Se connecter“พักเที่ยงแล้ว เอมไม่ไปกินข้าวเหรอ” น้ำขิงเดินมายังโต๊ะทำงานหลังสุดเมื่อยังเห็นว่าเฌอเอมนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่
“เอมยังไม่หิวอ่า ขิงไปกินก่อนเลย แต่ว่าวานซื้อนมกับขนมปังมาให้หน่อยได้ไหม” หล่อนยื่นเงินให้ “ได้สิ งั้นขิงไปก่อนนะ” เธอพยักหน้ารับพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ
หญิงสาวมองเพื่อนร่วมงานจนลับสายตาก่อนจะรีบกุลีกุจอพับหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วตรงดิ่งไปยังลิฟต์ผู้บริหารทันที
สิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุดตอนนี้ก็คือผู้หญิงที่เหล่าพนักงานพูดถึงเป็นใครกันแน่ ภูภัทรถึงกล้าพามาที่ทำงานเพราะนับตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาแทบจะไม่เฉียดใกล้ผู้หญิงคนไหนเลย
ชั้นบนสุดของตึกคือจุดมุ่งหมายของผู้หญิงบอบบาง หล่อนหอบเอาหัวใจที่แสนจะว้าวุ่นขึ้นไปด้วย
เสียงสัญญาณเตือนของลิฟต์บอกว่าได้เคลื่อนมาจอดยังชี้นที่ต้องการ เธอสูดลมหายใจเข้าเพื่อตั้งสติ
“คุณรำภาคะ ฉันมาพบคุณภูภัทรค่ะ” เลขาหน้าห้องเงยหน้าขึ้นมองสาวสวยตรงหน้าแล้วถึงกับหน้าเจื่อน
จะบอกว่าทั้งบริษัทไม่มีใครรู้สถานะภรรยาของประธานบริษัทคงไม่ทั้งหมด เพราะรำภาเป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อจึงรู้เกือบทุกเรื่องภายในบริษัทรวมถึงเรื่องครอบครัวของเจ้านาย
“เอ่อ คือว่าท่านประธาน ติดลูกค้าคนสำคัญอยู่ค่ะ”
“ลูกค้าคนสำคัญ?” เธอทวนประโยคนั้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเธอคิดมากไปเองหรือเปล่าที่ไปฟังคำนินทาของเพื่อนร่วมงานจนตรงพิ่งมาที่นี่ แต่ท่าทีของคุณรำภามันก็ลุกลี้ลุกรนจนน่าสงสัยเหลือเกิน
“คุณเฌอเอม มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าคะ รำภาจะได้แจ้งท่านประธานให้”
“เปล่าค่ะ ไม่ได้มีอะไรสำคัญ งั้นเอมไปก่อนนะคะ” หญิงสาวยิ้มบางๆให้เพราะรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ขึ้นมาหาเขาที่นี่เพราะถูกสั่งห้ามเอาไว้
หญิงสาว กำลังจะเก้าเท้าเดินออกจากตรงนั้นเธอก็เจอกับภาพบาดใจที่ทำเอาเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย
ประตูห้องทำงานผู้กุมบังเหียนของบริษัทนี้เปิดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกับผู้หญิงคนนั้นคนที่ไม่เคยเลือนหายไปจากหัวใจของสามีเธอเลยสักนิด
รอยยิ้มแบบนั้น แบบที่เธอไม่เคยได้รับจากภูภัทรเลยแม้แต่ครั้งเดียว “เฌอเอม ขึ้นมาทำอะไรบนนี้”
ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อครู่หายไปทันทีเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน รำภาเองที่รู้เรื่องราวทุกอย่างได้แต่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“คือ...เอม เอ่อ” หญิงสาวหาคำแก้ตัวไม่ทัน จะบอกว่ามาดูให้เห็นกับตาว่าเขาพาผู้หญิงที่ไหนมาที่นี่ก็คงไม่ได้เพราะคำว่าหึงหวงเธอไม่มีสิทธิ์ใช้คำนั้นแม้แต่นิดเดียว
“คนนี้...ใครเหรอคะ” สาวสวยที่ยืนเคียงข้างกับเขาเอ่ยถามขัดจังหวะ
‘พิมดาว’ ชื่อนี้หล่อนจำได้เป็นอย่างดี เธอกลับมาประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร แล้วสามีเธอล่ะ อยู่ที่ไหน
“พนักงานฝ่ายการตลาดน่ะ สงสัยขึ้นมาติดต่องานกับคุณรำภา”
ภูภัทรปรายตามองเล็กน้อย ประโยคเฉยชาแบบนี้เธอควรชินแต่มันกลับไม่เคยชินสักที ริมฝีปากได้แต่เม้มเข้าหากันจนแทบจะห้อเลือด
“ผมว่าเราไปกันเถอะ เดี๋ยวเพื่อนๆรอ” ชายหนุ่มหันไปบอก เพื่อนสาวแล้วผายมือเชิญโดยไม่แยแสร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงนั้นสักนิด
สองมือกำเข้าหากันแน่น หัวใจปวดหนึบ ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำใส แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“คุณเฌอเอม ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” รำภาห่วงความรู้สึกของลูกผู้หญิงด้วยกันมีใครบ้างจะไม่เจ็บที่เห็นสามีเดินไปกับหญิงอื่น
เฌอเอมได้แต่ยกหลังมือเช็ดน้ำตา “ไม่เป็นไรค่ะ เอมโอเค”
หญิงสาวได้แต่ฝืนยิ้มให้ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงาน
“อ้าว เอมหายไหนมา ขิงก็มองหาตั้งนาน นมที่ฝากซื้อวางอยู่บนโต๊ะนะ” น้ำขิงเงยหน้าจากจอคอมฯแล้วเห็นเฌอเอมเดินกลับเข้าห้องมาพอดี
“อือ ขอบใจมากนะ เอมไปเข้าห้องน้ำมาน่ะ” ร่างเล็กยอบตัวลงนั่งเก้าอี้เบาะหนังพร้อมกับหยิบนมกับขนมปังขึ้นมากิน
“ตาแดงๆ ไปโดนอะไรมาหรือเปล่า เอ๊ะ หรือว่าร้องไห้ ใครทำอะไรเธอ”
ใบหน้าหวานภายใต้กรอบแว่นตากลมมีสีหน้าตื่นเล็กน้อยพร้อมกับไถ่เก้าอี้ไปยังโต๊ะทำงานของเฌอเอมที่อยู่ไม่ไกล
“เปล่า เมื่อกี้ฝุ่นมันเข้าตาแล้วเอมเผลอเอามือไปขยี้นะ” คำแก้ตัวขุ่นๆบอกกับเพื่อนร่วมงานทั้งที่ความจริงแล้วก็เป็นเหมือนที่หล่อนถามนั่นล่ะ
ถ้าเธอบอกไปว่าคนที่ทำเธอร้องไห้คือเจ้าของบริษัทนี้ น้ำขิงจะจัดการยังไง จะช่วยเธอไม่ให้เสียใจได้หรือเปล่า
“เออ เมื่อกี้เดินสวนกับคุณภูด้วย ผู้หญิงคนที่เขาเม้าท์กันเมื่อเช้าสวยดีนะ แต่ถ้าจะเอาคุณภูต้องไปต่อคิวย่ะ ป่านนี้หางแถวถึงดาวพลูโตแล้ยมั่ง”
น้ำขิงเชิดหน้าขึ้นและหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนตัวอิจฉาในละคร
“คุณภู มีอะไรดีเหรอ ดูท่าทางขิงจะชอบเขามากเลย” เฌอเอมวางขนมปังส่วนที่เหลือลงบนโต๊ะเพื่อที่จะตั้งใจฟังคำตอบ
“เอ้า มีใครบ้างจะไม่ชอบ หล่อ รวย นิสัยดี สูง หรือว่าเอมไม่ชอบ”
หล่อนหันขวับกลับมาถามทันทีทำเอาคนที่อยากฟังคำตอบมากกว่าถึงกับผงะเล็กน้อย
“ไม่รู้สิ”
คำตอบสั้นๆแต่ตรงข้ามกับสิ่งที่อยู่ในใจ ‘ชอบสิ ชอบมานานแล้ว’
“จะว่าไปผู้หญิงคนนั้นก็หน้าตาคุ้น ๆ เหมือนกันนะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง” แขนเรียวยกขึ้นเท้าคางพลางกรอกตาไปมาราวกับพยายามนึกว่าเห็นผู้หญิงที่เจ้านายควงมาเป็นใครกันแน่
“คุณพิมดาว” เฌอเอมเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมา
“เออ ใช่ ๆ”
“เธอเป็นดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับเอเชียน่ะ ไม่แปลกหรอกที่เธอจะคุ้นหน้า” เฌอเอมว่าพลางหยิบแฟ้มเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดไล่ดูทีละหน้าว่าบอร์ดบริหารเซ็นยินยอมครบหรือยัง
“อ่อ ก็ว่าอยู่ทำไมคุ้นหน้า แต่ว่านางแต่งงานไปแล้วไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงได้มาเดินควงแขนคุณภูเข้าบริษัทมาได้ล่ะ”
‘นั่นสิ เธอก็อยากรู้เหมือนกัน’
น้ำขิงยังคงตั้งข้อสังเกตและถามคำถามเหล่านั้นอยู่เนือง ๆ แต่หญิงสาวกลับเลือกที่จะนั่งฟังอย่างเดียว มีหือ มีอือ บ้างเล็กน้อยจนกระทั่งถึงเวลาทำงานช่วงบ่ายเจ้าตัวถึงได้ย้ายกลับไปยังโต๊ะทำงานตัวเองได้
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่






![4P ฮาเร็มของเลวาริน [เรย์xคริสxดีแลนxแทนคุณ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
