันกับห้องของแพรไหม ดีที่ห้องยังว่างทำให้ธาราไม่ต้องหาที่นอนให้วุ่นวาย ใจจริงธาราอยากนอนห้องเดียวกับแพรไหม อยากอยู่ใกล้ อยากกอด อยากจูบให้สมกับความคิดถึง หากแต่แพรไหมไม่ยอม เธอตั้งการ์ดขีดเส้นตายชัดเจน หากธาราไม่ยอมก็ให้เขาไสหัวกลับประเทศไทย ธาราจึงจำใจตอบตกลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้นอนห้องเดียวกัน นอนห้องใกล้กันก็ยังดี และนี่ก็ผ่านมาสองวันแล้วที่ธารามาอยู่ที่นี่ ทุกครั้งที่ออกมาข้างนออกธาราจะตัวติดแพรไหมไม่ห่าง ไม่ยอมให้หญิงสาวเล็ดลอดสายตา ไม่ปล







