เข้าสู่ระบบ“คุณพ่อกับคุณแม่ยังไม่กลับมาเหรอคะป้าไหม”
เท้าเล็กยังไม่ก้าวถึงบันไดแรกของประตูบ้านเสียด้วยซ้ำป้าไหมก็รีบเดินออกมาหา
“วันนี้คุณท่านไม่กลับค่ะ เห็นว่าจะค้างที่บ้านญาติสักสองสามวัน”
“เหรอคะ วันนี้เอมคงได้กินข้าวคนเดียวอีกแล้ว” หญิงสาวมีสีหน้าสลดลง “ใครบอกกินคนเดียวละคะ คุณภูก็อยู่ตอนนี้รออยู่ที่โต๊ะอาหาร”
สิ่งที่ป้าไหมบอกทำเอาคิ้วเรียวยกขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ เธอหันไปมองยังโรงจอดรถจึงเห็นรถคันที่เขาขับไปเมื่อเช้าจอดอยู่
“รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณภูรอนาน ส่งของมาเดี๋ยวป้าเอาขึ้นไปเก็บให้” มือย่นยื่นไปรับแฟ้มงานและกระเป๋าแล้วเดินเลยไปชั้นบนของบ้านเพื่อเอาของไปเก็บ
ครั้งที่สองแล้วที่เธอได้มีโอกาสกินข้าวเย็นร่วมกับเขานับตั้งแต่แต่งงานกันมาปีกว่า ครั้งแรกก็คือหลังจากแต่งงานได้หนึ่งวันแต่ครั้งนั้นเรียกว่า กล้ำกลืนถึงจะถูกเพราะถูกพ่อกับแม่บังคับ
“ทำไมถึงกลับช้า บริษัทเลิกตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้วไม่ใช่เหรอ”
น้ำเสียงเข้มเอ่ยถามทันทีที่เธอเดินมานั่งฝั่งตรงข้าม ข้อมือใหญ่ยกดูเวลาก็เห็นว่าหกโมงกว่าแล้ว หากนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินจากที่นั้นมาถึงบ้านก็สิบสถานี ซึ่งแต่ละสถานีใช้เวลาแค่สองสามนาทีเท่านั้น
“งานบางส่วนยังไม่เสร็จค่ะ เอมก็เลยทำให้เสร็จ” เธอก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาผู้ชายตรงหน้า
วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเขาถึงได้ยอมอ้าปากพูดกับเธอเป็นครั้งที่สามของวัน ไม่หวงดอกพิกุลในปากแล้วเหรอ
ป้าไหมเดินกลับมาทำหน้าที่ตักข้าวใส่จานให้คนทั้งคู่ด้วยบรรยากาศแสนเงียบเชียบและชวนอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“พิมดาวกลับมาแล้ว”
อยู่ ๆ ภูภัทรก็เอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก แตกต่างจากอีกคนที่ชะงักช้อนไว้ตรงปากก่อนจะวางมันลง
“ทราบค่ะ เห็นค่ะ” ไม่ได้ตาบอดสักหน่อยแถมเขายังบอกกับผู้หญิงคนนั้นอีกว่าเธอเป็นแค่พนักงานแทนที่จะแนะนำว่าเป็นเมีย
“แล้วสามีเธอละคะ”
“เลิกกันแล้ว” คำตอบที่ได้ยินมันเจือไปด้วยความดีใจจนหญิงสาวสัมผัสได้
“ที่บอกกับเอม มีอะไรหรือเปล่าคะ” จากมือที่จับช้อนเปลี่ยนเป็นกุมประสานกันหน้าตักมองเขาก้มหน้ากินข้าวเหมือนกับว่าอาหารมื้อนั้นอร่อยกว่าทุกวัน
ภูภัทรเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวแล้วหันไปบอกป้าไหมให้กลับไปทำอะไรในครัว ชายหนุ่มหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเมียอีกครั้ง
“เราหย่ากันไหม”
นี่คือสิ่งที่เขาต้องการจากผู้หญิงคนนี้ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้เขาต้องการมันมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อผู้หญิงที่อยู่ในใจกลับมาพร้อมกับสถานะโสดอีกครั้ง
“ถ้าเอมตอบว่าไม่ละคะ”
“แต่ฉันจะหย่า เธอต้องการเท่าไรก็ว่ามาสำหรับเอาไปตั้งตัว” เขายื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและใจเย็นที่สุด
“ทั้งหมดของ PP food พี่ภูให้ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงเย็นยะเยือกตอบกลับแบบเรียบนิ่งไม่ต่างกัน
“มันจะมากไปแล้วนะ เฌอเอม!” ใบหน้าหล่อขบกรามจนขึ้นสันนูน ดวงตาดุจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เธอก็ไม่สะทกสะท้าน
“ไม่มากไปหรอกค่ะ มันก็ตรงกับสัญญาที่พี่ภูเซ็นกับคุณพ่อก่อนที่เราจะแต่งงานกัน” ดวงตากลมมองตอบโต้โดยไม่ไหวติงใด ๆ
ภูภัทรกำหมัดแน่นไม่คิดว่ายัยเด็กใสซื่อในวันนั้นจะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้ แต่จะโทษเธอทั้งหมดก็คงไม่ได้เพราะพ่อเขาต่างหากที่คิดสัญญาบ้า ๆนั้นขึ้นมา
ในกระดาษแผ่นนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าหากภูภัทรเป็นฝ่ายขอหย่า สมบัติทุกชิ้น เงินสด หุ้นในบริษัท ทุกอย่างจะตกเป็นของเฌอเอมคนเดียว ยกเว้นว่าคนที่ขอหย่าจะเป็นเฌอเอม สมบัติถึงจะแบ่งครึ่งกัน
“แล้วต้องทำยังไง เธอถึงจะเป็นฝ่ายขอหย่าฉัน”
หญิงสาวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาวูบไหวเพราะเหตุการณ์บางอย่างตอนยังเด็กโผล่เข้ามาย้ำเตือนจนทำให้เธอใจสั่นจนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
“ก็คงต้องรอให้เอมตายก่อน เราถึงจะหย่ากันได้ แล้วถ้าหากถึงวันนั้นจริง ๆ พี่ภูก็ใช้ชีวิตกับคนที่พี่รักให้ยาวนานแล้วกันนะคะ”
หญิงสาวยกยิ้มมุมปากเหมือนเยาะเย้ยว่ามันคงไม่มีวันนั้น แต่ใครจะรู้ว่าในแววตาของเธอเก็บซ่อนความกลัวและความเจ็บปวดไว้แค่ไหน
เฌอเอมเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วล็อคประตูอย่างไว มืออีกข้าง กุมหน้าอก หายใจหอบถี่อย่างเร็ว รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง
หญิงสาวไม่มีแม้แต่แรงได้แต่คลานไปที่กระเป๋าทำงานหยิบกระปุกยาออกมากิน แค่สมองคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแค่นิดเดียวอาการเธอก็กำเริบขึ้นมาแล้ว ถ้าหากยังเป็นแบบนี้เธอกลัวว่าภูภัทรจะรู้เรื่องเข้าสักวันแล้วถ้าเขารู้เรื่องเธอมั่นใจว่าเขาจะต้องโทษตัวเอง...
‘ประกาศแต่งฟ้าแลบ! รอบสองกับภรรยาคนเก่ากับไฮโซเวทัศ’พาดหัวข่าวหราทุกแพลตฟอร์มและกลายเป็นประเด็นร้อนทุกออนไลน์กับความรักของทั้งคู่ เพราะไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริงและที่สำคัญเจ้าสาวในวันนี้ไม่ใช่ดาราดังหรือผู้หญิงสวยหน้าตาดีรูปร่างสวยเลย เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาแต่มัดหัวใจของชายหนุ่มได้อยู่หมัด“ยินดีด้วยนะ”เสียงแจ้วของกลุ่มก้อนเดิมดังขึ้นนำทีมโดยพี่ท้อปและตามด้วยน้องเล็กของทีมอย่างเจ้าต้น ก่อนหน้านั้นเจอกันแล้วรอบหนึ่งตอนเธอแวะไปแจกซอง พวกเขายังสนุกสนานเฮฮาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเงียบ ๆ เหมือนเดิมแขกที่เชิญมามีแทบทุกวงการทั้งบันเทิง การเมือง และสายนักข่าว แต่คนที่เจ้าสาวรอมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้ชายสวมสูทสีครีมกำลังเดินมา“พี่ตุลย์ ขอบคุณนะคะที่มา”“ต้องมาอยู่แล้วน้องสาวคนสวยของพี่แต่งงานทั้งที” กำลังจะยกมือขึ้นยีหัวด้วยความเคยชิน แต่คราวนี้มนลิตาหลบทัน“ฮันแน่ ไม่ได้กินหรอก พี่ยังติดยีหัวเหมือนเดิมเลยนะคะ”“นั่นสิ เป็นสัญชาตญาณของมือมั่ง” ทั้งคู่หัวเราะกันคิกคักจนมองไม่เห็นหัวเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ตรงนั้น“อะแฮม”“อ้าว เจ้าบ่าวยืนอยู่ตรงนี้เหรอ นึกว่ารูปปั้
‘ปัง’เสียงกัมปนาทดังขึ้นสนั่นจนหูอื้อเพราะมันอยู่ใกล้แค่ไม่กี่เมตร ร่างสูงสะดุ้งสุดตัวเขาผลักคนตัวอ้วนไปอีกทางที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยความเจ็บแล่นริ้วขึ้นมาตรงหัวไหล่เขาชำเลืองมองเลือดสีแดงสดกำลังไหลซึมผ่านเสื้อยืดสีขาวผืนบาง ก่อนจะทรุดลงกับพื้น“กรี๊ดดดด พี่เวย์ ๆ”มนลิตาแทบคุมสติไม่อยู่รีบถลาตัวเข้าไปประคองเวทัศเอาไว้พร้อมกับตะโกนบอกคนแถวนั้นให้เรียกรถพยาบาล ชายหนุ่มเห็นอาการคนรักสติกระเจิงจึงจับมืออวบที่กำลังสั่นระริกเพราะความตกใจมากุมไว้“มน ใจ...เย็น ๆ นะพี่ไม่เป็นไร”“ไม่เป็นไรได้ยังไง เลือดออกขนาดนี้” น้ำตาร่วงหล่นลงแก้ม ความกลัววิ่งเข้ามาแทนที เธอไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะบาดเจ็บแต่กลัวว่าเขาจะตาย“พี่ยังไหว แผลแค่นี้เอง” เวทัศพยายามปลอบเธอ แต่นั้นยิ่งทำให้เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดแทบไม่เป็นภาษา“พี่เวย์ ห้ามเป็นอะไรนะ นี่เป็นคำสั่ง ไหนว่าอยากอยู่กับมนและลูกไง ถ้าเป็นอย่างนี้มนจะอยู่ยังไง”“พี่จะไม่เป็นไร มนอย่าร้องนะ” เขาบีบมือเธอแน่นขึ้น ไม่นานเท่าไรหูก็ได้ยินเสียงไซเรนดังแว่วมาเจ้าหน้าที่ทำงานเคลื่อนย้ายร่างของเวทัศขึ้นบนเตียง มนลิตากระโดดขึ้นไปบนรถอ้างความเป็นภรรยาทันที รถพยาบ
ในที่สุดวันเวลาของการรอคอยก็มาถึงสักที ทั้งหมดเดินทางมาถึงภูเก็ตด้วยเครื่องบิน พอมาถึงคนของเวทัศก็นำรถมารับถึงสนามบิน“คุณท่านรออยู่ที่โรงแรมแล้วครับ” คนขับรถบอกกับเวทัศแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ทุกคนนั่ง รถยนต์เคลื่อนตัวตรงไปโรงแรมทันทีโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ริมหาดกะตะบนแนวสันเขาของเกาะบริเวณหน้าโรงแรมเป็นหาดทรายขาวละเอียด มีลักษณะเป็นวงกว้างและมีความโค้ง คลื่นลมสงบ น้ำนิ่งสามารถลงเล่นน้ำได้และที่นี่ยังมีแนวปะการังแปลกตา ยาวไปจนถึงเกาะปู ทำให้เป็นที่ฝึกดำน้ำ และจุดดำน้ำยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสวยงามใต้ทะเล“หูววว พ่อขาทะเล” รถเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าโรงแรมเมทิตาชะเง้อคอขึ้นมองแล้วชี้ออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยความตื่นเต้นตายายหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของหลานแล้วบอกว่าให้รถจากรถก่อนจะได้เห็นชัด ๆ พอก้าวเท้าลงมาคนเป็นย่าก็ยืนรอต้อนรับอยู่แล้วทำให้หนูน้อยลืมน้ำทะเลใสไปเลย“หนูเมย์...”“คุณย่า”ขาสั้นป้อมวิ่งตรงลิ่วไปหาคุณหญิงระย้า แขนเหี่ยวย่นอ้าแขนรับเจ้าตัวเล็กสู่อ้อมกอดแล้วหอมซ้ายหอมขวาเหมือนเคย“คุณย่าขา หนูเมย์ได้นั่งเครื่องบินด้วย บนโน้นมีเมฆ มีนกด้วยค่ะ”เมทิตาเงยหน้าชี้
สองผู้เฒ่านั่งเล่นอยู่ข้างล่างหันมองหน้ากันเชื่อได้เลยไม่นานทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าลูกสาวพวกเขานั้นใจอ่อนตั้งนานแล้วตอนนี้แค่วางฟอร์มเท่านั้น“แม่มนขา พ่อเวย์ขา” น้ำเสียงและท่าทางแบบนั้นมนลิตาพอจะเดาออกว่าลูกสาวต้องอยากได้หรืออยากไปที่ไหนสักที่แน่นอน“อ้อนจะเอาอะไรอีกคะ”“หนูเมย์อยากไปทะเล วันนี้เพื่อนหนูเมย์บอกว่าพ่อกับแม่พาไปทะเลหนูเมย์อยากไปบ้าง” เด็กหญิงทำหน้าอ้อน ๆ ใส่แม่ หันไปกระพริบตาปริบๆกับคนเป็นพ่อก่อนจะวิ่งอ้อมโต๊ะไปสวมกอดตากับยายเพื่อเอาใจมนลิตาแพ้ทางเวลาเมทิตามาอ้อนเพื่อขออะไรสักอย่าง แน่นอนว่าเธอไม่ได้ตามใจเสียทุกเรื่องแต่เพราะลูกสาวเธอไม่เคยไปทะเลเลยตั้งแต่เกิดมากำลังจะอ้าปากพูดผู้ชายนั่งข้างก็เป็นฝ่ายเสนอขึ้นมา“ถ้าอย่างนั้นเราไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัวดีไหมครับ ผมจะได้โทรบอกคุณแม่ด้วย”“ดีค่ะ ไปๆ ไปเที่ยวทะเลกัน” เมทิตาตอบรับแทนทุกคนแล้วชูสองแขนขึ้นกระโดดหมุนตัวไปมารอบโต๊ะกินข้าวเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของลูกกับมนลิตาทำให้เขามีความสุขมากขึ้นไม่ต้องมานั่งทำหน้าอมทุกข์เหมือนแต่ก่อน“แล้วเราจะไปทะเลที่ไหนล่ะ ประเทศเรามีทะเลตั้งหลายจังหวัด” ตา
ว่ากันว่าคนเราไม่เคยมีใครเป็นพ่อกับแม่มาก่อนทุกคนมาเริ่มต้นนับหนึ่งเมื่อมีลูกคนแรก ต่างลองผิดลองถูกกันมาทั้งนั้นสงสัยมันจะเป็นเรื่องจริง เหมือนกับเขาตอนนี้ที่กำลังฝึกหัดการเป็นพ่อคน คนอื่นโชคดีที่ได้ฝึกเป็นพ่อด้วยการอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม กล่อมนอน แตกต่างจากเขาตอนนี้ที่กำลังเป็นลูกค้าให้กับช่างแต่งหน้าตัวน้อย“พ่อเวย์สวยที่สุดเลยค่ะ” หนูเมย์ยื่นกระจกให้คนเป็นพ่อดูกับความภาคภูมิใจในการแต่งหน้า เขายิ้มรับให้ลูกแล้วทำท่าตื่นเต้นบนหัวผูกจุกเป็นต้นมะพร้าวสามต้น คิ้วถูกระบายหนาเป็นปลิง เปลือกตาทาด้วยสีฟ้าเข้ม ขนตางอนปัดด้วยมาสคาร่า โหนกแก้มแดงยิ่งกว่าตูดลิง ไฮไลท์ดั้งพุ่งโด่งจนแทบทิ่มตา ตบท้ายด้วยปากสีส้มเข้ากันกับแก้มสุดๆ“เฮ้ออออ” เวทัศพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ“ถอนหายใจทำไมคะ ไม่สวยเหรอ” เด็กหญิงย่นคิ้ว เวทัศรีบฉีกยิ้มเอาใจลูกสาวเพียงคนเดียว“สวยค่ะ แต่พ่อว่ารอบหน้าเราลองลดความเข้มของสีตา แก้มลงกว่านี้ดีไหม มันจะต้องสวยมากกว่านี้แน่เลย เววี่คอนเฟิร์มคร๊า!”เวทัศดีดตัวสะดีดสะดิ้งราวกับว่าตัวเองเป็นเป็นสาวประเภทสอง แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นตรงประตูทางเข้าและที่น่าอับอา
ช่วงหลังเลิกงานเขาเอาแต่นั่งทำอาหารเกาหลีแทบทุกวันเพื่อที่อย่างน้อยมันก็บรรเทาความคิดถึงผู้หญิงตรงหน้าได้บ้าง และวันนี้เขาก็ได้มีโอกาสทำให้เธอได้กินแล้ว“กินสิ เดี๋ยวเย็นหมดนะ” ชายหนุ่มเลื่อนจานจาจังมยอนมาให้มนลิตาหลุดออกมาจากภวังค์ใช้ตะเกียบเหล็กคีบเส้นสีดำเข้าปาก ทันทีที่ลิ้นสัมผัสกับน้ำซอสสีดำดวงตากลมประกายวาววับขึ้นมาทันทีมุมปากของเวทัศหยักโค้งขึ้นแทบจะถึงติ่งหู หาเรื่องคุยกับง้อตั้งนานแทบจะไม่ได้ผลแต่พอทำของโปรดไว้ให้เขากลับเห็นความสดใสบนใบหน้าของเธออีกครั้งชายหนุ่มเท้าคางบนเก้าอี้มองหญิงสาวกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย กว่าจะรู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายเฝ้ามองเธอก็กินอาหารไปจนเกือบหมดโดยลืมชวนคนทำกินเสียด้วยซ้ำ“ไม่กินด้วยกันเหรอคะ”“ไม่ล่ะครับ พี่เห็นมนกินได้ก็ดีใจแล้ว”เอื้อมมือไปหยิบทิชชูจากกล่องไปเช็ดมุมปากที่เปื้อนน้ำซอสสีดำให้แผ่วเบา ดวงตาทั้งคู่สบกันครู่หนึ่งจนเป็นฝ่ายมนลิตาได้สติขึ้นมาก่อน เธอเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วเช็ดปากด้วยตัวเอง“เรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืน...”“มนอยากคุยกับพี่เวย์เรื่องนี้พอดีเลยค่ะ”ยังไม่ทันจะบอกจุดประสงค์จบเลยว่าไม่ต้องรีบเขารอได้ ทว่าหญิงสาวก็เอ่ยตัดบทขึ้นมาเ
เส้นกราฟสีเขียวบนหน้าจอProjectorค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมาจนขึ้นมาอยู่บนเส้นปกติเหมือนที่เคยเป็นเมื่อครั้งยังไม่มีดราม่าเกิดขึ้น“ตอนนี้ยอดขายสินค้าที่เราโปรโมตเกินเป้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ แถมสินค้างบางตัวของหมดสต๊อกจนผลิตไม่ทัน”รำภาเลื่อนกราฟและยอดขายให้กับเหล่าผู้บริหารและแผนกการตลาดให้ดูผลประกอบก
ช่วงเย็นของวันนั้นทุกคนต่างทยอยกลับบ้านกันไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่เฌอเอมที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เพราะต้องอยู่หาข้อมูลเพื่อติดต่อดีลงานกับทางต้นสังกัดของพีเจเวลาแค่สามวันมันจะทันได้ยังไง กว่าจะรอทางต้นสังกัดตอบอีเมลอีกไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่วันความเครียดเริ่มเล่นงานสองมือยกขึ้นประสานก้มหัวลงพักพิงโด
หลังจากวันนั้นตัวภูภัทรเองจึงไม่มีทางเลือกเพราะตำแหน่งที่บริษัทก็สำคัญแถมพ่อเขายังขู่อีกว่าหากเขาไม่แต่งคนที่จะเดือดร้อนจะเป็นผู้หญิงที่เขารักแทน‘ฉันเกลียดเธอ ต่อให้ตายเธอก็จะไม่มีวันได้ความรักจากฉัน’คำนั้นมันยังคอยย้ำเตือนจิตใจของเฌอเอมอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะเธอรักเขาจนหมดหัวใจจึงยอมทนอยู่เพราะเธอไ
ร่างเปื่อยเปล่าของเฌอเอมค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงนอนขนาดใหญ่เธอพยายามลงน้ำหนักเท้าให้แผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกำยำที่นอนอยู่ด้านข้างรู้สึกตัวตื่น เธอเอื้อมมือไปคว้าชุดคลุมซึ่งตกอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมเพื่อปิดบังร่างกายที่ไร้อาภรณ์หญิงสาวหันไปมองผู้ชายที่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้วได้แต่เม้มปากเข้าหากัน







